เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 4 : ถ่านไฟเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.ย. 52

บทที่ 4

 

ยังไม่นอนอีกเหรอ จารุจถามน้องสาวที่นั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่น ทั้งที่เวลาก็ล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มแล้ว ปกติเนตรลดาจะเข้าห้องนอนราวๆ สี่ทุ่ม

ยังไม่ง่วงเท่าไหร่ค่ะ

จารุจเดินไปนั่งข้างๆ น้องสาว มองใบหน้าหม่นหมองอีกฝ่ายอย่างเพ่งพิศ ครู่เดียวใบหน้าคมคายของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้ม

รอคุณนัชเหรอเนตร

เท่านั้นแหละเนตรลดาก็หันมามองหน้าพี่ชายตาดุ จารุจยังยิ้มละไม ยักไหล่น้อยๆ อย่างยียวน

อย่ามาพูดบ้าๆ นะพี่รุจ ว่างนักหรือไง ทำไมต้องกวนประสาทเนตรอยู่เรื่อย หญิงสาวทำเสียงเสียงหงุดหงิดพร้อมอาละวาด หากพี่ชายยังพูดไม่เข้าหูอีกครั้ง

พี่ก็ถามไปตามเรื่องทำไมต้องโมโหด้วยเล่า จารุจโอบบ่าน้องสาวไว้อย่างรักใคร่ เนตรลดาทำท่าฮึดฮัดอย่างขัดใจ

ดึกป่านนี้แล้วพี่ว่าคุณนัชคงไม่กลับบ้านแล้วล่ะ เขาคงพักที่บ้านแม่ริม

พักที่ไหนก็เรื่องของเขาสิ ขี้เกียจฟังเรื่องไร้สาระ เนตรไปนอนดีกว่า หญิงสาวลุกจากโซฟาแต่ถูกพี่ชายรั้งร่างไว้กับที่

คุยกันก่อนสิ...

เนตรไม่มีอะไรจะคุยกับพี่รุจแล้วน้ำเสียงและสีหน้ายังบูดบึ้ง

เอ่อ...เนตรวันนี้ได้คุยกับแก้วบ้างหรือเปล่าชายหนุ่มอ้อมแอ้มถาม

ก็คุยบ้าง

แก้วคุยเรื่องไรบ้างล่ะ จารุจเลียบเคียงถามด้วยท่าทีสงบ ทั้งที่ในใจร้อนรุ่ม เพราะกลัวว่าแก้วขวัญจะปูดเรื่องการเล่นพนันของเขา

ก็เรื่องทั่วๆ ไป เนตรลดาไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เพื่อนรักโทร.มาบอกเมื่อตอนกลางวัน

เรื่องทั่วๆ ไปเหรอ จารุจงึมงำ แล้วพยักหน้าน้อยๆ แสดงว่ายัยตัวดีรักษาคำพูดจริง แต่เขาสิ...ยังทำไม่ได้เลย วันนี้ปิ๋มโทร.มาหา และจารุจยังรับปากว่าพรุ่งนี้จะไปเที่ยวกับเธอด้วย ชายหนุ่มยอมรับว่าการจะเลิกคบกับปิ๋มนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แค่ได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานของหญิงสาว จารุจก็ใจอ่อนแล้ว

เนตรไปนอนนะ เนตรลดาบอก แต่ท่าทางพี่ชายของเธอยังนั่งเหม่อ หญิงสาวจึงยกแขนพี่ชายออกจากบ่า เดินออกจากห้องนั่งเล่นขึ้นไปยังห้องนอน

ใกล้เที่ยงคืนเข้าไปเต็มที แต่หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลย นอนเงี่ยหูรอคอยการเคลื่อนไหวของคนที่นอนอยู่ห้องข้างๆ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็ยังมีแต่ความเงียบเหมือนเดิม กระทั่งความง่วงรุกเร้าและเนตรลดาจึงผล็อยหลับไปในที่สุด

 

อานัชมาถึงงานปาร์ตี้เลี้ยงฉลองวันเกิดของรินดา ดารานักแสดงชื่อดังที่เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเจนนี่ และในงานนี้เองชายหนุ่มก็ได้เจอกับถ่านไฟเก่าอย่างที่เจนนี่หยอกเย้าไว้เมื่อตอนเที่ยง เธอคือริสา...นางแบบสาวหุ่นเพรียว ผู้หญิงที่อานัชเคยควงก่อนที่เขาจะมาเจอกับเนตรลดา

นัช ดูแปลกตาไปจริงๆ นะ ดูล่ำขึ้น ไว้หนวดนิดๆ ดูเถื่อนดี นั่นเป็นเสียงทักทายจากนางแบบสาวสวย เซ็กซี่อย่างริสา ดวงตาโตเป็นเป็นประกายระยับ ยามทอดมองไปทั่วร่างของเขา

ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกเบื่อกับคำทักทายแบบซ้ำๆ นี่เต็มที แต่เขาก็เพียงยิ้มน้อยๆ สบายดีหรือเปล่าริสาเขาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

สบายดีค่ะ แต่ริสาคิดถึงนัชนะ แววตานางแบบสาวออดอ้อนอย่างที่ชายหนุ่มรู้ทัน ว่าเธอต้องการสื่ออะไรกับเขา

ขอบคุณครับที่คิดถึงผมถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงกระโจนคว้าร่างริสาโยนบนเตียงนอนอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด ทว่าตอนนี้อานัชไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เขาเอาแต่คิดถึงภรรยาทางนิตินัย กระทั่งไม่ต้องการผู้หญิงอื่นอีก เขาคงบ้าไปแล้วแน่ๆ หรือไม่เนตรลดาก็เป็นแม่มด ที่สะกดให้เขาหลงรักอย่างทรมาน แต่ตัวเองกลับไร้หัวใจตอบแทน

เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ยนัชหญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน พลางยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์

ริสาเป็นสาวเปรี้ยว ไม่มีจริต มีแต่ความตรงไปตรงมา กล้าพูดในสิ่งที่ต้องการเสมอ และเพราะนิสัยแบบนี้ของหญิงสาวนี่เอง ที่ทำให้อานัชกล้าพอที่จะบอกตรงๆ เช่นกันว่า ระหว่างเขากับเธอไม่มีความรัก ไม่มีการผูกมัด จะมีก็แต่ความพึงพอใจที่มีต่อกัน หากคนใดคนหนึ่งจะไป ก็จะไม่ฉุดรั้ง...และเมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ ริสาก็ไม่ฟูมฟายเช่นหญิงสาวคนอื่น เธอยิ้มรับ แต่ไม่วายหยอดคำหวานให้เขาได้ยิ้มขันคิดถึงกันเมื่อไหร่ ก็กลับมานะคะ ริสาก็ยินดีต้อนรับนัชทุกเวลา

ได้มั้ยนัช... เห็นเขานิ่งเงียบไป นางแบบสาวจึงถามย้ำอีกครั้ง

ริสาก็รู้ว่าผมมีภรรยาแล้วอานัชยิ้มบางให้เธออย่างปลอบโยน ทำไมชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าริสายังมีเยื่อใยกับเขาอยู่ ทว่าเขาไม่อยากให้ความหวังเธอ เพราะรู้ดีว่าหัวใจตนเองไม่มีใครอื่นได้อีกแล้ว แม้แต่จะคิดเล่นๆ เพื่อระบายความร้อนรุ่มตามธรรมชาติ ชายหนุ่มก็ไม่ต้องการ ร่างกายและหัวใจของเขาร่ำร้องการปลดปล่อยจากเนตรลดาคนเดียวเท่านั้น เฮ้อ...จะมีวันที่เขาได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจเธอมั้ยนะ

รู้ค่ะ...แต่ไม่ยักรู้นี่นาว่านัชรักเดียวใจเดียว ขนาดไม่ยุ่งกับหญิงอื่น

ผมเกลียดการไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน ดวงตาคมนั้นเหมือนจะวาววาบขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนหลุบต่ำเหยียดยิ้ม

หวังว่าภรรยาของนัชจะซื่อสัตย์กับนัชเช่นกันนะคะนางแบบสาวเอ่ยเย้าแหย่ตามนิสัยขี้เล่นของเธอ ทว่าหัวใจของชายหนุ่มเหมือนถูกกระตุกแรงๆ เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มเหี้ยมเกรี้ยมจนริสารู้สึกผวา ด้วยเพราะอานัชที่เธอเคยรู้จัก เขามีรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอ ยังไม่ทันที่ริสาจะถามไถ่ใดๆ เจนนี่ก็ตรงลิ่วมาหา จากนั้นก็ฉุดแขนอานัชไปยังมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง

คุณคิมหันต์คะ นี่ไงอานัช เพื่อนเจนค่ะ

คิมหันต์...เป็นหนุ่มใหญ่วัยต้นสี่สิบ ท่าทางดูน่าเกรงขาม ด้วยใบหน้าคมเข้ม ดวงตามีประกายดุกร้าว เขาลุกจากเก้าอี้ทำให้อานัชรู้ว่าคิมหันต์สูงพอๆ กับเขา

สวัสดีครับ อานัชยกมือไหว้คนสูงวัยกว่า อีกฝ่ายยกมือรับ ก่อนคลี่ยิ้มบางที่มุมปาก ซึ่งทำให้ใบหน้าคลายความดุดันลงบ้าง

ได้ยินเจนนี่พูดถึงคุณบ่อยๆ

 ครับ...ผมกับเจนนี่รู้จักกันมานานแล้ว ผมมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้จักใคร นอกจากครอบครัวของภรรยา พอเจอเจนนี่ ก็รู้สึกว่าเจอเพื่อนที่สามารถพูดคุยปรึกษาหารือเรื่องต่างๆได้ 

ผมรู้ครับ... คิมหันต์ยิ้มมองชายหนุ่มอย่างเข้าใจในคำพูดของเขา ซึ่งเหมือนจะเอ่ยแสดงความจริงใจในการคบหาเจนนี่แบบเพื่อน มากกว่าในแบบที่ใครต่อใครพูดถึงอยู่ในตอนนี้

ใช่ว่าคิมหันต์จะเชื่อในคำพูดของอานัชหรือเจนนี่ แต่เพราะเขาส่งคนติดตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองเกือบทุกฝีก้าวแล้วว่า ในความสัมพันธ์นั้นไม่มีอะไรน่าระแวง แม้แต่วันที่อานัชไปส่งเจนนี่ถึงในบ้าน ก็มีคนของเขาอยู่ด้วย ทั้งแม่บ้านและเด็กรับใช้ ทุกคนยืนยันได้ว่าทั้งสองพูดคุยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพียงครู่เดียว จากนั้นอานัชก็ลากลับ และถูกทำร้ายหน้าบ้านพัก

คนลงมือกระทำ...ราวกับต้องการให้ใครๆ เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเชื่อมโยงมาถึงตัวเขา แต่อานัชก็ยืนยันกับทางตำรวจว่าเป็นการปล้นชิงทรัพย์ ตำรวจอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่สำหรับคิมหันต์...ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงกลิ่นคาวเลือดมานาน ไม่คิดเช่นนั้นแน่นอน คิมหันต์คิดว่าชายหนุ่มคนนี้คงมีศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ท่าทางอานัชก็ดูเฉลียวฉลาด โดยเฉพาะดวงตาคมกล้าที่ส่อแววระแวดระวัง เขาคงเตรียมรับมือมาบ้างแล้ว ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ใจเย็นไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้

ชายหนุ่มนั่งพูดคุยกับคิมหันต์อยู่ราวครึ่งชั่วโมง ก่อนที่ริสาจะมาดึงตัวเขาไปถ่ายรูปกับเธอและเพื่อนๆ พอเพื่อนๆ ของริสาแยกย้ายกันไปดื่มและออกไปกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน อานัชกับริสาจึงนั่งดื่มและพูดคุยกันหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องงานยันเรื่องส่วนตัว

ริสาอยากเจอคุณเนตรจังหญิงสาวบอก หลังจากดื่มยกแก้วไวน์จรดปากสีแดงสดเย้ายวน

ว่างๆ ริสาก็ไปที่รีสอร์ตสิ พักที่นั่นสักสองสามคืนก็ได้ แม้จะเงียบไปหน่อยแต่บรรยากาศก็ดีมาก

ริสาจะไปให้ได้ อยากเห็นคนที่ได้หัวใจนัชไป ดวงตาพราวหวานมองชายหนุ่มอย่างเย้าหยอก

อานัชยิ้มเครียด ก่อนยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเป็นแก้วสุดท้าย เขานั่งพูดคุยกับริสากระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบตีหนึ่งจึงขอตัวกลับ เจนนี่กับคิมหันต์พร้อมด้วยริสาเดินมาส่งชายหนุ่มที่รถ

แล้วริสาจะโทร.หานะคะนัช

ครับ... อานัชรับคำ แล้วยกมือไหว้คิมหันต์ โบกมือให้สองสาว ก่อนเคลื่อนรถออกจากหน้าบริเวณบ้านของเจ้าภาพงานปาร์ตี้

 

ชายหนุ่มขับรถตรงไปยังบ้านพักที่แม่ริม ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมืองมากกว่าเพราะการกลับไปยังจันทร์ดาวรีสอร์ตมันเสี่ยงเกินไป ตอนค่ำที่อานัชเดินทางไปยังบ้านเจ้าของวันเกิด เขารู้สึกว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามเขาไปตลอดทาง พอรถเข้าจอดหน้าบ้านของรินดา รถมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็วิ่งผ่านไป เขาอาจจะคิดมากเกินไป แต่ชายหนุ่มก็เชื่อในสัญชาตญาณระแวงระวังของตัวเองไว้ก่อน

ตอนเลิกงานอานัชได้โทร.บอกแม่บ้านไว้แล้วว่าเขาจะกลับดึก ไม่ต้องรอ พอเข้ามาในบ้านพัก ที่มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟมุมห้องนั่งโถง ชายหนุ่มก็เดินไปหยุดหน้าตู้โชว์ มองรูปถ่ายของบิดากับมารดาด้วยความคิดถึง บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มารดาของเขารักมาก ในฤดูหนาวท่านจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เสียส่วนใหญ่ ทุกอย่างในบ้านหลังนี้จึงยังมีกลิ่นอายของมารดาของเขาอยู่ซอกมุม

ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องนั่งเล่น บนเก้าอี้ที่มารดาเขาชอบนั่งดูทีวีและอ่านหนังสือ ความคิดถึงอาวรณ์แล่นมาเกาะกุมหัวใจ จู่ๆ อานัชก็รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่จำความได้เขามีความสุขที่มีครอบครัวอบอุ่น มีผู้ให้กำเนิดที่แสนดี ดูแลเอาใจใส่เขากับน้องชายด้วยความรักและความเข้าใจ

บิดามารดาของเขารักและซื่อสัตย์ต่อกัน กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต แต่มารดาเคยบอกกับเขาว่า เมื่อตอนบิดายังหนุ่มและยังไม่เจอท่าน บิดาของเขาเจ้าชู้มาก ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า จนมารดานึกกลัวที่จะคบหา แต่กาลเวลาก็เป็นบทพิสูจน์ความรักของบิดาที่มีต่อมารดา เพราะท่านไม่เคยมีใครนอกจากมารดาของเขา จำไว้นะนัช นนท์ ตอนยังหนุ่มลูกอาจจะเจ้าชู้ มีผู้หญิงไปทั่ว แต่เมื่อใดลูกเจอคนที่ใช่ ลูกก็ควรหยุดนิสัยเจ้าชู้ และซื่อสัตย์ต่อคนที่ลูกรักตลอดไป เพราะการซื่อสัตย์ มันคือความจริงใจ มากกว่าคำว่ารักปากเปล่า

อานัชจดจำคำพูดของมารดาได้ดี และเขามั่นใจว่าจะทำได้อย่างที่บิดาเขาเคยทำมาแล้ว เพราะชายหนุ่มก็ฝันถึงครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรักความใจใส่ต่อกัน แม้การเริ่มต้นจะไม่ดีนัก แต่เขาก็เคยมั่นใจว่ามันจะต้องลงเอยด้วยดี เพราะอานัชมีความรักความจริงใจเต็มเปี่ยมให้กับผู้หญิงที่เขาเลือก ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว แต่จะว่าไป...ตราบใดที่เขายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าเนตรลดาคือคนที่จ้องปองร้ายเขาอยู่ อานัชก็ยังมีสิทธิ์ฝัน ว่าทุกอย่างจะต้องลงเอยด้วยดี เหมือนอย่างที่เขาวาดหวังไว้มิใช่หรือ...

น่าเสียดายที่บิดามารดาของเขาอายุสั้น ไม่ทันได้เห็นเขาเริ่มสร้างครอบครัวเล็กๆ ของตัวเอง มารดาของอานัชเสียชีวิตด้วยโรคไตวายเฉียบพลันเมื่อแปดปีก่อน ส่วนบิดาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถเมื่อสี่ปีก่อน ทิ้งให้เขากับอานนท์จมกับความโศกเศร้าเนิ่นนาน แต่ยังดีที่เขายังมีครอบครัวคุณอาพิชัยคอยปลุกปลอบให้กำลังใจ อานัชกับน้องชายจึงผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียมาได้ และไม่รู้สึกว่าตัวเองอ้างว้างจนเกินไป

ในยามที่รู้สึกถึงกลิ่นอันตรายที่กำลังคืบคลานมาหา อานัชกลับรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาอีกครั้ง อาจเพราะเขายังไม่อาจไว้ใจใครได้ นอกจากน้องชายฝาแล้ว ก็มีเพียงจามร...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ที่อานัชสามารถบอกเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้รับรู้ได้ ถึงจะมั่นใจว่าครอบครัวคุณอาพิชัยไม่มีวันทำร้ายเขาแน่นอน แต่จามรก็เตือนเข้าว่าอย่าประมาท อานัชจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน จนกว่าจะแน่ใจว่าใครคือคนที่ต้องการชีวิตของเขา ใช่...เนตรลดาจริงๆ หรือ...เพราะลึกลงในใจอานัชก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ชายหนุ่มก็เลยได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่เขาหวาดระแวง มันผิดพลาด...เนตรลดาไม่มีวันทำร้ายเขา แม้หญิงสาวจะไม่รักเขา ...แต่เธอไม่ใช่คนใจคอโหดร้ายเช่นนั้นหรอก

อานัชคิดหาเหตุผลดีๆ เพื่อทำให้จิตใจอันฟุ้งซ่านได้เงียบสงบ แต่ภาพที่เนตรลดากอดมาริศก็หวนกลับมากระแทกใจอีกครั้ง ทำให้ภาพสวยงามต่างๆ เกี่ยวกับหญิงสาวมลายไปจนหมด ...เนตรลดา ใช่คุณหรือเปล่า ที่อยากให้ผมตาย ถ้าผมตายคุณจะได้ทุกอย่างจากผม และได้อยู่กับผู้ชายคนนั้น ความคิดนั้นเหมือนดั่งหวายเส้นเล็กๆ ที่หวดลงบนเนื้อหัวใจให้เจ็บปวดเจียนคลั่ง

 

พอเนตรลดาผลักประตูสำนักงานเข้ามา วงสนทนาเล็กๆ ที่เหมือนกำลังมุ่งดูอะไรสักอย่างในมุมพักผ่อนก็รีบสลายตัวทันที ทิ้งไว้เพียงนิตยสารเล่มบางๆ วางอยู่บนโต๊ะ เนตรลดาหยิบขึ้นมาดู มันเป็นหนังสือแนวก็อสซิปหรือปาปารัชชี่ที่กำลังทำยอดพิมพ์พวยพุ่งทำลายสถิติหนังสือแนวอื่นๆ อยู่ในตอนนี้ หญิงสาวชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นภาพของริสา...นางแบบคนดัง ยิ้มร่าสู้กล้องเคียงคู่กับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทางนิตินัยของเธอ ใต้กรอบภาพยังมีตัวหนังสือบรรยายว่า

ริสาสุดแสนจะแฮปปี้เมื่ออานัช พิทักษ์กุลในงานวันเกิดของรินดา เพราะทั้งสองพูดคุยคลอเคลียกันไม่ห่าง คาดว่าอีกไม่นานถ่านไฟเก่าคงคุโชนอย่างไม่ต้องสงสัย ว่าแต่อานัชจะเอาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายซุกไว้ที่ไหนล่ะเนี้ย

มิน่าตั้งแต่วันนั้นเขาก็ยังไม่กลับบ้านเลย นี่ก็เกือบอาทิตย์เข้าไปแล้ว

เนตรลดาวางนิตยสารลงที่เดิม แล้วเดินหายเข้าไปในห้องทำงาน พนักงานที่เฝ้าจับตามอง ตั้งแต่ที่เธอหยิบนิตยสารขึ้นมาดู ก็พากันรวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมส่งเสียงกระซิบกระซาบ

น่าจะเก็บให้ทัน ใครคนหนึ่งเอ่ย

ฉันก็นึกว่าแกจะเก็บมันนี่นาอีกคนสวนทันควัน

ทำงานกันได้แล้วนะ ไม่งั้นจะถูกหักเงินเดือนครึ่งหนึ่ง เนตรลดาโผล่หน้าออกมาจากห้องทำงาน ราวกับจะล่วงรู้ว่าพนักงานสาวๆ กำลังทำอะไรกันอยู่ ทุกคนเลยพากันส่งยิ้มแห้ง ก่อนแยกย้ายกันไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง

เนตรลดาหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ นั่งนิ่งๆ เรียกสมาธิกลับมา เพื่อเริ่มต้นสำหรับการทำงานในเช้าวันนี้ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น แก้วขวัญนั่นเองที่โทร.มา สงสัยจะไม่พ้นเรื่องข่าวของอานัชกับริสาแน่ๆ

ว่าไงล่ะแก้วถามเสียงเนือยๆ

เนตร...เย็นนี้แก้วจะไปหานะ มีอะไรจะให้ดูน้ำเสียงแก้วขวัญร้อนรน จนคนฟังอดไม่ได้จะยิ้มขัน ที่อีกฝ่ายเดือดเนื้อร้อนใจแทนเธอ สมกับเป็นเพื่อนรักจริงๆ

ถ้าเป็นข่าวในหนังสือนั่นไม่ต้องเลยนะแก้ว เนตรเห็นแล้ว เด็กๆ ที่นี่เขาก็ซื้อมาเหมือนกัน เนตรลดามั่นใจว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องข่าวของอานัชกับนางแบบสาวคนดัง

อ้าวเหรอ...แล้วเนตรจะทำยังไงต่อล่ะ

ไม่ทำอะไรทั้งนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของฉันนี่นา

อ้าวเนตร...คุณนัชเขาเป็นสามีของเนตรนะพูดขึ้นอย่างไม่ชอบใจนัก แก้วขวัญชื่นชมอานัช นอกจากเขาจะเพอร์เฟ็กต์ในทุกด้าน แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าเขารักเนตรลดาอย่างจริงใจ ก็ถ้าไม่รัก...ผู้ชายบ้าที่ไหนจะยอมผูกมัดตัวเองด้วยทะเบียนสมรส มีแต่เพื่อนรักของเธอนั่นแหละ มัวแต่จมปลักกับความรักที่ล้มเหลวในอดีต กระทั่งมองไม่เห็นความจริงใจของผู้ชายอื่น โดยเฉพาะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของตัวเอง แก้วขวัญอยากให้เพื่อรักลืมความเจ็บปวดในอดีต แล้วเปิดใจเพื่อเรียนความรักของอานัชบ้าง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เพราะผู้ชายอย่างอานัช พิทักษ์กุล ถึงจะขึ้นชื่อว่ามีภรรยาแล้ว ก็ไม่วายมีผู้หญิงเข้ามาหาไม่ได้ขาด

แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะแก้ว วิ่งโร่เข้าไปแหกอกผู้หญิงทุกคนที่เป็นข่าวกับเขาเหรอ ยังงั้นวันๆ ฉันก็ไม่ต้องทำงานทำการอะไรล่ะสิ เพราะผู้หญิงของเขาเยอะเหลือเกิน!” เนตรลดาอดไม่ได้ที่จะกระแทกเสียง

แต่ยังไงเนตรก็ควรแสดงความเป็นภรรยาของเขาบ้าง ไม่ใช่นิ่งเฉยแบบนี้

แสดงยังไงล่ะแก้วหญิงสาวย้อนถามอย่างอ่อนใจ

ไม่รู้ล่ะ แต่เนตรไม่ควรอยู่เฉยๆ แบบนี้นะ ผู้ชายที่ดีอย่างคุณนัช ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะเพื่อน

ผู้ชายดีๆ ที่มีภรรยาแล้ว แต่มีข่าวกับผู้หญิงอื่นไปทั่วน่ะเหรอดี...

ก็เขาหล่อ รวย ผู้หญิงก็ต้องเข้ามาหาเยอะเป็นธรรมดา ยิ่งเมียทำเย็นชาใส่แบบนี้ มันก็น่าอยู่หรอกนะ แก้วขวัญอดไม่ได้ที่จะแขวะเพื่อนรัก

นี่แก้ว...ตกลงเธอเข้าข้างเขามากกว่าเพื่อนรักอย่างฉันเหรอ

เปล่านี่นา...แก้วแค่อยากไม่อยากให้เนตรเสียใจทีหลัง

อย่าห่วงไปเลยแก้ว มันไม่มีวันนั้นอยู่แล้ว

ปากแข็ง

แก้วก็รู้ว่าฉันเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ

งั้นก็เกลียดให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกันนะ แหม...ทำไม๊ทำไมคุณนัชไม่ขอเราไปเป็นภรรยาบ้างนะ ผู้ชายที่หล่อ รวย สุภาพแบบนั้นสเปคจริงๆ ให้ตายสิ...

ใช่...เขาหล่อ รวย และเคยสุภาพ นั่นมันก็แค่เคย เพราะตั้งแต่ที่เขากลับมาจากกรุงเทพฯ เธอไม่ได้สัมผัสสิ่งนั้นจากเขาเลย ปากร้ายและหยาบคายที่สุด นั่นคือสิ่งที่เนตรลดาสัมผัสได้จากอานัช พิทักษ์กุลในยามนี้

แก้วแค่นี้ก่อนนะฉันจะทำงานแล้ว

พรุ่งนี้ไปดูหนังกันนะเนตรแก้วขวัญชวน

ขี้เกียจเข้าเมือง

ไปเถอะน่า...วันหยุดก็น่าจะไปเปิดหูปิดตาบ้าง อุดอู้อยู่แต่ในรีสอร์ตนั่นแหละ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเข้ามาช้อปปิ้งกันบ้าง ฉันอยากจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะเนตร

ก็ได้...งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ หากไม่รับปาก เนตรลดารู้ว่าคนช่างตื๊ออย่างแก้วขวัญจะไม่เลิกรบเร้าง่ายๆ ก็ดีเหมือนกันเธออยากจะซื้อของใช้ส่วนตัวบ้าง

หลังวางสายจากแก้วขวัญ เนตรลดาก็หยิบเอกสารข้อคิดเห็นจากแขกที่เช็คเอ๊าต์เมื่อวาน แม้จันทร์ดาวรีสอร์ตจะเป็นเพียงรีสอร์ตขนาดเล็ก มีเรือนพักแค่สามสิบหลัง ไม่มีกิจกรรมสนุกผาดโผน นอกจากการขี่จักรยานเล่นชมวิวทิวทัศน์ แต่ธรรมชาติที่นี่ก็สวยงามถูกใจแขกส่วนใหญ่ ข้อติติงก็เพียงส่วนน้อย ที่บอกว่าควรจะมีกิจกรรมบันเทิงบ้าง อาจเป็นผับเล็กๆ หรือห้องคาราโอเกะ

จันทร์ดาวรีสอร์ตเป็นสถานที่พักผ่อนเน้นธรรมชาติและเงียบสงบเหมาะสำหรับคนที่รักในต้นไม้ ขุนเขาและลำธาร เนตรลดาจึงไม่สนใจข้อติติงเพียงเล็กน้อยนั้น หญิงสาวเงยหน้าจากเอกสาร เมื่อมาริศโทร.มาหา เนตรลดาจึงบอกเรื่องที่เธอจะไปดูหนัง และเดินชอปปิ้งกับแก้วขวัญให้ชายหนุ่มรับรู้

ว่าจะมาโทร.มาชวนไปดูหนังพอดีเลย งั้นริศไปด้วยคนนะเนตร

ไปสิ...จะได้ช่วยถือของให้เนตรกับแก้วด้วย

โห...นึกว่าอะไร มาริศแกล้งตัดพ้อ จึงได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของเนตรลดาดังมาตามสาย พลอยให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ปลิดหายไปราวกับฝุ่นผงที่โดนสายลมเป่า

ก็คิดถึงริศด้วยแหละ เราไม่ได้ดูหนังด้วยกันนานแล้วนะ

ค่อยโล่งอก มาริศบอกเสียงระรื่น ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่งต่างขอตัวไปทำงาน โดยนัดกันว่าพรุ่งนี้ในตอนสิบเอ็ดโมงตรง เจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมือง ทานมื้อเที่ยงเสร็จ แล้วพากันดูหนัง จากนั้นก็ช้อปปิ้งต่อ เนตรลดาคิดว่าการนัดเจอเพื่อนรักทั้งสอง คงช่วยทำให้ตะกอนขุ่นคลั่กในใจสงบนิ่งลงบ้าง

 ............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #148 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 23:20
    มาพิสูจน์อักษรให้ค่ะพี่จูนิ

    รั้งร่างไว้กับที่ > รั้งไว้ , รั้งร่างบางไว้
    รุกเร้าและเนตรลดาจึง > รุกเร้า เนตรลดาจึง
    ไม่มีใครอื่น > ไม่อาจมีใครอื่น
    มเกรี้ยม > มเกรียม ,
    ห้องนั่งโถง > ห้องนั่งเล่น , ห้องโถง
    อยู่ซอกมุม > ทุกซอกทุกมุม
    น้องชายฝาแล้ว > น้องชายฝาแฝด
    เตือนเข้า > เตือนเขา
    ก็อสซิปหรือปาปารัชชี่ > กอซซิปหรือปาปารัสซี่
    พวยพุ่ง > พุ่ง เฉย ๆ ก็พอค่ะ
    เมื่ออานัช > เมื่อเจออานัช , เมื่อพบอานัช
    เพื่อรัก > เพื่อนรัก
    เพื่อเรียนความรัก > เรียนรู้
    เปิดหูปิดตา > เปิดหูเปิดตา
    เช็คเอ๊าต์ > เช็คเอาท์

    เจอแค่นี้ค่ะ

    ไว้นิลจะมาสแกนให้ใหม่นะคะ^^ 
    #148
    0