ตอนที่ 12 : ตอนที่ 6 เรื่องจริงหรือเพียงฝัน [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

ตอนที่ 6 เรื่องจริงหรือเพียงฝัน


ศักดิ์ชัยเค้นเสียงต่อว่าเอมอุราด้วยความรู้สึกเกลียดและโกรธตัวเองปะปนกัน ทว่าคนที่บังเอิญรับรู้เรื่องราวที่ไม่คาดฝันอย่างนันท์นภัสนั้นแทบล้มทั้งยืน ขอบตาร้อนผ่าวทันทีอย่างรู้สึกช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน...เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่ถึงได้เกลียดพ่อขนาดนี้...ถึงขั้นไม่ยอมให้หญิงสาวรู้ว่าเขามีตัวตนในโลกจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต...เพราะพ่อของเธอพาเอมอุรากับลูกเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วเนรเทศมารดาของเธอไปอยู่เรือนคนใช้ แต่สิ่งที่มารดาเจ็บปวดที่สุดคงเป็นความไว้ใจที่มีต่อบิดามาโดยตลอดถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่รัก


          “ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมด! จำเอาไว้นะน้องหนู ก่อนจะรักใครต้องดูให้ดี เพราะบางทีคนที่เราคิดว่าดีแล้วยังทำร้ายหัวใจของเราได้...เหมือนกับพ่อของหนู”


          “แล้วใครเป็นพ่อของน้องหนูหรือคะแม่”


“ไม่ต้องรู้จักหรอกลูก จำไว้แค่ว่าพ่อทำร้ายแม่ทำร้ายน้องหนู พ่อมีคนอื่น”


“ฮึก...”


            ร่างบางค่อยๆ หมุนตัวเดินลงบันไดอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต...พ่อแท้ๆ ที่เธอเกลียดกลับกลายเป็นคนที่หญิงสาวให้ความเคารพนับถือมาตลอด...บัดนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมศักดิ์ชัยจึงดีกับเธอกว่าคนอื่นๆ ในบ้าน...ที่แท้เขาก็ทำไปเพราะความรู้สึกผิดต่อภรรยาที่ตรอมใจตายเพราะความชั่วของเขากับผู้หญิงอื่นนี่เอง

           

++++++++++++++


            วันต่อมานันท์นภัสลุกขึ้นมาแต่งตัวแต่เช้าและจัดกระเป๋าเพื่อไปออกทริปทัวร์ต่างประเทศกับนักท่องเที่ยวสามวัน และหลังจากได้นอนทบทวนทุกสิ่งที่เธอเคยบอกว่าไร้เหตุผล บัดนี้หญิงสาวรู้แจ้งแล้วว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุและมีผล รวมทั้งการถูกสองแม่ลูกกลั่นแกล้งสารพัดกระทั่งวางแผนจ้างคนมาข่มขืนเธอแล้วฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็น เพราะกลัวเธอจะได้มรดกจากพ่อแท้ๆ สามีที่เอมอุราแย่งจากแม่ของเธอไปอย่างหน้าด้านๆ


            จิตใจของคุณทำด้วยอะไรกันนะ...คุณเอมอุรา! มันถึงได้ชั่วร้ายไร้ความเป็นคนแบบนี้


หญิงสาวมองไปบนตึกใหญ่ด้วยความแค้นระคนไม่เข้าใจ ยิ่งเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดของมารดาเท่าที่เธอจำได้ยิ่งทำให้นันท์นภัสแทบอยากเข้าไปทวงถามกับผู้เป็นพ่อว่าเขาทำกับแม่กับเธอขนาดนั้นได้อย่างไร ทว่าหญิงสาวรู้ดีว่าจิตใจของเธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญกับความเป็นจริงอันโหดร้ายนี้ และเธอก็ไม่อยากได้ยินคำว่าลุ่มหลงชั่วครู่ชั่วยามจากปากผู้เป็นพ่อ เพราะมันบ่งบอกว่าเขาเป็นคนจิตใจโลเลขนาดไหน...และหากเธอเป็นแม่ก็คงเสียใจมากเหมือนกันที่ผู้ชายที่เรารักแบ่งใจให้หญิงอื่น


นันท์นภัสยืนรอรถอยู่หน้าบ้านไม่นานแท็กซี่ก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบก่อนจะไปส่งหญิงสาวที่สนามบิน ทว่าไปได้ครึ่งทางก็มีสายโทร.เข้าจากจุฬาลักษณ์ หญิงสาวกดรับสายอย่างแปลกใจ


“ค่ะพี่จุน”


“น้องหนูจ๊ะ ไม่ต้องไปที่สนามบินแล้วจ้า มีคำสั่งให้น้องหนูเข้าบริษัทด่วน”


“อ้าว ทำไมล่ะคะพี่จุน...หรือว่า...” หญิงสาวหยุดพูดและนึกถึงใครบางคนขึ้นมาทันทีก่อนจะนึกฉุนที่วีรวิทย์คิดจะย้ายเธอไปทำหน้าที่ผู้ช่วยของเขาอย่างที่พูดไว้จริงๆ


“จอมบงการ!” เสียงนันท์นภัสโพล่งออกมาอย่างลืมตัวทำให้คนที่อยู่ในสายถึงกับงง


“ว่าไงนะน้องหนู”


“เอ่อ ปะ เปล่าค่ะพี่จุน ขอบคุณมากนะคะที่โทร.มาบอก” หญิงสาวบอกก่อนวางสาย จากนั้นจึงสั่งแท็กซี่ให้ขับไปที่บริษัทซึ่งไม่ห่างจากสนามบินนัก


ทางด้านวีรวิทย์ก็ขับรถเข้าบริษัทอย่างสบายอารมณ์ แม้วิราราชจะไม่ยอมให้เขาดึงตัวนันท์นภัสมาไว้ในปกครอง แต่คนอย่างวีรวิทย์เสียอย่าง ไม่มีทางเสียเหลี่ยมง่ายๆ อยู่แล้ว ชายหนุ่มฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดีก่อนหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถของผู้บริหาร เป็นจังหวะเดียวกับที่นันท์นภัสลากกระเป๋าเดินทางลงจากรถแท็กซี่ คนจอมวางแผนจึงรีบลงจากรถเดินควงกุญแจเข้าไปทักทายเสียงสดใส


“ไงครับคุณผู้ช่วย..พิสูจน์ความจริงมาแล้วได้ความว่ายังไง?”


“คุณวีรวิทย์!” นันท์นภัสในชุดยูนิฟอร์มของสายการบินหยุดกึกมองคนเข้ามาทักทายอย่างไม่ชอบใจ


“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าได้ความแล้วล่ะสิ หึๆ งั้นคุณก็ควรมาทำหน้าที่ผู้ช่วยให้ผมได้แล้วนะครับ”


“ฉันขอพูดกับคุณวิวก่อน” หญิงสาวเชิดหน้าบอกอย่างต่อรองหากวีรวิทย์กลับหรี่ตามองก่อนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา


“ไม่จำเป็นต้องคุยหรอกเพราะวันนี้คุณต้องประเดิมงานแรกกับผม”


“งานแรกอะไร?” นันท์นภัสถามพลางกระชับกระเป๋าเดินทางเมื่อวีรวิทย์ทำท่าจะมาแย่งมันไปจากเธอ ทางด้านคนจะแย่งกระเป๋าเมื่อหญิงสาวไม่ยอมส่งมันให้ดีๆ ก็ยื่นมือไปจับตรงตำแหน่งที่มือเล็กของคนสวยวางอยู่อย่างหน้าตาเฉย ทำเอาเจ้าของมือถึงกับสะดุ้งจนเผลอชักมือออกราวโดนของร้อน เป็นผลให้วีรวิทย์แย่งกระเป๋าไปได้อย่างง่ายดาย


“เย็นนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม ส่วนข้าวของพวกนี้เอาเข้าไปไว้ที่บ้านของผม เพราะตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ คุณต้องย้ายออกจากบ้านของแอมมิกา...”


“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านคุณนี่ สมองคุณคิดอะไรอยู่กันแน่ แค่ฉันต้องย้ายมานั่งทำงานกับคุณโดยตรงคนทั้งบริษัทก็มองว่าฉันเอาตัวเข้าแลกกันหมดแล้ว แล้วยังจะให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านคุณอีก งานนี้ฉันคงไม่เหลือดีอะไรให้พูดถึงแล้วล่ะ”


“คิดมากน่า”


“คุณนั่นแหละคิดน้อย” หญิงสาวเถียงกลับทันควันอย่างไม่สบอารมณ์ทำเอาวีรวิทย์ทำหน้าพิศวงกับท่าทางของเธอ


“คุณนี่เหลือเชื่อจริงๆ นะน้องหนู ตกลงผมเป็นเจ้านายของคุณหรือเปล่าเนี่ย ทำไมดูเหมือนคุณไม่เกรงกลัวผมบ้างเลย”


            “คุณก็ทำตัวให้น่าเคารพกว่านี้สิ แล้วนั่นจะเอาไปไหน กระเป๋าของฉันฉันถือเองได้”


            “อ๋อ กระเป๋าของคุณน่ะเหรอ...ผมก็จะเอาไปเก็บไว้หลังรถไง พอเลิกงานแล้วก็เอาไปไว้ที่บ้าน โอเค้!” ชายหนุ่มอธิบายเล็กน้อยก่อนจะคว้าข้อมือเล็กจูงไปที่รถอย่างที่บอก นันท์นภัสอ้าปากค้างระคนงุนงงมองการกระทำอุกอาจไม่สนใจชาวบ้านของวีรวิทย์อย่างทำอะไรไม่ได้ กระทั่งเขายัดกระเป๋าของเธอเก็บในรถนั่นล่ะหญิงสาวจึงกอดอกยืนมองหน้าคนเอาแต่ใจอย่างไม่พอใจ


            “เอ้า มองเข้าไป มองไปมองมาเกิดถอนสายตาไม่ได้ผมไม่รับผิดชอบนะครับ”


            “หลงตัวเอง!”


            “ก็ว่าจะหันไปหลงคนอื่นบ้างเหมือนกัน...ว่าแต่คุณเถอะเมื่อไรจะไปทำงานได้สักที หรือว่าเดินไปไม่เป็นผมจะได้อุ้มขึ้นไป ผมยิ่งชอบๆ อยู่ด้วยเรื่องอุ้มสาวๆ สวยๆ เนี่ย...โคตรถนัด” คนเจ้าเล่ห์บอกพร้อมใช้สายตาเจ้าชู้มองคนตรงหน้าอย่างเปิดเผยทำเอานันท์นภัสหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวถลึงตาใส่กลบเกลื่อนความผิดปกติของตัวเองพร้อมยกฝ่ามือตั้งท่าจะตบ


            “แผลที่ปากกับคอหายดีแล้วเหรอ อยากได้เพิ่มอีกแผลหรือไง?”


            “อ๊ะ อ๊ะ อ้า...คิดจะทำร้ายร่างกายผมเหรอ...ต้องชดใช้ด้วยจูบเท่านั้นนะ” ชายหนุ่มทำหน้าทะเล้นจนสาวเจ้าทนไม่ไหวต้องทิ้งฝ่ามือลงข้างลำตัวก่อนเดินตึงๆ เข้าบริษัท ร่างสูงใหญ่มองตามยิ้มๆ ก่อนเดินตามไปอย่างอารมณ์ดี

 







e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

263 ความคิดเห็น