[EXO][SF] Caffè latte [Kai x Baek]

ตอนที่ 19 : The FIRST VI

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ต.ค. 56

                

สายฝนทำให้ผมมองอะไรไม่เห็น..... แม้กระทั่งความรักของเรา

 

 

                “แพคฮยอน...”   

                ชานยอลถอนริมฝีปากออกมาจากกลีบปากหวานหากเย็นชืด  หนุ่มรุ่นพี่ขมวดคิ้วยุ่ง  เมื่อพบน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มเนียน    ดวงตาที่เอ่อท้นด้วยหยาดน้ำใสมองเขานิ่ง

                สายตาลึกซึ้งนั้น...ราวกับจะเป็นฝ่ายขอโทษ      

                พี่เป็นรักครั้งแรกของผม... เป็นคนที่ผมคิดถึงมาตลอด”  เสียงหวานสารภาพแผ่วหวิว...  ด้วยประโยคที่ควรจะทำให้เขาใจเต้นแรงด้วยความสมหวัง

                หลายปีก่อน... ตอนที่พบเด็กชายหน้าหวานที่โรงเรียน   เขาก็สะดุดตาตั้งแต่แรกแล้ว  อะไรหลาย ๆ อย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงตาเรียวสวย สดใสนั้นทำให้เขาสนใจ  หากด้วยอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย แม้ว่าแพคฮยอนจะแสดงออกชัดเจนว่าชอบเขาอยู่ไม่น้อย   แต่คนอย่างเขาเป็นที่รู้จักของคนแทบจะทั้งโรงเรียน...  เป็นนักเรียนตัวอย่าง   การจะให้เขาเปลี่ยนรสนิยมไปคบกับเด็กหนุ่มร่างเล็กหน้าหวานคนนี้ก็คงไม่พ้นถูกคนอื่นพูดถึงในแง่ไม่ดีนัก   ชานยอลจึงตัดสินใจยุติความหวังของเด็กชายคนหนึ่ง ด้วยการตอบรับคำสารภาพของสาวสวยที่หนุ่ม ๆ หลายคนในโรงเรียนหมายปอง

                กว่าจะรู้...ว่าเป็นฝ่ายทำร้ายคนหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัว  ก็ตอนที่จบจากไฮสคูลนั้นมาหลายปีแล้ว

                เมื่อเขาพบแพคฮยอนอีกครั้ง... ชานยอลจึงไม่ยอมเสียโอกาสนั้นอีกต่อไป

                “เราอยากบอกอะไรพี่...”

แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว   

                “ขอโทษครับ...”  เจ้าของร่างเล็กสะอื้นเบา  แผ่นอกเรียบสะท้อนขึ้นลงไม่เป็นจังหวะนัก ขณะที่มือทั้งสองกอดร่มสีฟ้าไว้แน่น   “แต่ตอนนี้...ผมมีคนรักอยู่แล้ว”

                “แพคฮยอน....”   

                “แล้วเค้า...เค้าก็กำลังรอผมอยู่...”

รอให้เขากลับไปหา...  รอกอดเขาไว้ในอ้อมแขน

            ยังคงรอคอยเสมอ...แม้ว่าเขาจะทำตัวเลวร้ายมากแค่ไหนก็ตามที

                ดวงตาของแพคฮยอนหลุบลงมองร่มในมือ   ร่มสีฟ้าที่จงอินชอบ และมอบให้เขาสำหรับวันที่เขาต้องเดินไปไหนมาไหนคนเดียว  มันแข็งแรง คงทน...และปกป้องเขาจากสายฝนเสมอมา   มีแต่เขาที่มักจะละทิ้งมันไปวิ่งเล่นกลางสายฝนอยู่เสมอ

                ไม่รู้เสียเลยว่า...อะไรที่สำคัญ และมีค่ากับตัวเองมากกว่า

                กว่าจะรู้... ก็ตอนที่เกือบสูญเสียมันไป

                “เค้ารอผมมานานมากแล้ว” 

                “ รักเค้าเหรอ...”  เสียงของชานยอลแหบพร่า   ชายหนุ่มร่างใหญ่เคลื่อนตัวไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยตามเดิมด้วยความผิดหวัง 

                “ไม่รู้เหมือนกันครับ...” แพคฮยอนตอบ  สารภาพตามตรง  “ผมไม่รู้...ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร”

                แพคฮยอนไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกกับคนที่หลับและตื่นขึ้นมาพร้อม ๆ กันทุกวันมานานขนาดนี้ว่าอะไร....  ความรู้สึกที่คุ้นชินกับร่างสูงและไออุ่นของอีกฝ่ายจนไม่อาจหลับลงได้ถ้าไม่มีอ้อมกอดนั้นมันเรียกว่าความรักหรือเปล่า

                อาจเป็นเพียงความคุ้นเคย....  อาจเป็นแค่นั้น

            “แต่... เค้าเป็นคนที่ผมอยากอยู่ด้วยมากที่สุด  อยากจะอยู่กับเค้าทุกวัน”

            “แล้วพี่ล่ะ”

                “พี่เป็นความทรงจำของผม...  ผมจะเก็บไว้ในนั้น  แล้วจะไม่เอามาทำร้ายคนที่... คนที่รักผมอีก”  น้ำเสียงของแพคฮยอนหนักแน่นเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้  แม้ว่าดวงตานั้นจะฉายแววแห่งความเสียใจ  หากความมุ่งมั่นที่อยู่ภายในลูกแก้วสีน้ำตาลใสนั้นกลับทำให้เขาอยากยอมแพ้

                “ยังไง... ก็เป็นพี่ไม่ได้เหรอ”

                “ขอโทษครับ... ขอโทษจริง ๆ ”

                ชานยอลเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งขดอยู่บนเบาะข้าง พร้อมถอนหายใจแรง  

                บ้าชะมัด...ทำไมเขาถึงไม่สังเกตมาก่อนนะ

            แหวนที่นิ้วนางซ้ายนั่น....  สวมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

                อย่างนี้...พี่ก็น่าสงสารแย่น่ะสิ”

            รักครั้งแรก   ....คนที่ไม่มีวันลืม

            แต่ก็ไม่มีวันกลับไปรักได้อีกแล้วเช่นเดียวกัน

                “สายไปเหรอ... บ้าชะมัด”

 

 

 

                ชายหนุ่มยืนมองภาพที่เกิดขึ้นนิ่ง...นาน     ร่มคันใหญ่ในมือช่วงปกป้องเขาจากสายฝนได้อย่างดี  ในขณะที่คนที่เขามองอยู่ กลับทิ้งร่มให้ปลิวไปตามสายลม และเกาะกอดตัวเองคร่ำครวญอยู่เพียงลำพังบนบาทวิถีราวกับคนบ้า

                ชานยอลไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ก็จริง  สายฝนรุนแรง กราดเกรี้ยวจากเบื้องบนทำให้เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจตัวเองด้วยซ้ำ   ชายหนุ่มก้าวยาวพร้อมร่มในมือไปหาคนที่กำลังสะอื้นไห้ปานขาดใจนั้น

                บางที... สวรรค์ก็เล่นตลกกับชีวิตคนเราเหลือเกิน

            “ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารักคืออะไร...  ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ารักเค้าเหมือนที่เคยรักพี่หรือเปล่า”

                “แต่ถ้าไม่มีเขา...  ผมก็คิดไม่ออก ว่าชีวิตผมจะเป็นยังไง”

 

 

                ฟ้าครึ้ม ๆ ข้างบนคงอยากลงโทษพวกเขา

                หรือไม่...ก็คงอยากประทานความยุติธรรมให้กับทุกคน

            แพคฮยอนที่ปฏิเสธเขาแน่นหนักขนาดนั้น   กลับถูกคนที่เลือกปฏิเสธเช่นกัน

           

 

                “แพคฮยอน... เดี๋ยวไม่สบายนะ”

                ชานยอลพร้อมร่มทรุดตัวลงเคียงข้างร่างบอบบาง ที่กำลังทำเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของสายฝน  เสื้อผ้าชุ่มโชกไปทั้งตัว  ร่างกายสั่นระริกจนชายหนุ่มต้องถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมคนตัวเล็กไว้ พร้อมเขย่าตัวแรง ๆ เพื่อเรียกสติ 

                “... ลุก! พี่จะพาไปส่งที่ห้อง”

                ใบหน้าซีดเผือดที่หันกลับมาช้า ๆ ทำให้ชานยอลตกใจ  ดวงตาเรียวสวยสดใสที่ทำให้เขาหลงรัก บัดนี้เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ทรมาน... ไม่เหลือความสุขหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

                หนุ่มรุ่นพี่อดคิดไม่ได้ว่า...  แพคฮยอนอาจจะได้คำตอบของคำถามนั้นแล้ว

                “พี่ชานยอล   ช่วย... ช่วย..ผมด้วย”

             “ รักเค้าเหรอ...” 

                “เขาไม่เชื่อผมแล้ว... ช่วยบอกเค้าที”

                มือเล็กปะป่าย...  เสียงสะอื้นแทรกผ่านเสียงพายุฝนอันกราดเกรี้ยว

                “ช่วยผมที ฮึก... บอกเค้าที”

                ทว่ามันคง....

                ช้าไป...

            “บอกเค้าว่าผมรักเค้า... .ผมรักเค้า...  ”

การตัดสินใจครั้งนี้ มันสายไปแล้วสำหรับทุกคน

 

 

 

 

                ร่างเล็กบางก้าวเท้าอย่างไม่เป็นจังหวะนัก ขณะเดินตามทางเชื่อมเพื่อไปยังห้องของตัวเอง  หัวของเขาหนักอึ้ง  ร่างกายร้อนระอุจนเหมือนถูกสุมด้วยไฟ    แม้แต่เท้า...ก็ไม่อาจเคลื่อนไหวได้อย่างใจคิด

                พายุข้างนอกสงบลงแล้ว   แพคฮยอนจึงสามารถถือวิสาสะหนีกลับมาจากคอนโดของชายหนุ่มอีกคนได้    ชานยอลดีกับเขาจนรู้สึกละอายใจ   หนุ่มรุ่นพี่ช่วยพาเขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และดูแลทั้งคืนจนกระทั่งไข้เริ่มลดลง    เขารู้ดีว่าไม่มีสติดีนักตลอดคืนนั้น   แต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายปรารถนาดีกับเขามากแค่ไหน

                เท่านี้ก็พอแล้ว....

                แพคฮยอนตัดสินใจทำตามความตั้งใจแรกของตัวเองด้วยการปล่อยความรักครั้งแรกให้จากไป.. และไม่หวนกลับไปคิดถึงมันอีก

                แม้จะรู้ว่า...เขาช้าไปมากก็ตามที

                “จงอิน....”

                ประตูห้องถูกไขอย่างอ่อนแรง... เขาพาเท้าทั้งสองที่แทบไม่มีแรงเข้าไปในห้องที่มืดสนิท   ก่อนจะทรุดตัวลงเมื่อไม่อาจทนต่อสภาพความอ่อนแอของร่างกายตัวเองได้   อาการเวียนหัวอย่างหนักทำให้เขาทำได้เพียงปิดประตูลงเท่านั้น

                “หมี...” เสียงอ่อนระโหยแผ่วเบา  ร้องเรียกคนที่เคยอยู่เคียงข้างกันเสมอ  “ฉันกลับมาแล้ว..  ”

                แพคฮยอนไม่สามารถขยับกายไปยังห้องนอน หรือแม้กระทั่งเดินไปสำรวจว่าใครที่เขาเพรียกหาอยู่นั้นอยู่ที่มุมไหนในห้องที่ว่างเปล่า....มืดจงดแห่งนี้

                “ม..หมี... ”

ร่างกายบอบบางสั่นระริกด้วยความหนาวสะท้าน  พิษไข้เกาะกินลุกลามไปทั้งตัว   

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นไข้สูง...     ไม่ใช่ครั้งเดียวที่อาการหนักจนอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

แต่ทุกครั้งเขามีอีกคนอยู่เคียงข้าง...  มีคนที่คอยเอาใจใส่  มีเสียงนุ่ม ๆ คอยปลอบประโลมเมื่อเวียนหัวจนทนไม่ไหว

“อย่างแพคฮยอนน่ะ คบใครไม่รอดหรอก         

“เอาแต่ใจก็เท่านั้น พูดมาก   นัดทีไรก็มาสาย  บอกอะไรเตือนอะไรก็ไม่ได้ ”

            คงเป็นจริงตามที่จงอินเคยพูดไว้...  คนอย่างเขา   ถ้าไม่มีจงอินซักคน...จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน

บางที... อาจเพราะว่าเขาอ่อนแอ  และขลาดเขลาเกินกว่าจะอยู่คนเดียว              

“หมี....”  เสียงพร่า  “ไม่ต้องดูแลก็ได้... ไม่ต้อง”

ไม่ต้องทำอะไรก็ได้....  แพคฮยอนไม่ต้องการอะไรเลย

ขอแค่กลับมา...กลับมาอยู่ข้างกัน

สติสัมปชัญญะของเขาหลุดลอยไปอีกครั้งเพราะพิษไข้...    ทว่า  ความเสียใจที่ปล่อยให้หัวใจเดินทางไปหาเจ้าของช้าไป  กลับเกาะกินอยู่ภายในอก... จนติดตามไปเป็นฝันร้าย

ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า  ตลอดค่ำคืนที่โดดเดี่ยว และทรมาน

            “จงอิน...”

 

 

 

               

                จงแดถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากเปิดประตูห้องและพบกับความมืดจงด ทั้ง ๆ ที่พระอาทิตย์ตกดินไปเกือบชั่วโมงแล้ว  แต่คนที่เขามั่นใจว่ายังอยู่ในห้องกลับไม่สนใจที่จะเปิดไฟเลยแม้แต่น้อย  หนุ่มร่างเล็กหุบร่มและวางประจำที่  ก่อนกดสวิตช์ไฟด้วยความเคยชิน

                “กะจะไม่รับรู้โลกเลยเหรอมึง นั่งมืด ๆ อยู่ได้”

                หนุ่มนักศึกษาเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่นั่งกอดเข่าอยู่ที่ปลายเตียง สีหน้า ท่าทางไม่ต่างจากเมื่อเช้าก่อนที่เขาจะออกไปเรียน   จงแดกวาดตามองโต๊ะกินข้าวที่วางอยู่ไม่ห่างแล้วพบกับความว่างเปล่า ไม่เหลือซากอาหารของเมื่อเช้าจึงค่อยโล่งใจ   เขาโยนอาหารที่เพิ่งซื้อมาลงบนโต๊ะ  และพูดกับเพื่อนสนิทดังลั่น

                “กูนึกว่าจะเฮิร์ทจนไม่ยอมกินข้าวกินปลาซะอีก”  ร่างหนาว่าพลางถอดเสื้อชื้น  ๆ ออก แล้วหาเสื้อตัวใหม่จากตู้เสื้อผ้ามาใส่แทน   เสียงทุ้มจึงเอ่ยต่อเมื่อนึกขึ้นได้  “อาจารย์ถามหามึงใหญ่...  ”

                “อือ....” หน้าเซียวที่ยังคงเค้าความหล่อเหลาไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรกับคำบอกเล่า   กระทั่งประโยคถัดมา

                “วันนี้...แพคฮยอนก็ไม่มาเรียนนะ  แทมินบอกกู  ไม่ได้ส่งใบลาด้วย  ไม่มีใครติดต่อได้เลย”

                แผ่นอกของจงอินสะท้อนวูบ...   ริมฝีปากสั่นระริกไม่น้อยก่อนหยิบบุหรี่ที่วางอยู่ข้าง ๆ พร้อมไฟเช็คขึ้น  ร่างสูงลุกขึ้นและก้าวฉับ ๆ ไปยังประตูกระจก เพื่อเปิดออกไปยังระเบียง     

                จงแดมองเพื่อนสนิทด้วยความอ่อนใจ   และก้าวตามไปอย่างไม่ลดละ   เขาจ้องดูการเคลื่อนไหวของจงอินที่เริ่มจุดบุหรี่สูบด้วยหน้าตาเคร่งเครียด   ด้วยตั้งแต่คบกันมาเพิ่งเห็นหมอนี่สูบบุหรี่เป็นครั้งแรก   ยิ่งมองไปยังที่เขี่ยบุหรี่บนพื้นกระเบื้องก็ยิ่งตกใจ    

                “ไหวไหมมึง... ออกไปเที่ยวไหม”

                ควันบุหรี่สีหม่นลอยอ้อยอิ่งตรงหน้าคนทั้งสองเป็นคำตอบสำหรับคำถามนั้น  จงแดพ่นลมหายใจแรง  เมื่อมองไปที่ดวงตาคล้ำดำไร้ความสดใสของจงอิน    

                “.... คง... อยู่กับคนนั้นล่ะมั้ง ”  เสียงแหบห้วนเอ่ยแผ่ว  คล้ายจะบอกกับปอยฝนบางเบาที่ร่วงลงจากฟ้ามากระทบแก้ม...

                “กูถามพี่ชานยอลแล้ว    เค้าบอกว่าแพคฮยอนกลับไปแล้วตั้งแต่เช้า”

                “ก็อยู่ด้วยกันทั้งคืนแล้วนี่...จะห่วงอะไร”

กระแสเสียงนั้นฟังดูประชดประชันก็จริง   หากร่องรอยอ่อนล้า และความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคมลึกนั้นทำให้จงแดถอนหายใจอีกครั้ง   

“มึงทำได้เหรอ   เลิกกันแบบนี้”  เขาถามซื่อ  ไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากความห่วงใย   เขาไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของทั้งสองคน   เพราะทั้งสองต่างเป็นเพื่อนของเขาเช่นเดียวกัน  หากนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด... เขาก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามทางของมัน

จงแดรู้ดีว่าในฐานะเพื่อน เขาให้ได้เพียงแค่ความห่วงใย

“กูทำไปแล้ว  ตัดสินใจแล้ว ”  เสียงของจงอินพร่าแหบ และอ่อนแรง

“ มึงไม่เจ็บเหรอไง”

“ไม่ได้ต่างกันนักหรอก” จงอินตอบเพื่อน  รอยหยันบนริมฝีปากบอกอีกฝ่ายว่าเขาคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้เพียงใด  “เพราะไม่ว่าจะรัก หรือจะเลิก.... คนที่เจ็บก็คือกู   กูคนเดียว”

“มึงแน่ใจเหรอ”  เขาหยั่งเชิง...   หวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาในฉับพลัน   หากนั่นกลับไม่ใช่   จงอินเงียบไปครู่หนึ่ง   บรรยากาศที่อัดอึดเหมือนช่วงเวลาก่อนที่พายุฝนจะถล่มลงมา

จงแดเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ  เมื่อพบกับสายน้ำที่หยดไหลลงมาบนแก้มของอีกฝ่าย 

                “กูหวังมาตลอดว่า... ถ้าไม่มีกู  แพคฮยอนจะอยู่ไม่ได้”

ฤดูฝน  ทำให้ฝนตกได้ทุกที่

แม้กระทั่งในดวงตา

                “กูเลวไหมล่ะ เสียงทุ้มเอ่ยปนหัวเราะ ...ราวขบขันในพฤติกรรมของตัวเอง  แต่คงดีกว่านี้ หากไม่มีเสียงสะอื้นลึกจากในอก  “กูอยากเป็นเจ้าของทุกอย่างของแพคฮยอน... แล้วกูก็ได้  กูได้ทุกอย่าง  เหลือแค่อย่างเดียว...  ทำยังไง  กูก็ทำไม่ได้ซักที”

                แสงไฟทำให้เห็นสายฝนชัดเจนขึ้น   หยาดฝนตกลงมาเป็นสาย  โปรยปรายอย่างสม่ำเสมอลงมาตามแรงโน้มถ่วง  บางหยดถูกสายลมที่แรงกว่าพัดเหนี่ยวไปยังทิศทางอื่น          

                “กูไม่เคยได้มัน   รัก...  กูไม่เคยได้จากแพคฮยอนเลย”

“มึงแน่ใจเหรอ...ว่ามันไม่เจ็บ  หรือเจ็บน้อยกว่ามึง

จงแดหันกลับไปมองเพื่อนอีกครั้งด้วยดวงตานิ่งสงบ    และพูดสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกไป

“แล้วมึงมั่นใจเหรอ...ว่ามันไม่เคยรักมึงเลย”

ทว่าจงอินไม่ตอบคำถามใด   เพียงยืนนิ่งมองควันบุหรี่ที่กำลังถูกสายฝนกลืนกินอย่างเงียบ ๆ  พลางสูดกลืนกลิ่นรสของความเจ็บปวดเข้าปอดทีละน้อย 

 

 

 

 

 

 

 

                ฝนตกแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวัน   ผู้คนขวักไขว่ออกเดินทางไปสู่จุดหมายของตนเอง  บ้างสวมเสื้อกันฝน  บ้างถือร่มในมือเช่นเดียวกับจงอิน  หนุ่มร่างสูงก้าวเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหยียบย่ำน้ำที่ขังเจิ่งบนฟุตบาธพร้อมใบหน้าอันเรียบเฉย   นุ่มนวล  มือหนาอีกข้างกระชับสายสะพายของเป้ใบใหม่หลวม ๆ ก้มมองเพียงน้ำใส ๆ ที่กระเด็นตามจังหวะการก้าวของเขา  โดยไม่ใส่ใจภาพรอบ ๆ ตัวนัก

                เพียงไม่นานเขาก็หยุดที่ทางม้าลายประจำ  ก่อนข้ามไปยังมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่อีกฝั่งถนน   สัญญาณไฟจราจรบอกให้เขาหยุดรอพร้อมกับนักศึกษาหลายคนที่ยืนรอข้ามถนนเช่นกัน    คนที่มาเพียงลำพังต่างจมจ่อมอยู่กับตัวเองเช่นเดียวกับเขา   นอกจากคนที่มากับเพื่อน หรือคนรักเท่านั้นที่ส่งเสียงพูดคุยกัน    

                ทว่า...ร่มสีฟ้าสดใสตัดกับฟ้าสีครึ้มฝนดูสายตาของเขาโดยอัตโนมัติ   จงอินเงยหน้ามองร่างบอบบางที่ยืนอยู่ห่างไปหลายก้าวด้วยหัวใจที่เต้นแรง  ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปิดด้วยหน้ากากอนามัย  เผยเพียงผิวรอบดวงตาที่แดงก่ำ   แพคฮยอนยืนก้มหน้างุด   เสียงไอถี่ และอาการหอบเป็นระยะทำให้เขาเกือบลืมตัวเข้าไปหา

                มือหนากำหมัดแน่นอยู่ข้ามลำตัว  เล็บที่ไม่ได้ตัดมาหลายวันเพราะไม่ได้ใส่ใจ จิกเข้าเนื้อจนรู้สึกเจ็บ   

                ป่วยเหรอ.... อาการเป็นยังไงบ้าง   ไปหาหมอบ้างไหม

            ยาในกล่องที่ห้องใกล้หมดแล้ว...ได้ออกไปซื้อมาเก็บไว้หรือเปล่า  ทำไมถึงไอหนักขนาดนั้น  

            อยู่ยังไง....  กินแค่รามยอน  อาหารสำเร็จรูปเหมือนเดิมหรือเปล่า     

            มีใครดูแลหรือเปล่า

            ...... 

            .....

            “จง...  จงอิน  ”

                จงอินลืมสัญญาณไฟเสียสนิท  หนุ่มร่างสูงจมอยู่กับความคิดของตนเองจนไม่รู้ตัวว่าคนรอบ ๆ กายเดินไปอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง  ก็เมื่อได้ยินเสียงแหบจัดเรียกชื่อเขา  พร้อมกับร่างผอมที่อยู่ใต้ร่มสีฟ้าสดคันเดิม

                 แต่ร่มคันนั้นกลับมองดูน่าขันระคนสังเวช  เพราะซี่ร่มที่หักไปถึงซี่ โครงร่มจึงดูบิดเบี้ยว ทำให้ผ้าร่มไม่สามารถอยู่ในรูปทรงเดิมได้   เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา จึงอาบไหล่บางข้างหนึ่งเปียกจนชุ่ม  

                น่าขัน...   เขารู้จักแพคฮยอนดีพอที่จะรู้ว่า  เมื่อก่อน...แค่ด้ายหลุดมาสักเส้น   เจ้าตัวก็คงโยนลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ

                “เป็นไงบ้าง” เป็นคนป่วยที่เอ่ยถามเขาก่อน   ดวงตาแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำตา  “ไปอยู่ที่ไหน ... สบายดีหรือเปล่า”

                เขาพยายามที่จะขยับริมฝีปากเพื่อพูดอะไรออกไป    แต่สุดท้าย กลับไม่มีเสียงใดหลุดออกมาเลย

                “พูดอะไรบ้างสิ” แม้จะยังคงไอถี่จนแผ่นอกสะท้านขึ้นลงอย่างไม่เป็นจังหวะ   แต่แพคฮยอนยังคงพยายามที่จะสนทนากับเขา   เช่นเดียวกับที่จงอินกำลังใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้เพื่อเก็บกลั้นความรู้สึกที่กำลังพรั่งพรูออกมา   

                แม้ว่ายากเหลือเกินที่จะลืม... 

แต่การก้าวกลับไปเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ก็ยากไม่ต่างกัน

                 “พอดีเลย.... ”  ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มบาง     จงอินรู้ว่าตอนนี้มันคงจะบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด  หากเขาไม่รู้จะทำอะไรมากกว่านั้น    แพคฮยอนถอนสะอื้น  ดวงตาจับจ้องการกระทำของเขา

                มือหนาเอื้อมไปประคองอุ้มมือบอบบาง และร้อนจัดของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างนุ่มเบา  มือที่สั่นระริกพลิกฝ่ามือนุ่มขึ้น  เพื่อวางของที่ทำให้น้ำตาอีกระลอกไหลออกมาอาบแก้ม  หลังจากมือเรียวยาวล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบของบางอย่างออกมา

                “จง... จงอิน...”

“เราลืมคืน ... คงไม่ได้ใช้มันอีกแล้วล่ะ”

                น้ำตาของแพคฮยอนร่วงลงบนพวงกุญแจและคีย์การ์ดที่วางในมือที่ไร้เรี่ยวแรงนั้น   ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่  ก่อนที่ของในมือจะร่วงลงสู่พื้น    

                “เกลียดฉันแล้วเหรอ....”  เสียงไอรวมกับเสียงสะอื้นฟังดูแทบขาดใจ    ร่างเล็กหอบจนตัวโยน     

                จงอินเบือนหน้าขึ้นมาจากคนที่ทำให้เขาไม่อาจเข้มแข็งได้อีก  หัวใจของเขาบีบแน่น  ท้องของเขาปั่นป่วน  เช่นเดียวกับดวงตาที่ผ่าวร้อนจนไม่อาจห้ามสิ่งใดได้อีก   

                “แพคฮยอนน่าจะรู้จักเราดี.... “  เจ้าของร่างสูงตอบด้วยเสียงอันอ่อนแรงไม่แพ้กัน  “ถึงเราจะไม่แน่ใจนักก็ตาม”

                เสียงสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามดังลั่น   เตือนผู้เฝ้ารอทุกคนให้ข้ามไปอีกครั้ง  รถทุกคนหยุดรอหลังเส้นทางม้าลาย พร้อมพุ่งทะยานเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนอีกครั้ง  

                “ต้องทำยังไงถึงจะเชื่อ...”  เสียงแหบหวิวลอยมา  “ต้องทำยังไง...จงอิน ”

หากจงอินกลับรีบก้าวขายาวไปบนทางม้าลายฉับไว  ละทิ้งหยาดน้ำตาที่ร่วงรินอย่างคนพ่ายแพ้ไว้เบื้องหลัง     ต่อให้ได้ยินเสียงหอบสะอื้นและเสียงย่ำเท้าถี่ที่วิ่งตามมาก็ตาม

                เขาจะอ่อนแออย่างนี้เป็นครั้งสุดท้าย   หลังจากนี้  จงอินจะกลายเป็นคนใหม่       

                มันจบแล้ว...

                จบแล้วสำหรับทุกอย่าง

            “นี่คุณ.... จะบ้าหรือไง!!! รีบข้ามเร็ว ๆ !!!

                เสียงตะโกนอย่างหงุดหงิดเบื้องหลังแม้ว่าสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามยังไม่หยุดก็ตาม ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวหลังจากได้ยินเสียงแตรของรถมากกว่าหนึ่งคันบีบดังลั่นถนน  จงอินหมุนตัวกลับไปยังทิศทางที่เพิ่งเดินผ่านมาด้วยความตกใจ

                แพคฮยอนก้าวเท้าช้า ๆ ข้ามถนนมาคล้ายคนที่ไม่มีแรงเหลืออยู่เลย  ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่เขา   ก่อนที่ร่างบอบบางจะยืนหอบหนักหน่วงกลางทางม้าลาย  ทั้งไอ และหอบ  ร่มในมือถูกปล่อยคว้าง ก่อนที่ร่างโอนเอนจะทรุดเข่าลงกับพื้นถนน จงอินหยุดความคิดใด ๆ และปล่อยให้หัวใจของตัวเองวิ่งนำไปหาคนที่รักสุดหัวใจ  หลังร่างไร้สติล้มลงท่ามกลางสายฝน  และท้องถนนอันคลาคล่ำไปด้วยคนเห็นแก่ตัว

 “แพคฮยอน!!!!

 

 

 TBC.

 ป.ล.  ลงชื่อจองฟิคค่ะ  ใครอยากได้ฟิคบ้าง ลงได้เลย :)  https://docs.google.com/forms/d/1J284MVZlHQIsvQQtt_CnmbwJqS_U-n5ipHpAWMetplc/viewform

เปิดไปอ่านรายละเอียดที่   เปิดจองฟิคเรื่อง The First - KAIBAEK



แอบอวดปกที่ทำไว้ :) 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

459 ความคิดเห็น

  1. #441 Ppp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 00:29
    ทำไมเป็นฟิคที่ทำเราร้องไห้มาราธอนอย่างนี้

    ร้องจนไม่รุ้จะร้องยังไงละ โอ้ยยยยยยยยยยยย

    เข้าใจจงอิน แต่ก้อสงสารแบค

    ชานยอลไม่ควรกลับมาเลย ไม่ใช่กลับมาเจอนะ

    หมายถึงกลับมาอยากรักแบคตอนนี้

    จะอยากมารักอะไรตอนนี้

    จะมาเลิกใส่ใจสายตาคนรอบข้างอะไรตอนนี้

    โว๊ะ!!!! ช้า าาาาาา อะไรก้อช้าไปหมด #ทึ้งหัว

    จงอินรักแบคเหมือนเดิม

    แบคก้อพยายามอีกนิดนะลูกนะ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #441
    0
  2. #406 BACON_BAEK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 21:16
    น่าสงสารทั้งคู่เลยอ่ะ เศร้าจัง
    #406
    0
  3. #385 ϟ ทาสรักเสี่ยไค . (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 23:31
    จงอินทำน้ำตาไหลอีกแล้วอ่ะ
    ชอบตอนที่จงอินคิดว่ายาใกล้หมดแล้วได้ซื้อมาบ้างมั้ย
    มีใครดูแลรึเปล่า
    โอ้ย ... หน่วงโคตร ๆๆๆ
    เราสงสารแบคด้วย ยิ่งพูดไป ไอไปนะ T T 
    แต่เราก็เข้าใจจงอิน
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #385
    0
  4. #337 แฟนขับ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 21:39
    แอบอ่านนานแล้วค่ะ writerrrrrr

    คีบับชอบการเปรียบเทียบคำบรรยายและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้ัน

    โดยส่วนตัวเป็นคนชอบฟิคแนวดราม่าบีบหัวใจ ตายกันไปข้างหนึ่งอะไรเทือกนี้อยู่แล้ว

    มาป๊ะ!กับ the first แบบ...หลงเลย ติด เสพย์ติด หมียักษ์ก็แสนดี ดื้อก็น่ากระทืบจริ๊งงงงง

    ลุ้นตัวโก่งงงงง สุดท้ายจงอินก็ไม่ทนอยู่ดี พฮือออออออออออออ ค้างและปวดหัวจายยยยยย
    #337
    0
  5. #334 netnapa"bhy. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 12:49
    ฮรือออขอถอนคำพูดตอนที่แล้วได้ทันมั้ย
    แบครู้ใจตัวเองแล้ว จงอินรอก่อนอย่าเพิ่งไป แค่นิดเดียว
    ช่วยเชื่อหน่อยได้ไหม ว่าแบครักนายแล้ว แค่เชื่อก็พอ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    -----
    เรื่องรวมหรือแยกฟิค จริงๆอย่างไหนก็ได้นะคะเพราะอยากได้2เรื่อง
    แต่ถ้าแยกจะดีสำหรับคนอยากได้เรื่องเดียว
    ถึงพูดแบบนี้แต่เราก็ติ้กแบบรวมนะ 555555555
    #334
    0
  6. #317 !!~...kihae...~!! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2556 / 00:18
    เห้ออออออ...ไม่รู้จะอธิบายยังไงงงงงงงง...
    อ่านไปน้ำตาไหลไปเลยอ่า ไม่รู้จะสงสารใครดี
    จงอินก็เจ็บจนไม่อยากจะเจ็บอีก ส่วนแบคก็เพิ่งจะรู้ตัว
    แต่ดูแล้ว จงอินก็คงทนไม่ได้หรอกเห็นแบคเป็นหนักขนาดนี้่อ่า
    คนมันรักมาก ให้ลืมง่ายๆแค่วันสองวันใครจะทำได้วะ
    จงอินอ่า แบคมันอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีแกอ่ะ สิ่งที่แกหวังมันเป็นจริงแล้วไง
    เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม...ได้มั้ยเธอ ยังรอเธอเสมอทุกครั้งที่หายใจ
    ไม่อยากมีชีวิต...อ้างว้างอีกต่อไป ก็มันทนไม่ไหวจริงๆ เพราะหัวใจรักแค่เธอ~ อิแบคร้องให้จงอินฟัง 5555
    ดีกันเถอะนะ กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม...อิชั้นไม่อยากร้องไห้แล้วนะ !!

    อ้อ...อยากได้ฟิคเก็บไว้มากเลยนะ ปกก็สวยมากกกกกกกกก..
    แต่แบบทุกวันนี้กินแกลบอยู่เลยอ่ะ อยู่ปีสองแล้วแบบอะไรๆก็ต้องซื้อให้น้องๆ นี่พูดเลยว่าเซงมาก !! 5555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 กรกฎาคม 2556 / 00:19
    #317
    0
  7. #315 bewbeaubew (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 21:32
    ฮืออออออออออออ 
    ไม่รู้จะสงสารใครดีอ่ะ
    ฮืออ
    เเบคจะเป็นรัยมั้ยอ่ะ
    จงอินก้ใจอ่อนกะเเบคได้เเล้ว
    น่าสงสารอ่ะ
    #315
    0
  8. #314 Kurousa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2556 / 22:18
    ไคจ๋า อย่าใจแข็งแเลยน้า

    แค่นี้แบคก็อยู่ไม่ได้แล้ว
    #314
    0
  9. #310 :maiiest (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 16:32
    ตู้มมมมมม ระเบิดตัวเอง
    #310
    0
  10. #301 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 16:10
    ทำไมแบคน่าสงสารขนาดเน้ ฮรืออ

    ทำไมไม่เชื่อกันมั่งนะจงอินนนนนนนน

    แบคอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะแกกกกกกกกก
    #301
    0
  11. #300 whoever (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 16:01
    ไม่รู้จะสงสารใครมากกว่ากันดี เจ็บกันไปหมดทุกคน T_T
    #300
    0
  12. #299 fantastic_girl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 07:47
    ฮรืิอออ สงสารแบค พาร์ทนี้กัมจงใจแข็งมาก ไม่สงสารแบคหรอ TT
    #299
    0
  13. #298 LittleP (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 07:45
    จงอินกลับไปหาแบคเถอะนะ

    แม้จะรู้ตัวช้า แม้แบคจะช้าและสายไป

    แต่กลับไปเถอะนะ ..... อย่างนี้มันมีแต่คนเจ็บ

    กลับมารักกันเถอะ



    ฮืออออออ

    แบคอย่าเป็นอะไรไปนะ
    #298
    0
  14. #297 absolute_jingle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 05:22
    เค้าอ่านแล้วร้องไห้ T^T
    #297
    0
  15. #296 *Aphorist* (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 03:34
    ไม่รู้ทำไม แต่พาร์ทนี้เราเข้าข้างแบค ;A;
    #296
    0
  16. #295 minman (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 01:27
    จงอิน.......แกไปหาแบคเถอะ T T ฉันไม่ไหวแล้ว



    มนจะhappyendใช่ไหมคะไรต์ T^T
    #295
    0
  17. #294 qbAEKCHen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 00:59
    ฮือ TVT อีจงอินจะไปไหนก็ไป โอ้ยยมาม่ามากค่ะไรท์
    จะร้องตอนที่แบบถามว่า ป่วยเหรอ อาการเป็นไงบ้าง หาหมอรึยัง TTVTT
    #294
    0
  18. #293 5692 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 00:41
    T_____________T

    อ่านละเจ็บจริงๆ พาร์ทนี้แบคน่าสงสารมาก

    จะเป็นไรมากมั้ยนั่น TT จงอินกลับไปดูแลแบคเหอะ แบคขาดแกไม่ได้หรอก

    เ้ข้าใจม้ายยยยยยยย T[]T ไรเตอร์ก็รีบมาต่อน้าาาา
    #293
    0