เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 6 : ใกล้กันอีกนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ก.ย. 58

บทที่ 6

 

 

 

 

 

เนตรลดาลงจากรถแล้วเดินฉับๆ ตรงไปยังบ้าน ด้วยข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งที่ไม่ได้อยากชอปปิงอะไรมากมาย ทนแก้วขวัญคะยั้นคะยอไม่ได้ชุดนั้นก็สวย รองเท้าคู่นั้นก็เก๋ เครื่องประดับชิ้นนั้นก็เท่ เหมาะกับเนตรทั้งนั้นสารพัดคำพูดที่จะทำให้เนตรลดาใจอ่อน

พอเดินเข้ามาในบ้าน เด็กรับใช้วัยรุ่นคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาช่วย
ถือของเอาไปเก็บในห้องนอนของเธอ กำลังจะก้าวตามขึ้นไปยังชั้นบน หญิงสาวก็ชะงักเพราะได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากห้องรับประทานอาหาร จึงชะโงกหน้าไปดูอย่างสงสัย เห็นอานัชกับหญิงสาวสวยจัดคนหนึ่งกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ด้วยท่าทีที่แสนจะมีความสุข

เดี๋ยวนี้กล้าพาผู้หญิงเข้าบ้าน...มันจะมากไปแล้วนะนายอานัช!

เนตรลดาคิดอย่างฉุนเฉียว พอดีกับที่อานัชหันมาเห็นหญิงสาวพอดี เขาร้องเรียกเธอด้วยเสียงนุ่มจนเธอนึกเลี่ยน เขาคงอยากอวด
ผู้หญิงแสนสวยของเขา เนตรลดาจึงก้าวเข้าไปหาคนทั้งสองด้วยสีหน้า
เรียบนิ่ง

นี่ริสา...เธอมาพักที่รีสอร์ตเรา ผมเลยเชิญเธอมาทานข้าว
ด้วยกัน ริสาครับนี่เนตรลดา ภรรยาของผม

ยินดีที่รู้จักค่ะคุณริสาเนตรลดาทักทายฝืนยิ้มตามมารยาท

เช่นกันค่ะ คุณสวยแบบนี้นี่เอง นัชถึงไปไหนไม่รอดนางแบบสาวกวาดตามองทั่วร่างสูงโปร่งของเนตรลดาอย่างสำรวจ แม้หน้าตาจะไม่สวยจัดจ้าน ก็ถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง เพียงแต่ปล่อยให้ใบหน้าเรียวได้รูปไร้สีสันไปหน่อยเท่านั้น เลยดูจืดไปนิด หากได้รับการแต่งแต้ม เนตรลดาก็คงสวยได้มากกว่านี้

ตามสบายนะคะ ดิฉันขอตัวเนตรลดาไม่อยากขัดคอทั้งสอง เพราะเธอมองปราดเดียวก็รู้ว่านางแบบสาวคนนี้กับอานัช คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดาอย่างแน่นอน อาจเคยมีความสัมพันธ์ลึกล้ำกันมาก่อน หรือไม่ตอนนี้อานัชกับริสาก็ยังสานสัมพันธ์กันอยู่

ไม่ทานข้าวด้วยกันเหรอคะริสาถามไถ่ด้วยรอยยิ้มหวาน

ดิฉันทานเรียบร้อยมาแล้วค่ะ ขอตัวนะคะเนตรลดาพูดจบก็ฝืนส่งยิ้มบางให้นางแบบสาว จากนั้นจึงหมุนตัวเดินขึ้นห้องพัก
ไม่แม้แต่จะปรายตาไปยังผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเลยสักนิดเดียว

เนตรลดากระแทกตัวลงบนที่นอน ความรู้สึกผ่อนคลายที่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนรักทั้งสองคนถูกม่านหมอกแห่งอารมณ์เข้าครอบคลุม อานัชทำเกินไปแล้ว กล้าพาผู้หญิงของเขาเข้ามาในบ้านของเธอได้ยังไง จะไปสนุกสุดเหวี่ยงกันที่ไหนเธอไม่เคยใส่ใจ ทำไมต้องพามาที่นี่ คอยดูสิ...พรุ่งนี้เด็กในบ้าน รวมทั้งพนักงานรีสอร์ตคงเม้าท์กันสนุกปาก และมองเธออย่างเห็นใจที่สามีควงผู้หญิงมาเย้ยถึงบ้าน

หลังอาบน้ำเสร็จเนตรลดาก็กระโจนขึ้นเตียงนอน ไม่สนใจสิ่งของที่เพิ่งชอปปิงมา เธอคว้าตุ๊กตาหมีที่ใช้นอนกอดทุกวันมาทุบทึ้งเล่นระบายอารมณ์ขุ่นมัว พลันเสียงหัวเราะหวานใสเคล้าเสียงหัวเราะ
ทุ้มนุ่มก็ดังแว่วเข้ามาในหู พร้อมด้วยเสียงลากรองเท้าผ้าผ่านหน้าห้องของเธอ จากนั้นเพียงครู่เดียวหญิงสาวก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูห้องข้างๆ เนตรลดาไม่รู้ตัวเลยว่ามือที่ทุบลงตุ๊กตาหมีนั้นแรงมากขึ้น
มากขึ้น...กว่าจะรู้ตัวเจ้าหมีน้อยก็เหี่ยวยอบคามือไปแล้ว

 

วันนี้หญิงสาวตื่นสายเป็นประวัติการ เพราะมัวแต่นอนตาค้างเงี่ยหูฟังเสียงการเคลื่อนไหวและพูดคุยจากห้องข้างๆ เมื่อคืนดูเหมือนว่าทั้งสองจะอยู่ด้วยกันที่ระเบียงห้อง เพราะแว่วเสียงพูดคุยค่อนข้างดัง แม้จับใจความไม่ได้ แต่เธอสัมผัสได้ถึงความรื่นเริงในน้ำเสียง เคล้าคลอเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความสุข

เมื่อลงมายังข้างล่าง เนตรลดาก็ร้องสั่งแม่บ้าน ให้เตรียมอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปยังในห้องนั่งเล่น นั่งดูทีวีอยู่ครู่เดียว ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดออกกำลังกายก็เดินเข้ามา

ตื่นสายเชียว เมื่อคืนท่าจะนอนดึกสินะเขาทักหลังจากนั่งลงตรงข้ามกับเธอ เนตรลดาปรายตามองชายหนุ่มแวบหนึ่ง แล้วเสไปทางอื่น เธอไม่อยากต่อคำกับเขาให้เสียอารมณ์

สงสัยจะแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน

ราวกับถูกไฟจี้เนตรลดาสะดุ้งน้อยๆ แล้วทำหน้าเหมือนตกใจ ชายหนุ่มขบขันท่าทีของเธอจึงหัวเราะออกมาเบาๆ

หึงผมหรือไงเขายื่นหน้ามาใกล้ เนตรลดาผละออกห่างมองเขาแล้วเบ้ปาก

อย่าหลงตัวเองนักเลย คุณจะทำอะไรกับผู้หญิงคนไหนฉัน
ไม่สนหรอกนะ แต่คุณก็ควรรู้จักมารยาทที่ดีบ้าง ไม่ใช่พาผู้หญิงเข้ามาในบ้านแบบนี้ มันทุเรศนะคุณหญิงสาวมองเขาไม่ปกปิดความรู้สึกเหยียดหยามในการกระทำของเขา

พาเข้าบ้านตรงๆ มันทุเรศ แต่พากันไปที่อื่นมันไม่ทุเรศใช่มั้ย!”
ชายหนุ่มพูดเสียงลอดไรฟัน

ฉันไม่...” เนตรลดาไม่ต้องการอธิบายถึงภาพแอบถ่ายที่คุกคามชีวิตส่วนตัวของเธอให้เขารับรู้ เพราะมันไม่มีความจำเป็นอะไร
หญิงสาวก็ไม่สนใจว่าเขาจะคิดอย่างไรกับภาพนั้น ในเมื่อเธอกับมาริศไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการดูแลกันและกันในยามที่อีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ

วันนั้นเธอไปงานเลี้ยงฉลองเพื่อนคนหนึ่งในผับ มาริศดื่มหนักไปหน่อยจนเดินเซ เธอช่วยประคองเขาไว้ ขณะรอแก้วขวัญถอยรถออกมารับ จากนั้นเธอกับแก้วขวัญก็พากันไปส่งมาริศที่ห้องพัก
ของเขา ดูแลกระทั่งมาริศหลับก็พากันกลับ คืนนั้นเนตรลดาก็ค้างที่บ้านของแก้วขวัญ ไม่ได้อยู่กับมาริศอย่างที่เขาคิดเสียหน่อย!

ไม่อะไรล่ะเนตร...ไม่ปฏิเสธใช่มั้ยบางขณะเขาก็นึกอยากฟังคำอธิบายเหมือนกัน แม้ภาพมันจะฟ้องถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นของคนทั้งสองอย่างโจ่งแจ้ง หากเพียงเนตรลดาปฏิเสธสักนิด อานัชคงจะเชื่อเธอ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ส่วนลึกของใจชายหนุ่มต้องการ

คุณอยากคิดยังไงก็เรื่องของคุณ!”

สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ยินคำพูดบาดใจจากปากเธอดั่งเดิม อานัชขบกรามแน่นจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง เนตรลดาไม่หลบตาเขา แถมยังยิ้มบางเย้ยหยันเมื่อเห็นความกรุ่นโกรธที่กระจายออกมาจากร่าง
ของชายหนุ่ม

คุณร้ายกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะเนตรลดาอานัชเค้นเสียงออกมาอย่างเคืองแค้น

ใช่...ฉันร้าย สกปรก น่าขยะแขยง เพราะงั้นคุณอยู่ห่างๆ ฉันไว้เถอะคุณอานัช พิทักษ์กุล ไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ผู้แสนจะร่ำรวย!”
เนตรลดารู้สึกสนุกที่ได้ยั่วโมโหชายหนุ่มบ้าง ดูสิ...ตาคมนั้นราวกับมีกองไฟ หน้าหล่อก็ถมึงทึงราวกับเสือร้ายที่อยากจะกระโจนเข้ามา
ฉีกทึ้งร่างของเธอ

อานัชสูดลมหายใจลึกๆ พยายามระงับอารมณ์เกรี้ยวกราดที่วิ่งพล่านอยู่ภายในใจ เขาถามตัวเองอยู่ซ้ำซาก ว่าควรจะจัดการกับเนตรลดายังไงดี ลงโทษเธอแบบไหน ถึงจะสาแก่ใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับในยามนี้ เขาไม่กล้าแตะต้องเธอ...ไม่กล้า ไม่ใช่รังเกียจขยะแขยงอย่างที่เคยพลั้งปากไว้เมื่อวาน อานัชกลัวใจตัวเองมากกว่า ใจที่เขาพยายามดึงคืนมาจากผู้หญิงร้ายกาจอย่างเนตรลดา เพราะมันมี
แนวโน้มว่าจะไม่สำเร็จ อาจถึงขั้นพ่ายแพ้ปล่อยให้เธอย่ำยีเล่นไป
อีกนาน

คุณจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับผม!” เขาพ่นคำพูดใส่เธออย่างดุกร้าว

การที่เห็นคุณอยู่ในบ้านนี้ก็ถือว่าเป็นการชดใช้แล้วละ
หญิงสาวโต้ตอบอย่างเยือกเย็นเช่นเดิม

เลยต้องหาทางกำจัดผมให้พ้นตาอย่างนั้นสิ!”

หมายความว่าไงเนตรลดามองชายหนุ่มอย่างุนงงกับถ้อยคำกล่าวหาของเขา

ที่อย่างนี้มาตีหน้าซื่อเขากระตุกมุมปากยิ้มหยัน

ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด!” เนตรลดาบอกเสียงกระด้าง ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ ยื่นหน้ามาใกล้กระซิบบอกว่า

ผิดหวังมากมั้ยที่ผมไม่ตายสมใจคุณ!” เขายิ้มเหี้ยมเกรียมใส่ดวงตาตื่นตระหนกของเธอ ผละออกห่าง ลุกจากเก้าอี้เดินขึ้นไปยังห้องนอน ทิ้งให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ดวงตาเรียวกว้างเต็มไปด้วยความงุนงง ปากอ้าค้างเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาสักคำ กลับไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรได้

ที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง...เขาคิดว่าเธอส่งคนไปลอบทำร้ายเขาอย่างนั้นเหรอ พอคิดได้...หญิงสาวก็ดีดตัวจากเก้าอี้
ก้าวอาดๆ ขึ้นไปยังห้องนอนของชายหนุ่ม โดยไม่เสียเวลาเคาะประตู เธอเปิดผลัวะเข้าไปทันที

อานัชที่เพิ่งถอดเสื้อผ้าออกจากร่าง เหลือเพียงกางเกง
บ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวหันมาเธอช้าๆ ชายหนุ่มจึงได้เห็นใบหน้าสวยแดงก่ำตาโตลุกวาว เนตรลดาก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

คุณคิดว่าฉันส่งคนไปทำร้ายคุณงั้นเหรอ!” ตอนนี้เนตรลดา
ไม่อาจเยือกเย็นได้อีกต่อไป เธอร้อนเป็นไฟพร้อมจะแผดเผาชายหนุ่มให้มอดไหม้เป็นจุณ

แล้วมันจริงมั้ยล่ะ...” เขาย้อนถามเสียงเรียบนิ่ง แววตา
คมปลาบมองตอบเธออย่างท้าทาย ชายหนุ่มเองก็อยากรู้เหมือนกัน เมื่อเนตรลดารู้ว่าเขาถูกลอบทำร้าย และเขาก็สงสัยเธอ ปฏิกิริยาของเนตรลดาจะบ่งบอกอะไรแก่เขาได้บ้าง เพราะชายหนุ่มก็ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน นอกจากเหตุผลเรื่องแรงจูงใจ
ผสมกับการคาดเดาของตัวเองเท่านั้น

พูดพล่อยๆ อย่างนี้ได้ยังไง คุณมีหลักฐานอะไร!” เนตรลดา
ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ถึงเธอจะเกลียดเขา แต่เธอก็ไม่เคยคิดอยากจะให้เขาตาย

หลักฐานเหรอ...ไม่มีหรอก เพราะคนทำมันไม่ได้โง่ที่จะทิ้ง
หลักฐานไว้

ไม่มีหลักฐานแล้วพูดพล่อยๆ แบบนี้ได้ยังไง!”

เพราะหากผมตาย คุณคือคนเดียวที่จะได้รับผลประโยชน์จากผมมากที่สุด ทั้งทรัพย์สมบัติและอิสรภาพ ที่จะทำให้คุณไปใช้ชีวิตอยู่กับชู้รักของคุณอย่างเปรมปรีดิ์ยังไงล่ะ!”

เนตรลดาไม่อาจพูดคำใดออกมาได้ ก้อนแข็งแล่นขึ้นมาจุกแน่นในลำคอจนแสบร้อนไปหมด ในสายตาของอานัชเธอชั่วร้ายขนาดนี้เชียวเหรอ หยาดน้ำอุ่นๆ เอ่อคลอสองตา แม้หญิงสาวพยายามจะ
อดกลั้นไว้แต่ก็พ่ายแพ้ แล้วสายน้ำที่เอ่อท้นก็พรั่งพรูออกมาในที่สุด

คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอเสียงเธอสั่นพร่า เพราะไม่อาจระงับความรู้สึกเจ็บปวดไว้ได้

ผมควรจะถามคุณมากกว่า ว่าทำไมต้องตอบแทนความรักที่ผมมีให้คุณด้วยวิธีนี้ ไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอเนตรลดา!”

ความรักเหรอ...คุณบีบบังคับให้ฉันยอมจดทะเบียนด้วย แล้วคุณก็ยังมีผู้หญิงห้อมล้อมอยู่ตลอดเวลา นี่น่ะหรือความรักของคุณ
ฉันไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด!”

ดีแล้ว คุณไม่ต้องรู้สึกกับมันหรอก เพราะตอนนี้ผมก็ไม่ได้รักคุณแล้ว ตรงกันข้ามผมเกลียดคุณ เกลียดเข้ากระดูกดำเลย!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังลั่น ไม่สนใจใบหน้าขาวซีดที่เปรอะเปื้อนหยาดน้ำตา

งั้นก็ไปจดทะเบียนหย่ากันเลยดวงตาแดงก่ำมองชายหนุ่มอย่างท้าทาย ในเมื่อเขาเกลียดเธอ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาทนอยู่ด้วยกันเลยสักนิด

ทำอย่างนั้นมันก็เข้าทางของคุณกับชู้รักน่ะสิ...ผมจะอยู่เป็นก้าง
ชิ้นโตขวางความสุขของคุณกับไอ้หมอนั่น อยากสุขสมกับมันก็คบมันในฐานะชู้รักก็แล้วกัน!”

เนตรลดาอยากกระโจนเข้าไปทำร้ายเขา ทุบทึ้งให้สาสมกับ
คำกล่าวร้ายนั่น แต่กลับไม่มีแรงเรี่ยว ร่างของเธอสั่นเทาอย่างคนที่ขวัญเสียและเจ็บปวด

สักวัน...คุณจะต้องเสียใจที่พูดออกมาแบบนี้ดวงตาแดงช้ำที่ชุ่มด้วยหยาดน้ำทอดมองเขาอย่างปวดร้าว ก่อนเดินออกจากห้องพักของชายหนุ่ม พอก้าวเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง เนตรลดาก็ทรุดตัวลงกับพื้นสะอื้นไห้ออกมาเสียงดัง จนคนที่อยู่ห้องข้างๆ ได้ยินอย่างชัดเจน

...คุณร้องไห้ทำไมเนตรลดา รู้มั้ยน้ำตาของคุณทำให้ผมสับสน มันทำให้ผมคิดว่าคุณไม่ใช่อย่างที่ผมคิดมาก่อนหน้านั้น แต่ทำไมคุณไม่ปฏิเสธมันล่ะ คุณนิ่งเฉย แล้วยังมาย้อนถามถึงความรักของผมอีก ตกลงคุณคิดยังไงกับผมกันแน่ ทำไมคุณต้องพูดถึงผู้หญิงที่ห้อมล้อมผมอยู่ คุณแคร์หรือยังไง แต่ทำไมผมไม่รู้สึกถึงมันล่ะ

เมื่อคืนอานัชตั้งใจพาริสาเข้ามาในห้อง เขาพาหญิงสาวออกไปคุยกันที่ระเบียงห้อง เพราะเชื่อว่าเสียงจะดังแว่วไปถึงห้องข้างๆ เขาแค่อยากรู้ปฏิกิริยาของเนตรลดา สิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมามัน
ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคาดหวังไว้ เธอไม่ได้หึงหวง แต่บอกให้เขารู้จักกาลเทศะ แค่นี้เองสำหรับสิ่งที่อานัชได้รับจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา

 

หลังจากวันนั้น อานัชกับเนตรลดายิ่งเย็นชาต่อกัน กระทั่ง
ชายหนุ่มทนอึดอัดไม่ไหว จึงตัดสินใจไปพักอยู่ที่บ้านแม่ริม ผ่านไปสองอาทิตย์คุณเพทายกับเนวิน บุตรชายคนเล็ก ได้เดินทางมาพักผ่อนที่เชียงใหม่ คุณเพทายเลยบอกให้อานัชพาภรรยามากินมื้อค่ำด้วยกัน หลังเลิกงานชายหนุ่มจึงกลับไปจันทร์ดาวรีสอร์ต

อาเพทายมาเชียงใหม่ เชิญคุณไปทานมื้อค่ำด้วยเขาบอกเสียงเรียบนิ่งพอๆ กับสีหน้า

ฉันไม่อยากไปหญิงสาวบอกออกไปตรงๆ เธอไม่อยากไป
นั่งปั้นหน้ายิ้มแย้ม ขณะในใจทุกข์ระทม อีกอย่างคุณเพทายก็ไม่ได้
ชื่นชอบอะไรเธอสักหน่อย ตรงกันข้าม เนตรลดาเห็นความชิงชังจากแววตาอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยามที่อยู่กันเพียงลำพัง

คุณอาเพทายเป็นญาติผู้ใหญ่ของผม แม้คุณไม่อยากไป ก็ควรรักษามารยาทด้วย เพราะถึงยังไงคุณก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของผม แม้จะเป็นเพียงทางนิตินัยเท่านั้นก็เถอะ!” เขาไม่ละโอกาสที่จะ
เล่นงานเธออีกครั้ง เนตรลดาพยายามระงับความโกรธอย่างสุดความสามารถ เธอจำใจเดินขึ้นห้องพักแล้วอาบน้ำแต่งตัวอย่างเบื่อๆ กระทั่งเขาเดินมาเคาะประตูห้องอย่างคนใจร้อน หญิงสาวหยิบกระเป๋าสะพาย เดินมากระชากประตูเปิดอย่างหงุดหงิด พอเจอหน้าบูดๆ ของเขา เธอก็เดินชนไหล่กว้างของอีกฝ่ายลงไปยังชั้นล่าง ตรงดิ่งไปยังรถคันหรูของชายหนุ่มที่จอดอยู่ในโรงรถ

ตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่นั่งรถมาด้วยกัน อานัชกับเนตรลดา
ไม่ได้พูดคุยอะไรกันแม้แต่คำเดียว ในความรู้สึกของทั้งสองนั้นมัน
ยิ่งกว่าคนแปลกหน้า ความห่างเหินเย็นชาผสมกับความหวาดระแวง ยิ่งกดย้ำความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่มาก่อนแล้วให้แย่หนักลงกว่าเดิม

เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปจอดในโรงรถ หญิงสาวก็เปิดประตูแล้วเดินเข้ามาบ้านพักหลังใหญ่ โดยไม่รอชายหนุ่ม อาณาบริเวณกว้างขวางของบ้านพักแม่ริมปกคลุมด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ร่มครึ้ม บวกกับสายลมเบาๆ หอบเอาความเย็นชื่นจากแม่น้ำมาลูบไล้ผิวกาย ทำให้เนตรลดารู้สึกสงบลงได้บ้าง ซึ่งมันก็ดีสำหรับการเผชิญหน้ากับญาติผู้ใหญ่ของชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ

หญิงสาวยกมือไหว้คุณเพทายอย่างไม่นอบน้อมจนเกินไปนัก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนคนมองขัดตา จากนั้นก็หันไปส่งยิ้มบางทักทายเนวิน พร้อมกับยกมือรับไหว้ญาติผู้น้องของอานัช

คุณเพทายเพ่งมองหญิงสาว ที่นั่งบนโซฟาเคียงคู่กับหลานชายอย่างสำรวจ ไม่คิดเหมือนกันว่ามัณฑนากร ที่ตกแต่งเรือนหอของบุตรสาวเมื่อสองปีก่อนจะกลายมาเป็นหลานสะใภ้ของเธอในเวลา
ต่อมา คุณเพทายได้แต่ค่อนขอดหญิงสาวในใจเรื่อยมา แม้กระทั่งตอนนี้ก็เถอะ

...ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้แม่คุณ กลายเป็นหนูน้อยตกถังข้าวสารของเศรษฐีอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังได้ครอบครองสมบัติมากกว่าเธอเสียอีก!

สบายดีหรือเปล่าคะแม้จะไม่ชอบสายตาสำรวจตรวจตราของอีกฝ่ายนัก หญิงสาวก็เอ่ยถามคนสูงวัยตามมารยาท

เมื่อตอนที่เธอเป็นเพียงมัณฑนากร ตกแต่งเรือนหอให้กรกนก สายตาคุณเพทายที่มองเธอ มันเต็มไปด้วยความชื่นชมและเป็นมิตรครั้นพอเนตรลดามาอยู่ในฐานะหลานสะใภ้ หญิงสาวกลับได้รับแต่เพียงสายตาเย็นชา ยามอยู่ต่อหน้าหลานชายของเธอ พออยู่ตามลำพัง เนตรลดาก็จะได้รับสายตาดูแคลนกับคำพูดที่ถากถาง

สบายดี เธอเองก็คงสบายดีเช่นกันใช่มั้ยคุณเพทายเอ่ยตอบอย่างสงวนท่าที

ค่ะ ดิฉันสบายดีเนตรลดาพยายามคลี่ยิ้ม ทั้งที่รู้สึกเหมือนตกอยู่ในวงล้อมของม่านหมอกหม่นมัวจนแทบหายใจหายคอไม่ค่อยออก

ผมหิวข้าวแล้วครับ บอกแม่บ้านตั้งโต๊ะนะครับญาติผู้น้อง
ของอานัชโพล่งออกมาทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัด เนตรลดาหันไปยิ้มให้เนวิน ราวกับจะขอบคุณเขาที่กลายเป็นผู้สลายม่านหมอกนั้น

ตามใจสิ...” คุณเพทายกระแทกเสียงใส่บุตรชาย หากสายตาปรายไปยังหญิงสาว

แล้วเมื่อไหร่จะมีหลานให้ฉันอุ้มล่ะอยู่ๆ คุณเพทายก็เปลี่ยนเรื่องสนทนา

เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก

คงอีกนานครับคุณอาอานัชที่นั่งเงียบมานานเอ่ยบอกญาติผู้ใหญ่ของเขา

จะรออะไรอีกล่ะ ในเมื่อก็มีทุกอย่างพร้อมแล้วคุณเพทายพูดราวกับต้องการเห็นทายาทตัวน้อยของตระกูลพิทักษ์กุลเสียเต็มประดา

เราอยากลองใช้ชีวิตด้วยกันสองคนสักระยะหนึ่งน่ะครับ
อานัชหาข้อแก้ตัวได้ตามแบบฉบับของคู่แต่งงานรุ่นใหม่

คุณเพทายพยักหน้ารับ จากสายตาของคนผ่านร้อนหนาวมาแล้ว เธอคิดว่าระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ น่าจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกตินัก เธอสงสัยตั้งแต่ที่อานัชกลับไปอยู่กรุงเทพฯ นานถึงสี่เดือน
ตอนนั้นเธอคิดว่าการแต่งงานของทั้งคู่คงล้มเหลวเป็นแน่แท้ เพราะผู้ชายเจ้าชู้อย่างอานัช ไม่ทนอยู่กับผู้หญิงคนไหนได้นานนักหรอก พอหลานชายกลับมาเชียงใหม่อีกครั้ง คุณเพทายยังคิดว่าอานัชคงกลับมาสะสางเรื่องราวให้จบลงเร็วๆ ทว่าก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เธอจึงอยากมาเห็นกับตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างคนทั้งสอง

 

อาหารมื้อค่ำคืนนี้ล้วนเป็นอาหารไทยชั้นดี แต่เนตรลดากลับกินได้เพียงเล็กน้อย หญิงสาวสังเกตเห็นว่าคุณเพทายลอบมองเธอบ่อยครั้ง ทำเอาเนตรลดาแทบหายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกจับตามองว่าจะทำอะไรผิดพลาด

เมื่อไหร่จะจัดงานแต่งงานจริงๆ จังๆ เสียทีล่ะพอเอ่ยปากคุยเท่านั้น เนตรลดารู้สึกเหมือนกำลังกลืนของขมจนอยากล้วงคอ
เพื่อคายทิ้ง หญิงสาวได้แต่อ้ำอึ้ง ในที่สุดอานัชก็เป็นคนเอ่ยแก้ให้อีกตามเคย

ยังไม่ว่างเลยครับ

ถ้ายังไงก็จัดที่กรุงเทพฯ นะนัช จะได้สะดวกหน่อย แขก
ส่วนใหญ่ของครอบครัวเราก็อยู่ที่โน่นกันหมดคุณเพทายพูดเอา
แต่สะดวกตามนิสัยเธอ

ครับ...” ชายหนุ่มรับคำสั้นๆ ไม่อยากพูดอะไรยืดยาว เพราะไม่มีความมั่นใจว่างานแต่งระหว่างเขากับเนตรลดาจะมีขึ้นหรือเปล่า ก็ในเมื่อเธออยากหย่ากับเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

หลังอาหารค่ำ คุณเพทายได้ชวนอานัชกับเนตรลดาเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น ในขณะที่เนวินขอตัวออกไปนอกบ้าน ระหว่างนั้นเนตรลดามองนาฬิกาที่ผนังห้องนั่งเล่นหลายครั้ง กระทั่งคุณเพทายเอ่ยขึ้น

เพิ่งสี่ทุ่มเองง่วงแล้วเหรอเนตรคุณเพทายถามขึ้นเสียงนิ่งเรียบก็จริง แต่ในใจนึกขุ่นเคืองหญิงสาวที่ผู้ใหญ่คุยด้วยแล้วทำท่าเหมือนอยากออกไปจากห้องสนทนา...ไม่มีมารยาทที่ดีเอาเสียเลย

ก็นิดหน่อยค่ะเนตรลดาโกหก ที่จริงเธออยากกลับบ้านแล้วต่างหาก

งั้นนัชก็พาเมียไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าตักบาตรด้วยกันนะ

อะไรนะคะสีหน้าของเนตรลดามีแววตื่นตระหนก

พรุ่งนี้ฉันชวนเธอตักบาตรด้วยกัน ทำไมต้องทำหน้าตื่นขนาดนั้น ฉันไม่ได้ชวนเธอไปเล่นอะไรแผลงๆ เสียหน่อยคุณเพทายมองหลานสะใภ้อย่างไม่ชอบใจ 

คือ...” เนตรลดาไม่รู้ว่าจะตอบคนสูงวัยอย่างไร ว่าเธอต้องการกลับบ้าน ไม่ได้อยากค้างที่นี่ หญิงสาวมองไปยังอานัช ส่งสายตาให้เขาช่วย ชายหนุ่มส่งยิ้มน้อยๆ ตอบเนตรลดา

ผมกับเนตรจะตื่นมาตักบาตรกับคุณอานะครับพูดจบ
ชายหนุ่มก็รั้งแขนหญิงสาวให้เดินออกจากห้องรับแขก เดินตรงไปยังห้องนอนของเขา

นี่มันอะไรคุณ ฉันไม่ได้จะค้างที่นี่นะหญิงสาวหันมาแว้ดใส่ชายหนุ่มทันที

ไม่ค้างที่นี่จะทันตักบาตรกับคุณอาเพทายได้ยังไงเขาบอกอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร

ใครบอกว่าฉันจะตักบาตรกับคุณอาของคุณล่ะหญิงสาวชักสีหน้า ไม่ชอบใจอย่างมากที่ถูกมัดมือชกแบบนี้

ผมก็ตอบตกลงคุณอาไปแล้ว ไม่ได้ยินเหรอ อย่าเรื่องมากได้มั้ย ง่วงก็ไปนอนสิเขาพูดน้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดนิดๆ

ฉันจะกลับบ้านฉันหญิงสาวยังยืนเป็นกระต่ายขาเดียว

ดึกป่านนี้แล้ว ขับรถกลับมันไม่ค่อยสะดวก อีกอย่างผมกลัวโดนดักยิงเหมือนกันนะ ยังไม่อยากตายตอนนี้หรอก จนกว่าผมจะหาทางเล่นงานคนที่จ้องทำร้ายผมก่อน!”

ครั้นเขาวกกลับมาเรื่องนี้ เนตรลดาก็มีอาการเหมือนถูกสาดด้วยของร้อน ไร้คำพูดที่จะโต้ตอบ เพราะยังไงเขาก็ปักใจเชื่อว่าเธอคือคนที่จ้องจะทำร้ายแล้วนี่ จะปฏิเสธให้เหนื่อยไปทำไม เธอก็อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่จ้องทำร้ายเขา ลึกๆ ในใจหญิงสาวก็หวาดกลัว...หากอานัชเป็นอะไรไปจริงๆ เนตรลดาคงเป็นคนแรกที่ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะในฐานะภรรยาตามกฎหมาย เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง นอกจากคนในครอบครัวของเขา

จริงๆ แล้วเนตรลดาไม่ได้ต้องการอะไรจากชายหนุ่มสักนิด นอกจากจันทร์ดาวรีสอร์ตกับอิสรภาพของเธอ ส่วนทรัพย์สมบัติอื่นๆ เนตรลดาไม่เคยนึกอยากได้ รวมทั้งตัวของเขาด้วย ผู้ชายที่ยังควงคู่กับหญิงอื่นทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้ว เธอไม่อยากจะข้องแวะด้วย ขนาดผู้ชายคนแรกที่หญิงสาวรักหมดใจ เนตรลดายังหันหลังให้ เมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียว!

เนตรลดาคิดว่าน้ำอุ่นๆ คงทำให้จิตใจเธอคลายความร้อนระอุลงได้บ้าง จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ ขังตัวเองอยู่ในนั้นนานนับครึ่งชั่วโมง พอหยิบผ้าขนหนูจากชั้น เธอก็ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้มีเสื้อผ้าจะใส่ จึงค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำออกมา เห็นร่างสูงยืนอยู่ที่ระเบียงห้อง กำลังทอดสายตาออกไปไกล เนตรลดาจึงค่อยๆ เดินไปยังตู้เสื้อผ้า รื้อหาชุดนอนของเขาอย่างรีบร้อน ไม่นานก็ได้ยินเสียงห้าวทุ้มมีกังวานขบขัน

หาได้หรือยังล่ะ ผมช่วยหาแล้วกันนะร่างสูงปราดเข้ามายืนซ้อนทางเบื้องหลังหญิงสาวทันที อกกว้างแน่นด้วยกล้ามเนื้อแนบชิดแผ่นหลังเนตรลดา ความอุ่นจากลมหายใจรินรดต้นคอเปลือยเปล่าของหญิงสาว เนตรลดายืนตัวแข็งไม่กล้าขยับเขยื้อน เกรงว่าจะยิ่งเข้าไปแนบชิดกับเรือนร่างของเขา

เสื้อเชิ้ตผมตัวเดียวก็พอมั้ง

เออ...เอาชุด...นอนของคุณดีกว่าน้ำเสียงของเธอค่อนข้างสั่น

งั้นเหรอ...” เขาหยิบชุดนอนลายทางให้เธอ ยังไม่ยอมขยับกายออกห่าง เนตรลดาหลับตากลั้นลมหายใจ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รินรดไหล่เปลือยของเธออยู่ ร่างที่ยังพราวด้วยหยาดน้ำ เหมือนมีความร้อนผะผ่าวแล่นลิ่วไปทั่วสรรพางค์กาย รู้สึกดีใจที่เขาไม่เห็นสีหน้าของเธอ ซึ่งตอนนี้หญิงสาวแน่ใจว่ามันคงแดงปลั่งอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่งตัวให้เรียบร้อยซะ เดี๋ยวผมจะอาบน้ำบ้างชายหนุ่มกระซิบแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำ

เนตรลดายังยืนนิ่งราวหนึ่งนาที เพื่อสลัดความรู้สึกวูบวาบที่เกิดขึ้น หญิงสาวเริ่มตระหนักว่านับวันความรู้สึกนั้นจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ความใกล้ชิดที่เขาจงใจหรือไม่นั้นเธอไม่อาจรู้...สิ่งที่หญิงสาวรู้ในตอนนี้ก็คือ...เธอกลัวเขา และกลัวใจตัวเองเป็นที่สุด

เมื่อสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เนตรลดาก็เดินไปนั่งโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนโต๊ะมาทาผิวหน้า ผิวกาย เห็นว่าลิ้นชักโต๊ะแง้มอยู่ สอดสายตามองเข้าไปเห็นกรอบรูปจึงดึงออกมาดู

หญิงสาวตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นรูปของตัวเองอยู่ในกรอบไม้สลักลวดลายเป็นเถาดอกไม้ เป็นรูปที่ถูกแอบถ่ายจากด้านข้าง เธอจำได้ว่าวันนั้นกำลังคุยอยู่กับกรกนกถึงเรื่องการตกแต่งเรือนหอ ในสวนหลังบ้านของอีกฝ่าย แล้วอานัชก็เข้ามาทักทายเธอกับญาติผู้น้องของเขา พอกรกนกเอ่ยขอตัว ชายหนุ่มก็ออกปากชวนเธอไปดินเนอร์
เนตรลดาปฏิเสธเหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่ต่างจากข้าวของต่างๆ ที่เขาหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าแบรนด์ดัง รวมทั้งเสน่ห์ของเขาด้วย แต่กระนั้นสิ่งที่เนตรลดาไม่อาจสามารถปฏิเสธชายหนุ่มได้ก็คือการที่อานัชยื่นมือเข้ามาช่วยใช้หนี้แทนบิดาเธอ เพื่อรักษาจันทร์ดาวรีสอร์ตไว้ ด้วยเงื่อนไขที่บีบบังคับให้เธอจะต้องจดทะเบียนสมรสกับเขา

ภาพถูกซุกไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง บ่งบอกถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ ในยามนี้หญิงสาวบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร โล่งอกหรือว่าใจหาย มันสับสนวุ่นวายใจยากจะอธิบาย เนตรลดาเก็บภาพไว้ที่เดิมแล้วปิดลิ้นชักลงให้สนิท

เนตรลดาเดินไปยังริมระเบียง ทอดสายตาออกไปยังเวิ้งฟ้าที่หม่นมัวไร้แสงดาว ดวงจันทร์ครึ่งดาวถูกเมฆหมอกปกคลุมจนอับแสง หญิงสาวยังเหม่อมองออกไปไกลราวกับจะค้นหาดาวสักดวง เผื่อค่ำคืนนี้จะสว่างไสวขึ้นมาบ้าง

ดึกแล้วนะคุณ มานอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าตักบาตรกับอาเพทายอานัชอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เดินมายืนเคียงข้างเธอ พากลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ ยาสระผมลอยอวลมาแตะจมูก เนตรลดาขยับตัวออกห่างอย่างลืมตัว บอกเสียงเบาแผ่ว

คุณนอนไปก่อนเถอะ ฉันยังไม่ง่วง จะนั่งเล่นสักพักเธอบอกขณะที่สายตายังมองไปยังเบื้องหน้า

ตามใจ...” อานัชเดินไปปิดไฟกลางห้อง เหลือเพียงโคมไฟในมุมนั่งเล่น หันไปมองร่างสูงโปร่งของคนที่ยืนอยู่ริมระเบียง แล้วอานัชก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

หญิงสาวอยู่ที่ระเบียงห้องราวยี่สิบนาที แน่ใจว่าชายหนุ่มน่าจะหลับแล้วจึงเดินเข้ามาในห้อง ค่อยๆ คว้าหมอน ส่วนผ้านวมก็มีเพียงผืนที่ชายหนุ่มห่มอยู่ เธอเดินไปเปิดตู้เพื่อจะหาผ้าห่มผืนใหม่ แต่ก็
ไม่เจอ จึงวางหมอนลงบนโซฟายาวในมุมนั่งเล่น ปิดโคมไฟแล้วเอนตัวลงนอน อากาศในห้องค่อนข้างเย็น ทำให้เนตรลดานอนขดตัว กอดตัวเองไว้เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น

หลังแอบมองพฤติกรรมหญิงสาวอย่างหมั่นไส้ ที่เธอแสดงความรังเกียจเขา ขนาดไม่ยอมนอนร่วมเตียง อานัชลุกจากเตียง ค่อยๆ ย่องไปยังโซฟายาวมุมห้อง มองร่างที่ขดตัวนอนอย่างอ่อนใจ ก่อนช้อนร่างบางที่หลับใหลไว้ในอ้อมแขน ไปวางลงบนเตียงนอน ก่อนเดินกลับไปหยิบหมอนมารองศีรษะเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยผมยาวนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ รบกวนจมูก กระทั่งชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ก้มลงสูดดมเข้าเต็มปอด แล้วคลุมผ้านวมให้ จากนั้นเขาจึงค่อยๆ เอนตัวลงนอนเคียงข้าง แบ่งผ้านวมจากเธอมาห่มกาย

กลิ่นหอมจากเรือนกายของคนที่นอนอยู่เคียงข้าง ทำให้ร่างกายชายหนุ่มเกิดอาการปั่นป่วน กระทั่งหัวใจเขาเต้นแรงระรัว อานัชเอามือทาบอกไว้ พยายามข่มความรู้สึกร้อนรุ่มไว้อย่างสุดความสามารถ เนิ่นนานทีเดียวกว่าเขาจะข่มตาหลับลงได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #150 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 00:43
    แวะมาพิสูจน์อักษรให้ค่า

    วันนี้หลายตอนหน่อย นิลว่าง อิอิ

    วานใส > หวานใส
    ยังงี้ > อย่างนี้ น่าจะดีกว่านะคะ
    ไว้หญิงเมื่อวาน > ไว้เมื่อวาน
    อย่างุนงง > อย่างงุนงง
    คาวม > ความ
    สามรถ > สามารถ
    ไปชีวิต > ไปใช้ชีวิต
    เปรมปรีด์ > เปรมปรีดิ์
    ตบแต่งเรือนหอ > ตกแต่งเรือนหอ มีสามที่นะคะ
    สายตาที่คุณเพทายที่มองเธอ > สายตาคุณเพทายที่มองเธอ , สายตาที่คุณเพทายมองเธอ
    ที่โน้น > ที่โน่น
    ดวงจันทร์ครึ่งดาวถูกมฆ > ดวงจันทร์ครึ่งดวงถูกเมฆ
    อานัชลุกจากเตียง > ก็ลุกจากเตียง

    เจอเท่านี้ค่ะ

    เดี๋ยวมาสแกนให้ใหม่นะคะ 
    #150
    0
  2. #50 pixie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 02:05
    อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเพลงประกอบละคร ยิ่งใกล้ยิ่งไกล ของเจนนิเฟอร์ คิ้มจริงๆ
    #50
    0
  3. #49 pixie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 02:04

    แยะแขยง ??? เสื้อ(เสือ)ร้าย...มาก่น(ก่อน)หน้านั้น...ยกมือรับไหว้ญาติผู้น้องของอานัชรุ่น???...เพราะไม่มี(ความ)มั่นใจว่างานแต่ง...เหมือนถูกสาดด้วยของรัก????....

    #49
    0
  4. #5 Chatchanya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 01:23
    โอ..สนุกมากค่ะ พระเอกน่ารักมาก รักนางเอกดีจัง..
    ยุให้ปล้ำนางเอกไปเลย รู้รู้รอด 55
    #5
    0