แสนงามของบอส

ตอนที่ 6 : สับสน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 525 ครั้ง
    18 ต.ค. 62

-------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 5

สับสน

 

“เรียกเบา ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องตะโกนเลย” พ่อของฉันหันมาดุนิดหน่อยก่อนจะวางขวดไวน์ไว้แล้วลุกขึ้น

“หนูเรียกตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้ยินกันเอง”

“พ่อคุยกับบอสไม่เห็นหรือไงล่ะ” พ่อฉันส่ายหน้าไปมาอย่างเอือม ๆ “แต่เอาน่า ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พ่อไม่ว่าอะไรเราหรอก”

โหพ่อ หนูสิต้องเป็นคนพูดประโยคนี้ ที่จริงหนูโกรธพ่อมากเลยนะ แต่เอาเถอะ เวลาครอบครัวสุขสันต์ของฉันมันมีน้อย ไม่เอาเรื่องพวกนี้มาทำให้เสียเวลาหรอก

“ไปกินข้าวกัน ไหนดูซิว่าแม่ทำไรให้กินบ้าง” พ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยื่นมือมากอดคอฉันก่อนจะหันไปหาพี่บอส “บอสก็มาด้วยสิลูก”

“ครับ” พี่บอสตอบรับแล้วลุกขึ้นเดินตามหลังพวกเรามาติด ๆ

พวกเรานั่งลงประจำที่โดยมีพี่บอสเป็นผู้ร่วมโต๊ะคนใหม่ เขานั่งข้างฉันทั้งที่ตอนแรกฉันจัดที่ตรงนี้ไว้ให้แม่แท้ ๆ แต่แม่ดันไปนั่งฝั่งตรงข้ามซะได้

แต่ก็เอาเถอะ พี่บอสถึงจะดูใจร้ายไปหน่อยแต่ต่อหน้าครอบครัวของฉันเขาก็ยังไม่ดูน่ากลัวมากเท่าไหร่

เราสี่คนกินข้าวด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่ครึกคื้น พ่อกับมั่นชวนพี่บอสคุยกันใหญ่เลยล่ะ คงเพราะอาจจะกลัวพี่บอสเกร็ง ๆ เลยดูเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษ ทิ้งให้ฉันต้องนั่งหงอยอยู่เดียวดาย แม้พวกท่านจะชวนคุยบ้างแต่ก็ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับพี่บอส

ฉันเข้าใจนะว่าเพราะเขาเป็นแขกเราเลยต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี แต่ว่ามัน...

“งามกินนี่สิลูก” ในตอนนั้นเองที่คุณพ่อตักแกงไก่ให้ฉัน “แม่เขาตั้งใจทำให้ลูกเลยนะ”

“ขอบคุณค่า” ฉันเอ่ยอย่างดีใจ

ฉันก็เป็นซะแบบนี้ ถึงจะน้อยใจแต่พอโดนทำดีด้วยหน่อยก็ลืมทุกอย่างไปเลย

“ตั้งแต่มาถึงแม่ไม่เห็นเราสองคนคุยกันเลยนะ” ขณะที่ฉันกำลังตักข้าวเข้าปากอยู่นั้นจู่ ๆ แม่ฉันก็พูดขึ้นมาอย่างสงสัย “เป็นแบบนี้เป็นปกติหรอ?”

“เอ่อ...” ฉันชะงักไปเลยส่วนพี่บอสนั้นเขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกินข้าวต่อ “ก็ปกติค่ะ พี่บอสเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด”

“อ้าวหรอ ตอนเด็ก ๆ ล่ะคุยจ้อเชียว ไม่คิดว่าโตมาจะเงียบ ๆ นะเนี่ย” แม่ฉันหัวเราะเบา ๆ

“คุณก็...เด็กผู้ชายก็แบบนี้แหละ” พ่อฉันหันไปพูดด้วย

“ก็ฉันไม่รู้นี่คะ ไม่เคยได้เลี้ยงเด็กผู้ชายเลย”

“ถ้าเรื่องผู้ชายคุณต้องศึกษากับผมไว้นะ ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ” พ่อฉันยืดอกอย่างภูมิใจ

“จ้า ๆ” ส่วนแม่ฉันนั้นก็ดูคล้อยตามพ่อไปได้โดยง่าย

แล้วพ่อกับแม่ของฉันก็เข้าสู่โหมดมุ้งมิ้งกันทันที ทิ้งให้ฉันนั่งเหงือกแห้งพร้อมยิ้มค้าง

“แหะ ๆ” ฉันหันไปหัวเราะแห้ง ๆ ให้กับพี่บอสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

เขาไม่ได้ว่าอะไรแต่ลงมือกินข้าวต่อ ตอนนี้ฉันไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาเจ็ดวันที่พี่บอสอยู่ที่นี่เขาจะเจออะไรบ้าง เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งเบื่อก็แล้วกันนะคะพี่บอส น้องแสนงามข้อร้องงงงงง

 

หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็เก็บโต๊ะช่วยแม่โดยพี่บอสเองก็อาสาจะช่วย แต่ฉันคิดว่าน่าจะทำตามมารยาทแค่นั้นแหละ แล้วแม่ฉันก็ไล่เขาไปนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นกับพ่อตามสเต็ป

“เรากับบอสนี่เข้ากันได้ดีอยู่ใช่ไหมลูก” ขณะที่กำลังช้างจานอยู่นั้นแม่ก็ถามฉันด้วยความเป็นห่วง “ทำไมแม่รู้สึกว่าพวกลูกเหมือนมีช่องว่างระหว่างกันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ที่ผ่านมาฉันโกหกที่บ้านมาตลอดว่าเราอยู่ด้วยกันได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นฉันคนเดียวที่พยายามปรับตัวเข้าหาเขา

“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกค่ะแม่ เราก็สนิทกันในรูปแบบของเรานั่นแหละค่ะ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอคะ ถ้าขืนสนิทกันมากกว่านี้แม่ไม่กังวลบ้างหรอ หนูอยู่บ้านเดียวกันกับผู้ชายเลยนะ”

“มันก็จริงอยู่ แต่แม่ก็ไว้ใจบอสด้วยเหมือนกัน เด็กคนนั้นผ่านอะไรมาเยอะ เขาน่าจะเข้าใจความรู้สึกของลูกดีที่สุด”

โถ่แม่...มองพี่บอสในแง่ดีสุด ๆ ถ้าแม่ได้รู้ความจริงแม่จะถอนคำพูดแทบไม่ทันเลย

“แต่หนูก็กังวลอยู่นะคะ ไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้จะหายไปตอนไหน หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นเราสร้างภาระให้กับพี่บอสมากเกินไป”

“แม่เข้าใจลูกนะ เรื่องแบบนี้มันลำบากใจมากเลยล่ะ ตอนที่แม่กับพ่อบากหน้าไปขอให้เราในวัยนี้ได้อยู่กับลูกชายเขามันก็ดูน่าอายอยู่เหมือนกัน”

ทำไมบทสนทนาช่วงล้างจานมันถึงได้หดหู่ขนาดนี้กันนะเนี่ย

“ทั้งสองคนตอนเป็นเด็กกับตอนนี้ไม่เหมือนกันนะ เรื่องความเหมาะสมเองก็ด้วย” แม่ฉันเสริมให้อีกทีซึ่งเรื่องนี้ฉันรู้ดีอยู่แล้วล่ะ

ไม่งั้นพี่บอสไม่แสดงท่าทีรังเกียจฉันขนาดนั้นหรอก ฉันมันคนน่ารังเกียจจจจ

“หนูว่าจะปรึกษาพ่อกับแม่เรื่องนี้อยู่ค่ะ หนูว่าเราควรทำอะไรสักอย่างดีกว่ารอเวลาแบบนี้นะคะ ตอนของพี่บอสเขาโชคดีที่ว่าเป็นไม่กี่ปีก็หายแล้ว แต่ของหนูนี่มัน...”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อกับแม่เตรียมพร้อมไว้แล้วล่ะ แม่จะพาลูกไปหาอาจารย์ดัง ๆ ให้เขาช่วยดูชะตาชีวิตให้”

“เอ๋?” ฉันทำหน้างุนงง “ถึงกับต้องดูดวงเลยหรอคะ”

“ก็เรื่องพวกนี้มันพึ่งวิทยาศาสตร์ไม่ได้นี่นา”

นั่นน่ะสินะ ฉันป่วยแทบตายหมอยังรักษาไม่หายเลย พอพี่บอสกลับมาดันหายได้ด้วยตัวเองซะงั้น

“อีกหน่อยบอสก็เรียนจบแล้ว แม่กลัวว่าลูกจะลำบาก แล้วแม่ก็ไม่กล้าไปขอให้ลูกชายเขาอยู่กับลูกตลอดไปด้วย”

“จริงสิคะ พี่บอสเพิ่งพูดกับหนูเมื่อสองวันก่อนว่าจะไปฝึกงานช่วงปิดเทอม เขาถามหนูว่าหนูจะเอายังไงต่อ” ฉันเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้เลยลองคุยกับแม่ดู “แม่คิดว่าถ้าหนูขอตามพี่เขาไปอยู่ด้วย มันจะดูน่าเกลียดไหมคะ”

“ไปฝึกงานนานไหมลูก”

“พี่บอสบอกว่าประมาณเดือนนึงค่ะ เหมือนแค่ไปสังเกตการณ์อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ” เขาบอกรายละเอียดฉันมาแค่นี้จริง ๆ คงเพราะเรียนกันคนละสายเลยขี้เกียจพูดด้วยนั่นแหละ

“อืม...แม่ขอคุยกับพ่อก่อนนะว่าจะเอายังไง ไม่แน่ว่าถ้าลูกไปหาอาจารย์หมอแล้วเกิดท่านช่วยได้ ลูกอาจจะไม่ต้องอยู่กับบอสแล้ว”

กึก!

ขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่นั้นจู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนที่เหมือนจะสะดุดอะไรสักอย่าง

พอหันไปมองก็พบว่าพี่บอสกำลังยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าครัว

“คุณลุงจะออกไปสวน ท่านให้มาถามว่าจะไปด้วยหรือเปล่า” พี่บอสบอกฉัน

“ไปค่า!” ฉันขานรับอย่างเร็วไวก่อนจะหันไปหาแม่ “แม่ขาหนูขอไปสวนกับพ่อนะ”

“ได้สิจ้ะ” แม่ยิ้มให้ฉัน “เดี๋ยวที่เหลือแม่ทำเอง”

“ขอบคุณค่า” ฉันกล่าวอย่างดีใจก่อนจะล้างไม้ล้างมือแล้วเตรียมพุ่งออกไปหาพ่อโดยไม่ลืมชวนพี่บอส “พี่บอสไปด้วยกันไหมคะ”

“ไม่ล่ะ ขับรถมาไกล ขอนอนพักสักหน่อย”

“อ่า...งั้นก็นอนพักเถอะนะคะ เดี๋ยวหนูเก็บผลไม้ในสวนมาฝาก” พูดจบฉันก็รีบแจ้นออกไปหาพ่อทันทีด้วยความดีใจ

พ่อนั่งรอฉันอยู่บนรถก่อนแล้ว รถที่พ่อใช้เข้าสวนยังคงเป็นคันเดิม เป็นกระบะคันเก่าแต่สมรรถภาพเครื่องยนต์ยังดีอยู่

“วันนี้ที่สวนมีเก็บแก้วมังกรด้วย พ่อว่าจะเข้าไปดูสักหน่อย” พ่อบอกกับฉันในตอนที่ขึ้นรถมาแล้ว

“ดีเลยค่ะ หนูอยากเอาแก้วมังกรมาให้พี่บอสลองชิมด้วย” ฉันบอกอย่างตื่นเต้น ไม่ได้เข้าสวนกับพ่อนานมากแล้ว คิดถึงจังเลยน้า

ตลอดทางที่ฉันนั่งรถไปกับพ่อฉันก็มองไปรอบ ๆ ทุกอย่างไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย

“แม่บอกเราแล้วหรือยังเรื่องจะพาไปหาอาจารย์หมอให้ท่านดูดวงให้” พ่อเอ่ยถามขึ้น

“บอกแล้วค่ะ” ฉันนั่งนิ่งแล้วคิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง “มันจะได้ผลจริง ๆ ใช่ไหมคะพ่อ”

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำทุกวิถีทางนั่นแหละนะ”

“...”

“บอสเองเขาก็โตแล้ว พ่อไม่อยากให้ลูกของพ่อไปเป็นภาระให้เขาเท่าไหร่ พ่อดูออกนะว่าบอสเขาเหมือนลำบากใจที่จะให้ลูกไปอยู่ด้วย”

“หนูทราบดีค่ะ” ฉันก้มหน้านิ่ง “แต่เราทำอะไรให้ดีไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริง ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก พ่อกับแม่จะพยายามทุกอย่างเพื่อลูกนะแสนงาม”

“อื้ม! หนูเองก็จะพยายามด้วยนะคะ” ฉันหันไปบอกกับพ่อ

ตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้กำลังซึ่งกันและกันแล้วล่ะ คนไม่อยู่จุดเดียวกับฉันไม่มีวันเข้าใจหรอกว่ามันลำบากขนาดไหน แต่ฉันจะไม่ท้อ เรื่องแค่นี้เอง!


เวลาต่อมา

ฉันไปสวนกับพ่อตั้งแต่บ่ายโมงกลับมาอีกทีคือห้าโมงเย็นเลย ช่วงเวลาที่อยู่สวนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ ฉันมีเรื่องโม้มากมายกับคนงานในสวนของพ่อ

ตอนที่ฉันไปเก็บแก้วมังกรมันสนุกมากเลยล่ะ คิดถึงช่วงเวลาที่ช่วยพ่อทำสวน ดูแลคนงานแล้วฉันอยากกลับมาเยี่ยมบ้านบ่อย ๆ จังเลย

ฉันลงจากรถและกำลังหอบหิ้วเอาแก้วมังกรที่เก็บมามากมายลงจากรถ

“มา เดี๋ยวพ่อยกเอง” พ่อลงจากรถมาแล้วอาสาช่วยฉันยก

“แสนงาม!” ในตอนนั้นเองจู่ ๆ ก็มีคนร้องเรียกฉันจากหน้าบ้าน พอหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นเพื่อนเก่าของฉันเอง

“โจ้!” ฉันเรียกชื่อเพื่อนอย่างดีใจก่อนจะวิ่งไปหา “ไปไหนมาอะ เข้ามาในบ้านก่อนไหม”

“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งกลับมาจากสวน เดี๋ยวจะกลับบ้านเลย แม่รอกินข้าวอยู่”

“ไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะตั้งแต่เรียนจบไป”

“จริง ฉันกลับบ้านมาทีไรไม่เคยเห็นแกเลย”

ก็แหงสิ ฉันได้กลับบ้านบ่อยที่ไหนกันล่ะ

“ฉันยุ่ง ๆ น่ะ นาน ๆ เลยได้กลับที เอาไว้ค่อยคุยกันก็แล้วกัน ฉันกลับมานานอยู่นะครั้งนี้”

“จริงดิ ฉันก็อยู่อาทิตย์นึง ไว้ค่อยนัดเจอกันแล้วกันเนอะ” ฉันบอกแล้วโจ้ก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดู

“ต้องไปแล้วนะ แม่รอผักบุ้งจากฉันอยู่” โจ้มองไปยังตะกร้าหน้ารถที่มีผักบุ้งอยู่ด้วย “เอาไปกินด้วยมะ แบ่งให้”

“ได้หรอ ขอบใจนะ” ฉันยิ้มอย่างระริกระรี้ก่อนจะนึกขึ้นได้ “เดี๋ยวฉันเอาแก้วมังกรให้ด้วยละกัน เพิ่งเก็บมาจากสวนพอดี”

พูดจบฉันก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้พ่อฉันยกตะกร้าใส่แก้วมังกรมาไว้ข้างในแล้ว

“เพื่อนหรอลูก” พ่อถามฉันแล้วส่องออกไปหน้าบ้าน

ส่วนพี่บอสก็เหมือนเพิ่งจะเดินลงมาจากชั้นสองด้วย ให้ตายเถอะ อย่าบอกนะว่าเขาเพิ่งตื่นน่ะ

“ใช่ค่ะ ไอ้โจ้ไงพ่อ เพื่อนสมัยมัธยม”

“อ๋อ...ที่มันเคยจีบเราอะหรอ” ได้ทีพ่อฉันก็แซวใหญ่เลย

“จีบเจิบอะไรล่ะคะ พ่ออะเข้าใจผิด” ฉันหันมาเหวใส่ก่อนจะหาถุงพลาสติกเพื่อใส่แก้วมังกรให้โจ้

“แล้วนี่ทำอะไร ไม่ชอบเขาแล้วยังเอาผลไม้ไปให้เขาอีก”

“พ่อ!” ฉันมองพ่อตาเขียว ชอบแซวฉันเล่นอยู่เรื่อยเลย

“ฮะฮ่า แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นโมโห” พ่อฉันหัวเราะอย่างพึงพอใจที่ได้แกล้งฉันก่อนจะหันไปหาพี่บอส “บอส ๆ ผู้ชายที่อยู่หน้าบ้านนั่นเคยมาจีบไอ้แสนงามด้วยนะ ไม่คิดเลยว่าหน้าตาแบบนี้จะมีผู้ชายมาจีบด้วย”

“พ่อ...” ฉันเรียกชื่ออย่างอ่อนใจ

“ไปดูให้ลุงหน่อยไหว่าผ่านไหม” พ่อฉันยังมีหน้าไปเล่นกับพี่บอสอีก

ฉันได้แต่ถอนหายใจฟึดฟัดแล้วรีบถือถุงที่ใส่แก้วมังกรออกมายังหน้าบ้านทันที และก้าวเท้าออกมาได้ไม่ทันไรก็รับรู้ได้ว่ามีคนตามฉันมา พอหันไปมองก็เห็นว่าพี่บอสเดินตามมาด้วยท่าทางเนือย ๆ

ตามมาจริงดิ ไม่ต้องบ้าจี้ทำตามคำสั่งพ่อฉันก็ได้มั้ง

“พี่บอสไม่ต้องตามก็ได้นะคะ”

“ทำไม กลัวฉันเห็นหรอว่าไอ้คนที่มาจีบเธอมันหน้าตาไม่ได้เรื่อง” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามอย่างกวนตีน

ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่ามาเพราะพ่อฉันบอก แต่ที่ไหนได้อยากจะมากวนประสาทฉันมากกว่าล่ะมั้ง

“เขาหน้าตากว่าพี่บอสก็แล้วกันค่ะ” เพราะหมั่นไส้ในความเย่อหยิ่งของเขาฉันเลยพูดออกไปแบบนั้น

“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพอมาอยู่บ้านเธอปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาทันที” เขาพูดเหมือนเยาะเย้ยฉันหน่อย ๆ “กลับไปเธอเจอดีแน่”

คำพูดนั้นทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ แงงงง ไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับเขาเลย

ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินไปหาโจ้ที่รออยู่หน้าบ้าน

“ขอโทษที่ให้รอนานนะ นี่จ้ะ แก้วมังกรหวาน ๆ ฉ่ำ ๆ” ฉันนำเสนอผลไม้จากสวนของฉันสุดชีวิต

“ขอบใจนะ” โจ้ยื่นมือมารับก่อนจะส่งผักบุ้งมาให้ฉันหนึ่งกำ ปิดท้ายด้วยคำพูดที่ดูเหมือนจะเลียนแบบฉัน “อะนี่ผักบุ้งสด ๆ กรอบ ๆ”

“ลอกนี่หว่า” พอเห็นเพื่อนพูดแบบนั้นฉันก็อดขำไม่ได้

จากนั้นเราก็คุยกันสักพักแล้วโจ้ก็ขอตัวกลับบ้าน แต่ก่อนกลับเขาเหมือนจะสังเกตเห็นพี่บอสด้วยเลยพยายามจะกล่าวทักทายแต่เจ้าตัวกลับนิ่งเฉยและทำราวกับไม่ได้ยิน

“หน้าตาก็งั้น ๆ” พอโจ้ไปแล้วเขาก็พูดขึ้น

“ถ้าเทียบกับกลุ่มเพื่อนพี่บอส โจ้ก็คงสู้ไม่ได้หรอกค่ะ” ฉันพูดไปตามความจริง เพื่อนของเขาหน้าตาดีทุกคนเลย “แต่เรื่องนิสัยใจคอ เขาใจดีมากเลยนะคะ”

“นี่เธอกำลังจะพูดว่าฉันหน้าตาดีแต่ใจร้ายอย่างนั้นหรอ” เขาถามกลับ

“เปล่านี่คะ” ฉันตอบไปแบบขอไปที

อะไรกันล่ะนั้น ฉันยังไม่ได้พูดสักคำเรื่องเขาหน้าตาดี ทึกทักไปเอง ส่วนเรื่องใจร้ายนี่ฉันตั้งใจพูดแน่นอน แต่ใครจะกล้ายอมรับตรง ๆ ล่ะ เรื่องก่อนหน้านี้ฉันยังโดนเขาคาดโทษไว้อยู่เลย

“เธอนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” เขาจ้องมองฉันด้วยสายตาดุดัน

ทุกครั้งเวลาอยู่ที่คอนโดของเขาฉันจะเป็นฝ่ายยอมตลอดเลย แต่ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่บ้านฉันกลับไม่อยากจะยอมเขาซะอย่างนั้น มันคงเป็นเพราะที่นี่เป็นที่ของฉันและบ้านหลังนี้ยังมีพ่อกับแม่ที่พร้อมช่วยเหลือฉันเสมอด้วย

“พี่บอสเองก็อย่าเอาแต่ดูถูกเพื่อนหนูสิคะ ยังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำแต่ไปว่าเขาซะแล้ว”

“ปกป้องแบบนี้แสดงว่ามีใจให้มันแล้วไม่ใช่หรือไง”

“อะไรของพี่บอสเนี่ย หนูก็บอกไปแล้วนี่คะว่าโจ้เป็นเพื่อนอะ แล้วถ้าหนูจะมีใจให้ใครมันก็ไม่เกี่ยวกับพี่บอสสักหน่อย” ฉันตอบเขากลับไปอย่างโมโหก่อนจะพยายามเดินหนีเขาเข้าไปในบ้าน

หมับ!

แต่ดูเหมือนว่าพี่บอสจะไม่ชอบการโดนฉันต่อว่าเอามาก ๆ เลยคว้าท่อนแขนของฉันไว้

แย่ล่ะสิ...ถ้าพ่อกับแม่เห็นล่ะก็ท่านต้องคิดมากแน่เลยถ้าเราต้องมาทะเลาะกันในบ้าน แต่เหมือนจะสายไปแล้วเพราะพี่บอสดูอารมณ์ขึ้นสุด ๆ ไปเลย

“เธอกล้ามากเลยนะที่พูดแบบนี้กับฉัน งั้นถ้าฉันจะกลับมอก่อนก็ไม่เป็นไรงั้นสิ” คำข่มขู่ของเขาทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ “มันก็ต้องไม่เป็นไรอยู่แล้วสินะ เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกันสักหน่อยนี่”

“นี่พี่บอสขู่หนูหรอ” ฉันรู้แหละว่าเขาไม่กล้ากลับหรอกในเมื่อฉันบอกพ่อกับแม่ไปแล้วว่าเขาจะมาอยู่ด้วยหนึ่งสัปดาห์ แต่ว่า...ถ้าเขาทำทีเป็นติดธุระด่วนขึ้นมามันก็ยากที่เราจะรั้งเขาเอาไว้ แบบนี้มันจะยิ่งทำให้พ่อกับแม่ฉันลำบากใจเข้าไปอีก

“ฉันไม่จำเป็นต้องขู่เธอด้วยซ้ำ เธอควรรู้ตัวเองว่าอะไรควรไม่ควร เธอกล้าปากดีกับฉันก็รอรับผลที่ตัวเองทำไว้ได้เลย” พูดจบเขาก็ผลักฉันออกแรง ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน

ที่ผ่านมาฉันยอมเขาได้เพราะเราแทบไม่ได้คุยกันเลย  แต่พักหลังมานี้เราคุยกันบ่อยขึ้นและทุกครั้งที่คุยกันเขาก็มักจะใช้คำพูดทำร้ายจิตใจฉันอยู่เสมอ เป็นแบบนี้ไม่ดีเอาซะเลย ทั้งที่คิดว่าถ้าสนิทกันได้ก็น่าจะดีขึ้นแล้วแท้ ๆ

ฉันยืนนิ่งอยู่นานเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ ฉันจะทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจไม่ได้

พอฉันเดินเข้ามาในบ้านบรรยากาศมันก็เปลี่ยนไปทันที พี่บอสที่ตอนแรกเหมือนจะอารมณ์เดือดพล่านกลับกลายเป็นว่ากำลังนั่งคุยกับพ่อฉันอย่างเฮฮา

เมื่อกี้แค่ขู่ฉันเฉย ๆ สินะ นี่เป็นการเตือนจากเขาแล้วล่ะสิว่าฉันไม่ควรทำแบบนั้นอีก

ก็ได้ ๆ ฉันจะยอมให้อีกก็แล้วกัน

“มีผักบุ้งด้วยหรอลูก” พ่อฉันกันมามองก่อนจะเอ่ยถาม “เพื่อนให้มาหรอ”

“ใช่ค่ะ เย็นนี้กินผัดผักบุ้งกันนะคะ”

“เออ เอาสิ พ่อเองก็ไม่ได้กินผัดผักบุ้งฝีมือลูกมานานแล้วเหมือนกัน” คราวนี้พ่อฉันไม่แซวเรื่องโจ้อีก มันก็ทำให้ฉันโล่งใจขึ้นมาหน่อย

ฉันเดินถือผักบุ้งเข้าไปในครัวหาแม่ที่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่

“วันนี้หนูจะทำผัดผักบุ้งนะคะ พอดีโจ้ให้มา” นบอกกับแม่แล้วลงมือล้างผักบุ้ง

“โจ้มาหาหรอลูก” แม่ถามฉันแล้วหันมามองนิดหน่อย “เมื่อตอนกลางวันก็มานะ แต่แม่บอกว่าลูกไปสวนกับพ่อ”

“อ้าว อย่างนั้นหรอคะ”

“โจ้เขากลับมาบ้านบ่อย ทุกครั้งที่มาก็มักจะมาถามหาลูกตลอดเลย” มั่นเล่าไปด้วยพลางเตรียมอาหารไปด้วย “ไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อกันไว้หรอ”

“ไม่ค่ะ ไม่ทันได้คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้” คือฉันหมายถึงไม่คิดว่าฉันจะไม่ได้กลับบ้านนานขนาดนี้ อีกอย่าง...เราอยู่บ้านใกล้กันยังไงก็เจอกันอยู่แล้ว ฉันกับโจ้ก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่ว่าต้องติดต่อกันตลอดหรอก

เขาน่าจะแค่แวะมาถามไถ่หาฉันตามมารยาทเท่านั้นเอง

“เขามาหาลูกบ่อยจนพ่อชอบแซวว่าเขามาจีบลูก พ่อเราก็แซวไปงั้นอย่าถือสาพ่อเลย” แม่หัสเราะออกมาเบา ๆ

“หนูไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่คะ”

“แต่แม่ก็คิดเหมือนพ่อนะ ทุกครั้งที่มาถามหาลูกเขาก็ปกติแต่ครั้งนี้เขามาเจอบอสด้วย แม่สัมผัสได้ว่าสีหน้าเขาดูเป็นกังวล”

“พี่บอสเจอกับโจ้แล้วหรอคะ” ฉันถามอย่างสงสัย ก็ตอนนั้นพี่บอสพูดเองว่าจะมาดูหน้าโจ้สักหน่อย

“ตอนโจ้มาแม่ยุ่ง ๆ บอสเลยอาสาไปเปิดประตูให้”

“ตอนนั้นเขาไม่ได้นอนกลางวันอยู่หรอคะ” เห็นบอกว่าจะงีบ

“ไม่จ้ะ บอสยังไม่ทันได้นอนโจ้เขาก็มาก่อน”

“อ๋อ...” ฉันครางงึมงำแล้วสนใจการล้างผักต่อ

“ที่จริงลูกเองก็เรียนมหาลัยแล้วนะ จะมีแฟนมันก็ไม่แปลกหรอก แม่ไม่ได้ว่าอะไร”

“แม่คะ หนูไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นกับโจ้สักหน่อย อีกอย่างโจ้ก็ไม่ได้บอกว่าชอบหนู อย่าพากันคิดเองเออเองแบบนั้นสิคะ”

“จ้า ๆ” พอเห็นฉันบ่นยาวแม่ก็ไม่พูดอะไรต่ออีก

ส่วนฉันก็ล้างผักและเตรียมเครื่องจะผัดผักบุ้ง ในขณที่กำลังยุ่ง ๆ อยู่นั้นพี่บอสก็เดินเข้ามาในครัว

“บอสจะเอาอะไรหรอลูก” แม่ฉันเห็นและเอ่ยถามขึ้น

“เห็นคุณลุงบอกว่าเก็บแก้วมังกรที่สวนมาฝาก ผมเลยจะมาขอชิมครับ”

“เดี๋ยวป้าจัดใส่จานให้ทานหลังข้าวเย็นนะ แล้วตอนนี้ลุงไปไหนล่ะ”

“ออกไปคุยกับคนงานข้างนอกครับ เห็นว่ามีธุระออกไป เดี๋ยวกลับมา” พี่บอสตอบก่อนจะเสมองมาที่ฉันที่กำลังหันผักอยู่

“อ๋อ...อย่างงั้นเองหรอกหรอ” แม่ฉันตอบรับมาแค่นั้น ส่วนฉันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าพอพ่อฉันไม่อยู่เขาก็ดูเหมือนไม่รู้จะทำอะไรเลยเดินเข้ามาในครัวล่ะสิ

“งาม ไปหั่นแก้วมังกรให้พี่เขาชิมหน่อยไป” แม่ฉันที่รับรู้สถานการณ์ก็หันมาบอกฉัน

“แต่หนูกำลังทำกับข้าวอยู่นะคะ” ฉันหันไปบอกเป็นเชิงปฏิเสธหน่อย ๆ

“กับข้าวเอาไว้ทีหลังก็ได้ เดี๋ยวแม่ทำต่อให้เอง” แม่ฉันขยิบตาให้เป็นเชิงบอกให้ไปอยู่เป็นเพื่อนที่บอส “เราอุตส่าห์เก็บมาจากสวนมาฝากพี่เขาไม่ใช่หรือไง”

คนอย่างพี่บอสต้องการเพื่อนด้วยเรอะ เมื่อกี้เรายังทะเลาะกันแทบตายเลย

“ค่ะ”

แต่เพราะไม่อยากให้แม่คิดมากฉันเลยยอมวางมือก่อนจะเดินไปหยิบเอาแก้วมังกรในตะกร้ามาล้างแล้วใช้มีดผ่าครึ่งแบ่งเป็นสองซีก

ฉันจัดใส่จานแล้วหยิบช้อนให้เขาด้วย พี่บอสที่ยืนรออยู่ตรงแถวประดูมองมาอย่างประหลาดใจ

“แบบนี้น่าจะเร็วกว่าค่ะ พี่บอสจะได้ไม่ต้องรอนาน” ฉันบอกพลางถือจานแก้วมังกรออกไปยังห้องนั่งเล่น ร่างสูงเองก็เดินตามมาติด ๆ เลย

พอวางจานแก้วมังกรลงโต๊ะหน้าโซฟาเขาก็นั่งมองมันอยู่อย่างนั้น

“ไม่กินล่ะคะ” ฉันถามอย่างแปลกใจ

เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะแล้วเอียงหน้ามาหาฉัน

“กินไม่เป็น ต้องกินยังไง” นี่กำลังกวนประสาทฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย “ปกติที่บ้านก็หั่นให้เป็นชิ้น ๆ”

“ไม่ต่างกันหรอกค่ะ พี่บอสก็แค่เอาช้อนตักเนื้อขึ้นมา แค่นี้เอง” ฉันบอกแล้วทำให้เขาดู จากนั้นก็ยื่นปลายช้อนที่มีเนื้อแก้วมังกรไปจ่อปากเขา กะจะให้เขาจับไปถือกินเอง

เจ้าตัวหลุบตาลงมองก่อนจะงับเอามันเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ

“หวานดี” เขาบอกแค่นั้นส่วนฉันนั่งตัวแข็งทื่อเลย เมื่อกี้ไม่ต่างจากฉันป้อนเขาหรือยังไงกัน

แล้วทำไมพี่บอสไม่ยื่นมือมารับช้อนจากฉันล่ะ ไม่เอะใจเลยหรอว่าหน้าอย่างฉันจะไปป้อนเขาได้ยังไง

“เป็นอะไร” เขาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่านิ่งไป

“ปะ เปล่าค่ะ” ฉันตอบแบบตะกุกตะกักก่อนจะวางช้อนลงบนจานด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย

ฉันรู้สึกเหมือนอากาศมันร้อนขึ้น เหงื่อเริ่มผุดออกมา ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

“อ๋อ...” จู่ ๆ พี่บอสก็ลากเสียงยาวพร้อมกับเอียงหน้ามามองฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์จนสัมผัสได้ “เธอเขินฉันหรอ?”

“ฮะ?” ฉันอุทานออกไปด้วยสีหน้างุนงง

“ก็จู่ ๆ หน้าแดง หูแดง แถมยังจะอาการสั่น ๆ เมื่อกี้นี่อีก” พี่บอสใช้มือเท้าคางตัวเองพร้อมจ้องมองฉันไปด้วย “แบบนี้ไม่เรียกเขินหรือไง”

“มะ ไม่ใช่นะคะ” ฉันรีบแก้ตัว แบบนี้เรียกว่าเขินหรอ

ฉันเนี่ยนะเขินพี่บอส อยู่ด้วยกันมาปีกว่าแล้วฉันไม่เห็นรู้สึกแบบนั้นกับเขาเลยสักครั้ง แล้วเมื่อกี้นี่มัน...ใช่อาการเขินแหน่หรอ?

--------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

พอมีผู้ชายมาวอแวหน่อยก็จู่โจมใหญ่เลยน้าาา ฮั่นแน่ แบบบนี้เขาอ่านเขาดูออกนาจา

- (ทอล์ก 80%)

ออกอาการมากเกินไปแล้วไหมพี่บอส 55555555555

- (ทอล์ก 60%)

อะจ้าาาา ตัวเองหล่อมากเลย หล่อลากดินเลยพ่อคุณ อาการแบบนี้แถวบ้านเค้าเรียกว่าหึงนะตัวเอง แต่จะใช่หรอ 555555555

- (ทอล์ก 40%)

เอาล่ะสิพี่บอส พ่อแม่น้องพยายามทำทุกอย่างเลยนะ คราวนี้พี่จะดีใจหรือเสียใจกันคะ ถ้าน้องหายดีเมื่อไหร่พี่หัวเน่าเลยน้าาาา

- (ทอล์ก 20%)

พี่บอสนี่ดูท่าจะเข้ากับว่าที่พ่อตาได้ดีเลย อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 525 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,368 ความคิดเห็น

  1. #507 ChonladaSakula (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 13:35
    งงมากมายทำไมไม่ไปพบจิตแพทย์
    #507
    0
  2. #305 Jakkaran55 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 04:21
    แปลกกๆนะพี่บอส
    #305
    0
  3. #151 iinm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:15
    ยอมรับไปเถอะลูกกกกกก
    #151
    0
  4. #150 Putari99999 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 05:17
    พี่บอสเห็นน้องมีผู้บ่าวมาสนใจหน่อย..รีบอ่อยน้องเลยน้า
    #150
    0
  5. #149 sangbombeast (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 20:07
    พี่บอสกล้าแซวด้วยอ่ะ
    #149
    0
  6. #148 Toywoohottest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 18:20

    เห็นมีคู่แข่งเลยเริ่มอ่อยน้องใช่ไหมละพี่บอส

    #148
    0
  7. #147 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 12:28
    พี่บอสอ่ะคิดไรกะน้องป่ะ
    #147
    0
  8. #146 เอ็นโออีวาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 12:21
    ฮึ่ยยย พี่บอสหนิ555
    #146
    0
  9. #145 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 14:33
    ออกอาการมากไปค่ะพี่
    #145
    0
  10. #144 Memew888 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:30

    พี่บอสคงไม่รู้สึกอะไรกับน้องหรอกมั้งงงงงง

    #144
    0
  11. #143 pimpakavai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:20
    55555

    พี่บอส
    #143
    0
  12. #142 Saly_45 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:16
    ปากแข็งเก่งงงงง
    #142
    0
  13. #141 iinm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 19:53
    งั้นๆหรอพี่บอสสสส
    #141
    0
  14. #140 Putari99999 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 19:35
    พี่บอสน้องก็เคยมีคนจีบเด้อ
    #140
    0
  15. #139 Toywoohottest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:50
    มีคู่แข่งแล้วนะพี่บอส อย่ามัวแต่เย็นชากะน้อง
    #139
    0
  16. #138 sangbombeast (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:48
    อิพี่ อยากดูหน้าคนมาจีบน้องก็ไม่บอก
    #138
    0
  17. #137 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:44
    หึงมั้ยนะ 555
    #137
    0
  18. #136 Toywoohottest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 05:10
    เป็นไงละพี่บอส ทำท่ารังเกียจน้องดีนัก พ่อแม่น้องจะเอาตัวกลับละนะ

    คือไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้ลูกสาวไปอยู่กับผู้ชายหรอก ยิ่งดูผู้ชายอึดอัดด้วย
    #136
    0
  19. #135 Charlinda88 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 20:47
    ถึงกับเดินสะดุดเลยหรอพี่บอส 555
    #135
    0
  20. #134 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 20:28
    พี่บอสจะเป็นไงน้อ
    #134
    0
  21. #133 sangbombeast (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 20:17
    ถึงกับสะดุดกึก
    #133
    0
  22. #132 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 16:27
    เข้ากับพ่อดีเกิน
    #132
    0
  23. #128 iinm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 07:57
    เจิมค่าาาาาาา
    #128
    0
  24. #127 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 21:28
    เจิมมมมมม
    #127
    0
  25. #126 Putari99999 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:19
    เจิมมมมมม
    #126
    0