The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 7 : บทที่6 เด็กหญิงธรรมดา? 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่6

เด็กหญิงธรรมดา?

                ณ เมืองซีเวลล์ ด้านตะวันตกของเมืองอาคาเนีย

                “เฟอร์ลีส ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน” คอร์เนียถามเด็กหนุ่มที่กำลังดึงร่างของเธอให้เดินตามเขา ที่นี่มีแต่เสียงผู้คนอื้ออึงไปหมด ทำให้รู้สึกมึนศีรษะเอามากๆ

                “ในเมือง” เด็กหนุ่มตอบสั้นๆ “ตกลงนายหานักเวทรักษาเก่งๆได้หรือยัง” เด็กหนุ่มกระซิบถามเจ้ามีดที่ถูกผ้าสีดำพันไว้ เขาคงไม่ไห้มันไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงของคอร์เนีย ถ้าเธอยังมองไม่เห็นอยู่อย่างนี้

                “อืม...”

                ฟินท์ตรวจจับพลังของผู้คนมากมายภายในเมือง มันรู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างที่เป็นเวทสายรักษาชั้นสูง ซึ่งมันก็อยู่ข้างหน้าพวกเขานี่เอง

                “บ้านหลังเล็กข้างหน้านี่” เจ้ามีดกระซิบเด็กหนุ่ม เขาจึงลากเด็กสาวให้เดินเร็วขึ้น

                “เฮ่ จะไปไหนน่ะ” เด็กสาวโวยวาย เหตุใดเขาจะต้องเดินเร็วขนาดนี้ ตอนนี้เธอกลายเป็นคนตาบอดไปแล้ว มองอะไรก็ไม่เห็น มาลากกันแรงแบบนี้ จะมากไปหรือเปล่า

                ฟึบ~ ฟึบ~ ฟึบ~ ฟึบ~ ฟึบ~!

                ผู้คนมากมายปรากฏกายขึ้นล้อมรอบพวกเขา

    คนพวกนี้คือจอมเวทอาวุธลับ พวกเขาแต่งกายด้วยชุดสีดำค่อนข้างรัดรูป และใช้ผ้าสีดำปิดบังใบหน้า เหลือไว้ให้เห็นแค่เพียงดวงตาเฉียบคมและเจ้าเล่ห์ 

                “ส่งสิ่งที่อยู่ในมือมา ถ้าไม่อยากตาย” ชายผู้หนึ่งพูด สิ่งที่เขาหมายถึงก็คือฟินท์

                เด็กหนุ่มมองกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ด้วยสายตาเยือกเย็นโดยไม่กล่าวอะไร

                “เกิดอะไรขึ้น เฟอร์ลีส” เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆกระซิบถามเด็กหนุ่มที่กำลังแสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

                “ยัยผู้หญิงนั่นด้วย” ชายคนเดิมพูดและชี้มาที่เด็กสาว ดาบสั้นคมกริบถูกยกขึ้นมาจ่อที่คอหอยของเด็กหนุ่ม แต่เขาก็ไม่มีท่าทีหวาดเกรง

                “เอาไป” เด็กหนุ่มพูดพลางส่งฟินท์ให้เด็กสาว “จัดการพวกอ่อนหัดนี่ให้กระจุยไปเลย”

                เด็กสาวแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมปล่อยลำแสงสีเขียวออกมาจากมีดในมือ ฉับพลันก็เกิดพายุหมุนขนาดใหญ่ดึงร่างของจอมเวทอาวุธลับพวกนั้นเข้าไป ท่ามกลางความตื่นตกใจของชาวเมืองที่อยู่รอบข้าง

                “ปล่อยข้าออกไป” ชายคนหนึ่งตะโกนออกมา ม่านอาคมสีเขียวกำลังกักขังพวกเขาไว้ภายในพายุหมุนลูกนั้น

                “ม่านอาคมแข็งแกร่งมาก ข้าทำลายมันไม่ได้ อ๊ากกก...” ชายหนุ่มอีกคนที่พยายามทำลายม่านอาคม ถูกพลังของตนซัดกลับมา ทำให้เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

                เจ้ามีดทำให้พายุลอยหายไปบนท้องฟ้า เด็กหนุ่มรีบลากเด็กสาวเข้าไปในบ้านหลังเล็กทันที ก่อนที่จะมีใครมาสนใจพวกเขาไปมากกว่านี้ ตอนนี้พวกชาวเมืองกำลังจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหวาดกลัว พวกเขาจะต้องรีบไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าจะมีชาวเมืองคนไหนเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งทางการแล้วหรือไม่

                “อะไรอีกเนี่ย” คอร์เนียโวยวายเมื่อถูกแรงมหาศาลของเฟอร์ลีสลากอย่างแรงอีกครั้ง “เบาๆหน่อยสิ นายบ้า” เด็กสาวตวาดใส่หน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์ เหตุใดเขาถึงได้เย็นชาและทำอะไรรุนแรงเช่นนี้ ไม่นึกถึงจิตใจคนอื่นเสียบ้าง

........................................................................................................................................................

 

    “นี่พวกพี่เข้ามาในบ้านของคนอื่นก่อนได้รับอนุญาตได้ยังไงกัน” เสียงเล็กๆของเด็กหญิงผมสีบลอนด์ทองคนหนึ่งดังขึ้น ร่างน้อยๆของเธอกำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

                “นายหมายถึงเด็กผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ” เด็กหนุ่มถามมันอย่างแปลกใจ เด็กผู้หญิงตรงหน้าดูอย่างไรก็อายุไม่เกินสิบขวบ จะใช้เวทรักษาได้อย่างไรกัน

                “มีอะไรงั้นเหรอ จะมาขายของรึไง” เด็กหญิงถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่ชอบคนที่เข้ามาในบ้าน เพราะอยากจะมาขายของมากๆ

 

                ขายของ?

 

                “หนูไม่อยากได้อะไรหรอกนะ ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว” เด็กหญิงพูดพลางชี้ไปที่กระตู

                “หาคนอื่นเถอะ ฟินท์” เฟอร์ลีสกระซิบมันอีกครั้ง เขาไม่เชื่อหรอกว่าเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้จะสามารถทำสิ่งที่พวกเขาต้องการได้

                “ลองถามนางดูสิ” ฟินท์บอกเฟอร์ลีสที่เดินตรงไปที่ประตู มันมั่นใจในพลังของเด็กหญิงคนนี้มาก

                “จะถามดูก็ได้” เด็กหนุ่มพูดพลางหันหลังเดินกลับไปหาเด็กหญิงที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ

                “มะ...มีอะไร” เด็กหญิงถามเสียงสั่น เหตุใดสายตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าถึงดูเย็นชาไร้ชีวิตเช่นนี้ เด็กหญิงจ้องเขาตาไม่กระพริบ เธอไม่ไว้ใจเด็กหนุ่มคนนี้เลย

                “เธอใช้เวทรักษาได้ใช่มั้ย” เฟอร์ลีสถามเสียงเรียบ ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

                เด็กหนุ่มคนนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว

                “ชะ...ใช่” เด็กหญิงตอบเสียงสั่น เหตุใดอยู่ดีๆถึงถามมาแบบนี้ หรือว่าเขาจะมาจับตัวเธอ ท่าทางไม่น่าไว้วางใจแบบนี้หมายความว่าอย่างไรกัน

                “เธอพอจะรักษาดวงตาที่ถูกน้ำสาปที่ทะเลสาบต้องสาปได้หรือไม่” เด็กหนุ่มถามต่อ

    ท่าทางหวาดกลัวเมื่อสักครู่หายไป ตอนนี้เด็กหญิงกำลังมองเขาด้วยสายตาแปลกใจ

                “หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน หนูยังไม่เคยเจอคนที่รอดจากทะเลสาบต้องสาปได้เลย” เด็กหญิงกล่าว คนพวกนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ พลังเวทของพวกเขาคงจะแข็งแกร่งน่าดู จึงสามารถรอดออกมาจากจากทะเลสาบแสนอันตรายนั่นได้

                “จะลองรักษาให้ยัยผู้หญิงนี่ได้มั้ย”

    เฟอร์ลีสถามเสียงเรียบ เรียกความไม่พอใจให้เด็กหญิง เธอไม่ชอบท่าทางแบบนี้เลย เห็นแล้วขัดหูขัดตามากๆ

                “ทำไมหนูจะต้องรักษาให้ด้วย” เธอท้าวสะเอวพลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

                “ถ้ารักษาได้ จะเอาเท่าไหร่” เด็กหนุ่มพูดโดยไม่มองหน้าเด็กหญิง

                “หนูยังเด็ก ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน” เด็กหญิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ พลางมองหน้าเด็กหนุ่มอย่างโกรธเคือง นี่เขาจะเอาเงินมาฟาดหัวเธออย่างนั้นหรือ ร้ายกาจจริงๆ อันที่จริง เธอเองก็ไม่ได้เป็นคนใจร้ายใจดำอะไร เพียงแต่รู้สึกไม่ชอบกิริยาของเขา จะมาขอร้องให้ช่วย แต่กลับแสดงท่าทางกวนประสาทแบบนี้ ไม่สบอารมณ์จริงๆ

                “ถ้าไม่ต้องการเงิน แล้วต้องการอะไร” เฟอร์ลีสหันมาพูดกับเด็กหญิง อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องง้อเด็กหญิงคนนี้ให้เสียเวลา แต่ฟินท์ยืนยันว่าเธอสามารถรักษาดวงตาของคอร์เนียได้แน่นอน เขาก็เลยต้องลองให้เธอรักษาดู

                ถ้าถามว่าเธอต้องการอะไร...

                “ข้าต้องการ...” เด็กหญิงหยุดไปเหมือนกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง “ไข่มุกแสง”

                ................................................................

                “เจ้าหมายถึง มุกแห่งแสงใช่มั้ย” เจ้ามีดเห็นคอร์เนียและเฟอร์ลีสเงียบไปนาน จึงพูดขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มหันมามองมันที่อยู่ในผ้าสีดำด้วยสายตาไม่พอใจ

                “พูดทำไม” เด็กหนุ่มตวาด พลางมองเด็กหญิงที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร

                “ไม่ต้องว่าพี่มีดหรอกค่ะ หนูรู้ตั้งแต่แรกแล้ว”

    คำพูดของเด็กหญิง ทำให้คอร์เนียและเฟอร์ลีสขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดเธอถึงรู้เรื่องนี้ได้

    “ค่ะ หนูหมายถึงมุกแห่งแสงนั่นแหละค่ะ พี่มีด” เธอพูดต่อ ตอนนี้สีหน้าของเธอดูเยือกเย็นและเป็นผู้ใหญ่มากเกินกว่าเด็กตัวเล็กๆอย่างนี้จะทำได้ “พี่มีดรู้จักมันด้วยเหรอคะ ถ้างั้นพาหนูไปหาหน่อยน้า” เด็กหญิงพูดต่อพลางทำตาปริบๆ

                “แล้วเจ้าจะเอามุกแห่งแสงไปทำอะไร” เจ้ามีดถามเด็กหญิง

    มุกแห่งแสงใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ มันเป็นมุกในตำนานสมัยโบราณ ที่ผู้ใหญ่จะเล่าให้เด็กฟังเป็นนิทานก่อนนอน ถ้าต้องการมุกแห่งแสง ต้องไปที่จุดนัดพบแห่งสามดินแดน คือท้องฟ้า พื้นดิน และมหาสมุทร จุดที่สามดินแดนนี้มารวมกัน จะมีมุกแห่งแสง ตามตำนานเล่าต่อกันมาว่า เด็กๆที่ได้มุกแห่งแสงไป จะสามารถขอพรได้หนึ่งอย่าง นอกจากนี้ มุกแห่งแสงจะมอบพลังเวทมหาศาลให้แก่เด็กคนนั้นอีกด้วย

                “มันเป็นความลับ” เด็กหญิงตอบ ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

                “งั้นข้าจะไปเอามาให้ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องไปด้วย”

                เจ้ามีดพูดเสียงเรียบ ทำให้เด็กหญิงตาเป็นประกาย เธอจะได้ไปที่จุดนัดพบแห่งสามโลกจริงๆน่ะหรือ

                “ได้ค่า หนูอยากไปที่นั่นมานานแล้ว” เด็กหญิงพูดพลางยิ้มกว้างอย่างยินดี

                “ไม่ได้ๆ ฉันไม่อนุญาต” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพลางขมวดคิ้วมุ่น เขายังไม่ได้ตกลงเลยว่า จะไปเอามุกแห่งแสงให้เด็กหญิงคนนี้

                “เจ้าคงจะรู้ทางไปสินะ” เจ้ามีดถามเด็กหญิงต่อโดยไม่สนใจคำพูดของเด็กหนุ่ม

                “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” เธอตอบอย่างมั่นใจในตัวเอง “แต่ก่อนอื่นหนูขอถอดวิญญาณของพี่สาวคนนั้นก่อนนะคะ วงเวทศักดิ์สิทธิ์”

                เด็กหญิงร่ายเวท วงเวทศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นรอบร่างของเด็กสาว พลังเวทอ่อนโยนโอบอุ้มวิญญาณของเธอ ร่างกายเบาหวิวราวกับขนนก ฉับพลันลำแสงสีฟ้าอ่อนก็เปล่งประกายไปทั่วบริเวณ

                วิ้ง~!

    เด็กสาวมองไปรอบๆ ร่างของเธอกำลังถูกเด็กหนุ่มโอบอยู่...

                “รีบๆปล่อยเลย” เด็กสาวตะโกนอย่างไม่พอใจ

                เด็กหนุ่มหันไปตามเสียงของเด็กสาวที่ดังมา เขาเห็นร่างใสๆของผู้หญิงคนหนึ่งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

                “มองเห็นแล้วใช่มั้ยคะ” เด็กหญิงพูดพลางยิ้มรื่น เธออยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนน่ารัก ประดับประดาไปด้วยลูกไม้สีขาว ริบบิ้นสีขาวถูกผูกเป็นโบว์ติดอยู่ที่หน้าอก เข็มขัดผ้าผูกอยู่ที่เอวเล็กๆ เธอสวมถุงมือผ้าโปร่งสีเดียวกับชุด เส้นผมสีบลอนด์ทองถูกผูกเป็นเปียตะขาบยาวลงมาถึงกลางหลัง ผิวหน้าเนียนใส แก้มอมชมพู ดวงตากลมโตสีฟ้าทอประกายสดใส

                “สุดยอดไปเลย” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแค่นี้สามารถถอดวิญญาณให้เธอได้ด้วย

                “เป็นวิญญาณแล้วจะได้ไม่ยุ่ง พี่สาวก็จะได้มองเห็นด้วย ที่สำคัญก็จะไม่รู้เจ็บร่างกายชั่วคราว” เด็กหญิงกล่าว เธอรู้ว่าเด็กสาวกำลังบาดเจ็บ

                เด็กหญิงร่ายเวทใส่เชือกป่าน แล้วนำไปคล้องรอบลำคอของร่างเด็กสาว เพื่อป้องกันอันตรายยามที่วิญญาณไม่อยู่ เด็กหนุ่มวางร่างของเธอลงบนเก้าอี้ตัวเล็กภายในห้อง              

                “หนูว่า เอาร่างของพี่สาวมาไว้บนเตียงดีกว่านะคะ” เด็กหญิงพูดพลางเดินไปเปิดประตูห้องนอนของเธอ

                “อืม...” เด็กหนุ่มเอ่ย ก่อนจะอุ้มเด็กสาวไปที่เตียงของเด็กหญิงทันที

                “เรียบร้อยแล้วค่ะ ออกเดินทางกันได้เลย” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไปที่จุดนัดพบแห่งสามโลกกันเถอะ” เธอจับมือของเด็กหนุ่ม ก่อนจะลากเขาออกจากบ้านหลังเล็ก

    จะต้องเวลานานเท่าไรถึงจะไปถึงที่นั่นได้ จุดนัดพบแห่งสามโลกจะต้องอยู่ไกลมากแน่ สิ่งเดียวที่เด็กหญิงอยากขอจากมุกแห่งแสง เป็นความฝันที่ฝันทุกค่ำคืน ความฝันที่ทั้งอบอุ่นและมีความสุข เธออยากให้มันกลายเป็นจริง

    ไม่ว่าอุปสรรคอะไรจะรอคอยอยู่เบื้องหน้า ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้...



____________________________________________________________________________
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


 

quality

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น