[Period] Flower ✿f the REALM {Kai x Baekhyun x Chanyeol}

ตอนที่ 17 : *** ตอนที่ ๙ ตะวันฉายในราตรี {๑} ***

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 57

 


                ตอนที่  ๙   ตะวันฉายในราตรี {๑}

|

                                                            สายลมไหววูบ                จูบกลีบดอกไม้

                                                พัดดอกแกว่งใบ                          กลิ่นฟุ้งรำเพย

                                                อาทิตย์ส่องแสง                          แจ่มแจ้งชิดเชย

                                      บุปผาเจ้าเอย                       แย้มงามเพราะใคร

 

 

 

 

                

 

            กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นส่งความหอมฟุ้งกรุ่นกำจายอบอวลทั่วบริเวณ ท่ามกลางเสียงขับประโคมดนตรีแว่วหวาน และพิธีกรรมขอพระราชบุตรที่จัดขึ้นบริเวณหน้าพระตำหนักขาวแสงรัตติกาล[1]  ใต้แสงจันทร์นวลผ่องที่ลอยเด่นเป็นฤกษ์ยามดีสำหรับพิธีกรรมสำคัญของแผ่นดินโชซอน ราตรีที่ประชาชนทุกคนฝากความหวังไว้ที่บุคคลสองพระองค์   

            ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์อันจัดเป็นห้องสำหรับพระราชพิธีสำคัญ แสงประทีบถูกจุดให้สว่างไสวพอเห็นรายละเอียดของทุกสิ่งที่อยู่ในห้องพระราชพิธี วรกายบอบบางในชุดผ้าแพรสีหวานประทับนั่งด้วยท่าทางขืนเกร็งอยู่นานแล้ว พักตร์รูปไข่ก้มงุด ทอดพระเนตรเพียงยี่ภู่สีทองประดับไหมปักลายมังกรและดอกเบญจมาศขนาดพอดีสำหรับทั้งสองพระองค์  ไม่กล้าเงยพักตร์ขึ้นไปทอดพระเนตรอีกบุรุษที่ประทับนิ่งเงียบภายในห้องพระบรรทม  องค์หญิงพระชายาทบทวนกำหนดการในพระทัยพร้อมด้วยเสโทที่ชื้นเต็มพระหัตถ์  นางวังคนสุดท้ายยกสำรับกระยาหารค่ำสำหรับเสวยก่อนเข้าบรรทมและพระโอสถสำหรับบำรุงพระวรกาย ออกไป แล้วจึงปล่อยให้ทั้งสองพระองค์อยู่ตามลำพัง

            ไร้เสียงสนทนาใด ๆ หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวใด ๆ โดยเฉพาะองค์หญิงพระชายาที่ประทับนิ่งอยู่ห่างจากองค์รัชทายาทไปกว่าหนึ่งช่วงแขน วรกายที่ปกติมักจะไม่อยู่นิ่ง ต้องขยับทำนั่นนี่ตลอดเวลากลับแข็งทื่อราวก้อนศิลา ไม่กล้าแม้กระทั่งเงยพักตร์ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย สายพระเนตรคมเข้มลอบทอดพระเนตรเสี้ยวพระพักตร์ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องพระสำอางอย่างงดงามด้วยความพอพระทัย ปรางนิ่มสองข้างเรื่อสีชมพูหวาน กลีบพระโอษฐ์สีแดงชาดสั่นระริก จนอดนึกเอ็นดูไม่ได้  

            องค์หญิงลิงน้อยของพระองค์ก็เป็นสตรีผู้หนึ่ง... แม้วันนี้จะสวมคาเช[2]อันงดงามและคงกิริยามารยาทสมเป็นองค์หญิงพระชายาในองค์ชายรัชทายาทเพียงใด แต่ก็มิอาจบดบังความไร้เดียงสาอ่อนประสบการณ์ของหญิงสาวผู้หนึ่งได้

          อย่าร้อนพระทัยไปเพคะ... ไม่มีสตรีคนใดชอบยามที่ชายเอาแต่ใจ มุ่งหมายแต่จะให้ตนมีความสุขแค่ฝ่ายเดียวหรอกเพคะ

            ทอดถอดพระทัยยาวเมื่อทรงคิดถึงคำพูดของหญิงนางหนึ่งที่เตือนพระองค์ไว้  หากพระหฤทัยที่เต้นถี่รัวขณะทอดพระเนตรอีกพระองค์ก็ทำให้ทรงตัดพระทัยยากยิ่งนัก วรกายเล็กภายใต้ฉลองพระองค์บางแนบลู่สรีระดึงดูดสายพระเนตรไม่น้อย พระฉวีขาวนวลสว่างใสไม่แพ้แสงเทียนนวลผ่องขับกับผ้าแพร  กลิ่นหอมคุ้นพระนาสิกกรุ่นกำจายจากพระชายาเฉกเช่นเคย  

            “แพคฮยอน...”

            “พ...เพคะ!” สุรเสียงแหลมเล็กหวีดร้องตอบรับในทันทีด้วยความตกพระทัย  จนอีกพระองค์อดกลั้นสรวลไม่ได้

            “ตื่นเต้นหรือ” ตรัสถามเสียงเบา โดยไม่ทรงขยับพระวรกายเข้าไปใกล้กว่านั้น   เพราะเพียงแค่กระแสรับสั่งเบา วรองค์เล็กก็คุมสติไม่ได้แล้ว

            “เปล่า...เปล่าเพคะ”

            “ปากแข็ง” ตรัสว่า...ก่อนปลอบด้วยสุรเสียงที่เย็นลง “ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขนาดนั้น...ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”

            เสียงขับขานดนตรีทวีความดังขึ้น คล้ายจะช่วยกล่อมความประหม่าของทั้งสองพระองค์ให้ทุเลาลง คำอวยพรที่เหล่านางวังและข้าราชบริพารช่วยกันส่งเสียงร้องดังรอบพระตำหนักขาวแสงรัตติกาลต่างเป็นคำเดียวกันทั้งสิ้น

            ขอให้ทรงมีพระโอรส   ขอให้ทรงมีพระโอรส

            “ขันทีซอขอถวายคำแนะนำ”  เสียงก้องกังวานของหัวหน้าขันทีผู้เจนจัดทางพระราชพิธีแห่งพระราชวังหลวงดังขึ้นจากข้างหน้าทวารประตู  องค์รัชทายาททรงสดับด้วยพระทัยที่เต้นรัวไม่ต่างจากกลองที่ดังแว่วมาจากหน้าพระตำหนัก  

            ขั้นตอนต่อไป... คือการทำตาม วิธีการที่ถูกต้องของฝ่ายพระราชพิธีที่นั่งอยู่หน้าห้องบรรทม

          “ชอฮาโปรดเสด็จประทับข้างเซจาบินด้วยเถิด” 

            ทรงกระแอมเบา และขยับพระองค์หลังจากได้ยิน แม้จะไม่ห่างนัก แต่เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับบนพระยี่ภู่สีทองนี้กลับดูใกล้ชิด และทอดพระเนตรเห็นพระชายาของพระองค์ได้ชัดเจนกว่าที่เคย  พระพักตร์งามก้มงุดไม่ยอมเงยเลยแม้แต่น้อย  อัสสาสะ ปัสสาสะติดขัดขณะที่ทรงขยับจนพระชานุทั้งคู่ชิดกับอีกพระองค์

            “โปรดใช้พระหัตถ์เชยพระพักตร์เซจาบิน”

            “ท...ท่านซอ....” ทรงกัดพระทนต์แน่น  และทอดพระเนตรลงมายังพระพักตร์ตื่นกลัวของพระชายา

            “แพคฮยอน”  สุรเสียงอ่อนโยนตรัสเบาขณะเชยพระหนุขึ้น  และเคลื่อนพระพักตร์เข้าไปใกล้ชิดจนรับรู้ถึงอัสสาสะอุ่นจากวรกายที่เล็กกว่า  หัตถ์แกร่งอีกข้างเลื่อนไปคว้านิ้วพระหัตถ์ที่สั่นระริกขึ้นมาประคองไว้อย่างถนอมราวแก้วมณี 

            “เพคะ...”

            “หลับตา... นะ” 

          “โปรดจุมพิตพระโอษฐ์ของพระชายา”

          พลันยินประโยคนั้น พระชายาผู้ที่เคยแต่ซุกซนไปทั่วพระราชวังก็ตั้งพระวรกายตรง  พระศอแข็งขืน พระเนตรเบิกกว้างด้วยตระหนกต่อสิ่งที่ได้ยิน จนพระองค์ไม่อาจทำตามขันทีซอได้  

          ทรงปล่อยให้ขันทีซอกล่าวตามหนังสือพระราชพิธีอภิเษกต่อไปโดยไม่ทรงทำตาม เพียงบีบพระหัตถ์บางพร้อมกับก้มลงใกล้ชิดพระพักตร์ที่มีแม้จะมีเครื่องพระสำอางแต่งแต้มอยู่แต่ก็สามารถมองผิวพระพักตร์ที่เกลี้ยงเกลาเนียนละเอียดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

            “ช....ชอฮา”

            “เงียบไว้...”

            นอกจากเสียงของขันทีซอ ภายในห้องพระบรรทมก็มีเพียงเสียงพระหทัยที่เต้นรัวเร็วเท่านั้นที่ยังคงดังก้อง พระโอษฐ์อุ่นเคลื่อนไปประทับบนพระนลาฎนวล และทิ้งนิ่งไว้กระทั่งขันทีซอได้กล่าวต่อไป  วรกายที่ขืนเกร็งเมื่อครู่ค่อยผ่อนลงเมื่อทรงคลายจากพระอาการตื่นกลัว

          “ให้พระโอษฐ์ของทั้งสองพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งพระชิวหาเข้าหากันและกัน และทรงพระเกษมสำราญด้วยพระเสน่หา”

          พระหัตถ์แกร่งทั้งสองเลื่อนลงไปยังอังสาบอบบางที่สั่นเทา ก่อนเลื่อนพระโอษฐ์ลงมาประทับยังนวลปรางนุ่มนิ่มสีเลือดฝาด กดแนบสัมผัสพระฉวีเนียนละเอียดอย่างอ่อนหวาน ทรงโอบกอดวรกายบอบบางด้วยพระหทัยที่เย็นลง  ไออุ่นระอุร้อนคลอเคลียอยู่เนิ่นนานราวกับไม่ต้องการห่างหายจากพระพักตร์เกลี้ยงเกลานี้  

            “ช..ชอฮา”

            “ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเชียว...องค์หญิงจอมซนของข้าหายไปไหนแล้วหรือ”

            องค์หญิงแพคฮยอนแทบไม่รู้พระองค์ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่  พระหัตถ์เรียวคว้าพระปฤษฎางค์หนาไว้เมื่อถูกพระพาหาโอบรอบพระวรกาย สรรพเสียงภายนอกคล้ายจะไม่สามารถทะลุเข้ามาภายใต้อ้อมพระพาหานี้ได้เลย ชั่วขณะที่ทรงรู้สึกปลอดภัยจากเสียงนิ่มเย็นของหัวหน้าขันที ทรงรับรู้ได้ว่ากลีบพระโอษฐ์ร้อนรุ่มกำลังขยับออกห่างจากพระพักตร์ จึงเบี่ยงพักตร์ออก ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ดังที่ทรงคาดคะเนไว้ 

            พระโอษฐ์อุ่นที่กำลังเบี่ยงออกกลับสัมผัสกับกลีบโอษฐ์แดงชาดโดยไม่ได้ตั้งพระทัย  พระหฤทัยขององค์หญิงพระชายาหล่นวูบ พักตร์ถอดสี วรกายแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะทรงขยับหนี ปล่อยให้กลีบโอษฐ์ที่เผลอแตะกันในพริบตานั้นอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม  แม้อัสสาสะร้อนวูบวาบรินรดเหนือพระโอษฐ์จะทำให้พระหทัยดวงน้อยที่มิสามารถควบคุมได้ตั้งแต่แรกให้ปั่นป่วนมากขึ้น       

            “แพคฮยอน..”  สุรเสียงเข้มตรัสคล้ายดุ... หากยังไม่ทรงเคลื่อนหนีห่าง   พระพาหาสอดตระกองช้อนร่างเล็กไว้จนพระองค์ไม่อาจขยับหนีได้   แม้กระทั่งจะเอื้อนเอ่ยทูลตอบสิ่งใดไปก็ไม่อาจทำ

            “ม...หม่อมฉัน”

            “จะยั่วข้าหรือ”

            ไม่ปล่อยให้แม้กระทั่งสายพระเนตรคู่หวานเอ่ยปฏิเสธ องค์รัชทายาทจงอินไม่ได้ทรงสดับแม้กระทั่งเสียงอ่านขั้นตอนพิธีอันเนิบช้านั้น  เพราะชั่วขณะที่ทรงสูดกลิ่นหอมที่พระองค์หลงใหลเข้าไปในปัปผาสะ ก็ทรงไม่รับรู้ว่าทรงได้แนบพระโอษฐ์ลงบนกลีบบุปผางามที่คลี่แย้มรับพระองค์อย่างเผลอไผล และบดเบียดเคล้าคลึงบุหงาแรกแย้มที่เป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียวด้วยพระสิเนหาที่ท้นทวีขึ้นทุกขณะ  หัตถ์เล็กดึงดันที่จะออกจากอ้อมพระหัตถ์แม้จะด้วยพระกำลังที่อ่อนแรงเต็มที

            “ช..ชอ..ชอฮา”

            แทบไม่ทรงรู้พระองค์เลยแม้แต่น้อย ว่าพระกิริยาอันไร้เดียงสาประสาสตรีที่ไม่เคยมีชายใดได้แตะต้องนั้นทำให้ผู้อยู่ในฐานะพระสวามีต้องข่มพระหฤทัยมากเพียงใด สุรเสียงแหบหวานที่พยายามเอ่ยทักท้วงนั้นเปรียบยิ่งกว่าเสียงเรียกร้องที่ทำให้พระองค์ต้องจมอยู่ในพื้นที่อันแสนหวานนี้ กลิ่นหอมกรุ่นพระนาสิกจากฉวีนวลขาวผ่องเองก็ช่างเย้ายวนพระหทัยจนไม่อาจหักห้ามได้   

            “จูบของเจ้า... คิดว่าข้าลืมมันได้ง่าย ๆ หรืออย่างไร”

            ชิวหารุ่มร้อนรุกล้ำเข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของอย่างอาจหาญ  แม้ดอกไม้กลีบบางจะเรียกร้องขอพื้นที่ของตนก็ตาม ทรงบรรจงมอบจุมพิตหวาน และบดเบียด ขบเม้มกลีบบุหงานิ่มนั้นด้วยปรารถนาอันเปี่ยมล้น เชิญชวนแกมบัญชาให้ดอกไม้ของพระองค์ยอมรับโดยดุษฎี   สีแดงชาดที่ฉาบเคลือบอยู่บนกลีบพระโอษฐ์ค่อยจางไปพร้อมกับจูบที่ราวกับกำลังล่อหลอกให้พระองค์หลงทางอยู่ในเขาวงกตที่ไม่อาจหาทางออก

            พระเนตรคมกล้าฉายแสงจรัสแทบทำให้เจ้าของดวงพักตร์เกลี้ยงเกลาหลอมละลาย  จนไม่อาจอธิบายสิ่งที่อยู่ในพระหฤทัยได้  ทรงตระกองกอดวรกายแข็งขืนลงสู่พระยี่ภู่โดยไม่ต้องอาศัยคำแนะนำเลยแม้แต่น้อย พระหัตถ์อุ่นหนาเลื่อนไปตามกรอบพระพักตร์รูปไข่ และไรพระเกศาละเอียดราวเส้นไหม  ทรงลูบเกศาสีดำขลับรวบตึงและถักเป็นเปียยาวด้วยปรารถนาจะเป็นผู้ปลดปล่อยเกศาให้ยาวสลวยไม่ต่างจากวันแรกที่ทรงเข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรส

            “ชอฮา...” 

          “เมื่อทั้งสองพระองค์รวมพระทัยเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ชอฮาโปรดเปลื้องฉลองพระองค์ของพระองค์เอง”

          “อย่ากลัวข้าเลย ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจอีก...”

          องค์หญิงพระชายาหลุบพระเนตรลงทันทีที่ได้ยิน  แม้จะทรงเตรียมพระทัยมาไว้แล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยพระองค์เอง กลับเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับสตรีซึ่งเพิ่งเข้าสู่วัยสาวเพียงไม่กี่วัน  ต่อให้ทรงพยายามเพียงใดก็ไม่คงอาจปิดบังอาการตื่นกลัวไว้ได้    

            แค่จุมพิตลึกซึ้งพระองค์ก็แทบไม่หลงเหลือพระกำลังใด ๆ แล้ว...หากถูกแตะต้องมากกว่านี้องค์หญิงแพคฮยอนไม่แน่พระทัยเลยแม้แต่น้อยว่าจะยังทรงมีพระสติอยู่หรือไม่

          “หม่อมฉัน...จะตายแล้วเพคะ” ทรงสารภาพอย่างอ่อนแอเป็นครั้งแรก  โดยไม่เกรงกลัวว่าอีกพระองค์จะทรงพระสรวลกับพระอาการพ่ายแพ้ของพระองค์

            เหตุใดหนังสือพวกนั้นจึงได้หลอกลวงพระองค์ถึงเพียงนี้  

            ทั้งความสุข...ทั้งพระวรกายที่เบาหวิวราวอยู่บนปุยเมฆ  ทั้งพระหทัยอิ่มเต็มที่ดังที่นางเอกในหนังสือเหล่านั้นกล่าวไว้ กลับไม่มีอยู่ในพระองค์เลยแม้แต่น้อย  ทรงมีแต่ความหวาดกลัวและอึดอัดจนไม่อาจห้ามอัสสุชลไว้ได้...

            สตรีวัยแรกรุ่นที่ต้องเผชิญค่ำคืนแรกกับสามีจะไม่มีใครรู้สึกเช่นเดียวกับนางเลยหรือ

            หรือว่า.... ที่อึดอัดถึงเพียงนี้ จะเป็นเพราะเหตุผลนั้น

 

          ท่านพี่ชานยอล   ช่วยบอกข้าที  หัวใจของข้า   มันกำลังบอกอะไร

          ที่ข้ากลัวถึงเพียงนี้...เพราะเหตุผลนั้นหรือ

 

 

 

          “องค์หญิงของข้า...” สุรเสียงนุ่มหวาน  หากฟังรวดร้าวยิ่งนักตรัสขึ้นเป็นครั้งแรก  แม้แสงโคมจะริบหรี่ หากสายพระเนตรกลับทอดพระเนตรพักตร์รูปไข่ที่ซูบเซียวได้อย่างแจ่มชัด วรกายสูงใหญ่ไม่ผึ่งผายเช่นเคย  คล้ายมิได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย   เนตรกลมโตแม้จะโดดเด่นเช่นเดิม แต่กลับมีรอยโศกเจืออยู่จนเห็นได้ชัด

          “ท่านพี่ป่วยหรือ...เหตุใดจึง”

          “ข้าถูกสั่งห้ามไม่ให้มาหาเจ้า... ไม่ว่าใคร ก็ต่างห้ามข้า เพียงเพราะข้าไม่ใช่องค์รัชทายาทงั้นหรือ... ถึงมาหาเจ้าไม่ได้”

          องค์หญิงพระชายานิ่งอึ้ง เอ่ยตรัสสิ่งใดไม่ได้ เมื่อทรงทราบดีว่าอีกพระองค์หมายถึงสิ่งใด ... ในเมื่อรอยอุ่นของ อีกพระองค์ยังคงติดอยู่ที่พระหัตถ์    

          “ใกล้วันพิธีแล้วเพคะ... หม่อมฉันจึงต้องเตรียมตัว”

          องค์หญิงแพคฮยอนปรารถนาจะลงโทษพระองค์เอง  เมื่อหวนคำนึงถึงห้วงความทรงจำที่องค์ชายชานยอลประทานให้กับพระองค์ตั้งแต่ยังคงพระเยาว์...  ทรงถนอม ยินยอมทำทุกสิ่งเพื่อพระองค์  ไม่เคยทำให้ขุ่นเคืองพระหฤทัยใด ๆ 

          มีเพียงแค่พระองค์ ที่สร้างรอยแผล... ให้กับพระทัยที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวนั้น

          ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ทำให้ท่านพี่ต้องผิดหวัง

          แม้กระทั่งสัญญาที่เคยให้ไว้...พระองค์ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้

          “เจ้าจะใช้เวลาทั้งหมดที่มี...เพื่ออยู่กับคนที่เจ้าไม่รักไปชั่วชีวิตหรือ”

          “ท่านพี่... ”

          “เจ้ารู้หรือไม่ ...แพคฮยอน ความจริงที่เจ้าได้อยู่ตรงนี้ เจ้าเป็นเพียงครื่องมือ.... เป็นแค่พระชายาที่แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อไม่ให้ข้าได้กลับคืนสู่อำนาจ  เมื่อเจ้าอภิเษกสมรส  ท่านราชบัณฑิตจะกลายเป็นฐานอำนาจสำคัญขององค์รัชทายาท... ”

          พระชายาทรงนิ่ง....อึ้งต่อเรื่องราวที่ได้รับฟัง

          แม้พยายามปฏิเสธกับสิ่งที่ได้ทรงสดับยิน  แต่ภายในสายพระเนตรคมกล้านั้นกลับจริงจังหนักแน่นเสียจนไม่อาจหาข้อโต้แย้งได้

            “องค์หญิงของข้า ... เจ้าจะรู้สึกอย่างไร...หากพระมเหสีที่เจ้าเคารพ มองเจ้าเป็นแค่หมากทางการเมือง”

 

            เมื่อมิมีทางเลือก.... สิ่งที่ องค์หญิงพระชายาทรงทำได้...คงมีเพียงเท่านี้

          “ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเช่นไร  แต่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว... ท่านพี่... ข้าคือพระชายาขององค์ชายรัชทายาท  มิอาจเป็นอื่นได้”

          “ยังไม่สายหรอก....แค่เจ้าตอบรับข้า”

 

                                                                                                 

           

            จุมพิตผ่าวร้อนคล้ายจะฉุดกระชากห้วงความคิดของพระองค์ให้กลับคืนสู่ฐานะองค์หญิงพระชายา    ผู้มี หน้าที่เคียงข้างองค์ชายรัชทายาทแห่งโชซอน 

            ผู้มี หน้าที่ถวายการรับใช้...และถวายรัชทายาทไว้ประดับราชบัลลังก์

           

          “ฟังข้า  แค่เจ้าตอบรับ...ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เจ้าคืนมา”

 

 

 

          “แพคฮยอน  ไม่ต้องฟังใคร....  ฟังแค่ข้าก็พอ”

            สุรเสียงทุ้มนุ่มทรงกระซิบข้างพระกรรณ  อุ่นไอกำจายโอบล้อมรอบวรกายที่วางอยู่บนพระยี่ภู่ทอง แน่นิ่ง...เนิ่นนาน รสจูบอันฉ่ำหวานและอ่อนโยนโอบอุ้มดวงหทัยที่ตื่นกลัวให้ผ่อนคลาย  โดยมิรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในความคิดคำนึงของพระชายานั้น มิใช่มีเพียงแค่นั้น

            ทรงกลั้นก้อนสะอื้นที่คั่งค้างอยู่ในพระอุระไว้อย่างทรมานยิ่ง

 

            ไม่ว่าท่านจะทำอะไรต่อไป...

          แต่ทุกอย่างได้สายไปแล้ว

          สายไปแล้วท่านพี่ชานยอล...

 

 

|

 

          กึ่งเดือนก่อนพระจันทร์จะงดงามเต็มดวง อันเป็นฤกษ์สำหรับงานพระราชพิธีสำคัญ ขบวนเสด็จของพระมเหสีตรงดิ่งมายังพระตำหนักขาวเพื่อตรวจสอบพระอาการประชวรขององค์หญิงพระชายา   การพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน และถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์หลวง  ทำให้พระวรกายขององค์หญิงดีขึ้นเป็นลำดับอย่างน่าพอพระทัย  พระราศีนวลขึ้นเลือดฝาด บอกได้ว่าพิธีสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีกแค่กึ่งเดือนข้างหน้า จะราบรื่นไปได้ด้วยดี

            ความหวังที่จะมีพระราชนัดดามาประดับราชบัลลังก์โชซอนถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที

            “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะที่ไม่อาจรับเสด็จได้”

            “แม่เข้าใจ ไม่เป็นไรหรอก... เป็นอย่างไรบ้างองค์หญิง  ระดูแรกของเจ้า... ”

            “ไม่ดีเลยเพคะ หม่อมฉันเคยอ่านพบในหนังสือก็จริง แต่ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยเพคะ เหตุใดต้องเป็นสตรีเท่านั้นที่ต้องพบกับเรื่องลำบากเช่นนี้”

            พระมเหสีสดับคำซื่อไร้เดียงสาของพระสุณิสาแล้วจึงสรวลเบา   ก่อนจะอรรถาธิบายให้กับองค์หญิงผู้ยังทรงพระเยาว์นักให้ทราบถึงความสำคัญของความเจ็บปวดนี้

            “พระเจ้าล้วนสร้างสมดุลให้กับทุกชีวิต  เพศหญิงแม้อ่อนแอ บอบบาง แต่ก็เป็นเพศที่เป็นผู้สร้างและให้ชีวิต เมื่อเจ้าอยากให้ชีวิตแก่ใคร  เจ้าก็ต้องยินยอมที่จะรับความเจ็บปวดไว้ที่ตนเองด้วย  เพราะนี่คือเพศของมารดา” 

            “มามา...”

            “หากเจ้าเจ็บปวด...จงคิดเสียว่า  ความเจ็บปวดเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นเพื่อผู้ที่เจ้ารัก  หากเจ้าคิดว่าทนไม่ไหว  จงคิดเสียว่าเจ้าจะทนได้หรือไม่หากความเจ็บปวดนี้เป็นของผู้ที่เจ้ารักที่สุด  เซจาบิน... ”

            “หน้าที่ของเพศแห่งมารดา ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เลยหรือเพคะ”

            “นี่เพียงส่วนหนึ่ง... องค์หญิง ยามนี้เจ้าอาจไม่เข้าใจ... ต่อเมื่อเติบใหญ่ และได้มีโอรสธิดาองค์น้อย ๆ ที่เกิดจากเลือดเนื้อของเจ้า... องค์หญิงจึงจะเข้าใจว่าเหตุใดมารดาจึงสำคัญยิ่ง  โดยเฉพาะ...มารดาของแผ่นดิน”

            สุรเสียงฉ่ำหวานตรัสประทานให้กับองค์หญิงผู้ด้อยประสบการณ์ด้วยพระพักตร์ที่แจ่มใส แล้วจึงทรงเปลี่ยนเรื่องเมื่อพบว่าพระพักตร์อ่อนใสขององค์หญิงรัชทายาทวัยเพียงสิบห้าชันษากำลังซีดเผือดและขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจนัก

            ดอกไม้ที่ถูกปลูกในอุทยานต้องห้ามมาตั้งแต่ยังน้อย มิเคยต้องลมแรงหรือมือผู้ใด  ไม่แปลกที่จะไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในคราวที่พายุได้พัดกระหน่ำเข้ามา  เมื่อไม่รู้...คงมิอาจหาวิธีจะต้านทานมันได้

          กระนั้นดอกไม้นี้... ก็เป็นดอกไม้ล้ำค่า ที่พระองค์ไม่อาจเด็ดทิ้งราวกับไม่สนพระทัยได้  เพราะเป็นดอกไม้ที่ถูกวางเป็นหลักประกันว่าฐานของราชบัลลังก์จะไม่สั่นคลอน  .... จึงต้องถนอมดูแลไปจนกว่าฐานนั้นจะเรียบร้อย

          “เกล้ากระหม่อมเพียงขอให้ปกป้องลูกสาวที่รักของเรา..ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง” 

          พยอน มยอนเฮราชบัณฑิตคนสำคัญของราชวงศ์ ผู้กำลังจะขึ้นมาอยู่ในฐานะพระสสุระขององค์ชายรัชทายาท ร้องขอกับพระองค์เป็นครั้งแรก

          “เมื่อเป็นพระชายาที่อยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทเช่นนี้แล้ว  ท่านราชบัณฑิตยังคิดคิดหรือว่าสมควรที่นางจะไม่ยุ่งเกี่ยว”

          “ยังไม่ใช่ในเวลานี้... ไม่ใช่ตอนนี้   พระมเหสีทรงทราบอยู่แล้วว่าเหตุผลที่ว่าที่พระชายาเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร  พระองค์จึงไม่ควรก้าวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างสองอำนาจ ...”

          “เจ้าจะบอกให้ข้าเก็บความเฉลียวฉลาดใฝ่รู้และความกระตือรือร้นของนาง ไว้ภายในพระตำหนักเท่านั้นหรือ  ทั้งที่นางสามารถช่วยสนับสนุนและส่งเสริมราชบัลลังก์ให้กับองค์ชายได้งั้นหรือ”

          “เกล้ากระหม่อมขอให้พระมเหสีทรงให้นางได้เรียนรู้เรื่องของฝ่ายในก็เพียงพอแล้ว...”

          “ท่านช่างแปลกนัก...  ผู้ที่ส่งธิดาเข้ามาในพระราชวังแห่งนี้ ล้วนแล้วก็ปรารถนาจะให้ธิดาของตนได้ช่วยเสริมส่งความยิ่งใหญ่และอำนาจของตน  แต่ท่านกลับปฏิเสธและยินยอมให้ผู้ที่เป็นถึงพระชายาอยู่บนบัลลังก์โดยไม่หวังพึ่งอำนาจในมือนาง”

          พระมเหสีปรารถนาจะสรวลดังให้กับความคิดอันลึกซึ้งของราชบัณฑิตผู้ไม่เคยต้องการอำนาจผู้นี้    พระชายา พระมเหสีมากมายในวังหลวงแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เข้ามาเพื่อสร้างฐานแห่งอำนาจของตน แสวงหากลุ่มคนที่จะสนับสนุนให้ตนเองมีสิทธิ์มีเสียงในราชบัลลังก์ให้มากที่สุด  แต่ถึงกระนั้น.... หัวหน้าตระกูลราชบัณฑิตเช่นท่านมยอนเฮกลับปฏิเสธมันอย่างไม่แยแส

          “白賢 ...ไป๋เซียน เมื่อตอนนางเกิด  นางได้รับการตั้งชื่อจากท่านราชบัณฑิตที่ยิ่งใหญ่จากต้าชิงด้วยชื่อนี้ .... นั่นคือความบริสุทธิ์...และดีงาม  ท่านราชบัณฑิตผู้มีความสามารถผู้นั้น ได้ตรวจตราตำแหน่งของดวงดาวไว้อย่างถี่ถ้วนก่อนจะบอกกับเกล้ากระหม่อมว่า... ไป๋เซียนจะเป็นดอกไม้ที่งดงามที่สุด เมื่อยังคงความบริสุทธิ์และดีงามโดยไม่ยุ่งกับไฟ.... เพราะเมื่อคราวใดที่ไฟโหมอุทยาน ดอกไม้นี้ก็อาจถูกพรากไปจากเจ้าชั่วนิรันดร์

          “ท่านกลัวว่านางจะถูกลากเข้าไปยุ่งกับไฟการเมืองหรือ  ท่านราชบัณฑิต... ”

          “กระหม่อมเป็นผู้พานางมาจากเชื้อไฟนั้นเอง... เพราะกลัวว่านางจะถูกพาเข้าไปเติมไฟให้แข็งแกร่งขึ้น โดยที่กระหม่อมไม่อาจช่วยเหลือได้  และไม่มีใครปฏิเสธความจริงที่ว่า... อีกไม่นาน ไฟนั้นจะกลับมาที่วังหลวงนี้อีกครั้ง”

          คำกราบทูลนั้นสั่นสะเทือนพระหฤทัยของสมเด็จพระราชินียิ่งนัก  ... แม้จะทรงพยายามปฏิเสธและปกป้องราชบัลลังก์นี้ไว้มากเท่าไหร่  แต่ก็ไม่อาจต่อสู้กับชะตาที่ฟ้าลิขิตมาไว้ได้ 

          ฟ้าช่างปกป้ององค์ชายพระองค์นั้นไว้อย่างดียิ่งนัก...ไม่ว่าพระมเหสีจะทรงทำสิ่งใด  อดีตองค์รัชทายาทก็ยังปรากฎตัวเป็นเสี้ยนหนามให้กับพระองค์ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา

          “หากพระองค์ยอมรับคำขอนี้  เกล้ากระหม่อมจะเป็นผู้ถวายฐานแห่งราชบัลลังก์ขององค์ชายรัชทายาทให้มั่นคงด้วยชีวิตของตนเอง  บัณฑิตซองกยุนกวานทุกคนจะอยู่เคียงข้างดวงตะวันแห่งจงอินเซจาโดยไม่มีข้อแม้!

          “หากข้าปฏิเสธ...”

          “ความตายเท่านั้น... ที่กระหม่อมจะมอบให้ตนเอง  นั่นคือหนทางที่เจ็บปวดน้อยที่สุดสำหรับชีวิตนี้”

          “ท่านราชบัณฑิต! ท่านรู้หรือไม่ว่าชีวิตของท่านสำคัญต่อประเทศนี้เพียงใด”

           ฝ่าบาท..ทรงไม่ต้องการสิ่งใดเลย  นอกจากทำหน้าที่พระอนุชา   ในฐานะพระมเหสีทรงรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักกับการที่พระเจ้ามยองอินมิปรารถนาที่จะเป็นกษัตริย์เลยแม้แต่น้อย  ทรงตั้งพระทัยที่จะประทับอยู่บนราชบัลลังก์ด้วยฐานะกษัตริย์ที่แทนที่พระเชษฐาเท่านั้น

          “พระองค์รับฟังเพียงท่าน  โปรดอยู่ช่วยพระองค์ จนกว่าแผ่นดินจะผลัดเปลี่ยนไปยังองค์รัชทายาทด้วยเถิดท่านมยอนเฮ”

          “กระหม่อมไม่อาจอยู่เพื่อทนมองลูกของตนต้องแปดเปื้อน... ไม่อาจอยู่เพื่อให้ดอกไม้ของกระหม่อมเข้าไปเล่นกับไฟที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะทรงพลังเพียงใด”

          “ข้ารับปาก... ตราบใดที่ยังเป็นวังเซจาบิน  นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใด ๆ แต่ข้าไม่อาจรับปากหากนางขึ้นเป็นพระมเหสี  เพราะนั่นคือหน้าที่...ที่ผู้เป็นมารดาของแผ่นดินจักต้องทำ”

          “เท่านี้...เกล้ากระหม่อมก็พอใจแล้ว... ”

         

          กษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ   พระมารดาของโชซอนเองก็เช่นกัน

          ดอกไม้ดอกนี้จะอยู่อย่างงดงาม...และบริสุทธิ์ จนกว่า องค์ชายรัชทายาทจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรได้อย่างมั่นคง 

 

            “เรื่องนี้ช่างละเอียดอ่อนนัก  แม่จะเล่าให้องค์หญิงฟังคราวหน้าก็แล้วกัน” ทรงแย้มพระสรวลงดงาม  “ แต่ตอนนี้แม่ได้ยินมาว่าองค์หญิงกำลังไม่สบายใจเรื่องงานพระราชพิธี”

            “หม่อมฉัน  แค่...ตื่นเต้นเพคะ”

            “พระชายาไม่ต่างจากลูกสาวแท้ ๆ คนหนึ่งของแม่  เหตุใดแม่จะไม่รู้ว่าลูกสาวคนนี้กำลังครุ่นคิดสิ่งใด”

            “มามา...”

            “กลัวหรือ...”

            คำนั้นราวกับจะพุ่งเข้ามากระแทรกพระอุระเข้าไปถึงพระหทัยในฉับพลัน  วรกายแบบบางนิ่งขึง ขณะพักตร์ก้มงุดเมื่อรับสารภาพอย่างอึกอัก

            “เพคะ มามา” 

            “ได้ยินว่าชอฮาได้สอนให้องค์หญิงรู้จักจุมพิตแล้ว  เรื่องในคืนเข้าหอก็ไม่ใช่เรื่องยาก” ตรัสพร้อมสรวลดังเมื่อทอดพระเนตรพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสับสนและตกพระทัยขององค์หญิงพระชายา

            “เหตุใดเสด็จแม่จึงทรงทราบ!

            “แม่คือพระมารดาแห่งประเทศนี้นะ เหตุใดเรื่องแค่นี้จึงจะไม่รู้เล่า... ”

            “ชอฮาเป็นผู้กราบทูลหรือเพคะ เหตุใดจึง.... ” ปรางนวลซับสีแดงจัดขณะทูลถาม 

            “หากแม่ไม่รู้ก่อน ชอฮาก็ไม่บอกแม่หรอก จงอินเซจาเอาแต่พูดว่าไม่อยากให้พระชายาของพระองค์เสียหายก่อนถึงวันเข้าหอ เพราะกลัวคนครหา...”

            “จริงหรือเพคะ”

            พระมารดาของแผ่นดินแย้มพระโอษฐ์หวาน และตรัสด้วยสุรเสียงเย็น

            “ชอฮาน่ะ ... ตรัสไม่เก่งนัก ที่ห้วนห้าวไปก็ด้วยอัชฌาสัยทหาร  แต่พระทัยไม่ได้ร้ายเท่าคำพูด  แม่อยากให้เจ้าเข้าใจ”

            “ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันสมควรได้รับโทษที่กล่าวโทษองค์ชาย”

            “ช่างเถิด...เรื่องนั้นแม่ไม่ถือสาสิ่งใด องค์ชายเองก็ผิดที่โอษฐ์เป็นหิน ตรัสสิ่งใดออกมาก็ล้วนแต่ไม่ต่างจากคมดาบ  จะทำให้องค์หญิงไม่พอใจบ้างก็ไม่น่าจะแปลกอะไร”

            องค์หญิงแพคฮยอนทรงรับฟังพร้อมกับเห็นด้วยอยู่ภายในพระทัย

            “หม่อมฉันไม่ได้ไม่พอใจเรื่อยเปื่อยเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันไม่แน่ใจ... บางคราวชอฮาก็ทรงทำเหมือนไม่เห็นหม่อมฉันอยู่ในสายพระเนตร บางคราวก็ทรงฉุนเฉียวไม่พอพระทัยหม่อมฉัน...”

            วรกายบอบบางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง  เมื่อทรงคิดถึงไออุ่นที่ยังคงติดอยู่เหนือพระโอษฐ์

            “แต่บางคราว....”

 

            “ข้าคงอยู่กับเจ้าได้เฉพาะเวลาเจ้าหลับเท่านั้นล่ะมั้ง... ”

          ขณะที่พระเนตรยังคงปิดสนิท   กึ่งนิทรากึ่งตื่น องค์หญิงรัชทายาทรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่รินรดอยู่บนนลาฏของตน กลิ่นหอมติดพระนาสิกไม่ต่างจากกล่องไม้ร่ำตุ๊กตาลิงที่ได้รับในครั้งก่อน แม้จะกลิ่นคล้ายคลึงกับที่ทรงโปรด แต่กลับถูกเจือด้วยกลิ่นพระเสโทเข้ม ๆ แบบฉบับของบุรุษที่ไม่เคยว่างเว้นจากการประลองกำลัง

          “นิทราสวัสดิ์นะ แพคฮยอน.... ชายาของข้า”

          สุรเสียงทุ้มหวานแบบที่ไม่ได้ยินบ่อยนักกระซิบแผ่วหวิวกับพระกรรณ   องค์หญิงผู้ที่กำลังถูกคิดว่าหลับอยู่พยายามควบคุมให้พระวรกายยังคงเป็นปกติด้วยไม่แน่ใจพระองค์เช่นกันว่าการต้องทอดพระเนตรพักตร์คมของอีกพระองค์ด้วยความใกล้ชิดเช่นนี้ จะทำให้พระหทัยเป็นเช่นไร

          “เจ้ามอบหัวใจให้เจ้าของเสียงขลุ่ยนั่นไปเท่าไหร่แล้วหรือ แพคฮยอน....” 

          ไออุ่นที่คลอเคลียอยู่เหนือพระพักตร์เบาหยุดลงเหนือพระโอษฐ์... ก่อนที่รอยอุ่นค่อนไปทางร้อนจะประทับลงบนพระโอษฐ์นิ่ม...เบายิ่ง ก่อนทวีความหนักหน่วงลงทุกขณะที่ทาทาบอยู่

          “หัวใจของข้า...เจ็บปวดเหลือเกิน”

 

 

          “บางคราว...ก็พระทัยดีจนไม่มั่นใจ  หม่อมฉันเลยสงสัยว่าแท้จริงแล้ว... ในสายพระเนตรของชอฮา หม่อมฉันอยู่ในฐานะอะไร”  ทรงสารภาพพร้อมพระหทัยที่เต้นไม่เป็นจังหวะ  องค์ชายรัชทายาทช่างทำให้พระองค์รู้สึกราวกับเป็นคนโง่อยู่เสมอ  แม้รับสั่งบางครั้งจะทำให้อยากจะกริ้วโกรธ...แต่สุรเสียงตัดพ้อในบางคราวก็ทำให้พระองค์รู้สึกผิด  จนไม่อาจแน่พระทัยว่าควรรู้สึกเช่นไรกับบุรุษสูงศักดิ์ผู้เป็นพระสวามีกันแน่

            “แม่เข้าใจ เพราะเจ้าเพิ่งเติบโต จึงมักครุ่นคิดว้าวุ่นเช่นนี้   หญิงวัยแรกเริ่มมักมีเรื่องให้คิดสับสนอยู่เสมอ ”

            พระมเหสีอึนฮีตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนโยนดั่งพระมารดาผู้ที่ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะได้สั่งสอนอบรมพระธิดาที่กำลังเริ่มเข้าสู่วัยสาว ก่อนหันไปหาฮวางซังกุง

            “ข้าได้ยินว่าเจ้าเก็บหนังสือเหล่านั้นไว้จนหมด...  นี่เจ้าไม่คิดจะให้ลูกสะใภ้ข้าได้เรียนรู้โลกเลยหรือ”

            พระอภิบาลสะดุ้งอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว  และรีบกราบทูลอย่างเกรงพระอาญา

            “หม่อมฉันแค่กลัวจะไม่เหมาะสมเพคะ  องค์หญิงยังทรงพระเยาว์ หากเรียนรู้เรื่องพวกนั้น.....เกรงว่า... ”

            “ข้าไม่แน่ใจแล้วสิว่าข้าคิดถูกหรือเปล่าที่ส่งเจ้ามาให้กับองค์หญิง  เป็นซังกุงหรือแม่ชีกันแน่ ฮวางซังกุง”

          นางถึงได้ไร้ประสีประสาในเรื่องรักเช่นนี้ไร้เดียงสายิ่งนัก

            “หากเป็นเช่นนี้  องค์หญิงจะมัดใจองค์ชายไว้ได้อย่างไรเล่า อย่างน้อย นางควรจะได้เรียนรู้ไว้”

            “ขอประทานอภัยเพคะ  พวกนิยายรักเพ้อฝันหอนางโลมนั่นหรือเพคะ...”

            “ทั้งสรีรศาสตร์ โลกียศาสตร์  กามสูตรและหนังสือภาพเหล่านั้นด้วย”

            “มามา.... องค์หญิงยังทรงพระเยาว์นักนะเพคะ”

            “พระชายาโตพอจะเข้าหอได้แล้วนะฮวางซังกุง” ตรัสแย้งด้วยสุรเสียงเรียบ “หากไม่รู้สิ่งใดบ้างเลย...ก็จะทำให้องค์ชายทรงหน่ายได้  แม้จะเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์  แต่หากไม่รู้จักเรื่องเพศรสเลยแม้แต่น้อย  ก็อาจจะไม่ทำให้คู่ครองของตนมีพระเกษมสำราญได้  ไปหยิบมาเสียฮวางซังกุง”

            “พ...เพคะ”

            องค์หญิงผู้ที่ถูกมองว่า ยังทรงพระเยาว์อยู่เสมอทอดพระเนตรทั้งพระมเหสีและซังกุงอภิบาลของตนอย่างไม่เข้าพระทัยนัก  ยิ่งเมื่อฮวางซังกุงกับนางกำนัลหลายคนกลับเข้ามาอีกครั้งโดยการแบกหนังสือหนาหลายเล่มไว้ในอ้อมแขนก็ยิ่งรู้สึกแปลกพระทัย ว่าฮวางซังกุงซ่อนมันไว้จากสายพระเนตรได้อย่างไรมาเนิ่นนาน

            “มีเวลาอีกกึ่งเดือน... ศึกษาไว้  วันจริงเจ้าจะได้ไม่เขิน”

            พระมเหสีทรงทิ้งพระเสาวนีย์ไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเสด็จกลับพระตำหนักด้วยรอยแย้มพระสรวลบาง  

           

 

 

 

|

 

 

                             โอษฐ์ประทับชมทั่วบุปผาไสว      แนบนิ่มในกลีบเกสรไม่แลเฉย

                   พระพายไหวสั่นระริกยามชิดเชย             เมื่อมิเคยต้องคลื่นซัดอัศจรรย์

                   แล้วอุ้มเจ้าวางลงแนบอกพี่         อัศนีแทรกฟาดมิคาดฝัน

                   โพยมพยับมืดมิดเข้าโรมรัน                  พายุพลันกรรโชกชากให้อื้ออึง[3]

 

            “น...หนังสือพวกนี้มันอะไรกัน! ฮวางซังกุง”  

            สุรเสียงขุ่นไม่น้อยพร้อมกับพักตร์บึ้งตึงทำให้ฮวางซังกุงที่นั่งคอยถวายการรับใช้อยู่ไม่ห่างสะดุ้งอีกครา    อดคิดไม่ได้ว่าองค์หญิงน่าจะทรงเจอดีเข้าให้แล้ว

            “พ...เพคะ องค์หญิง  หม่อมฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่เหมาะ... องค์หญิงก็ไม่เชื่อ เรื่องมันน่าอายจะแย่  ไม่เหมาะสมกับองค์หญิงเลยสักนิดเพคะ”

            “ข้าพูดงั้นที่ไหนล่ะ  ข้าจะบอกว่า ข้าอ่านไม่เห็นเข้าใจเลย”  

            “อ...เอ๋”

            “ข้าต้องการหนังสือที่บอกข้าได้ว่า เมื่อข้าเข้าไปอยู่ในห้องนั้นต้องทำอะไรบ้าง... ทำอย่างไรข้าจึงจะได้พระโอรสพระธิดา... ไม่ใช่บทชมโฉม ชมธรรมชาติเช่นนี้ ดูนี่สิ”

                             ทั่วธานีสะท้านลั่นพลันระลอก               กระสันซอกศิลาเคลื่อนสะเทือนถึง

                   มรสุมสาดสั่นหวั่นสะพรึง                    ให้ติดตรึงกึ่งกลางหว่างกุนที[i]

                             เมขลาบันดาลคลื่นซัดถึงฝั่ง                 มัจฉาคลั่งกระเสือกสนตามวิถี

                   แล้วชำแรกเข้าสู่ห้วงมหานที                           ระริกรี้ท้าคลื่นโถมชโลมใจ         

            “คลื่นยักษ์ แม่น้ำน้อย ปลาอะไรกัน... เราไม่เห็นเข้าใจเลย  ตอนเรียนวิเคราะห์บทกวีและวรรณคดีขงจื้อกับท่านพี่ ข้าไม่เห็นจะมีเรื่องแบบนี้ด้วยเลย... หรือว่าข้ายังเรียนไม่ถึงกัน!

            “น่าจะยังเรียนไม่ถึงเพคะ” ฮวางซังกุงแสนลำบากใจเกินกว่าจะกราบทูลได้ถึงความหมายที่แท้จริงภายในบทกวีที่อยู่ในหนังสือรักเล่มนั้น  “อีกอย่าง วรรณคดีขงจื้อก็ไม่น่าจะมีเรื่องนี้นะเพคะ”

            “งั้นบอกเราทีว่าบทกวีเรื่องนี้กล่าวถึงอะไร เกี่ยวกับเรื่องเข้าหอตรงไหน”  ทรงคาดคั้น  แม้ฮวางซังกุงจะรู้จักพระอัชฌาสัยขององค์หญิงผู้ไม่เคยยอมแพ้เป็นอย่างดีแล้ว แต่พอต้องตอบตรง ๆ ถึงเรื่องที่น่าอายเช่นนี้ นางก็อดกระดากอายไม่ได้            

            “ก็นั่นแหละเพคะ ... ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่พระองค์ต้องทำเพคะ  ภายในบทกวีนั้น มีสัญลักษณ์ต้องตีความอยู่ไม่น้อยเพคะ”

            “จริงหรือ... แล้วตีความอย่างไร” สุรเสียงยังคงขุ่นจัดด้วยความไม่พอพระทัย  “งั้นเจ้าช่วยอธิบายข้าทีสิ  ตรงนี้ก็ได้  อัศนีแทรกฟาดมิคาดฝัน...โพยมพยับมืดมิดเข้าโรมรัน  พายุพลันกรรโชกชากให้อื้ออึง.... คืออะไร”

            พวงแก้มของพระอภิบาลผู้เจนจัดในขนบธรรมเนียมของวังหลวงซับสีเลือดทั่วตั้งแต่ใบหูลงมาจนถึงลำคอระหง  นางพยายามแสดงสีหน้าให้เรียบเฉย  นางเป็นซังกุงตั้งแต่ยังอายุได้แค่ไม่กี่ขวบ  ไม่มีประสบการณ์ตรงใด ๆ จะมาอธิบายให้องค์หญิงน้อยของนางเข้าพระทัยได้อย่างกระจ่างชัด จึงพยายามกราบทูลอย่างตะกุกตะกัก

            “อัศนีก็คือ... เอ่อ  ชอฮา... ที่..เอ่อ คือ ..แทรก พระองค์... แล้ว... ก็ เข้าโรมรัน  เอ่อ ไม่สิเพคะ เข้า...เข้า ไป... แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นราวกับพายุ ก็ประมาณนี้แหละเพคะ”

             “เจ้าพูดอะไรฮึ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

            “ค...คือ... หม่อมฉัน...เดี๋ยวพระองค์รอถามจีเฮแล้วกันเพคะ นางยังสาวยังสวย..น่าจะกราบทูลคำอธิบายได้ดีกว่าหม่อมฉัน”

            พระอารมณ์ที่บูดจัดจากการค้างคาพระทัยจากหนังสือเล่มดังกล่าวทำให้ทรงส่งหนังสือเล่มที่อยู่ในพระหัตถ์ให้ฮวางซังกุงไปเก็บด้วยความหงุดหงิดพระทัย

            “เล่มนี้ข้าไม่อ่านแล้ว ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” ตรัสแล้วจึงหันความสนพระทัยไปยังหนังสือเล่มหนาที่อยู่ข้าง ๆ  “นี่หนังสือภาพหรือ  น่าสนใจดีนะเล่มนี้”

            ฮวางซังกุงที่คล้ายว่าจะโล่งใจในตอนแรก ต้องตกใจไม่น้อยเมื่อพบว่าองค์หญิงพระชายาได้ทรงหยิบหนังสือภาพที่แม้แต่นางเองก็ไม่กล้าเปิดดูมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นมา 

            “เล่มนี้ไม่ได้เพคะ!!!” นางตะโกนขึ้นมาสุดเสียง  และถลาเข้าไปคว้าหนังสือภาพเล่มดังกล่าวหวังจะเก็บกลับคืนชั้นหนังสือ...หรือไม่ก็เผาไฟทิ้งไม่ให้องค์หญิงที่ยังทรงพระเยาว์ได้ทรงหยิบมาอ่านอีก

            “โลกียศาสตร์ กามสูตร....เอ๊ะ ฮวางซังกุง เจ้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร”  แม้จะถูกฮวางซังกุงหมายแย่งหนังสือในพระหัตถ์ไป แต่พระองค์กลับไม่ทรงยอมง่าย ๆ เรื่องอะไรจะปล่อยให้ค้างคาใจกันเล่า

            “ขอประทานอภัยเพคะ ประหารหม่อมฉันดีกว่าจะทรงอ่านเล่มนี้”

            “ไม่ ... ปล่อยมือน้า เราจะดู...มีอะไรนักหนา”

            ทรงยื้อแย่งหนังสือกับฮวางซังกุงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่พระองค์จะหงุดหงิดแกมเหนื่อยพระทัย ตัดสินใจปล่อยพระหัตถ์จากหนังสืออเล่มดังกล่าวกระทั่งฮวางซังกุงที่กำลังยื้อสุดแรงเซถลาไปอีกด้านพร้อมกับปล่อยหนังสือให้เปิดกว้างอยู่เบื้องพระพักตร์

            “องค์หญิงเพค้า...”  ฮวางซังกุงกรีดร้อง  ทันทีที่ทรงตัวได้และพบว่าพระเนตรเรียวสวยกำลังเบิกกว้างให้กับภาพอันที่อยู่บนกระดาษสีขาวปนน้ำตาล

            “ฮวางซังกุง”

            “พ....เพคะ...”  พริบตานั้น พระอภิบาลรู้สึกเหมือนต้องการทิ้งชีวิตลงในแม่น้ำฮันเสียตอนนี้เลย 

            “เราต้องทำแบบนี้จริงๆ  หรือ.....”

            พักตร์งามซีดเผือดลงในทันใดเมื่อภาพ การเข้าหอ ของหญิงชายที่ อล่างฉ่างและชัดเจนเสียจนไม่ต้องถามต่อว่าควรทำอย่างไรบ้างเมื่อทรงเข้าหอไปพร้อมกับองค์ชายรัชทายาท

            “มามา...”

            “แล้ว...แล้วเรา..ก็ต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าพระพักตร์ด้วยหรือ”

            “เพคะ... ใช่เพคะ!”  แม้ไม่อยากตอบนัก แต่นางก็ต้องตอบไปอย่างชัดเจน  ฮวางซังกุงเบือนหน้าออกมาจากหนังสือภาพเล่มนั้นและเอามือนาบอกพลางถอนหายใจยาว

            “ต...แต่ว่า... ไหนเจ้าบอกว่าแค่ให้ชายได้เห็นมือเห็นเท้าก็เป็นเรื่องน่าอายแล้วมิใช่หรือ  ท...ทำไมต้องทำเรื่องแบบนี้”  กระแสรับสั่งนั้นสั่นระริกพร้อมกับพระโอษฐ์ที่สั่นเทาโดยไม่อาจห้ามไว้ได้

            “สามีภรรยาคือบุคคลที่จะเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อได้ร่วมพิธีเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง จะไม่มีความอายต่อกันเพคะ”   พระอภิบาลตอบฉะฉานจนพระหทัยดวงน้อยตกวูบลงไปอยู่ที่พระบาท

          คู่สามีภรรยาในความคิดของพระองค์คือคู่ที่อยู่เคียงกัน   คอยให้คำปรึกษากัน ดูแลซึ่งกันและกัน....เฉกเช่นที่ท่านพ่อและท่านแม่เคยได้ทำมา

          มิเคยคิดในแง่อื่นเลย

          นี่คือเหตุผล...ที่สามีภรรยาจะต้องอยู่ห้องเดียวกันงั้นหรือ

            “ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองเพคะ... เมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พึงกระทำ”

            “พึงกระทำด้วยหรือ....” ทุกคำตอบที่ได้ยินนั้นทำให้พระองค์แทบหมดพระกำลัง หากทรงประทับยืนอยู่องค์หญิงแพคฮยอนคงจะทรุดลงไปกับพื้นโดยไม่ต้องคาดเดา

            สายพระเนตรที่เต็มไปด้วยประกายไหวระริกเหลือบมองภาพที่กลางหน้ากระดาษนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา  ภาพหญิงสาวและชายหนุ่มที่ไร้อาภรณ์กำลังนั่งหันหน้าเข้าหากันโดยมีสิ่งเดียวที่เชื่อมร่างกายทั้งคู่อยู่ด้วยกันนั้นช่างน่าหวาดกลัวสำหรับพระองค์ยิ่งนัก    พระดัชนีที่สั่นเทาจึงชี้ไปยังภาพนั้นและตรัสถามอย่างทรงหวาดวิตก

            “ต้อง...ต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”

            ฮวางซังกุงเหลือบมองภาพนั้น แล้วจึงกระแอมเบาก่อนพลิกหน้าหนังสือไปยัง บทแรกเริ่มรักที่เป็นภาพชายหญิงเปลือยเปล่ากำลังตระกองกอดกันอย่างรักใคร่  แม้จะเป็นภาพที่น่าอายไม่แพ้กัน  แต่ภาพนั้นกลับแสดงออกถึงความรักและผูกพันของชายหญิงมากกว่า  

          “ราตรีแรก...อาจจะแค่นี้เพคะ”

            พระหทัยขององค์หญิงแพคฮยอนแทบจะหลุดไปกับสิ่งที่ได้ยิน

            แค่นี้...หรือแค่ไหน... มันก็เกินกว่าที่พระองค์จะจินตนาการได้ทั้งนั้น!

 



[1] ชื่อโบตั๋นพันธุ์ที่ดอกขาวที่สุด  อ้างอิง  http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hi-aoy&month=08-05-2012&group=3&gblog=33

[2] เครื่องสวมศีรษะสำหรับสตรีที่แต่งงานแล้ว

[3] บทกวีเกือบทุกบทถูกประพันธ์โดยผู้เขียนทั้งหมด  นอกเหนือจากการโปรโมทนวนิยายเรื่องนี้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต  



[i] กุน นะ – ที  แม่น้ำน้อย ๆ

 

 

จบตอน๙ พาร์ท{} แค่นี้จะโดนลากตัวไปประหารไหมเนี่ย ลงแค่นี้ >///<  ฉากเข้าหอที่เหลือขอตอนหน้านะคะ   เขียนใกล้สมบูรณ์แล้ว เดี๋ยวจะลงเป็นของขวัญวันปีใหม่ในปีหน้าแล้วกันนะคะ (ข่าวว่าพรุ่งนี้) *O* 
 ถ้าชอบก็เม้นท์เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนและทีมงานได้  มีคำติชม ขาดตกบกพร่องอะไรไปแนะนำได้ค่ะ :)
ถ้าเล่นทวิตเตอร์ ฝากแท็กด้วยนะคะ
   #มูกุงฮวา   ขอบคุณทุกท่านค่า


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

506 ความคิดเห็น

  1. #388 lavani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 00:18
    ~ヽ('ー`)ノ~ 
    อ๊ากกก เขิน.. เซจาบินจะน่ารักไปไหน
    คือไร้เดียงสาอ่ะ 555555555 แอบมีตื่นเต้นด้วย
    แอบสงสารชอฮานะ.. เซจาบินได้โปรดนึกถึงแต่ชอฮาเถอะ.
    (*ノД`*) คิ
     
    #388
    0
  2. #357 uuika (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 18:59
    ทำไมไม่เขียนฉากเข้าหอทีเดียวแล้วค่อยย้อนคะ มันค้างรู้มั้ย!?



    หรือไม่ก็ย้อนก่อนแล้วค่อยเข้าหออ่ะ คือบางทีอารมณ์มันก็สะดุด เหมือนโดนตัดฉับอ่ะ ;0;





    #357
    0
  3. #287 นางฟ้าของพี่ฟ่าน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 22:42
    เซจาบินช่างไร้เดียงสามากจริงๆ
    ตอนอ่านก็แอบเอ็นดูและก็ขำมากจริงๆ
    ยิ่งตอนที่ศึกษาเรื่องการเข้าหอนี่ตลกมาก
    วรรณกรรมเปรียบเทียบไม่เข้าใจ เจอหนังสือภาพเข้าไปถึงกับอึ้งเลย 5555

    แต่เซจาบินจ๋า ....... อย่านึกถึงคนอื่นเลย
    นึกถึงแต่ชอฮาเถอะนะ ถึงชอฮาจะดูดุไปบ้าง
    แต่ก็รักเซจาบินนะ อย่าให้หัวใจมีองค์ชายอีกคนได้เลย

    #287
    0
  4. #276 Renoir92 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 23:31
    โอยยยย ว้อยยยยย องค์หญิงจอมซนของข้า ของข้า ของข้าาา เขินจุงเบยยยยยย

    แล้วตอนนางอ่านบทอัศจรรย์คือแบบบบบน่ารักจุง ไร้เดียงสาน่ารักมาก แงงง 5555



    แต่คือแบบสงสารชานยอลมาก แต่เรื่องนี้ยกให้ชอฮา ชอบแบบเถื่อนๆ (?) 5555

    แต่กลัวว่าตอนหลังท่านพี่อาจจะเถื่อนตาม(?) โดนแย่งของรักไปแล้วง่อออ

    มเหสีนี่เองตัวการเลยสิเนี่ยยยย โอย ยังไงดี นางดีหรือไม่ดีเนี่ย วุ้ยยย

    คือทำดีเฉพาะกับคนที่มีผลประโยชน์ต่อชอฮารึเปล่า แต่กับแพคฮยอนก็ดีด้วยนะ

    แต่ มีแต่คำว่า แต่ แต่ แต่ เต็มไปหมด 5555555 สเตรสสสึึ



    เขินจริงๆนะเนี่ยยย ฉันจะอ่านตอนต่อไปได้อย่างไรรร แงงงง



    #276
    0
  5. #274 Windy Boy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 17:04
    กรี๊ดดดดดดดดดด รูปที่องค์หญิงดูมันฟเ้่าเส่าสวฝฝ อล่างฉ่างเพคะ #ตกใจประหนึ่งเป็นฮวางซังกุง เอ้ยยยยยย คือเอ็นดูในความไร้เดียงสาของนางมากค่ะ ไรเตอร์วางบทได้เหมาะสมนะคะ เราไม่รู้สึกหมั่นไส้กับความไรhเดียวสาของนางเลย อ่านฉากที่มีองค์หญิงที่ไรภาพในจินตานาการมักจะสวยและบริสุทธิ์เสมอ ไม่รู้เป็นคนเดียวรึเปล่า เราอ่านคำพูดของนางแล้วได้ยินเสียงเล็กๆ ข้างหูตลอดเลย อาจจะจินตนาการล้ำไปก็เป็นไปได้ 5555555

    มาที่พระมเหสี เราหลงรักตัวละครตัวนี้อีกตัวนะคะ รักในความอบอุ่นและหัวใจของความเป็นแม่ของแผ่นดิน ฉากที่ให้คำปรึกษาองค์หญิงลิงน้อยนี่ก็ชอบอีกค่ะ ชอบทุกฉากมั้งนั่น 55555555555555 

    ป.ล.ตอนต่อไปเดี๋ยวตามอ่านค่ะ ไม่มีเน็ตใช้ ฮวืออออออออออ
    #274
    0
  6. #272 รับผ่าหมาออกจากปาก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 03:06
    องค์หญิงเริ่มเอนเอียงไปทางองค์ชายจงอินทีละนิดๆ
    มันสายไปแล้วสินะ......
    อ่ะ.... #ท่านปาร์คชานยอลยังจำเป็นอยู่ไหม
    ๕๕๕๕๕ '
     
    องค์หญิงจะเป็นยังไงต่อไป
    รอลุ้นๆ... 
    แค่หนังสือภาพ...องค์หญิงก็อายแล้ว.
    ๕๕๕๕
    #272
    0
  7. #246 Praploy Teppara (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 16:11
    เคยสำลักกับความหวานมั้ย นิยายเรื่องนี้ทำได้ เรียกได้ว่าบทนี้ทำเอาผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มกระจายกันเลยทีเดียว ฟินเว่อออออ มากค่ะพี่นิ่ม แบบ ละมุนละไมกับท่าทีขององค์ชายกับแพคมากๆ แอบเสียดายนะคะที่ไม่ได้......... เนอะ น่าจะรู้ จงอินใจดีอ่ะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ได้รักจริงๆแพคคงเสร็จไปนานละ แต่นี่รักมากจนไม่กล้าบังคับอะไร เค้านอนร้องให้แล้วเช็ดน้ำตาออกให้แบบ หวานเว่อออ ยิ่งตอนเซจาบืนจะเปลื้องผ้าแล้วกลับไปกอดให้แนบเพื่อจะได้ไม่เห็นขององค์หญิง คืออยากบอกว่าฉากนั้นแมนมาก แมนสุดๆ หาแบบนี้ได้ที่ไหนอีกบ้างคะ 555 ตื่นเช้าก็จูบกันแบบ อื้มมมมม คือ ไร้คำบรรยายค่ะ มัน เฮ้ออออ อธิบายยากจริงๆ 555 ตอนหน้าขอชานยอลบ้างได้ไหม คิดถึงยองอันที่รักของเกล้ากระหม่อม อยากจะได้เชยชมพระพักตร์บนนิยายฉบับนี้อีกครา แลเมื่อองค์ชายมา ขอแบบเต็มๆนะเพคะ คิดถึงมากๆ
    #246
    0
  8. #241 TimzGirl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 01:58
    คุณพระ!!! นี่ตื่นเต้นแทนเซจาบิน ยังกะกำลังจะเสียสาวเสียเองอ่ะค่ะ
    อยากสลับตัวกับองค์หญิงจัง ฮี่ๆๆๆ

    องค์หญิงน่ารักมากเลยค่ะ แสนซน แต่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
    คงกำลังสับสนระหว่าง ความผูกพัน กับ ความรัก
    และคงกำลังคิดว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันคือหน้าที่
    องค์หญิงคงยังเด็กไปที่จะรู้จักการใช้หัวใจนำทางไปพบความสุขที่แท้จริง

    เชื่อว่าชอฮาจะทำให้ค่ำคืนแห่งรักนี้อบอวลไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง
    #241
    0
  9. #240 ภภภภ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 01:02
    โอยยยยยยยยยยย ลมแทบจับ ตื่นเต้นแทนองค์หญิง
    ความรู้สึกที่องค์หญิงกำลังเผชิญมันไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือไม่อยากทำเพราะคน ๆ นี้ไม่ใช่คน ๆ นั้นหรอกเพคะ
    องค์หญิงยังเยาว์วัยนัก จะตื่นเต้น ประหม่า หรือกลัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
    ฮือ องค์ชายจงอินอ่อนโยนมากเลย องค์ชายเพคะ T////T
    องค์ชายชานยอลแอบมาพบตอนไหนกันละนี่ แล้วองค์หญิงได้ตอบรับไปหรือยัง ถึงได้บอกว่าสายไปแล้ว
    หรือทรงคิดว่าต่อให้จะตอบไปอย่างไรมันก็สายไป มันต่างกันนะเพคะ ฮือออออ องค์หญิงงงงงง
    ขำฮวางซังกุงมากเลย 55555555555555 แต่ดูภาพแล้ว เป็นเราก็ไม่อยากให้องค์หญิงเห็นหรอก -..- องค์หญิงแค่สิบห้าเองนี่นะ

    เป็นฟิคที่อ่านแล้วคอมเมนท์ไม่ถูก คือใช้ราชาศัพท์ไม่ถูก 555555 ก็งู ๆ ปลา ๆ ฮือ ค่ะ
    อ่านข้ามปีเลยด้วยแหละ อิอิอิอิ สวัสดีปีใหม่นะคะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มกราคม 2557 / 01:04
    #240
    0
  10. #237 fatipa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 22:13
    ขอชื่นชมไรท์พี่นิ่มและทีมงานค่ะ แบบว่า ฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สรีรศาสตร์ โลกียศาสตร์ กามสูตร หนังสือภาพ เหล่านี้คืออาร๊ายยยย5555 เสี้ยมสอนกันไว้จะได้ไม่อายกิกิ องค์หญิงไม่รอดๆ555ต้องมีราชโอรสหรือราชธิดา เพื่อให้บัลลังค์นี้ยังมั้นคงและยืนหยัดอยู่ได่ เพราะเหล่าผู้ปองร้ายล้วนมีอยู่รอบตัว โดยเฉพาะท่านพี่ชานยอลที่สามารถทำเพื่อรักได้ทุกอย่าง แต่ก็สงสารชานยอล สงสารๆ แต่ไม่ว่ายังไงก็เชียร์ไคแพคขจ้า สุดท้าย เค้าท์ดาวน์ปีใหม่ และสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะทั้งไรท์ทั้งทีมงาน สวัสดีปีใหม่ 新年快乐 HappyNewYear ค่าาา
    #237
    0
  11. #236 ShawolBB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 17:36
    พี่นิ่มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT
    อ่านพาร์ทแรกที่ลงก่อน40เปอร์สองรอบ อ่านจบแล้วรอบก็อ่านอีก ความเขินไม่ได้ลดลงนะ เขินเหมือนเดิม ><
    หวีดไปแล้วแต่ไม่ได้เม้นครึ่งแรกให้ขอโทษด้วยนะคะ รอใส่ทีเดียวตอนครบร้อยเลย ฮิฮิ
    มีตอนไหนบ้างที่จงอินไม่หล่อ นี่ไบแอสสุด! เค้านุ่มนวลจุงเรรรร เขินมากตอนห้ามใจไม่ไหวแล้วกดจูบเซจาบิน
    น้องไคไม่กากนะ สิงร่างชอฮาแล้วไม่กากเลอ สุดเท่ห์!!!!! อีกคนนี่ก็น่าจับปล้ำมากลิงหงอยน่าแกล้งนัก
    พอได้อ่านครึ่งหลังแล้วรู้สึกว่าองค์หญิงช่างน่าเอ็นดู ทำไมน่ารักขนาดนี้ ไม่แปลกที่ทั้งวังไม่มีใครไม่รักนาง โดยเฉพาะองค์อิน(ชง)
    ไร้เดียงสายิ่งนัก ฮรือออออออออออออออออออ ทำไมทั้งน่าเอ็นดูและน่าจับให้องค์ชายกลั่นแกล้ง
    'เจ้ามอบหัวใจให้เจ้าของเสียงขลุ่ยนั่นไปเท่าไหร่แล้วหรือแพคฮยอน' ... 'หัวใจของข้าเจ็บปวดเหลือเกิน'
    มันปรี้ด! หน่วงเลย! องค์อินปวดฉันก็ปวดนะ รักไปแล้วทั้งใจที่ยังหวังจะได้ก็ให้ได้รักความรักกลับมาบ้าง โถ พระเอกของข้า
    ทำดีแล้วทำต่อไป วันหนึ่งต้องได้บ้างล่ะองค์รัชทายาทจงอิน ตอนนี้ก็หวั่นไหวบ้างแล้วถ้าแกรู้แกคงดีใจนะจงอินนะ
    สนับสนุนหนักแน่นอยู่ตรงนี้ เค้ารักกันฉันก็พอใจแล้ว ฮิฮิฮิ
    ไปรษณีย์ปิดทำการสินะวันหยุด หยุดสินะ ส่งไปยังไง อยากส่งเครื่องราชให้องค์รัชทายาทจงอิน ต้องการแบบอีเอ็มเอส T^T
    เผื่อตอนหน้า 555555555555 กระทิงแดงสามลังอยากส่งตรงไปยังโชซอน!!!
    **อ่านจบพาร์ทนี้แล้วเอาหมอนตีพี่นิ่มเบาๆ**5555555555
    #236
    0
  12. #235 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 17:33
    แบค น่ารัก>//<
    #235
    0
  13. #232 NAMMKANG (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 14:58
    เอ็นดูเซจาบินมากมาย
    ความไร้เดียงสาของนางช่างน่ารักจริงๆ
    อ่านแล้วขำนะคะ คืออ่านแล้วเอ็นดูจริงๆ นั่งอ่านแลยแบบ โอ้ยลูกเอ้ยยยย น่ารักจริงๆ

    แต่ตอนนี้ อ่านแล้วซึ้งตอนพ่อขององค์หญิงคุยกับพระมเหสีด้วยแหละ
    รู้สึกถึงความรักลูกจากพ่อคนนึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะส่วนตัวเราสนิทกับพ่อรึเปล่าไม่รู้
    พออ่านอะไรที่เกี่ยวกับพ่อ ความรักของพ่อต่อลูกสาวเราจะซึ้งเลย
    แต่ไรท์เขียนได้ดีนะคะ เราอ่านแล้วเรารู้สึกถึงความเป็นห่วงของพ่อจริงๆ

    อ่านมายังไม่รู้สึกผิดหวังกับฟิคเรื่องนี้เลยจริงๆ กลับเป็นว่ายิ่งอ่านยิ่งสนุกนะคะ
    เรารู้สึกว่าไรท์เตอร์เขียนได้ดีขึ้นด้วยซ้ำนะ อ่านแล้วอินกว่าตอนแรกๆ อีก
    สนุกขึ้นเรื่อยๆ เนื้อหาก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

    ใจคือเชียร์ชอฮามาก เราไม่ใส่ใจในตัวชานยอลเลย (ดูใจดำเนอะ)
    เราลุ้นกับชอฮาและเซจาบินสุดๆ โอ้ยยยย ยิ่งตอนต้นของตอนนี้ คือเข้าหอแล้วนี่ลุ้นมาก
    กลัวแบบหักมุม งานล่ม กลัวมากเลยนะขอบอก แต่เรารู้ว่าไรทฺเตอร์ไม่ใจร้ายแบบมาล่มงานใช่มั๊ยคะ 5555555
    ก็อยากให้รักกันเร็วๆ อยากให้องค์หญิงรู้ใจตัวเองว่ารักนะ ไม่ใช่ทำเพราะหน้าที่ของยศที่ตัวเองมีไรงี้

    รอติดตามตอนต่อไป
    ไม่รู้ว่าตอนหน้าจะเขินมั๊ย เพราะเราอ่านแค่ตอนนี้เราก็เขินแล้วนะ
    นั่งยิ้มกระมิดกระเมี้ยนอยู่คนเดียวตอนอ่าน 5555

    สู้ๆ นะคะ ไรท์เตอร์ เป็นกำลังใจให้สุดๆ เลย >w<
    #232
    0
  14. #229 Windy Boy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 00:13
    ก่อนอื่นเลย ประท้วงเอาอีกหกสิบเปอร์เซ็นต์เพคะคุณไรเตอร์ 555555555555555 ล้อเล่นค่ะ ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามเน่อออ สีสิบเปอร์เซ็นต์ทำลุ้นมากกกกกกกกกก ในห้องนอนนี่ฮึ่ยยยยยย เชียร์ชอฮาสุดๆ อยากแปลงร่างเป็นขันทีอ่านพิธีการหน้าประตูแท้ล่ะ โอ๊ยยยยยยยย คือแบบ ถ้าเป็นขันทีจะฟินสุดอะไรสุด(แต่ว่าขันทีนี่โดนตัดxxจะมีความรู้สึกทางเพศไหมอะคะ 555555555555 คือสงสัยได้ทะลึ่งมากสุดอะไรสุด) องค์หญิงกอดองค์ชายด้วย แงงงงง ปฎิกิริยาขององค์หญิงเพียงนิดเดียวทำหม่อมพี่จะกัดพระเขนยขาดแล้วเพคะะะะะะะะะ
    "ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเชียว...องค์หญิงจมซนของข้าหายไปไหนแล้วหรือ" < ประโยคนี้จากองค์ชายที่หล่อ เข้ม เท่ มาดแมนมากๆ ดูเป็นคนน่ารักไปเลย อ่อนโยนมากอะไรมาก โอ๊ยยยยย หม่อมพี่จะบ้า พูดดีๆ กับเซจาบินเป็นแล้ว(ก็เวลาแบบนี้ใครจะกระโชกโฮกฮากล่ะ)
    "จูบของเจ้า...คิดว่าข้าลืมมันง่ายๆ หรืออย่างไร" องค์ชายพคะ ใครได้ยินประโยคนี้ต้องละลายกองไปกับเตียงแน่ๆ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ใครจะไปทนไหว ฮอลลลลลล องค์ชายจงอินคือดีทุกอย่าง เชียร์สุดใจแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องเอาใจเขามากๆ เด้ออออ ถึงเขาจะยังไม่รักแต่เขาก็หวั่นไหวอยู่นา
    "แพคฮยอน ไม่ต้องฟังใคร...ฟังแค่ข้าก็พอ" < วาจานี้เหมือนมีเวทมนต์เลยนะเพคะชอฮา นางหยุดคิดถึงท่านพี่ชานยอลและโอนอ่อนตาม โอ๊ยยยยยยย รู้สึกชอฮาชนะไปครึ่งนึงแล้วเพคะ เหลือเพียงชนะใจ แม้จะยากแต่เราเชื่อว่าดวงใจรักของชอฮาจะนำพาไปเอง เชื่อคำพูดองครักษ์ชินเอาไว้เพคะ 5555555555555555555555555555
    ส่วนสิ่งที่ชานยอลพูดกับองค์หญิงนั่นท่านพี่กำลังจะทำอะไรน่ะ ฮืออออ อย่าเป่าหูองค์หญิงให้คล้อยตามนะ แต่ว่าเรื่องแบบนี้ถ้าฝ่ายเดียวเอาแต่พูด อีกฝ่ายเอาแต่ฟังและคล้อยตามมันก็จะเลยตามเลยนะ หวังว่าหลังจากพิธีนี้อะไรๆ จะทำให้องค์หญิงโตขึ้นกว่านี้ คิดและตัดสินใจได้เองบ้าง ถ้าเพียงองค์หญิงพูดอะไรสักนิดกับองค์ชายชานยอล คิดว่าชานยอลคงจะหยุดแหละ(มั้ง) แต่ถ้าองค์ชายหยุดเรื่องมันก็จบสิ ยังไม่อยากให้จบเพคะะะะะะะ #ดูขัดแย้งในตัวเองนะ55555555555555555555
    ตอนนี้หม่อมพี่อยู่ข้างชอฮา ประกาศจุดยืนชัดเจนมาก ชอบมาก เครซี่มาก
    เม้นนี้ยาวแต่กรีดร้องโหยหวนและเพ้อเจ้อซะส่วนใหญ่ 55555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 ธันวาคม 2556 / 02:22
    #229
    0
  15. #227 geejajaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 23:51
    ม่ายยยยยยยยนะ ม่ายยยยยยยย โอ๊ยอ่านแล้วปวดใจแทนชานยอล คนที่พยายามจะยื้อ สงสารแบคที่ยังคงไม่รู้จะทำยังไงกับหัวใจตัวเอง หือ จะรอดไหมน้องแบค น้องแบคคคค คิดถึงพี่ชานยอลก่อนนนนน แต่ก็สงสารจงอินนนน โอ๊ย ปวดใจ
    #227
    0
  16. #224 fatipa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 22:30
    วังเซจาบิน ก็ต้องเป็นของชอฮาสิเพคะ ดีที่องค์หญิงคิดแบบบนี้
    เชียร์ชอฮาเต็มที่ค่ะ
    ตอนนี้แบบ แบบ แบบว่า กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    ต่อค่ะ ต่อเร็วๆนะคะ กำลังค้าง
    #224
    0
  17. #223 Ballerina (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 21:43
    ระเบิดตัววว!!!!! เขินนนนนน!!!>,< แล้วแบบชานยอลทำไมพูดแบบนั้นนนนนนนนนน ปกติเราชานแบคนะ แต่เรื่องนี้เชียร์จงอินจริงๆๆๆ อยากอ่านต่อแล้ววววววว!!! องค์รัชทายาทเต็มที่เลยนะเพคะ !! กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!XD
    #223
    0
  18. #222 ไอ่โบกี้! (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 20:37
    . . . . นิ่งอึ้งไปนิดหนึ่ง ไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่องค์ชายชานยอลได้ตรัสเป็นความจริงหรือไม่
    หากแต่ก็ถูกแล้ว ที่องค์หญิงแพคฮยอนคิด มันสายไปแล้ว ทุกอย่างสายไป
    องค์ชายรัชทายาทรักองค์หญิงแพคฮยอน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว
    เหลือแต่เพียงอค์หญิงเท่านั้นนะเพคะ ได้โปรดเถอะ อย่าฟังใครเลย
    ฟังแค่ชอฮาพอนะเพคะ ขอร้องล่ะ ;_____; #อินมาก
    #222
    0
  19. #221 scandinavia (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 20:21
    สายไปแล้วเพคะ องค์ชายชานยอล T___T
    แงงงงงงงง อุตส่าห์เชียร์ท่านพี่ชานยอล แต่มันสายไปเสียแล้ว
    #221
    0