The Knife ภารกิจทำลายมีดอาถรรพ์

ตอนที่ 8 : บทที่7 มังกรและจอมเวทอาวุธลับ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 57


บทที่7

มังกรและจอมเวทอาวุธลับ

                “อย่ามาทำท่าทางสบายใจอย่างนี้สิ” คอร์เนียโวยวายใส่เด็กหญิงที่กำลังยิ้มแย้ม

                ตอนนี้เฟอร์ลีสและเด็กหญิงกำลังภายเรือไม้ลำเล็กออกทะเลเพื่อไปที่จุดนัดพบแห่งสามดินแดน การจะไปที่นั่นจะต้องเดินทางออกทะเลไปจนถึงเส้นขอบฟ้า

                “ฉันกลายเป็นวิญญาณ ทำให้คนที่เห็นจะเรียกหมอผีมาจับแล้วนะ” คอร์เนียพูดพลางขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์

                “พี่สาวนี่ขี้บ่นจริงนะ เป็นวิญญาณน่ะสบายที่สุดแล้ว พวกเราต้องพายเรือ ส่วนพี่สาวก็นั่งเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย ยังจะมาบ่นให้คนอื่นรำคาญอีก”

                เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา ทำให้คอร์เนียหน้าแดงด้วยความโกรธ เด็กหญิงคนนี้กล้าพูดแบบนี้กับเธออย่างนั้นหรือ เธออายุมากกว่าตั้ง 7 ปี น่าจะมีมารยาทเสียบ้าง

                “นี่ฉันเป็นพี่นะ เมลล์” คอร์เนียตวาดใส่เด็กหญิง

                เด็กหญิงคนนี้บอกให้พวกเขาเรียกเธอว่า เมลล์...

                “ฉันก็เป็นพี่เธอเหมือนกัน” เสียงเรียบของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆดังขึ้น ปีนี้เด็กสาวอายุ 17 ส่วนเขาอายุ 20 เป็นพี่เธอตั้งสามปี

                “เชอะ” เด็กสาวหันหน้าไปอีกทางอย่างไม่พอใจ

                “นั่งเงียบๆ อย่าโวยวาย น่ารำคาญ” เด็กหนุ่มกล่าว “ดูสิ เมลล์ยังมีประโยชน์มากกว่าเธออีก” เฟอร์ลีสพูดต่อ ก่อนจะหันไปมองเด็กหญิงที่กำลังภายเรืออย่างแข็งขัน

                “ไว้ให้ฉันเข้าร่างก่อนเถอะ แล้วจะจัดการให้หมอบเลย” เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง

                “ทำได้ก็ลองดู” เด็กหนุ่มหันมาพูดกับคอร์เนีย เขาได้ยินสิ่งที่เธอพูดอย่างชัดเจน

                เด็กสาวทำหน้ามุ่ย กลายเป็นวิญญาณแบบนี้ ความสำคัญของเธอก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก ปกติเด็กหนุ่มก็ไม่ค่อยจะสนใจเธออยู่แล้ว ตอนนี้เธอคงกลายเป็นเพียงธาตุอากาศ การกระทำและคำพูดของเธอก็คงจะไม่มีความหมายอะไรกับเขา

                “น่าเบื่อโว้ยยย...” เด็กสาวตะโกนระบายความอัดอั้น

                “เงียบหน่อย” ฟินท์เอ่ยขึ้นขัด มันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเข้ามาใกล้ “มีอะไรกำลังใกล้เข้ามา”

                “มังกร!” เด็กหนุ่มตะโกนขึ้น ทำให้คนอื่นๆตกใจไปตามกัน

    มังกรตัวนี้มีเกล็ดสีดำ เขาสีทองเป็นประกาย ลำตัวของมันทั้งใหญ่และดูน่าเกรงขาม กรงเล็บแข็งแรงคมกริบพร้อมที่จะตัดทุกสิ่งให้ขาดเป็นสองท่อนเตรียมพุ่งเข้ามาจู่โจม

    มังกรตัวนี้โผล่มาจากไหนกัน?

    “จับมันกันเถอะ” เมลล์พูดอย่างตื่นเต้น ถ้ามีมังกร การเดินทางของพวกเธอจะสะดวกขึ้น โชคดีอะไรเช่นนี้

                โฮก~!

    เจ้ามังกรคำราม เขี้ยวของมันสีเงินวาววับและคมกริบ เรียกความหวาดกลัวแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

    ฟู่~!

    เปลวไฟร้อนระอุถูกพ่นออกมาจากปากของเจ้าสัตว์ร้าย เมลล์จึงรีบร่ายเวทใส่มันอย่างรวดเร็ว แท่งน้ำแข็งมากมายปรากฏขึ้น ก่อนที่จะเข้าปะทะกับเปลวเพลิงของเจ้ามังกร น้ำแข็งของเด็กหญิงละลายและตกลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง ส่วนเปลวเพลิงก็สลายไปในอากาศ

    โฮก~!

    มันคำรามด้วยความโกรธ ก่อนจะบินโฉบลงมาที่เด็กหญิง

    เด็กหนุ่มคว้าร่างของเมลล์ไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาอันแหลมคมของเจ้ามังกรจะเสียบเข้าที่ร่างของเธอ

    ตูม!

    หางอันแข็งแรงของเจ้ามังกรฟาดลงมาที่เรือพายลำเล็กจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เด็กหนุ่มจำต้องกระโจนลงน้ำ เพื่อหลบแรงกระแทกมหาศาลที่เกิดขึ้น

    “ฟินท์”

    เฟอร์ลีสเรียกเจ้ามีด มันพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้ามังกรสีดำนั่นทันที แต่เปลวไฟร้อนที่ถูกพ่นออกมาปะทะด้ามมีด ทำให้มันตกลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง

    โฮก~!

    เจ้ามังกรคำรามอย่างสะใจ ก่อนที่มันจะพ่นไฟใส่เด็กหนุ่ม ทำให้เขาต้องดำน้ำลงไป

    “ทนหน่อยนะ เมลล์” เฟอร์ลีสพูดกับเด็กหญิงที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

    เฟอร์ลีสดำลงไปในน้ำอีกครั้งเมื่อเจ้ามังกรพ่นไฟใส่เขาและเด็กหญิงอีก ตอนนี้เมลล์กอดเขาเอาไว้แน่น เธอคงจะหวาดกลัวมาก เด็กหนุ่มนึกถึงคอร์เนีย เด็กสาวคนั้นหายไปไหนกัน

    “เจ้าพวกนั้นมันตายยาก อย่าเสียแรงเลย” น้ำเสียงยียวนของเด็กสาวดังขึ้น คลื่นเสียงกวนประสาทของเธอดังกระทบหูของเจ้ามังกร ทำให้มันต้องหันไปมอง

    เจ้ามังกรเอียงหัวอย่างแปลกใจ เด็กสาวคนนี้ขึ้นมาบนหลังของมันตั้งแต่เมื่อไรกัน

    โฮก~!

    มันคำรามและสะบัดหลังเพื่อให้เด็กสาวจอมน่ารำคาญคนนี้ตกลงไป แต่มันก็ไม่เป็นผล

    “เจ้ามังกรบ้า” คอร์เนียตะโกนใส่หน้าเจ้ามังกรที่หันหลังมามองเธอ

    ฟู่~!

    เจ้ามังกรพยายามพ่นไฟใส่ร่างใสๆของเด็กสาว แต่เปลวเพลิงของมันกลับทะลุร่างของเธอไป

    “เจ้าบ้าเฟอร์ลีส รีบจัดการมันสิ” เด็กสาวตะโกนลงมา เด็กหนุ่มจึงพยักหน้ารับ

    ลำแสงสีน้ำตาลเข้มของเขาพุ่งเข้าใส่เจ้ามังกรอย่างรวดเร็ว

    โฮก~!

    เจ้ามังกรที่หลบลำแสงไม่ทันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดาบยาวสีเงินของเด็กหนุ่มพุ่งเข้าไปเพื่อปลิดชีพของมัน

    “อย่าทำร้ายมันค่ะ” เมลล์ตะโกนขึ้นอย่างตกใจ ทำให้ดาบยาวสีเงินของเด็กหนุ่มต้องหยุดชะงัก ตอนนี้เมลล์กำลังจับด้ามมีดแน่น มันทำให้เธอสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำได้ “หนูจะจับมันค่ะ” เธอกล่าวต่อ

    “อืม...” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ เจ้ามังกรตัวนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเข้าในภายภาคหน้า

    “วงเวทศักดิ์สิทธ์” เด็กหญิงร่ายเวท ฉับพลันวงเวทของเธอก็ปรากฏขึ้นรอบร่างของเจ้ามังกร พลังอันอ่อนโยนจะทำให้มันสงบลง วงเวทอีกวงถูกร่ายขึ้น ก่อนที่พาร่างน้อยๆของเด็กหญิงลอยขึ้นไป

    “เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่านะเจ้ามังกรน้อย” เมลล์พูดพลางลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน

    เจ้ามังกรมองเด็กหญิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป หลังจากที่มันได้สัมผัสพลังเวทอันอ่อนโยนของเธอ มันก็หลงรักเด็กหญิงคนนี้ทันที มันรู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นคนอบอุ่นละอ่อนโยนเพียงใด ที่สำคัญมันยังรู้สึกได้อีกว่าเธอจะรักและดูแลมันเป็นอย่างดี

    ตอนนี้บาดแผลของเจ้ามังกรหายไปเพราะเวทรักษาของเด็กหญิง มันมองเด็กหญิงด้วยสายตาซาบซึ้งอีกครั้ง เธอเป็นคนช่วยชีวิตมันไว้

    “อยู่ในนี้ไปก่อนนะ เพื่อนรักของฉัน” เมลล์พูดและลูบหัวเจ้ามังกรอย่างรักใคร่

    เมลล์ร่ายเวทอีกครั้ง ร่างของเจ้ามังกรกลายเป็นควันสีฟ้าอ่อน ก่อนที่มันจะกลายเป็นลูกแก้วสีฟ้าด้วยเวทของเด็กหญิง

    “ไปกันเถอะค่ะ”

    ร่างของเจ้ามังกรปรากฏขึ้นอีกครั้ง เฟอร์ลีสเก็บเจ้ามีดเข้ากระเป๋า ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนหลังของมันอย่างคล่องแคล่ว

    “ไปที่จุดนัดพบแห่งสามดินแดน” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เจ้ามังกรพุ่งตัวไปข้างหน้ารวดเร็ว

    เจ้ามังกรตัวนี้คงจะทุ่นเวลาให้พวกเขาได้มากทีเดียว การจะไปที่จุดนัดพบแห่งสามดินแดนจะต้องเดินทางออกไปในทะเล จนกว่าจะถึงเส้นขอบฟ้า การเดินทางครั้งนี้คงจะใช้เวลามากพอดู เด็กหญิงเองก็ยังไม่มั่นใจว่า จะสามารถไปถึงที่นั่นได้หรือไม่ แต่มันไม่สำคัญหรอก มันอยู่ที่ว่าเธอได้พยายามให้ถึงที่สุดหรือไม่ต่างหาก

 

    วันที่ 15 เดือน 7 ปีที่ 51 ยุคอโครนายด์ที่ 29

    นั่งบนหลังของเจ้ามังกรมาเกือบสองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของจุดนัดพบแห่งสามดินแดน สถานที่แห่งนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ พวกเธอก็ยังไม่รู้ การที่จะค้นหาสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ความหวังช่างริบหรี่เหลือเกิน ไม่สิ มันไม่มีความหวังเลยต่างหาก

    “อีกไกลมั้ยเนี่ย ฉันชักจะเบื่อแล้วนะ” คอร์เนียบ่น จริงๆแล้วเธอก็บ่นอย่างนี้อยู่เป็นระยะตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมา

    “เราเดินทางเร็วขึ้นเยอะ เพราะโรฮอร์น” เมลล์พูดพลางลูบหัวเจ้ามังกร ดูท่าทางเธอจะสนุกกับการเดินทางมากๆ

    โรฮอร์น เป็นชื่อที่เด็กหญิงตั้งให้เจ้ามังกร ท่าทางมันจะพอใจกับชื่อนี้มากทีเดียว

    “ฉันว่า หานักเวทสายรักษาคนอื่นยังง่ายกว่าที่ต้องมาหาสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง” เด็กสาวพูดขึ้นลอยๆ เนื่องจากถูกเมลล์เมิน

    ฟึบ~!

    ลูกไฟใสๆพุ่งเข้าใส่เด็กสาว

    “เฮ่ยยย...” คอร์เนียร้องอย่างตกใจ เธอกลายเป็นวิญญาณไปแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดยังมีคนมาทำร้ายเธอได้อีก

    ตูม!

    พลังอันรุนแรงทำให้เด็กสาวปลิวออกไป

    “คิดว่าหนูไม่มีเวทปราบวิญญาณหรือไง” เด็กหญิงตะโกนใส่เด็กสาวที่กระเด็นไปไกล ก่อนจะแลบลิ้นให้เธออย่างไม่สบอารมณ์ แค่นี้เธอก็เครียดมากพอแล้ว พี่สาวคนนี้ยังจะมาพูดให้เสียกำลังใจอีก

    “เจ็บนะโว้ย” เสียงของเด็กสาวดังไล่หลังมา

    “ไปไกลๆเลย” เด็กหญิงพูดก่อนจะร่ายเวทใส่เด็กสาวอีก

    ฟึบ~!

    ตูม!

    “อ๊ากกก...” คอร์เนียร้องด้วยความเจ็บปวด เด็กหญิงทำกับเธอรุนแรงเกินไปแล้ว

    “ดีมากเมลล์” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับยกนิ้วให้

    “ไปเร็ว โรฮอร์น” เมลล์สั่งเจ้ามังกร มันจึงเร่งความเร็วเต็มที่

 

    พวกเขาก็จะทิ้งเด็กสาวเลยรึนี่

 

    “เฮ้ จะทิ้งกันเลยเหรอ” คอร์เนียตะโกนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะรีบลอยตามเจ้ามังกรให้ทัน เป็นแค่มังกรจะมาแข่งความเร็วกับวิญญาณ คงจะเร็วไปร้อยปีนะ

    ฟึบ~!

    ลูกไฟใสๆของเมลล์พุ่งเข้ามาใส่เด็กสาวอีกครั้ง ท่าทางเด็กหญิงจะไม่ยอมรามือจริงๆ

    “ยัยเด็กบ้าาา...”

    ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~!

    เงาดำบินผ่านเด็กสาวไป ตัวอะไรอีกล่ะ เร็วเหมือนสายลมเลย คอร์เนียรีบลอยตามเจ้ามังกร แต่มันกลับหายไปอย่างไร้วี่แวว เมื่อสักครู่เธอยังเห็นมันบินอยู่ข้างหน้านี่เอง

    “เฟอร์ลีส เมลล์” คอร์เนียตะโกนเรียกบุคคลทั้งสอง

    ลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งเข้ามาใส่เด็กสาว มันกลายเป็นเชือกใสรัดร่างของเธอ

    “เฮ่ยยย...”

    เด็กสาวถูกดึงลงไป

    “อะไรกัน” เด็กสาวตะโกนใส่หน้าเมลล์

    ตอนนี้พวกเธอกำลังหลบอะไรบางอย่างอยู่ใต้โขดหินบนเกาะแห่งหนึ่ง เจ้าโรฮอร์นถูกเก็บเข้าไปในลูกแก้วเป็นที่เรียบร้อย

    “ไม่รีบเดินทางต่อล่ะ...”

    “ชู่ว์”

    เด็กสาวที่กำลังจะอ้าปากโวยวายถูกเมลล์เอ่ยขึ้นขัด เป็นเชิงบอกให้เธอเงียบ

    “กำลังหลบตัวที่บินผ่านมาเมื่อกี๊เหรอ” เด็กสาวพูดต่ออย่างไม่สนใจ เธอเป็นวิญญาณก็คงไม่มีอะไรต้องกลัว นอกจากผู้ที่สามารถใช้เวทปราบวิญญาณได้เหมือนเด็กหญิงเท่านั้น

    “เงียบๆหน่อยสิ” เมลล์พูดอย่างเอือมระอา

    “หุบปากไปซะ ยัยเด็กบ้า อ๊ากกก...”

    เนื่องจากเมลล์ยังไม่ได้คลายเวท เธอจึงดึงเชือกให้รัดเด็กสาวแน่นกว่าเดิม แน่นอนว่าเด็กสาวจะต้องเจ็บมากๆ

    “อยากให้วิญญาณขาดเป็นสองท่อนหรือไง” 

 

    ‘ยัยเด็กนี่โหดชะมัดคอร์เนียคิด ถ้าเธอได้เข้าร่างเมื่อใด แค้นนี้คงจะได้ชำระ

    คอร์เนียนึกแปลกใจว่า ทั้งๆที่หน้าตาท่าทางของเด็กหญิงก็เป็นคนใจดีมีเมตตา แม้กระทั่งเจ้ามังกร เธอก็ยังรักและเอ็นดูมันมาก แต่กับเด็กสาว เหตุใดถึงได้โหดร้ายนัก

 

    ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~! ฟึบ~!

    ผู้คนมากมายปรากฏตัวขึ้น พวกเขาอยู่ในชุดค่อนข้างรัดรูปสีดำ และใช้ผ้าสีดำปิดบังใบหน้า จอมเวทอาวุธลับพวกนั้น!

    “คราวที่แล้วทำกับพวกฉันไว้แสบมาก” ชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

    “พวกนายเป็นใครกัน” คอร์เนียตะโกนถามอย่างงงๆ ตอนนั้นเด็กสาวยังตาบอด เธอจึงไม่เห็นพวกเขา

    “หน็อยแน่ เธอเป็นคนจัดการพวกเราเอง ยังจะมาทำลืมอีก” ชายอีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก็เพราะเด็กสาวคนนี้ ทำให้พวกเขาถูกพายุซัดจนปลิวไปไกล

    “นึกออกแล้ว” เด็กสาวพูดขึ้น คนพวกนี้คงจะเป็นพวกที่เจอตอนเข้าไปในเมืองซีเวลล์ พวกเขายังจะตามมาถึงที่นี่อีกหรือ 

    “ส่งมีดเล่มนั้นมา” ชายคนเดิมพูดก่อนจะชักมีดสั้นขึ้นมา

    ท่าทางคนพวกนี้จะยังไม่เข็ด พวกเขาถึงได้ตามพวกเธอมาเช่นนี้ อย่างนี้ก็คงจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง จะได้ไม่กล้าตามมาตอแยอีก

    “ในเมื่อไม่ยอมส่งให้ดีๆ ก็คงจะต้องใช้กำลังซะแล้ว” ชายคนเดิมพูดขึ้นอีก

    ถึงจะมีคนมากกว่าก็ใช่ว่าจะชนะ พวกเขามีเป็นสิบคนก็จริง แต่พลังเวทของพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งอะไร เพียงแค่เด็กหนุ่มคนเดียวก็อาจจะเอาชนะได้สบายๆ

    “จัดการ”

    สิ้นเสียง พวกเขาก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    “งั้นหนูก็จะไม่ปรานีแล้ว”

    เสียงเล็กๆของเมลล์ดังขึ้น ท่าทางดูจริงจังมาก เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เหตุใดจะต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนพวกเธอด้วย แม้แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจคนพวกนี้เลย

    เคร้ง~!

    ดาบยาวสีเงินของเด็กหนุ่มปรากฏขึ้นรับมีดสั้นที่พุ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ลำแสงสีน้ำตาลเข้มพุ่งใส่จอมเวทอาวุธลับพวกนั้น พวกเขาใช้ความเร็วหลบลำแสงได้ทัน สิ่งที่พวกเขาถนัดก็คงจะเป็นความเร็วและฝีเท้าที่เบาจนแทบไม่ได้ยินนั่น

    “อย่ามาทำให้เสียสมาธิ” เด็กหญิงตะโกนเมื่อเห็นเด็กสาวกำลังจะอ้าปากพูด

    “เหวอออ...”

    เด็กสาวที่ถูกเชือกสีใสรัดอยู่ถูกเด็กหญิงใช้เวทเหวี่ยงลอยไปไกล

    “วงเวทศักดิ์สิทธิ์” หลังจากที่กำจัดเด็กสาวจอมน่ารำคาญออกไป เด็กหญิงก็ร่ายเวท

    จอมเวทอาวุธลับหันมองหน้ากันอย่างตกตะลึง เหตุใดเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ถึงสามารถใช้เวทมนตร์ขั้นสูงได้ วงเวทสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรึงร่างของพวกเขาเอาไว้

    “พวกนายมาหาเรื่องพวกเราก่อนเองนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ลำแสงสีน้ำตาลเข้มของเขาพุ่งใส่ร่างของเหล่าจอมเวทอาวุธลับอีกครั้ง ครั้งนี้พวกเขาคงจะไม่สามารถหลบลำแสงได้อีก

    ลำแสงสีแดงหลายเส้นพุ่งเข้ามาขัดขวางการโจมตีของเด็กหนุ่ม ก่อนที่ร่างของคุ้นเคยของชายหนุ่มคนหนึ่งจะปรากฏขึ้น

 

    พี่ชายต่างมารดาของเด็กสาวจอมเฟอะฟะคนนั้น...

    เชมส์ ดาเคนส์...

 

    “หัวหน้า” จอมเวทอาวุธลับพูดพร้อยกันเป็นเสียงเดียว

 

    นี่เขาเป็นตัวการของเรื่องนี้เองหรือนี่ !

 

    “ไม่ได้กันเจอนานนะ เฟอร์ลีส แชโดวล์” ชายหนุ่มผมแดงเอ่ยเสียงเรียบ

    เขารู้ชื่อของเด็กหนุ่มด้วยรึนี่ ?

    “ส่งมีดนั่นมาให้ฉัน” เชมส์พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เขาเป็นคนทำให้มันตื่นขึ้นจากการหลับใหล มันจึงควรจะเป็นของเขา

    ม่านอาคมของเมลล์ถูกร่ายขึ้น แต่มันกลับถูกลำแสงสีแดงของชายหนุ่มทำลายได้อย่างง่ายดาย

    “ส่งมีดมา แล้วยัยนี่จะรอด” ชายหนุ่มผมแดงพูดพลางแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนที่เขาจะหยิบตลับสีดำอันเล็กประมาณกำปั้นขึ้นมา

    ทันทีที่เชมส์เปิดตลับนั้นออก ร่างใสๆของเด็กสาวก็ปรากฏขึ้น ร่างของเธอถูกลำแสงสีแดงของเขาห่อหุ้มเอาไว้

    “สำหรับฉัน เรื่องจับวิญญาณไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน คนพวกนี้ประมาทเกินไป พวกเขาคงจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ “คอร์เนียผู้น่าสงสาร คนพวกนี้คงจะไม่ได้เห็นเธอเป็นเพื่อนสินะ ถึงได้ทำกับเธอแบบนี้” เชมส์พูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

     “ชีวิตของผู้หญิงคนเดียวไม่สำคัญเท่ามีดเล่มนี้หรอก” เฟอร์ลีสพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ

    “ใจร้ายจริงๆนะ นายเป็นเพื่อนของเธอไม่ใช่รึ” เชมส์พูดต่อ ก่อนจะแสร้งทำเป็นสงสารเด็กสาว

    “นายเป็นถึงพี่ชายของคอร์เนีย แต่นายกลับต้องการจะฆ่าเธอด้วยมือของตัวเอง นายนั่นแหละที่ใจร้าย” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ถึงเขาจะผ่านเรื่องร้ายๆมามาก แต่เขาก็รูสึกว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนที่ไร้หัวใจคนหนึ่ง

    “หึ งั้นฉันจะทำลายวิญญาณของคอร์เนียทิ้ง” เชมส์พูดต่อ เขาไม่สนใจหรอกว่าใครจะว่าเขาอย่างไร สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงสิ่งเดียวก็คือการได้ล้างแค้นเท่านั้น

    ลำแสงสีแดงที่ห่อหุ้มร่างใสๆของเด็กสาวเปล่งประกายขึ้น ทำให้ร่างของคอร์เนียจางลง

    “ส่งมา” เชมส์ขึ้นเสียง

    เฟอร์ลีสมองหน้าชายหนุ่ม เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย ถึงมีดเล่มนี้จะสำคัญกว่าชีวิตของเด็กสาว แต่ถ้าขาดเธอไป ทุกอย่างมันก็ไม่มีความหมายเหมือนกัน

    “เป็นเพราะหนูคนเดียว ฮึก...” เด็กหญิงสะอึกสะอื้นอย่างรู้สึกผิด เป็นเพราะเธอเหวี่ยงวิญญาณของคอร์เนียออกไปแท้ๆ เรื่องถึงได้เป็นอย่างนี้ ถ้าชายหนุ่มผมแดงคนนี้ไม่จับวิญญาณของเด็กสาวมาเป็นตัวประกัน พวกเธอก็คงจะไม่มีทางจนมุมแบบนี้แน่

 

    เฟอร์ลีสและเมลล์ไม่รู้เลยว่า ตนเองกำลังถูกชายหนุ่มใช้เวทตบตาอยู่ เขาไม่ได้จับวิญญาณของเด็กสาวมา เธอยังอยู่ดี เด็กสาวคนนั้นกำลังยืนมองพวกเขาอยู่ข้างหลังพุ่มไม้ใกล้ๆนี่เอง...
 


____________________________________________________________________________
เม้นกันสักนิด เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ^^

 

STORM' SURGE

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น