[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 16 : *** ตอนที่ ๘ กรุ่นแรกราตรี {๒} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ม.ค. 57



 

ตอนที่  ๘  กรุ่นกลิ่นราตรี {}

 

|

 

 

กรุ่น  เนื้อนางหอมฟุ้ง                  จรุงใจ

กลิ่น ล้ำพเยียใด                         ฤาเทียบ

ดรุณี แรกงามไฉน                      งามทั่ว  องค์อร

แรก หวานล้ำเกินเปรียบ              กว่านางทั้งสรวง

 

 

          ยามสายของวันต่อมา อดีตองค์ชายรัชทายาทแห่งโชซอนประทับยืนนิ่งหน้าพระตำหนักหลวงเพื่อเฝ้ารอพระบรมราชานุญาตของพระเจ้ามยองอินเพียงลำพัง เนื่องด้วยมีพระราชบัญชาให้พระองค์เข้าเฝ้า  วรกายสูงใหญ่ยืนอยู่เพียงผู้เดียว เนื่องจากพระองค์ไม่ปรารถนาผู้ติดตามและไม่พอพระทัยกับความวุ่นวาย จึงขอประทานอนุญาตที่จะใช้ชีวิตตามแบบสามัญชน เพียงแต่เพิ่มคำหน้ายศเข้ามาด้วยเท่านั้น 

            องค์ชายชานยอลเดาได้ไม่ยากถึงเหตุที่ฝ่าบาทได้เรียกพระองค์เข้าเฝ้า เพราะก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วยามได้ทรงเรียกตัวราชบัณฑิตชังวอนเข้าไปแล้ว

            เหล่าพ่อค้าทำงานเร็ว...  

              

                นิ้วพระหัตถ์เลื่อนบนห่อผ้าที่บรรจุจดหมายที่สหายร่วมสาบานได้ฝากไว้ที่บ้านหลังเก่าในป่าที่พระองค์และชางมินเคยเที่ยวเล่นกันตามประสาวัยเด็ก องค์ชายชานยอลได้พบมันหลังจากกลับไปที่นั่นอีกครั้ง  จดหมายจำนวนมากถูกเก็บตลอดเวลาที่พระองค์ห่างหายไป                

 

สหายข้า

            ข้ากลับมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากที่เจ้าและพระมเหสีเสด็จจากไปแล้ว บาดแผลของเจ้าคงมากมายนัก จนไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีก

            ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธ และคงเกลียดข้ามากเพียงใด ข้ารู้ว่าการตัดสินใจเลือกครั้งนั้น มันทำให้เจ้าเจ็บปวด...และต้องเป็นฝ่ายหนีจากไป    แต่หากเจ้าได้กลับมาอีกครั้ง  ขอให้เจ้ากลับมาหาข้า กลับมารับฟังคำขอโทษ...และให้ข้าได้ชดใช้ความผิด

            หากการที่ข้าได้เป็นสหายร่วมคำสาบานกับเจ้า  พร้อม ๆ กับการที่เจ้าตกหลุมรักน้องของข้านั้นเป็นเพราะโชคชะตากำหนด ข้าก็ขอให้เจ้าคิดเสียว่า การเสด็จขึ้นสู่ตำแหน่งองค์หญิงพระชายาของแพคฮยอนนั้นเป็นชะตาที่ฟ้ากำหนดมาเช่นกัน 

            เจ้าเองก็รู้...ว่าไม่มีมนุษย์ผู้ใดอาจต้านชะตาฟ้าลิขิตได้  

            แต่ถึงอย่างไรทั้งข้าและน้อง  คงไม่อาจลืมเจ้าได้ 

            ข้าแนบจดหมายของพระชายาที่เขียนถึงเจ้ามาด้วย... หวังว่าสักวันเจ้าจะได้อ่าน  และรับรู้ถึงความเสียใจของเราทั้งสอง

          

สหายของเจ้า

 

 

เรียน ท่านพี่ชางมิน

            ท่านเคยบอกว่าซองกยุนกวานอยู่ห่างจากพระราชวังแค่ไม่ถึงคืบอย่างไรเล่า...  เหตุใดท่านจึงปล่อยข้าอยู่ในนี้เพียงคนเดียว

            ตำแหน่งองค์หญิงรัชทายาทไม่สนุกเลย ข้าต้องเรียนการถวายคำนับ  การปฏิบัติตนในพิธีการสำคัญ การเย็บปักถักร้อย  และอะไรอีกมากมาย ที่น่าเบื่อคือไม่มีหนังสือสักเล่มให้ข้าอ่าน  ข้าคิดอยู่ว่าควรขอพระราชทานอนุญาตจากพระมเหสีให้นำหนังสือจากที่บ้านมาอ่าน... ท่านพี่คิดว่าพระมเหสีจะทรงอนุญาตไหม  ไม่สิ... ท่านแม่ด้วย  ตอนนี้ท่านแม่เฆี่ยนน่องข้าไม่ได้แล้ว ถ้าข้าขออนุญาตอ่านหนังสือก็คงไม่มีใครกล้าลงโทษข้าใช่หรือไม่...

            แล้วสายลมผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง.... ฝากความคิดถึงไปให้สายลมของข้าด้วย  ข้าเพียงแต่หวังว่าเขาจะให้อภัย กับการจากลาโดยไม่มีคำอธิบาย   ข้ายังหวังเสมอว่า...เพลงขลุ่ยด้อยฝีมือของข้า  จะดังไปถึงเขาผู้นั้นได้บ้าง

             หากได้พบกันอีกครั้ง... ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้พี่ชานยอลให้อภัยข้า

 น้องของท่าน

 

 

            ทุกถ้อยคำ  ทุกตัวอักษรจีนที่เขียนอย่างงดงาม และทุกลายเส้นที่อยู่ในจดหมายยังคงฝังแน่นอยู่ในพระหฤทัยโดยไม่มีผิดเพี้ยน  องค์ชายชานยอลทรงจดจำทุกรายละเอียดที่สตรีที่พระองค์รักยิ่งได้ขีดเขียนไว้ โดยไม่ต้องเปิดอ่านใหม่เลยสักครั้ง

                ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้พี่ชานยอลให้อภัยข้า

              

ทุกอย่างหรือ  อดีตองค์ชายรัชทายาททวนคำนั้นอยู่ในพระหทัย

หากข้าต้องการสิ่งนั้น เจ้าจะยอมทำหรือไม่

หากทุกอย่างที่ข้าต้องการนั้น....หมายถึงเจ้า  เจ้าจะยอมทำตามไหม

แพคฮยอน

 

 

                นานพอควรกว่าที่ประทับยืนนิ่งเบื้องหน้าพระตำหนัก  หัวหน้าขันทีประจำพระองค์จึงได้เคลื่อนเข้ามาเชิญเสด็จไปยังห้องทรงงาน  องค์ชายชานยอลแย้มสรวลบางตลอดทางเสด็จ ขณะทอดพระเนตรทุกรายละเอียดภายในพระตำหนักหลวงแห่งใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นแทนพระตำหนักหลวงที่ถูกเผามอดไหม้ไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน  พระตำหนักแห่งนี้ราวกับจำลองภาพของพระตำหนักเดิมมาอย่างไม่ผิดเพี้ยนจนราวกับว่าพระองคืได้กลับมาอยู่ในพระตำหนักของ เสด็จพ่อ’  แม้ว่าพระองค์จะได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ภายในวังหลวงเพียงแค่ห้าชันษา  ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับทุกพื้นที่ในพระราชวังแห่งนี้กลับอัดแน่นอยู่เต็มพื้นที่  ราวกับรอให้พระองค์ได้เข้ามาทอดพระเนตรความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ด้วยพระองค์เอง

                “มาแล้วรึ หลานชาย... รออยู่พอดี

            สุรเสียงสดใสของฝ่าบาทผู้มีเคยมีฐานะเป็นเพียงพระอนุชารัชทายาททำให้องค์ชายชานยอลถวายบังคมอย่างสง่างาม  ก่อนก้าวเข้าไปยังที่ประทับกึ่งกลางห้อง  โดยมีบุรุษหนึ่งนั่งนิ่งพร้อมก้มหน้าอ่านฎีกาถวายงานอยู่ไม่ห่างก่อนจะถวายความเคารพกับพระองค์ในเวลาต่อมา  พระพักตร์ของพระราชาแห่งโชซอนแจ่มใส  เมื่อทรงเชื้อเชิญให้พระองค์เสด็จประทับที่ด้านหนึ่งของโต๊ะไม้

            “มานั่งก่อน.... ข้าได้ยินว่าเจ้าสองคนได้รู้จักกันบ้างแล้ว

            องค์ชายชานยอลแย้มสรวลรับคำนั้น   พระองค์ทอดพระเนตรแววตาที่แสนชาญฉลาดของบัณฑิตชางมินเมื่อกราบทูล

            “ท่านชางมินเป็นผู้เฉลียวฉลาด กระหม่อมยังไม่คุ้นเคยกับราชสำนักนัก  จึงต้องสนทนากับท่านชางมินอยู่บ่อยครั้ง

            “เกล้ากระหม่อมเองยังเขลานัก...มีหลายเรื่องที่ต้องให้องค์ชายชานยอลประทานคำแนะนำ

            ชางมินบอกอย่างถ่อมตน   ทว่าสุรเสียงทุ้มนุ่มกลับตรัสแย้ง

            “หากราชบัณฑิตยังโง่เขลา... เราจะมีราชบัณฑิตเอาไว้เพื่อสิ่งใดเล่า ท่านชางมิน

            “เจ้าเข้าใจพูด... แต่เมื่อยังเป็นคนหนุ่มก็ต้องแสวงหาความรู้ให้ยิ่งยวดขึ้นไป  บัณฑิตชางมินแม้จะมีพรสวรรค์และเชี่ยวชาญทางด้านอักษรศาสตร์ แต่ประสบการณ์บางอย่างอาจสู้เจ้าผู้ที่เที่ยวท่องไปทั่วแผ่นดินไม่ได้  ยองอัน... แม้ข้าเองก็เช่นกันพระราชาตรัสกับหนุ่มฉกรรจ์ทั้งสองอย่างพระทัยเย็น

            “ตรัสยกย่องกระหม่อมเกินไปแล้ว

            “ไม่หรอก... ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย

            “มีสิ่งใดที่

            “บัณฑิตชางมินได้เล่าให้อาฟังว่าเจ้าเคยอยู่กับเรือสินค้า... เป็นอย่างไรบ้าง

            “กระหม่อมเดินทางไปหลายแห่ง   บางคราวได้เข้าไปพักในมองโกลบ้าง ต้าชิงบ้าง

            “ข่าวว่าเจ้าเพิ่งกลับมาจากปักกิ่งกระแสรับสั่งแสดงความสนพระทัย

            “กลับมาได้สองปีแล้วกระหม่อม  ไปทำงานอยู่กับสำเภาสินค้า  ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อาศัยว่าได้เที่ยวท่องเป็นกำไรชีวิตองค์ชายชานยอลกราบทูลหนักแน่น

            “ข้าได้รับฎีกาเรื่องการเสนอให้เปิดการค้ากับต้าชิงและดินแดนอื่นอย่างเป็นทางการ  เพราะทุกวันนี้มีเรือเข้าออกโชซอนเพียงแค่ปีละสองลำ  หากมีการเข้าออกของสำเภาสินค้า อาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ หลายวันมานี้ทางกลุ่มพ่อค้าต่างนำโครงการมาเสนอ โดยเฉพาะเรื่องท่าเรือ  ข้าจึงอยากถามเจ้าว่ามีความคิดเห็นประการใด  ถ้าจะเปิดท่าเรือเพิ่ม ก็ต้องหารือกันหลายฝ่าย

            “เกล้ากระหม่อมไม่แน่ใจว่าจะกราบทูลสิ่งใดได้  ตามกฎราชสำนัก  เจ้าชายพระองค์อื่น ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองได้มิใช่หรือกระหม่อมองค์ชายไร้บัลลังก์ทอดถอนพระทัยแผ่วเบา และกราบทูลด้วยสุรเสียงบ่งบอกถึงความเจียมพระองค์  ทว่าพระเจ้ามยองอินกลับไม่คิดเช่นนั้น 

            “เจ้าไม่ใช่เจ้าชายพระองค์อื่น... แผ่นดินนี้ ก็เป็นของเจ้าด้วยเช่นกัน  หากเสด็จพี่ยังอยู่ ราชบัลลังก์แห่งนี้ก็ต้องเป็นของเจ้า  ข้าจึงไม่เคยคิดว่าที่แห่งนี้เป็นที่ของข้าเลยหลานชาย”   

ฝ่าบาท

            “สิ่งที่ข้าทำอยู่ในขณะนี้... ก็คือการรักษาราชบัลลังก์ของท่านพี่ไว้ให้ดีที่สุด เพื่อรอให้ผู้ที่คู่ควรกับมันได้รับไป

            องค์ชายชานยอลรู้สึกเหมือนกำลังถูกผลักลงมาจากความเชื่อที่ฝังมาอยู่ในพระหทัยตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระแสรับสั่งนั้นทำให้พื้นที่ที่พระองค์ประทับอยู่คลอนแคลนจนไม่อาจทรงตัวได้

            “เพราะที่แห่งนี้...ไม่ใช่ที่ของข้า

            “ฝ่าบาท”  กราบทูลด้วยเสียงที่ตกพระทัยไม่น้อย

            “ส่วนเรื่องท่าเรือและฎีกา เจ้าลองอ่านดูก่อน  คิดเห็นเช่นไรค่อยบอกข้า ราชบัณฑิตชางมินเองก็กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

            แม้พระเจ้ามยองอินจะทรงตรัสด้วยสุรเสียงนุ่มนวล โดยไม่มีสิ่งใดที่ทำให้พระองค์ทรงเคลือบแคลงเลย   ทว่าองค์ชายชานยอลกลับมีพระพักตร์ที่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            “ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ยองอัน... ไม่สิ  ชานยอล

            “เป็นพระกรุณาอย่างสูงที่สุดกระหม่อม

            ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม  แต่พระหฤทัยขององค์ชายชานยอลกลับร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ บทสนทนาเกี่ยวกับการค้าขายระหว่างสองประเทศถูกถ่ายทอดด้วยความคิดของผู้มีประสบการณ์ และเดินทางมาตลอดสี่ปี ฎีกากว่าห้าฉบับที่ถูกถวายขึ้นมาจากกลุ่มพ่อค้าที่อยู่ท่าเรือ และผู้ที่มีส่วนได้รับประโยชน์ล้วนแต่บอกจุดประสงค์ชัดเจนว่าต้องการให้พระราชาทรงพิจารณาเปิดท่าเรือเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศนอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันและเก็บภาษีจากชนชั้นล่า ภาษีที่ได้จากการขนส่งสินค้าระหว่างดินแดนนั้นจะส่งผลดีให้กับท้องพระคลังมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  แต่ข้อเสียก็คือ การเปิดประเภทเพื่อค้าขายอย่างเอิกเริกนั้นถือว่าผิดหลักขงจื้อยิ่งนัก ขุนนางเก่าแก่บางส่วนที่ยังคงยึดหลักนี้อย่างมั่นคงคงไม่ยอมง่าย ๆ อีกทั้งยังต้องมีการจัดการดูแลเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดการวิวาทกันเพื่อแย่งผลกำไรอันงดงามจากการมีสำเภาสินค้าเข้าประเทศอย่างมากมายต่อไป

            “ขอบใจมากหลานอา... เจ้าช่วยได้มากจริง ๆ

            องค์พระราชาทอดพระเนตรพระนัดดาด้วยความไว้วางพระทัย  และพอพระทัยไม่น้อยกับข้อมูลที่ได้รับ  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน คงต้องมีการพูดคุยกันในวงประชุมของขุนนางทั้งหลายต่อไป  ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงต้องการรู้รายละเอียดทั้งหมดจากหลาย ๆ ฝ่ายก่อนเพื่อให้รู้เท่าทันข้าราชการเหล่านั้น 

            การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ กระทั่งการเข้ามาสู่ตำแหน่งของพระองค์เองก็เช่นกัน 

            ผู้ที่รู้ไม่เท่าทันก็อาจตกเป็นเหยื่อของมันได้   หรือพูดให้ดีแล้ว... หากไม่ระวัง ไม่ว่าผู้ใดก็อาจถูกดึงเข้าไปอยู่ในวังวนนั้นและไม่มีวันกลับออกมาได้เช่นกัน....

            ดังเช่นที่พระองค์เคยเป็นมา

            แม้จะอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดในโชซอน พระองค์ก็ทรงทราบดีว่า ลึก ๆ แล้ว พระราชอำนาจที่พระองค์มีอยู่ ไม่อาจสู้รบกับเหล่าขุนนางที่กระหายในอำนาจเหล่านั้นได้เลย... เมื่อต่างฝ่ายต่างพยายามขึ้นมาเป็นใหญ่เพื่อให้เอื้อประโยชน์กับคนกลุ่มของตนให้มากที่สุด  ตลอดพระชนมชีพที่ผ่านมา ขั้วอำนาจทั้งสองไม่เคยหยุดห้ำหั่นสักวัน พระเจ้ามยองอินจึงทำได้เพียงการปกครองโดยสนับสนุนให้มันสมองของเหล่าบัณฑิตชองกยุนกวานได้มีบทบาทท้องพระโรงมากขึ้น ทรงใช้ทั้งการประนีประนอม การแทรกแซงอำนาจโดยเหล่าราชบัณฑิต ทั้งยังให้แบ่งให้ขุนนางที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนนั้นคานอำนาจซึ่งกันและกัน  เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งเข้ามามีบทบาทมากเกินไป

          

            “พักเรื่องนี้ก่อนดีกว่า...ชานยอลหลานข้า เจ้าทราบข่าวดีหรือยัง

            “ข่าวดีหรือกระหม่อม

            “งานมงคล.....ขององค์รัชทายาทกับองค์หญิงพระชายา

            สุรเสียงของผู้รับสั่งเบิกบานแจ่มใสได้ทำให้ผู้ที่รับฟังรู้สึกเหมือนกำลังถูกจุดไฟเผาทั้งเป็น

          

 

            ชานยอล.....

            เหตุใดฟ้าจึงไม่รักเจ้าเสียเลย 

 

 

 

 

                วรกายสูงใหญ่ก้าวลิ่วออกมาจากพระตำหนักหลวงพร้อมด้วยพระพักตร์หม่นหมอง  รอยแย้มพระโอษฐ์ที่มักประดับอยู่บนพักตร์รูปไข่เสมอกลับมีแต่บึ้งตึง  กระทั่งออกมาจนลับพระตำหนัก  นิ้วพระหัตถ์กำแน่นก่อนทรงชกไปที่กำแพงหินสุดแรง  และไม่ยอมหยุดเพียงแค่ครั้งเดียว จนผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องรีบคว้าพระกรไว้ หากกระนั้นก็ยังทรงสะบัดแรง จนแม้แต่ร่างที่สูงพอกันเองก็เซถลาไปด้วยพระกำลังอันแข็งแรงนั้น

            “หยุดเถอะกระหม่อม

            “หยุดหรือ... เจ้าต้องการให้ข้าหยุดหรือ  ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

            “องค์ชาย

            “บอกมาสิชางมิน บอกว่าข้าทำอะไร...ทำไมข้าต้องได้รับผลเช่นนี้

            สุรเสียงกราดเกรี้ยว   ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ  หากความทรมานอย่างถึงที่สุดที่อยู่ในกระแสรับสั่งนั้นกลับทำให้ชางมินเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน

            “เกล้ากระหม่อมไม่อาจกราบทูลสิ่งใดได้

            “สิบกว่าปีที่ผ่านมา.... ข้าถูกตามฆ่า  ถูกหักหลังมานับครั้งไม่ถ้วน จนถึงตอนนี้...ข้าก็ยังถูกหักหลังอยู่”      

            ชานยอลกำพระหัตถ์แน่น ขณะทอดพระเนตรนัยน์ตารวดร้าวของผู้ดำรงตำแหน่งชังวอนคนล่าสุด...บัณฑิตชางมิน

            “แม้แต่ผู้ที่ข้าเชื่อใจที่สุด....ก็ยังพร้อมจะหักหลังข้ามาตลอด

            นอกจากท่านแม่...  ข้าก็เชื่อแค่เจ้า....  แค่เจ้าเพียงคนเดียว  แพคฮยอน  

            “ทำไม...ทั้งที่เหลือแค่คนเดียว... คนเดียวเท่านั้น ทำไมต้องพานางจากไป...พรากนางไปจากข้าทำไม!

 

            “เรื่องกำหนดวันพิธีเข้าหอขององค์รัชทายาทและองค์หญิง แพทย์หลวงและฝ่ายพระราชพิธีได้ตรวจตราฤกษ์ยามและช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว

              “องค์หญิงยังทรงพระประชวรอยู่มิใช่หรือกระหม่อม

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงเวลานั้น องค์หญิงพระชายาก็คงพลานามัยแข็งแรงดี แพทย์หลวงยืนยันมาเอง พระมเหสีเองก็วางใจแล้วว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย

 

            “อีกไม่นาน พระราชวังแห่งนี้ก็คงมีองค์หญิงองค์ชายน้อยเต็มไปหมดแน่นอน

 

 

|

 

 

           สามวันหลังจากทรงกลับมาประทับที่พระตำหนักขาว  องค์หญิงพระชายาแพคฮยอนทอดพระเนตรความวุ่นวายเบื้องพระพักตร์ด้วยสายพระเนตรว้าวุ่นไม่น้อย ฮวางซังกุงที่ได้รับหน้าที่จากพระมเหสีให้คอยตระเตรียมพระชายาสำหรับพระราชพิธีสำคัญแทบนั่งไม่ติดที่  เพราะต้องคอยออกคำสั่งให้เหล่านางกำนัลทำสิ่งโน้นสิ่งนี้ เข้า ๆ ออก ๆ ห้องทรงพระอักษรด้วยความเป็นห่วงพระอาการประชวรจนพระองค์หงุดหงิดพระทัย ต้องขอบคุณจีเฮที่คอยนั่งเฝ้าอยู่ไมห่างต้องปรามพระอภิบาลให้คลายจากความกังวล แต่แม้ว่าพระพลานามัยของพระองค์แข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เสด็จออกที่ไหน เนื่องจาก พระอาการสตรีจึงทรงทำได้เพียงประทับนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนพระยี่ภู่และทรงพระอักษรอย่างหน่าย ๆ

            “จีเฮ... เราเบื่อ มันเหนอะหนะ ไม่สบายตัวเลยตรัสกับนางกำนัลคนสนิท ด้วยความไม่พอพระทัยในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพระองค์  นอกจากอาการปวดพระนาภีที่เกิดขึ้นเป็นระยะแล้ว  ยังไม่ค่อยสบายพระวรกายอีกด้วย

            “อดทนหน่อยนะเพคะ  อีกไม่กี่วันก็จะดีขึ้นจีเฮกราบทูลอย่างคุ้นเคย

            “นี่เราต้องเป็นเช่นนี้ทุกเดือนจริง ๆ หรือ... ทำไมเกิดมาเป็นผู้หญิงถึงได้ลำบากจริง มีวิธีไหนที่จะทำให้ข้าไม่ต้องเป็นแบบนี้ทุกเดือนไหม

            นางกำนัลสาวยิ้มให้กับพระอาการหงุดหงิดและกระแสรับสั่งนั้น  ไม่กล้าทูลตอบว่าวิธีที่จะทำให้องค์หญิงพระชายาไม่ต้องเป็นเช่นนี้คือการต้องตั้งพระครรภ์           

            “จีเฮ

            “เพคะ

            “แล้วงานเข้าหอนี่...ข้าต้องทำยังไงบ้างล่ะตรัสถามพลางใช้พระหัตถ์เล็กบางพลิกหน้ากระดาษเบื้องพระพักตร์ไปมา  นัยน์ตาของนางกำนัลสาวหม่นลงเล็กน้อย ก่อนที่นางจะเก็บซ่อนไว้ได้อย่างมิดชิดเมื่อพระเนตรสวยตวัดมาจ้องนางนิ่ง

            “ในหนังสือพิธีการก็บอกไว้ละเอียดแล้วนะเพคะ ก่อนถวายฝ่ายพิธีการก็ตรวจอย่างละเอียดแล้วนี่เพคะ ไม่น่าจะขาดตกบกพร่องอะไรหญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยกับคำถามขององค์หญิงพระชายา เพราะทราบดีว่าพระองค์เป็นผู้ที่อ่านถี่ถ้วนและทรงจดจำได้ดี  พิธีการไม่ได้ยาวนานมาก เหตุใดครั้งนี้จึงจำไม่ได้

            “ข้าไม่ได้หมายถึงตอนเข้าพิธี....หมายถึงตอนที่เข้าไปในห้องแล้วต่างหาก   เจ้าดูตรงนี้สิ" ทรงเลื่อนหนังสือพิธีการเล่มหน้าให้กับนางกำนัล  และตรัสต่ออย่างไม่เข้าพระทัยนัก ข้าต้องทำอย่างไรเล่า... หลังจากองค์ชายเสวยกระยาหาร นางกำนัลยกสำรับออกไป ในนี้บอกแค่ว่า หลังจากนั้นพึงเหลือเพียงเพลงขับสำหรับค่ำคืนอันชื่นฤทัยนี้เท่านั้น

            จีเฮแสดงสีหน้าไม่ถูกกับพระคำถามนั้น 

            “เรื่องนั้น...คือ ...องค์หญิงเพียงถวายการรับใช้องค์ชายเท่าที่ทรงปรารถนาก็เพียงพอแล้วเพคะ

            “ถวายการรับใช้เท่าที่ทรงปรารถนามันหมายความว่าอย่างไรเล่า  ไม่มีตัวอย่างหรือ

            “คือ...หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ มันเป็นเรื่องของหญิงชาย

            “จีเฮ....ข้ารู้ว่าเจ้าเคยออกไปข้างนอกวังบ่อย ๆ เจ้ารู้ตั้งหลายเรื่อง ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงจะไม่รู้ ข้าไม่เชื่อหรอก...เมื่อเช้าข้าก็ถามฮวางซังกุงไปรอบนึง แต่ก็ไม่ยอมตอบ....แล้วนี่เจ้าหน้าแดงทำไม ถามใครก็หน้าแดงกันหมด เป็นความลับอะไรหรือไงทรงคาดคั้น พระพักตร์บึ้งตึง

            “บอกมาเดี๋ยวนี้! เข้าไปแล้วต้องทำอะไรกัน

            “เข้าไป... ทำสิ่งที่หญิงชายพึงกระทำต่อกันเมื่ออยู่ตามลำพังเพคะ

            “แบบไหนล่ะ  ยกตัวอย่างสิ

            “หม่อมฉันเองก็เคยแค่อ่านในหนังสือเท่านั้น...จีเฮกราบทูลขณะใบหน้ายังแดงจัด  ไม่กล้าทูลแม้กระทั่งว่าเป็นหนังสือที่อ่านเป็นประเภทใด  ในนั้นบอกว่า หญิงชายที่เป็นคนรักกัน  มักจะทำสิ่งใดต่อกันล่ะเพคะ สิ่งนั้นจักนำมาซึ่งพระโอรส พระธิดาเพคะ

            “แล้วสิ่งใดกันล่ะยังทรงข้องพระทัย

            “สิ่งที่พึงกระทำต่อกัน ยามที่อยู่กันเพียงลำพัง....  สิ่งนั้นอาจทำให้พระองค์ต้องเขินอาย... และอาจไม่สามารถควบคุมพระองค์ได้เลยเพคะนางกำนัลสาวพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุด เพื่อไม่ให้องค์หญิงผู้ที่แม้จะพระชนมายุใกล้เคียงกับตน แต่ยังไม่ ประสีประสามากนักต้องตกพระทัย  ถึงกระนั้น สุรเสียงหวิวขององค์หญิงกลับทำให้นางแปลกใจ

            “จะ...เจ้าหมายความว่า อย่างนั้นหรือ!!!!

            พระพักตร์ที่งุนงงสงสัยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน  สายพระเนตรไหวระริกเมื่อหวนคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า พระขนงขมวดมุ่น   สายพระเนตรเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความวิตกกังวลและพระสติที่ตื่นตระหนก

            “น...นี่...  องค์ชาย จะทำแบบนั้นกับเรางั้นหรือ!สุรเสียงหวานทิ้งหายเสียงสูง 

            “พะ...เพคะ ใช่แล้วเพคะ

            “มะ...ไม่ทำได้ไหม  ไม่ทำแบบนั้นได้ไหม เราไม่ชอบเลย ร...ร เราไม่อยากทำอีกแล้ว

            “องค์หญิงเพคะ อีกหรือเพคะ...หมายความว่า องค์หญิงและองค์ชาย....จีเฮวางมือแนบอกตนเองด้วยความตกใจ เคย... ทำเช่นนั้นแล้วเหรอเพคะ

            คล้ายทุกอย่างถูกหยุดไปในพริบตานั้น   พระพักตร์รูปไข่เงยขึ้นมองนางกำนัลคนสนิทพร้อมทั้งกลีบพระโอษฐ์ที่เม้มสนิท คล้ายจะกันแสงในเวลานั้น

            “ก...ก็ จีเฮเจ้าไม่รู้หรอก.... เราต้องเป็นบ้าแน่ ๆ เราไม่อยากทำ  ทำยังไงดี เราไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว  องค์ชายต้องทรงพระสรวลเราอีกแน่

            จีเฮมองพระพักตร์อย่างไม่เชื่อสายตา... พริบตาแรก นางไม่น่าเชื่อว่าองค์หญิงน้อยที่แสนซุกซนของนางจะผ่านเรื่องดังกล่าวมาแล้ว  โดยเฉพาะกับองค์รัชทายาทที่แม้จะทรงเข้าพิธีอภิเษกมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทรงสามารถ... เข้าหอ’  ก่อนพระราชพิธีอย่างเป็นทางการนั้นได้เลย  จีเฮค่อนข้างมั่นใจว่าอยู่กับองค์หญิงแพคฮยอนแทบตลอดเวลา  ไม่น่ามีช่วงเวลาใดที่หลุดรอดสายตาไปได้...

            หรือว่า... องค์ชายจะทรงห้ามพระทัยไม่ได้กัน.....

            “องค์หญิงเพคะ...เรื่องนี้ มีใครรู้บ้างหรือไม่เพคะ

            “ไม่... ไม่รู้

            “เกิดขึ้นนานหรือยังเพคะ... เหตุใดจึงไม่บอกหม่อมฉัน  ทำไมถึง....

            นางกำนัลสาวแทบพูดไม่ออก  ด้วยไม่คิดว่าทั้งสองพระองค์จะ...

            แม้เพียงคิด นางก็เจ็บปวด.... ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ทรงกระทำร่วมกันนั้นไม่ได้มีสิ่งใดผิดเลยแม้แต่น้อย 

            จีเฮรู้สึกราวกับถูกทรมานอย่างแสนสาหัส แต่กระนั้นไม่กี่อึดใจนางก็ได้เข้าใจว่าสิ่งที่องค์หญิงพระชายาทรงเข้าพระทัยนั้นคืออะไร เมื่อพระหัตถ์เรียวยกขึ้นแตะกลีบพระโอษฐ์และรับสั่งอย่างร้อนรน

            “ถ้าหลังเข้าพิธีองค์ชายต้องจูบเราอีกครั้ง เราต้อง...สายพระเนตรวิตกกังวลฉายชัด พระโอษฐ์สีดอกมูกุงฮวาหวานเม้มสนิท  ถ้าเป็นแบบนั้นอีก เราต้องตายแน่ ๆ

            เราไม่อยากเขินอายและควบคุมตัวเองไม่ได้ต่อหน้าพระพักตร์องค์ชายอีกแล้ว....

            องค์หญิงแพคฮยอนร่ำร้องในพระทัย  ไม่ได้ทรงฉุกคิดเลยแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่พระองค์ทรงคิดอยู่นั้นผิดไปจากที่นางกำนัลต้องการบอกไปมากเหลือเกิน

            หัวใจของนางกำนัลคนสนิทที่หล่นวูบไปที่ตาตุ่มกลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง  ..แม้จะเจ็บปวดไม่น้อยกับความจริงข้อใหม่

            “จูบ...จูบหรือเพคะ เมื่อไหร่เพคะ” 

          จีเฮ.... เหตุใดเจ้าจึงเลวยิ่งนัก  เหตุใดจึงโล่งอกเช่นนี้...

          หญิงสาวก่นด่าตนอยู่ในใจภายใต้สีหน้าเรียบเฉย และสายตาใคร่รู้

            “ก็ตอนที่พวกเจ้าไม่อยู่ไง...รับสั่งปัด ๆ ก่อนที่พระพักตร์แดงจัดจะก้มงุดเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของนางกำนัลผู้เป็นดั่งสหายคนสนิท ข้าไม่อยากพูดถึงมันแล้วหัวใจเราจะหลุดออกมาแล้วนะ...

            “ตอนที่ทรงประทับบนม้าทรงหรือเปล่า...ตอนที่เสด็จมาด้วยกันสองพระองค์”  จีเฮยังคงเดา  นางหวนคิดถึงภาพที่องค์รัชทายาททรงอุ้มองค์หญิงที่ทรงพระประชวรลงมาจากหลังม้าทรงด้วยสายพระเนตรที่ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย   

            “ไม่ต้องถามเรานะ.... เราจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”  สุรเสียงคล้ายกริ้ว แต่จีเฮจับใจความได้ว่าท้ายรับสั่งนั้นมีร่องรอยแห่งความสับสนพระทัยและทรงไม่สบายใจ  อึดใจเดียวกันนั้น กระแสรับสั่งสั่นหวิวก็ลอยขึ้นมา

            “ทำไงดี...จีเฮ เรากลัว...

            “กลัวอะไรหรือเพคะ...

            “เราไม่อยากควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนอยู่ต่อหน้าองค์รัชทายาทนี่นา

            สายพระเนตรคู่นั้นทำให้จีเฮแปลกใจ....จนอดคิดไม่ได้ว่าหากฮวางซังกุงได้เห็นก็คงจะชื่นใจที่องค์หญิงในการอภิบาลของตนได้ทรงเติบโตขึ้นไปอีกนิด....

            “เสด็จไปเฝ้าพระมเหสีไหมเพคะ  พระองค์น่าจะทรงแนะนำองค์หญิงได้ นางถวายคำแนะนำองค์หญิง.... แม้จะยิ้มหวาน  แต่หัวใจของนางช่างเจ็บปวดยิ่งนัก

            จีเฮโกรธตนเอง

            เป็นแค่นางกำนัลที่ต่ำต้อย  จะรู้สึกอะไรได้มากกว่านี้เล่า...

 

            |

 

 

 

ตอนหน้าเข้าหอนะคะ -..-  (สปอยล์)


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #387 lavani (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 00:12
    (´□`。) โถ่..ไม่มีหนทางแล้วสินะ.. 
    เชียร์ชอฮาก็นะ แต่ก็แอบสงสารท่านชานยอลด้วยนั่นเเหละ.
    /ปวดใจแทน
    #387
    0
  2. #356 uuika (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 17:59
    องค์หญิงรัชทายาทผู้ใสซื่อ 5555555555

    โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงฉากนั้น #หืม 55555555
    #356
    0
  3. #286 นางฟ้าของพี่ฟ่าน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 22:24
    องค์ชายชานยอลต้องเจ็บข้ำมากแน่ๆ แต่จะทำยังไงได้
    เมื่อทุกอย่างกำหนดออกมาแล้ว
    หวังว่าองค์ชายชานยอลจะไม่คิดทำอะไรบุ่มบ่ามนะ

    เราคือ จีเฮ แอบคิดอะไรกับองค์ชายจงอินเหรอ
    อาร๊ายยยยยยยยย นี่ก็องค์หญิงน้อยก็เดียงสาสุดๆจริงๆ 5555

    หวังว่าเข้าหอแล้วจะเข้าใจมากขึ้นนะจ๊ะ
    #286
    0
  4. #275 Renoir92 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 22:48
    ไม่ได้เปิดเด็กดีนานเลยยยย คิดถึงเรื่องนี้ ตอนนี้มีหลายอารมณ์มากเลยค่ะ

    ตอนแรกเริ่มเป็นเรื่องของการเมืองที่เราไม่อาจจะเข้าใจ 5555555

    เดาต่อได้หลายทางมากเลยว่าจะเกิดอะไรต่อ โอย เครียดแล้ว ตอนนี้เริ่มเครียดแทนชานยอลแล้วว แงงงงง

    สงสารท่านพี่ พฮืออออ อย่าทำร้ายตัวเองแบบนั้นนน ไปหาท่านชางมินเถอะ #ผิด 55555



    ส่วนจีเฮ แบบ .... อึ้ง แงงงง ตอนต่อๆไปก็อยากจะให้นางเจียมตัวแบบนี้อยู่บ่อยๆ

    กลัวว่านางจะเป็นหอกข้างแคร่ ยิ่งแพคฮยอนสนิทและไว้ใจมากขนาดนี้

    กลัวว่าตอนหลังนางจะอิจฉาแล้วกลายเป็นตัวร้ายอะะะะ T_T

    เราต้องทำหัวสมองให้ว่างก่อนอ่านจริงๆ แบบบ มันหลายอารมณ์จริงๆค่ะ ; - ;
    #275
    0
  5. #271 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 02:53
    สงสารท่านปาร์คชานยอล T^T
    ถ้าท่านทำใจไม่ได้ มาหาข้าเถอะ
    #หลบ
    555555555555555555

     
    แต่จริงๆแล้ว..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
    ความคิดหรือความรู้สึกของคนที่เปลี่ยนไปแล้วได้หรอกนะ....
     
     
     
    ปล. แหม่.. ตอนแรกนึกว่าจีเฮตกหลุมรักองค์หญิงซะอีก
    ๕๕๕๕๕ อ่านดีๆอ่อ พอจะเข้าใจว่าคงเป็นองค์ชายจงอิน..
    #มึนแท้
    #271
    0
  6. #270 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 02:53
    สงสารท่านปาร์คชานยอล T^T
    ถ้าท่านทำใจไม่ได้ มาหาข้าเถอะ
    #หลบ
    555555555555555555

     
    แต่จริงๆแล้ว..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
    ความคิดหรือความรู้สึกของคนที่เปลี่ยนไปแล้วได้หรอกนะ....
     
     
     
    ปล. แหม่.. ตอนแรกนึกว่าจีเฮตกหลุมรักองค์หญิงซะอีก
    ๕๕๕๕๕ อ่านดีๆอ่อ พอจะเข้าใจว่าคงเป็นองค์ชายจงอิน..
    #มึนแท้
    #270
    0
  7. #226 geejajaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 23:49
    สงสารชานยอลจากใจจริงเลยอ่ะ
    ร้องไห้แทน

    สงสารแบคเหมือนกันที่ไม่รู้ใจตัวเองอ่ะ

    สงสารจงอินเหมือนกัน หวังว่าตอนเข้าหอจะไม่กัดกันจนเสียฤกษ์นะ

    โอ๊ย สงสารทุกคนเลย เซ็งอ่ะ อ่านแล้วเศร้าปวดใจจิงๆนะ
    #226
    0
  8. #220 Windy Boy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 14:17
    กรี๊ดดดดดดดดดดด องค์หญิงนางใสซื่อมาก ไปถามแบบนั้นได้ยังไง ใครเขาจะกล้าบอกล่ะ 5555555555555555 โอ๊ยยยยยยยย น่ารักสดใสสมวัยจริงๆ ที่สงสัยคือจีเฮ ทำไมนางต้องเศร้า ทำไมต้องรู้สึกผิดในใจ นางคิดอะไรกับองค์ชายจงอินหรือเปล่า หรือนางเป็นว่าที่สนมขององค์ชายเหรอ ไม่นะม่ายยย แต่นางก็แอบน่ารักนะที่บอกให้องค์หญิงไปปรึกษาพระมเหสี โอ๊ยยยยย พอคิดถึงตอนนั้นแล้วมองเห็นภาพในมโนว่าแม่ที่แอบรู้ว่าลูกชายตัวเองไปแอบจูบสาวจะทำหน้ายังไงนะ ลูกชายทำตัวน่าตีอะ แต่รายนี้ท่าจะได้ใจเขาล่ะ โอ๊ยยยยย ไปปรึกษาพระมเหสีเร็วๆ เลย พระมเหสีจะได้ชง กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    ตอนต้นเรื่องสงสารองค์ชายชานยอลอีกแล้ว โธ่พ่อ...ชะตาคนเรามันขีดเส้นไว้อย่างนั้นแล้วจะโทษใครได้ล่ะพ่อ สงสารก็สงสารแต่จะให้คนอื่นช่วยยังไงล่ะ นับถือความที่ป็นคนรักเดียวใจเดียวขององค์ชายชานยอลมากนะ พยายามจะจับจุดตอนก่อนๆ หน้าที่พวกเสนาบดีคุยกันในโรงเหล้าเกี่ยวกับท่าเรือเทียบกับตอนที่พระเจ้ามยองอินคุยกับชานยอล แต่จับประเด็นไม่ค่อยได้ เลยไม่แน่ใจ ตรงนี้จึงไม่ขอคอมเม้นนะคะ
    อ่านทันตอนล่าสุดแล้ว ต่อจากนี้หม่อมฉันก็คงได้แต่เฝ้ารอไรเตอร์มาอัพฟิคนะเพคะ *วิ่งไปซบชอฮารอ* 
    #คอมเม้นเรียงหน้าแรกพรืดเดียวเป็นของนาง #แลดูนางเครซี่ดี #เขินนนนน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 ธันวาคม 2556 / 14:20
    #220
    0
  9. #207 u_turn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2556 / 14:41
    สงสารชานยอลมากเลยอ่า  สงสารมาก

    เหมือนฟ้าจะไม่เข้าข้างชานยอลเลย  

    แต่เราก็อยากให้จบแบบไคแบคน่ะ

    สุดท้ายขอให้ชานยอลได้สักอย่างเถอะ

    จีเฮ นี่แอบรักองค์ชายรัชทยาทแน่เลยอ่า

    รออ่านอยู่น่ะ ไรท์สู้ๆ
    #207
    0
  10. #204 fatipa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 10:27
    ตกลงว่าจีเฮนี่เป็นนางริษยาเหรอคะ นึกว่าจะดีซะอีก
    สงสารชานยอลพาร์ทไหนๆก็สงสารแต่ชานยอล ทำไมพึงได้อาภัพขนาดนี้ สงสาร ToT
    องค์หญิงนี่ก็ไร้เดียงสามากๆเลย แต่น่านักดี ^+++^
    รอตอนหน้า รอตอนหน้า รอตอนหน้า รอตอนหน้า รอตอนหน้า รอตอนหน้า ต่ะ!!!!!!!! ㅇㅅㅇ
    사랑헤 종인나 백현아 찬열아. <3 <3 <3
    #204
    0
  11. #190 simui (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 14:17
    จีเฮคิดอะไรอยู่เนี่ย แอบหลงรักองค์หญิ งหรือองค์ชายกันแน่คะ
    #190
    0
  12. #187 exo is mine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 00:11
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไรท์คะ อย่าค้างไว้นานเกินรีดเดอร์ทนไม่ไหวแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว ToT
    #187
    0
  13. #186 Praploy Teppara (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 23:17
    ชานยอล ชานยอล ชานยอล และชานยอล ชานยอล!!!!!!!!!

    พี่นิ่มคะ เรื่องนี้เค้ารักชานยอลมากจริงๆนะ หลงไหลในบทบาทของชานยอลที่สุด อดีตองค์ชายรัชทายาทผู้น่าส่งสาร ถึงแม้ว่าอนาคตพี่ชานจะได้ตำแหน่งมากก็จริง แต่เรื่องหัวใจค่อนข้างจะเป็นไปได้อยาก แต่ ณ จุดนี้เราก็ยังเชียร์ค่ะ ชานแบคไฟติ้ง!! ชานยอลรอบรู้มากๆ ในใจของฝ่าบาทคงวางแผนเร่องนี้จะยกราชบัลลังก์ให้กับชานยอลแล้วแน่ๆ ดูพระองค์แน่วแน่กับข้อนี้มาก แล้ววังเซจาล่ะ ฝ่าบาทจะให้ไปทำอะไรต่อไป ติตดตามค่ะ........

    ชานยอลคะ เจ็บปวดมากมั้ยคะ มามะโอ๋เอ๋ 555 คงปวดใจมากแน่เมื่อได้ยินฝ่าบาทตรัสว่าอนาคตใกล้ๆนี่จะมีงานมงคลของไคแบค พี่ชานตอนนั้นคงหัวใจสลายเป็นผุยผงค่ะ รักแบคก็รักมาก่อน เจอก่อนจงอิน แต่สุดท้ายกลับต้องเสียผู้หญิงอีกคนที่รักมากที่สุดในชีวิตให้คนอื่นไป อยู่ในวังเหมือนกัน ตำแหน่งสูงเหมือนกัน แต่กลับทำตามใจตัวเองไม่ได้ ทั้งๆที่ว่าอนาคตคิดไว้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะมีอนาคตร่วมกับเรา แต่..........  ก็นะ  สงสารชานยอลที่สุดค่ะ เชียร์ชานแบคและชานแบคค่อไป อย่าให้ชานยอลชั่วร้ายเลยนะคะ รักชานยอลมากเกินกว่าจะให้บทพี่ชานไปเป็นอะไรแบบนั้นได้จริงๆ ตอนหน้าส่งแบคเข้าหอแล้วพี่ชานจะทำใจได้หรอคะ ฮืออออ ไปให้ซื่อซุนปลอบนะ ไม่สิ แย่งแบคมาให้ได้ค่ะ!! #โดนตบ

    แหม่!! องค์หญิงคะ ไม่รู้จักเรื่องแบบนั้นจริงๆหรอ 555 ช่างไร้เดียงสาจริงๆ จริงๆแล้วไคแบคก็ฟินนะแต่ชอบชานยอลมากกว่า กรี๊ดๆๆๆๆ ตอนหน้าเข้าหอละ แล้วว องค์หญิงน้อยจะเหลือมั้ยคะแบบนี้ #ไม่แน่นอน จงอิน ตอนหน้าอ่อนโยนนะคะ ไม่รุนแรงนะรู้มั้ย #หื่น ตอนหน้าคงเป็นอะไรที่ฟินระดับพระกาฬแน่ๆ กับพี่นิ่มคือแน่นอน!

    รวมเล่มเมื่อไหร่อะไรยังไงบอกนะคะ เรื่องนีไม่พลาดแน่ๆ ชานยอลหลือเกินไปและเป่าขลุ่ยได้สุดยอดเกินไป








    #186
    0
  14. #184 ShawolBB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 20:22
    รอตอนต่อไปใจจดจ่อ แค่คิดก็เขินแล้ว วันนี้จงอินมาแค่ชื่อแต่หล่อมากเลอออออออ คือหล่อตอนที่จีเฮถามเรื่องจูบ
    มโนแล้วแบบโอ้ยอิกั๊มหล่อแมนผิวสีแทนอีสดาเบสท์!!! ก็ถ้าไม่คิดถึงร่างของน้องนีนี่ที่พี่ชานเอาแต่ตามจีบ
    อะไรคือเมนมาแต่ชื่อแล้วอวยได้ก็อวย ไม่ไบแอสเลย ไม่เลย ม่ายยยยยย
    สงสารชานยอลก็สงสารแม้จะพยายามไม่สงสาร ทำไมผู้หญิงคนนี้ใจร้ายนักเป็นญาติฮวางซังกุงหรือเปล่า555555555
    ตอนที่เดินแล้วแย้มยิ้มคืออิพิชานหล่อ!!!!!! ขอบคุณพี่นิ่มจริงๆนะที่สร้างจงอินในลุคแบบนี้ขึ้นมา
    ถ้าไม่มีฟิคเรื่องนี้ก็ไม่รู้จะมีฟีลคุ้มคลั่งแบบนี้หรือเปล่า คงคิดภาพมันแบบนี้ไม่ออกแน่ๆ
    อยากได้รวมเล่มเรื่องนี้เลยจริงจัง จองเลยหนึ่งเล่ม(อย่างจริงจัง) รักเพลงประกอบ รักตัวละคร รักอารมณ์ รักความละเอียดอ่อน
    รายละเอียดแน่นมากๆ ตั้งแต่อ่านฟิคมา(ซึ่งก็ไม่ได้อ่านเยอะเล้ยย)เรื่องนี้คือประทับใจมาก
    ดราม่าได้ต่างจากเรื่องอื่นที่สาดดราม่าโบร้มๆแต่อันนี้แบบดราม่าแฝง จะว่าไงดี มันก็ไม่แฝงแต่ไม่ชัดเจน เอ้าพิมพ์เองงงเองไม่รู้จะสื่อยังไงดี
    มันเหมือนซีรีส์พีเรียดที่มีอารมณ์บางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ภาพในจินตนาการเซจาบินน่ารักแบบไหน องค์ชายหล่อยังไง
    พิชานมาดแมนเท่าไหร่ ในวังสวยงามแบบไหน เบื้องหลังลึกๆในแต่ละตัวละครมันมีสีเทา ชอบบบบบบบบ
    สื่อคำพูดไม่ถูกแต่ชอบมากจริงๆค่ะ ตอนต่อไปส่องไฟให้เยอะๆนะคะ 55555555555555 จะเขินไว้ล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ ฮิฮิ
    เข้าหอที่รอคอย....
    #184
    0
  15. #183 choikim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 20:05
    ฮืออออ ถึงฟ้าจะไม่รักชานยอลแต่เรารักนะ 
    ให้แบคคุ่กับชานไม่ได้เหรอไรท์ กรีดร้องแป๊บ T^T
    คือขานน่าสงสารมากกกก ถ้ามันจะเป็นไคแบค สุดท้ายให้ยอลได้บัลลังเถอะ
    ขอสักอย่างให้ยอลเถอะ ไม่งั้นก็ตายซะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ ฮอลลลล 
    เรื่องของยอลมันเศร้ามาก ปวดใจทุกครั้งแต่เห็นยอลคิดถึงแบค มันหน่วงๆ YY
    แล้วยิ่งเพลงประกอบฟิค ตายค่ะ ลาตาย ปวดใจแทนยอล 
    #โหวตเอาชานเป็นพระเอกรัวๆ 

    จีเฮชอบจงอินป่าว.. หรือยังไง -0-
    #183
    0