เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 8 : ลางร้าย...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    30 ก.ย. 58

 

บทที่ 8

 

 

 

 

 

พากิ๊กใหม่ไปเที่ยวกรุงเทพฯ!” ตอนเย็นหลังเลิกงานแก้วขวัญบึ่งรถมาจันทร์ดาวรีสอร์ต หวังจะเจอคนที่เธอเพียรโทรศัพท์หาอยู่หลายวันแต่ไม่เคยติด กลับมารับรู้จากเนตรลดาว่าเขาพากิ๊กใหม่ไปเที่ยวกรุงเทพฯ มันน่าจริงๆ อุตส่าห์เป็นห่วง ที่แท้จารุจก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอเหมือนท่าทางที่แสดงออกในคืนวันนั้น ปล่อยให้เธอวิตกแทบนอนไม่หลับ...ไอ้พี่รุจบ้า!

 อาการกรุ่นโกรธของแก้วขวัญแสดงออกทางสีหน้า จนเนตรลดาที่ลอบสังเกตอยู่นานเริ่มแน่ใจในอะไรบางอย่าง

พี่รุจบอกว่าจะไปแค่อาทิตย์เดียวเอง อย่าอารมณ์เสียไปเลยน่าแก้วหญิงสาวปลอบเพื่อนสนิท

ใครบอกว่าฉันอารมณ์เสียล่ะ!” แก้วขวัญแหวขึ้นทันที มองเนตรลดาอย่างขัดใจ

เออ...ไม่อารมณ์เสียก็ดีแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่านะ หิวแล้วเนตรลดากลั้นยิ้มขำท่าทางของเพื่อนสาวที่ปากแข็งไม่ยอมรับว่าตัวเองอารมณ์เสีย เมื่อรู้ว่าพี่ชายของเธอพากิ๊กใหม่ไปเที่ยวกรุงเทพฯ เฮ้อ...เห็นทีรักนี้จะยุ่งเหยิงอย่างไม่ต้องสงสัย

แก้วขวัญยังทำท่าฮึดฮัดอยู่เพียงครู่ ก่อนเดินไปตามแรงรั้งของเพื่อนสนิท เพื่อตรงไปยังห้องกินข้าว

คุณนัชยังไม่กลับเหรอแก้วขวัญเริ่มอารมณ์ดีขึ้นบ้าง เมื่อเห็นอาหารโปรดวางเรียงรายบนโต๊ะ ความโกรธบำบัดได้ด้วยอาหารนั้นดูเหมือนจะเป็นเคล็ดลับของแก้วขวัญจริงๆ

เขาไม่ได้กลับมาหลายวันแล้ว คุณอาเพทายกับน้องชายของเขามาพักอยู่ที่แม่ริมน่ะเนตรลดารู้สึกปลอดโปร่งจริงๆ ที่ไม่เจอชายหนุ่มมาหลายวัน เธอจึงเอ่ยถึงเขาอย่างไม่หงุดหงิดเช่นทุกครั้งที่ถูกถาม

เนตรเลยอารมณ์ดี

ก็ทำนองนั้น

สวัสดีครับ...หวังว่าคงไม่นินทาผมอยู่หรอกนะเสียงห้าวทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสมาร์ทของชายหนุ่มส่งยิ้มพรายก้าวเข้ามาในห้องกินข้าว เขายื่นกระเป๋าเอกสารให้แม่บ้าน เดินไปล้างมือที่
ห้องครัว แล้วกลับมาหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามเนตรลดา

ใจที่ว่าปลอดโปร่งมาหลายวันหายวับในพริบตา หญิงสาว
ทำหน้าบูด ยิ่งแลสบดวงตาคมพราวที่มองตอบกลับมายิ่งขุ่นเคือง...เนตรลดารู้ว่าเขาตั้งใจยั่วโมโหเธอ

แหม...น่าปลื้มใจจริงๆ เลย กลับบ้านเจอเมียยิ้มหวานให้
ปากหยักสวยยังคลี่ยิ้มใส่ดวงตาวาวดุของเนตรลดา

แก้วขวัญปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่คิดว่าอานัชจะมีอารมณ์ขันร้ายกาจแบบนี้ ทำเอาเพื่อนสนิทของเธอนั่งตัวเกร็ง เพราะต้องระงับอารมณ์โกรธไว้

แปลกจังไม่ยักกะเจอผู้กองมาริศอานัชเปรยเบาๆ แล้ว
ตักอาหารเข้าปาก

ช่วงนี้ริศคงยุ่ง เห็นว่ามีคดีเยอะมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับคดียาบ้าแก้วขวัญเป็นคนตอบ ในขณะเนตรลดากินอาหารไปเงียบๆ หญิงสาวไม่อยากเสวนากับอานัชให้เสียอารมณ์มากกว่านี้ เพราะรู้ว่าชายหนุ่มต้องการจะรวนเธอ

หญิงสาวไม่ได้คุยอะไรก็จริง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง
อานัชกับเพื่อนรักพูดคุยกันอย่างถูกคอ แก้วขวัญชวนเขาคุยเรื่องต่างๆ รวมทั้งเรื่องธุรกิจของครอบครัวชายหนุ่ม

น้ำมันแพงยังงี้ ยอดขายไม่ตกเหรอคะคุณนัชแก้วขวัญยังชวนคุยอย่างต่อเนื่อง

ไม่หรอกครับ ลูกค้าของเราส่วนใหญ่ฐานะค่อนข้างมั่นคง ไม่มีผลกระทบกับราคาน้ำมันขึ้นหรอกครับ” 

เนตรลดายิ้มหยันออกมาอย่างลืมตัว หมั่นไส้พ่อคนรวยกับธุรกิจจำหน่ายยนตรกรรมจากยุโรปยี่ห้อหรู ราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งคนมีรายได้สูงมากๆ เท่านั้นถึงจะเป็นเจ้าของได้

อานัชทันได้เห็นรอยยิ้มหยันของหญิงสาว เขานึกอยากลงโทษเรียวปากอิ่มสวยของเธอจริงๆ ให้ตาย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ ทำไมต้องอยากจูบ ทั้งที่บอกย้ำกับตัวเองอยู่
ทุกเมื่อเชื่อวันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่สะอาดพอที่เขาจะสัมผัส ทางที่ดีเขาควรจะอยู่ห่างเธอ เรียกหัวใจคืนกลับมาจากเนตรลดาให้ได้เร็วที่สุด

เกิดเป็นคนรวยนี่สบายจริงๆ เฮ้อ...ทำยังไงดีนะ แก้วถึงจะมีผู้ชายหล่อรวยอย่างคุณนัชมาหลงรักบ้างแก้วขวัญพูดติดตลก ดูท่าว่าเพื่อนรักของเธอจะไม่ขำด้วย เพราะอีกฝ่ายส่งปูหนีบมาที่เรียวแขนของเธอเต็มแรง ทำเอาหญิงสาวสูดปากร้องด้วยความเจ็บ

ผมไม่ดีหรอกครับ ถ้าดีจริงเมียคงไม่...” เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นพอดี อานัชเอ่ยขอตัวเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ปล่อยเพื่อนรักทั้งสองแยกเขี้ยวใส่กันไปพลางๆ

พูดบ้าๆ ยังงั้นทำไมหือยายแก้วเนตรลดาเค้นเสียงในลำคอ นึกโมโหเพื่อนตัวดีจริงๆ ที่พูดจาเปิดโอกาสให้เขาเล่นงานเธอ

ก็พูดเล่นๆ น่ะเนตร ทำซีเรียสไปได้ ดูสิแขนฉันเขียวแล้วเนี่ยแก้วขวัญลูบแขนตัวเองไปมา

ก็ฟังเขาพูดสิ...มันน่าซีเรียสมั้ยล่ะ

ยังไม่ทันที่แก้วขวัญจะโต้ตอบเพื่อนรัก ร่างสูงของชายหนุ่ม
ก็เดินกลับเข้ามาในห้องกินข้าวอีกครั้ง

อิ่มแล้ว ขอตัวนะพอเขานั่งลงบนเก้าอี้เนตรลดาก็ลุกขึ้นทันที ทั้งที่กินได้แค่ครึ่งจานเท่านั้น

ทานน้อยจัง ดีแล้วละผมไม่ชอบผู้หญิงอ้วนชายหนุ่มยิ้มยั่วเย้าใส่ดวงตาวาววับของหญิงสาวอย่างท้าทาย ในขณะที่แก้วขวัญปล่อยเสียงหัวเราะคิกคัก

ก่อนหมุนตัวเดินขึ้นชั้นบน เนตรลดาส่งค้อนให้ชายหนุ่มและเพื่อนรัก หญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรอแก้วขวัญอย่างใจจดใจจ่อ เนตรลดาอยากจะหยิกเพื่อนรักอีกสักทีสองทีให้คลายความหงุดหงิด รอเป็นชั่วโมงแก้วขวัญก็ยังไม่ขึ้นมา หญิงสาวนึกสงสัยว่าแม่เพื่อนตัวดีทำอะไรอยู่ กินข้าวยังไม่อิ่มอีกหรือไง ความสงสัยทำให้เธอลงไปยังชั้นล่าง...ที่ห้องอาหารไม่มีใครอยู่

ได้ยินเสียงพูดคุยแว่วออกมาจากห้องนั่งเล่น เนตรลดาจึงเดินเข้าไป เห็นเพื่อนรักของเธอกับอานัชกำลังนั่งดูละครโทรทัศน์อยู่ด้วยกัน หน้าตาระรื่นทั้งสองคน

เนตรมาดูทีวีด้วยกันแก้วขวัญร้องเรียกเพื่อน

ไม่...ดูที่ห้องสะดวกกว่าเนตรลดาบอกเสียงห้วน ปรายตาไปมองหน้าหล่อที่ยิ้มกริ่มอย่างหมั่นไส้

ดูกันหลายคนสนุกออก เร็วเข้าพระเอกกำลังจะปล้ำนางเอกแล้วแก้วขวัญบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง

เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบดูละครที่พระเอกมีนิสัยเลวๆ แบบนั้น!” พูดจบเนตรลดาก็เดินกลับขึ้นห้องนอน...ปล่อยให้คนบ้าละครดูพระเอกเลว ซาดิสม์ แต่นางเอกก็หลงรักคนที่ข่มขืนตัวเอง มันจะ
เพ้อฝันเกินไปแล้ว เพราะในความเป็นจริงการถูกบังคับขืนใจ มันเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดต่างหาก ไม่ว่าคนที่ทำจะเป็นคนที่เรารักหรือไม่ใช่ก็ตาม เนตรลดายังจดจำความรู้สึกตอนที่อานัชปล้ำจูบเธอได้ แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เธอก็รังเกียจการกระทำของเขา เพราะมันไม่ใช่แค่ผู้ชายรังแกผู้หญิง แต่มันเป็นการกดขี่ข่มเหงความเป็นมนุษย์ด้วยกันต่างหากล่ะ

เรื่องแบบนั้นมันควรเกิดขึ้นจากคนสองคนยินยอมพร้อมใจกันมากกว่า มันถึงจะงดงามมีค่าควรจดจำ เนตรลดาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะยินยอมพร้อมใจกับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเมื่อไหร่ มันเป็นสิ่งที่เนตรลดาไม่สามารถบอกได้จริงๆ หญิงสาวนอนครุ่นคิดอย่างว้าวุ่น กระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด

 

อานัชเอ่ยขอตัวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของแก้วขวัญดังขึ้น ชายหนุ่มกำลังจะเดินผ่านห้องนอนของเนตรลดา เพื่อตรงไปยังห้องนอนของเขา เหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงหยุดอยู่หน้าห้องของหญิงสาว หมุนลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไปเบาๆ รอยยิ้มผุดขึ้นที่
มุมปาก เมื่อเห็นร่างของเนตรลดาตะแคงตัวกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่หลับสบายอยู่บนเตียง

ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง พิศดวงหน้าเนียนใสราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวตนของเธอ หญิงสาวที่สั่นคลอนหัวใจของอานัช พิทักษ์กุลได้ ชายหนุ่มอยากรู้จริงๆ ว่าในหัวใจเนตรลดามีเขาอยู่บ้างไหม...อานัชยอมรับว่ารู้สึกสับสนหวั่นไหว ตั้งแต่วันที่เขาปล้ำจูบเธอวันนั้น ริมฝีปากอ่อนนุ่มหวานล้ำก็รบกวนจิตใจของเขามาตลอด จนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าจริงๆ แล้วท่าทีเย็นชาของเนตรลดาที่แสดงต่อเขา เหมือนเป็นเพียงกำแพงที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อกางกั้นเขาไว้ให้ห่างตัวเธอ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อานัชคิดว่าเขาควรให้โอกาสตัวเองค้นหาความจริงนั้นให้ได้

ชายหนุ่มไล้ปลายนิ้วที่โค้งหน้าผากมน ระเรื่อยมายังริมแก้ม ก่อนหยุดนิ่งที่ริมฝีปากนุ่มสีระเรื่อ เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลโน้มใบหน้าคมเข้มจรดลงแตะเรียวปากนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา

อุ้ย...ขอโทษค่ะ แหะๆแก้วขวัญอุทานปนเสียงหัวเราะอย่างเก้อๆ เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา แล้วเจอภาพเลิฟซีนเข้าอย่างจัง แม้จะไม่หวือหวาเร่าร้อน แต่ก็อ่อนหวานจนคนได้เห็นแอบกรี๊ดอยู่
ในใจ หากไม่กลัวว่าเพื่อนรักจะตื่นขึ้นมาโวยวาย หญิงสาวคงร้องกรี๊ดขึ้นมากลางดึกแล้วละ

อย่าบอกเจ้าตัวนะ ไม่งั้นผมแย่แน่เลยชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับจะกลัวหญิงสาวที่หลับใหลอยู่บนเตียงจะตื่นขึ้นมาอาละวาด

ค่ะ...รับรองเป็นความลับแน่ๆแก้วขวัญทำมือป้องปาก ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป

แก้วขวัญทิ้งตัวลงบนเตียง ทำตาเหม่อลอย วุ้ย...หากมีใครมาทำโรแมนติกแบบนี้กับเธอมั่งก็คงจะดี...เมื่อครู่เธอเพิ่งคุยโทรศัพท์กับภีม เขาบอกว่าอยู่ในงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน แก้วขวัญได้ยิน
เสียงเพลงผสานเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในสาย ใจก็ไพล่ไปถึงชายหนุ่มอีกคนที่ชื่นชอบปาร์ตี้ไม่แพ้ใคร พอนึกขึ้นได้ว่าเขาไปไหนกับใครในตอนนี้ แก้วขวัญก็แอบเศร้าขึ้นมาทันที

ผู้ชายบ้าเอ้ย...เสียแรงที่อุตส่าห์คิดถึง

 

เนตรลดาตื่นขึ้นมาทันเห็นแก้วขวัญกำลังแต่งหน้าพอดี เธออยู่ในชุดที่เตรียมพร้อมจะไปทำงานทันทีเมื่อถึงตัวเมือง แก้วขวัญเก็บเครื่องสำอางลงกระเป๋าพร้อมเสื้อผ้าชุดเก่า แล้วเดินมานั่งบน
ขอบเตียง

หลับสบายเชียวนะเนตร

แต่แก้วดูท่าจะหลับไม่สบายเลยนะ ดูสิ ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าเชียว มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าถามออกไปเผื่อเพื่อนรักจะยอมปริปากบอกความลับบางอย่างในใจบ้าง

ไม่มีหรอกน่า...ดูละครสนุกมาก เลยคิดต่อว่าถ้าเราเป็นนางเอกจะทำยังไงต่อ หลังจากโดนพระเอกข่มขืน

ไร้สาระจริงๆ ไปทำงานได้แล้วลองได้พูดเล่นแบบนี้ คงยากที่แก้วขวัญจะยอมปริปากเรื่องที่เธออยากรู้ โดยเฉพาะเรื่องพี่ชายตัวแสบ ครั้นจะถามตรงๆ ก็กลัวอีกฝ่ายเขิน เรื่องแบบนี้ถามซึ่งๆ หน้าอาจไม่ได้ผล วันหลังเธอจะตะล่อมถามอีกฝ่ายดูก็ได้

เมื่อกินมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้ว เนตรลดาก็มาส่งแก้วขวัญที่รถ จากนั้นหญิงสาวก็มุ่งหน้าไปยังสำนักงาน ผู้จัดการรีสอร์ตไม่อยู่อย่างนี้ เนตรลดาก็ต้องทำหน้าที่แทน นอกจากตรวจดูเอกสารเกี่ยวกับรายรับรายจ่าย ยังต้องตรวจตราความเรียบร้อยของทุกแผนกในจันทร์ดาวรีสอร์ต ผู้ช่วยจารุจก็ช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด บางอย่างเธอก็ต้องดูแลเอง

ขณะที่เนตรลดากำลังจะเดินออกจากห้องทำงาน เพื่อไปดูความเรียบร้อยที่ร้านอาหาร เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวเอื้อมมือไปรับ

ไม่ทราบว่าจารุจอยู่มั้ยครับ

ไม่อยู่ค่ะ ไม่ทราบจากไหนคะ

เป็นเพื่อนครับ

แล้วทำไมไม่โทร. เข้ามือถือล่ะคะ

โทร. แล้วแต่ไม่ติดครับ

เหรอคะ...คือพอดีเขาเข้ากรุงเทพฯ น่ะค่ะ กลับมาแล้วจะบอกให้นะคะ เออ...คุณชื่ออะไรคะ

ชื่อแบ็งค์ครับ

พอปลายสายวางหู หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์เข้ามือถือพี่ชาย แต่ไม่ติดเหมือนอย่างที่คนชื่อแบ็งค์บอกไว้จริงๆ เนตรลดาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหมู่นี้พี่ชายของเธอปิดเครื่องบ่อยจัง ราวกับจะหนีใครสักคน...หวังว่าคงไม่ใช่...เนตรลดาไม่กล้าคิดต่อ เมื่อนึกย้อนถึงอ้อมกอดของพี่ชายเมื่อวาน หญิงสาวก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที พานทำให้แข้งขาอ่อนแรงแทบไม่กล้าที่จะเดินออกจากห้อง

ทั้งวันเนตรลดาจึงทำงานอย่างเลื่อนลอย บางครั้งถึงกับเผลอสะดุดขาตัวเองล้มลงกระแทกกับกระถางต้นไม้ ตอนที่ออกเดินตรวจตราบริเวณสวนไม้ดอก เนตรลดาใส่กางเกงขาสั้นด้วย ทำให้เข่าเธอมีเลือดซึมออกมาสร้างความแสบร้อนให้กับเจ้าตัวพอสมควร หญิงสาวจึงรีบเดินกลับบ้านเพื่อทำแผล จากนั้นเธอก็เอาแต่นั่งซึม กระทั่งบ่ายแก่ๆ เมื่อรู้สึกเบื่อจึงออกไปปั่นจักรยานเล่น

จันทร์ดาวรีสอร์ตกับบ้านเรือนของชาวบ้าน ค่อนข้างห่างกันมากพอสมควร แม้แต่บ้านของลุงมาริศที่ว่าใกล้ที่สุดก็เถอะ เนตรลดามาริศ และจารุจจะรู้กันว่ามีทางลับที่สามารถไปบ้านอีกฝ่ายได้โดยไม่เสียเวลามากนัก เมื่อตอนเด็ก เธอกับมาริศใช้เส้นทางลับค่อนข้างบ่อย เพราะนอกจากสะดวกรวดเร็วแล้ว ก็ยังให้รู้สึกตื่นเต้นดี เวลาที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ว่าเธอกับมาริศแอบมาเล่นด้วยกัน ทางลับที่ว่านั้นมันเป็นประตูรั้วเหล็กเตี้ยๆ ที่แทรกอยู่บนกำแพงสูง ถูกพุ่มหญ้าสูงบดบังไว้จนมองไม่เห็น มีกุญแจคล้องอยู่ คาดว่าคงผ่านกาลเวลามานาน
ทำให้กุญแจเสื่อมสภาพ กระทั่งสามารถง้างออกได้ง่ายๆ ทั้งสามพบทางลับด้วยความบังเอิญ เมื่อตอนที่เล่นซุกซนอยู่ภายในบริเวณนั้น ตอนโตขึ้นมาเธอกับมาริศและพี่ชายก็ไม่เคยใช้ทางลัดอีกเลย เพราะทั้งสามผ่านวันเวลาแห่งความสนุกซุกซนมาแล้วนั่นเอง

หญิงสาวค่อยๆ ปั่นจักรยานไปตามริมถนน เธอตั้งใจจะไปหาซื้อของกินเล่นเพื่อคลายเครียด กล้วยทอดไร้น้ำมันของป้ามุก หรือว่าขนมเทียนของป้านวลก็ยังดี ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะไปถึงจุดหมาย
จู่ๆ รถตู้สีดำติดฟิล์มหนาก็วิ่งปราดมาจอดข้างเธอ หญิงสาวตกใจ หักจักรยานหลบจนล้มลงข้างทาง พอคนในรถเปิดประตูรถออกมา ปากที่กำลังจะอ้าเพื่อต่อว่าก็ค้างคา ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง

ชายสองคนพรางใบหน้าด้วยหมวกไอ้โม่งสีดำ กระโจนเข้ามาฉุดเธอเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสำเหนียกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่ทันที่เนตรลดาจะดิ้นรนขัดขืนและกรีดร้อง ผ้าในมือของหนึ่งในสองก็โปะเข้าหน้าเธอแทบจะทันที แล้วทุกอย่างก็พร่าพราย มืดมิดไม่เหลือแสงสว่างใดๆ ให้เป็นความหวัง

 

คุณนัชคะ คุณเนตรหายไป มีคนเห็นรถจักรยานล้มอยู่ข้างทาง โทร. เข้ามือถือก็ปิดเครื่องค่ะ ปกติคุณเนตรไม่เคยปิดเครื่องนะคะ
นั่นเป็นเสียงแม่บ้านโทร. มารายงานชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

หัวใจอานัชหล่นวูบลงไปยังปลายเท้า เมื่อคืนเขายังแอบจูบเธออยู่เลย แล้วตอนนี้เธอหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับเนตรลดากันแน่ การทิ้งจักรยานไว้ข้างทางไม่ใช่วิสัยของคนปกติ นอกเสียจะมีเรื่องรีบร้อนจนต้องทิ้งไปอย่างนั้น

เดี๋ยวผมจะออกไปตามเขาบอกอย่างร้อนใจ ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะก้าวออกจากห้อง โทรศัพท์บนโต๊ะของเขาก็ดังขึ้น

ตอนนี้ภรรยาของคุณอยู่กับผม ฟังดีๆ นะถ้ายังอยากได้ภรรยากลับคืน แบบครบสามสิบสอง...” มันเว้นช่วงไว้ให้หัวใจชายหนุ่มเต้นระทึกอย่างหวาดหวั่น

ว่ามาสิ...แกต้องการอะไร!” อานัชพยายามใจเย็น บังคับน้ำเสียงให้นิ่งเรียบ

เงินสดหกแสนบาท บอกไว้ก่อนว่าห้ามแจ้งตำรวจหรือบอกใครทั้งนั้น เพราะนี่ไม่ใช่การจับตัวเรียกค่าไถ่ แต่เป็นการแลกเปลี่ยน เพราะไอ้รุจ...พี่ชายเมียคุณติดหนี้เรา แล้วชิ่งหนีเข้ากรุงเทพฯ มันคงคิดว่าหนีไปแล้วทุกอย่างจะจบลง ช่างคิดอะไรตื้นๆ มันตัวคนเดียวเสียที่ไหน น้องสาวมันก็ยังอยู่ทั้งคน แถมยังมีผัวรวยอีกต่างหาก ไม่น่าโง่หนีไปให้น้องสาวเดือดร้อนเลย

บอกสถานที่มา!” อานัชไม่อยากฟังหมอนั่นพล่ามให้ยืดยาว ในใจเขานึกห่วงหญิงสาวที่ถูกจับตัวไปเท่านั้น ภาวนาของอย่าให้พวกมันทำร้ายเธอ แม้เพียงปลายผมเขาก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เขาสัญญาเลยว่าจะทำทุกอย่างให้พวกมันชดใช้

ปลายสายบอกสถานที่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งบนเขา ไกลจากจันทร์ดาวรีสอร์ตไม่มาก นั่นแสดงว่าเขาต้องไปเอาเงินในตู้เซฟที่บ้านพัก ก่อนเดินทางไปตามจุดนัดหมาย

ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายที่เพิ่งบอกเลิกจ้างนักสืบเอกชน ซึ่งเขาว่าจ้างให้ติดตามเนตรลดาทุกครั้งที่ออกจากรีสอร์ตเมื่อวานนี่เอง เพราะไม่อยากให้คนนอกมารับรู้เรื่องความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างเนตรลดากับมาริศมากเกินไป ทั้งที่เขาต้องการแค่ว่าเธอติดต่อใครบ้าง เพื่อมาโยงกับการที่เขาถูกลอบทำร้ายในวันนั้น มากกว่าจะมารับรู้เรื่องความสัมพันธ์ลึกเร้นของหญิงสาวกับเพื่อนหนุ่มคนสนิท ถึงตอนนี้อานัชยังสับสน แม้หญิงสาวจะไม่ปฏิเสธ ท่าทางแววตาสีหน้าเธอกลับบอกบางสิ่งบางอย่างแก่เขา ทั้งความเสียใจปวดร้าวที่อานัชสัมผัสได้จากแววตาเศร้าโศกของเธอในวันนั้น

ผมบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าเงินแค่หกแสนมันน้อยนิดมาก หากนี่คือการใช้หนี้ที่จารุจสร้างไว้ผมก็ยินดี แต่ห้ามแตะต้องภรรยาผม แม้เพียงปลายเล็บผมก็จะเล่นงานพวกคุณกลับให้สาสม!” ชายหนุ่มเอ่ยหนักแน่นจนคนฟังนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับมา

ผมไม่ทำอะไรเมียคุณหรอก ทางใครทางมัน บังเอิญว่าพี่ชายเมียคุณมันตัดทางมาชนกับทางคุณกับเมียพอดี เรื่องมันก็เลยกลายเป็นแบบนี้

ผมเข้าใจ และก็หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เพราะผมแค่ต้องการภรรยาผมคืนกลับมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น ส่วนเรื่องเงินผมยินดีจ่ายอย่างเต็มใจ

ยังงั้นก็ดี เพราะทางผมก็ไม่อยากมีปัญหากับใครอยู่แล้ว” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #152 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 19:19
    แวะมาพิสูจน์อักษรให้ค่ะพี่สาว

    อยู่นานได้ > อยู่นาน
    ความอาหาร > อาหาร
    ก็ก้าวเขามา > ก้าวเข้ามา
    ยังงี้ > อย่างนี้ ดีกว่านะคะ
    ออกมาลืมตัว > ออกมาอย่างลืมตัว
    มั๊ยล่ะ > มั้ยล่ะ
    ซาดิสต์ > ซาดิสม์
    บ้างมั๊ย > บ้างไหม
    เรียวปากยังปากนุ่ม > เรียวปากนุ่ม
    เครื่องสำองค์ > เครื่องสำอาง
    แต่ก็ทั้งหมด > แต่ก็ไม่ทั้งหมด
    แข้งอ่อนแรง > แข้งขาอ่อนแรง
    จึงปั่นจักรยานออกไปเล่น > จึงออกไปปั่นจักรยานเล่น
    ยังให้รู้สึก > ยังให้ความรู้สึก
    แห่งสนุกซุกซน > แห่งความสนุกซุกซน

    เจอแค่นี้ค่ะ 
    #152
    0