(ฝึกแปล) Ash Mistry and the Savage Fortress (book 1)

ตอนที่ 34 : แผนของปาราวตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 60

ตอนที่  31

แผนของปาราวตี

นี้มันจะเป็นเรื่องง่ายมากถ้ารามได้ใช้ศัสตราเทวะกาลี เหมือนอย่างที่เขาบอกว่าจะทำ "แอชกล่าว "จากนั้นเราก็จะไม่อยู่ที่ๆมันวุ่นวายอย่างงี้"

        เขาไม่สามารถสังหารน้องชายได้เธอบอก เป็นเจ้าจะทำไหมละ

        ไม่...ไม่มีทาง

        ถ้าเช่นนั้นปาราวตีบอก มนุษย์เท่านั้นที่รู้ถึงความรัก เป็นสิ่งที่พวกเราปีศาจเกลียดในตัวของพวกเจ้าเธอขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด เจ้ารู้ตัวหรือไหมว่าพวกเจ้าโชคดีขนาดไหนเธอกระซิบราวกลับแฝงความปรารถนาในประโยคนั้น

        นั้นอาจทำให้เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงอยากจะเป็นมนุษย์ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจนถึงขณะนี้ ปาราวตีสวยงามได้อย่างสุดยอด – แถมยังเป็นอมตะอีกต่างหากหรือยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป นั้นคือ เธอไม่สามารถรู้สึกถึงความรัก เธอจะต้องรู้สึกจะมีชีวิตอยู่ที่ผ่านมาทุกศตวรรษอย่างโดดเดี่ยวอย่างนั้นหรือ? หรือเธอจะกลัวที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น?

        แอซไอเปลี่ยนเรื่องที่พูด จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารามยิงศัสตราเทวะกาลีใสราวณะ

        เขาจะเหมือนกาลี เป็นนักฆ่าโดยสมบูรณ์ ในที่สุดเขาจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด เป็นที่น่ากลัวกว่าคนที่เขาเผชิญด้วย

        เยี่ยมไปเลย...แล้วมีวิธีอะไรบ้างไหมที่เราจะชนะซาเวจ

        ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าก็พอ

        เขามีกองทัพรากษสเป็นพันตน เธอจะฝ่าพวกนั้นไปได้อย่างไร

        ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วย เราต้องเข้าถึงตัวเขา อย่างเงียบๆ ไม่ให้รากษสตนอื่นที่เป็นผู้ติดตามของพ่อข้าเห็นเธอพูดพร้อมจับด้ามมีด

        เธอเกิดมาเพื่อสังหารมนุษย์อย่างแท้จริง

        ถ้าเพียง แต่เขามีความกล้าหาญเหมือนกับเธอ ถ้าเพียง แต่หัวใจของเขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนสุนัขจิ้งจอกกลัวถูกไล่ล่า ถ้าเพียง แต่ผิวของเขาไม่เย็นและแห้งและเต็มไปด้วยเหงื่อและความหวาดกลัว ฟ้าร้องเสียงดังก้อง  ทำให้เขาสั่น เหล่าทวยเทพและอสูรกาย นี่คือสงครามของพวกเขา

        แอซหัวเราะ เธอรู้อะไรไหม ฉันพึ่งนึกขึ้นได้ เธอจะไม่เตะก้นฉันใช่ไหม

        อะไรนะ

        เขาพูด เธอคือแบทแมน และฉันเป็นโรบิน นั้นมันเจ๊งชะมัด เพียงแต่ฉันไม่ได้สวมกางเกงสีเขียวนั้นไม่เจ๋งอย่างแรง

        ปาราวตีขมวดคิ้ว ขอให้มันไม่เป็นสีแดงก็แล้วกัน

        แอซเห็นเสื้อสตาร์เท็ก ที่ป้ายแม่เหล็ก เดี่ยวนะ ฉันไม่รู้เลยนะเนี๊ยว่ารากษสจะชอบสตาร์เท็กกับเขาด้วย

        เจ้าประหลาดใจอย่างนั้นหรือ

        แอซถอยไม่กี่ก้าวที่อยู่เบื้องหลัง ปาราวตีผ่านโลกมามากเขาตามเธอไปทีละขั้นตอน เธอเคยใกล้ชิดกับราวณะ เคยใกล้ชิดกับน้องสาวของเขา

        ฉันมาแล้วลักษณ์ ฉันจะรักษาสัญญาให้ได้

  .................................................................................................

พวกเขาเดินอย่างเงียบๆข้ามทะเลทราย สาบลมพุ่งผ่านเมฆที่หนาแน่นของทราย บังคับให้พวกเขาที่จะต่อสู้กับทุกกับมันทุกครั้ง

        พายุแรงขึ้น พวกเขาต้องฝ่าออกไป ทั้งเสียงร้องของฟ้าฝ่า พระเจ้านี้มันอะไรกันเนี๊ย

        ปาราวตีดึงเขาขึ้นมา เธอดึงผ้าพันคอขึ้นไปที่ใบหน้าของเธอ

        "นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้าแอช อยู่ที่นี่มันจะดีมากกว่า " เธอตะโกน

        แอชคอคอแห้งเกินไปที่จะตอบเพียงแค่ส่ายหัว ปาราวตีพยักหน้าสั้น ๆ เธอจับแขนของเขาและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

        "พักดีกว่า ดินแดนของบิดาข้า เป็นดินแดนของความสับสนวุ่นวายที่บริสุทธิ์ เจ้าจะเห็นสิ่งที่จะรบกวนเจ้า ... . "

        แอซสำลักทรายออกมา เช่นอะไรละ

        "สิ่งที่เจ้าไม่อาจจะสามารถจินตนาการได้ว่ามันจะเลวร้ายแค้ไหน เขาสามารถจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะกับความเป็นจริงของเขา " เธอกล่าว "เขาสามารถเปิดท้องฟ้ากับเปลวไฟ ฝนเลือดและบิดทุกสิ่งที่คุณเห็น รู้สึก คิด ไม่มีผู้ใดที่สามารถรับมือ ได้ เขาจะเปลี่ยนโลกไปตลอดการกับความบ้าคลั้งของเขา. "

        ทำไมละ

        "เพราะคือราวณะ เพราะเขาสามารถทำได้ เพราะเขาคิดว่าเขามีประสิทธิภาพมากเทพเจ้าและเขาตั้งใจที่จะพิสูจน์มัน เขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กฎหมายใด ๆ มันเป็นวิธีการของราชาเขาร่างกฏเกณท์ขึ้นมาเพื่อพวกนั้นยอมสยบและทำตาม

        นั้นมันบ้า

        "ใช่แล้ว. และห้ามลืมมัน หากเจ้าตกอยู่ในความบ้าคลั้งนั้น เจ้าจะหายไปตลอดกาล. "

        ฉันไม่กลัว

        เอ่อ....มันมีเส้นบางๆที่กั้นอยู่นะระหว่างความกล้าหาญกับความโง่เขลาปารวตีบอก เจ้าสามรถเดาได้หรือเปล่าว่าเจ้าจะพบอะไรบ้างในข้างในนั้น

 .................................................................................................

พายุเริ่มสงบในขณะที่พวกเขามาถึงเขตชานเมืองของการขุดค้นของพวกซาเวจ พวกเขาเดินผ่านที่ตั้งแคมป์ที่รกร้าง เต็นท์ถูกดึง หมุดของ ที่พักพังเละเทะ  รถทุกชิ้นที่มีโลโก้ของซาเวจ จอดในแถวอย่างเรียบร้อยปกคลุมไปด้วยทรายและกรวด

        "คนงานอยู่ที่ไหน?" แอซถาม

        ตรงนั้นปาราวตีชี้

        ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ซากปรักหักพังที่ขุดขึ้น แอชเห็นเมืองที่ไม่เหมือนสิ่งที่เขาเคยเห็น พื้นราบข้างหน้าถูกปกคลุมไปด้วยตะแกรงร่องลึกและผนังต่ำ อิฐโคลน อาคารและถนนในเมืองที่เคยมีคนที่เสียชีวิตกว่าสี่พันปีที่ผ่านมา
        แต่เมืองยังมีชีวิตอยู่   พวกเขายังสวมเครื่องแบบที่ฉีกขาดสัญลัการ์ของดอกป๊อปปี้และดาบของเป็นของตระกูล
Savage ร่างกายของพวกเขาถูกบิดไปข้างหลังแขน พวกเขาเดินคลานไปมา บางคนนอนคว่ำ ร้องไห้ บางคนกรีดร้องและคนอื่น  พวกเขากำลังถูกทรมาน

        นั้นพวกคนงานนี้แอวถาม นี้มันเกิดอะไรขึ้น

        "พลักของประตูเหล็กกล้ากำลังอ่อนลง ศาสตร์ตราเทวะแห่งกาลี ต้องอยู่ใกล้แน่ๆ เวทมนตร์ของบิดาข้า กำลังลุกลามออกไปเปลี่ยนโลก " ปาราวตีกล่าวทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของกำแพง "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขาไดอิสระนี้จะดูเหมือนสวน สวรรค์สำหรับเขาเลยละ "

        พวกสัตว์คำรามและคลานไปตามเส้นทางในที่มืดบางคน บ้างมีสองหัว  แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายของพวกเขากลายเป็นหมอก แอซกำหมัดแน่น เขาต้องหาลักกี้และพาเธอออกไปจากที่นี้

        แอชและปาราวตีมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง  แอชตระหนักว่าพวกเขาอยู่ท่ามกลางศพ  เปลวไฟที่แผดเผา ทำให้เขาเห็นร่างมนุษย์บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานแขนขาของพวกเขาถูกล่ามโซ่  นั้นนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนงานที่เหลือ: พวกเขาถูกโยนลงไปในซุ้มอันสว่างไสวขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

        แอซไม่สามารถเดินต่อไปได้ เขาเหลือบมองปาราวตีเผยให้เห็นเขี้ยวของเธอ

        อย่าให้มันเกิดขึ้นกับฉัน...โอเคนะแอซบอก ไม่ว่าเธอจะรู้อะไรก็ตาม

        เจ้าจะไม่รู้สึกอะไรเลยปราวตีบอก

        เสียงกรีดร้องสวดมนต์และเสียงร้องดังก้องอยู่รอบ ๆ   เมฆเหนือพวกเขาสั่น ลมแผดเผาผ่านถนน

        นี้มันนรกชัดๆแอซกระซิบ

        เขารู้สึกถึงการเร่งเร้าของอากาศและดึงปาราวตีขึ้นไปที่ด้านข้างของตึก พวกเขาเพียงแค่เข้าไปในเงามืด

        อสุรกายนั่งที่เคี้ยวหมากฝรั่ง ส่วนหัวของมันมีสีดำและเนียนเรียบพร้อมกับขนนกศีรษะที่ปรับสัดส่วนด้วยเลือดของเลือด กรงเล็บบนเท้าของมันขรุขระก้อนอิฐโคลนแข็ง ปีกสีดำและมันวาวดูคล้ายกับกาตัวยักษ์

        แอซถอนลมหายใจและบีบมือของปาราวตี เขาเฝ้าดูปีศาจฉีกส่วนของเนื้อออกจากกรงเล็บของมัน กระดูกแตก และโยนกลับศีรษะเพื่อกลืนอาหาร จากนั้นมันก็สยายปีกออก พร้อมกรีดร้องและบินไปบนฟ้า

แอชปล่อยลมหายใจออกและปล่อยปาราวตี สายตาของเขาจ้องมองไปที่สิ่งที่การากษสกำลังกินอยู่

        มันคือมือ

        มีการลาดตระเวนอยู่ทุกหนทุกแห่ง "ปาราวตีสแกนท้องฟ้า "ข้างบน บนพื้นและไม่ต้องสงสัยเลยว่าซาเวจคงไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปแน่ๆ"

        เธอพูดถูก ใกล้กับใจกลางเมือง แอชเห็นสิ่งมีชีวิตเลื้อยออกไปทางมนุษย์ ผ่านการกลายพันธุ์ มนุษย์มองพวกเขาและโจมตีได้โดยบังเอิญ พวกมันโยนคนคนหนึ่งไปมาระหว่างกันร่างกายของพวกเขาบินผ่านอากาศ

        เราจะทำอย่างไรดีแอซถาม

        เช่นอะไรละเธอเก็บดาบงู พร้อมส่ายหน้า

        รอหรือแอซพูด

        ต้องมีวิธีที่ดีกว่าในการค้นหาวาเวจ มากกว่าการหาอย่างไร้จุดหมาย แอชค้นหาความทรงจำของเขา ทุกเมือง ฮารับปาได้รับการออกแบบในลักษณะเดียวกัน เขาเคยได้ยินลุงของเขาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมืองนี้ได้รับเลือกให้เป็นสุสานของราวาณะที่มีขนาดใหญ่ แต่ดูเหมือนจะมีรูปแบบมาตรฐาน พวกเขาอยู่ในสิ่งที่นักโบราณคดีเรียกว่า ใต้เมือง ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยสำหรับประชากรหลักทั่วไป บ้านที่นี่มีพื้นสองหรือสามชั้นสูงและทั้งหมด นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเขาต้องการหาราวณะ หลุมฝังศพจะอยู่ใกล้กลาง

        เขากำลังไปที่ป้อม  แอซบอก

        แอซชี้ขึ้นไปที่ถนนสายหลักไปยังใจกลางเมือง มีจัตุรัสกลางขนาดใหญ่  สำหรับอาคารสีดำตัวเดียว ตัวจัตุรัสล้อมรอบด้วยคูน้ำลึกและสามารถเข้าถึงได้ด้วยสะพานเดียว

        ระหว่างพวกเขาและกองทัพปีศาจนับหมื่น

        ปาราวตีเดินตามสายตาของเธอและดาบงูของเธอกระตุกกระตือรือร้นที่จะสู้รบ แอซได้เห็นการต่อสู้ของเธอ  อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีประสบการณ์ในการต่อสู้สี่ถึงครึ่งพันปีถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถเอาชนะอัตราเดิมพันเหล่านี้ได้

        พวกเขาต้องหารสิ่งบันเทิง

        "ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอย่างไร" เธอกล่าว "เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ต้องการให้ใครบางคนทำอะไรที่กล้าได้กล้าเสียกล้าได้กล้าเสียและนั้นมันโง่เขลา

        นั่นคือฉัน "แอชกล่าว "แค่สัญญากับฉันว่าคุณจะช่วย ลักกี้ได้"

        เธอหรีตาที่ค่อยๆแคบลงเรื่อย ๆ "เจ้ากำลังจะตาย" เธอกล่าว "เจ้ารู้หรือไม่?"

        แอชพยักหน้าทันทีไม่สามารถพูดได้ เขาพยายามจะยิ้มให้ทำราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเขากล้าได้กล้าเสียจริงๆ เขาจะเล่นตลกและไม่ยืนอยู่ที่นั่นตัวสั่นด้วยความกลัว ลำคอของเขาแห้งเหมือนขี้เถ้า

        "เพียงแค่ให้ข้าสิบนาทีเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับสุสาน จากนั้นสร้างความผันผวนให้เจ้า "ปาราวตีจับมือของเธอบนแก้มของเขาฝ่ามือของเธอเย็นและแห้ง "ข้าจะช่วยเธอ ข้าสัญญา"

        "แล้วย้ายไปจากตรงนี้ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนความคิดด้วย"

        เธอจูบเขา

        ลมหายใจออกไปหัวใจของเขา เร้าใจเหมือนริมฝีปากของเธอกดกับเขา เมื่อเธอก้าวถอยหลัง แล้วสัมผัสนุ่มนวลที่มีกลิ่นเหมือนหญ้าหลังฝนตกก็ค่อยๆจางไป  แต่ยังคงสดใหม่อยู่

        เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการจูบ

        ปาราวตีผูกผมไว้ในปมทำให้มันออกไปจากดวงตาของเธอและถอยกลับเข้าไปในเงามืด "ลาก่อนแอช" เธอกล่าว ความมืดปกคลุมรอบตัวเธอ "พวกเราจะเจอกันใหม่."

จากนั้นเธอก็ไป แอชได้ยินเสียงฝีเท้าและเศษใบที่อ่อนที่สุดจากใบไม่มีอะไรเลย

        พวกเขาจะพบกันอีกครั้ง

        แต่ไม่ใช่ในชาตินี้อย่างแน่นอน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น