เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 7 : เงา...อดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ก.ย. 58

                       บทที่ 7

 

 

 

 

 

     
    

แปลกจังทำไมตุ๊กตาหมีของเธออุ่นเหลือเกิน ไม่อยากจะลืมตาขึ้นเลย ทั้งที่ได้ยินเสียงนกร้องดังแว่วเข้ามาในหู รวมทั้งเสียงน้ำไหลรินจากลำธารหลังบ้าน แต่เอ...ทำไมตุ๊กตาหมีถึงลูบไล้แผ่นหลังเธอได้ล่ะ หญิงสาวลืมตาขึ้น พลันก็เห็นใบหน้าคมเข้ม อยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงคืบเดียวเท่านั้น ดวงตาเขายังปิดสนิท ทำไมมือยังซนอยู่ได้ หญิงสาวสูดลมหายใจยาวลึกๆ อย่างระงับอารมณ์แต่ก็ไม่สำเร็จ เธอปัดมือเขาออกจากร่าง แล้วทุบไปยังไหล่ชายหนุ่มเต็มแรง

โอ๊ย...” เขาสูดปากคราง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นจึงเห็นใบหน้าขึ้งโกรธกำลังจ้องมองเขาอยู่

คนฉวยโอกาสหญิงสาวพูดอย่างเข่นเขี้ยว

อะไร ผมเปล่าทำอะไรคุณเลยนะเขารีบปฏิเสธทันควัน

เมื่อคืนฉันจำได้ว่าตัวเองนอนอยู่ที่โซฟา ฉันคงไม่ได้นอนละเมอมานอนบนเตียงกับคุณหรอกดวงตาเขียวขุ่นจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง

โธ่เอ้ยเรื่องแค่นี้เอง ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ผมเห็นคุณนอนหนาวอยู่ที่โซฟา ดูน่าเวทนาออก ก็เลยอุ้มมานอนด้วยกันสีหน้าคนพูดราบเรียบจนหญิงสาวนึกอยากหาอะไรเหวี่ยงใส่

ฉันยอมนอนหนาวตายที่โซฟา ดีกว่ามานอนบนเตียงกับคุณ!”

ผมไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ เอ...หรือว่าผมละเมอเมคเลิฟกับคุณ ให้ตายสิผมจำไม่ได้จริงๆเขายิ้มยั่วใส่ดวงตาเธอ

คุณ!” เนตรลดาแหวขึ้นอย่างเหลืออด

นี่เนตร...คุณจะรังเกียจอะไรผมนักหนานะ ยังไงผมก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีคุณนะเขาบอก เหมือนกลัวว่าเธอจะหลงลืมสถานภาพของตัวเอง

สามีที่จำใจร่วมชีวิตด้วย เพราะถูกบีบบังคับน่ะเหรอ ฉันไม่แคร์หรอก!”

อานัชกัดฟันกรอด เพื่อระงับพายุร้ายที่หมุนวนอยู่ในร่างกาย สิ่งที่เคยทำผิดพลาดมันย้อนกลับมาเล่นงานเขาอีกแล้ว

นั่นเป็นสิ่งผิดพลาดที่สุดที่ผมทำลงไป แต่คุณก็ไม่ควรตอบแทนด้วยการคบชู้ หรือลอบทำร้ายผมหรอกนะเนตรลดา เพราะอย่างน้อย ผมก็ช่วยจันทร์ดาวรีสอร์ตไว้ชายหนุ่มทวงบุญคุณ เผื่อเธอจะได้สำนึกบ้างว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว

คุณไม่ได้ช่วย คุณแค่ลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่มากกว่านั้น สิ่งที่คุณทำนั้นมันเหมือนว่าฉันเป็นสิ่งของที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ ฉันรู้สึกไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว คุณเข้าใจฉันมั้ย!” พูดจบหญิงสาวก็ลุกจากเตียงนอน เดินดุ่มเข้าไปในห้องน้ำ

อานัชนิ่งงันราวกับถูกสาป ไม่คิดว่าสิ่งที่เขากระทำลงไป จะกระทบกับความรู้สึกหญิงสาวในลักษณะนั้น ถ้าหากเขายื่นมือเข้าไปช่วย แล้วเปลี่ยนจากเงื่อนไขให้เธอเป็นภรรยาโดยการเป็นเจ้าหนี้รายใหม่ของเธอกับครอบครัวแทนมันคงจะดีกว่านี้ จากนั้นจึงค่อยๆ สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับหญิงสาวอย่างเป็นไปตามขั้นตอน แต่เขาก็เคยพยายามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่กรุงเทพฯ แล้วมันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ความกลัวว่าเนตรลดาจะปฏิเสธเขาอีก อานัชจึงฉวยโอกาสยื่นเงื่อนไขเพื่อผูกมัดตัวเธอให้เป็นภรรยาของเขา สุดท้ายหญิงสาวก็เป็นภรรยาได้เพียงในนามเท่านั้น ส่วนกายและหัวใจของเธอก็ยังเป็นของชายอื่น

เนตรลดาออกมาจากห้องน้ำในเสื้อผ้าชุดเดิมของเมื่อวาน หยิบครีมบำรุงผิวที่โต๊ะเครื่องแป้งทาหน้าเรียวแขน แล้วหยิบตลับแป้งพัฟในกระเป๋าถือมาเกลี่ยใบหน้าให้เนียนสวย ไล้ลิปมันที่เรียวปากอิ่ม จากนั้นก็เดินออกจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะปรายตาไปยังชายหนุ่ม

อานัชมองตามร่างบางโปร่งที่เดินออกจากห้องอย่างเหม่อลอย ครู่หนึ่งก็คิดได้ว่าเช้านี้ต้องตักบาตรกับคุณอาเพทาย ชายหนุ่มจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยเวลาค่อนข้างเร็ว เมื่อเดินมายังหน้าบ้านเขาก็เห็นเด็กรับใช้กำลังเตรียมข้าวสวย อาหาร ผลไม้ น้ำดื่มในขวดเล็กๆ พร้อมดอกบัวใส่ถาดวางบนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ โดยมีเนตรลดากับคุณอาเพทายยืนอยู่ใกล้ๆ เพียงครู่เดียวพระภิกษุก็ทยอยมาบิณฑบาตเรื่อยๆ กระทั่งมีพระภิกษุสูงวัยองค์หนึ่งมาหยุดตรงหน้า เมื่อทั้งสามช่วยกันใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว ท่านก็หันมาทางอานัชกับเนตรลดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน

ระวังคนใกล้ตัวให้ดีๆ เขาจะสร้างปัญหาให้โยมทั้งสองได้

เดือดร้อนพูดจบท่านก็เดินจากไป อานัชกับเนตรลดาหันมาสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

พระท่านเตือนก็ฟังไว้ไม่เสียหลายหรอกนะคุณเพทายเอ่ยขึ้นอย่างหวังดี ก่อนหันไปสั่งเด็กรับใช้ เก็บถาดใส่อาหาร ยกโต๊ะวางของเข้าไปในบ้าน

 

หลังกินมื้อเช้าอานัชก็ให้คนขับรถพาเนตรลดาไปส่งที่จันทร์ดาวรีสอร์ต ในขณะที่คุณเพทายเอ่ยขอตัวเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปไหว้พระที่ดอยสุเทพ ส่วนชายหนุ่มเดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนของเนวิน ที่ยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้าง

วิน...ตื่นมาคุยกันหน่อยซิอานัชนั่งบนขอบเตียงเขย่าร่างคนที่นอนหลับใหล ได้ยินเสียงครางตอบกลับมาเบาๆ แต่เนวินก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอา แล้วใช้หมัดลุ่นๆ กระทุ้งที่ไหล่อีกฝ่ายค่อนข้างหนัก มีผลให้ร่างของเนวินกระตุกก่อนผวาลุกขึ้นนั่งขยี้ตา

พี่นัช...ผมเจ็บนะเนวินโอดครวญเมื่อลืมตาพบญาติผู้พี่กำลังจ้องเขม็งเขาอยู่

เจ็บสิดี...นายจะได้ตื่นเต็มที่ มาคุยเรื่องที่ค้างคากันให้เสร็จเสียที

รอตอนค่ำไม่ได้หรือไงพี่เนวินบ่นอุบ

ถึงตอนนั้นนายก็คงไม่อยู่บ้านทำไมอานัชจะไม่รู้ว่าญาติ

ผู้น้องพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับเขาเพียงลำพัง

งั้นก็พูดมาเถอะครับเนวินหาวออกมาหลายครั้งติดกัน 

พี่จะบอกสั้นๆ นะ ไม่รบกวนเวลานอนของนายมากหรอก คือตอนนี้ตามสัญญา ระหว่างเรามันถึงเวลาที่นายจะคืนเงินให้พี่แล้วนะ แต่ถ้านายไม่มีคืน นายก็รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป

ผมรู้...”

งั้นพี่จะคุยกับพ่อเราก่อนนะ

ตามสบายเถอะ แต่ในเดือนนี้ผมขอพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนนะ

พักนานไปหรือเปล่าวิน

นะพี่นัช...ผมขอเถอะ ผมคิดว่าต่อไปนี้คงหาเวลาเที่ยวยาก

แล้วละ

ก็ได้...จำไว้นะ นายต้องรักษาสัญญา สัญญาลูกผู้ชายเชียวนะอานัชเน้นคำ ก่อนเดินออกจากห้องนอนของอีกฝ่าย

เนวินทำท่าฮึดฮัดอยู่เพียงลำพัง เขาล้มตัวลงนอนตามเดิม ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ทั้งที่ก็ง่วงแสนง่วง เมื่อคืนเขาเที่ยวจนดึก กลับถึงบ้านก็ราวๆ ตีสาม นึกว่าจะหนีพ้นจากการทวงสัญญา แต่ก็ไม่รอด อานัชไม่ใช่คนที่จะละเลยอะไรง่ายๆ ถ้ามันเกี่ยวกับเงิน งาน และชีวิตของคนในครอบครัว

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ถึงตอนนี้มันก็ครบหนึ่งปีพอดี เนวินได้ขอยืมเงินจากอานัชจำนวนสามล้านเพื่อลงทุนทำผับกับเพื่อน หลังจากที่เอ่ยปากขอบิดาแล้วถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เนวินสัญญาว่าจะใช้เงินคืนให้อานัชภายในหนึ่งปี หากไม่สามารถใช้คืนได้ เนวินจะต้องเข้าไปทำงานในบริษัท เงินเดือนหนึ่งในสามส่วนจะถูกหักใช้หนี้ ชายหนุ่มจะเบี้ยวก็ไม่ได้ เพราะสัญญาที่มีมันไม่ใช่สัญญาปากเปล่าของลูกผู้ชายเท่านั้น แต่มันเป็นสัญญาที่มีลายลักษณ์อักษรโดยมีทนายของบริษัทเป็นพยานด้วย หากผิดสัญญาเขาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทด้านการตลาดจากอังกฤษเมื่อสองปีก่อน เนวินก็บ่ายเบี่ยงเรื่องการเข้าทำงานที่บริษัทของครอบครัวมาตลอด ทั้งที่พ่อของเขาพยายามขอร้องหลายต่อหลายครั้ง เนวินไม่อยากเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องเข้าทำงานตั้งแต่เช้าจนเย็นถึง

ห้าวันต่ออาทิตย์ ยิ่งระดับผู้บริหารด้วยแล้วทำงานหนักราวกับทาส กลับถึงบ้านก็ยังต้องสะสางงานต่อจนดึกดื่นเหมือนอย่างที่บิดากับคุณลุงที่เสียไปแล้วเป็น แล้วไหนจะกรกนก พี่สาวของเขากับอานัชก็ไม่ต่างกันเลย

เนวินไม่เข้าใจอานัช เขาได้รับมรดกทั้งที่เป็นหุ้นในบริษัท เงินสดในธนาคาร รวมทั้งบ้านพักที่แม่ริมและที่ภูเก็ต ยังมีที่ดินเปล่าอีกหลายแปลง ทำไมอานัชยังทำงานหนัก ถ้าเป็นเขานะจะทำงานแค่นิดๆ หน่อยๆ จากนั้นก็กินเที่ยวให้สนุก หาความสุขกับชีวิตให้เต็มที่

หรืออย่างน้อยก็ทำงานที่ให้ความสนุกสนานมีสีสันไม่น่าเบื่อ อย่างพี่อานนท์ แฝดผู้น้องของอานัชก็ยังดี รายนั้นเที่ยวตะลอนไปรอบโลก กับชีวิตช่างภาพอิสระได้อย่างน่าอิจฉา

อีกสิ่งหนึ่งที่เนวินไม่เข้าใจอานัช ทำไมเขาต้องเลือกใช้ชีวิตกับ

ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่แทบไม่มีสมบัติอะไรติดตัวเลยสักชิ้นอย่างเนตรลดา แถมเธอยังเป็นหนี้ให้ญาติผู้พี่ของเขาชดใช้ให้ด้วยจำนวนเงินมหาศาล เขารู้สึกว่าแม่คนนี้โชคดีเกินไป นี่หากอานัชเป็นอะไรไปตอนนี้ ยายเนตรลดาก็กลายเป็นเศรษฐีนี ทั้งที่สมบัติของอานัชควรเป็นของคนในครอบครัวพิทักษ์กุลมากกว่า เพราะบิดาของเขาทุ่มเททำงานในบริษัทหนักกว่าอานัชเสียอีก!

เว้นเสียแต่ว่าอานัชจะยกสมบัติให้ครอบครัวเขาครึ่งหนึ่ง หรือไม่ก็ทั้งหมด แล้วสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นของเขากับพี่สาวในวันหนึ่ง หรือไม่แม่คนนั้นอาจโชคร้ายเสียชีวิตไปก่อน แล้วอานัชก็ไม่มีใครอื่นอีก นอกจากน้องชายฝาแฝดที่ได้รับมรดกจากบิดา เป็นเงินสดหลายร้อยล้าน แต่ไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินอย่างอื่น เพราะอานนท์ไม่ได้ช่วยทำงานในบริษัทเหมือนอย่างอานัชหรือบิดากับพี่สาวของเขา แล้วมรดกของอานัชก็จะกลายเป็นของครอบครัวเขาทันที

เนวินสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียง

ว่าไงชัชเพื่อนสนิทร่วมหุ้นทำผับด้วยกันนั่นเองที่โทรมา

ตอนนี้นายอยู่ไหน

เชียงใหม่

เรื่องผับเอายังไงต่อล่ะ

แล้วแต่นายเถอะ

งั้นปิดไว้ก่อนนะ ทำไปก็รังแต่จะขาดทุน ตอนนี้พ่อฉันก็ไม่ให้เงินแล้ว คงต้องกลับไปช่วยงานที่บ้านน่ะ

งั้นก็ได้ชายหนุ่มวางสายจากเพื่อนอย่างเบื่อๆ มันคงไม่มีทางออกทางอื่นแล้ว นอกจากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอานัช ไม่เช่นนั้นเขาก็จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายตามที่ระบุไว้ในสัญญา นั่นเป็นคำขู่ของอานัช ก่อนที่เนวินจะเซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นนั้น เพราะไม่มีทางเลือกอื่น

 

เนตรลดากดโทรศัพท์หาพี่ชายหลายต่อหลายครั้งแล้ว โทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายก็ยังปิดเครื่องอยู่เช่นเดิม จารุจไม่กลับบ้านมาสี่วันแล้ว โทรไปตามบ้านเพื่อนสนิทของเขาก็บอกไม่รู้เช่นกัน หญิงสาวหวังว่าคงไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับพี่ชายคนเดียวของเธอ

ตั้งแต่บิดาจากไป เนตรลดาก็มีแต่พี่ชายคนเดียวเท่านั้น หากจารุจเป็นอะไรไปอีกคน เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร แค่คิดมือที่จับโทรศัพท์อยู่ก็สั่นเทาขึ้นมาทันที หยาดน้ำใสรื้นที่ดวงตา

ฮัลโหลน้องสาว...” เสียงกวนอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นดังขึ้น พร้อมๆ กับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน เนตรลดาไม่คิดเลยว่าคนที่เธอเพียรโทร. หาจนมือหงิกจะโผล่มาให้ตกใจเอาดื้อๆ แบบนี้ เธอเดินเข้าไปหา ทุบกำปั้นที่ไหล่เขาเต็มแรง

โอ๊ย...เจ็บนะชายหนุ่มร้องเสียงดัง ทำหน้าเหยเก

ไปไหนมา เนตรโทร. หาพี่แทบตาย คิดว่าพี่จะไม่กลับมาอีกแล้วน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ก่อนหน้านั้นรินไหลออกมา จารุจทำหน้าเศร้า เขามักรู้สึกผิดเสมอหลังจากที่ทำเรื่องไม่ดีไป รู้ว่ามันเป็นสิ่งทำร้ายจิตใจคนที่เขารัก แต่ในขณะที่ทำ ชายหนุ่มกลับไม่เคยคิดถึงใครอื่นเลย นอกจากสนองความอยากของตัวเองเท่านั้น

พี่ขอโทษนะ แบตพี่หมดน่ะ พอดีพี่กิ๊กผู้หญิงคนหนึ่ง ก็เลยอยากอยู่ทำความรู้จักกับเขานานๆ พี่ชอบเขามากๆ เลย คนนี้อาจเป็นคนที่ใช่สำหรับพี่ก็ได้นะเนตรเขาแก้ตัวได้ลื่นไหลอีกตามเคย เพราะรู้ว่าความจริงมันจะยิ่งทำให้น้องสาวเจ็บปวด

เนตรลดาเช็ดน้ำตา มองพี่ชายตาขุ่น เห็นหน้าสำนึกผิดของเขาแล้ว เธอก็ไม่กล้าต่อว่าอะไรมากเนตรจะทำงานแล้ว พี่รุจกลับบ้านไปเถอะ

งั้นตอนเย็นเจอกันนะเขาบีบแก้มเปื้อนน้ำตาของน้องสาวเบาๆ

หญิงสาวพยักหน้า ร่างสูงจึงก้าวออกจากห้อง เนตรลดาได้ยินเสียงพนักงานสาวๆ ร้องทักทายด้วยเสียงรื่นเริง เขาก็ตอบอย่างคนอารมณ์ดี เย้าแหย่คนโน้นคนนี้ทีอย่างสนุกปาก

ถึงจารุจจะไม่ใช่หนุ่มหล่อสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นเหมือนอย่างใครบางคน...ที่เนตรลดาไม่อยากนึกถึงนัก พี่ชายคนเดียวของเธอก็ดูดียามยิ้มหรือพูดคุย เพราะมีนิสัยขี้เล่นอารมณ์ดี ชอบสนุกจนบางครั้งดูเหลวไหล ข้อเสียร้ายแรงที่สุดก็เห็นจะเป็นนิสัยชอบเล่นการพนัน ซึ่งไม่ต่างจากบิดา เนตรลดาก็คิดว่าบทเรียนจากพ่อ คงทำให้จารุจคิดอะไรได้บ้าง

หญิงสาวนั่งทำงานอยู่เพียงครู่เดียวแก้วขวัญก็โทรศัพท์มาหา

มีอะไรเหรอแก้ว

เนตร...พี่รุจอยู่ไหน โทร. หาทีไรเครื่องก็ปิดทุกที

เพิ่งกลับบ้านเมื่อตะกี้นี่เอง แก้วมีอะไรเหรอ

ก็ไม่มีอะไรหรอก โทร. หาปกติ ว่าแต่พี่รุจทำไมถึงปิดเครื่อง

ล่ะเนตร

อ๋อ...เห็นว่าอยู่กับกิ๊กใหม่มาสี่วันน่ะ แบตหมด หรือไม่ก็

ไม่อยากให้ใครรบกวน

กิ๊กใหม่!” แก้วขวัญอุทานเสียงสูง

เนตรลดาไม่ได้หูฝาดไป เธอรู้สึกว่าน้ำเสียงของแก้วขวัญดูตกใจคาดไม่ถึงอย่างไรไม่รู้ใช่น่ะสิ...”

เลิกกับยายปิ๋มปุ๊บ ก็มีคนใหม่เลยนะ!”

ถ้าอยากรู้เรื่องกิ๊กใหม่ของพี่รุจ ก็โทรหาเขาที่บ้านนะแก้ว ขอตัวไปทำงานก่อนแล้วกันเนตรลดาเริ่มมั่นใจว่าระหว่างเพื่อนสาวกับพี่ชายเริ่มมีกลิ่นแปลกๆ สงสัยเธอคงต้องเริ่มทำใจ หากวันหนึ่ง

พี่สะใภ้จะเป็นแม่เพื่อนรักจอมป่วน คิดดูอีกทีก็ยังดีกว่าสาวๆ นักเที่ยวที่พี่ชายตัวดีของเธอคบอยู่

เนตรลดานั่งทำงานกระทั่งเย็นจึงรีบกลับบ้านเพราะอยากถามเรื่องบางอย่างจากพี่ชาย ซึ่งจารุจกำลังนั่งดูนั่งแอ็กชันชื่อดังของฮอลลีวู้ดในห้องนั่งเล่น

พี่รุจ...แก้วโทรหาพี่หรือยัง

ยัง...” ชายหนุ่มกดปิดทีวี

อ้าว...นึกว่าจะรีบโทรหา ท่าทางแก้วเขาอยากคุยกับพี่รุจนะ

เหรอ...”

สีหน้าของพี่ชายไม่ได้แสดงความสนใจเรื่องของแก้วขวัญเลย ...เราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ เนตรลดาบอกตัวเอง แล้วนั่งดูหนังกับพี่ชายอย่างเงียบๆ กระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น

คุณนัชไม่กลับบ้านเหรอวันนี้

ไม่รู้เหมือนกันพี่ชายไม่น่าถามเลย เธอไม่อยากพูดถึงเขา รวมทั้งไม่อยากคิดถึงด้วย

เป็นสามีภรรยากันยังไงเนี่ย

อย่าไปสนใจเขาเลยน่าพี่รุจ ตอนนี้คุณอากับน้องชายของเขามาพักผ่อนที่แม่ริม เขาเลยต้องไปดูแลกันบ้าง ก็ดีแล้วละ...เนตรก็

ไม่ได้อยากเจอเขานักหรอก

เนตร...ผู้ชายดีๆ อย่างคุณนัชไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะจารุจไม่ได้ตาบอดหรือมีอคติ จนมองไม่เห็นความรักความจริงใจของอานัชที่มีต่อน้องสาวคนเดียวของเขา

แค่เขาใช้หนี้ให้เราพี่รุจก็เห็นว่าเขาดีเหรอ ถ้าดีจริงทำไมต้องเรียกร้องสิ่งตอบแทนด้วยล่ะ!”

ก็ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น เนตรจะยอมแต่งงานกับเขามั้ยล่ะ” จารุจย้อนถามน้องสาว ที่ดูเหมือนจะดื้อดึงไม่ยอมรับฟังเหตุผลของใคร เนตรลดาเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองจนน่าตี

ไม่มีวัน!” เนตรลดาตอบทันควัน

เพราะเนตรเป็นแบบนี้ไง คุณนัชเขาเลยต้องใช้วิธีนี้กับเนตรจารุจมองในมุมมองของผู้ชายที่เห็นว่า...หากไม่รักก็คงไม่บ้าจดทะเบียนสมรสด้วยให้เป็นพันธะ เว้นแต่อีกฝ่ายจะมีมรดกมากมายยั่วกิเลส แต่นี่น้องสาวของเขาไม่มีอะไร นอกจากจันทร์ดาวรีสอร์ตที่ต้องใช้เงินไปไถ่คืนตั้งหลายล้าน

ไม่มีปัญญาทำให้ผู้หญิงรัก เลยต้องบีบบังคับกันนี่นะ

เนตรลดารังเกียจวิธีการของอานัช มันแสดงตัวตนว่าเขาคุ้นเคยกับการใช้เงินจนเคยชิน มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีศักดิ์ศรี

ก็เนตรเล่นปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้นิสัยตัวตนที่

แท้จริงของเขาจารุจได้พูดคุยกับอานัชมากพอสมควร รับรู้ความในใจของอีกฝ่ายที่มีต่อน้องสาวคนเดียวของเขา

ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง เนตรไม่สนหรอกค่ะ แต่ที่เนตรรู้แน่ๆ คือเนตรเกลียดผู้ชายสำส่อน เจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ เห็นผู้หญิงเป็นเพียงสิ่งระบายอารมณ์ทางเพศ!”

นี่...ยังไม่ลืมไอ้หมอนั่นน่ะสิ...” หมอนั่นที่จารุจเอ่ยถึงก็คือตรัณ ผู้ชายที่เนตรลดาเคยคบหา หวังจะสร้างอนาคตร่วมกัน วันหนึ่ง

เนตรลดากลับรับรู้ว่าเขาไม่ได้มีเพียงเธอ เขายังมีผู้หญิงอีกคนที่คบหาอยู่ เนตรลดาขยาดผู้ชายเจ้าชู้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แถมยังไม่ยอมเปิดใจคบหากับใครง่ายๆ กลายเป็นคนปิดกั้นตัวเองจากความรัก แม้แต่ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีก็ยังมีท่าทีต่อต้าน วางระยะห่างไว้มาก กระทั่งกลายเป็นความเย็นชาต่อกัน

จารุจก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่ง น้องสาวคนเดียวของเขากับอานัชจะลงเอยกันได้ด้วยดี ข่าวของอานัชกับผู้หญิงที่ชื่อริสาก็อาจมีผลทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่แย่ไปกว่าเดิม ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้ก็จะมาแรงแซงโค้งเจนนี่ ผู้หญิงที่เคยมีข่าวกับอานัชมาก่อน กระทั่งมีข่าวลือต่างๆ ว่าที่อานัชถูกทำร้ายร่างกายหลายเดือนก่อน ไม่ใช่การปล้น

ชิงทรัพย์อย่างที่เจ้าตัวบอกตำรวจ แต่เพราะเป็นฝีมือของคิมหันต์ คนรักของเจนนี่มากกว่า

เนตรลืมเขาไปแล้ว สิ่งที่เนตรจำจนขึ้นใจก็คือ เนตรเกลียดผู้ชายสำส่อนไม่รู้จักพอภาพของตรัณกับผู้หญิงคนนั้น ยังชัดเจนอยู่ในห้วงความคิดของเนตรลดา

อย่าให้อดีตมันมากำหนดปัจจุบันและอนาคตนะเนตร อดีต

ก็เป็นเพียงเงา...ที่ไม่สามารถลิขิตหรือกำหนดชีวิตคนเราได้ชายหนุ่มเตือนสติน้องสาว

ช่างเถอะ เรื่องนั้นเนตรไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว เพราะมีเรื่องน่าปวดหัวมากกว่านั้นให้คิดแล้วล่ะ

เรื่องอะไรล่ะเนตร

เนตรลดาตัดสินใจบอกเรื่องที่อานัชกล่าวหาเธอ ทั้งเรื่องแอบคบกับมาริศ เรื่องมีคนลอบทำร้ายเขาให้พี่ชายฟัง

ทำไมคุณนัชคิดแบบนั้นจารุจทำหน้าตาเคร่งเครียด แววตาครุ่นคิดหมกมุ่นกับสิ่งที่ได้รับฟังจากน้องสาว

เขาบอกว่าถ้าเขาตายไป เนตรจะเป็นคนเดียวที่ได้สมบัติ

ของเขา แล้วยังสามารถคบกับมาริศได้อย่างเปิดเผย ดูเขาคิดสิ...ดีๆ ทั้งนั้น

เนตรจะเป็นคนเดียวที่ได้สมบัติของเขาเหรอ นี่แสดงว่าเขาเขียนพินัยกรรมยกทุกอย่างให้เนตร โดยที่ไม่ได้แบ่งให้ครอบครัว

อาหรือน้องชายของเขา นี่แสดงว่าเขารักเนตรจริงๆดวงตาครุ่นคิดของจารุจเลือนหายไปแล้ว กลับจุดประกายวาบขึ้นแทน

พี่รุจสนใจสมบัติบ้าบอนั่นของเขาทำไม ตอนนี้เนตรถูกกล่าวร้าย ทั้งคบชู้ ทั้งลอบฆ่านะ!” หญิงสาวแว้ดขึ้นอย่างหงุดหงิด เมื่อพี่ชายคนเดียวทำท่าสนใจทรัพย์สมบัติมหาศาลของ
อานัช
มากกว่าเรื่องคับแค้นใจที่เธอกำลังเผชิญอยู่

พี่เข้าใจคุณนัชนะ ถ้ามองจากมุมที่ว่า หากเขาตายไป ใครคือคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด แล้วเนตรเองก็แสดงท่าทีรังเกียจเขาซะขนาดนั้น คุณนัชเลยคิดว่าเป็นฝีมือเนตรน่ะสิ แถมเขายังมาระแวงเรื่องมาริศเข้าอีกชายหนุ่มวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล

นี่ขนาดเขาบอกว่ารัก จริงใจกับเนตรนะ แล้วจะให้เชื่อได้ยังไง ขนาดตัวตนของเนตรเขายังไม่รู้จักเลยสักนิดเดียว อย่างเนตรเหรอจะไปฆ่าแกงใครได้ แล้วเรื่องคบชู้อีก ไม่รู้เขาเอาอะไรคิด!” หญิงสาวพูดอย่างฉุนๆ

อยากให้เขารู้จักตัวตนก็ต้องเปิดประตู เอ๊ย...เปิดใจบ้างสิ

เนตรลดาตีแขนพี่ชายเพื่อลงโทษที่อีกฝ่ายพูดจาเข้ารกเข้าพงอยู่ได้ ทั้งที่เธอออกจะกลุ้มใจกับสถานการณ์ในตอนนี้ จารุจยังไม่ทันจะโต้ตอบน้องสาว โทรศัพท์ในห้องโถงก็กรีดเสียงขึ้นขัดจังหวะ

เสียก่อน เด็กรับใช้เป็นคนรับสาย สักพักก็เข้ามาบอกจารุจว่าเป็นโทรศัพท์ของเขา

สงสัยยายแก้วโทรมา รีบไปรับสิพี่เนตรลดาบอกพี่ชายด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่

ไม่ใช่คุณแก้วค่ะ เป็นเสียงผู้ชายเด็กรับใช้รายงาน

จารุจโล่งใจ เพราะเขายังไม่พร้อมจะคุยกับแก้วขวัญในตอนนี้ เรื่องวันก่อนยังรบกวนอารมณ์เขาอยู่ ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ตรงไปรับโทรศัพท์ที่ห้องโถง

ฮัลโหล ผมจารุจครับชายหนุ่มกรอกเสียงทุ้มนุ่ม พอได้ยินเสียงจากปลายสายเท่านั้น จารุจเกือบทำหูโทรศัพท์หลุดมือ ใบหน้าของชายหนุ่มขาวซีด ดีที่ว่าน้องสาวเดินออกจากห้องนั่งเล่นตรงไป

ยังห้องกินข้าวแล้ว ไม่เช่นนั้นจารุจคงไม่สามารถซ่อนพิรุธจากสายตาเนตรลดาได้

หญิงสาวบอกให้แม่บ้านตั้งโต๊ะมื้อค่ำ ขณะนั่งรอ เธอเงี่ยหูฟังเสียงพี่ชายพูดโทรศัพท์ แต่ไม่ได้ยินจารุจพูดโต้ตอบอะไรกับปลายสาย นอกจากคำว่าครับอยู่หลายต่อครั้ง กระทั่งวางสาย เมื่อจารุจเดินมาที่โต๊ะกินข้าว เขาก็พยายามคลี่ยิ้ม แม้ดวงตาจะฉายแววหวาดหวั่น

ใครโทร. มาเหรอพี่หญิงสาวถามขึ้นอย่างสงสัย

อ๋อเพื่อนน่ะชายหนุ่มบอกสั้นๆ พอดีอาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อย เขาจึงหันมาลงมือกินข้าว ท่าทางเหมือนคนที่แสนจะหิวโหย

ไม่เห็นพูดอะไรนอกจาก...ครับ แล้วพี่พูดครับกับเพื่อนด้วยเหรอ

อ๋อ...เพื่อนรุ่นพี่น่ะ เขาโทร. มาถามเรื่องผู้หญิงที่พี่เคยคบมาก่อนน่ะ ตอนนี้เขากำลังเหล่อยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าพี่ยังคบอยู่มั้ย เลยโทร. มาถามให้เคลียร์จะได้ไม่มีเรื่องกันทีหลังเขาอธิบายยืดยาว เหมือนว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องให้น้องสาวเข้าใจ ในเรื่องการพูดโทรศัพท์ของเขา

พวกผู้ชายก็ยังงี้แหละเนตรลดาทำปากเบ้ แล้วเธอก็หันไปสนใจอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ

จารุจหัวเราะเบาๆ กับคำกระแนะกระแหนของน้องสาว เมื่อกินข้าวอิ่มแล้วชายหนุ่มก็รีบขอตัวทันที ท่าทางร้อนรนของจารุจทำให้เนตรลดาเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอกันแน่ ตั้งใจว่ากินข้าวอิ่มจะลองไปถามไถ่ดูเสียหน่อย แต่มาริศโทร. มาหาเสียก่อน กว่าจะวางโทรศัพท์ก็ดึกแล้ว เนตรลดาคิดว่าพี่ชายคงหลับไปแล้ว และเธอเองก็ง่วงแล้วด้วย หญิงสาวจึงเข้าห้องนอนทันที

ครั้นรุ่งเช้าความสงสัยทั้งหมดของเธอก็กระจ่างขึ้น เมื่อจารุจเดินลงมาชั้นบนด้วยกระเป๋าใบย่อม

คือพี่จะเข้ากรุงเทพฯ สักอาทิตย์หนึ่งนะ คือแหม่ม....เอ่อ...

ผู้หญิงที่พี่กิ๊กอยู่ตอนนี้เขาอยากไปเที่ยวน่ะชายหนุ่มพยายามยิ้ม

ออดอ้อน เมื่อเห็นน้องสาวทำหน้าบูดกับคำอธิบายของเขา

เอาใจกันจังเลยนะผู้เป็นน้องสาวอดไม่ได้ที่จะแขวะ หญิงสาวพอจะรู้อยู่หรอก ว่าพี่ชายของเธอก็กะล่อนเจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง

แล้วพี่จะรีบกลับนะจารุจดึงร่างของน้องสาวมากอดไว้

ลูบเรือนผมยาวอย่างเบามือ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของเนตรลดาเต็มไปด้วยความหวั่นวิตกแฝงความเศร้าหมอง

เดินทางปลอดภัยนะพี่คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น เธอรู้สึกว่าพี่ชายกอดเธอแน่นกว่าทุกครั้งที่เคยสวมกอด

จารุจผละออกจากร่างน้องสาว คลี่ยิ้มบาง หากดวงตาที่แฝงแววขี้เล่นเป็นนิจวูบแสงลงอย่างน่าประหลาด เนตรลดาเองก็สัมผัสได้ หญิงสาวทำท่าจะถามไถ่สิ่งที่คาค้างในใจ ร่างสูงของพี่ชายก็รีบหมุนตัวเดินลิ่วตรงไปยังโรงจอดรถ เพียงครู่เดียวเท่านั้นรถเก๋งค่อนข้างเก่าของเขาก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณบ้านอย่างรวดเร็ว

เนตรลดายังยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิม อยู่ๆ เธอก็รู้สึกคิดถึงพี่ชายขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งที่เขาเพิ่งออกจากไปเมื่อครู่นี่เอง ความรู้สึกนั้นทำให้เนตรลดารีบกดโทรศัพท์หาพี่ชาย โทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายกลับถูกปิดเครื่องไปเสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #151 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 18:50
    แวะมาพิสูจน์อักษรให้ค่ะพี่จูนิ

    เที่ยวนี้ก็น้อย อิอิ

    กับคุณหรอกแน่ๆ > กับคุณหรอก , กับคุณแน่ ๆ
    สุดท้ายหญิง > สุดท้ายหญิงสาว
    มรกด > มรดก
    ดำเนินทางกฎหมาย > ดำเนินคดีตามกฎหมาย
    ทำความรู้สึก > ความรู้จัก
    หรือก็ไม่อยาก > หรือไม่ก็ไม่อยาก
    ฮอลลี้วู้ด > ฮอลลีวู้ด
    กิเลศ > กิเลส
    ก็เนตรเลย > ก็เนตรเล่น
    ก็อาจผล > ก็อาจมีผล
    ทั้งสองที่แย่ > ทั้งสองแย่
    ห้วงคิด > ห้วงความคิด
    ตามหลักความเหตุผล > ตามหลักเหตุผล , ตามหลักความสมเหตุสมผล
    จึงหันลงมือ > หันมาลงมือ

    เจอแค่นี้ค่ะ^^ 
    #151
    0
  2. #51 pixie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 02:21
    เพื่อระงับความพายุ????....แค่(แต่)คุณแค่ลงทุน....ช่วงที่พี่น้องคุยกันมีคำผิดหลายคำนะคะ 

    ทำไมพี่รุจทำเหมือนประสงค์ร้ายขึ้นมาแวบนึงล่ะ
    #51
    0
  3. #8 นนนี่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 10:27
    สนุกมาก ๆ ค่ะจะติดตามอ่านกันทุกๆ วันเลย
    #8
    0