{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 7 : {แค้นรักร้าย2} Ep.05 : เริ่มต้นใหม่ในห้องเดิม (100.5per.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    2 ก.พ. 59

 

ดวงตาที่หนักอึ้งทำให้ร่างเล็กที่พึ่งตื่นนอนลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัว ก็เมื่อคืนมาร์คต้วนคนนั้นเล่นจับเค้ากดจนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง พอลืมตาตื่นขึ้นมาเต็มตาได้ ก็เห็นว่าตอนนี้เค้ากลับมานอนที่ในห้องนอนของเค้าและคนเป็นสามีแล้ว ไม่ได้นอนในห้องนอนของลูกเหมือนเมื่อคืน ซึ่งการที่เค้ากลับมาที่นี่ได้ก้คงไม่พ้นร่างสูงอุ้มมาอย่างแน่นอน แถมตอนนี้ตัวการก็ไม่อยู่บนเตียงซะแล้ว

 

 

ดวงตาสีนิลมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหรี่ตาน้อยๆเพราะแสงแดงกำลังลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อากาศในช่วงนี้ไม่ได้ร้อนหรือเย็นมากนัก มีลมเย็นๆพัดทั้งวันบวกกับแดดในช่วงนี้ที่ยังไม่แรงมากทำให้ร่างเล็กนอนเพลินมาจนเกือบเที่ยงวัน

 

 

ร่างเล็กค่อยๆพาร่างที่ระบบไปทั้งตัวของตัวเองเดินไปที่ห้องน้ำพร้อมกับทำการขัดสีฉวีวรรณจนเสร็จเรียบร้อย ร่างเล็กยื่นนิ่งอยู่หน้ากระจกพร้อมกับสายตาที่มองสำรวจร่างกายของตนเองที่สะท้อนออกมาให้เห็นบนบานกระจกตรงหน้าก่อนจะหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันเป็นการมีเซ็กส์ที่ทรมานที่สุดเพราะร่างสูงดันไม่รู้จักระงับอารมณ์ จับคนตัวเล็กกดในห้องลูกจนได้ ร่างเล็กจึงต้องพยาพยามกั้นเอาไว้สุดเสียง

 

 

“นี่คงต้องเลิกไปนอนห้องลูกแล้วล่ะ ไม่งั้นมีหวังคนซวยจะเป็นเราอีกแน่ๆ” แบมแบมบ่นกับตัวเองก่อนจะนุ่งเสื้อคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินออกมาตรงไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบชุดสบายๆมาใส่ก่อนจะค่อยๆเดินลงไปข้างล่าง ร่างเล็กค่อยๆลงบันไดมาอย่างยากลำบากเพราะยังรู้สึกขัดๆที่ช่องทางด้านหลังอยู่ไม่น้อย

 

 

“อ้าวแบมแบมตื่นแล้วเหรอ?” ยองแจเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นน้องชายเดินเกาะราวบันไดลงมา ร่างเล็กยิ้มรับกับคำถามของพี่ชายก่อนจะเอ่ยตอบ

 

“ครับ...แล้วพี่ยองแจเห็นพี่มาร์คมั้ยครับ?” ร่างเล็กถาม

 

 

“อ่อ..เตรียมอาหารเที่ยงให้เด็กๆอยู่ในครัวน่ะ” ยองแจตอบกลับ ร่างเล็กก็พยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆเดินไปยังห้องครัวตามคำบอกของพี่ชาย ร่างเล็กชะโง้กหน้ามองอยู่ตรงประตูก็เห็นแม่บ้านที่กำลังง่วงอยู่กับการเตรียมอาหารเที่ยง และพ่อบ้านจำเป็นที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่กับหม้อใบขนาดกลางตรงหน้า เดาว่าคงทำอาหารให้เด็กๆอย่างแน่นอน

 

 

“แด๊ดดี๊ใส่ช้อดดดด ใส่ช้อดละก็จะอาหย่อย” วินเอ่ยก่อนจะยกขวดซอสขึ้นมายื่นให้คนเป็นพ่อ ดีแลนก็ไม่น้อยหน้าถือแครอทหัวโตยื่นให้เช่นกัน

 

 

“แด๊ดดี๊ดีแลนจากินแครอทด้วย แด๊ดดี๊ใส่แครอททท ใส่แย้วอาหย่อย” ลูกมือตัวน้อยทั้งสองผลัดกันส่งนู้นส่งนี่ให้คนเป็นพ่ออย่างไม่ขาดสาย มาร์คก็ได้แต่รับมาจนถือซะเต็มไม้เต็มมือ ถึงบางทีเด็กๆจะดูซนและวุ่นวายแต่แบมแบมก็ไม่เห็นว่ามาร์คจะแสดงสีหน้าหงุดหงิดเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนก่อนจะความจำเสื่อมหรือตอนนี้ ไม่ว่ายังไงเค้าก็ยังเป็นคุณพ่อที่น่ารักสำหรับเด็กๆเสมอ ถึงบางทีจะดุบ้างแต่มาร์คก็ไม่เคยตีเจ้าตัวเล็กเลย

 

 

“เอาล่ะเด็กๆ อาหารเสร็จแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะเลยนะครับ” มาร์คเอ่ยกับเจ้าตัวเล็กทั้งสอง เมื่อฟังเช่นนั้นวินกับดีแลนก็พากันวิ่งจูงมือกันออกมายังโต๊ะอาหารเพื่อรอทานอาหารเที่ยงฝีมือคุณพ่อ

 

 

โดยเจ้าตัวเล็กๆพากันวิ่งดุ้กๆไปที่โต๊ะอาหารก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เด็กที่วางคู่กันไว้ที่หัวโต๊ะทันที แบมแบมมองตามลูกน้อยก่อนจะระบายยิ้มอ่อนๆ เด็กๆคงมีความสุขไม่น้อยที่ตอนนี้คนเป็นพ่อค่อยๆกลับมาเป็นเหมือนเดิมมากขึ้น

 

 

“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” มาร์คเอ่ยขึ้นเมื่อเดินออกมาจากห้องครัวแล้วเห็นคนตัวเล็กยืนอยู่ แบมแบมหันไปมองคนตัวสูงกว่าก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบเบาๆ

 

 

“ครับ...ก็พึ่งตื่น” แบมแบมตอนเสียงอ้อมแอ้ม ทำให้มาร์คมองออกว่าคนตัวเล็กคงกำลังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแน่ๆ ร่างสูงจึงโน้มตัวลงไปใกล้ๆก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหู

 

 

“เมื่อคืนนี้..ตอนกลั้นเสียงไว้ หน้านายเซ็กซี่มากเลยนะ” เอ่ยเพียงแค่นั้นคนตัวเล็กรีบดันอีกคนออกทันที ร่างสูงหัวเราะร่วนก่อนจะเดินไปหาเจ้าตัวเล็กที่กำลังรอเขาอยู่เอาอาหารไปให้ แบมแบมกัดปากด้วยความหมั่นไส้คนเป็นสามีก่อนจะเดินตามไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งแม่บ้านยกอาหารเที่ยงมาเสิร์ฟให้พอดี ร่างเล็กมองคนเป็นสามีก่อนจะเบ้ปากใส่เมื่อเจ้าตัวหันมามอง ซึ่งยองแจและแจ็คสันก็เดินมาโต๊ะอาหารพอดี หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหาร โดยที่แบมแบมก็ต้องนั่งข้างคนเป็นสามี

 

 

“ป้าครับ เดี๋ยวเอาไข่ลวกมาให้ด้วยนะครับ” มาร์คเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทานอาหารเสร็จเป็นคนแรก ดวงตากลมรีบหันไปมองคนเป็นสามีทันทีก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

 

“นี่ถึงขึ้นต้องโด๊ปเลยเหรอครับ เสียพลังงานเยอะรึไงครับเจ้านาย” แจ็คสันเอ่ยแซวขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆมาร์คก็ยิ้มรับก่อนจะเหล่มองคนตัวเล็ก

 

 

“ใช่ เพราะคนแถวนี้น่ะสิ..ทำฉันเสียพลังงานไปเยอะ” ไปว่าเปล่ายังเอื้อมมือไปเกลี่ยพวงแก้มใสของอีกคนเบาๆเหมือนหยอกล้อจนคนตัวเล็กต้องถลึงตาใส่ ซึ่งมาร์คก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย เจ้าตัวเล็กหันไปมองคนเป็นพ่อเป็นแม่ก่อนจะวางส้อมในมือลงแล้วหันไปหายองแจพร้อมกับเอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อของคนเป็นลุงเบาๆจนยองแจต้องก้มลงมองพร้อมกับเลิกคิ้วน้อยๆ

 

 

“ว่าไงครับวิน”

 

 

“กุงลุง วินมีไรจาฟ้อง” เจ้าตัวเล็กที่ยังไม่เก่งภาษาเอ่ยออกมาพร้อมขมวดคิ้วด้วยสีหน้าตึงเครียดที่เรียกรอยยิ้มให้คนบนโต๊ะอาหาได้เป็นอย่างดี

 

 

“ทำไมเหรอครับ?” แจ็คสันโผล่หน้าไปถามบ้างเจ้าตัวเล็กเม้มปากก่อนจะหันไปมองแด๊ดดี๊

 

 

“ก็มะคืนแด๊ดดี้ทำม่ามี๊ร้องทั้งคืนเยยฮับ” คำพูดของเจ้าตัวเล็กทำเอาแบมแบมที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มถึงกับน้ำพุ่งแต่ดีที่เอามือปิดปากไว้ทัน

 

 

ลูกหนอลูก ได้นิสัยพ่อมาเยอะเกินไปแล้วนะ

 

 

“แค่กๆ พูดอะไรน่ะวิน” แบมแบมหันไปดุลูกตัวน้อยแต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่รู้สึกกลัวเลยยัวหัวเราะร่าขึ้นมาจนแบมแบมดุไม่ลง ซึ่งยองแจที่ได้ฟังก็ได้แต่ขำตาม เพราะก็พอจะรู้มาอยู่แล้วว่าเรื่องบนเตียง มาร์คต้วนก็ใช่ย่อยเลยทีเดียว เพราะน้องชายเคยบ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆ

 

 

หลังจากนั้นไม่นานแม่บ้านก็ยกไข่ลวกที่ตอกใส่แก้วมาให้ แก้วทรงสูงสีทึบถูกวางลงบนโต๊ะเพื่อเสิร์ฟให้ร่างสูง ซึ่งเจ้าตัวก็เลื่อนแก้วมาใกล้ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

 

 

“แด๊ดดี้กินอะไยฮับ” ดีแลนที่มองอยู่ตลอดเอ่ยถาม เพราะยิ่งเป็นแก้วสีทึบยิ่งทำให้เด็กน้อยอยากรู้

 

 

“ไข่ลวกครับ” มาร์คหันไปตอบลูกตัวน้อยตรงๆ

 

 

“ทำไมต้องกินฮับ” เจ้าตัวเล็กยังถามต่อไป ซึ่งคนเป็นพ่อก็ถามออกไปอย่างมาดมั่น

 

 

“ก็กินแล้วจะได้ปึ๋งปั๋งไงครับ” มาร์คตอบออกไปขำๆเพราะเค้ารู้ว่ายังไงเจ้าตัวเล็กก็ไม่เข้าใจความหมายแน่ๆ

 

 

“พี่มาร์คพูดอะไรกับลูกเนี่ยเดี๋ยวลูกก็จำไปใช้แบบผิดๆหรอก” คนตัวเล็กหันไปดุสามี แล้วสิ่งที่คาดไว้ก็ไม่มีผิดเมื่อเสียงของเจ้าตัวน้อยสวนขึ้นมาทันที

 

 

“แด๊ดดี้ดีแลนก็อยากปึ๋งปั๋งฮับบบ”

 

 

 

 

ให้ตายสิ...ผมเริ่มจะรู้สึกกลัวการเจริญเติมโตของลูกแล้วสิครับ






Uploading 




หลังจากทานอาหารเสร็จยองแจและแจ็คสันก็ขอตัวกลับไปที่ที่พักของตนเอง ซึ่งเป็นคอนโดหรูกลางเมืองที่ทั้งคู่เคยซื้อทิ้งเอาไว้นานแล้ว ตอนนี้ก็ใช้เป็นที่พักระหว่างที่แจ็คสันกลับมาช่วยงานที่นี่ ซึ่งยองแจก็ถือโอกาสเข้าไปช่วยงานที่บรัษัทของพี่ชายดั่งเช่นเมื่อก่อนอีกด้วย เพราะตั้งแต่ที่ยองแจแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไป ก็ไม่มีคนคอยช่วยงานที่บริษัทของครบครัวเท่าไหร่ เพราะว่าแบมแบมก็ไม่รู้เรื่องธุรกิจ แถมมาร์คก็ยื่นคำขาดแล้วว่าไม่อยากให้คนตัวเล็กทำงาน แจบอกจึงทำหน้าที่นี้มาคนเดียวตลอด แต่เค้าก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักหนาอะไร เพราะก็มีวังยอบและจินคอยดูและงานที่สาขาอื่นๆของเขาอยู่แล้ว

 

 

หลังจากที่ยองแจและแจ็คสันออกไปจากบ้านได้ไม่นาน มาร์คกก็เดินขึ้นไปบบนห้องก่อนจะลงมาพร้อมกับสวมชุดทำงาน ทำให้คนตัวเล็กต้องหันไปมองด้วยความสงสัย

 

 

“แต่งตัวจะไปไหนครับ?” ร่างเล็กเอ่ยถามด้วยความสงสัย มาร์คยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะหันไปตอบเจ้าของเสียงหวาน

 

 

“ฉันต้องออกไปที่บริษัท พอดีมีเอกสารด่วนเข้ามา ฉันต้องเข้าไปเซ็น แล้วอีกอย่างเหมือนโรงงานใหม่ที่กำลังจะสร้างที่ญี่ปุ่นจะมีปัญหา ฉันต้องไปเคลียสักหน่อย” มาร์คเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสุขุม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน มาร์คคนนี้ก็เห็นงานสำคัญเสมอ

 

 

“แต่ว่าวันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอครับ”

 

 

“มันก็ใช่ แต่ถ้างานมันเร่งด่วนก็เลี่ยงไม่ได้ อีกอย่างมีแค่ฉันคนเดียวที่ตัดสินได้” ร่างสูงเอ่ยออกมาอีกก่อนจะติดกระดุมที่ข้อมือเสื้อเชิ้ตของตนเองให้เรียบร้อยแล้วปรายตามองอีกคนที่ลอบถอนหายใจเบาๆ

 

 

“งั้น...พี่มาร์คก็รีบไปรีบกลับนะครับ” ร่างเล็กได้แต่เอ่ยเบาๆก่อนจะเงยหน้ามองอีกคนที่มองมาก่อนอยู่แล้ว ร่างสูงก้าวเท้าไปใกล้คนตัวเล็กก่อนจะก้มลงจุมพิตเบาๆที่กระหม่อมบางของอีกคน ก่อนจะถอนริมฝีปากออกช้าๆ บริเวณที่ถูกอีกคนทาบทับริมฝีปากลงมามันทำให้คนตัวเล็กถึงกับหน้าร้อนวูบ เพราะจู่ๆอีกคนกก็มอบสัมผัสที่อ่อนโยนมาให้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

“ในฐานะที่ฉันทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างหนัก ฉันก็หวังว่าคืนนายจะบริการฉันให้เต็มที่ทนแทนความเหนื่อยนะ” ร่างสูงยกยิ้มร้ายก่อนจะเลื่อนมือลงไปบีบคลึงก้นงอนของอีกคนเน้นๆทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที แต่ดันเป็นความเจ็บที่ทำให้ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

 

 

“บะ..บ้า ไปทำงานได้แล้วพี่มาร์ค” ร่างเล็กดันตัวออกก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีร่างสูงไปทันที มาร์คมองตามแผ่นหลังของอีกคนก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ มันไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมเวลาได้แกล้งอีกคนเค้าถึงได้มีความสุขแบบนี้ ตอนที่ฉันยังไม่ได้ความจำเสื่อมฉันก็คงจะชอบแกล้งนายแบบนี้สินะ

 

 

จะว่าไป ถึงตอนนี้เค้าอาจจะจำอะไรๆได้แค่ห้าสิบเปอร์เซ็น แต่อย่างน้อยตอนนี้ความรู้สึกที่มันชัดเจนในใจเค้ามากนั่นก็คือ เค้าเชื่อจริงๆแล้วว่าเด็กคนนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเค้าที่ขาดไม่ได้จริงๆ หลังจากที่ได้แกล้งคนตัวเล็กไปพอหอมปากหอมคอร่างสูงก็ขับรถออกไปที่บริษัทโดยที่วันนี้เค้าออกขับรถออกมาเอง และสั่งให้ลูกน้องคนอื่นๆดูแลแบมแบมและเด็กๆอยู่ที่บ้าน ช่วงนี้อะไรๆมันก็ไม่น่าไว้ใจเพราะฉะนั้นคนดูแลเยอะๆก็น่าจะดีกว่า ซึ่งพอเค้ามาที่บริษัทก็มีลูกน้องคอยดูแลเยอะพอแล้ว

 

 

หลังจากที่มาร์คมาถึงที่บริษัท เค้าก็เดินเข้าไปที่ห้องทำงานของเค้า เมื่อเดินเข้าไปถึงร่างสูงก็ต้องถอนหายใจออกมาหนักๆเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารหลายต่อหลายงานที่กองสูงเป็นภูเขาอยู่บนโต๊ะของเค้า เค้าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะเริ่มเปิดแฟ้มงานดูทีละงานทันที

 

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ร่างสูงละสายตาจากเอกสารในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองซึ่งก็เห็นว่าเป็นเลขาของเค้าที่พึ่งเข้ามาทำงานตั้งแต่ช่วงที่แจ็คสันไปทำงานที่ฮ่องกง ซึ่งเลขาคนนี้ก็ทำงานได้ดีพอตัว

 

 

“นายมีอะไร?” มาร์คถามเลขาของเค้า

 

 

“ผมเอาเอกสารมาให้ครับ คุณคาลส่งข้อมูลสรุปรายได้ของปีนี้มาให้ครับ..แล้วก็มีเมลด่วนจากคุณโลแกน ผมปริ้นออกมาให้แล้วครับ” เลขาของเค้าเอ่ยจบก็วางเอกสารทั้งสองชิ้นไว้บนโต๊ะทำงานของเจ้านายแล้วก้มหัวให้ช้าๆก่อนจะเดินออกไป มาร์ควางเอกสารที่ต้องเซ็นเอาไว้ก่อน เค้าเลือกดูเอกสารที่คาลและโลแกนส่งมาให้โดยเลือกเปิดเอกสารสรุปรายได้ของรีสอร์ทที่ไต้หวันขึ้นมาดูก่อน

 

 

จากการสรุปรายได้ของปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าน้อยมากไปเท่าไหร่ ถึงแม้จะต้องเสียเงินกับค่าบำรุงสถานที่ที่โดนคนไม่ประสงค์ดีมาก่อกวนไปแต่ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นก็ไม่ได้ทำให้รายได้ของรีสอร์ทต่ำลงไปสักเท่าไหร่ หลังจากที่ตรวจสอบรายได้ของรีสอร์ทที่ไต้หวันเสร็จ ร่างสูงก็เปิดเมลด่วนที่โลแกนส่งมาให้ ซึ่งเลขาของเค้าปริ้นเอกสารใส่ซองเอกสารมาให้

 

 

ร่างสูงค่อยๆหยิบเอกสารที่อยู่ภายในออกมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ที่มีรูปถ่ายของอี้ฟานที่ตอนนี้อยู่ที่เกาหลีและรายชื่อของโรงแรมที่อี้ฟานเข้าพัก ซึ่งเป็นโรงแรมที่ไม่ได้ห่างจากพวกเค้ามากเท่าไหร่ ร่างสูงกัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย เพราะสิ่งที่โลแกนส่งมาให้นั้นหมายถึงว่าตอนนี้เค้าต้องระวังให้มากขึ้นเพราะเค้ารู้สึกได้ว่าอี้ฟานต้องคิดจะทำอะไรอยู่แน่ๆ

 

 

 

“วันๆมีแต่เรื่อง” มาร์คบ่นออกมาก่อนจะตรวจเอกสารอีกรอบ จนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง เมื่อเค้าตรวจสอบเอกสารเสร็จร่างสูงก็หันไปมองเวลาที่ตอนนี้ล่วงเลยมาจนเกือบหนึ่งทุ่ม ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดลงมือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกไปหาภรรยาคนดีทันที และรอเพียงไม่นานปลายสายก็กดรับสาย

 

 

/ยอโบเซโย..พี่มาร์คโทรมามีอะไรครับ/

 

 

“ฉันพึ่งทำงานเสร็จ จะโทรมาถามว่านายกินข้าวยัง”

 

 

/อ๋อ ยังครับแต่ว่ากำลังว่าจะทำอาหารให้เด็กๆทาน พี่มาร์คจะกลับมาตอนไหนเหรอครับเดี๋ยวแบมจะได้ให้คนทำอาหารเย็นไว้ให้/ ร่างเล็กเอ่ยออกมาอีก

 

 

“ไม่ต้องทำ เดี๋ยวฉันจะให้คนพานายกับลูกออกมาที่บริษัท เดี๋ยวเราไปกินข้าวเย็นที่ห้างข้างๆกัน”

 

 

/ตอนนี้เหรอครับ?/ ร่างเล็กถามด้วยความแปลกใจ

 

 

“ใช่..ทำไมเหรอ? ไม่อยากออกมา?”

 

 

/เปล่าครับ อยากไปครับ..งั้นเดี๋ยวแบมขอเวลาอาบน้ำให้ลูกๆแป๊บนึงนะครับ/

 

 

“โอเค เดี๋ยวฉันจะสั่งคนขับรถไว้ให้ พอนายอาบน้ำให้ลูกเสร็จแล้วก็บอกให้เค้าพามาที่บริษัทแล้วกัน”

 

 

/ครับ/ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็วางสายไป ซึ่งมาร์คได้เดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวยาวในห้องทำงานของเค้า

 

 

 

เวลาผ่านมาเกือบชั่วโมงซึ่งเค้าคิดว่าอีกไม่นานภรรยาคนดีและลูกๆของเค้าคงใกล้จะมาถึงเต็มที แต่ด้านนอกก็มีหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสวยสดที่โผล่มาอย่างไม่คาดหมาย ดวงตากลมโตขนตายาวงอนหน้าตาออกแนวลูกครึ่งผมบลอนสวย เดินนวยนาดตรงมาที่หน้าห้องทำงานของมาร์ค เลขาของเค้าที่อยู่ตรงหน้าห้องเงยหน้ามองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยถาม

 

 

“ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม หญิงสาวปรายตาไปมองเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเย้อหยิ่ง

 

 

“ฉันมาขอพบคุณมาร์คค่ะ”

 

 

“แล้วให้เรียนว่าใครมาขอพบครับ”

 

 

“ริชค่ะ” หลังจากได้ยินคำตอบแค่นั้น เลขาหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายไปหาร่างสูงในห้องทันที ซึ่งไม่นานนักเลขาหนุ่มก็วางสายลงจากเจ้านายก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้ววาดมือให้หญิงสาวเข้าไปด้านใน

 

 

เจ้าตัวยิ้มกริ่มก่อนจะเชิดหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยรอยยิ้มหวานที่อยู่ภายใต้สิปสติกสีแดงสดและชุดที่รัดรูปพอดีตัว เมื่อเข้าไปในห้องหญิงสาวก็กวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มตัวสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟา เสียงส้นสูงที่ดังกระทบกับพื้นกระเบื้องราคาแพงส่งเสียงดังขึ้นมาเป็นจังหวะทำให้ร่างสูงต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

 

แวบแรกที่เค้าเห็นคือหญิงสาวหน้าตาสวย สวยจนผู้ชายคนไหนก็คงไม่อยากละสายตาไปเธอคนนี้เป็นแน่แต่มันคงไม่ใช่กับเค้าคนนี้ มาร์คต้วนมองหญิงสาวด้วยแววตานิ่งก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

 

“คุณเป็นใคร มีธุระอะไร?” มาร์คเอ่ยถามพร้อมสายตานิ่งเฉยๆที่มองไปที่หญิงสาวตาหน้า

 

 

“ริชไงค่ะ พี่มาร์คจำริชไม่ได้เหรอค่ะ เราเคยเจอกันที่แอลเอไงค่ะ ตอนที่พี่มาร์คเรียนอยู่ที่นั่นไง” หญิงสาวยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยบอกกับร่างสูง เจ้าตัวมองหน้าหญิงสาวตาหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว เพราะเค้าไม่รู้สึกว่าจะคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้เลย

 

 

“ผมไม่รู้จักคุณ เชิญออกไปข้างนอกด้วย” ร่างสูงวาดมือไปทางประตูเป็นการเชิญให้ออกไป เพราะเค้าคิดว่าเค้าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้จริงๆทั้งชื่อและหน้าตาไม่คุ้นเลย เพราะถ้าเกิดรู้จักกันในตอนที่เค้าเรียนอยู่ที่อเมริกาจริงๆเค้าก็ต้องทำได้ เพราะความทรงจำของเค้าในช่วงนั้นมันไม่ได้หายไป

 

 

“อย่าพูดจาตัดเยื้อใยแบบนี้สิค่ะ พี่มาร์คจำไม่ได้แม้กระทั้งแม่คนแรกของลูกพี่เลยเหรอค่ะ” แค่หญิงสาวเอ่ยประโยคนี้ออกมาร่างสูงก็ชะงักพร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่ทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งของเค้าอย่างถือวิสาสะพร้อมมือที่ยกขึ้นโอบรอบคอเค้าเอาไว้อย่างไม่ได้ขออนุญาต

 

 

“คุณหมายความว่ายังไง??”

 

 

“ริชเคยท้องลูกของคุณ” หญิงสาวเอ่ยออกมาอีกทำเอาร่างสูงตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเค้าหันไปที่ประตูก็เห็นว่าภรรยาคนดียืนมองอยู่พร้อมกับเจ้าตัวเล็กทั้งสองที่โผล่หัวเข้ามาในห้อง

 

 

“แบมแบม” ร่างสูงเอ่ยเรียกภรรยาคนดีเบาๆ แบมแบมเม้มปากแน่นก่อนจะหมุนตัวหนีไปจากตรงนั้น ทำให้มาร์ครีบวิ่งตามร่างเล็กไปทันที เด็กน้อยตัวเล็กทั้งสองคนมองตามก่อนจะทำแก้มพองลมแล้วหันไปมองหญิงสาวผมบลอนทันที

 

 

“กุนป้าเป็นครายยยย ตะไมมายุ่งกับแด๊ดดี้” วินลั่นวาจาขึ้นพร้อมยืนกอดอกอย่างไม่เกรงกลัว

 

 

“นั่นจิ มาทำให้แด๊ดดี้กับม่ามี๊ทะเลาะกันตะไม ปู้หญิงหัวใจร้ายกาจเหมือนน้องหมาที่กัดน้องเหมียว” ดีแลนว่าเสริมออกมา ก่อนจะชูนิ้วกลมๆขึ้นมาชี้หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

 

 

“ทำไมต้องมาขัดจังหวะตอนนี้ด้วยนะ” หญิงสาวบ่นออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกมาจากห้องนั้นแต่ก็ถูกเลขาของมาร์คขวางเอาไว้ซะก่อน

 

 

“ผมว่า ผมคงยังปล่อยคุณไปไม่ได้หรอกครับ”

 

 

 

ทางด้านแบมแบมและมาร์ค คนตัวเล็กตรงมายังลิฟต์ก่อนจะรีบกดลิฟต์ลงไปข้างล่างทันที แต่ว่าร่างสูงก็ตามมาทัน เอามือจับประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดก่อนจะออกแรงดันออกแล้วแทรกตัวเข้าไป

 

 

“หนีทำไม” ร่างสูงถามพร้อมกับก้าวเท้าไปใกล้จนร่างเล็กถอยจนไปติดพนังอีกด้านหนึ่ง

 

 

“แบม..แบมไม่ได้หนี” ร่างเล็ก้มหน้านิ่งก่อนจะเอ่ยตอบ

 

 

“โกหก..เมื่อกี้นายได้ยินที่ผู้หญิงคนนั้นพูดใช่มั้ยถึงหนีออกมาแบบนี้” มาร์คถามคนตัวเล็กออกไปอีก ร่างเล็กเม้มปากแน่น อารมณ์ที่รู้สึกแบบนี้บอกไม่ถูกว่าโกรธหรือว่าเสียใจ เหมือนเค้ายังประมวลความรู้สึกของตนเองไม่ได้

 

 

“...” ร่างเล็กนิ่งเงียบ จนลิฟต์เลื่อนลงมาเลื่อยๆจนมาหยุดอยู่ยังชั้นหนึ่งซึ่งมีพนักงานหลายคนกำลังรอขึ้นลิฟต์อยู่ แต่เมื่อเห็นว่าในลิฟต์คือเจ้านายและคนรัก พนักงานก็รีบถอยกรูไปให้ห่างจากลิฟต์ทันที

 

 

“โทษทีนะ ฉันขอเคลียกับเมียก่อน” ร่างสูงเอ่ยด้วยสายตาขวางๆก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดลิฟต์ทันที

 

 

“เอาล่ะ นายได้ยินที่ผู้หญิงคนนั้นพูดใช่มั้ย”

 

 

“...” ร่างเล็กยังคนนิ่งไม่ตอบ

 

 

“โอเค ไม่ตอบก็ได้ แต่ฟังไว้นะว่าฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น และฉันขอสั่งให้นายเชื่อ” ร่างสูงเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด

 

 

“ถึงขั้นต้องสั่งเลยเหรอครับ ไม่ต้องสั่งก็ได้แบมเชื่อ...เชื่อว่าไม่รู้จัก คนไม่รู้จักกันนั่งคร่อมตักกันขนาดนั้นได้ด้วยสินะครับ” ร่างเล็กเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ในใจมันรู้สึกเจ็บแปลกๆ เพราะเหมือนในใจมันกลัวว่าร่างสูงจะปกปิดอะไรเค้าไว้ ร่างเล็กดันร่างสูงออกก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูลิฟต์เพื่อรอจะออกจากลิฟต์ในชั้นต่อไปที่กำลังจะเปิด ร่างสูงหันไปมองภรรยาคนดีก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วดึงให้อีกคนหันมาหาเค้า

 

 

“นี่นายไม่เชื่อฉันใช่มั้ย...ได้” มือหนาประคองใบหน้าของอีกคนก่อนจะกดจูบลงไปแรงๆจนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บแปล็บขึ้นมา ริมฝีปากอิ่มถูกร่างสูงกัดจนร่างเล็กต้องนิ่วหน้า

 

 

“อื้อ งือออออ” ร่างเล็กพยายามยกมือดันอกแกร่งของอีกคนเต็มแรง แต่ยิ่งดิ้น ยิ้งออกแรงดันมากเท่าไหร่ ร่างสูงก็ยิ่งกอดอีกคนแน่นมากขึ้นเรียวลิ้นอุ่นใช้โอกาสที่อีกคนไม่ทันระวังสอดแทรกเข้าไปก่อนจะเกี่ยวต้อนลิ้นของอีกคนจนจนมุม ลิฟต์ค่อยๆเคลื่อนตัวลงไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่ชั้นชั้นหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าประตูกำลังจะเปิดแต่ร่างสูงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำของเค้าเลย

 

 

ติ๊ง !

ชั้นสิบแปด !

 

 

“ฮ่าๆ ใช่เลยเธอ เนี่ยนะเดี๋ยวตอนเย็นเราไปดูเสื้อลดราคาที่ห้าง...ขะ...ว๊าย ท่านประธาน” หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนานก้าวเท้าเข้ามาในลิฟต์และรีบดึงตัวกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเจ้านายกำลังจูบกับภรรยาต่อหน้าต่อตาพนักงานหลายคนถึงกับรีบถอยกรูออกไปห่างจากประตูลิฟต์ทันที แบมแบมจึงใช้โอกาสนี้ดันร่างสูงออกได้สำเร็จร่างเล็กหายใจหอบก่อนจะหันไปมองพนักงานที่กำลังมองมาด้วยแววตาตกใจไม่น้อย

 

 

“คือ..คือเมื่อกี้ไม่เห็นเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ไม่เห็นเลยค่ะ ดิฉันเป็นต้อกระจกค่ะ” พนักงานคนหนึ่งรีบพูดขึ้นทันที ร่างเล็กหันไปมองค้อนร่างสูงก่อนจะทำท่าจะเดินออกจากลิฟต์แต่ก็ถูกร่างสูงกระชากกลับมาก่อน

 

 

“เรายังคุยกันไม่จบนะแบม”

 

 

“แบมไม่คุยแล้ว ไม่อยากคุยอะไรทั้งนั้น พี่มาร์คปล่อยแบมนะ!!” ร่างเล็กดิ้นเร้าๆอยู่ในวงแขนของอีกคนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะแรงของพวกเค้าต่างกันเกินไป

 

 

“นี่เธอ” ร่างสูงหันไปมองพนักงานตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเรียกทำเอาหญิงสาวที่ถูกเรียกถึงกับสะดุ้งเฮือก

 

 

“คะ..ค่ะ ท่านประธาน”

 

 

“ขึ้นไปบอกเลขาผม ว่าให้พาลูกของผมไปเจอที่ร้านxxxที่ห้างข้างๆด้วยผมกับแบมแบมจะไปรออยู่ที่นั่น” ร่างสูงเอ่ยออกมาเสียงนิ่ง

 

 

“คะ..ค่ะ ท่านประธาน ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันจะรีบไปบอกเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยเสียงสั่น เพราะเธอรู้สึกว่าแววตาของร่างสูงตอนนี้มันช่างน่ากลัวซะจริงๆ

 

 

“อ่อ..แล้วก็อีกอย่าง”

 

 

“คะ..ค่ะ อะ..อะไรเหรอคะ”

 

 

“กดปิดลิฟต์ให้ผมด้วย ซึ่งผมหวังว่าลิฟต์จะไม่เปิดจนถึงชั้นหนึ่ง...ไม่ทราบว่าคุณช่วยผมได้มั้ย” เสียงที่เย็นยะเยือกอย่างกับอยู่ขั้วโลกเหนือถูกส่งไปให้หญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง

 

 

“ค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะท่านประธาน” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยก่อนจะรีบกดปิดลิฟต์ทันที หลังจากที่ประตูปิดลงร่างสูงก็ก้มลงมองคนตัวเล็กในวงแขนของตนเองก่อนจะกระตุกยิ้ม

 

 

“เอาล่ะ...เรามาเคลียกันดีกว่านะแบมแบม”

 

 

“เคลีย...เคลียอะไร...มะ..อื้ออออ” 







Uploading 50%





ร่างเล็กยกมือขึ้นดันแผ่นอกแกร่ง ในขณะที่อีกคนก็แทรกตัวเข้าไปใกล้อีกคนเรื่อยๆจนถอยหลังไปจนติดพนังของลิฟต์ เอาจริงๆมาร์คต้วนคนนี้ไม่ได้คิดจะเคลียอะไรมากมายหรอก แค่อยากทำให้อีกคนยอมอยู่เฉยๆให้เค้าอธิบายมากกว่า แต่อีกคนแค่เห็นก็หนียังไม่ทันได้อธิบายอะไรเลยสักนิด เค้าก็เลยต้องงัดไม้โหดมาใช้หน่อย

 

 

ร่างเล็กออกแรงดันอีกครั้งซึ่งคราวนี้ร่างสูงก็ยอมผละออกแต่โดยดี คนตัวเล็กแม้มปากแน่นก่อนจะหันหน้าหนีร่างสูงจนคนตัวโตกว่าต้องก้มหน้าตามไปมองอีกคน

 

 

“ทำอะไรหัดอายคนอื่นบ้าง” ร่างเล็กเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มพร้อมกับเม้มปากน้อยๆ

 

 

“ทำไมต้องอาย ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

 

 

“มันไม่ผิดแต่มันไม่เหมาะสม”

 

 

“มีกฎห้ามจูบเมียตัวเองในลิฟต์เหรอ? ก็ไม่ได้มีป้ายแปะเอาไว้นะ” ร่างสูงมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาป้ายจนร่างเล็กไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาเถียง

 

 

“คุยกันไปก็ไม่รู้เรื่อง พี่มาร์คปล่อยได้แล้วแบมจะไปหาลูก” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะขืนตัวน้อยๆ เพราะตอนนี้ตนเองยังถูกอีกคนกอดเอาไว้อยู่ บางยกยิ้มน้อยที่มุมปากก่อนจะก้มไปใกล้อีกคนเหมือนแกล้ง

 

 

“หึงฉันเหรอ?”

 

 

“ถ้าหึงมันก็ไม่แปลกเลย เพราะแบมมีสิทธิ์ทำแบบนั้นได้ เว้นซะแต่พี่มาร์คจะไม่ให้สิทธิ์นั้นกับแบม” ร่างเล็กเอ่ยก่อนเสียงจะค่อยๆแผ่วลงเมื่อเอ่ยมาถึงประโยคสุดท้าย ซึ่งมาร์คเข้าใจดีว่าอีกคนกำลังรู้สึกแบบไหน

 

 

ลิฟต์เปิดออกพอดี ซึ่งทั้งคู่ออกมายังชั้นหนึ่งของบริษัท เดินผ่านประตูบานใหญ่ของตึกที่สูงตระหง่านกลางใจเมืองที่มีรถมาจอดรอพวกเค้าแล้ว มาร์คพาแบมแบมขึ้นไปบนรถก่อนเค้าจะเอ่ยถามคนขับ

 

 

“วินกับดีแลนอยู่กับซองแจใช่มั้ย”

 

 

“ใช่ครับ คุณหนูอยู่กับคุณเลขาครับ” คนขับรถประจำบริษัทของเค้าเอ่ยตอบ หลังจากนั้นมาร์คก็หันมาหาคนตัวเล็กข้างๆที่ยังดูเหมือนต้องการคำตอบจากเค้าอยู่

 

 

“นายอยากให้ตอบในสิ่งที่นายพูดเมื่อกกี้ใช่มั้ย ...ถ้าเอาจริงๆแล้วนายก็ทำแบบนั้นได้อยู่แล้วนี่ ทำไมฉันจะต้องบอกว่านายทำไม่ได้ ยังไงซะนายก็เป็นเมียฉัน” คำตอบของร่างสูงทำให้คนตัวเล็กนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรก่อนจะเบนหน้าออกนอกหน้าต่าง

 

 

บางทีก็ไม่ชอบใจตัวเองที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเวลาได้ยินคำพูดของอีกคน เหมือนความรักของเค้ามันออกมาไม่สุด เหมือนมันยังมีอะไรกั้นเอาไว้ เหมือนรักเพราะรู้ว่าต้องรัก ไม่ได้รักเพราะความรู้สึก บางทีแบมแบมก็อยากจะให้ความทรงจำของอีกคนกลับมาตอนนี้เลย เพราะการที่มาร์คเป็นแบบนี้มันส่งผลให้อะไรหลายๆอย่างที่เคยทำมันเปลี่ยนแปลงไป

 

 

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ร่างเล็กก็เอาแต่นิ่งเงียบจนไปถึงห้างฯ ทั้งคู่พากันเดินไปที่ร้านอาหารที่ให้เลขาพาวินกับดีแลนไปรออยู่แล้ว เด็กน้อยทั้งสองคนชะโง้กมองหาคนเป็นพ่อเป็นแม่

 

 

“แด๊ดดี้กับม่ามี๊มาแย้วววววว” เสียงของวินเจื้อยแจ้งดังขึ้นนิ้วกลมๆก็ชี้มาที่ร่างสูงและร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามา ซึ่งมาร์คเดินไปนั่งข้างวินส่วนแบมแบมก็เดินไปนั่งข้างดีแลน

 

 

“เจ้านายครับ ผู้หญิงคนนั้นตอนนี้ผมคุมตัวเอาไว้แล้วนะครับ ถ้าอยากจะคุยเมื่อไหร่บอกผมนะครับ เดี๋ยวผมจะให้คนพาตัวมา” เลขาก้มลงไปบอกเจ้านายเบาๆ ซึ่งมาร์คก็พยักหน้ารับ ก่อนที่เลขาจะออกไปยืนรอนอกร้าน แบมแบมได้แต่มองตามแต่ก็ไม่อยากจะถามอะไร ได้แต่นั่งนิ่งๆรออาหารมาเสิร์ฟ

 

 

ซึ่งการทานอาหารวันนี้เป็นไปอย่างเงียบๆโดยที่แบมแบมยังปฏิบัติต่อเด็กๆเหมือนเดิม แต่กับมาร์คต้วนนี่แทบจะไม่อยากคุยอะไรเลยด้วยซ้ำ นั่นเพราะแบมแบมเอาแต่คิดเรื่องที่เลขาของมาร์คเข้ามาคุยด้วย ซึ่งนั่นแน่นอนว่าเรื่องนั่นคงไม่พ้นว่าต้องเป็นเรื่องของผู้หญิงคนนั้นแล้วแบมแบมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปิด ถ้าเกิดบริสุทธิ์ใจก็ควรที่จะบอกแบมแบมออกมาตรงๆ แต่นี่ไม่ใช่

 

 

“ไม่อร่อยเหรอ?” ร่างสูงถามคนตัวเล็ก

 

 

“อร่อยครับ”

 

 

“อร่อยแล้วทำหน้าเหมือนกินข้าวต้มบูดทำไมละ” คำพูดนิ่งๆที่ประชดประชันของมาร์คด้วยต้องทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวโตพร้อมกับส่งค้อนวงโตไปให้ก่อนจะวางช้อนลง

 

 

“อิ่มแล้วครับ” วันนี้คนตัวเล็กดูจะเหวี่ยงเป็นพิเศษ ร่างสูงก็เข้าใจดีว่าทำไม แต่เค้าก็ยังคงทำเป็นนิ่งๆมองดูสถานการณ์ต่อไปก่อนจะหันไปหาลูกน้องก่อนจะส่งบัตรเครดิตให้เพื่อนำไปจ่ายค่าอาหารก่อนจะหันไปหาเด็กๆ

 

 

“อิ่มรึยังลูก?” คนเป็นพ่อถามเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็พยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองคุณแม่คนดีที่ทำหน้างอ

 

 

“ม่ามี๊เป็นอายัย ตะไมม่ามี๊หน้าบูดเยยฮับ” วินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถามขึ้น ทำให้ดีแลนหันไปมองตามก็เห็นหน้าคุณแม่ง้ำงออยู่จริงๆ

 

 

“เปล่าครับ ม่ามี๊แค่เหนื่อยครับ ง่วงแล้วด้วย” แบมแบมเบี่ยงไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กต้องรับรู้ปัญหาของพ่อแม่

 

 

“จริงเหย๋อฮับ” ดีแลนถามอีกเพื่อความแน่ใจ

 

 

“จริงสิครับ วินกับดีแลนทานเสร็จเดี๋ยวเรากลับบ้านกันเลยได้มั้ยครับ” ร่างเล็กเอ่ยถามลูกตัวน้อยทั้งสอง ซึ่งพอฟังมาถึงตรงนี้เจ้าตัวเล็กก็พยักหน้ารับอย่างไม่รีรอ ทำให้หลังจากที่พวกเค้าทานอาหารเสร็จแล้วก็ให้คนไปส่งที่บ้านทันที

 

 

หลังจากกลับมาถึงที่บ้านแบมแบมก็จัดแจงพาเจ้าตัวเล็กไปอาบน้ำและพาเข้านอนในเวลาต่อมา ก่อนจะกลับไปที่ห้องเพราะไม่มีทางเลือก แต่พอเข้าไปในห้องร่างเล็กก็ต้องผงะเมื่อเห็นคนเป็นสามีนอนสวมแต่บล็อคเซอร์แผ่อยู่กลางเตียงหน้าตาเฉย พร้อมกับมือที่กำลังเช็คตลาดหุ้นในโทรศัพท์ แบมแบมเดินอ้อมเตียงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ โดยที่มีสายตาของร่างสูงคอยมองตลอด

 

 

ใช้เวลาเกือบชั่วโมง แบมแบมก็ออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมพุ้งไปทั่วห้องตั้งแต่เปิดประตูห้องน้ำออกมา ดวงตากลมหันไปมองคนเป็นสามีที่ยังนอนจิ้มโทรศัพท์อยู่บนเตียงก่อนจะเดินไปหน้าโต๊ะเครื่องแป้งทาครีมบำรุงตามปกติก่อนจะยืนนิ่งอยู่ปลายเตียงมองไปที่คนตัวสูงด้วยท่าทีคิดหนัก

 

 

นอนด้วยกันแบบนี้พี่มาร์คคงไม่คิดลามกหรอกมั้ง...

 

 

แบมแบมยืนนิ่งด้วยท่าทีครุ่นคิดก่อนจะเดินอ้อมขึ้นไปนั่งอีกด้านหนึ่งของเตียงก่อนจะนอนหันหลังให้ร่างสูง ดวงตาสีน้ำตาลมองตามคนตัวเล็กก่อนจะโน้มตัวไปใกล้แล้วเอ่ยเบาๆข้างๆใบหูของอีกคน

 

 

“จะนอนแล้วเหรอ?” มาร์คถาม

 

 

“ครับแบมจะนอนแล้ว” ร่างเล็กตอบกลับไปนิ่งๆพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาพร้อมกับมุดไปมาเพราะวันนี้ร่างเล็กรู้สึกว่าแอรร์ในห้องมันเย็นผิดปกติ

 

 

“หนาวมั้ย?” ร่างสูงถาม ซึ่งร่างเล็กก็ได้แต่หันไปมองคนเป็นสามีงงๆว่าวันนี้จะมาไม่ไหน หรืออาจจะหาเรื่องอะไรมากลบเกลื่อนเรื่องของผู้หญิงในวันนี้ ร่างเล็กก็กำลังรอดูท่าทีของสามีอยู่เหมือนกัน

 

 

“ก็หนาวครับ พี่มาร์คปรับแอร์หน่อยได้มั้ย” ร่างเล็กพูดออกไป ซึ่งร่างสูงก็ทำท่างหารีโมทแอร์อยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาหาร่างเล็ก

 

 

“อ้าว รีโมทแอร์หายไปไหนเนี่ย ????” ร่างสูงล่กเสียงยาวพร้อมทำท่าทะเล้น ทำให้คนตัวเล็กรู้เลยว่าร่างสูงต้องมีแผนอะไรแน่ๆ

 

 

“พี่มาร์คกำลังแกล้งแบมใช่มั้ย ออกไปจากห้องแบมเลยวันนี้แบมจะไม่ให้พี่มาร์คนอนในนี้” ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งพร้อมลั่นวาจาออกมาทำให้ร่างสูงขมวดคิ้วทันที

 

 

“อ้าว ทำไมทำแบบนี้ นี่ไล่คนอื่นเค้าออกไปนอนข้างนอกเลยเหรอ นี่นายกำลังไล่สามีตัวเองนะ”

 

 

“ก็ใช่ไง พี่มาร์คมีแผนอะไรใช่มั้ยละ จะต้องมีแผนอะไรแน่ๆ ในห้องหนาวขนาดนี้แต่ถอดเสื้อใส่แต่บล็อคเซอร์ แบมว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ” ร่างเล็กเอ่ยต่อพร้อมจ้องอีกคนเขม็ง

 

 

“โอเคยอมรับว่ามีแผน”

 

 

“เห็นมั้ยละ พี่มาร์คออกไปเลยนะ คิดจะทำอะไรใช่มั้ย”

 

 

“ก็คิดไง นายจะไล่ฉันออกไปทำไม ฉันรู้นะว่านายคิดมากเรื่องของผู้หญิงวันนี้ใช่มั้ย นายคิดว่าฉันมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ย นี่ไงฉันก็เอาตัวฉันมาพิสูจน์เลยนะว่าฉันไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น” ร่างสูงเอ่ยจบก็โถมเข้าไปหาร่างเล็กทันทีแต่คนตัวเล็กก็เอามือดันอีกคนเอาไว้ ไม่ทันที่จะได้ดันอีกคนออกก็พากันหงายหลังลงไปบนเตียงทั้งคู่

 

 

“พี่มาร์คลุกออกไปเลยนะ ไม่ต้องมาหาข้ออ้างทำเรื่องหื่นกับแบมจะได้มั้ย” ร่างเล็กเอ่ยพร้อมพยายามจะดันตัวขึ้นแต่ก็ถูกร่างสูงกดลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

“อยู่เฉยๆสิแบมแบม นายก็รู้ว่าฉันจะทำอะไร” ร่างสูงเอ่ยพร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้คนตัวเล็กแต่ร่างเล็กก็ยกมือขึ้นมาดันหน้าของร่างสูงเอาไว้ก่อนจะเม้มปากแน่น

 

 

“รู้ แล้วแบมก็ไม่ให้ทำด้วย!!” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะออกแรงดันร่างสูงอีกครั้งจนอีกคนยอมลุกออก

 

 

“...” ร่างสูงได้แต่นิ่งมองคนตัวเล็กที่จู่ๆดวงตากลมก็ค่อยๆรื้อไปด้วยน้ำตา

 

 

“ทำไมเอาแต่คิดเรื่องแบบนั้น ที่พี่มาร์คทำเรื่องแบบนี้กับแบม ถ้าเป็นตอนที่พี่มาร์คยังไม่สูญเสียความทรงจำ แบมไม่เถียงว่าเราทำเรื่องแบบนี้กันบ่อย แต่นั่นคือความต้องการของเราทั้งคู่ พี่มาร์คมีความสุข แบมก็มีความสุข แต่...หลังจากอุบัติเหตุมันก็เปลี่ยนไป แบมไม่เคยมีความสุขกับการทำแบบนี้เลย...” ร่างเล็กพยายามกั้นเสียงของตนเองไม่ให้สั่นแต่มันก็ทำไม่ได้

 

 

“...”

 

 

“ตอนนี้มันเหมือนกับมีมาร์คทำเพื่อระบายอยู่คนเดียว แบมไม่ได้รู้สึกเลยว่าพี่มาร์คทำเรื่องแบบนั้นกับแบมแล้วมีความสุข...มันเหมือนพี่มาร์คหาที่ปลดปล่อยเฉยๆ เหมือนตอนนี้เพราะว่ามันถูกตีกรอบมาว่าพี่มาร์คมีแบมเป็นคนรัก พี่มาร์คถึงได้มาทำแบบนี้กับแบม แบมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์” ดวงตาที่แดงกร่ำแฝงไปด้วยความอ่อนแอที่เก็บกั้นเอาไว้

 

 

ร่างสูงมองคนตัวเล็กก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนเค้าจะลุกไปใส่ชุดเสื้อนอนให้เรียบร้อยแล้วเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงทางฝั่งที่คนตัวเล็กนั่งอยู่ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

 

 

“ถ้าเกิด...ฉันทำให้นายคิดแบบนั้น เราแยกกันอยู่มั้ย” สิ่งที่คนตัวสูงเอ่ยออกมาทำเอาร่างเล็กถึงกับมองค้าง สมองคิดคำพูดอะไรไม่ออก น้ำตาที่ตอนแรงพยาพยามกั้นเอาไว้มันไหลออกมาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ดวงตากลมมองไปที่คนรักที่ยืนมองมานิ่งๆราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดที่เอ่ยออกมา

 

 

“พี่มาร์ค...”

 

 

“ระหว่างนั้นนายกับฉันก็แบ่งลูกไปคนละคนเลยมั้ยล่ะ แล้วถ้าระหว่างที่แยกกันนายรู้สึกว่าการมีฉันมันไม่โอเค เราหย่ากันก็ได้นะ”

 

 

ยิ่งเอ่ยออกมาคนฟังยิ่งเจ็บปวดจนคิดคำพูดอะไรไม่ทัน ร่างเล็กได้แต่เม้มปากแน่นพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมกันเอาไว้ มันเจ็บตรงที่อีกคนพูดเรื่องการแยกกันออกมาได้หน้าตาเฉย

 

 

หรือว่ามันจะมาถึงเวลาของพวกเค้าแล้ว...มันจะหยุดแค่นี้รึเปล่า

 

 

 

“แบม...ตกลงครับ”

 

 

 

 

 

 

วันต่อมา ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง

 

 

วันนี้อิมแจบอมมาทำหน้าที่รับลูกสาวกลับบ้านเพราะวันนี้เค้าเคลียงานเสร็จเร็ว และจินยองที่มักจะมารับลูกสาวเป็นประจำก็ไม่ว่างมารับ เพราะเห็นว่าวันนี้ที่บ้านของมาร์คและแบมแบมมีเรื่องจินยองจึงอาสากับแจบอมว่าเค้าจะเป็นคนไปดูเองว่ามีเรื่องอะไร

 

 

“วังยอบ เดี๋ยวนายจอดรถตรงนี้แหละ ฉันเดินเข้าไปเอง” แจบอมเอ่ยบอกกับคนสนิท ซึ่งวังยอบก็พยักหน้ารับก่อนจะจอดรถตรงหน้าโรงเรียน ร่างสูงเดินลงมาจากรถท่ามกลางความสนใจของเหล่าคุณแม่ยังสาวที่พากันมารับลูกที่โรงเรียนอนุบาลชื่อดัง เค้าเดินตรงไปยังห้องของลูกสาวที่เค้าคุ้นเคยเป็นอย่างดีเมื่อไปถึงที่ห้องก็พบกับอาจารย์อายุสามสิบปลายๆที่คุ้นหน้าคุ้นตาแจบอมเป็นอย่างดีก็เอ่ยทักทายกันตามประสาคนคุ้นเคย

 

 

“สวัสดีครับคุณครู”

 

 

“สวัสดีค่าคุณแจบอมไม่เจอกันนานเลยนะคะ แล้วนี้มาทำอะไรคะเนี่ย”

 

 

“ผมมารับลูกสาวครับ” แจบอมเอ่ยด้วยท่าทีเป็นมิตร

 

 

“ใครเหรอคะ” คุณครูสาวทำหน้างุนงงไม่น้อย

 

 

“ก็ยองจูไงครับ”

 

 

“อ้าว ยองจูมีคนมารับไปแล้วนะคะ ดิฉันก็นึกว่าคุณแจบอมมีธุระเรื่องอื่น” คำตอบของครูสาวทำเอาแจบอมถึงกับนิ่งไปทันที ร่างสูงมองไปที่คนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วเข้ม

 

 

“ห้ะ...อะไรนะครับเมื่อกี้บอกว่ามีคนมารับลูกสาวของผมไปเหรอครับ?” แจบอมถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

 

 

“ใช่ค่ะ มีคนมารับไปแล้วคะ เหมือนยองจูก็รู้จักนะคะ” คำตอบของคุณครูยิ่งทำให้แจบอมเครียดหนักเข้าไปอีก เพราะเค้าไม่เคยสั่งคนอื่นมารับลูกสาวที่โรงเรียนแทน จะมีก็แต่จินยองที่จะมารับลูกเอง แล้วถ้าเกิดว่าจินยองจะให้คนอื่นมารับลูกสาวก็คงไม่บอกให้เค้ามารับ

 

 

“แต่ผมไม่ได้ให้คนอื่นมารับลูกสาวผมไปนะครับ ทำไมปล่อยให้เด็กไปกับคนอื่นละครับ” แจบอมเริ่มโวยวายเพราะความเป็นห่วงลูกสาว

 

 

“แต่ยองจูรู้จักคนคนนั้นนะคะ ซึ่งเค้าก็บอกด้วยว่าเป็นญาติ”

 

 

“ญาติ?”

 

 

“ค่ะ อ๊ะ...นั่นไงคะคนคันนั้นที่ขับออกไปน่ะค่ะ” ครูสาวเอ่ยพรร้อมกับชี้ให้คุณพ่อรูปหล่อดูรถคันหนึ่งที่กำลังขับออกไปจากรั้วโรงเรียน แจบอมมองตามก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วรีบกดโทรไปหาวังยอบทันที

 

 

“วังยอบ ให้คนสกัดรถตู้ฮุนไดสีดำที่พึ่งขับออกไปจากโรงเรียนด่วน!!!”

 

 

อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกไม่ใครไม่งั้นฉันเล่นงานแกเละแน่ !!

 






TBC

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้นะคะ




คุยกันหน่อยนะคะ

มาอัพแล้ววว ขอโทษน๊าหายไปนานเลย ช่วงนี้ไรท์ติดงานค่า ก็อย่างว่าแหละเนอะคนวัยทำงานแล้วนี่นาก็ต้องทุ่มเทให้กับงานแต่ไรท์ไม่ได้ทิ้งรีดไปไหนน๊า แค่ไม่ค่อยว่างมานั่งแต่งฟิคเฉยๆแล้ว สำหรับคนที่สั่งซื้อฟิคแค้นรักร้ายภาคหนึ่งรีปริ้นรอบสอง ไรท์จัดส่งไปแล้วนะคะสำหรับรอบแรกซึ่งหลายคนได้ของแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้ แสดงว่ารายชื่อคือรอบสองนะคะ ซึ่งไรท์จะไปส่งให้พรุ่งนี้จะไม่ลืมลงเลขแท็กนะคะ ยังไงด็อย่าลืมติมตามกันน๊า แล้วก็ฟิคช่วงนี้ไรท์อาจจะมาอัพช้านิดนึงน๊าค่ะ แต่ไม่หาไปแน่นอนไม่ต้องห่วงค่า รอกันหน่อยน๊า



สปอย


"นี่พวกแกเป็นใคร ลงมาจากรถเดี๋ยวนี้"


"ไม่เจอกันนานนะอิมแจบอม"


"เธอ!!!!"


ใครหน้อออ..



"แยกก็แยกแบมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่แบมจะเอาลูกไปด้วย"


"คิดดีแล้วเหรอแบม" 


จะจบแบบไหนหน้อ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1,252 ความคิดเห็น

  1. #1132 PexYen (@PexYen) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:01
    จากที่อ่านมาในตอนก่อนหน้าๆ รู้สึกว่ามาร์คก็พยายามเข้าหาแบม แต่แบมเหมือนคิดมากไปเอง แล้วชอบตีตัวออกห่าง
    คนรักต้องพยายาม ให้คนรักจำให้ได้ ไม่ใช่กลัวที่มาร์คเปลี่ยนจนไม่กล้าเข้าไกล้
    #1132
    0
  2. #778 Kwanmanut Koa (@koakoa1a) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 10:01
    แบมอย่าคิดมาเด่ๆๆ
    #778
    0
  3. #775 เดร (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 09:25
    เฮ้ออออ!! แบมก็นะ พี่มาร์คเขาก็พยายามอยู่

    แบมช่วยเข้าใจพี่เค้าหน่อยน้าาา T_____T
    #775
    0
  4. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:02
    ไรทมาต่อ คืดถึง
    #763
    0
  5. #762 nim_yugyeom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:57
    ไรท์หนูรอนานแล้วน่าาามาต่อเถอะ😣😣😢😢
    #762
    0
  6. #761 CJkkp7 (@CJkkp7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:58
    มาต่ออ
    #761
    0
  7. #760 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:34
    ทำไมมาร์คพูดแบบนี้กับแบมมมมม ?
    #760
    0
  8. #752 nim_yugyeom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:33
    มาต่อเถอะขอร้องรอมายานแล้ว😢😢
    #752
    0
  9. #751 nim_yugyeom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:33
    มาต่อเถอะขอร้องรอมายานแล้ว😢😢
    #751
    0
  10. #750 Nuk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:04
    ไรท์เขายากรู้ทำไหมพี่มาร์คเสนอให้แยกกันอยู่ไรท์มาต่อไวไวนะ
    #750
    0
  11. #746 Jin9496 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 12:23
    รออยู่น้าค้าาาาาาาา (รีบมาต่อเลย) คิดถึงค่ะ😘😘😘
    #746
    0
  12. #744 บีมาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 21:25
    รออยู่นะคะไรท์คิดถึงคะ
    #744
    0
  13. #742 Parawee_tsr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 23:02
    พี่มาร์คทำไมพูดเเบบนี้!! ผมนี่เครียดเลย

    มาต่อเถอะนะไรท์ นะๆๆๆน้าาาาาาา~ T T
    #742
    0
  14. #739 TonFaii (@bootpuang1993) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 16:32
    มาต่อเถอะนะ เค้ารอมานานแล้วนะ พลีสสสสส
    #739
    0
  15. วันที่ 4 มกราคม 2559 / 14:59
    ไรท์มาต่ออออ งื้อออ นี่เข้ามาทุกวันเลย รอไรท์มาอัพ ไรทอย่าหายไปไหนนะ ได้โปรดด งื้ออออ หัวใจไม่นิ่งแล้ว รีบมานะคะไรท TT
    #738
    0
  16. #736 aaa33333 (@aaa33333) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 22:38
    รออยู่ ต่อด่วนเลย
    #736
    0
  17. #735 Everlas13 (@sine-everlas13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 23:19
    ไรท์มาต่อไวไวน๊าาาาาา รอฉันรอเธออยู่
    #735
    0
  18. #734 Lunacy (@earnzung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 13:54
    มาร์คคคคค ทำไมพูดแบบนี้ห้ะ!!!?! งั้นแบมก็เอาแฝดมาทั้งคู่เลยนะ ปล่อยมาร์คให้นอนตายกลางกองงานกับผู้หญิงหน้าด้านนั่นไปเถอะ!!!
    #734
    0
  19. #733 NuTanSay (@call-menutan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 21:33
    กรี๊ดดดดดมาร์คพูดแบบนั้นได้ยังไง อย่าแยกกันอยู่นะ
    #733
    0
  20. #732 pookky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 21:48
    เอาลูกไปสองคนเลยแบม อย่าให้อิพีามาร์คได้เจอลูก บอกเลยจากใจมั่นไส้อิพีามาร์คมาก ก.ไก่ ล้านล้านตัวเลย
    #732
    0
  21. #731 monziweir (@monziweir) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 20:03
    อิลุงงงงงงง 
    #731
    0
  22. #730 ซานะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 18:18
    มาร์คพูดอะไรออกปายยยย!!!
    #730
    0
  23. #729 xiao Lu (@ttx0905) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 17:04
    พี่มาร์คมันร้ายว่ะนิสัยไม่ดี
    #729
    0
  24. #728 nat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 23:31
    อีต้วนน่าตบนัก เขาใจแบมหน่อยจิอย่าพูดอะไรแรงๆกับแบมนักเลยแง่ๆ
    #728
    0
  25. #726 prawewarat (@prawewarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 00:40
    จะเข้าโหมดดราม่าแล้วตื่นเต้นนน 5555 ทำงานสู้ๆนะคะไรท์
    #726
    0