เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก (Pre-order!)

ตอนที่ 12 : 10 : คนที่โคจรมาสู่จุดที่ไม่รู้จักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 พ.ย. 62


10

คนที่โคจรมาสู่จุดที่ไม่รู้จักกัน

 

 

 

“กรี๊ดดดด พี่ทันนน”

 

“กรี๊ดดดด พี่ก้องงง”

 

“กรี๊ดดดด พี่ปาล์มมม”

 

“กรี๊ดดดด พี่เจ๋งงงง”

 

“กรี๊ดดดด น้องพายยย”

 

“กรี๊ดดดดด พี่เคคคค”

 

แน่นอนครับว่าไอ้ที่กรี๊ดแหกปากเหมือนเป็นบ้านี่คือไอ้ข้าวเอง ถามจริง ชีวิตจริงใครมันจะมายืนแหกปากกรีดร้องเหมือนโดนของเข้าตามโรงอาหารมหาลัย ถ้าไม่ใช่หน้าม้าอย่างเพื่อนผมที่ทำอยู่ที่โรงอาหารแบบนี้

 

“โดนของเหรอข้าว” ต้อมว่า เพราะตอนนี้ฟินอมมินอลที่กินข้าวอยู่ตรงนี้มีแค่ผมคนเดียว

 

“ซ้อมไงมึง เดี๋ยวกูจะเกณฑ์คนไปเชียร์มึงอยู่หน้าสุด เอาแท่งไฟไหม เอาโปรเจ็กต์ด้วยไหมกูทำให้ได้นะ”

 

“คืออะไรอีกกก”

 

ปวดหัวครับ อยู่กับข้าวนี่เหมือนตัวเองกำลังมโนว่าเป็นศิลปินจริงๆ ทั้งเฟซบุ๊ค ไอจีข้าวมีแต่ประชาสัมพันธ์วงผม ตอนนี้แฟนเพจเฟซบุ๊ควงที่มีคนติดตามไม่ถึงพันก่อนหน้านี้ กระโดดพรวดพราดขึ้นมาจะหมื่นคนแล้ว

 

“ดูเอา ว่าวงมึงเริ่มดังแล้วนะจ๊ะ คนกดไลค์เยอะกว่าวงอื่นที่ไปวันนั้นอีก”

 

แถมในรายการประกวดมีถ่ายทอดไลฟ์สดของแต่ละคนไว้ด้วยอีกต่างหาก ทั้งภาพทั้งเสียงชัดเป๊ะจนอายหน้าตัวเองชะมัด

 

แล้วดูแต่ละคอมเมนต์ที่เมนต์กันมาในโพสต์ฟินอมมินอลด้วย

 

โห หล่อไปปะ

 

โหดว่ะ ขับเสภาด้วย

 

ทำไมทำออกมาแล้วเข้ากันจัง

 

พี่เคนี่ ที่ร้องทำนองเสนาะเก่งๆ

 

จำได้ๆ พี่ที่เคยออกรายการ สุดคูลสคูลแนว ไง

 

คอมเมนต์ส่วนใหญ่ไปในทางที่ดี แถมส่วนใหญ่แห่ชมพี่เคแบบสุดฤทธิ์สุดเดชจนห้าคนที่เหลือดับวูบ แต่ก็ไม่ได้อะไรเพราะถ้าโดยรวมมันดีแล้วในสายตาคนดู ผมก็ยิ้มได้แบบเต็มปากเต็มตาเสียที

 

ไม่เสียแรงเหนื่อยเลยจริงๆ

 

“แล้วพี่เคอยู่ไหนอะ นัดซ้อมกันอีกปะเนี่ย” ต้อมถาม ไอ้นี่ดูตื่นเต้นกว่าพวกผมที่ได้ผ่านเข้ารอบอีก

 

“ก็เรียนอยู่คณะเขาไง เขาไม่มานี่ให้เสียเวลาชีวิตเขาหรอก”

 

“ซ้อมล่ะ ซ้อมเมื่อไหร่อีก กูอยากตามไปดูเหมือนไอ้ข้าวบ้าง”

 

“ไปทำไมรกห้อง” ข้าวว่าพลางทำตาค้อน

 

“กลัวไปเป็นก้างขวางมึงกับก้องล่ะสิ”

 

“อุ๊ย” ความลับแตก ปฏิกิริยาข้าวคือเลิ่กลั่กเลย “ซบกันนัวเลยวันที่ไปร้านเหล้า”

 

“มึงเห็นเหรอ”

 

“อู้หู วันนั้นกูเมาเลยไม่รู้ว่ามึงไปต่อกับไอ้ก้องหรือเปล่า ถามจริง ที่กรี๊ดวงกูอวยวงกูเนี่ย เพราะไอ้ก้องปะเนี่ย”

 

“ตลก ก็รักพวกมึงทั้งวง ไม่มีอะไรในกอไผ่เลย กินเหล้าเสร็จแยกย้ายกลับหอ” แล้วตาน่ะไม่ต้องล่อกแล่ก

 

“ติดต่อผ่านกูได้นะ ไอ้ก้องมันหล่อเอวดีไม่มีใคร” เพราะชีวิตอยู่กับเรียน ดนตรีและสุราจริงๆ

 

“ยังไม่ได้พูดเลยว่าจะเอาอะ”

 

“สายตามึงมันฟ้องน่าข้าว กูยกให้มึงเป็นหัวหน้าแฟนคลับเลยก็ได้”

 

“ได้ กูคิดชื่อด้อมให้พวกมึงเลย”

 

เนี่ย ผมว่านี่น่าจะเป็นความฝันของข้าวเลยก็ว่าได้ ไปได้สวยกับสมาชิกในวงแถมได้เป็นผู้นำแฟนคลับให้วงผม แต่จะว่าไปก็ข้าวนี่แหละที่ซัพพอร์ตฟินอมมินอลมาตลอด ก้องกับข้าวมันก็เห็นๆ กันอยู่ตลอดจนกินเหล้าวันนั้นแล้วเผลอตัวนั่งซบกันนั่นแหละ

 

เชี่ยก้องงง มึงนี่มันร้ายไม่เบานะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

“อาจารย์เรียกว่ะ”

 

 ในห้องซ้อมที่ช่วงนี้วงอื่นหลีกทางให้ฟินนอมมินอลครองห้อง พวกผมก็ได้มานอนเกลือกกลิ้งเปิดแอร์ในห้องชมรมถึงวันนี้จะยังไม่ถึงคิวซ้อมเพราะอยู่ในช่วงพักสองวัน แต่ปาล์มก็คาบข่าวบางอย่างมาบอกอีก

 

“อาจารย์ไร”

 

“ที่ปรึกษาชมรม”

 

“มีไรปะวะ” จากที่นอนกดโทรศัพท์อยู่ผมก็เด้งตัวขึ้นมาเพราะนานทีปีหนจะได้ยินว่าอาจารย์เรียกบ้าง

 

“เขาจะคุยเรื่องงานประกวดเราเนี่ยแหละ”

 

“ไปดิ อาจจะมีข่าวดีว่ามีสปอนเซอร์ก็ได้” เจ๋งว่า

 

“ที่ผ่านมาก็ใช้เงินชมรมอยู่แล้วอะ ไม่เห็นเสียสักบาท” ก้องยืดขามาก่ายผม ไอ้นี่นี่ชอบทำตัวน่ารำคาญ อะเลิทเหรอ หรืออารมณ์ดี “น้องพายกูหายไปเลยเนี่ย บุคคลเสียงหวานที่กล้าคุยกับอาจารย์ต้องน้องคนเดียว”

 

“น้องเรียนไงมึง แต่ไม่น่าจะเป็นเรื่องไม่ดีหรอก หน้าตาจารย์แกยิ้มแย้ม” ถ้าปาล์มมันว่าอย่างนั้นไอ้ที่เหลือซึ่งรวมถึงผมก็คงสบายใจได้

 

แต่ก่อนที่ทุกคนจะย้ายร่างกายตัวเองออกจากห้องชมรมนี้ มือถือผมก็สั่นจนต้องหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง

 

โห...พี่เคว่ะ เดี๋ยวนี้โทรหาผมบ่อยจังนะพี่นะ

 

“ค้าบ...”

 

[ซ้อมวันไหน]

 

“อีกสองวันอะพี่ ขอพักก่อน”

 

[เออ กูจะบอกว่าทั้งอาทิตย์ไม่ได้เข้าไปซ้อมด้วยนะ]

 

“อะไรอ่า...งานใหญ่ของพี่ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

 

[อืม] อ้ะ ผิดคาดแฮะ อุตส่าห์ทำเป็นดีดดิ้นงอแงใส่แล้วไม่ยักโดนด่าว่ะรอบนี้ [เสาร์นี้แล้ว]

 

“งานอะไรนะพี่”

 

[ชอล์กเกม]

 

“ฮะ?” ได้ยินไม่ถนัดและไม่เคยได้ยินด้วยเอาจริงๆ

 

[ชอล์กเกม กีฬาครุ]

 

“อ๋อ...” อ๋อไปงั้นแหละ ผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครุยกเว้นตึกเรียนกับสมบัติของคณะอย่างพี่เค “พี่เค”

 

[อะไร]

 

“เหนื่อยปะพี่” เห็นไม่บ่นไม่ว่าอะไรผม ก็เลยรู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่า เสียงก็ดูเนือยๆ ไม่คิดจะสนใจกัน “หรือให้กำลังใจผมซะหมดแล้ว เอากำลังใจไปนะ ปิ้วๆ ส่งไปให้แล้ว”

 

[หึ...] อย่าหัวเราะสิ นี่กว่าจะอยู่ในโหมดพูดดีใส่กันไม่ได้ง่ายเลยนะ [อืม กลับจากงานมึงวันนั้นก็มาคณะต่อเลย]

 

โห วันเสาร์แท้ๆ นะวันนั้น “อ่า งั้นถ้าหายเหนื่อยวันไหนค่อยมานะพี่ พักก่อนก็ได้”

 

[ถ้างั้นก็คงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะ ไม่มีวันไหนที่กูไม่เหนื่อยเลย]

 

“ฮือ...” ผมแหกปากเสียงดังหลังจากที่เดินตามสมาชิกออกมาจากห้องชมรมแล้ว แต่รู้สึกได้เลยว่าเสียงพี่เคเหนื่อยจริงๆ “เอาวันไหนที่เหนื่อยน้อยก็ได้ เข้ามานะ ผมมาทุกวัน เดี๋ยววันเสาร์แวะไปเที่ยว”

 

[ไปไหน]

 

“งานครุพี่ไง”

 

[นอนอยู่บ้านน่ะไป มาทำไม ยุงกัด]

 

“อยากมาดูพี่ขับเสภาอีกอะ บนเวทีมันไม่สะใจ” ขนาดเดินลงบันไดกันมาผมยังไม่เลิกคุยโทรศัพท์จนไอ้พวกที่เหลือที่เดินนำหน้าหันมามองกันใหญ่ว่าสรุปแล้วผมคุยกับใครกันแน่ “นะๆ เดี๋ยวชวนไอ้พวกนี้ไปด้วย”

 

[ตามใจมึง แค่นี้ก่อนนะ จะไปเรียนแล้ว]

 

“คร้าบ...”

 

ครั้งแรกปะวะที่ผมกับพี่เคคุยกันได้โดยที่ไม่ได้โวยวายใส่กัน หรือเพราะพี่แกเหนื่อยไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไปก็ไม่หาท่อนที่จะด่าผมเลยสักท่อน รู้สึกชีวิตเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง แต่ก็เริ่มจะเกินมาก็ตอนที่ปาล์มหันมามองผมหน้าตามีเลศนัย

 

“อะไรของมึง”

 

“คุยโทรศัพท์งุ้งงิ้ง คิดว่าแฟนกัน”

 

“หึย...ขนลุกสัด”

 

“หึย ขนลุกสัด” ไอ้ปาล์มทำท่าล้อเลียนไหล่สั่นกับผม “ทีประกาศผลออกมามึงกอดเขาแน่นเลย ลืมแบ็คอัพอย่างพวกกูไปเลยจ้า”

 

ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทันที แต่ก็นึกตามถึงวันที่โผกอดใครสักคนบนเวทีแบบไม่ลืมหูลืมตา รู้สึกตัวอีกที เอ้า กูกอดพี่เคเฉย แต่ยิ่งกว่านั้นคือกอดของเขามันรีดน้ำตาผมได้ดีจริงๆ ไหนจะมือใหญ่ที่ลูบหัวผมตอนนั้นอีก โอ๊ยย สัมผัสมันยังชัดเจน

 

“เงียบ ไอ้ที่มึงบอกว่าอยากฟีเจอร์ริงกับเขานี่แค่อยากร้องเพลงกับเขาแค่นั้นจริงปะ”

 

“เชี่ยปาล์ม! มึงจะหยุดไม่หยุด”

 

“ว้าย เขินก็บอก น้องทันพร้อมยืดอกประกาศเป็นศัตรูกับสาวทั้งมหาลัย...โอ๊ยไอ้ทัน ไอ้เหี้ยนี่”

 

ยังไม่ทันให้พูดจบหรอก ผมก็ยกเท้าขึ้นถีบตูดมันจนตัวมันถลาไปด้านหน้าชนไอ้ก้องกับไอ้เจ๋งเป็นทอดๆ อีกที แม่ง มันก็ยังไม่คิดจะหุบปากหาว่าผมเขินแบบนั้นแบบนี้อีก

 

เขินพ่องสิวะ มึงไม่รู้จักประโยคที่ว่ากอดคือการเยียวยาอย่างนึงเหรอ

 

กอดของพี่เคผมว่ามันไม่ได้แย่เลยล่ะ กอดปุ๊บผมงอแงได้ปั๊บเลย

 

 

 

 

 

 

 

???? ????

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมที่อาจารย์แกดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำภาคอุตสาหการด้วยแล้ว ความที่จับได้ก็อย่างที่เพื่อนๆ พูดกันก็คือ...

 

ในฐานะที่พวกผมทำชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย อาจารย์จะจัดรถให้ไปแข่งขันรวมทั้งออกเงินค่ารถค่าอาหารค่าแวะพักระหว่างทางพร้อมจัดรถให้กองเชียร์ไปเชียร์ถึงหน้าเวที แน่นอนครับพอข่าวนี้ไปถึงหูข้าว มันก็เกณฑ์คนอย่างที่มันบอกจะให้ไปเชียร์ฟินอมมินอลกันจริงๆ แถมบอกด้วยว่าจะตั้งตัวเป็นบ้านเบสที่ใหญ่ที่สุดให้วงผม

 

บ้านที่มันว่าก็คือเพจแฟนคลับที่เป็นออริจินัลและเพจที่ใหญ่ที่สุดนั่นแหละ ถามจริง นอกจากคนในมหาลัยตัวเองกับที่อื่นนิดหน่อย มันจะมีที่ไหนอีกฮะ

 

คืนวันนี้ผมเลยไม่อยากกลับบ้านเร็ว แต่แวะมาหาอะไรกินกับเพื่อนในวงต่อที่ร้านขนมซอยสี่ จะหนีไปไหนพ้นอีกนอกเสียจากร้านโรตีเจ้าประจำที่ผมเคยมาเมื่อนานมาแล้ว

 

“เอาโรตีทิชชู่หนึ่งแผ่น น้ำผึ้งมะนาวโซดา ขนมปังเนยนม ปังเย็นด้วยไหม” เจ๋งสั่งอาหารให้ปาล์มติ๊กรายการที่สั่งในใบจด ส่วนผมก็มองนั่นนี่เพราะไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายก็สั่งได้แค่โกโก้อพอลโล่ไปหนึ่งแก้ว

 

“ไม่ชวนพี่เคมาด้วยล่ะ” ก้องหันมาถามผม

 

“พี่เคหรือข้าว”

 

“พี่เคสิไอ้สัด มึงนี่”

 

“ฮิฮิ คิดว่าคิดถึงเพื่อนกู” ผมหัวเราะจนไหล่สั่นแต่ไม่วายโดนไอ้ก้องยกเล่มเมนูขึ้นมาฟาดหัวผมแก้เขิน “เขาซ้อมดิ เสาร์นี้จะมีกีฬาคณะเขาอะ”

 

“รู้อีก กูแค่ถามเล่นๆ อะ ทำไมรู้ดีแบบนี้”

 

“อ้าวไอ้นี่” มึงถามกูถึงตอบดีๆ ทำไมเดี๋ยวนี้เพื่อนกวนตีนกันยกวงแบบนี้แล้ว “เวลาดีลงานก็มีกูคนเดียวไหมที่คุยกับเขาน่ะ ก็มีกูคนเดียวหรือเปล่าที่ต้องรู้ชีวิตเขา”

 

“อะจ้า ไม่เถียงก็ได้จ้า” ปากมันน่ะหยุดพูดก็จริงแต่ยิ้มไม่หยุดเลยนะ มีความสุขอะไรเหรอ ชาติก่อนเป็นช้อนชาเหรอ ชงไม่หยุดเลย

 

“ระวังจะมีศัตรูเป็นคนทั้งมอนะครับเพื่อน”

 

“เขาก็ต้องรู้ปะว่ากูชวนพี่เคมาร้องเพลงด้วยกันเฉยๆ”

 

“ใช่ๆ ตอนอยู่บนเวทีมึงกับเขาเป็นอย่างนั้นแหละ แค่ร้องคู่กันเฉยๆ ไม่มีใครสังเกต แต่ตอนที่มึงอยู่กับเขา เขาแบกมึง หรือมึงเดินกับเขาแค่สองคนอะ...”

 

อย่าเงียบ คือลุ้นจนลืมหายใจแล้ว

 

“มึงก็เป็นคนที่มีคนรู้จักไม่น้อย ส่วนพี่เคเขารู้จักกันทั้งมอ ไม่คิดเหรอวะว่าถ้าคนดังระดับนึงมาอยู่ด้วยกันมันจะไม่เป็นขี้ปากคนอะ” ปาล์มยังว่าไม่หยุด สีหน้ามันดูจริงจังขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ “ก็ไม่ได้ว่าว่ามึงกับพี่เคอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ดี แค่กลัวว่าจะมีคนเข้าใจมึงกับพี่เขาผิด”

 

“ซีเรียสอะไรวะ คนทำกิจกรรมด้วยกัน”

 

“อื้อ คิดแค่นั้นก็โอเค แต่ถ้าคิดมากกว่านี้...กูว่ามันไม่โอเคแน่ๆ อะมึง”

 

ผมเริ่มกระตุกคิ้วเพราะคำพูดของเพื่อนมันเริ่มทำให้ผมคิดหนักมากขึ้น รู้สึกได้อย่างยิ่งว่าในคำพูดนั้นมีบางอย่างแฝงอยู่ จากที่ปาล์มเป็นคนจริงจังแล้ว ผมเชื่อว่าโหมดจริงจังของมันตอนนี้ก็คงไม่ได้แกล้งทำให้ผมกังวลเล่นแน่นอน

 

แต่ช่างมันเถอะ ต่อให้ผมกับพี่เคเราจะเป็นที่รู้จักกันมากกว่านี้ยังไง สุดท้ายมันก็เป็นเพียงคนสองคนที่ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมร่วมกันแค่นั้นไม่ใช่เหรอ แฟนคลับอย่าหวงกันเลยน่า นิดนึง

 

แต่ในระหว่างที่กำลังแย่งกันจิ้มโรตีที่โต๊ะ สลับกับดูดน้ำในแก้วสำหรับของหวานในคืนนี้ หางตาผมกลับเห็นใครบางคนที่คุ้นตา กำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะเรา

 

มายด์...

 

ผู้หญิงที่ครั้งนึงผมเคยรู้จัก แต่ตอนนี้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเรียบร้อย

 

“ทัน...” เสียงหวานเอ่ยขึ้น นั่นไม่ใช่แค่ผมที่หันไปมอง แต่ยังมีไอ้สามคนที่เหลือที่นอกจากจะเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวรูปร่างดีแล้ว ยังหันกลับมามองหน้ากันเองอีก

 

“วะ...ว่าไงมายด์”

 

“เป็นไงบ้าง”  

 

ผมอึกอักไปเล็กน้อยที่อยู่ดีๆ เธอก็เดินเข้ามาทักผม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเมินผมเองหลังจากที่ผมตัดสินใจบอกชอบเธอไปวันนั้น

 

“ก็...โอเค เราสบายดี มายด์ล่ะ”

 

“อื้อ...เราก็สบายดี”

 

บรรยากาศไม่ได้อบอวลไปด้วยสีชมพู หรือกว่าจะเปล่งคำใดออกมาแล้วจะได้ยินแค่เสียงหัวใจเต้นแรง ใช่ ผมไม่ปฏิเสธว่าตอนนี้ใจเต้นแรงมากแค่ไหน แต่ที่มันเต้นแรงก็เพราะในใจและในหัวได้แต่คิดสงสัยว่าอะไรทำให้เธอเดินเข้ามาหาผมได้อีก

 

“เรา...ขอคุยกับทันด้วยหน่อยได้ไหม”

 

ได้แต่เลิกคิ้วและมองเธออย่างไม่เข้าใจสลับกับหันมามองหน้าสมาชิกที่ไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนกัน

 

แต่ผมไม่ใช่คนที่ใจยักษ์ใจมารอะไร ต่อให้คนที่เคยนกด้วยมาขอความช่วยเหลือ สุดท้ายผมก็ทำได้แค่พยักหน้าให้เธอตอบรับที่จะช่วยเหลือเธอกลับไปโดยไม่คิดโกรธแค้นอะไรในสิ่งที่เธอเคยตอบแทนผมในอดีต 

 

 

 

 

 

 

 

#เมื่อผมกลายเป็นคนที่ถูกรัก

TBC

ทุกวันอังคารและศุกร์ 19.30 น.

....................................................................

บทนี้พี่เคมาแค่เสียงแฮะ แงงงง

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #61 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 14:29
    อะไรเนี่ย ชะนีน้อยนี่มาทำไมอีกกกก
    #61
    0
  2. #44 mo2ksrwi3_thawe2.ng (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:34
    อ่อ ผู้จัดการวง กะ หัวหน้าแฟนคลับ นี่เอง
    #44
    0