ตอนที่ 11 : ตอนที่ 6 เรื่องจริงหรือเพียงฝัน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 เม.ย. 62

ตอนที่ 6 เรื่องจริงหรือเพียงฝัน

 

            หลังจากวิ่งกระเซอะกระเซิงลงจากรถของวีรวิทย์ นันท์นภัสก็ก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปในบ้าน ทว่าเพิ่งถึงกลางทางจู่ๆ เสียงเหยียดของเอมอุราก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


            “ใช้ให้ไปตามยายแอมตั้งแต่เมื่อคืนแต่ดันกลับมาเอาตอนเช้าของอีกวัน หึ เจริญจริงจริ้ง...”


            “ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง น้องหนูไม่เจอคุณแอมค่ะ มันดึกแล้วเลยไปขอนอนที่บ้านเพื่อน” หญิงสาวก้มหน้าตอบมือกำเสื้อไว้แน่น เอมอุรายิ้มเยาะเหยียดปากมองสภาพของหญิงสาวอย่างสมเพชแกมสาแก่ใจ


            “นอนบ้านเพื่อนหรือนอนที่ไหนกันแน่...แต่ก็เอาเถอะ ยายแอมกลับมาหลังจากที่เธอออกไปตามหาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ โทษทีนะแม่น้องหนูพอดีฉันลืมโทร.ไปบอกเธอน่ะ หึๆ”


            พูดจบเอมอุราก็เดินหัวเราะเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีสุดๆ นันท์นภัสเงยหน้ามองตามอย่างไม่อยากเชื่อ หากเหตุการณ์เมื่อคืนไม่มีวีรวิทย์เข้าไปช่วยป่านนี้หญิงสาวคงต้องกลายเป็นผีเฝ้าถนนเพราะถูกฆ่าข่มขืนเพียงเพราะคนที่ใช้ให้เธอออกไปตามหาลูกสาวลืมโทร.ไปบอกทั้งที่หญิงสาวออกจากบ้านไม่ถึงนาที


            ร่างปราดเปรียวถอนใจอย่างปลงๆ เคยแอบคิดเล่นๆ ว่าหากบ้านหลังนี้ไม่มีบุญคุณต่อเธอและแม่ หญิงสาวคงไม่อดทนอยู่ให้ถูกข่มเหงอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ นันท์นภัสส่ายศีรษะก่อนพาตัวเองแยกไปทางเรือนคนใช้เข้าห้องพักเงียบๆ


            ขณะเดียวกันสองพี่น้องก็จ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครนานเกือบนาทีเพราะเจรจากันไม่ลงตัว แต่ในที่สุดวีรวิทย์ก็ยอมเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน


            “ฉันไม่ได้จะทำไม่ดีกับน้องหนู แต่ฉันมีเหตุผลของฉัน” คนเป็นพี่บอกอย่างใจเย็น แต่คนเป็นน้องกลับส่ายหัวดิกอย่างไม่เชื่อสุดฤทธิ์


            “วิวไม่เชื่อ...เวลาพี่วิทย์มองน้องหนูสายตาของพี่บอกว่าชอบน้องหนูอยู่ไม่น้อย พี่นุเป็นเพื่อนสนิทของพี่เขายังยืนยันเลย”


            “ไอ้นุมันแค่เพื่อนสนิท แต่แกเป็นน้องสาวของฉัน ควรจะรู้จักฉันมากกว่ามันสิ!!” วีรวิทย์ชักยั๊วะเมื่อวิราราชไม่ยอมรามือง่ายๆ


            “ก็เพราะเป็นน้องสาวนี่แหละวิวเลยรู้นิสัยผู้ชายอย่างพี่ดี ไม่รู้ล่ะ! ยังไงวิวก็ไม่ยอมให้พี่วิทย์ทำให้น้องหนูเสียใจได้ง่ายๆ หรอก อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว น้องหนูเป็นผู้หญิงที่สวยถูกสเปกพี่วิทย์ทุกอย่าง แต่คนอย่างพี่ไม่คิดจะจริงจังกับใคร ที่วิวมาก็เพื่อจะพูดเรื่องนี้ ส่วนพี่วิทย์จะยอมหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องที่วิวต้องมานั่งคิด เพราะยังไงน้องหนูก็อยู่ในปกครองของวิวมาตั้งแต่แรก” พูดจบวิราราชก็ลุกจากเก้าอี้ก่อนออกจากห้องทำงานของพี่ชายไปอย่างไม่คิดแยแสสีหน้าไม่พอใจของวีรวิทย์


            “เดี๋ยวก่อนสิยายวิว กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ฉันไม่ตกลงกับแกนะ” วีรวิทย์ตะโกนตามหลังเสียงดัง หากวิราราชกลับทำราวกับไม่ได้ยินเสียงเรียกให้อยู่คุยกันให้รู้เรื่องของพี่ชาย ทำเอาวีรวิทย์ทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห


“เวรเอ้ย! ไอ้นุนะไอ้นุ เป่าหูเมียยังไงวะเนี่ยมันถึงไม่เชื่อพี่มันเลยสักคำ” เสียงเข้มสบถอย่างหัวเสียก่อนจะยกหูโทรศัพท์ภายในสั่งเลขาฯ นำอุปกรณ์ทำแผลเข้ามาให้ ขณะทำแผลชายหนุ่มก็ต้องร้องซี้ดปากเพราะความแสบ นึกโมโหคนที่ทำให้คอเป็นแผลนัก


            “คนอย่างเธอไม่จำเป็นต้องมีคนคอยปกป้องหรอกน้องหนู ซี้ด...ดุอย่างกับหมา”

           

+++++++++++++++


            “ฮะ ฮัดเช้ย! ใครคิดถึงเนี่ย”


            นันท์นภัสพึมพำเบาๆ ใช้นิ้วถูจมูกไปมาเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกอย่างไร้สาเหตุ จากนั้นหญิงสาวก็ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดบันไดขึ้นไปชั้นบนทีละขั้น...ความจริงแล้วปกติหญิงสาวไม่มีหน้าที่ทำอะไรในบ้านหลังนี้เป็นพิเศษ นอกจากช่วยงานบ้านนิดหน่อยเท่าที่ทำได้เพราะเป็นคำสั่งของศักดิ์ชัยคุณผู้ชายของบ้านซึ่งเป็นสามีของเอมอุราเมตตาสงสารเด็กกำพร้าอย่างเธอ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมเขาจึงดีกับเธอขนาดนี้จนเป็นเหตุให้ต้องมีปากเสียงกับภรรยาอยู่หลายครั้ง


            วันนี้นันท์นภัสไม่มีทริปทัวร์ต่างประเทศจึงได้หยุดพักผ่อนที่บ้านทว่าก็ไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเดียวเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เพราะวันนี้จู่ๆ คนรับใช้ในบ้านสองคนก็ลากลับต่างจังหวัดอย่างพร้อมเพรียงถึงสามวัน ส่วนหัวหน้าแม่บ้านที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ออกไปทำธุระข้างนอกอย่างกะทันหันราวกับนัดกันออกจากบ้านก็ไม่ปาน หญิงสาวจึงอาสามาช่วยทำงานแทนชั่วคราวอย่างที่เห็น


            “กรี้ดดดดดดด ไม่จริ้งงง ฉันไม่เชื่อๆๆ” เสียงกรีดร้องของเอมอุราดังออกมาจากห้องนอนทำเอาคนที่กำลังเช็ดบันไดอย่างขะมักเขม้นถึงกับสะดุ้ง


“คุณผู้หญิง!” นันท์นภัสทิ้งผ้าลงไปในถังน้ำทันทีก่อนจะรีบร้อนวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของเอมอุราอย่างเป็นห่วง ทว่ายังไม่ทันก้าวพ้นหัวบันไดเสียงของศักดิ์ชัยก็แทรกขึ้นเสียก่อน แต่น้ำเสียงที่หญิงสาวได้ยินวันนี้มันกร้าวกระด้างอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนราวกับไม่ใช่น้ำเสียงที่คนอย่างศักดิ์ชัยจะพูดออกมา ทว่าคำพูดของเจ้าของบ้านที่กำลังทะเลาะกันอย่างหนักนี้เองที่ทำให้ร่างบางหยุดชะงักแทบก้าวขาไม่ออก


“เป็นความจริง! ผมทำพินัยกรรมยกทุกอย่างให้ลูกสาวของผมหมดแล้ว ยิ่งมารู้ว่าคุณผิดคำพูดจ้างคนไปทำร้ายลูกของผม ผมก็ยิ่งมั่นใจว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ทำแบบนี้...จำเอาไว้นะเอมอุรา คุณกับลูกของคุณจะไม่ได้อะไรสักแดงหากลูกสาวของผมเป็นอันตราย!”


“เฮอะ! น่าสมเพชสิ้นดี พ่อผู้รู้สึกผิดเมื่อสายแอบปกป้องลูกสาวด้วยความขี้ขลาดแต่กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ของลูกต้องตรอมใจตาย...คิดว่าถ้าลูกสาวของคุณรู้เรื่องมันจะยอมรับพ่อเลวๆ อย่างคุณได้ไหมล่ะคุณชัย ทางที่ดีคุณควรยกเลิกพินัยกรรมฉบับนั้นซะแล้วเขียนขึ้นใหม่ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้แอมมิกา...ไม่อย่างนั้นล่ะก็ฉันรับรองได้เลยว่าลูกสาวของคุณมันจะไม่โดนแค่นี้...แต่ครั้งต่อไปอาจถึงชีวิตจริงๆ”


นี่มันเรื่องอะไรกัน...คุณท่านมีลูกกับคนอื่นนอกเหนือจากคุณผู้หญิงงั้นหรือ?หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนตั้งใจฟังต่อ


“ผมมันน่าสมเพชตั้งแต่หลงกลนางแม่มดอย่างคุณแล้วล่ะเอมอุรา...ทอดทิ้งลูกกับเมียเพราะผู้หญิงมารยาสาไถยอย่างคุณ ถ้าไม่แลกมาด้วยชีวิตของนันทินีผมก็คงไม่รู้ว่าที่จริงแล้วผมรักเธอกับลูกของเรามากแค่ไหน...ถ้าคุณคิดว่าจะรังแกน้องหนูได้ง่ายๆ อย่างที่ผ่านมาคุณก็คิดผิดแล้วล่ะ เพราะถ้าผมหรือลูกเกิดเป็นอะไรขึ้นมาคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือคุณ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์ในสมบัติของผมแม้แต่แดงเดียว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกยกให้เป็นของการกุศลทันทีที่ผมกับน้องหนูตายไป...ถ้าคุณยังฉลาดพอก็ควรจะรู้ว่าต้องทำยังไง”


“หึ! ในเมื่อคุณเล่นไม้นี้ฉันก็คิดว่ามันคงถึงเวลาที่นังน้องหนูมันจะได้รู้ความจริงสักที ว่าคุณท่านที่มันรักนักรักหนาความจริงแล้วก็แค่พ่อชั่วๆ ที่หลงผู้หญิงจนหน้ามืดตามัว ทิ้งเมียที่กำลังตั้งท้องลูกแท้ๆ ของตัวเองไว้เพียงลำพัง ไม่ดูดำดูดีแม้แต่วันที่ยายนันท์คลอด กระทั่งลูกลืมตาดูโลก...มิหนำซ้ำยังหย่าขาดกับแม่ของลูกแล้วเอาเมียใหม่เข้าบ้านในฐานะคุณผู้หญิงคนใหม่...ส่วนเมียเก่ากับลูกลดระดับกลายเป็นคนใช้! ฮ่าๆ นังน้องหนูมันคงภูมิใจที่มีพ่ออย่างคุณ!”


“หยุดความคิดสกปรกเดี๋ยวนี้นะเอมอุรา ถ้าน้องหนูรู้เรื่องนี้คุณกับลูกของคุณต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปทันที!” ศักดิ์ชัยตะคอกกลับจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธสุดขีดหากเอมอุรากลับหัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้านเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ศักดิ์ชัยกลัวมากที่สุดในชีวิตก็คือกลัวลูกสาวที่ตัวเองทอดทิ้งตั้งแต่เด็กเกลียด และเอมอุราก็ใช้เป็นเหตุผลต่อรองกับสามีได้ดีมาตลอด


“ทำไมคะ? รับไม่ได้เหรอที่เคยทำเลวเอาไว้กับลูกกับเมีย หึๆ มันสายไปแล้วมั้งคะ จำเอาไว้ว่าที่นังนันทินีมันตายก็เพราะตรอมใจที่ผัวเลวๆ พาเมียใหม่เข้ามาเย้ยถึงในบ้านนี่ไงล่ะ!”


“ไม่จริง! ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณนั่นล่ะเอมอุรา คุณเป่าหูผมทำให้ผมเข้าใจผิดว่านันท์มีคนอื่นทำให้ผมหลงคุณหัวปักหัวปำไปชั่วขณะ แล้วคุณก็เป็นคนเป่าหูใส่ไฟนันท์จนเขาตรอมใจตาย คุณคือฆาตกร คุณฆ่านันท์ด้วยคำพูดชั่วๆ คนที่สมควรตายน่าจะเป็นคุณมากกว่า...คุณมันเลือดเย็นมากเอมอุรา ทำทุกอย่างเพียงเพราะอิจฉาเพื่อนสนิทของตัวเอง และอยากครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของนันท์”






e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

263 ความคิดเห็น

  1. #262 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 07:30
    ศักดิ์ชัย รู้เรื่องขนาดนี้ว่าเมียใหม่ทำกับลูกเมียขนาดนี้ยังปล่อยไปได้555 จิตใจแกมันทำด้วยอาราย
    #262
    0
  2. #147 สุดหล่อคับผม (@jomjainaraj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2556 / 23:04
    555 ช้าวมันหมูเกลือ

    ปล.พระเอกจะทำยังไงต่อไป สู้ๆๆๆ
    #147
    0