แสนงามของบอส

ตอนที่ 5 : น่าสงสัย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 515 ครั้ง
    12 ต.ค. 62

---------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 4

น่าสงสัย

 

ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมา คราวนี้ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ คนที่ทำให้มันต้องเสียเวลาเพิ่มคือเขาเองต่างหาก

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง” เหมือนฉันจะแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไปเขาเลยถามอย่างกวนประสาท

“กลับกันเถอะค่ะ หนูเหนื่อยแล้ว อยากพัก” ฉันเริ่มทำหน้างอแล้ว

ปกติไม่ยุ่งกันก็ดีอยู่แล้วนี่นา ทำไมถึงได้ไปเผลอคิดว่าพอเขาคุยด้วยมันดีมากกว่าแต่ก่อนซะอีก ที่ไหนได้ฉันกลับต้องมาอารมณ์เสียให้กับความเอาแต่ใจมาก ๆ ของเขาอีก

พี่บอสไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นอีก เขาเข็นรถไปยังช่องจ่ายเงินด้วยตัวเอง

พนักงานกำลังคิดเงินให้อย่างตั้งใจ สายตาฉันจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแสดงราคาที่ตอนนี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินงบที่ฉันตั้งไว้แล้วด้วยสิ

สองพัน สองพันห้า สองพันแปด สามพัน...

“ทั้งหมดสามพันห้าร้อยบาทค่ะ” พนักงานแจ้งยอดทั้งหมด

บ้าไปแล้ว ซื้อของแค่นี้สามพันเลยหรอ? มันต้องแพงเพราะของที่พี่บอสอยากได้เองนั่นแหละ

ฉันได้แต่น้ำตาตกในก่อนจะเปิดกระเป๋าเอาบัตรของตัวเองออกมาเตรียมจะยื่นให้กับพนักงาน แต่ทว่า...

ฟึ่บ

“นี่ครับ”

ฉันกลับโดนพี่บอสชิงจ่ายตัดหน้าไปซะก่อน เขาใจดีจ่ายให้ทั้งหมดเลยหรอ รวมทั้งของของฉันด้วยอย่างนั้นหรอ *_*

ไม่สิ อย่างพี่บอสน่ะนะจะใจดี คงต้องมาคิดกับฉันทีหลังแน่ แต่แบบนี้ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งแล้วล่ะ มีแววว่าเขาจะหารค่าของกับฉัน หรือไม่ก็...เขาจะจ่ายในส่วนของตัวเองไปโดยไม่ให้ฉันต้องลำบาก

ฮู่เล่! ค่าขนมของฉันยังคงอยู่

“ไว้หนูจะเคลียร์ค่าของของหนูคืนให้นะคะ”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวจ่ายเอง” เขาพูดแค่นั้นในขณะที่กำลังเซ็นลายมือชื่อลงบนบิล

โห...จ่ายให้เอง ป๋าสุด ๆ ไปเลยค่า

แต่การกระทำของพี่บอสมันทำให้ฉันชักจะสงสัยซะแล้วสิ คนอย่างเขาเนี่ยนะจะจ่ายให้ฉันทั้งที่ทำเหมือนว่าเกลียดเข้ากระดูกดำ แบบนี้มันน่าสงสัย

ไม่มีทาง! ไม่มีทางที่เขาจะมาใจดีกับฉัน

ขณะที่กำลังเข็นรถเข็นตรงไปยังรถของเขาที่จอดอยู่นั้นฉันก็คิดมาตลอดทางเลยว่าเหตุผลนั้นมันคืออะไร

แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจนกระทั่งฉันกับพี่บอสขนของขึ้นรถเสร็จแล้วก็ยังหาคำตอบไม่ได้

“เป็นไร เห็นเหม่อมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” เขาถามหลังจากที่เราเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

“เปล่าค่ะ”

“เปล่าอะไร ก็เห็นๆ อยู่ว่าเป็น” เขาพูดเสียงดุแล้วหันมาจ้องหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่บอสไม่ต้องใส่ใจหรอก” ฉันบอกไปแค่นั้นแล้วหันออกไปมองนอกกระจกรถ

“ใส่ใจ? ฉันเนี่ยนะใส่ใจเธอ” เขาถามเสียงเข้ม “อย่าสำคัญตัวขนาดนั้น”

“หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ” ฉันรีบหันมาแก้ตัว คือเมื่อกี้มันก็แค่คำพูดที่พูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากแค่นั้นเอง

“แล้วหมายความว่าไง”

ดูเหมือนว่าเรื่องมันชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้วล่ะ

“หนูก็แค่พูดไปแบบไม่ได้คิดอะไรเท่านั้นเองค่ะ หนูไม่ได้หมายความว่าพี่บอสจะมาใส่ใจหนูหรอกนะคะ เพราะปกติพี่บอสก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว” ฉันบอกอย่างไม่คิดอะไรมาก เขาเองก็ดูไม่ชอบคำพูดทำนองนี้ซะด้วยสิ ทีหลังฉันต้องระวังแล้วล่ะ

“อะไรกันล่ะ คำพูดเหมือนน้อยใจแบบนั้น” เขาพูดขึ้นมาแล้วมันก็ทำให้ฉันชะงักไป

น้อยใจ? ฉันน้อยใจเขาอย่างนั้นหรอ

“เปล่านะคะ หนูแค่พูดเฉย ๆ” ฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ตอนนี้เหมือนพูดอะไรก็ผิดเลย หนูเงียบดีกว่าค่ะ”

“นั่นไง น้อยใจอีกแล้ว”

“หนูไม่ได้คิดมากเลยะนะคะ พี่บอสเลิกแกล้งหนูสักที” ฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้จริง ๆ แล้วนะ

ฉันน่ะไม่คิดอะไรเลย ไม่ได้น้อยใจอะไรเขาด้วยซ้ำ พี่บอสอย่ามาโมเมนะ

“หึ ๆ”

ฉันได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะมาจากเขาก่อนที่เจ้าตัวจะขับรถออกไป

ตลอดทางเราไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งมือถือของฉันมีสายเรียกเข้า

“ฮัลโหลแม่” ฉันรับสายด้วยน้ำเสียงที่เบามาก ๆ กลัวว่าจะไปรบกวนเขา

[สรุปจะกลับวันไหนนะ แม่จะให้พ่อไปรอรับเราที่บขส.]

“วันมะรืนค่ะ หนูจะรีบไปแต่เช้าเลย”

[อยากกินอะไร แม่จะทำกับข้าวไว้รอ]

“อะไรก็ได้ค่ะ แค่เป็นฝีมือแม่หนูชอบหมด”

[ปากหวานซะจริง ๆ เลยเด็กคนนี้]

“ฮี่ ๆ หนูคิดถึงพ่อกับแม่น้า เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วค่ะ” ฉันบอกแล้วลอบมองพี่บอสไปด้วย พอเห็นเขาขมวดคิ้วมุ่นฉันก็รีบขอวางสาย “งั้นแค่นี้ก่อนนะแม่ เดี๋ยวดึก ๆ หนูโทรไปหา”

[ดูแลตัวเองด้วยนะลูก]

“ค่า...” ฉันขานรับแล้ววางสายไปก่อนจะรีบเก็บโทรศัพท์อย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากคนข้างตัว

ตอนแรกเหมือนเขาจะอารมณ์ดีนะ แต่พอฉันรับโทรศัพท์เท่านั้นแหละ...ดูเหมือนบรรยากาศมันชวนอึดอัดขึ้นมาทันที

พอเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่สบายใจแล้ว คราวหลังฉันจะไม่ไปไหนมาไหนกับเขาแล้วล่ะ ขออยู่ใครอยู่มันจะดีกว่า

บรรยากาศมันอึมครึมมาตลอดทางจนกระทั่งมาถึงคอนโด ขนของขึ้นคอนโดเสร็จแล้วก็ยังคงเป็นอยู่

พี่บอสหอบเอาถุงข้าวและของใช้ที่ซื้อมาวางให้ฉันจัดเข้าตู้ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปเปิดตู้เย็นเอาน้ำออกมากินแล้วไปนั่งดูทีวีต่อ

นึกว่าจะเข้าห้องไปซะอีก ยิ่งอยู่ข้างนอกแบบนี้ฉันยิ่งอึดอัดนะรู้ไหม

“จะกลับบ้านหรอ” ขณะที่ฉันกำลังจัดของเข้าตู้อยู่นั้นพี่บอสก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับควงรีโมตเล่น

เดี๋ยวสิ ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็เผลอทำหลุดจากมือกันพอดี แต่มันก็ของเขานี่เนอะ ถ้าพังเขาก็ซ่อมเท่านั้นแหละ

“ค่ะ”

“วันไหน”

“อีกสองวันค่ะ”

“แล้วกลับกี่วัน”

“คิดว่าน่าจะประมาณสามวันมั้งคะ” ขณะที่ตอบเขาฉันก็เห็นเส้นสปาเก็ตตี้ในถุงพอดี “พี่บอสจะกินข้าวตอนนี้เลยไหมคะ หนูจะได้เตรียมของไว้ทำ”

“ไหนบอกคิดถึงบ้าน ทำไมกลับแป๊บเดียว” เขาไม่ตอบคำถามฉันแต่เลือกที่จะยิงคำถามกลับมาแทน

แหม...พูดแบบนี้คือรู้เลยนะว่าอยากให้ฉันกลับนาน ๆ อะ แต่ฝันไปเถอะ

“กลับนานไม่ได้ เดี๋ยวหนูไม่สบาย” ฉันบอกไปตามความจริง รู้อยู่แล้วยังจะมาถามอีก

“อ๋อ...” เขาครางตอบแค่นั้นแล้วก็เงียบไป

ส่วนฉันก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บของต่อโดยเลือกเอาของที่จะทำกับข้าวแยกไว้ต่างหาก

พวกผลิตภัณฑ์ซักผ้าฉันก็หอบไปเก็บตรงโซนห้องซักล้างข้าง ๆ ระเบียงแล้วเดินกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง

“พี่บอสจะกินข้าวตอนไหนคะ” ฉันถามคำถามเดิมอีกครั้ง เพราะตอนนี้ฉันเริ่มหิวแล้ว ถ้าเขาจะกินฉันจะได้ทำพร้อมกันเลย

“อยากให้กลับด้วยไหม” เขาไม่ตอบฉันอีกครั้งแถมยังถามกลับมาเหมือนเดิมอีก

ฉันชักจะรำคาญความเอาหูทวนลมของเขาแล้วนะ!

แต่เดี๋ยวสิ เมื่อกี้พี่บอสถามฉันว่าอะไรนะ

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะคะ” ฉันหันไปถามอย่างตื่นเต้น

“อยากให้กลับด้วยไหม” คนตัวสูงละใบหน้าจากทีวีเพื่อที่จะเอียงหน้ามาหาฉันที่ยืนอยู่ฝั่งด้านข้างของเขา

ดวงตาเรียวรีจ้องลึกราวกับต้องการคำตอบในทันที

“พี่บอสจะกลับบ้านกับหนูหรอคะ” ฉันไม่รู้นะว่าตัวเองสามารถคุมเสียงไม่ให้ตื่นเต้นได้ไหม

“ถ้าอยากให้กลับก็จะกลับ” เขาหันกลับไปมองจอทีวีดังเดิม “จะได้อยู่บ้านนาน ๆ ให้หายคิดถึง”

“อยากให้กลับค่ะ” ฉันตอบแล้ววิ่งมาอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างดีใจ “พี่บอสกลับบ้านกับหนูนะคะ เดี๋ยวหนูจะโทรบอกแม่ให้เตรียมห้องไว้รอ”

“อืม แต่กลับได้นานสุดอาทิตย์เดียวนะ”

“ค่ะ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” ฉันยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเริ่มร้อน ๆ บริเวณขอบตา

นี่ฉันกำลังจะร้องไห้หรอ ฉันดีใจขนาดนั้นเลยหรอ?

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ฉันดีใจที่จะได้กลับไปอยู่บ้านนาน ๆ หรือดีใจที่พี่บอสใจดีกับฉันขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่แน่อาจจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกันฉันเลยรู้สึกตื้นตันถึงขนาดนี้

ฉันยกมือปาดน้ำตาของตัวเองที่เอ่อล้นออกมาก่อนจะยืนยิ้มอยู่คนเดียวอย่างกับคนบ้า

พี่บอสไม่ได้หันมามองฉันอีกแต่เห็นมุมปากของเขายกยิ้มขึ้นมานิดหน่อย ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมเนี่ย

ฉันฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินกลับมาเก็บของต่อ ไม่นานก็ทำจนเสร็จและเตรียมตัวทำอาหารในทันที

ตอนนั้นเองฉันก็หันไปถามเขาอีกครั้ง

“พี่บอสจะกินข้าวเลยไหมคะ”

“อืม ทำมาเลย” เขาตอบกลับมาอย่างเร็วไว

ฉันหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดดูสูตรทำสปาเก็ตตี้แล้วทำตามอย่างพิถีพิถัน ไหน ๆ ก็ได้ทำแล้วแถมเขายังซื้อเส้นมาเยอะด้วยฉันกินด้วยดีกว่า

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้ามันไม่อร่อยขึ้นมาฉันต้องมีอาหารเผื่อเลือกให้เขาด้วยหนึ่งอย่างสิ

งั้นทำผัดคะน้าด้วยก็แล้วกัน ได้ผักมาสด ๆ น่ากินมากเลย

ขณะที่ฉันกำลังหั่นผักอยู่นั้นจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้

...ทำไมพี่บอสถึงใจดีกับฉันถึงขนาดยอมกลับบ้านด้วยล่ะเฮ้ย มันต้องมีอะไรในก่อไผ่แน่ ๆ

ฉันหันหลังกลับไปมองเขาที่นั่งอยู่โซฟาแล้วก็พบว่าพี่บอสมองมาทางฉันอยู่ก่อนแล้ว พอเขาเห็นว่าฉันหันไปมองเจ้าตัวก็รีบเบือนหน้าหนีทันที

นั่นไง! มันต้องมีอะไรจริง ๆ ด้วย

แย่ล่ะสิ ฉันเผลอดีใจไปกับความใจดีปลอม ๆ ของเขาซะได้ พี่บอสยอมกลับบ้านด้วยแบบนี้เขาต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนแน่เลย

แต่เขาอยากได้อะไรล่ะ เจ้าตัวก็ดูจะไม่บอกง่าย ๆ ซะด้วยสิ

ปวดหัวจัง พอพยายามคิดแล้วมันก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี อืม...ช่างมันเถอะ ถ้าหลังจากนี้เขาจะทำอะไรฉันก็จะยอมรับชะตากรรมของตัวเองก็แล้วกัน

ฉันใช้เวลาทำอาหารอยู่นานพอสมควรจนกระทั่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พอจัดอาหารวางบนโต๊ะเสร็จฉันก็ตะโกนเรียกเขา

“พี่บอสคะ อาหารเสร็จแล้วค่ะ”

“อืม” เขาครางงึมงำก่อนจะปิดทีวีแล้วเดินตรงเข้ามาในครัว

“หนูไม่รู้ว่าจะถูกปากพี่บอสไหมนะคะ แต่หนูชิมแล้วก็คิดว่าใช้ได้” ฉันยิ้มให้กับความยอตัวเองหน่อย ๆ

เขามองจานสปาเก็ตตี้ของตัวเองที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะมองเลยไปยังจานผัดคะน้าที่วางอยู่ไม่ห่างกัน

พี่บอสไม่ได้ถามอะไรแล้วเลื่อนเก้าอี้เพื่อนั่งลง เขาใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้แล้วตักเข้าปากไปหนึ่งคำ

“อร่อยไหมคะ” ฉันยืนลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ มือนี่เตรียมจานตักข้าวให้เขาแล้วนะถ้าสปาเก็ตตี้มันไม่ได้เรื่อง

“อืม” เขาเคี้ยวไปด้วยแล้วตอบกลับมาแค่นั้น

ฉันยิ้มออกมาอย่างดีใจอีกครั้งก่อนจะหันไปตักสปาเก็ตตี้ใส่จานตัวเองด้วย วันนี้ฉันทำสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าแหละ เห็นว่าทำง่ายแล้วของที่ต้องใช้ก็มีครบ พี่บอสเองก็ไม่ได้บอกด้วยว่าอยากกินอะไร

พอวางจานของตัวเองลงแล้วเตรียมจะกินพี่ยอสก็เอ่ยขึ้น

“นึกว่าจะกินผัดคะน้า”

“หนูทำไว้เผื่อพี่บอสกินสปาเก็ตตี้ไม่ได้ค่ะ จะได้มีอาหารอย่างอื่นให้กิน” ฉันบอกแล้วลงมือกินอาหารของตัวเอง

“อ๋อ” เขาพูดแค่นั้นแล้วเราทั้งคู่ก็กินข้าวด้วยกันเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดอะไรอีก จนกระทั่งพี่บอสกินสปาเก็ตตี้จนหมดจาน “เติมได้ไหม”

เขาถามพลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้

“ได้ค่ะ ยังเหลืออยู่” ฉันทำเผื่อไว้ด้วยแหละ

ฉันลุกขึ้นแล้วหยิบเอาจานของเขาไปเติมสปาเก็ตตี้ให้ก่อนจะเดินกลับมาวางให้เขา

“แสนงาม” จู่ ๆ ฉันก็โดนเขาเรียกชื่อ นั่นถึงกับทำให้ฉันชะงักทันที ปกติพี่บอสไม่ค่อยเรียกชื่อฉันเท่าไหร่มันเลยรู้สึกแปลก ๆ

“คะ?”

“รู้ใช่ไหมว่าหลังจากสอบไฟนอลเสร็จแล้วปิดเทอมฉันต้องไปฝึกงาน” พี่บอสเอ่ยขึ้นและฉันก็นิ่งไปอีกครั้ง “ที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องพูดกับเธอเรื่องนี้ก็ได้ แต่หลังจากที่ฉันไปค่ายแล้วเธอไม่สบายหนักฉันก็โดนที่บ้านต่อว่ามายกใหญ่ ขี้เกียจให้เป็นปัญหาเลยจะมาคุยกับเธอก่อน”

ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเขาถึงยอมกลับบ้านไปกับฉัน

“พี่บอสจะไปที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ใช่ไหมคะ”

“อืม” เขาพยักหน้า “เกือบหนึ่งเดือนที่ฉันไม่อยู่จะทำยังไง”

ที่จริงนี่ที่ก็ไม่ใช่ที่ของฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฉันควรจะกลับบ้านในช่วงปิดเทอม แต่เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างมันทำให้ฉันกลับไม่ได้

ฉันไม่ค่อยรู้รายละเอียดเรื่องเรียนของเขาเท่าไหร่หรอก ปกติไม่ค่อยเห็นคนไปฝึกงานเทอมระหว่างปีการศึกษากัน แต่พี่บอสดูจะต้องไปจริง ๆ

“ตอนนี้หนูยังไม่รู้เลยค่ะ”

พอเจอเหตุหารณืแบบนี้มันก็ทำให้ฉันกังวล พี่บอสไม่สามารถอยู่กับฉันตลอดไปได้หรอก สักวันถ้าเขาเรียนจบเขาก็ต้องไปทำงาน ฉันเองก็ยังต้องเรียนต่อ ไม่สามารขอไปอยู่กับเขาเหมือนเช่นทุกวันนี้ได้แน่ ๆ

ถ้าเกิดว่าฉันยังไม่หายจากการเป็นแบบนี้จนกระทั่งถึงวัยที่ฉันต้องแต่งงานมีครอบครัว...ฉันจะทำยังไงเดดดดด

“ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกให้หรอกนะ” คนตัวสูงพูดขึ้นท่ามกลางความคิดอันสับสนของฉัน “ไว้คิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาบอกแล้วกัน”

เราจบบทสนทนากันไว้แค่นั้นเพราะพี่บอสลงมือทานข้าวต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอีก

เรื่องเขาไปฝึกงานไว้ค่อยคิดทีหลังละกัน ตอนนี้ต้องสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อน กลับบ้านคราวนี้ต้องวางแผนให้ดีเพราะไม่แน่ว่าฉันอาจจะไม่กลับไปพักใหญ่เลย

ครั้งนี้ได้กลับบ้านตั้งหนึ่งสัปดาห์ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ

 

สองวันต่อมา

วันนี้เป็นวันที่ฉันจะได้เดินทางกลับบ้านแล้ว ฉันโทรบอกที่บ้านเรียบร้อยแล้วว่าพี่บอสจะกลับไปด้วย พ่อกับแม่ฉันดีใจใหญ่เลยเพราะไม่ได้เจอหน้าพี่บอสนานมาก

พี่บอสบอกว่าเขาจะขับรถไปเอง ที่จริงฉันเกรงใจเขาอยู่นะเพราะให้กลับไปบ้านด้วยนี่มันก็มากพอแล้ว แต่เจ้าตัวดันขับรถไปเองนี่สิ เดี๋ยวต้องคุยกันเรื่องค่าน้ำมันแล้วล่ะ

“เสร็จหรอยัง” เขาถามหลงัจากที่ลากกระเป๋าออกมาจากห้องนอนของตัวเอง

“เสร็จแล้วค่ะ” ฉันตอบไปแล้วตรงไปหอบเอากระเป๋าของตัวเองด้วย

ที่บ้านมีเสื้อผ้าของฉันอยู่เลยไม่ได้เตรียมกลับไปมากเท่าไหร่ แต่พี่บอสนี่สิ คงต้องเตรียมไปเผื่อเยอะหน่อย

“ไม่ลืมอะไรนะ ถ้าลืมไม่พาวกกลับมานะจะบอกให้”

“ไม่ลืมค่ะ” ฉันบอกอย่างมั่นใจเพราะจัดเตรียมทุกอย่างมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว

เขาพยักหน้าให้แล้วเดินนำฉันออกไปยังหน้าประตู รู้สึกตื่นเต้นจังเลยที่จะได้กลับบ้าน แถมครางนี้พี่บอสก็ไปด้วยอีก

เราเดินลงมายังลานจอดรถและจัดเก็บกระเป๋าไว้หลังรถให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นมานั่งบนรถด้วยความรู้สึกแปลก ๆ

ฉันลืมไปเลยว่าตัวเองไม่ค่อยชอบบรรยากาศตอนนั่นรถไปกับเขาเท่าไหร่ มันชวนอึดอัดแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ ถ้าต้องนั่งรถกลับบ้านไปเขากับด้วยระยะเวลาที่นานขนาดนั้นฉันต้องทรมานตายแน่ ๆ เลย

“จะนอนก็ได้นะ ไม่ว่า” พอขึ้นมาบนรถเขาก็หันมาบอกกับฉัน

จริงสิ ถ้านอนก็เลี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขาและฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าจะชวนคุยอะไรดีระหว่างเดินทาง

“ค่ะ” ฉันตอบแค่นั้นแล้วเอียงหน้าไปอีกฝั่ง

พี่บอสเปิดเพลงคลอเบา ๆ ก่อนจะเริ่มขับรถออกไป

“พี่บอสรู้จักเส้นทางไปบ้านหนูอยู่ใช่ไหมคะ” ฉันหันมาถามเพราะคิดว่าเขาน่าจะลืมเพราะไม่ได้ไปนาน

“จำได้” แต่พอเขาตอบมาแบบนั้นฉันก็โล่งใจ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องคอยบอกทางด้วย

แต่ว่า...ฉันดันไม่ง่วงนี่สิ

ไม่เป็นไร ไม่ง่วงก็ทำเป็นง่วงได้อยู่ดีนั่นแหละน่า

 

“ตื่นได้แล้ว” แรงเขย่าตัวเบา ๆ มาพร้อมกับน้ำเสียงอันแสนน่ารำคาญ “ถึงบ้านแล้ว”

“งืม...อย่ามากวนน่า” ฉันปัดมือนั้นออกอย่างรำคาญก่อนจะเอียงหน้าแล้วเอามือปิดหูเพื่อหนีเสียงนั้น

คนจะนอนยังปลุกอยู่ได้

“งามลูก ตื่นได้แล้ว” พอเสียงแข็ง ๆ นั้นไม่ได้ผลก็ใช้เสียงอ่อนนุ่มเพื่อปลุกฉันอย่างนั้นหรอ “ถ้าไม่ตื่นแม่จะปล่อยให้นอนอยู่บนรถนี่นะ!

แม่...

“หืม...” ฉันพยายามลืมตาแล้วขยี้ดวงตาเบา ๆ เพื่อปรับให้เข้ากับแสงที่ส่องเข้ามา

พอลืมตาและมองให้ดีสิ่งแรกที่ฉันเห็นก็คือ...

“แม่!” ฉันเอ่ยอย่างดีใจก่อนจะโผเข้ากอดแม่ที่กำลังโน้มตัวลงมาดูฉัน “คิดถึงจังเลยค่า”

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะนอนหลับบนรถพี่บอสมาตลอดทาง ตอนนี้ฉันคงถึงบ้านแล้ว

“รู้แล้ว ๆ รีบลงจากรถแล้วเข้าไปในบ้านกันเถอะ พี่เขาดูท่าจะเหนื่อยมากเลยนะ”

“อ่า...ค่ะ” ฉันผละออกแล้วลงจากรถเพื่อวิ่งไปเอากระเป๋าใส่เสื้อผ้าของตัวเอง แต่พอลงมาแล้วก็พบว่าพี่บอสถือมันมาให้ฉันแล้วล่ะ

ฉันหรี่ตาลงมองมือเขาที่ถือกระเป๋าอยู่

“เดี๋ยวหนูถือเองค่ะ” ฉันยื่นมือไปแต่กลับโดนเขาเบี่ยงตัวหลบ

“ไม่เป็นไร” ตอบมาสั้น ๆ แค่นั้นแล้วเดินเลยฉันเข้าไปในบ้านเลย

แหม...ทีแบบนี้ล่ะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษน้า ตอนออกมาจากคอนโดยังให้ฉันหิ้วของตัวเองลงมาด้วยอยู่เลย

ฉันเดินหน้ายู่เข้าไปในบ้านตามแม่กับพี่บอส พอเข้ามาแล้วก็เจอกับพ่อที่กำลังนั่งดูเอกสารอะไรสักอย่างอยู่อย่างเคร่งเครียด

“อ้าว มากันแล้วหรอ” พ่อฉันเงยหน้าขึ้นมาทักทาย

“สวัสดีครับคุณลุง” พี่บอสวางของแล้วยกมือไหว้ท่านอย่างน้อบน้อม

“หวัดดีค่าพ่อ” ฉันเอ่ยอย่างดีใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหาแล้วโผกอดอย่างเต็มแรง “คิดถึงจังเลยค่า”

“จ้า ๆ พ่อก็คิดถึงลูกเหมือนกัน” พ่อฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะดันฉันออก “พาพี่เขาไปห้องนอนแล้วเก็บของก่อนไป จะได้มากินข้าวกัน”

“ค่า” ฉันขานรับอย่างกระตือรือร้นแล้วเดินไปหยิบเอากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง “พี่บอสตามหนูมาเลยค่ะ”

ฉันเดินนำเขาขึ้นไปบนบ้าน ถึงฉันจะอยู่บ้านนอก แต่บ้านของฉันก็ดูเหมือนว่าจะหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านเลยนะ พ่อบอกว่าอยากให้ฉันได้อยู่สบายเลยสร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ ไว้รอ ตอนแรกท่านกะว่าจะมีลูกสักสองสามคน แต่กลับกลายเป้นว่าดันมีแค่ฉันคนเดียวนี่สิ มันเลยทำให้บ้านดูใหญ่ไปหน่อยสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกเพียงสามคน

“นี่ห้องของพี่บอสค่ะ” ฉันเดินนำมายังหน้าห้องนอนที่อยู่ติดกับฉันเลยก็ว่าได้

ที่นี่มี 4 ห้องนอน เอาไว้เผื่อมีแขกมาบ้านเพราะญาติฝั่งพ่อกับแม่ก็ดูเป้นครอบครัวใหญ่อยู่เหมือนกัน

ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะเคยมานอนที่นี่ด้วยตอนที่เป็นเด็ก

“อืม” เจ้าตัวพยักหน้าให้แล้วเปิดประตูเข้าไป เพราะอยากรู้ว่าในห้องยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าฉันเลยเผลอส่งเข้าไปด้านในอย่างลืมตัว

พอมาบ้านของตัวเองแล้วฉันมักแสดงความเป็นเจ้าของออกมาโดนอัตโนมัติจนลืมไปว่าคนที่มาด้วยกับฉันคือพี่บอส คนที่โลกส่วนตัวสูงเอามาก ๆ

“ส่องทำไม อยากเข้ามาด้วยหรอ?” พอเขาหันมาปิดประตูก็เห็นฉันที่ชะโงกหน้าไปเลยแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

“เปล่าสักหน่อยค่ะ” ฉันถอยออกมาแล้วหันหลังเพื่อตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง

พอเปิดประตูเข้ามาฉันก็นั่งลงที่ปลายเตียงอย่างคิดถึง ปลายเท้าฉันตีไปมาอย่างเริงร่า กลิ่นหอม ๆ แบบนี้แสดงว่าแม่เพิ่งซักผ้าปูที่นอนให้แน่ ๆ เลย

ฮือ...ฉันติดกลิ่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วเลยใช้แต่น้ำยากลิ่นนี้มาตลอด มันคือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่พี่บอสถามฉันนั่นแหละ

ฉันเก็บเสื้อผ้าและของต่าง ๆ เข้าตู้ให้เรียบร้อยก่อนจะจัดแจงผมเผ้าของตัวเองให้ดี เมื่อกี้ตอนเดินทางมาฉันดันหลับมาตลอดทางซะได้ ผมกระเซิงหมดเลยเนี่ย

หลังจากจัดแจงตัวเองให้ดีแล้วฉันก็เดินออกมาจากห้อง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่บอสออกมาจากห้องพอดี

ร่างสูงถือถุงบางอย่างมาด้วยแต่ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งเราเดินลงมายังข้างล่าง

“ของฝากจากคุณพ่อครับ” พี่บอสยื่นถุงนั้นให้พ่อของฉัน “พอผมบอกว่าจะมาเยี่ยมคุณลุงท่านก็รีบหามาให้เลย”

“โห...” พ่อฉันแกะเอาของที่อยู่ในถุงนั้นออกมา มันเป็นขวดสีดำ ๆ ประมาณ 3 ขวด “ไวน์ชั้นดีเลยนี่นา คืนนี้เรามาจิบไวน์ชิล ๆ กันดีไหม”

พ่อฉันเอ่ยเชิญชวนพี่บอส และรายนั้นก็พยักหน้าน้อมรับแต่โดยดี

ฉันที่กำลังมาช่วยแม่ยกกับข้าวมาวางบนโต๊ะถึงกับต้องเอียงหัวอย่างงุนงง ช่างสนิทสนมกับดีจริง ๆ เลยน้า แล้วไหนจะจิบไวน์กันท่ามกลางเสียงจักจั่นเรไรอีก โคตรเข้ากันสุด ๆ ไปเลยจ้า

“อะไรกัน อิจฉาพี่เขาหรอ” แม่ฉันที่ยืนอยู่ด้วยเอาไหล่มากระแซะฉันใหญ่เลย

“เปล่าสักหน่อยนี่คะ” ฉันปฏิเสธไปก่อนจะเดินไปหยิบจานมาวาง

“แต่จริง ๆ ก็น่าอิจฉาอยู่เหมือนกันนี่เนอะ นาน ๆ ลูกชายของเพื่อนจะมาที่บ้านที พ่อเราดูเห่อมากเลยล่ะ”

“หนูเองก็นาน ๆ กลับบ้านทีเหมือนกันนี่คะ ไม่เห็นพ่อจะดูเห่อหนูบ้างเลย” ฉันพูดแล้ววางช้อนส้อมอย่างหงุดหงิด

“ไหนบอกว่าไม่ได้อิจฉาไง”

“แม่!” ฉันหันไปมองพร้อมยู่หน้าแสดงอาการให้เห็นว่ากำลังน้อยใจสุด ๆ

“เอาล่ะ ๆ แม่ไม่ล้อแล้ว ไปเรียกพ่อกับพี่เขามากินข้าวไป” แม่ฉันหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี นั่นทำให้ฉันยิ่งทวีความกรุ่นโกรธเข้าไปใหญ่

พี่บอสนะพี่บอส ทำเหมือนไม่อยากมาด้วยตั้งแต่แรก แต่พอมานี่หน้าระริกระรี้เชียว เห็นแล้วหมั่นไส้ เวลาครอบครัวอันแสนสุขของฉันจะมาหมดไปกับการที่พ่อเอาแต่เห่อพี่บอสไม่ได้นะ!

“กินข้าวค่ะ” ฉันเดินออกไปเรียกแต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่ที่กำลังคุยกันอย่างถูกคออยู่นั้นจะไม่ได้ยิน “กินข้าวได้แล้วค่า”

ฉันลองเรียกอีกครั้งแต่ไม่สนใจกันเลย

“เนี่ย ๆ ลุงว่ารสชาติมัน...”

“จัดโต๊ะเสร็จแล้ว! ไปกินข้าวได้แล้วค่า!” คราวนี้ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

---------------------------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

แสนงามไม่เอาไม่พาลลูก พบคนหัวเน่าหนึ่งอัตรา 55555555

- (ทอล์ก 80%)

ว่าที่ลูกเขยเขาทักทายว่าที่พ่อตาอย่างนอบน้อมกันเลยทีเดียวเจ้าค่ะ 55555

- (ทอล์ก 60%)

ไม่เห็นยากเลย ก็แต่งงานกับพี่เขาสิจ้ะ อิอิ

- (ทอล์ก 40%)

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้นะแสนงาม อย่าคิดมากลูก พี่เขาใจเดดด 555555

- (ทอล์ก 20%)

มากับป๋าบอสไม่ต้องจ่าย ป๋าออกให้เองนะจ้ะหนูแสนงามมม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 515 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,368 ความคิดเห็น

  1. #304 Jakkaran55 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 03:58
    ขอให้แสนหายไวๆ
    #304
    0
  2. #125 Putari99999 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:19
    คุณพ่อเห่อลูกเขยในอนาคตจ้า
    #125
    0
  3. #120 nantika_chalee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:12
    ไม่เอาไม่พาลนะ...แสนงาม
    #120
    0
  4. #119 firstzy93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 18:58
    แสนงามงอนแล้ว
    #119
    0
  5. #118 firstzy93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:25
    พี่บอสอยู่เป็น
    #118
    0
  6. #117 Dreamworld (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:55

    มาคราวนี้ พี่บอสต้องนอบน้อมหน่อย เอาใจพ่อตา แม่ยาย ค่า โถ่ทีกับแสนงามทำเป็นซึน

    #117
    0
  7. #116 sangbombeast (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:27
    ลูกเขยยยยยมาหาแหนะ
    #116
    0
  8. #115 iinm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:23
    ไหนบอกไม่ง่วงไงลูกกกก 5555555555
    #115
    0
  9. #113 iinm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 00:09
    น้องจะทำยังไงดี
    #113
    0
  10. #112 kaekae2526 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 21:13
    แต่งกับพี่บอสเลยย
    #112
    0
  11. #111 firstzy93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 21:01
    แต่งงานกันเลย 555
    #111
    0
  12. #110 l027 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 20:18
    เอาน้องไปอยู่ด้วยสิจ้ะะ
    #110
    0
  13. #109 Tankky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 19:50
    ก็ตามไปอยู่ด้วยกันเลยสิจ๊ะะ
    #109
    0
  14. #108 sangbombeast (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 19:35
    เอาไงดี
    #108
    0
  15. #107 rtom711 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 12:46
    เป็นไบโพล่าร์หรา
    #107
    0
  16. #106 PUNCH-AM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 12:45
    น่ารักกกกก
    #106
    0
  17. #105 sangbombeast (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:32
    งื้ออออ ใจดีกับน้องแล้ววววว
    #105
    0
  18. #104 Tankky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:14
    พี่บอสเป็นไบโพล่าร์แน่ๆ
    #104
    0
  19. #103 yoonagg07 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 13:08
    อยากกลับด้วยล่ะสิ เป็นห่วงน้องกลัวน้องไม่สบาย
    #103
    0
  20. #102 25390217 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 08:53

    เอ๊ะยังไงคะพี่บอส

    #102
    0
  21. #101 Charlinda88 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 07:42
    แหมมมมมมมมมมมมม มีแอบยิ้มนะคะ
    #101
    0
  22. #100 iinm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 07:30
    พี่บอสยอมรับมาซะดีๆว่าตัวเองน่ะเป็นห่วงน้อง
    #100
    0
  23. #99 Kungsy Walaiporn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:23
    พี่บอสเป็นไบโพล่า
    #99
    0
  24. #98 firstzy93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 23:41
    ใจดีแล้ววว
    #98
    0
  25. #97 yoonagg07 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 19:31
    สายเปย์นะคะพี่บอส
    #97
    0