เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 5 : ตบ-จูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ก.ย. 52

บทที่ 5

 

เนตรลดากลับมาถึงบ้านพักในเวลาหกโมงครึ่ง เจอกับพี่ชายซึ่งกำลังรีบร้อนจะออกจากบ้าน เย็นวันศุกร์ส่วนใหญ่จารุจจะเข้าตัวเมืองทุกสัปดาห์ โผล่หน้ามาอีกทีก็เย็นวันอาทิตย์ หรือไม่ก็เช้าวันจันทร์โน่นเลย ชายหนุ่มที่ยังรักสนุก มีความสุขกับเพื่อน ผู้หญิงและปาร์ตี้ บางครั้งก็เผลอเข้าไปในสถานที่ต้องห้าม ซึ่งคราวก่อนจารุจพลาดที่แก้วขวัญดันไปเห็นเข้า หากชายหนุ่มไม่รับปากกับแก้วขวัญว่าจะเลิกกับปิ๋ม ป่านนี้น้องสาวคนเดียวของเขา ก็คงได้เสียน้ำตาให้กับความประพฤติอันเหลวไหลของเขาอีกครั้งแน่

พี่ไปนะ ชายหนุ่มคว้าตัวน้องสาวมาจุ๊บแก้ม ก่อนเดินตัวปลิวไปยังโรงจอดรถ

หญิงสาวมองตามรถของพี่ชาย ที่แล่นหายออกจากประตูอย่างนึกกังวล หญิงสาวรู้ว่าจารุจ โตพอที่จะแยกแยะสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ โดยเฉพาะบทเรียนจากบิดา แต่เธอไม่ไว้ใจผีการพนันที่สิงอยู่ในใจของพี่ชาย หญิงสาวรู้ซึ้งถึงพลังชั่วร้ายของมันจากบิดาของเธอ แม้ท่านจะพยายามเลิกหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งสูญเสียจันทร์ดาวรีสอร์ตให้ชายหนุ่มที่เนตรลดาพยายามวิ่งหนีอย่างอานัช หญิงสาวจึงหวังว่าพี่ชายจะเข้มแข็งพอที่จะเอาชนะปีศาจร้าย ก่อนที่มันจะทำลายชีวิตของเขา

 เนตรลดาเดินเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น เปิดทีวีดูข่าว กระทั่งสองทุ่มครึ่ง จึงสั่งให้แม่บ้านตั้งโต๊ะอาหารค่ำ เนตรลดาทานข้าวไปเพียงไม่กี่คำ ร่างสูงของผู้ชายที่หายจากบ้านไปหลายวันก็ก้าวเข้ามาในบ้าน ร้องเรียกให้เด็กรับใช้ตักข้าวให้

คุณนี่เย็นชาจริงๆ เลยนะ สามีกลับบ้านก็ไม่ทักทายเลยสักคำ พอนั่งลงตรงข้ามเธอ ก็เอ่ยด้วยวาจารวนๆ เนตรลดาตวัดสายตามอง สบตาคมเข้มของเขาอย่างไม่ยี่หระ

ยังงั้นเหรอคะ ทั้งสีหน้าและแววตาเย็นชาของเธอ ทำให้ชายหนุ่มเยาะหยันตัวเอง ที่เลือกผู้หญิงที่ไม่มีใจต่อเขาเลยสักนิด แถมเธอยังมีคนอื่นให้เห็นตำตาตำใจอีก

เวลาที่ผมเห็นคุณอยู่กับคนอื่น คุณก็ดูร่าเริงช่างคุยนี่นะอานัชรู้ว่าจริงๆ แล้วเนตรลดาไม่ใช่คนเย็นชาอะไร เธอสดใสร่าเริงจนดวงตาเรียวกว้างสวยงามไม่ต่างจากดอกไม้บาน สมกับความหมายชื่อของเธอ แต่นั่นในยามที่เธออยู่กับคนอื่น ไม่ใช่อยู่กับเขา...

คนอื่น... หญิงสวนทวนคำ จึงได้เห็นรอยยิ้มเหยียดที่มุมปากของชายหนุ่ม ในขณะดวงตาคมกว้างก็หรี่มองเธออย่างยียวน

อ๋อ...ลืมไป ผู้กองมาริศไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน

ช้อนที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากชะงัก สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเสียงเรียบนิ่งจะเป็นคนอื่นได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเขาเป็นเพื่อนของฉัน

เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว หรือว่า...เพื่อนนอน

ความอดกลั้นของเนตรลดาสิ้นสุดลงแค่นี้ หญิงสาวผุดลงจากเก้าอี้ เดินลิ่วเข้าขึ้นชั้นบน ตรงเข้าไปในห้องนอนทันที เนตรลดาไม่เข้าใจเลยว่าเขาเป็นบ้าอะไรถึงพูดจาหยาบคายกับเธอ การถูกแทงในวันนั้นส่งผลกระทบกระเทือนต่อสมองหรืออย่างไร ทำไมเขาดูผิดเพี้ยนไปจากเดิมมากมายขนาดนี้เชียวหรือ เมื่อก่อนถึงเธออาจจะไม่ได้ชอบชายหนุ่ม เพราะรังเกียจที่เขาฉวยโอกาสยื่นข้อเสนอบ้าๆ กับบิดา เพื่อบีบบังคับให้เธอจดทะเบียนด้วย แต่ตอนนี้เนตรลดารู้สึกเกลียดนิสัยหยาบคายไร้มารยาทของเขาที่สุด!

หญิงสาวเดินออกมายังระเบียงห้อง ทอดสายตาไปยังผืนฟ้ากว้างไกล ดวงดาวก็ยังคงพราวกระจ่าง จันทราก็ยังทอแสงนวลตา สายลมยังหอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลดอกไม้มาฝาก และลูบไล้เนื้อตัวให้เย็นชื่นเหมือนเช่นทุกคืน ทว่าในใจของเธอเหมือนมีกองเพลิงเล็กๆ สุมอยู่ แม้ไม่ขนาดแผดเผาให้มอดไหม้ แต่ก็ว้าวุ่นยากจะปัดเป่าให้สงบลงได้ และไม่คิดเลยว่าอานัชจะเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกนั้นได้

เนตรลดายืนเหม่อลอยอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ แช่น้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายและหัวใจคงคลายความรู้สึกหนักอึ้งในอกลงบ้าง แต่เสียงกุกกักหน้าห้องทำให้เธอรีบล้างตัว คว้าเสื้อคลุมมาสวมใส่ เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนอน เธอก็ไม่เห็นใครนอกจากกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนตียงนอน เมื่อเดินไปใกล้ หญิงสาวตัวชาวาบ ก่อนความร้อนระอุจะแล่นปราดไปทั่วหัวใจ เนตรลดาคว้ากระดาษแผ่นนั่น แล้วกำแน่นจนเส้นเอ็นข้อมือปูดโปน ความเกรี้ยวโกรธที่ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอก้าวอาดๆ ออกจากห้องนอน เดินลิ่วไปยังห้องข้างๆ ไม่มีการเคาะใดๆ ทั้งสิ้น เธอเปิดผลัวะเข้าไปด้วยแรงอารมณ์

ดูเหมือนชายหนุ่มจะรอเธออยู่เช่นกัน จึงหันมามองเธอแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก เนตรลดาเดินมาหยุดตรงหน้า ขยำกระดาษให้เป็นก้อนกลมแล้วปาใส่หน้าเขาเต็มแรง

คุณให้คนสะกดรอยตามฉันเหรอ มันเกินไปแล้วนะ!” เธอกรีดเสียใส่อย่างหมดความอดกลั้น

ถ้าไม่ทำแบบนั้น แล้วจะรู้เหรอว่าคุณกำลังสวมเขาให้ผมอยู่ หากดวงตาเขาเป็นของมีคม ก็คงฉีกทึ้งร่างกายเธอจะขาดวิ่นไปแล้ว เพราะมันทั้งเชือดเฉือนและดูแคลน

นอกจากคุณจะไม่เคารพสิทธิส่วนตัวของฉันแล้ว คุณยังเป็นคนโง่เขลา ที่เห็นภาพแค่นี้ แล้วตัดสินใจว่าฉันสวมเขาให้คุณ!” เนตรลดาแผดเสียงใส่ไม่ยั้ง ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยโทสะ

ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก หลับตาลงอย่างอดกลั้น ก่อนลืมโพลงวาวโรจน์ราวลูกไฟ ใช่...ผมโง่เขลาที่คิดว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่ดีกว่านี้!”

ใช่...ฉันมันไม่ดี งั้นก็หย่าไปเลยสิ...ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่กับคุณเสียหน่อย!” หญิงสาวจ้องตาเขาอย่างท้าทาย ความเย็นชาที่เขาได้เคยสัมผัสจากหญิงสาวมาตลอด เวลานี้ดูเหมือนจะมลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงลาวาอันพวยพุ่งที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างที่อยู่ขวางหน้า

อยากหย่ากับผม เพื่อไปมีความสุขกับหมอนั่นอย่างเปิดเผยสินะ ผมจะบอกอะไรไว้ให้อย่างนะ ให้ผมตายก่อนเถอะ คุณถึงจะได้อิสระ และบอกไว้ก่อนนะคนอย่างผม อาจจะโง่เขลาที่มองคนอย่างคุณผิดไป แต่ผมไม่โง่พอที่จะไม่เก็บเกี่ยวสิ่งที่ผมลงทุนไป จบประโยคอานัชก็คว้าร่างบางโปร่ง ที่มีเสื้อคลุมเพียงตัวเดียวห่อหุ้มตัวเข้ามาอยู่ในวงแขน หญิงสาวดิ้นรนและสะบัดตัวอย่างแรง แต่ไม่อาจหลุดพ้นวงแขนแข็งแกร่งของเขาไปได้ กลับทำให้สาบเสื้อคลุมแยกออกจากกันเผยเนินอกอิ่ม และยังเบียดบดกับอกกว้างตึงแน่นของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น

ปล่อยฉันนะ!” นอกจากเขาจะยังไม่ปล่อย ริมฝีปากหยักสวยกลับฉกลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มนุ่มของเธอ ปากร้อนรุ่มของเขาบดเบียดดุดันรุนแรง หญิงสาวทุบทึ้งเขาอย่างหวาดกลัว แต่เหมือนการโยนก้อนหินลงน้ำ ยิ่งก้อนใหญ่เท่าไหร่ วงกระเพื่อมก็ยิ่งกว้างมากขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้เขาผลักร่างบางของเธอลงกับที่นอน ก่อนตามลงไปทาบทับอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ของเขากุมมือเล็กทั้งสองข้างของเนตรลดาไว้เหนือศีรษะ จ้องมองใบหน้าสวยใสของหญิงสาวอย่างหยามหยัน

เขาคงนุ่มนวลกับคุณมากสินะ แล้วชายหนุ่มก็ได้น้ำลาย ที่พ่นออกมาจากปากบวมเจ่อรดหน้าหล่อเหลาเป็นรางวัลตอบแทน

อานัชบดกรามจนเป็นสันนูน จากนั้นก็ก้มหน้าที่เปื้อนน้ำลายลงเกลือกกลิ้งกับใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ของเธอ ชายหนุ่มรู้สึกเย็นลงเมื่อหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างแข็งแกร่งของเขาพยายามเบี่ยงหน้าหนี

แม้แต่น้ำลายตัวเองยังรังเกียจ อานัชยิ้มเยาะ รู้สึกสะใจที่เอาคืนเธอได้บ้าง

คนทุเรศปล่อยฉันนะ!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา

ไม่ปล่อย...เขากระซิบตอบท้าทาย

คุณเป็นได้แค่นี้แหละ ฉวยโอกาส ไม่เป็นลูกผู้ชาย แม้แต่จะทำให้ผู้หญิงแต่งงานด้วยก็ยังต้องบีบบังคับ ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางเลือกให้ คุณมันแย่ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็ไม่มีวันรักคุณเด็ดขาด!”

ใครจะสนล่ะ...จริงอยู่เมื่อก่อนผมอยากให้คุณรัก แต่ตอนนี้ผมไม่แล้ว สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้คือร่างกายคุณ เพื่อตอบสนองอารมณ์ใคร่เท่านั้นก็พอ!” แล้วปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดปาก ที่เตรียมจะบริภาษเขาอย่างรุนแรง แถมมือที่เหลืออีกข้าง ก็ลูบเข้าไปใต้เสื้อคลุมสัมผัสผิวเนื้อเนียนนุ่ม ความหวานจากเรียวปากอิ่ม ทำให้ความกรุ่นโกรธของชายหนุ่มจางลงอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วริมฝีปากหยักสวยก็จูบเธออย่างอ่อนโยน นำความอ่อนหวานอบอุ่นมาลูบไล้ความรู้สึกของหญิงสาว กระทั่งร่างกายเธอหยุดดิ้นรนขัดขืน และเผลอไผลกับสัมผัสของเขา กระทั่งเปิดเรียวปากต้อนรับจุมพิตเขาอย่างลึกซึ้ง

ความไร้เดียงสาที่เธอแสดงออกมากระตุกหัวใจชายหนุ่ม นี่น่ะหรือคือร่างกายของผู้หญิงที่คุ้นเคยกับรสเสน่หามาก่อน แค่จูบ กับฝ่ามือที่ลูบไล้ เรือนร่าง เธอถึงกับสั่นสะท้านไหว ราวกับดอกไม้ที่เหน็บหนาวในสายฝน

ไม่...เขาไม่ต้องการความรู้สึกที่พิเศษเช่นนี้ เขาแค่ต้องการระบายอารมณ์ เรียกร้องสิทธิ์ในความเป็นสามีของเขาเท่านั้น ชายหนุ่มรีบผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว อย่างกับร่างของเธอเป็นกองไฟ ที่เขาไม่อยากพลัดหล่นลงไปให้มอดไหม้ เนตรลดาหายใจหอบแรง  มึนงงอยู่ชั่วครู่เมื่อสมองรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงลุกขึ้นนั่ง

ให้ตายเถอะ...อยู่ๆ ผมก็นึกรังเกียจคุณขึ้นมาทันที เมื่อคิดได้ว่าคุณกับหมอนั่นทำเรื่องแบบนี้ จบประโยคใบหน้าของเขาก็ถูกฟาด ด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของหญิงสาว ที่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและความวาบหวิวที่ก่อตัวขึ้นจากสัมผัสของเขา ใบหน้าเธอซีดจัดไม่ต่างจากหิมะ ปากอิ่มที่แดงปลั่งเพราะถูกบดจูบอย่างดุดันเม้มจนเป็นเส้นตรง นั่นไม่เท่ากับดวงตาเรียวกว้างเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำ ที่จ้องมองเขาอย่างเจ็บปวด กดหัวใจชายหนุ่มให้ไหววูบ สั่นคลอนความรู้สึกที่มีก่อนหน้านั้น

ใช่...ฉันน่ารังเกียจ ทีหลังอย่ามาแตะต้องฉันอีก!” ก่อนน้ำตาจะหยาดรินออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง หญิงสาวก็ลุกพรวดออกจากห้องชายหนุ่มอย่างรีบร้อน พอถึงห้องพักตัวเองเนตรลดาก็ทุ่มตัวลงนอน สะอื้นไห้อย่างปวดร้าว นอกจากเธอจะโกรธเขาแล้ว เนตรลดายังโกรธตัวเองที่หวั่นไหวจนเผลอคล้อยตามกับสัมผัสของเขาอีกครั้ง เธอชิงชังเขามิใช่เหรอ แล้วเหตุใดจึงเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสจาบจ้วงหยาบคายของเขาได้ หรือว่าจริงๆ เธอไม่ได้ชิงชังเขาเลย ไม่นะ...มันไม่มีวันเป็นไปได้ ที่เธอหวั่นไหวกับสัมผัสของเขา เพราะเขาจัดเจนเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้  และเธอก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ที่ยังต้องรู้สึกรู้สากับเรื่องพรรค์นั้น

 

...มันก็แค่ความรู้สึกอันเป็นธรรมชาติ ที่ถูกกระตุ้นจากเพศตรงข้าม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น หญิงสาวหาเหตุผลให้กับอารมณ์ตัวเองสรรพเสร็จ ราวกับกลัวว่าจะมีใครสักคนยัดเหยียดบางอย่างที่มากกว่านั้นให้

 

เมื่อมาถึงร้านอาหารที่เป็นจุดนัดพบเพื่อนสนิท ซึ่งเลยเวลานัดหมายมาเกือบชั่วโมง เนตรลดาก็เห็นมาริศกับแก้วขวัญกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย หญิงสาวยิ้มแหยๆ ทักทายทั้งสอง

ขอโทษนะ ตื่นสายไปหน่อย

ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเนตรจะตื่นสายได้พอฟังคำพูดของเพื่อนแล้ว แก้วขวัญรู้สึกประหลาดใจ เพราะปกติเนตรลดาเป็นคนชอบนอนตื่นเช้าเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด

เมื่อคืนอ่านหนังสือเพลินไปหน่อย โกหกอย่างไม่เนียนนัก ด้วยตาเรียวกว้างที่ประดับด้วยแพขนตาหนางอน นั้นหลุบต่ำเลี่ยงสายตาจับผิดของแก้วขวัญ

นอนดึกเพราะอ่านหนังสือ หรือว่าทำอย่างอื่นกันแน่ฮึเนตร บอกมาเสียดีๆ คำเย้าแหย่อย่างมีนัยยะของแก้วขวัญ ทำให้แก้มนวลปลั่งของเนตรลดาแดงระเรื่อ มีผลให้มาริศชะงักจากอาหารตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาหม่นวูบ

ทำอะไรล่ะ อย่ามาพูดจาไร้สาระกับฉันนะยัยแก้ว อ้าวกินเข้าไปจะได้หยุดพล่ามเสียที เนตรลดาตักอาหารในจานของแก้วขวัญ ใส่ปากอีกฝ่ายคำโต จนแก้วขวัญต้องรีบเคี้ยว

แต่ท่าทางเนตรมีพิรุธนะ สงสัยเราจะมีหลานกันเร็วๆ นี้แล้ว พอเคี้ยวและกลืนอาหารลงคอเรียบร้อยแล้ว แก้วขวัญก็ยังสนุกที่จะได้ยั่วเย้าเพื่อนรักต่อ

นี่แก้ว...ถ้ายังไม่เลิกพูดเรื่องบ้าๆ เนตรจะกลับนะ!” หญิงสาวเล่นไม้ขู่ เธอไม่อยากได้ยินอะไรที่มันแสลงใจเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก แม้สักคำเดียวเธอไม่อยากฟัง เพราะมันยอกแสยงในอกจนแสบร้อนไปหมด

โถ...เนตรหยอกนิดหยอกหน่อยก็ไม่ได้ เอ่อ...ว่าแต่คุณนัชว่าไงบ้างเรื่องที่เป็นข่าวกับริสาเธอไม่อยากให้มาริศหงุดหงิดมากกว่าเดิม จึงเบนเรื่องไปเรื่องอื่น เพราะแก้วขวัญรู้ว่าเพื่อนหนุ่มยังตัดใจจากเนตรลดาไม่ได้ แต่เธอก็หวังว่ามาริศจะทำได้ในเร็ววัน เพราะท่าทางอานัช ไม่น่าจะยอมปล่อยเพื่อนสาวของเธอหลุดมือแน่นอน

แก้ว!” คนที่ร้องขึ้นกลับเป็นมาริศ ดวงตาที่มีแววร่าเริงเป็นนิตย์ เข้มดุจนแก้วขวัญนึกผวา

เออๆ ไม่พูดถึงเขาก็ได้ กินๆ เข้าจะได้ไปดูหนังเสียที แก้วขวัญตัดบทเสียเอง แม้ในใจจะนึกขวางมาริศที่แสดงท่าทางไม่พอใจ ในเรื่องที่เธอเอ่ยถึงอานัช ...ไอ้เพื่อนคนนี้อยากจะแอบรักเมียชาวบ้านไปจนวันตายหรือไง

เนตรลดาหันไปมองใบหน้าเครียดขรึมของเพื่อนหนุ่ม แล้วเธอตักอาหารใส่จานให้เขาอย่างเอาใจ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลงถูกจับตามองจากผู้ชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆ เพียงไม่กี่นาที

ทุกความรู้สึกของมาริศมีผลต่อเนตรลดาเสมอ เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของเธอ เนตรลดาโทษตัวเองเสมอมาที่ทำให้มาริศวาดหวังในคำสัญญา ว่าเธอจะแต่งงานกับเขา หากอายุสามสิบแล้วเธอยังไม่มีใคร เพราะความอ่อนแอและเจ็บปวดกับความรักในครั้งนั้น ทำให้เธอพูดโดยไม่ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร ในเวลานี้มาริศก็ยังรักเธออยู่เต็มหัวใจ จึงไม่อาจทนฟังแก้วขวัญเอ่ยถึงเรื่องราวทำนองนั้นระหว่างเธอกับอานัชได้ และหากเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน...มาริศคงเจ็บปวด

เนตรลดาจดจำได้ ในวันที่เธอบอกเรื่องการจดทะเบียนสมรสกับอานัช มาริศเสียใจมาก ก่นด่าตัวเองที่ไม่มีเงินมากพอจะชดใช้หนี้ธนาคารให้ครอบครัวเธอ มาริศเป็นเพียงชายหนุ่มที่มีเงินเดือนพอเลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีสมบัติหรือมรดกหลายร้อยล้านเหมือนผู้ชายจอมฉวยโอกาสคนนั้น! ไม่ว่าเธอจะปลอบใจอย่างไร มาริศก็ไม่หายเศร้าโศก และเขาก็บอกกับเธอเพียงว่าเนตรอย่าลืมสัญญาของเรานะ

เนตรลดาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ร้องไห้ เธอหลั่งน้ำตาให้กับความเศร้าของเพื่อนหนุ่ม และให้กับความเสียใจที่เธอพูดอะไรพล่อยๆ ไปวันนั้น ด้วยรู้ดีถึงเธอจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับอานัช และไม่ว่าชีวิตเธอจะมีใครหรือไม่มีก็ตาม เนตรลดาก็ไม่อาจแต่งงานกับมาริศได้ เพราะเธอไม่คิดว่าจะรักมาริศในแบบอื่นได้ นอกจากคำว่าเพื่อนรักเท่านั้น

ครั้นทานมื้อเที่ยงเสร็จ ทั้งสามก็ตรงไปยังโรงหนังที่แก้วขวัญจองตั๋วไว้แล้ว เป็นหนังแอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด ความสนุกของภาพยนตร์ทำให้เนตรลดาดูอย่างตั้งใจ แม้พระเอกจะเก่งเว่อร์ไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังสะดุดและสนุกน้อยลง พอออกจากโรงหนังแก้วใจก็คุยด้วยสีหน้าระรื่น

พระเอกโครตหล่อเลยอ่ะ หุ่นงี้แมนจริงๆ อยากได้อ่ะ

เนตรลดากับมาริศหัวเราะขำกับประโยคก๋ากั๋นของแก้วขวัญ รายนี้คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น ไม่มีเกลาประโยคให้ดูนุ่มนวลหรือรื่นหูเป็นกุลสตรี ยิ่งกับเพื่อนสนิทแล้วหายห่วงเลย

อายปากบ้างนะแก้ว เนตรลดามือไปบิดแขนเพื่อนสาวอย่างมันเขี้ยว 

นั่นพี่รุจนี่นา เสียงร้องของมาริศทำให้เนตรลดากับแก้วขวัญหันไปตามสายตาของมาริศ เห็นร่างสูงของจารุจกำลังโอบบ่าหญิงสาวเปรี้ยวจี้ดคนหนึ่ง เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวตัวสั้นแนบตัวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นจุ๊ดจู๋ กำลังชี้ชวนกันดูโทรศัพท์มือถือในร้านไม่ไกลจากคนทั้งสาม

แก้วขวัญเดินลิ่วไปหาคนทั้งสองทันที ทำให้เนตรลดากับมาริศหันมามองหน้ากันอย่างไม่ตั้งใจ

พี่รุจ!” เสียงแว้ดขึ้นจากเบื้องหลัง ทำให้หนุ่มเจ้าสำราญยืนนิ่งตัวชา พอหันมาเจอแก้วขวัญ เขาก็ทำตาเบิ่งค้าง มือที่โอบบ่าคู่ควงหล่นลงมาแทบจะทันที ส่วนหญิงสาวข้างกายของเขาก็มีอาการแปลกใจ ที่เห็นเพื่อนร่วมงานมายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงหน้า

แก้ว... ชายหนุ่มครางเสียงแผ่ว ใบหน้าซีดเผือด เมื่อเหลือบไปเห็นน้องสาวเดินเคียงคู่มากับมาริศ

ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่ เนตรลดาเอ่ยทักทายพี่ชาย ที่เธอไม่เข้าใจเลยว่าแค่บังเอิญมาเจอเธอกับเพื่อนสนิททั้งสอง ทำไมต้องทำหน้าซีดเหมือนเห็นผีแบบนั้น ครั้นปรายตาไปทางแก้วขวัญ ก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก เมื่อเห็นความโกรธกรุ่นกระจายออกมาจากสีหน้าและแววตาของอีกฝ่าย

เอ่อ...พี่...ไปก่อนนะ จารุจเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก มองสบตาแก้วขวัญอย่างขลาดๆ แล้วรั้งแขนหญิงสาวข้างกายให้เดินไปจากตรงนั้น

แก้ว...เป็นไรว่ะ ท่าทางเหมือนอยากจะฆ่าพี่รุจกับผู้หญิงคนนั้น มาริศถามขึ้น

นั่นสิ...มีอะไรกันหรือปล่าเนตรลดาหันมามองเพื่อนสาวอย่างต้องการคำตอบ

ยัยนั่น ชื่อปิ๋ม ทำงานที่เดียวกับฉัน และยัยคนนี้แหละที่มายุ่งกับแฟนฉันน่ะ

อ้าวเหรอ...แต่ไหงมาควงพี่รุจล่ะมาริศถามขึ้น

นั่นแหละที่ฉันโมโหอยู่ตอนนี้!”

ตกลงแกโมโหที่ยัยคนนั้นมายุ่งกับแฟนแก หรือว่าโมโหที่เขาควงกับพี่รุจมาริศถามออกไปตรงๆ

ทั้งสองอย่างนั่นแหละ!”

อ้าว!” ไม่ใช่เฉพาะมาริศหรอกที่ร้องขึ้น เนตรลดาเองก็เช่นกัน ท่าทางของพี่ชายกับแก้วขวัญ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ดูมีลับลมคมนัย หวังว่าทั้งสองคนนี้คงไม่แอบคบกันหรอกนะ ถ้าแก้วขวัญจับพลัดจับพลูเป็นพี่สะใภ้เธอล่ะก็ ชีวิตของเนตรลดาคงหาความสงบยาก เพราะแก้วขวัญเป็นตัวป่วนดีๆ นี่เอง แต่เอ...จะว่าไปท่าทางแสบเฮี้ยวอย่างแก้วขวัญน่าจะปราบพี่ชายเธอได้บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง แก้วขวัญกับพี่ชายเธอรักใคร่กันเหมือนพี่น้องมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว... เราคงคิดมากไปเอง

 

คืนนั้นเมื่อแก้วขวัญกลับมาถึงบ้าน หลังจากเดินช้อปปิ้งกับเพื่อนทั้งสองอย่างหนำใจ เธอก็เห็นร่างสูงมาดักรออยู่ที่หน้าบ้าน ท่าทางกระวนกระวายของเขาทำให้ใจเธอเดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที แหม...ทีอย่างงี้ล่ะรีบแจ้นมาหาเลยนะ สงสัยกลัวว่าเธอจะบอกเรื่องนั้นกับเนตรลดา คนไม่รักษาสัญญามันน่าจะโดนเล่นงานเสียจริงๆ

แก้ว... จารุจทอดเสียงอ่อน หวังละลายใจแก้วขวัญให้เย็นลง แต่หญิงสาวกลับเดินผ่านหน้าเขาไปเปิดประตูเล็ก โดยไม่สนใจจารุจที่เดินตามหลังมา ใบหน้ากลมที่จารุจเคยล้อว่าเป็นลูกซาลาเปานั้นบึ้งตึง

แก้ว...มาคุยกันตรงนี้ก่อน จารุจดึงแขนแก้วขวัญให้มาหยุดที่ม้านั่งตรงเฉลียงบ้าน เขายังไม่อยากเข้าไปคุยกับเธอในบ้าน ให้พ่อกับแม่ของหญิงสาวเอะใจว่าเขากับเธอมีเรื่องมีราวอะไรกันอยู่ พ่อแม่ของแก้วขวัญรู้จักกับครอบครัวของเขามานาน และทั้งสองก็พอจะล่วงรู้นิสัยชอบเล่นการพนันของเขาอยู่บ้าง จารุจไม่อยากโดนเล่นงานอีกทาง แค่แก้วขวัญคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว

แก้วไม่มีอะไรจะคุยกับพี่รุจแล้วหญิงสาวพูดเสียงสะบัด ใบหน้าก็ยังบูดบึ้ง

บอกเนตรหรือยังถามเสียงอ่อยๆ

ยัง...วันนี้แก้วกับเนตร และริศมาเที่ยวกัน แก้วเลยไม่อยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปใส่สมองเนตร ไว้วันหลังแก้วจะแวะเข้าไปที่รีสอร์ต แล้วค่อยบอกเนตรก็ได้หญิงสาวพูดแล้วก็ส่งค้อนเขาไปด้วย

แก้ว...อย่าบอกนะ วันนี้พี่บอกเลิกปิ๋มไปแล้วชายหนุ่มละล่ำละลักบอก

เลิกอะไร...เลิกผ้าหรือเปล่าแก้วขวัญทำหน้าเหมือนรู้เท่าทัน

โถ...แก้วจริงๆ นะ พี่เพิ่งบอกก่อนที่จะมาหาแก้วนี่เองเขายืนยันหน้าตาจริงจัง

อ๋อ...หลังจากเลิกผ้ากันแล้ว ก็บอกเลิกรา แก้วขวัญย้อนด้วยสีหน้ารวนๆ

แก้ว...ปากคอเราะร้ายเกินไปแล้วนะ จารุจอดไม่ได้ที่จะต่อว่า

ก็แน่นอน แก้วไม่ได้ปากหวานร่านเสน่หาเหมือนยัยปิ๋มนี่นา!”

ไปโกรธแค้นอะไรเขานักหนา เขายังไม่ได้มีอะไรกับแฟนแก้วไม่ใช่เหรอ

ใช่...ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่แม่นั่นกำลังพยายามอยู่ แต่คงยากเพราะคุณภีมไม่ได้ตาถั่วบ้าตัณหาเหมือนผู้ชายบางคน!”

ชายหนุ่มทำหน้าบูด มองแก้วขวัญอย่างเข่นเขี้ยว นี่ถ้าไม่อยู่ในการต่อรองเรื่องที่เขาเข้าบ่อนเมื่อก่อน จารุจได้เล่นงานคนปากจัดแน่ๆ แต่จะเล่นงานแก้วขวัญยังไง จารุจก็ยังคิดไม่ออก ตอนเป็นเด็กชายหนุ่มจะเล่นงานเธอด้วยการแกล้งเอาหมากฝรั่งติดผม โยนจิ้งจกไส้เดือนใส่บ้าง แต่ตอนนี้แก้วขวัญโตเกินกว่าจะกลัวการกลั่นแกล้งแบบนั้นแล้ว

เอ...หรือว่าจะแกล้งให้นายภีมนั่นเข้าใจผิดว่าเขาเป็นกิ๊กของเธอ เอ...ความคิดนี้เข้าท่านะ เอาไว้มีโอกาสก่อนเถอะ เขาจะเอาคืนแก้วขวัญ คอยดูยัยตัวยุ่ง จะทำให้วิ่งพล่านเชียวล่ะ!

นะแก้วอย่าบอกเนตร พี่เลิกกับปิ๋มจริงๆตอนนี้เขาคิดว่าการอ้อนวอนน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเขารู้นิสัยแก้วขวัญดีว่าเป็นคนปากร้ายแต่ใจอ่อน

คำพูดพี่รุจนี่แก้วเชื่อได้เหรอ

จริงๆ ถ้าพี่โกหกครั้งนี้ ขอให้พี่... ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบประโยค มือเล็กๆ ก็รีบยกขึ้นปิดปากเขาไว้

อย่าพูดอะไรพล่อยๆ นะ!” แก้วขวัญตวาด กำลังจะดึงมือกลับ แต่ถูกจารุจคว้าไว้แนบริมฝีปาก ดวงตาที่มีประกายขบขันของชายหนุ่มมองเธออย่างล้อเลียน

ไม่ยักรู้แฮะ...ว่าจริงๆ แล้วแก้วห่วงพี่ด้วย เอ...หรือว่าที่ห้ามพี่ไม่ให้คบปิ๋ม จริงๆ แล้วแก้วไม่ได้หึงแฟนตัวเองหรอก แต่ว่าหึงพี่มากกว่า หึ...แก้ว ดวงตาหรี่มองเธออย่างจับผิด แก้วขวัญพยายามสลัดมือออก แต่จารุจยังจับไว้แน่น

ปล่อยนะแก้วจะเข้าบ้านแล้ว เธอทำเสียงดุเงื้อมืออีกข้างตีไหล่จารุจ

ตอบพี่ก่อนสิ... ชายหนุ่มต่อรอง แกล้งไล้ริมฝีปากที่ฝ่ามือเธอเล่น ทำให้ใบหน้ากลมแก้มป่องร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ดีที่ว่าไฟหน้าบ้านสลัวลาง ไม่เช่นนั้นเขาเห็นแก้มแดงปลั่งของเธอแน่ๆ

แก้วไม่มีวันหึงพี่รุจหรอก ผู้ชายแบบพี่รุจไม่ใช่อย่างที่แก้วชอบเสียหน่อย!” พูดออกไปแล้วแก้วขวัญก็ได้เห็นใบหน้าคมนั้นเจื่อนลง เขาปล่อยมือเธอแทบจะทันที ดวงตาที่เป็นประกายระยับเมื่อครู่อ่อนแสงลง

ใช่สินะ...ผู้ชายแบบพี่น่ารังเกียจ บ้าการพนัน บ้าผู้หญิง!”

จารุจหมุนตัวเดินออกประตูบ้านอย่างรวดเร็ว แก้วขวัญอยากวิ่งไปดึงร่างร่างเขาไว้ มีบางอย่างที่เธออยากอธิบาย แต่ขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ มีแต่ความหนักอึ้งทับอยู่ในอก ยากที่ตัวเธอเองจะเข้าใจได้ ว่ามันคืออะไร ทำไมต้องใจหายกับคำพูดของจารุจด้วย

อ้าว...แก้วยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น ไม่เข้าบ้านล่ะ มารดาของเธอโผล่หน้ามาดู แก้วขวัญจึงเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อๆ ไม่สามารถสลัดคำพูดของจารุจออกจากความรู้สึกได้

 ............

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #176 Aksorn8888 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 13:46
    อ่านยากค่ะ
    #176
    0
  2. #149 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 00:14
    แวะมาพิสูจน์อักษรให้ค่ะพี่จูนิ

    ผิดเยอะนิดนึงน้า

    ผุดลง > ผุดลุก รึเปล่า
    คงคลาย > คลาย
    ตียงนอน > เตียงนอน
    กรีดเสีย > กรีดเสียง
    สรรพเสร็จ > เสร็จสรรพ รึเปล่า
    ยัดเหยียด > ยัดเยียด
    อ้าว > เอ้า ดีกว่า
    แก้วใจ > แก้วขวัญ
    โครตหล่อ > โคตรหล่อ
    ก๋ากั๋น > ก๋ากั่น
    เนตรลดามือ > ยื่นมือ , เอื้อมมือ
    เปรี้ยวจี้ด > เปรี้ยวจี๊ด
    กางเกงยีนส์ > กางเกงยีน
    เป็นไรว่ะ > เป็นไรวะ
    ลับลมคมนัย > ลับลมคมใน
    จับพลัดจับพลู > จับพลัดจับผลู
    ดึงร่างร่าง > ดึงรั้งร่าง

    เจอเท่านี้ค่ะ

    ไว้มาสแกนให้ใหม่นะคะ 
    #149
    0
  3. #57 ★ [ BL@CKJ@CK / VIP] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 22:17

    -*-

    ไม่ชอบไอ่พี่รุจอะไรนี่เลยอ่ะ

    รู้สึกนิสัยไม่ดี

    #57
    0
  4. #48 pixie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 01:44
    จุ๊บแก้ว(แก้ม)...คุณให้คุณ(คน)สะกดรอย...ยัง(อย่าง)กับร่างของเธอ...แก้ม(แก้วไม่มีวันหึงพี่รุจหรอก...ตรงนี้ชื่อผิดทั้ง 2 ที่เลยจ้า
    #48
    0