อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 33 : วันแห่งคำสัญญา(เปิดฉากการปะทะ) ลงให้ใหม่แล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

                                                 


                                                                      ซีซีสาวน้อยแห่งพันธสัญญา


             

      

นี่ขอรับเป็นรายงานที่ให้ไปสืบนายทหารส่งสารฉบับหนึ่งให้เฟยจิ้ง

                ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนที่จะเปิดอ่าน ในตอนนี้เฟยจิ้งกำลังอยู่ในห้องหนังสือที่จวนมหาอำมาตย์ เนื่องจากมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายต้องทำให้เสร็จ แต่สิ่งที่นายทหารส่งให้เป็นรายงานที่เขาสั่งให้ไปสืบโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานราชการ...

                เจ้าแน่ใจนะ! กับข้อมูลที่ได้มาหลังจากที่ได้อ่านแล้ว คิ้วเข้มขมวดชนกันอย่างใช้ความคิด

                ขอรับใต้เท้า ข้าน้อยยังให้ผู้ชำนาญวาดภาพเหมือนของนางมาให้ด้วยขอรับ

                นายทหารหยิบภาพเหมือนที่อุตส่าห์ให้ช่างภาพฝีมือดีวาดขึ้นเพื่อกันความผิดพลาด เฟยจิ้งมองภาพที่อยู่ในมือแล้วพยักหน้า เป็นนางจริงๆ ด้วย ภาพที่เฟยจิ้งถืออยู่ในมือปรากฏเป็นภาพของสาวน้อยที่พุ่งเข้าชนเฟยจิ้ง เมื่อคืนวันแต่งงานซึ่งก็ผ่านมาหลายวันแล้ว หลังจากที่กลับมาที่จวน เขาได้สั่งให้มือดีของหน่วยไปสืบข่าวของนางโดยบรรยายรูปลักษณ์ของนางให้ฟังอย่างละเอียด ในวันนั้นมีเหล่าขุนนางที่พาบุตรสาวมาร่วมงานด้วยเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และที่ทำให้เขาแน่ใจว่านางเป็นบุตรสาวของขุนนางเป็นเพราะว่าการที่นางปรากฏตัวที่นั่นได้ ก็แสดงว่านางคงจะติดตามบิดามารดามาในพิธีด้วยเป็นแน่

                เนื่องจากหากไม่ใช่นางข้าหลวงหรือหน่วยล่าสังหารที่เขารู้จักแล้ว ทั้งองครักษ์ และข้าทาสบริวารของขุนนางทั้งหลายจะถูกกั้นไว้ภายนอกงาน มิสามารถเข้าไปได้

            เจ้าไปสืบต่อก็แล้วกัน มีเรื่องใดคืบหน้าค่อยมารายงานข้า

                ขอรับใต้เท้า

 

                ภายในอุทยานพระตำหนักป้าอ๋อง

                เจ้ากรมท้องพระคลังกำลังทำความเคารพซันนี่อย่างนอบน้อม เยื้องไปด้านหลังมีสาวน้อยคนหนึ่งรูปร่างบอบบางดวงตาสุกใสเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มเต็มอย่างคนสุขภาพดีแต่ถ้าใครจะสังเกตสักนิดจะเห็นแววตาขี้เล่นและซุกซนรวมอยู่ในนั้นด้วย

            กระหม่อมเจ้ากรมท้องพระคลัง เฉินฟง ถวายพระพรฮองเฮาขอจงทรงพระเจริญพะย่ะค่ะ

                ลุกขึ้นเถอะท่านเจ้ากรม

                ซันนี่มองผ่านท่านเจ้ากรมไปด้านหลังเห็นสาวน้อยหน้าแฉล่มมากับท่านเจ้ากรมด้วยไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องเป็นอะไรกัน แต่เดี๋ยวเธอก็คงได้รู้ หลังจากที่ได้สบตา ซันนี่รู้สึกถูกชะตากับนางอย่างบอกไม่ถูก

            ท่านมาขอเข้าพบข้าคงมีธุระร้อนกระมัง

                ปกติไท้สือจะสั่งห้ามขาด มิให้ขุนนางผู้ใดขอเข้าพบกับเธอโดยตรงหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากเขา ตั้งแต่ไท้สือพาเธอออกไปที่โถงราชการ ก็มีขุนนางมากมายอยากได้คำปรึกษาจากเธอจนทำให้ไท้สือสั่งห้ามมิให้เธอออกไปที่โถงราชการอีก ในตอนแรกเธอก็ไม่ยินยอมเพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระ แต่พอได้รู้ถึงเหตุผลของอีตานั่นแล้วก็ต้องหน้าแดง ก็จะไม่ให้หน้าแดงได้ยังไง ก็ในเมื่ออีตาบ้านั่นดันบอกว่าไม่อยากให้ใครมาจ้องมองเธอนานๆ เพราะว่าเขาหึง จึงกลายเป็นว่าเธอก็เลยหมดโอกาสที่จะได้ออกไปที่โถงราชการอีกเลย แต่ทว่าวันนี้ท่านเจ้ากรมท้องพระคลังมาขอเข้าพบ คงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องราชการกระมัง เพราะคงไม่มีใครกล้าขัดราชโองการของป้าอ๋องอย่างไท้สือเป็นแน่...

            พะย่ะค่ะ กระหม่อมพาบุตรีมาเข้าเฝ้า เพื่อฝากตัวให้เป็นนางข้าหลวงประจำพระองค์พะย่ะค่ะ

                สาวน้อยที่เป็นบุตรีของเจ้ากรมท้องพระคลังก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับทำความเคารพต่อเธอ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่นมั่นคงไม่มีเหนียมอาย แต่ก็ยังเจือความอ่อนหวานด้วยกิริยาที่นอบน้อม แต่หน้าสงสัยอยู่ว่าแววตาซุกซนที่เธอได้เห็นตั้งแต่แรก จะเป็นของจริงด้วยหรือไม่  ชักสนุกล่ะซิ...หึหึ

            หม่อมชั้นเฉินซีซี ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ

                ซีซีแอบเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้า นางได้ข่าวมากมายเกี่ยวกับฮองเฮาพระองค์นี้ ทั้งยังได้ยินจากท่านพ่ออีกด้วยว่า พระองค์เป็นหญิงสาวที่ปราดเปรื่องที่สุดในแผ่นดิน อีกทั้งยังมีพระสิริโฉมงดงามและยังเป็นที่รักยิ่งของป้าอ๋องพระองค์นี้ ในตอนแรกที่นางได้ยินข่าวลือพวกนี้ก็ยังไม่ปักใจเชื่อนัก แต่พอได้มาเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงามอย่างที่เคยได้ยินมามิผิดเพี้ยน...

            ทำไมท่านถึงได้นำนางมาฝากไว้กับข้าล่ะ ท่านเจ้ากรม ปกติขุนนางเช่นท่าน ไม่นิยมนำบุตรีมาฝากไว้ให้ทำงานเช่นสามัญชนเช่นนี้มิใช่หรือ

                หลังจากที่อยู่ที่ภพนี้มาเป็นปี ก็พอจะรู้ว่าธรรมเนียมของคนที่นี่เป็นเช่นไร  ปกติเหล่านางข้าหลวงถึงจะเป็นที่ต้องการเข้ามาทำงานของสามัญชน แต่ถ้าเทียบกับบุตรีของขุนนางแล้ว ก็ไม่ต่างจากสาวใช้ธรรมดาซักเท่าไหร่ การที่ท่านเจ้ากรมนำบุตรีมาฝากกับนางจึงเป็นเรื่องที่ผิดแปลกเป็นอย่างยิ่ง

            เฮ้อ! เป็นเรื่องที่หน้าอายที่กระหม่อมไม่อยากกล่าวถึง แต่ทว่าก็ต้องยอมอายทูลให้พระองค์ได้ทราบก่อนล่วงหน้าพะย่ะค่ะ

                เป็นเรื่องที่ข้าจำต้องรู้ใช่หรือไม่ หรือว่านางไปทำผิดคิดร้ายมา ท่านถึงได้ร้อนรนนำมาฝากข้ากระมัง หึหึ

                เธอคิดว่าจะแซวผู้เฒ่าให้ตกใจเล่น แต่ไม่คิดว่าท่านเจ้ากรมเฒ่ากลับหน้าซีดขึ้นมากะทันหัน จนเธอชักแน่ใจในเรื่องพูดเล่นเมื่อครู่ขึ้นมากะทันหัน (แหมทำไมเธอถึงได้แทงหวยไม่ถูกนะ) (ก็หล่อนไม่ได้เล่นไม่ใช่เหรอยะ/พี่เกด) (อุ๊ย! แหะๆ จริงด้วย/ซันนี่)

                เอ่อ....ข้าคงไม่ได้บังเอิญเดาถูกกระมัง

            โฮๆๆๆๆ...ฮองเฮา ได้โปรดทรงช่วยนางด้วยเถอะพะย่ะค่ะ กระหม่อมจนปัญญาไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดีแล้ว กระหม่อมมีบุตรสาวอยู่คนเดียว ฮูหยินของกระหม่อมก็มาด่วนจากไปตั้งแต่นางยังเด็ก กระหม่อมผิดเองที่ตามใจนางมากจนเกินไป นางถึงได้ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้ ฮือๆๆๆ

                ท่านเจ้ากรมเฒ่าก้มหน้าก้มตาร้องไห้ จนเธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จนกระทั่งสาวน้อยที่มาด้วยกลับเป็นคนที่กล่าวขึ้นมาแทน

            ท่านพ่อก็ท่านก็เลิกร้องไห้เสียทีเถิดค่ะ ข้าไม่ได้ทำเรื่องใหญ่โตมากมายขนาดนั้นซักหน่อย และอีกอย่างข้าก็ไม่ใช่ฝ่ายผิดด้วยซ้ำไป

                พอได้ยินลูกสาวกล่าว ท่านเจ้ากรมเฒ่าที่ร้องไห้อยู่ กลับหยุดร้องกะทันหัน แล้วหันหน้ามาต่อว่าบุตรสาวแทน

            นี่เจ้ายังกล้าพูดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกกระนั้นหรือ เจ้าถึงกับไปล่วงเกินท่านแม่ทัพเหอ แล้วเจ้าจะให้พ่อช่วยเจ้าได้อย่างไร

                เหล่าขุนนางทุกคนต่างเกรงกลัวในอำนาจของเหอซี ด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าเมื่อไท้สือรับซันนี่มาเป็นฮองเฮา อำนาจของเหอซีถูกบั่นทอนอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เป็นเรื่องดี สำหรับพวกขุนนางเช่นเขา เพราะเหอซีแต่ไหนแต่ไรมาก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ถึงแม้ตอนนี้ที่ตนเองถูกบั่นทอนอำนาจเหอซีก็ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่ในมือมิใช่น้อย เพลานี้บุตรีของตนได้ไปล่วงเกินเสือเฒ่าผู้นั้นเข้า แล้วจะมิให้พ่อเช่นเขาต้องเดือดร้อนเป็นห่วงได้อย่างไร

                ซันนี่ได้ยินชื่อของแม่ทัพเหอ ก็เกิดหูผึ่งขึ้นมา อะฮ้า...สองพ่อลูกคู่นี้ไปล่วงเกินอะไรเจ้าเสือเฒ่านั่นกันนะ น่าสนใจซะแล้ว...

            พวกท่านไปมีเรื่องอันใดกับแม่ทัพเหอ กระนั้นหรือ

                กระหม่อมเอ่อ....คือว่า...

                หม่อมชั้นไม่ได้มีเรื่องกับแม่ทัพเหอเพคะ หม่อมชั้นไปมีเรื่องกับเหอกัว บุตรบุญธรรมของแม่ทัพเหอเพคะฝ่าบาท

            เจ้า...

                ผู้เป็นพ่อแทบจะลมจับในความไม่กลัวเกรงอาญาของลูกสาว ที่กล้าพูดแทรกต่อหน้าพระพักต์

            ไม่เป็นไรหรอก หึหึ ถ้าหากข้ารอท่าน วันนี้ก็คงจะไม่รู้เรื่องกันพอดี

                เธอชักอยากผูกมิตรกับสาวน้อยคนนี้เสียแล้ว รู้สึกว่าวังหลวงแห่งนี้ไม่น่าเบื่อซะแล้วล่ะ นางคงมีเรื่องอะไรให้สนุกอีกแล้ว

                เอาล่ะ เจ้าเป็นคนเล่าก็ได้ ข้ากำลังรอฟังอยู่

                ซีซีรู้สึกเหมือนได้พบพี่สาว นางมีความรู้สึกถูกชะตากับองค์ฮองเฮายิ่งนัก และรู้สึกได้ถึงพระทัยที่อ่อนโยน จึงกล้าเอ่ยปากทูลเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่เกิดขึ้นให้ฟัง

            ทูลฮองเฮาเพคะ เรื่องมีอยู่ว่า...หม่อมชั้นได้ไปงานมงคลของท่านหลิวปังกับฮูหยินอ้ายหลิน แต่พอเมื่ออยู่ในงานได้ซักครู่เหอกัวก็ตรงเข้ามาหาหม่อมชั้น ในตอนนั้นหม่อมชั้นได้ขอท่านพ่อเข้าไปเดินที่สวนหน้าเรือนใหญ่ที่จัดงาน เหอกัวผู้นั้นเขามาหมายใจจะลวนลามหม่อมชั้นเพคะ

            ทุเรศที่สุด น่าเกลียด นิสัยไม่ดี ชายโฉด ฯลฯ

                สารพัดคำด่าที่ออกมาจากปากของเธอ ทำให้สองพ่อลูกได้แต่นิ่งอึ้ง นึกไม่ถึงว่าฮองเฮาของพวกตนจะสามารถพ่นคำด่าออกมาได้อย่างมากมายปานนี้ โดยไม่ซ้ำคำ ซักพักเมื่อด่าจนเหนื่อยก็รู้สึกว่ารอบข้างนั้นเงียบสงัดก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวแล้วยิ้มแหยๆ ทั้งสองพ่อลูกทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก่อนที่ซีซีจะเริ่มเล่าต่อไป

                หม่อมชั้นเองก็ได้บอกกับชายผู้นั้นไปแล้วว่าตนเองเป็นใคร แต่ชายผู้นั้นก็ไม่ได้เกรงใจท่านพ่อแม้แต่น้อย ยังหัวเราะใส่หน้าหม่อมชั้นว่า ถ้าเขาต้องการหม่อมชั้นเป็นอนุ หม่อมชั้นก็ต้องเป็นเพคะ

                เหอกัวผู้นี้แต่งงานแล้ว มีอนุภรรยาหลายคนทั้งยังมีนิสัยเกะกะเกเร เนื่องจากถือตนว่าเป็นบุตรบุญธรรมของแม่ทัพเหอ และมีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองของทัพหลวง แต่วันที่ซันนี่เดินทางมาถึงเมืองหลวงนั้นเหอกัวไปทำธุระให้กับเหอซี  จึงยังมิได้เข้าเฝ้า อีกทั้งเธออยู่แต่ในวังหลังไม่ได้ออกไปด้านนอกจึงยังมิเคยเจอกับเจ้าเหอกัวผู้นี้ แม้แต่งานแต่งงานของหลิวปังและอ้ายหลิน หากไม่ใช่ขุนนางระดับสูงก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปในห้องจัดงานฉลองงานแต่งงาน ดังนั้นซีซีและเหอกัวจึงได้มีโอกาสเจอกัน

            ตายจริง!! แล้วหมอนั่นทำอะไรเจ้าบ้าง  เจ้าเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า

                เอ่อ...หม่อมชั้น เอ่อ...

                ทูลฝ่าบาท บุตรสาวกระหม่อมไม่ได้เป็นอะไรหรอกพะย่ะค่ะ แต่คนที่เป็นก็คือเหอกัว นางทำร้ายชายผู้นั้นจนสลบ แล้วก็หนีมาพะย่ะค่ะ

                ซีซีทำหน้าสำนึกผิด นางลงมือรุนแรงไปนิด ก็ในตอนนั้นมันโมโหนี่นา เจ้าเหอกัวนั้นก็ใจเสาะ เป็นถึงหัวหน้าหน่วยทหารหลวง โดนไปไม่กี่กระบวนท่าก็สลบไปเสียแล้ว ยังจะมีหน้ามาคุยอีกว่าวรยุทธ์เป็นเลิศ ช่างน่าขันนัก...

            ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เจ้าทำอย่างนั้นจริงๆ หรือ หึหึหึ อ๋อ! ท่านก็เลยกลัวว่าเหอซีจะตามมาเอาเรื่องที่นางทำร้ายบุตรบุญธรรมของเขาใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆๆๆ หึ อ้อ! แล้วเจ้าน่ะ ซีซี เจ้าเป็นวรยุทธ์ด้วยหรือ ข้ายังไม่เคยเจอหญิงชาวจ้าวที่เป็นวรยุทธ์มาก่อน อ้อ! เคยเจออยู่เหมือนกันแต่ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นัก หึหึ

                ซันนี่นึกถึงผิงเอ๋อ ที่พอเป็นวรยุทธ์อยู่บ้าง แต่ทว่ายังไม่ค่อยเก่งเท่าไรนักแค่พอเอาตัวรอดได้เท่านั้น แต่เธอลองมองซีซีแล้วเห็นทีว่าเธอคงมีเพื่อนฝึกวรยุทธ์ที่สูสีกันแล้วล่ะ...

            หม่อมชั้นฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กเพคะ ท่านพ่อส่งหม่อมชั้นไปฝึกกับท่านอาจารย์ที่แคว้นอื่น หม่อมชั้นเองก็เพิ่งเดินทางกลับมาถึงที่แคว้นจ้าวเมื่อไม่นานนี้เองเพคะ

                คำบอกเล่าของนางทำให้เธอรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ที่แท้นางก็มีฝีมืออาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับเธอก็ได้ ดีล่ะรับนางเอาไว้ดีกว่าจะได้มีเรื่องสนุกๆ อะไรทำฆ่าเวลา จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง...

                ซีซีมองพระพักต์ของฮองเฮาที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำไมกันหนา นางถึงได้รู้สึกว่าเหมือนกับนางกำลังจะถูกหมายปองให้ทำอะไรซักอย่าง ขนอ่อนในตัวของนางพร้อมใจกันตั้งชันเพื่อตอบสนองความคิดอันนั้น ที่แท้วันนั้นที่งานมงคลสาวน้อยที่เฟยจิ้งเจอก็คือ ซีซีนั้นเอง นางเพิ่งจะทำร้ายเหอกัวสลบไป ก็เลยคิดจะไปบอกให้พ่อรู้ตัว จึงได้ไม่ระวังไปชนเฟยจิ้งเข้า เรื่องนี้ซันนี่เพิ่งมารู้เอาตอนหลังแล้ว หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องอีกมากมาย นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่ตอนนี้ซันนี่เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดจบ ก็มีแผนอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว

            ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าก็เลยคิดจะให้บุตรีมาอยู่กับข้า เพื่อที่จะให้ข้าปกป้องนางใช่หรือไม่

                กระหม่อมมิบังอาจเช่นนั้น เพียงแต่ทว่ากระหม่อมหวังให้พระองค์ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา นางเองก็ทำร้ายฝ่ายนั้นมิใช่น้อย ท่านแม่ทัพคงไม่ยอมรามือง่ายๆ เป็นแน่ กระหม่อมมีบุตรเพียงคนเดียว ก็ไม่อยากให้นางต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ จึงต้องมาขอพระกรุณา ให้พระองค์ออกหน้าสักคราก็จะเป็นพระกรุณาพะย่ะค่ะ

            เรื่องนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง เอาเป็นว่าข้าขอรับนางเอาไว้ก็แล้วกัน แต่ข้ามีข้อแม้อยู่นะ ท่านจะรับได้หรือไม่

                ฝ่าบาทหมายถึงเรื่องอันใดพะย่ะค่ะ

                ข้าจะขอสิทธิ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องของบุตรสาวของท่านทุกเรื่อง ท่านจะตกลงหรือไม่

                โอ...กระหม่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งพะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงโปรดจะเป็นเรื่องใดก็ได้พะย่ะค่ะ

            ดี...งั้นข้าถือว่า ท่านได้ตกลงยกบุตรสาวของท่านให้กับข้าแล้วนะ จากนี้ไปชีวิตของนางก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งของข้าเป็นอันตกลงตามนี้ งั้นท่านก็กลับไปได้แล้วล่ะ ถ้ามีเรื่องอันใดข้าจะให้คนไปส่งข่าว

                หลังจากที่ท่านเจ้ากรมเฒ่าคล้อยหลังไป ซันนี่ก็หันมาหาของเล่นชิ้นใหม่ ที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ที่พื้นก่อนที่เธอจะสั่งให้นางลุกขึ้น

                เจ้าลุกขึ้นเถอะ

                ซีซีลุกขึ้นตามสั่งแต่ก็ยังไม่กล้ากล่าวอะไรออกมา

                เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องเป็นนางข้าหลวงก็ได้ เจ้ามาเป็นเพื่อนให้ข้าแก้เหงาก็พอ ข้าอยากให้เจ้าเป็นเพื่อนข้าซ้อมมือเจ้าทำได้หรือไม่

                พอได้ยินเรื่องฝึกวรยุทธ์ดวงตากลมโตของซีซีก็เปล่งประกาย แต่ไหนแต่ไรมาท่านพ่อไม่เคยชื่นชอบให้นางมีวรยุทธ์แต่ก็ต้องจำใจส่งเสริม เนื่องจากเป็นการสั่งเสียของท่านแม่ผู้ล่วงลับ ท่านแม่ของนางเป็นวรยุทธ์และมีหน้าตางดงาม นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมท่านแม่ถึงมาชอบท่านพ่อได้ ทั้งที่ท่านพ่อนอกจากเป็นขุนนางแล้วก็ทำอย่างอื่นไม่เป็นเลย แต่นางก็พอจะเดาออก ที่ท่านแม่เลือกท่านพ่อก็เพราะว่าท่านพ่อรักท่านแม่มาก มากเสียจนป่านนี้ท่านยังไม่ยอมแต่งงานใหม่ ถ้าเป็นเรื่องนี้นางก็พอจะเข้าใจท่านแม่อยู่บ้าง...

                ได้เพคะ หม่อมชั้นจะทำอย่างเต็มกำลังเพคะ

                ดีงั้นเจ้าก็ไปพักผ่อนก่อน แล้วเดี๋ยวข้าจะให้คนไปเรียก

            เพคะ หม่อมชั้นทูลลา

 

                ภายในห้องทรงพระอักษร....

                ไท้สือที่กำลังตรวจม้วนสารอยู่ อยู่ดีๆ กลับถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ เฟยจิ้งที่กำลังตรวจทานอยู่ด้านข้างกลับหัวเราะออกมา

                หึหึ

                ขำอะไรหรือ เฟยจิ้ง”  

                น้ำเสียงเข้มงวดที่เปล่งออกมาบ่งบอกอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก หากตอบไม่ถูกใจล่ะก็เห็นทีเขาคงต้องไปเป็นเหยื่อเสือที่ป้าอ๋องทรงเลี้ยงไว้เป็นแน่

                เปล่าพะย่ะค่ะ

                เจ้าจะบอกว่าเปล่าได้อย่างไร ก็ในเมื่อข้าเห็นเจ้ากำลังขำอยู่เมื่อครู่ หรือว่าปัญหาภัยแล้งที่เจ้าอ่านอยู่มีเรื่องอันใดน่าขำกระนั้นหรือ

                เฟยจิ้งมองม้วนสารที่แจ้งเรื่องภัยแล้งที่ถืออยู่ในมือ ก่อนที่จะอุทานเอะอะอยู่ในใจ ตายล่ะ! เขาพลาดซะแล้วเห็นทีคราวนี้ไม่พ้นเป็นอาหารเสือเป็นแน่ เฟยจิ้งกำลังจะกล่าวแก้ แต่กลับต้องชะงักเมื่อไท้สือกล่าวขึ้นมาก่อน

                ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว เจ้ากำลังหัวเราะข้าอยู่ใช่หรือไม่ ถ้ายังบ่ายเบี่ยงอีกคราวนี้ข้าจะส่งเจ้าไปเป็นอาหารเสือที่ข้าเลี้ยงไว้แทน

                กระหม่อมกำลังนึกอยู่ว่า ฝ่าบาทคงกำลังคิดถึงเรื่องของฮองเฮากระมังพะย่ะค่ะ

                หึหึหึ...เจ้ารู้ได้อย่างไรเล่า ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องของนางอยู่

                คงไม่มีเรื่องใดในใต้หล้าที่จะทำให้ฝ่าบาทต้องกลัดกลุ้ม จนต้องถอนพระทัยเท่าเรื่องของฮองเฮาเป็นไม่มีพะย่ะค่ะ

                ฮ่าๆๆๆ สมแล้วที่เจ้าเป็นสหายข้า เฟยจิ้ง ข้ากำลังคิดเรื่องของนางจริงๆ นั่น

แหล่ะ แต่เรื่องนี้หากพูดไปแล้วข้าอาจจะถูกหัวเราะเยาะเอาได้ แต่ก็เอาเถอะข้าเห็นเจ้าเป็นเหมือนพี่น้อง อย่างไรเสียเจ้าอาจมีแผนดีๆ ก็เป็นได้

                กระหม่อมยินดีช่วยทุกอย่างอยู่แล้วพะย่ะค่ะ

 

                ภายในห้องเรือนรับรอง...

                ซีซีที่ถูกพามาพักที่เรือนรับรองกำลังจ้องมองอุทยานหลวง จากหน้าต่างของห้องพัก ในตอนแรกซีซีเพ่งมองวิวที่เห็นก็รู้สึกคุ้นตา เมื่อก่อนตอนนางกำลังจะต้องไปฝึกวรยุทธ์ที่ต่างแดน ท่านพ่อเคยพานางมาที่ตำหนักหลังครั้งหนึ่งเมื่อ 5 ปีก่อน ท่านแม่ของนางเคยเป็นนางข้าหลวงของไทเฮาองค์ปัจจุบันมาก่อน พอต้องจากไปต่างแดน ท่านพ่อเลยให้นางมาเข้าเฝ้าเพื่อทูลลา แต่ตอนนั้นเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นภายในวังกำลังโศกเศร้ากับการจากไปขององค์หญิงฉางเอ๋อ ทั้งยังเรื่องที่ป้าอ๋องทรงประหารรัชทายาทและฮองเฮาพระองค์ก่อนอีก

                ในตอนนั้นราชสำนักยุ่งเหยิง แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งสนับสนุนและต่อต้าน วันนั้นหลังจากที่เข้าเฝ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านพ่อก็ได้เข้าเฝ้าต่อเพื่อคุยเรื่องราชการ นางจึงออกมาเดินเล่นด้านนอก ในตอนนั้นป้าอ๋องพระองค์ก่อนทรงประทับอยู่กับไทเฮาองค์ปัจจุบันด้วย...

                นางเดินเล่นมาเรื่อยๆ จนมาถึงอุทยานหน้าตำหนักใน ดอกไม้ที่นี่กำลังบานออกดอกสวยงามยิ่งนัก ช่างขัดกับสถานการณ์เสียจริง พอเดินมาถึงศาลาที่ตั้งอยู่กลางอุทยาน นางก็หมายใจจะเข้าไปหลบพักสักครู่ ในตอนนั้นฟ้าเริ่มค่ำแล้ว พรุ่งนี้นางต้องเดินทางแต่เช้า ท่านพ่อพอได้เริ่มคุยเรื่องราชกิจก็จะใช้เวลานานเสมอ นางจึงสั่งนางข้าหลวงเอาไว้ ว่าจะไปเดินเล่น แต่พอเข้าไปในศาลา กลับมีผู้ที่จับจองอยู่ก่อนแล้ว ที่นางไม่ได้สังเกตเห็นแต่แรกก็เพราะว่า คนที่อยู่ก่อนนั้นนอนอยู่ที่พื้นศาลาทำให้นางเกือบที่จะเดินเหยียบชายผู้นั้นเสียแล้ว

                เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่ หากเปรียบเทียบกับกลิ่นเหล้าที่โชยออกมาจากร่างที่นอนอยู่ ซีซีแปลกใจยิ่งนักที่มีคนมาเมามายอยู่ในส่วนของอุทยานหลวงเช่นนี้ หากใครมาเห็นเข้าชายผู้นี้คงไม่พ้นต้องถูกลงโทษเป็นแน่ แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงแสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ทำไมถึงได้ขี้เซาอย่างนี้นะ

                ซีซีกล้าๆ กลัวๆ ก่อนที่จะใช้เท้าลองเขี่ยชายแปลกหน้าดู ไม่เพียงไม่ขยับแต่กลับส่งเสียงอืออาออกมาแทน ซีซีถอนหายใจเฮือกอย่างน้อยก็ยังรู้สึกตัวอยู่แต่คงเมามากกระมัง ถึงได้หลับไม่รู้เรื่องได้ถึงขนาดนี้ ซีซีเคยเห็นท่านพ่อตอนที่คิดถึงท่านแม่ก็เอาแต่ดื่มเหล้าเช่นนี้เหมือนกัน บุรุษพวกนี้พอมีเรื่องทุกข์ใจก็เอาแต่ดื่มเหล้าไม่ทำงานทำการ ไม่รู้ว่ามีดีที่ตรงไหนเหล้าพวกนี้ (แต่ยัยนางเอกก็ชอบดื่มเหมือนกัน)

                ท่านๆ ตื่นเถอะ

                ซีซีที่ตอนนั้นอายุ12 ปี กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ชายที่เมาหลับอยู่บนพื้นตื่นขึ้นมาก่อนที่ใครจะมาเจอเข้า

                นี่ข้าบอกให้ตื่นไงเล่า ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ

                อืม...ใครกัน เจ้าเป็นใคร ออกไปให้พ้นหน้าข้านะ

                คนเมากลับหลบเป็นพัลวัน ทำให้สาวน้อยที่อุตส่าห์หวังดีฉุนขาด ซีซีเหลือบไปเห็นกาน้ำชาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก่อนที่จะหยิบขึ้นมาและเทรดไปบนหน้าของชายขี้เมา

                เฮ้ย! อะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้นใครกล้าสาดน้ำใส่ข้า

                ฮิฮิฮิ

                ชายที่ถูกนางสาดน้ำใส่แทบจะกระโดดขึ้นมา เมื่อถูกน้ำชาที่เย็นแล้วสาดใส่หน้า พอเขาตื่นขึ้นมาแล้ว ซีซีถึงได้รู้ว่าชายขี้เมาคนนี้ช่างสูงใหญ่เอาการเหมือนกันแฮะ หรือว่าเขาจะเป็นทหารองครักษ์กันนะ แต่ทำไมถึงได้มาเมานอนอยู่ที่ศาลานี่คนเดียวมืดๆ ค่ำๆ

                ชายขี้เมาเงยหน้าขึ้น วันนั้นเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงกอปรกับโคมไฟประดับตามตำหนักต่างๆ ส่องแสงสว่างมากนัก เขาจึงเห็นหน้าคนที่สาดน้ำใส่เขาได้ถนัด ชายขี้เมาที่ซีซีเห็นหน้าช่างเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีกว่าใครที่นางเคยเจอมาก่อน หากไม่นับป้าอ๋อง ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันเพื่อหยั่งเชิง ชายขี้เมามองเห็นคนสาดน้ำได้ชัดตาขึ้นจึงได้รู้ว่าคนที่สาดน้ำชาใส่เขา เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่รูปร่างบอบบางดวงหน้ากลมมนอย่างเด็กหญิงที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แต่ก็พอที่จะมีเค้าว่าโตขึ้นคงจะต้องเป็นหญิงสาวที่งดงามมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะดวงตากลมโตสุกสกาวคู่นั้นที่มองแล้วเหมือนกับว่ากำลังมองดวงดาวที่มาลอยเด่นอยู่บนพื้นดินเลยทีเดียว

                เด็กน้อยเจ้ามาแกล้งผู้ใหญ่เช่นนี้ ไม่สมควรเลยนะ เป็นบุตรของใครกันเจ้า ทำไมถึงได้เข้ามาที่อุทยานแห่งนี้ได้

                พอได้สติก็ทำเสียงเข้ม ดังผู้ใหญ่ดุเด็กน้อยที่ทำผิด ก่อนที่จะพยุงตัวให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่ศาลาพัก

                ท่านต่างหากที่ทำตัวไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ เหตุใดมาเมาหลับอยู่ที่อุทยานหลวงแห่งนี้ หากข้าไม่ปลุกท่านขึ้นมาหากใครมาเห็นเข้า ท่านต้องโดนลงโทษเป็นแน่

                ชายขี้เมามองหน้าเด็กสาวก่อนที่จะหัวเราะออกมา

                ฮะๆๆๆ ข้าดูไม่มีราศีขนาดนั้นเชียวหรือ เห็นทีข้าเฟยจิ้งบุตรชายมหาเสนาบดีผู้นี้คงต้องพิจารณาตัวใหม่กระมัง

                หา!!! ท่านน่ะหรือ บุตรชายมหาเสนาบดี อย่ามาหลอกข้าหน่อยเลย ข้าไม่เชื่อท่านหรอก

                ครานี้เป็นเฟยจิ้งที่กลับต้องตกที่นั่งลำบาก เมื่อสาวน้อยตรงหน้ากลับไม่เชื่อทั้งยังทำหน้าตาดูถูก และทำท่าเหมือนกับว่าจะตะโกนให้ทหารองครักษ์มาจับเขาเดี๋ยวนี้แล้ว     เฟยจิ้งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเสนาบดี ภายหลังไม่นานจึงได้เลื่อนมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหาร

                ชายหนุ่มไม่อยากให้เรื่องบานปลายใหญ่โต หากนางไม่เชื่อถึงขั้นตะโกนให้ทหารองครักษ์มาจับเขา อาจทำให้เรื่องยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่จึงได้หยิบป้ายหยกประจำตำแหน่งขึ้นมา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้านั้นอ่านหนังสือออกหรือไม่ แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย พลางยื่นป้ายหยกให้สาวน้อยตรงหน้า

                นางพิจารณาชั่วครู่จนเฟยจิ้งคิดว่านางคงอ่านไม่ออก เขาจึงหมายจะอธิบายให้ฟัง แต่ยังไม่ทันได้กล่าวสาวน้อยนางนั้นกลับชิงพูดขึ้นก่อน

                ท่านคือท่านเฟยจิ้งจริงๆ ด้วย ดีนะที่ท่านหยิบมันมาให้ข้าดูก่อน ไม่เช่นนั้นข้ากำลังคิดว่าจะตะโกนให้ทหารมาจับท่านไปขังคุกสักคืนสองคืนพอดี

                สวรรค์...นางช่างเป็นสาวน้อยที่โหดร้ายยิ่งนัก อา...อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่านางอ่านหนังสือออก แสดงว่านางคงเป็นลูกขุนนางคนใดคนหนึ่งกระมัง...

                เนื่องจากว่าในยุคนั้นหากไม่ได้เป็นบุตรของขุนนางหรือร่ำรวยเป็นคหบดี ราษฎรส่วนใหญ่จะไม่รู้หนังสือ ยิ่งเป็นหญิงสาวด้วยแล้วยิ่งเป็นไปได้ยากที่จะรู้ ถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรสาวของขุนนางหรือร่ำรวยเพียงใดก็ตาม ส่วนใหญ่ไม่นิยมให้บุตรสาวเรียนหนังสือกันมากนัก หาได้ก็เป็นส่วนน้อยนักที่จะมีหญิงสาวที่รู้หนังสือ และยิ่งมีวรยุทธ์ด้วยยิ่งหาได้ยากกว่ามากนัก...

                เจ้าเป็นใคร? เข้ามาที่นี่ได้อย่างไรหรือว่าตามบิดา หรือมารดามาเข้าเฝ้า!

                แล้วท่านล่ะมาทำอะไรอยู่ตรงนี้? สภาพนี้? ไม่อายเด็กอย่างข้าบ้างหรือ

                เฟยจิ้งอยากใช้ศีรษะพุ่งชนเสายิ่งนัก ตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยเจอหญิงสาวผู้ใดที่เถียงคำไม่ตกฟากเช่นนี้  

                เจ้า!! นี่เจ้า...

                เอ้าๆ ระวังนะจะไม่สบายเอา แล้วนี่ท่านยังไม่ตอบข้าเลย ว่าท่านทำไมมานอนเมาอยู่ที่นี่

                ท่าทางไม่กลัวเกรงกับดวงตาใส ทำให้คำพูดที่จะต่อกรทั้งหมดถูกกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว เฟยจิ้งกลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สีหน้าโศกเศร้าที่หายไปเริ่มกลับคืนมา ก่อนที่จะมองหาขวดเหล้าที่ยังพอเหลืออยู่เพื่อดื่มต่อ

                นี่ๆ ไม่ต้องดื่มแล้วนะ ข้ากลัวท่านจะมานอนตายแข็งทื่อตรงนี้

                ดูนางสิ เพิ่งตัวแค่นี้ช่างปากคอเราะร้ายนัก

                นั่นก็เป็นเรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าจะไปไหนก็ไปซะ

                ซีซีเห็นเฟยจิ้งตั้งท่าจะดื่มต่อก็เลยดึงขวดเหล้าออกจากมือของชายหนุ่ม ก่อนที่จะเทเหล้าที่เหลืออยู่ในขวดทิ้งต่อหน้า ทำให้เฟยจิ้งยิ่งตกใจจนอ้าปากค้างกับการกระทำของนาง

                เจ้าทำอะไรน่ะ!

                ท่านไม่เห็นหรือ ข้าก็เทเหล้าท่านทิ้งอย่างไรเล่า

                ข้าเห็นแล้วเจ้าไม่ต้องบอก แต่ที่ข้าอยากรู้น่ะ เจ้าทำเช่นนี้ทำไมกัน

                ถ้าท่านคิดจะดื่มนะ โน่นไปดื่มในห้องของท่านโน่น อย่ามาดื่มตรงนี้ ข้าจะดูดาว ท่านเห็นหรือไม่ ว่าคืนนี้ท้องฟ้าช่างเป็นใจนัก ทำให้เห็นดวงดาวมากมายช่างหาดูได้ยากจริงๆ

                แทนที่นางจะตอบคำถามของเขาแต่กลับชี้ชวนให้เขาดูดาวเป็นเพื่อนนาง เฟยจิ้งได้แต่ถอนหายใจเห็นทีวันนี้เขาคงดวงไม่ดีขนาดหนักที่มาเจอสาวน้อยผู้นี้เข้า

                เจ้าดูไปคนเดียวเถอะ ข้าจะไปล่ะ

                เดี๋ยว! ท่านต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าก่อน เมื่อครู่ข้ายังอุตส่าห์ปลุกท่านขึ้นมาท่านยังไม่ได้ตอบแทนข้าเลย

                เรื่องที่เจ้าสาดน้ำใส่ข้า ข้ายังไม่ได้เอาเรื่องเจ้า แล้วเจ้าจะมาทวงบุญคุณกับข้าอีกหรือเนี่ย เจ้านี่เป็นเด็กอย่างไรกันนะ

                ซีซีไม่ตอบ แต่กลับจับมือเฟยจิ้งไว้แน่น ก่อนที่จะจูงมือเขาให้นั่งลงด้วยกันที่ศาลา การที่นางทำเช่นนี้ก็เพราะว่า ถึงนางจะยังเป็นเด็ก แต่นางก็โตพอที่จะรู้เรื่องของชายผู้นี้ ที่ต้องสูญเสียคนรักและว่าที่ภรรยาไป เมื่อหลายปีก่อนตอนที่นางสูญเสียท่านแม่ไป นางก็มีดวงตาเช่นนี้เหมือนกัน พอเห็นแบบนี้แล้วกลับไม่สามารถปล่อยชายผู้นี้ไปได้โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

                ข้าก็เป็นเด็กดี ที่รู้จักแยกแยะน่ะซิ ข้าน่ะเคยได้ยินเรื่องของท่านมาก่อน

                พอพูดถึงตรงนี้มือใหญ่ที่อยู่ในอุ้งมือเล็กเกร็งขึ้นพยายามที่จะดึงออก แต่ซีซีหรือจะยอมแม้ว่านางอาจแพ้แรงเขา แต่ซีซีกลับใช้ทั้งสองมือจับมือเขาเอาไว้แน่น

                เจ้ายังเด็กนักจะเข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่ได้อย่างไร

                ข้าไม่เข้าใจหรอก โดยเฉพาะผู้ใหญ่เช่นท่าน ท่านไม่รู้หรือ เรื่องที่ท่านเป็นแบบนี้แม้ตัวข้าที่เป็นเด็กยังรู้เลยว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เรื่องที่ข้าไม่เข้าใจท่านก็คือ ทำไม่ท่านถึงได้ไม่เข้าใจผู้อื่นที่เป็นห่วงท่านอยู่ เมื่อวันก่อนข้าบังเอิญไปเจอท่านมหาเสนาธิการ ข้าเห็นท่านทำหน้ากังวลใจเรื่องของท่านตอนที่ท่านกำลังยืนคุยอยู่กับขุนนางท่านอื่นที่ถามถึงท่าน

                เจ้าเห็นหรือ! นี่เจ้าเป็นใครกันแน่เนี่ย? เป็นสายลับแคว้นไหนกันหรือ?”

                น่าแปลกนักพอได้คุยกับนางเด็กสาวที่เพิ่งโต เขากลับมีความรู้สึกว่าความเศร้าภายในจิตใจกลับไม่เจ็บปวดอย่างที่เคย เขารักฉางเอ๋อมาก อาจเป็นเพราะว่าเขากับนางเติบโตมาด้วยกัน ความรักที่เขามีให้นางเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นความรักของคนรัก หรือว่าเป็นความรักที่พี่ชายมีต่อน้องสาวกันแน่...

                หึหึหึ ท่านแย่แน่ ข้าจะต้องเอาความลับนี้ไปขายได้เงินทองมากมายอย่างแน่นอน

                เมื่อเห็นเฟยจิ้งมีอารมณ์ที่ดีขึ้น ถึงขั้นกระเซ้าเย้าแหย่นาง นางจึงค่อยคลายกังวลไปได้บ้างก่อนที่จะแกล้งรับคำที่เฟยจิ้งพูดไว้

                หึหึ...งั้นข้าก็สมควรที่จะฆ่าปิดปากเจ้าเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยกระมัง

                เฟยจิ้งได้ที หวังที่จะชักสีหน้าให้นางได้กลัวเกรงสักครา แต่กลับเห็นสีหน้าระรื่นของนางแทน นี่เขาไม่น่ากลัวขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ...

                หึหึ อย่างท่านน่ะหรือจะฆ่าข้า

                นี่เจ้าไม่มีความกลัวเกรงข้าเลยหรือเนี่ย เฮ้อ! เห็นทีข้าคงหมดอนาคตแล้วกระมัง แม้กระทั้งเด็กสาวสักคนยังทำให้นางกลัวเกรงข้าไม่ได้

                แหม!  ก็ท่านนะมองยังไงก็ไม่กล้าฆ่าเด็กกับผู้หญิงหรอก อย่างท่านน่ะเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านางข้าหลวงจะตายไป ท่านไม่เหมาะกับการตีหน้าขึงขังให้ผู้หญิงกลัวท่านหรอก

                เอ๋...จริงหรือ อย่างข้าเนี่ยนะเป็นที่ชื่นชอบของนางข้าหลวง

                เฟยจิ้งรู้สึกตื่นใจกับข่าวใหม่เล็กน้อย เขาไม่เคยรู้เลยว่าตนเองจะเป็นที่กล่าวขวัญถึงของเหล่านางข้าหลวงจนกระทั้งสาวน้อยคนนี้นำมาพูดได้

                ใช่! ท่านไม่รู้หรือว่า พอได้ยินเรื่องที่ท่านกำลังจะแต่งงาน นางข้าหลวงที่หมายปองท่านทั้งหลายถึงกับนอนน้ำตาเปียกหมอนกันไปหลายคน

                ถึงขนาดนั้นเลยหรือ หึแต่ก็นะคนอย่างข้านับว่าเป็นคนที่ดวงซวยที่สุดแล้ว พอมีคนรัก คนรักก็ตายจาก พอจะได้แต่งงานเจ้าสาวก็ถูกฆ่าตาย หึ! อย่างนี้จะมีใครกล้าแต่งงานกับข้ากันเล่า นางจะกล้าที่จะลองฝืนดวงชะตามาเสี่ยงแต่งงานกับข้างั้นหรือ

                ท่านทำไมถึงได้พูดเช่นนั้น หากหญิงอย่างพวกเรารักชายใดสักคน แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อที่จะได้อยู่คู่เคียงแม้เพียงสักครั้งก็ยอมได้

                ฮ่ะๆๆๆๆๆ เจ้ายังเป็นแค่เด็กสาว ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า สาวน้อย เจ้าจะมาเข้าใจอะไรเล่ากับเรื่องของความรัก

                ท่านกล่าวผิดแล้ว ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็รู้จักความรักด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรักพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน หรือคนรอบตัว ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ด้วยกันทั้งนั้นหรือท่านว่าไม่จริง

                อื้ม...เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้ายังเด็กมากนัก นี่เจ้าอายุเท่าไรกันแน่

                ฮิฮิ ปีนี้ข้าย่าง12 แล้ว เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ถ้าข้าโตขึ้น แล้วยังไม่มีใครยอมแต่งงานกับท่าน ข้าก็จะยอมแต่งเข้าสกุลเฟย เป็นฮูหยินของท่านให้ดีไหมล่ะ

                เฟยจิ้งได้ยินสิ่งที่สาวน้อยตรงหน้ากล่าวก็นึกสนุก จึงได้หยิบหยกประดับที่ห้อยติดตัวไว้ตลอดเวลาขึ้นมา ก่อนที่จะมอบให้สาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า...

                เอ้า! งั้นข้าให้นี่กับเจ้าก็แล้วกัน เป็นเครื่องหมายว่าเจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า ถ้าเจ้าโตขึ้นแล้วข้ายังไม่มีใครแต่งงานด้วย เจ้าก็จงแต่งเข้าสกุลเฟยมาเป็นฮูหยินให้ข้าก็แล้วกัน

                ซีซีหยิบหยกเนื้อดีที่เฟยจิ้งส่งให้มาส่องดู พบว่าเป็นหยกเนื้อดีที่หาได้ยากยิ่ง ในแผ่นดินนี้นอกจากป้าอ๋องแล้วก็คงมีแต่ชายผู้นี้กระมังที่มีปัญญาครอบครองได้

                ข้าว่าข้าทำให้ท่านสร่างเมาได้แล้วนะ ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไปอาบน้ำก่อนจะดีกว่ากระมังจะได้สร่างเมาไปเลย

                ฮ่าๆๆๆ ข้าไม่ได้เมาถึงขนาดนั้นซักหน่อย ข้าก็แค่ทำตามที่เจ้าพูดต่างหาก ถ้าหากเจ้าโตขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นข้ายังไม่ได้แต่งงาน และเจ้ายังไม่มีใคร เจ้าก็แต่งเข้าสกุลเฟยของข้าก็แล้วกัน ข้าจะไปรับเจ้ามาแต่งงานด้วยอย่างแน่นอน

                ซีซีกำลังจะตำหนิความบ้าของชายตรงหน้า แต่กลับต้องกลืนคำพูดเข้าไปใหม่ เมื่อเหลือบตาไปเห็นนางข้าหลวงที่ทำท่าเหมือนกับกำลังหาอะไรซักอย่าง แย่ละ...ท่านพ่อคงเข้าเฝ้าเสร็จแล้วกระมัง ทำอย่างไรกันดีนะ ถ้ามีคนมาเห็นนางที่กำลังอยู่กับเฟยจิ้ง เห็นทีนางคงต้องตกเป็นข่าวใหญ่ ให้นางข้าหลวงผู้นี้นินทาสนุกปากเป็นแน่ ถึงแม้ว่านางจะยังเป็นเด็กอยู่ก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากตกเป็นที่นินทาของพวกนาง ไม่งั้นนางต้องถูกท่านพ่อลงโทษเป็นแน่

                เอาล่ะ...งั้นข้ารับหมั้นท่านไว้ก่อนก็แล้วกัน อย่าลืมสัญญาก็แล้วกันไม่อย่างนั้นข้าจะเล่นงานท่านให้หนักเลยทีเดียว

                เฟยจิ้งมองมือเล็กที่กำมือของเขาไว้แน่น ก่อนที่จะยิ้มออกมา

                เจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะไม่มีวันลืมสัญญานี้เป็นแน่ เจ้าก็อย่าเพิ่งมีใครก็แล้วกัน

                งั้นข้าคงต้องไปแล้ว ไปก่อนนะ

                เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน! เจ้าชื่ออะไร ข้ายังไม่รู้เลย รอเดี๋ยว

                เฟยจิ้งได้แต่มองตามหลังบอบบางที่วิ่งอย่างรวดเร็วจนลับตาไป

 

                ซีซีวิ่งไปเจอกับนางข้าหลวงที่มาตามหานางพอดี นางจึงเดินตามนางข้าหลวงคนนั้นไปพบท่านพ่อที่กำลังยืนคอยอยู่ วันรุ่งขึ้น นางจึงเริ่มเดินทางไกลเพื่อไปฝึกวิชาที่ต่างแคว้น หลังจากนั้น 5 ปี นางถึงได้กลับมา วันนั้นที่งานมงคลของท่านหลิวกับฮูหยินอ้ายหลิน คนที่ชนเฟยจิ้งที่ศาลาก็คือนางนั่นเอง ซีซีจำเฟยจิ้งได้ตั้งแต่แรกพบ แต่ทว่าเฟยจิ้งกลับไม่ได้มีท่าทีจำนางได้แม้แต่นิดเดียว ซีซีหยิบหยกประดับที่ติดตัวนางมาตลอดห้าปีขึ้นมา   

                หึ...เจ้าหยกเอ๋ย เจ้าของของเจ้าช่างเป็นตาแก่ที่หูตาฝ้าฟาง แม้แต่ข้าเขาก็ยังจำไม่ได้ เอาเถอะต่อไปข้าจะไม่ใยดีเจ้าของของเจ้าอีกแล้วนะ ต่อให้มาดีด้วยข้าก็จะไม่ยอมดีด้วยง่ายๆ เป็นเด็ดขาด

                ซีซีมองศาลาที่อยู่ในความทรงจำของนางผ่านหน้าต่างในเรือนรับรอง ที่ฮองเฮาทรงให้นางข้าหลวงจัดไว้ให้ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ซีซีคงไม่มีทางรู้หรอกว่าอีกไม่นานชายที่นางคิดว่าจะไม่ยอมดีด้วยอย่างเด็ดขาดอย่างเฟยจิ้งจะพาตัวเองเข้ามาพัวพันเสียจน เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำให้เขาและเธอต้องตกที่นั่งลำบากด้วยกันทั้งคู่...

 

                ห้องทรงพระอักษร.....

                เฟยจิ้งหลังจากที่ได้ฟังไท้สือกล่าวอะไรบางอย่างก็นิ่งขึงไปชั่วครู่ ก่อนที่จะ

                พรืดดด...ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ ท่าน...โอ๊ย! ฮ่าๆๆๆ ไม่น่าเชื่อท่านจะจะเป็นบุรุษที่หน้าสงสารที่สุดเช่นนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ

                เคร้ง!!!

                เฮือก...เสียงชักดาบของไท้สือที่ทำให้เสียงหัวเราะของเฟยจิ้งต้องหยุดชะงักโดยทันที ไท้สือที่ตอนนี้เปล่งออร่าแห่งการฆ่าฟันออกมาอย่างเหลือเฟือ กำลังยืนจ้องหน้าเฟยจิ้งอย่างเฉยเมย ตายล่ะเฟยจิ้งเอ๋ย! รนหาที่ตายแล้วไหมล่ะ เจ้าโง่...

                เอ่อ...กระหม่อมว่าพระองค์เก็บดาบก่อนจะดีกว่าไหมพะย่ะค่ะ ถ้าพลั้งเผลอไปอาจทำให้มีคนต้องบาดเจ็บได้ แฮะๆ

                อ้อ!...ข้าไม่ได้หวังจะทำให้ใครต้องบาดเจ็บหรอก แต่ข้าหวังที่จะฆ่ามันเลยต่างหากเจ้าว่าดีหรือไม่จะได้ไม่ต้องฟังเสียงหัวเราะที่บาดหูนี่อีก

                แหม! ใครนะช่างบังอาจทำให้ท่านอ๋องอารมณ์เสียได้ เอาล่ะกระหม่อมว่าพวกเรามาปรึกษาเรื่องที่พระองค์กล่าวไว้ก่อนจะดีกว่ากระมัง หากทิ้งเอาไว้ก็จะยืดเยื้อทำให้พระองค์ต้องรอนานอีก

                เฟยจิ้งเปลี่ยนน้ำเสียงให้เป็นงานเป็นการมากขึ้น  พยายามเบี่ยงเบนให้ไท้สือเก็บดาบ ไท้สือเองก็รู้ว่าเฟยจิ้งกำลังคิดอะไรอยู่จึงได้เก็บดาบคืนฝัก อันที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดฆ่าคนสนิทอย่างเฟยจิ้งหรอก อย่างมากเขาก็คงจะเลือกที่ฟันให้บาดเจ็บสักแผลสองแผล (นี่ขนาดเพื่อนสนิทนะเนี่ย)

                เจ้ามีความคิดอันใดก็ว่ามา ข้ากำลังรอฟังอยู่

                เอ่อ...ตามที่ฝ่าบาทเล่ามาฮองเฮาทรงหวังที่จะรอวันแต่งงานใช่หรือไม่กระหม่อม

                ใช่! แต่ข้าไม่อยากรอ  กว่าจะถึงฤกษ์ที่ได้มาก็อีกหลายเดือนยิ่งนัก นางกับข้าอยู่ด้วยกันมาเป็นปีแล้วนะ เฮ้อ! แต่ข้าก็ไม่อยากฝืนใจนาง หากใช้ยาหรือเหล้ากับนาง ข้าก็กลัวว่านางจะเกลียดข้าน่ะซิ

                เฟยจิ้งที่ตอนนี้กลายเป็นเสนาธิการที่ปรึกษาปัญหาครอบครัวไปเรียบร้อย กำลังระดมสมองเพื่อที่จะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับไท้สือ แต่สิ่งที่เขาคิดได้ก็คือ เห็นทีครานี้เขาคงต้องทำเรื่องที่เสี่ยงต่อการโดนฮองเฮาประหารเป็นแน่

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #2304 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2551 / 04:23

    เฟยจิ้งจะจำสัญญาได้มั้ยเนี้ย
    ลุ้นลุ้น

    #2304
    0
  2. #2303 nui (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 22:49
    เจ๊จ้า หนูนุ้ยมาแว้ววววววววววววววววววว



    แบบว่าเมื่อวานไม่ได้คุยกะเจ๊เลยอ่ะ คิดถึงเจ๊จังเยย



    ต้องทำรายงานกะเพื่อนกว่าจาเสร็จตี 4 แน่ะ



    วันนี้ก้อมีเรียนตอน 5 โมงเย็นอีก เหนื่อยมากๆเลยเจ๊



    ตอนหน้าพี่เฟยจิ้งของเราจาคิดแผนอารายน้า อิอิ อัพเร็วๆนะเจ๊
    #2303
    0
  3. #2302 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 13:34
    ยังสนุกได้อีก

    อิอิ

    หนังสือเล่มแรกนี่จบถึงตอนไหนค่ะพี่เกด
    #2302
    0
  4. #2301 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 11:23

    ซี ซี ร้ายนะตัวเอง เล่นออกปากจะแต่งให้เฟยจิ้ง ตั้งแต่วัยกระเตาะเลยน้า

    หุ หุ ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียไม่มี  ที่แท้ก็มีพันธะหมั้นหมายกันโดยอุบั๖เหตุนี้เอง เพิ่งเก็จ

    ว่าแต่ไท้สือ กลุ้มใจเรื่องโดนซันนี่แกล้งให้ค้างรึเปล่า มั้ง!

    อย่าหวัเราะเยาะไท้สือไปนา  เดี๋ยวเจอเข้ากับตัวเองจะหนาวววว  โหะ โฮะ กร๊ากกกกๆ

    Painting by Dinglin

    #2301
    0
  5. #2300 มิม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 10:00
    สนุกจังเลยค่ะ อยากให้หนังสือเสร็จวันนี้พรุ่งนี้ไปเลย

    อยากอ่านจะแย่แล้ว
    #2300
    0
  6. #2299 kae (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 09:49
    เอ.... เรื่องจะเป็นไงต่อไปนะ ชักอยากรู้แล้วสิ
    #2299
    0
  7. #2298 เวหา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 09:45
    ขอเอาใจช่วยเฟยจิ้งด้วยนาๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2298
    0
  8. #2297 kaguya (@misuno) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 09:41
    เฟยจิ้งจะจำซีซีได้ไหมน๊อออ
    #2297
    0
  9. #2296 พลอยใส (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2551 / 02:18
    อยากรู้จังเฟยจิ้งหัวเราะไท้สือเรื่องอะไร...รีบมาอัพนะค่ะ
    #2296
    0
  10. #2295 Pim (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 23:58
    เจ๊



    จาถอดนิยายออกแล้วหรา -O-





    งิงิงิ
    #2295
    0
  11. #2294 poopay (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 21:42
    ว้าวววว O.O



    ชอบจังเลย คู่เฮียเฟยกะซีซี



    น่าร๊ากกกกกก



    คิกๆๆๆๆ
    #2294
    0
  12. #2293 rin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 18:32
    กรี๊ดดมากค่ะ

    ถูกใจสุดๆ

    กะลังหาแนวนี้อ่านอยู่พอดี

    นั่งอ่านรวดเดียว33ตอน



    พี่แต่งได้น่ารักมากๆเลยค่ะ

    เป็นกำลังใจให้

    อัพไวๆนะคะ
    #2293
    0
  13. #2292 1412 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 18:17
    งือๆมาต่อเร็วๆน๊าอยากอ่านมักม๊ากกกกกกกกกกกกกกก>0<เย้ๆคู่ของเฟยจิ้งจะมาแย้ว(ครั้งก่อนพิมพ์ผิดไปสองตัวกลายเป็นเฟ้ยจิ้น555+พอดีความจำสั้นถ้าชื่อตัวละครอ่านยากเลยจำผิดไปหน่อยแฮ่ๆๆ(หน่อยรึป่าวหว่า))
    #2292
    0
  14. #2291 มิม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 18:04
    หวงจิงๆเลยน่ะค่ะ วันนี้เปิดมา 3 รอบแล้ว ได้รอบละจึ๋งหนี่ง

    จะหวงไปถึงไหนกันค่ะ เดี๋ยวคนรอก็อัดอั้นตายพอดี
    #2291
    0
  15. #2290 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 17:32
    มาตามติดทุกสามชั่วโมงเลย

    กดดันพี่เกดไปไหมเนี่ย
    #2290
    0
  16. #2289 หนอนหนังสือ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 15:58
    จาออกเป็นเล่มแล้วหรอ......จาไปอุดหนุนนะ

    แต่ก่อนอื่น ช่วยอัพๆๆๆๆๆๆ ทุกวันเลยนะ

    ตามอ่านตามเปิดทุกวันเลย

    คู่เฟยจิ้งมาแล้ว แต่คู่ชางไห่เงียบไปเลย

    คู่ไท้สือ กะ ซันนี่ ก็โดนบดบังซะมิดเลย

    แต่ก้อจะรออ่าน ทุกคู่นะ
    #2289
    0
  17. #2288 รออ่านอ่ะ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 14:27
    อัพๆๆๆๆๆๆ รออยู่อ่ะ หนุกอ่ะ ถึงคราวเฟยจิ้งแล้วอ่ะที่จาโดนซันนี่แกล้งเอาอ่ะ มาอัพเยวๆๆๆนา รออยู่อ่ะ
    #2288
    0
  18. #2287 fiberhaha (@fiberhaha) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 13:51

    โอะ โอ ที่แท้มีอดีตต่อกันนี่เอง

    ท่าทางคู่นี้จะไม่ลงเอยกันง่ายๆ

    #2287
    0
  19. #2286 อายจัง (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 13:19
    รีบอัพต่อนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2286
    0
  20. #2285 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 12:42
     ที่แท้ เป็นคู่กัดกันมานมนานแล้ว  คราวนี้ เข้าโหมด สาวแสบ เก่ง ดุ  ซี ซี  กับ เฟยจิ้ง

    คงน่าดู ซันนี่ สนุกแน่งานนี้ คงหลอกไม่ง่ายเหมือนอ้ายหลินผู้ไร้เดียงสา กร๊ากกกๆ

    ซี ซี มั้ง
    #2285
    0
  21. #2284 พลอยใส (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 12:39
    รีบมาอัพต่อนะกำลังสนุกเลย
    #2284
    0
  22. #2283 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 12:00
    555555
    เฟยจิ้งท่าทางจะเจอคู่ปรับแล้ว
    #2283
    0
  23. #2282 T-NA (@240534) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 11:33
    เจ๊เกดค่ะ สั่งนิยายแล้ว การชำระเงินจะต้องทำยังไงค่ะ
    #2282
    0
  24. #2281 T-NA (@240534) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 11:28

    เย้ เฮียเฟยมีคู่แล้ว สู้สู้ค่ะพี่เกด

    #2281
    0
  25. #2280 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 10:29
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2280
    0