[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 20 : The FIRST VII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ก.ย. 56

 ที่ผมร้องไห้  ไม่ใช่เพราะฝนตก

แต่เพราะไม่มีเขาอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว

 



 

 

                กลิ่นสะอาดอนามัยที่ไม่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มขยับตัวอย่างอึดอัด  บรรยากาศหน้าห้องผู้ป่วยเย็นเยียบและเงียบสนิท   จงแดได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง   ก่อนหันไปมองคนที่นั่งห่อไหล่อย่างไร้เรี่ยวแรงที่อยู่ไม่ห่างและส่ายหน้าเบา  ใบหน้าของผู้ชายที่มีเสน่ห์คนหนึ่งกำลังซูบซีดและโรยล้า  ราวกับเจ้าตัวกำลังเป็นฝ่ายป่วยหนักเอง  ไม่ใช่คนที่คงกำลังหลับสนิทเพราะพิษไข้และฤทธิ์ยาในขณะนี้

                “เป็นขนาดนี้แล้ว มึงจะเอายังไง” เขาถาม น้ำเสียงอ่อนใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ชายหนุ่มยอมรับว่าเขาไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของคนทั้งคู่นัก  แต่ในฐานะของเพื่อน  จงแดรู้สึกลำบากใจไม่น้อยเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

                “จงอิน ได้ยินไหมวะ”             

                “ได้ยิน”

                คำถามนั้น ทำให้ผู้ที่ต้องตอบหันกลับมา   หนุ่มร่างหนามองแววตานิ่งสนิท และว่างเปล่าของจงอินที่เป็นยิ่งกว่าคำตอบแล้วถอนหายใจแรง

                “กูไม่เข้าใจมึง.... ไม่เข้าใจสักนิด  ทั้ง ๆ ที่มึงก็รักแพคฮยอน แต่ทำไม...”

                แววตาสีเข้มหม่นแสงลงไม่น้อย  ความคิดคำนึงที่พุ่งผ่านเข้ามาสร้างแรงกดทับให้อกหนาอึดอัดยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ทุกคำพูดของจงแดคล้ายเข็มเล่มเล็ก ๆ ที่ปักลงบนก้อนเนื้อหัวใจ   หากนั่นเป็นแค่ครั้งเดียว จงอินคงรู้สึกแค่สะกิด ๆ ไม่เจ็บแปลบมากนัก  

                “แล้วตอนนี้..แพคฮยอนก็รักมึงแล้วไม่ใช่เหรอ”

                โชคร้ายที่แผลก่อนหน้านั้น... เป็นแผลฉกรรจ์ที่เหวอะแหวะจนไม่อาจสะกดกลั้นความเจ็บปวดให้หายไปง่าย ๆ

                ฉันรักนาย  ได้ยินไหม ฉันรักนาย

                “แพคฮยอนไม่ได้รักกู” จงอินปฏิเสธ เขาพยายามฝืนยิ้ม  หากนั่นกลับทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว และยับยู่  “แพคฮยอนก็แค่ขาดกูไม่ได้... ก็แค่  อยู่คนเดียวไม่ได้  ก็เลยใช้คำนั้น... มารั้งกูเอาไว้”

                เขารู้ดีว่าความรักของเขาเป็นรักฝ่ายเดียวตลอดมา...  สิ่งที่เขาหวังในทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมาก็คือ  ให้ความรักของเขา เป็นหนึ่งเดียวกับความรักของแพคฮยอน  ความรักที่เกิดมาจากความรู้สึกจริง ๆ   ไม่ใช่เพียงแค่การพูดเพื่อให้เขาสบายใจ

                จงอินรู้จักคนรักของตัวเองดีจนเชื่อว่าแพคฮยอนไม่มีวันโกหก...

                แต่เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดผิดมาตลอด

                “มึงโกรธ...ที่แพคฮยอนใช้คำว่ารักเป็นเครื่องมือ งั้นเหรอ?

                “กูไม่ได้ต้องการคำว่ารัก  กูต้องการความรักของแพคฮยอน  ต้องการให้แพคฮยอนลืมความรักครั้งแรกบ้า ๆ นั่น...ต้องการให้แพคฮยอนมีแค่กูคนเดียว” เสียงของเขาแหบลงทุกที... ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นปิดหน้าที่กำลังเต็มไปด้วยความอ่อนแอ  จงอินไม่อยากเชื่อจริง ๆ ว่าเขาจะเป็นถึงขนาดนี้

                เขาเลิกรักแพคฮยอนไม่ได้   แต่หากจะให้กลับไป...   ก็ทรมาน

                “ถ้าแพคฮยอนรักกูจริง ทำไมไม่พูดก่อนหน้านี้ ทำไมถึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนั้น...ทำไม.... กล้าพูดว่ารักคน ๆ นั้นมาก่อนกู”

                “ไหนมึงบอกกับกูว่าจะลืมเรื่องนั้น  มึงพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะลืม” น้ำเสียงของจงแดเริ่มขุ่น  เมื่อเจ้าตัวเริ่มกลับไปหมกมุ่นอยู่ที่เรื่องเดิม

                บ่อยครั้งความรักก็ทำให้คนงี่เง่าไม่เข้าท่าเอาซะเลย

                “แล้วมึงคิดว่ามันลืมง่าย ๆ เหรอ”  

                “มึงเอง...ก็ยังคิดว่าความรักครั้งแรกมันสำคัญ  ทำไมแพคฮยอนมันจะไม่มีสิทธิ์คิดแบบนั้นบ้าง” จงแดฟังแล้วแค่นหัวเราะกับความงี่เง่าของเพื่อนสนิท 

                “กูก็ไม่รู้หรอกว่าว่ามึงนิยามความรักของมึงไว้ที่ตรงไหน   มึงต้องการอะไรมากมายกับคนที่ทำอะไรไม่เป็นแม้แต่ล้างจานอย่างแพคฮยอน...  แต่หลายปีที่ผ่านมากูก็ไม่เห็นมันจะอยู่กับใครนอกจากมึง” 

                “แพคฮยอนอยู่กับกูมันไม่สำคัญเท่า...หัวใจของแพคฮยอนอยู่กับใครหรอก”

 

                คุณ...คือคนที่ทำให้แพคฮยอนร้องไห้วันนั้นงั้นเหรอ ชายหนุ่มรุ่นพี่เจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ถามเขาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ   จงอินรับฟังคำถามนั้น และยิ้มบาง

                น่าแปลก ที่การเลือกเข้ามาพบกับอีกฝ่าย ง่ายกว่าการเผชิญหน้ากับแพคฮยอนมากนัก

                “ผมควรจะเป็นคนพูดประโยคนี้มากกว่า...  เมื่อสามปีที่แล้ว คุณเป็นคนที่ทำให้แพคฮยอนร้องไห้ใช่ไหม”

                ชานยอลนิ่งขึงไปในทันที เขาแค่นหัวเราะเล็กน้อยกับคำถามตรงไปตรงมา

                “ตอนนั้น...ผมไม่รู้ ถ้ารู้...คงไม่ทำ”

                “คุณเป็นรักแรกของแพคฮยอน...”

                “ผมรู้” เขาตอบง่าย ๆ  ร่องรอยลึกซึ้งในดวงตาทำให้จงอินเบือนหน้าลงไปมองอเมริกาโน่สีเข้มแทน

                แพคฮยอนเป็นไมเกรน... ป่วยง่าย   ชอบอ้อน..ชอบดื้อ  อยากให้คนดูแลอยู่ใกล้ ๆ ถ้าไม่สนใจ ก็จะงอน.... แล้วก็..  ดูแลตัวเองไม่ค่อยได้

                “คุณต้องการอะไร ” น้ำเสียงของคนที่นั่งตรงข้ามเขาค่อนข้างขุ่น  ดวงตาของอีกฝ่ายฉายแววโกรธ  หากเขายังคงพูดต่อไปเรื่อย ๆ ตามที่ตัวเองตั้งใจไว้

                “อ้อ... อย่าให้แพคฮยอนดื่มกาแฟนัก  คราวก่อนกลับไปปวดหัวหนักจนแทบไม่ได้นอน”

                “คุณ...”

                “ฝากดูแลแพคฮยอนด้วย ... ดูแลแพคฮยอนต่อจากผมด้วย”   

                สิ้นประโยคนั้น  ผู้ที่อาวุโสกว่าทุบโต๊ะเสียงดังลั่น จนพนักงานสาวที่อยู่บริเวณเค้าท์เตอร์ส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ   ชานยอลตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธจัด

                คุณโง่หรือบ้ากันแน่...

                แต่จงอินยังคงรอยยิ้มไว้ที่มุมปาก... ดวงตาของเขานิ่งเฉย หากแดงจัด  ปากของเขาสั่น พร้อม ๆ กับฟันที่ขบกันแน่น

                “ดู....ดูแลเขาด้วย.... ”

               

                “ถึงขั้นนี้แล้ว มึงคิดว่ากูควรยืนอยู่ตรงนั้นอีกเหรอ  ควรอยู่ข้าง ๆ แพคฮยอนต่อไปงั้นเหรอ”

                “มึงนี่มันเข้าใจอะไรยากจริง ๆ ว่ะ”

                เจ้าของร่างหนาผุดลุกขึ้น  ยิ่งพูดด้วย เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด  ไม่ใช่เพราะเขาเข้าข้างคนป่วย หรืออยากสนับสนุนให้ทั้งคู่กลับไปคบกัน  อันที่จริงไม่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นเช่นไร  มันก็ไม่มีผลอะไรกับความเป็นเพื่อนของเขา   

                “เดี๋ยวกูไปจัดการเรื่องประกันสุขภาพของแพคฮยอนมันก่อน ถ้าลำบากใจมึงกลับไปก่อนก็ได้  กูอยู่เฝ้ามันเอง”   จงแดบอกพร้อมถอนหายใจลึก

                อย่างไรเสีย... จงอินและแพคฮยอนก็ยังเป็นเพื่อนของเขา

                “ครั้งนี้กูเข้าข้างแพคฮยอนว่ะ มันพูดผิดตรงไหน...แล้วถ้ามันจะใช้คำว่ารักรั้งมึงจริง ๆ มันผิดตรงไหน”

                และเพราะว่าเป็นเช่นนั้น  เขาถึงไม่อยากให้ทั้งสองต้องทรมานแบบนี้

                “มึงคิดยังไง กูไม่รู้จริง ๆ  แต่เวลากูรักใคร  กูก็คงขาดเค้าไม่ได้เหมือนกัน”

                จงแดเปรย ก่อนก้าวจากไปในเวลาต่อมา  ทิ้งให้เจ้าของปมที่เป็นคนผูกจนยุ่งเหยิงหาทางแก้มันด้วยตัวเอง 

                แต่ไม่ว่าจงอินจะเลือกแก้หรือตัดปมนั้นทิ้ง คนใดคนหนึ่งต้องเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่ดี

                ไม่สิ...  สถานการณ์แบบนี้ น่าจะเจ็บทั้งสองฝ่ายมากกว่า

               

 

               

                จงอินตัดสินใจก้าวเข้าไปในห้องผู้ป่วยหลังจากนั่งนิ่งอยู่หน้าห้องครู่ใหญ่   ห้องผู้ป่วยรวมขนาดไม่กว้างขวางนักวางเตียงพยาบาลไว้จำนวนหนึ่ง  แต่มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ใช้บริการ    คนหนึ่งกำลังหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่ม  ขณะที่อีกคนที่เขาคุ้นเคยและอยู่บนเตียงที่วางในสุดกำลังนั่งไหล่ห่อ  ขาทั้งสองห้อยลงมาไม่ถึงพื้น  ใบหน้าอดโรยและดวงตาที่หลุบมองเพียงพื้นห้องนั้นไม่ทำให้เขาปวดหนึบในอกเท่ากับหยดเลือดที่ค่อยซึมออกมาจากข้อมือเล็ก ที่ถูกเจาะเข็มสำหรับการให้น้ำเกลือไว้ คล้ายเพิ่งถูกกระชากออกจากกันเมื่อไม่นานมานี้    

                ริมฝีปากของเขาสั่น  พอ ๆ กับร่างที่กำลังพยายามทรงตัวให้ยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง 

                “หมี...” เสียงอ่อนระโหยทำให้เขารู้สึกโกรธมากกว่าความรู้สึกอื่นใด  ร่างบอบบางในชุดหลวม ๆ ของโรงพยาบาลดูจะอ่อนแอยิ่งกว่าตอนที่ล้มลงด้วยพิษไข้กลางถนนที่เต็มไปด้วยรถรา   

                ทำไมถึงไม่รู้ว่าบ้างเขาแทบเป็นบ้าไปทุกครั้งที่เห็นแพคฮยอนเจ็บ...

                “ทำอะไร...    เราถามว่าทำอะไร!!!” จงอินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตะโกน   แต่เสียงที่ออกมากลับเบาเสียยิ่งกว่าเบา   เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็ก เพื่อพิจารณาข้อมือที่เป็นแผลเพราะเข็มน้ำเกลือข้างนั้น ก่อนจะก้าวไปหาสัญญาณฉุกเฉินประจำเตียงคนไข้ หากมือเล็กกลับคว้าท่อนแขนของเขาไว้  จนจงอินไม่อาจเคลื่อนไหว

                “ขอโทษ...เราขอโทษ ”

                จงอินเกือบจะคิดว่าหูฝาดไป  เมื่อคนที่ไม่เคยแม้แต่จะยอมรับว่าตัวเองผิดอย่างแพคฮยอนกล้าพูดคำนี้ ...   หากทุกอย่างชัดเจนเสียจนเขาพูดไม่ออก  หนุ่มร่างสูงทำอะไรไม่ได้แม้กระทั่งการก้มมองหน้าของคนที่เขารัก

                การเห็นดวงตาคู่นั้น ราวกับฉายภาพซ้ำของวันนั้น

                วันที่ดวงตาของเขาพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำ...

                วันที่สายฝน  พรากความหวังเดียวของเขาไป

                “ผมไม่รู้ว่า... ทำให้คุณรู้สึกยังไง  แต่ผมเคยพลาดไปครั้งหนึ่งแล้ว”

                จงอินไม่ปฏิเสธว่าเขาอิจฉาผู้ชายคนนั้น...  

                “ผมรักแพคฮยอน...คุณจงอิน  ผมสาบานว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้ง  ผมจะไม่ปล่อยแพคฮยอนไปอีก”

                ผู้ชายคนนั้น... ปาร์ค ชานยอลคนนั้นคือสายฝนของแพคฮยอน

                สายฝนแรก...ที่แพคฮยอนปรารถนาจะสัมผัสมาตลอด  แต่เขาก็เอาแต่กางร่มขวางกั้นเอาไว้ และพยายามหลอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแพคฮยอน

 

 

                “ต่อให้หมีคิดว่าฉันโกหกเพื่อรั้งนายไว้ ต่อให้ ... เรื่องที่ฉันทำมันร้ายแรงจนหมีให้อภัยไม่ได้  แต่...” แพคฮยอนกัดริมฝีปากเพื่อห้ามเสียงสะอื้นของตนเอง...  แม้รู้ว่าโอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมมันริบหรี่ แต่ก็ยากที่จะอยู่เฉย

                ตอนที่เห็นแผ่นหลังกว้างห่างออกไปเป็นครั้งที่สอง แพคฮยอนรู้สึกเหมือนถูกลงโทษ...   ถ้าจงอินเลือกที่จะดุด่าเขาคงจะดีกว่า

                การนิ่งเงียบ และเดินจากไป...มันเจ็บปวดมากกว่ากันนัก

                แพคฮยอนจำไม่ได้ว่าสติสัมปชัญญะของตัวเองหายไปเมื่อไหร่ สิ่งที่วาบเข้ามาในความคิดตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็คือจงอิน   ทว่า ผลของการทำเช่นนั้นทำให้เขารู้สึกเจ็บกว่าการกระชากเข็มน้ำเกลืออก  เหนื่อยกว่าการพาร่างอันอ่านแรงของตัวเองออกไปถึงหน้าประตูด้วยเป้าหมายที่จะยื้อให้คนรักกลับมาอีกครั้ง  เหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็คือการรับฟังสิ่งที่จงอินคิดมาตลอด     

                “แพคฮยอนก็แค่ขาดกูไม่ได้... ก็แค่  อยู่คนเดียวไม่ได้  ก็เลยใช้คำนั้น... มารั้งกูเอาไว้”

                ไม่เคยรู้.... ไม่เคยรู้เลย  ว่า รัก ของแพคฮยอนที่เอ่ยออกมาอย่างยากลำบากนั้น... เป็นแค่เครื่องมือในการฉุดรั้งจงอินเอาไว้

                แพคฮยอนไม่เคยรู้...

                “อย่าไป... “ 

“มันเป็นไปไม่ได้แล้ว... ”

                แพคฮยอนพยายามเอ่ยคำร้องขอออกมาอย่างยากลำบาก  แม้จะดูไร้ศักดิ์ศรีแต่เขาไม่ต้องการให้ทุกอย่างจบลงเช่นนี้   ทว่าขณะเดียวกันนั้น  เสียงทุ้มของจงอินก็เอ่ยประโยคที่แสนเบาหวิว....หากหนักหน่วงและคมกริบราวกับมีดคม ๆ แทรกขึ้นมากลบเสียงของเขาจนหมด          

                คนฟังรู้สึกคล้ายร่างกายกำลังหยุดหายใจ  อวัยวะภายในเหมือนกำลังหยุดทำงาน.. คงมีเพียงต่อมน้ำตาเท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ระบายสิ่งที่คั่งค้างออกมาอย่างต่อเนื่อง

                “เราเคยได้ยินมาว่า...รักแรกมันมักจะไม่สมหวัง ”

                แพคฮยอนรู้ดีว่าจงอินรักเขา ...

                “แต่เราไม่เคยเห็นด้วย... เพราะเราเชื่อว่า  สักวันมันจะสมหวัง”

                รู้ว่าจงอินยอมเป็นฝ่ายรอเขามาตลอด

 

                รู้แม้กระทั่ง... จงอินยอมที่จะเป็นฝ่ายเจ็บปวดกับการไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากเขา

“เราอยู่ด้วยกันทุกวัน เรามองแพคฮยอนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด  เราเห็นทุกอย่าง เราถึงเข้าใจ...   ว่าแพคฮยอนรอมันมานานมากแค่ไหน  รอคน ๆ นั้น... มานานแค่ไหน ”

                แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่แพคฮยอนไม่เคยรู้... และไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน  ก็คือวินาทีนี้

                วินาทีที่สายตาของจงอินมองตรงไปข้างหน้า และไม่มีเขาในแววตาคู่นั้นแล้ว

                “แต่รักแรกของแพคฮยอน... สมหวังแล้วไม่ใช่เหรอ”   จงอินพยายามยิ้มให้กับใบหน้าของคนที่เขารัก คนที่เป็นรักแรกของเขา    “ดังนั้น...คบกันให้สบายใจเถอะ ต่อให้ไม่มีเรา  แพคฮยอนก็ไม่ลำบากหรอก” แต่ก็ไม่อาจเบือนหน้ามาสบตาของแพคฮยอนได้   มุมปากของเขายกขึ้น... หากจงอินรู้ว่ามันคงเป็นแค่หน้าที่บิดเบี้ยวยับยู่ที่น่าเกลียดที่สุด 

                “เรารู้ว่าแพคฮยอนฝืนมาตลอด...   แพคฮยอนใจดี... คงไม่อยากให้เราเสียใจ ” ขณะพูดก้อนขม ๆ ก็พุ่งเข้ามาจุกที่ปลายลิ้น  ขมจนต้องกลืนมันลงไปอย่างยากลำบาก  “มันง่ายกว่า ถ้าเราเป็นฝ่ายไป”

                ถึงจะหนักหนา..แต่เขาก็อยากจบมันให้ดีที่สุด

                แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม 

                กินผักบ้างล่ะ

                อย่าลืมล้างจาน

                อย่าเอาแต่ใจตัวเองนะ

                แล้วก็... มีความสุขกับความรักของคนที่แพคฮยอนรักให้มาก ๆ ล่ะ

                “ไม่..” จงอินพูดเสียงสั่น...   เขาค่อย ๆ แกะนิ้วเรียวที่เกาะอยู่บนแขนออกทีละนิ้ว  ไอร้อนผ่าวของพิษไข้ที่ออกมาจากผิวเนียนละเอียดทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว... “ต้องห่วงเราหรอก... เดี๋ยวเราก็ลืมแล้ว”

                ตั้งแต่คบกันมา  ไม่เคยมีวันไหนที่แพคฮยอนไม่ทำให้เขาห่วง   จงอินจึงได้แต่ส่งคำร้องขอไปให้กับคนดื้อของเขา

                ต่อจากนี้ไปอย่าเดินตากฝนอีกนะ   เดี๋ยวจะไม่สบาย

                ถ้าฝนตก อย่าลืมกางร่มนะ

                “ถ้า.... ฉันไม่ได้รักพี่ชานยอลแล้ว... นายจะกลับมาหาฉันไหม”  เสียงสั่นเครือ ลมหายใจที่ขาดห้วง การพูดที่ไม่เป็นจังหวะเพราะแรงสะอื้น  คล้ายค้อนปอนด์หนัก ๆ ที่ทุบกระหน่ำลงมาบนอกเขา  

                “แพคฮยอนก็รู้ไม่ใช่เหรอ” 

                ถ้าฝนตก...   ถ้าฝนตกลงมา

                “ว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

                กางร่มแล้ว.....คิดถึงเราบ้างก็ได้นะ 

                ถึงไม่มีร่มสีฟ้าแล้ว

                แต่คิดถึงเราสักนิดก็ยังดี

 

 

 

 

                ใต้ฟ้าที่ฝนตกกระหน่ำ   แพคฮยอนเฝ้าตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตนเอง

รักครั้งแรก หรือแฟนคนแรก

                เฝ้าเดินหาหนทางของคำตอบจนลืมไป

                กว่าจะรู้ ทุกอย่างก็หลุดลอยไปแล้ว

                สิ่งที่แพคฮยอนต้องการในตอนนี้ก็คือ...

                คนที่รักที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

                “แพคฮยอนก็รู้ไม่ใช่เหรอ  ว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

 

 

 

สายฝน...ร่วงเลอะเปรอะดวงตา

ร่มสีฟ้า...อ่อนล้าเกินกล้าแกร่ง

หัวใจ...ดวงน้อยค่อยหมดแรง

ความรัก...มิอาจแบ่งเป็นสองทาง

 

                ไม่มีวัน...เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

TBC. 

เหลือตอนจบนะคะ ;) 

ขอโทษจริง ๆ ที่มาอัพช้า  ไม่ขอแก้ตัวใด ๆ ทั้งเรื่องรวมเล่มและฟิค
ไม่รู้ว่ายังมีกี่คนที่รออยู่ 

แต่ช่วยรออีกนิดด้วยนะคะ -/\-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #442 Ppp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 00:46
    อิฉันอยากจะวิ่งไปกรี๊ดที่ทุ่งข้างสาลีเหลือเกินค่ะคุณ

    ม่างงงงงงงงงงงงง อึดอัดเว้ยยยยยยยยยยยยย

    คือสงสารแบคมากนะ แต่พี่ก้อเข้าใจจงอิน

    ทุกอย่างต้องใช้เวลาว่ะแบค

    แบคต้องใช้เวลาในการตัดสินใจในการเลือก

    จงอินก้อต้องใช้เวลา ถ้าร้กจงอินจริง ต้องพยายามนะ

    จงอินพยายามมาได้ตั้งสามปี อย่ายอมแพ้นะแบค

    จะว่าไปนี่ต้องขอบคุณชานยอลเหมือนกันที่กลับมา

    เพราะไม่งั้น แบคมันคงตัดสินใจไม่ได้

    มันคงไม่รุ้และคลุมเคลือไปอีกนานแค่ไหนไม่รุ้

    เฮ้อ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    #442
    0
  2. #427 Monkiiz136 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:35
    ไม่ได้มาอ่านต่อนานมากกกกกกกก
    แต่กลับมาอ่านต่อก็ร้องไห้ได้อีกเหมือนเดิม
    มันจบแล้วจริงๆหรอกับความรักครั้งนี้อ่ะจงอิน?
    คิดว่าทำได้จริงๆรึไง คิดว่าลืมได้ง่ายๆรึไง!!
    แม่งเอ๊ย ไม่รู้จะสงสารใครดี อีกคนกก็กลัวว่าจะโดนหลอก
    อีกคนก็ดันเพิ่งรู้ตัวตอนที่สายเกินไปซะงั้น เห้ออออ
    อ่านแล้วมันจุก มันหน่วงไปหมดอ่ะ ไม่รู้จะเม้นท์อะไร TT
    #427
    0
  3. #425 .fytkkb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 23:22
    น้ำตาแบบมาเต็มอ่ะจริง รู้สึกอึดอัดอยากกรี๊ดมาก 

    ทุกอย่างมันพังไปหมดเลย จงอินคนโงแบคคนโง่ทุกคนโง่อ่ะ

    นี่อินจัดมากคือตอนแรกมันบีบหัวใจมากแบบจะอ้วกแล้วอ่ะอึดอัดไปหมด 

    ตอนแรกน้ำตาไม่ไหลแต่พอไม่ไหวน้ำตามาเต็มคือแบบ 

    ฮอลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล 

    ไม่รู้จะร้องไห้เป็นญี่ปุ่นดีหรือไม่แต่ประโยคที่จงอินพูดตอนท้ายนี่แบบ 

    เอามีดมากรีดใจหนูเลยเตอะ 

    กลับมารักกันเหอะขอร้องไม่กล้าอ่านตอนต่อไปแล้วนะ T_T 
    #425
    0
  4. #407 BACON_BAEK (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 21:23
    เจ็บปวดที่สุดอ่ะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ
    #407
    0
  5. #386 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 23:40
    เจ็บปวดมากๆ เลย ! เราสงสารแบค
    แต่เราโกรธจงอินไม่ลงที่ใจแข็งแบบนี้
    จงอินคงเจ็บมามากพอแล้ว
    แบครีบหายไวๆ แล้วไปง้อจงอินเถอะนะ 
    สู้ื ๆ 
    #386
    0
  6. #358 LittleP (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 14:23
    ฮือออออ อ่านแล้วจะร้องไห้

    ทำไมมารักกันไม่ได้ ทำไม

    ฮือออออออออ



    ไม่ไหวแล้วค่ะ สงสารรรร

    ฮืออออ
    #358
    0
  7. #346 <3 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2556 / 11:27
    แงๆ มาอัพแล้ววววว T0T นึกว่าไรเตอร์จะไม่มาอัพอีกแล้ว T^T ดีใจ

    จงอินนนนนน เป็นบ้าอะไรเนี่ยยย จะมาอินดี้อะไรตอนนี้เนี่ย!

    ก็แบครักแกเเล้วจริงๆนี่ ฮือออ กลับมารักกันเหอะ

    แบคอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีจงอินเป็นร่มให้ เป็นหมีขี้บ่นที่คอยดูแลแบคนะ T^T

    แกจะปล่อยแบคไปจริงๆหรอออ T0T/ รอตอนจบค้าบบ เดาไม่ได้เลยว่าจะจบไง T^T
    #346
    0
  8. #345 /zh.save-ํ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 11:08
    ในที่สุดฟิคเรื่องนี้ก็อัพ y _ y
    อารมณ์เหมือน 3 เดือนที่รอคนรักกลับมา *เอิ๊ก*
    เฝ้ารอดูหน้าฟิคที่อัพตลอดว่าฟิคเื่รื่องนี้อัพรึยังนะ ช่างเป็น 3 เดือนที่ยาวนาน ฮื่อ
    ฟิคของเตงไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ
    กลับมาตอนนี้ก็บีบหัวใจเหมือนเคย
    สงสารทั้งแบคฮยอนทั้งจงอิน ตอนนี้อยากให้จงอินฟังแบคบ้าง
    แต่จงอินดันยอมแพ้แล้ว เสียใจเจรง . _ .
    เดาไม่ถูกเลยว่าตอนจบจะเป็นยังไง ไคแบคจะลงเอยมั้ย หรือเรื่องจะจบแบบไม่มีใครคู่กันเลย
    หรือจงอินจะไปคู่กับจงแด555555555
    รอติดตามต่อนะคะ อัพไวๆ น๊า อย่าทรมาณใจน้องเลย u _ u
    #345
    0
  9. #344 fantastic_girl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 09:55
    ไรท์มาแล้วววววว *ส่งจูบรัวๆ*
    คือบับ แบคก็ยอมขนาดนี้แล้วป่ะ อิหมีมันก็ยังไม่เชื่อ ฮรืออออ
    สงสารแบคอ่ะ แต่ก็นะจงอินมันเจ็บมาเยอะ แกเลยแบบเล่นตัวนิดนึง ถถถถ
    พ่อมหาชรงแดนี่พูดได้แบบ ใช่อ่ะ อิจงอินแม่งคิดมาก รักก็รักสิวะ ฮึ่ยยย #โกรธแทนแบค
    อยากรู้ตอนจบล้าววว เค้ารอไรท์อยู่ อย่าหายไปอย่างนี้อีกน้าา เพราะรีดรู้สึกไม่ดี~ #ไม่ใช่ละ
    จุ๊บบบบบไรท์ :3
    #344
    0
  10. #343 whoever (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 14:12
    ทำไมมันเศร้าแบบนี้อ่ะ เริ่มไม่เข้าใจจงอินจริงๆแล้วนะ ตอนแรกก็พอเข้าใจแหละว่าเจ็บมากเพราะคิดว่าแพคฮยอนไม่ได้รักตัวเองจริงแต่แค่อยู่คนเดียวไม่เป็น แต่ตอนนี้จงอินไม่รู้สึกเลยเหรอว่าแพคฮยอนเจ็บปวดและรักแกมากขนาดไหน(หรือรู้แต่มันใจแข็งมากไปวะ) 55555555

    ชานยอลก็นะ ถ้ารับรักแพคฮยอนตั้งแต่แรกก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้เิกดขึ้นหรอกเนอะ ทิฐิแกสูงไปนะ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลย

    ส่วนตัวเราชอบจงแดมากอ่ะ ดูเป็นคนที่ไม่งี่เง่าที่สุดในเรื่อง เป็นผู้รู้ผู้เห็นทุกอย่างแต่ก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยอะไรได้มากไปกว่าการเตือนสติเพื่อนแต่ละคน แต่แค่นี้นายก็หล่อมากแล้วล่ะจงแด เรารักนายมากเลยเรื่องนี้อ่ะ TT (เรื่องหน้าจองตัวเป็นพระเอกได้ไหมคะ 555555)

    สงสารทุกคนในเรื่องเลย สงสารตัวเองด้วยที่นั่งอ่านไปก็สะเทือนใจน้ำตาซึมไป ภาวนาตลอดให้เรื่องนี้จบลงได้ด้วยดี ยังไงก็ขอให้เป็นอย่างที่คิดนะ TT

    รอตอนจบเสมอนะคะ รอรวมเล่มด้วย นานเท่าไหร่ก็รอได้ค่ะเพราะอยากได้มาก TT

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์เสมอค่ะ :D
    #343
    0
  11. #340 Solina (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 01:42
    อยากขอบคุณพี่นิ่มที่เขียนฟิคเรื่องนี้
    อยากขอบคุณพี่นิ่มที่อัพฟิคตอนนี้นะคะ 

    กำลังเครียดมากกับการอ่านหนังสือสอบ ดีใจที่พี่นิ่มอัพเรื่องนี้จริงๆ 


    สงสารคนทั้งคู่... แต่ถ้าเป็นน้องอินเค้าคงไม่กล้ากลับไปเหมือนกัน...
    ในเมื่ออีกคนนั้นไม่เคยลืมคนคนนั้นได้เลยแบบนี้... 

    คือร้องไห้อยู่ไม่รู้จะพิมพ์ว่าไงดี TT 
    แต่เราอ่านแล้วเราได้ร้องไห้ เรารู้สึกโอเคขึ้นมากๆ 

    รอฟิคเดอะเฟิร์สเสมอนะคะ 

    *กอดแน่น*
    #340
    0