แสนงามของบอส

ตอนที่ 4 : ชิงชัง (?) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 433 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

-------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 3

ชิงชัง (?)

 

ที่จริงฉันแทบไม่คิดมากเรื่องเขาเลย จะมาจะไปยังไงก็ได้ ขอแค่เขายังให้ฉันอยู่ด้วยในตอนนี้ก็พอ

เรื่องคิดถึงที่บ้านมันก็คงเกิดจากที่ฉันไม่สบายนี่แหละเลยทำให้พลอยคิดถึง เวลาอ่อนแอฉันก็แค่อยากได้ใครสักคนมาดูแลกันบ้าง

ตอนฉันยังแข็งแรงดีฉันดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว

“หนูก็ยังคงเป็นเด็กเข้มแข็งและอดทนเหมือนเดิมเลยนะ” คุณน้าลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

“ก็หนูเป็นลูกชาวสวนนี่คะ” ฉันตอบปนขำไปเพราะไม่อยากให้คุณน้าคิดมาก

“นั่นน่ะสิเนอะ” คุณน้าเองก็พลอยยิ้มตามฉันไปด้วย “กินข้าวกันดีกว่าค่ะ ไม่ต้องคิดมากเรื่องของน้ากับคุณบอสหรอกนะคะ เดี๋ยวเขาหายโกรธก็กลับมาเป็นปกติเอง”

คุณน้าพูดราวกับว่าเรื่องทะเลาะกันมันเป็นปกติอย่างนั้นแหละ

แต่ก็นะ พวกเขารู้สึกกันนานกว่าฉันรู้จักพวกเขาซะอีก

มันคงไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้วล่ะ

 

เวลาต่อมา

หลังจากทานข้าวด้วยกันเรียบร้อยแล้วคุณน้าก็ให้ฉันกินยาแล้วนอนพัก ส่วนเธอก็ทำความสะอาด ล้างจานแล้วเก็บห้องต่อนิดหน่อยก่อนจะลากลับบ้านเพื่อไปทำงานต่อ

พอมีคุณน้ามาช่วยดูแลฉันก็เริ่มดีขึ้น พอไม่ต้องทำงานบ้านมันก็ได้พักผ่อนเต็มที่ ตอนนี้เหมือนฉันอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เลย คิดว่าไม่เกินสามวันน่าจะหายเป็นปกติ

แต่ตอนนี้น่ะฉันกังวลอยู่เรื่องเดียวคือกลัวว่าพี่บอสจะโกรธคุณน้าแล้วพาลไม่กลับมาที่คอนโดนี่สิ

เขาออกไปตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วยยังไม่เห็นกลับมาเลย

คงไม่ได้จะตั้งใจทิ้งฉันไว้ที่ห้องให้ป่วยซ้ำหรอกนะ คนอย่างพี่บอสยิ่งลมเพลมพัดอยู่ด้วยสิ

“เห้อ...” ฉันถอนหายใจออกมาหลังจากที่อ่านหนังสือไปได้ไม่กี่หน้า

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงสอบไฟนอลแล้วล่ะ ฉันต้องเคลียร์งานและเตรียมสอบไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันวันหยุดที่เว้นว่างจากการสอบก็ยาวเหยียดด้วย มันเป็นผลดีคือฉันจะได้มีเวลาพักและทำเปเปอร์ส่งอาจารย์ให้ครบ ทั้งยังต้องอ่านหนังสือสอบ

และที่สำคัญคือ...ฉันอยากกลับบ้าน คิดว่าคงกลับไม่นานเพราะเดี๋ยวจะป่วยเอาได้ถ้าไม่มีพี่บอสอยู่ คงต้องรอให้อาการป่วยตอนนี้ดีขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับจะดีกว่า

ฉันอ่านหนังสือได้สักก็เริ่มหิวเลยไปเปิดตู้เย็นเอากับข้าวที่คุณน้าเก็บไว้ให้มาอุ่นกิน

หลังจากกินข้าวเสร็จฉันก็กินยาแล้วอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะนอนแล้ว และในตอนที่ออกจากห้องน้ำมานั้นพี่บอสก็เปิดประตูเข้ามา

เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้องแล้วจ้องมองมายังฉันที่อยู่ในชุดนอนและมือที่หอบเอาเสื้อผ้าก่อนหน้านี้ออกมาด้วย

“หายดีแล้วหรอ ทำไมสระผม” เขาถามฉันพลางถอดรองเท้าไปด้วย

“หนูรู้สึกว่าผมเหนียว ๆ เลยสระค่ะ” ฉันตอบไปแค่นั้นแล้วเอาผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย

น่าแปลกมากเลยที่เขาเป็นฝ่ายพูดกับฉันก่อน แถมยังเป็นการพูดที่ไม่ได้กระแนะกระแหนฉันแต่อย่างใด

“เดี๋ยวก็ไข้ขึ้นอีกหรอก” เขาบ่นอุบอิบแล้วเดินเตรียมจะเข้าห้อง

ห้องน้ำที่ฉันใช้มันอยู่ข้างห้องนอนของเขา ดังนั้นพี่บอสเลยเดินผ่านฉันไป ในตอนนั้นเองที่ฉันได้กลิ่น...เหล้า

“หนูคิดว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าพี่บอสยังอยู่กับหนู หนูไม่มีทางป่วยแน่นอน” นไม่พูดถึงเรื่องที่เขาไปดื่มข้างนอกมา แต่เลือกที่จะต่อบทสนทนาก่อนหน้านี้แทน

“คิดว่าที่ป่วยมันเป็นเพราะฉันไม่อยู่อย่างนั้นหรอ? ไม่คิดว่าดูแลตัวเองไม่ดีบ้างหรอไง” เขาหันมาทำหน้าบึ้งตึงใส่ฉัน “ทำไมถึงเอาแต่คิดว่าสุขภาพของตัวเองขึ้นอยู่กับฉันด้วย”

“พี่บอสก็เห็นแล้วนี่คะว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ” เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันป่วยจากการที่เขาไม่อยู่ใกล้ ๆ

“ดูแลตัวเองไม่ดีมากกว่า อย่ามาโทษว่าเป็นความผิดฉันเลย” เขายังคงต่อว่าฉันอยู่เรื่อย

ตอนนี้ดูท่าพี่บอสน่าจะเมาหรือไม่ก็มึน ๆ อยู่เลยทำให้เขาปากร้ายกับฉัน ถึงแม้ปกติจะร้ายแต่เขาไม่ต่อว่าฉันยาวเหยียดแบบนี้หรอก ดีแต่ทำหน้าบึ้งใส่แล้วเมินกันซะมากกว่า

“หนูไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดพี่บอสเลยนะคะ” ฉันยังไม่เคยว่าอะไรเขาสักคำ อย่างเหตุการณ์ครั้งนี้ฉันก็ไม่ได้บ่นหรือพูดไม่ดีกับเขาเลยสักนิด

“เธอไม่โทษ แต่คนอื่นก็โทษฉันอยู่ดี” เขาพูดเหมือนอยากระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจ “นี่พ่อแม่เธอก็คงต่อว่าฉันเหมือนที่พ่อแม่ฉันทำอยู่ตอนนี้ล่ะสิ”

“พ่อกับแม่หนูไม่รู้เรื่องนี้นะคะ หนูไม่ได้บอกท่านเลย” ฉันผิดบังเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง และที่สำคัญคือไม่อยากให้ท่านโทษพี่บอสนี่แหละ “พี่บอสไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะอยู่เงียบ ๆ ของหนูไม่สุงสิงหรือเรียกร้องอะไรจากพี่บอสอีกแน่นอนค่ะ”

“...” เขาเงียบไป

แสดงว่าก่อนหน้านี้เขาต้องโดนพ่อกับแม่ดุมากแน่ ๆ เลย

“ขอแค่ให้หนูได้อยู่ใกล้ ๆ จนกว่าหนูจะหายดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะกับความเมตตาของพี่บอส”

หลังจากที่ฉันพูดแบบนั้นไปเขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมาอีก ทำเพียงแค่มองฉันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาก่อนที่เจ้าตัวจะหนีเข้าห้องไป

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทะเลาะกันขั้นรุนแรง เพียงแค่มีปากเสียงกันเล็กน้อยเท่านั้น

เอาเป็นว่าฉันก็ต่อชีวิตของตัวเองไปได้หนึ่งวันนั่นแหละนะ

 

หลายวันต่อมา

วันนี้ฉันมีสอบตอนเช้าเลยรีบออกจากห้องไปตั้งแต่พี่บอสยังไม่ตื่น แต่ฉันก็เตรียมกับข้าวไว้ให้เขาแล้วล่ะ ถ้าเจ้าตัวไม่กิน ฉันกลับมาค่อยมากินก็ได้

ตอนนี้อาการป่วยของฉันดีขึ้นแล้ว และฉันก็มีแพลนว่าอีกสองวันจะกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อกับแม่ด้วย คิดถึงบ้านใจจะขาดแล้ว ถึงจะกลับไปอยู่บ้านได้ไม่นานแต่อย่างน้อยได้ไปกินข้าวที่บ้านคงสุขใจไม่น้อยเลย

พอสอบเสร็จฉันก็รีบบึ่งรถกลับคอนโดทันทีเพราะต้องทำความสะอาดห้อง เมื่อเช้านี้ทำห้องรกไว้ด้วยตอนที่เตรียมอาหารไว้ให้พี่บอส

แต่เมื่อกลับมาถึงห้องฉันก็ต้องตกใจเมื่อสภาพภายในห้องมันไม่ได้รกเหมือนตอนก่อนที่ฉันจะออกไป

คุณน้ามาที่นี่อย่างนั้นหรอ?

ฉันมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อดูว่าอาหารที่ฉันทำไว้ให้เขายังเหลืออยู่ไหม ปรากฏว่ามันไม่อยู่ในตู้แล้ว แสดงว่าพี่บอสต้องเอาออกไปกินแน่ ๆ เลย

แอด...

ขณะที่กำลังทำสีหน้างุนงงอยู่นั้นจู่ ๆ คนที่ฉันกำลังนึกถึงก็เปิดประตูออกมา เขามองฉันที่อยู่ในชุดนักศึกษาด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

“วันนี้มีสอบหรอ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ค่ะ หนูมีสอบตอนเช้า” ฉันบอกไปแล้วปิดตู้เย็น

พี่บอสเดินมานั่งอยู่หน้าทีวีก่อนจะกดเปิดดูอย่างปกติ

อีกแล้ว! เขาทำตัวผิดไปจากที่ฉันรู้จักอีกแล้ว!

แต่ก็นั่นแหละ คนเรามันก็ต้องมีเปลี่ยนแปลงกันบ้าง เขาคงเบื่อที่จะอยู่แต่ในห้องแล้วล่ะ

“พี่บอสกินข้าวเที่ยงหรือยังคะ ถ้ายังเดี๋ยวหนูทำให้กิน” ฉันลองถามเขาดูเพราะยังไงก็ต้องทำกับข้าวกินอยู่แล้ว

“ยัง แต่เพิ่งกินข้าวเช้าไป ยังไม่หิว”

ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้วนี่เนอะ เดาว่าพี่บอสน่าจะเพิ่งตื่นแล้วกินข้าวที่ฉันทำไว้ให้

“งั้นรอให้หิวก่อนค่อยกินก็ได้ค่ะ หนูเองก็ยังไม่หิว แล้วก็ตั้งใจจะไปซื้อพวกผักกับไข่มาตุนไว้ด้วย คิดว่าน่าจะอีกสองชั่วโมงถึงได้ลงมือทำกับข้าว” ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็ยังไม่ได้ไปซุปเปอร์เพื่อซื้อของเลย

“อืม” เขาตอบมาแค่นั้น

ตอนแรกฉันนึกว่าจะปฏิเสธกันซะอีกเรื่องกับข้าวที่ฉันจะทำให้กิน แต่ยอมง่าย ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันจะได้รู้ด้วยว่าต้องทำเผื่อด้วยไหม เพราะอีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับบ้านแล้วด้วย

พอตกลงกันได้ฉันก็เอาเอกสารที่ใช้อ่านก่อนสอบไปเก็บไว้ในห้องแล้วเตรียมออกไปข้างนอก

“จะไปไหน” พี่บอสเอ่ยถามในตอนที่ฉันเดินไปใส่รองเท้าหน้าประตู

“จะไปซุปเปอร์ค่ะ ไปซื้อของมาทำกับข้าว” ฉันหันมาตอบ

ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าพี่บอสพูดคุยกับฉันเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน มันเป็นเรื่องดีแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าหากคุยกันนานกว่านี้จะเสี่ยงทะเลาะกันก็เถอะ

“รอแป๊บ” เขาบอกแค่นั้นแล้วกดปิดทีวีก่อนจะเดินเข้าไปในห้องแล้วออกมาพร้อมกับใส่เสื้อคลุมด้วย “จะไปข้างนอกพอดี”

“หา?...”

“ไปด้วยกัน” เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินมาสวมรองเท้าที่หน้าห้อง ฉันถึงกับต้องเขยิบไปอีกทางเพื่อที่ให้คนตัวใหญ่ได้ใส่รองเท้าสะดวก

“พี่บอสหมายถึงให้หนูติดรถติดรถไปกับพี่บอสอย่างนั้นหรอคะ” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ

“อืม”

“แล้ว...มันจะดีหรอคะ ถ้ามีคนมาเห็นเข้า พี่บอสจะ...”

“จะไปไม่ไป” พอฉันตั้งท่าจะถามมากเขาก็เอ่ยตัดบทมาเสียก่อน

“หนูว่าต่างคนต่างไปดีกว่าค่ะ สบายใจทั้งสองฝ่าย” ฉันว่าฉันต้องอึดอัดแน่เลยถ้าต้องไปพร้อมกับเขาแล้วต้องมาระแวงไม่ให้คนอื่นรู้อีก

“ไม่รักชาติ”

“คะ?” ฉันอุทานอย่างไม่เข้าใจ จู่ ๆ เขาก็พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้

“ทางเดียว ไปด้วยกัน ประหยัดน้ำมัน” เขาพูดสโลแกนที่ฉันเคยได้ยินทางโฆษณาเมื่อหลายปีก่อน “ไม่เคยได้ยินหรือไง”

“...?” ฉันเหวอไปเลยเมื่อเจอเขาตอบกลับมาแบบนี้

“ทำแบบเธอมันสิ้นเปลืองพลังงาน” จากนั้นเขาก็เริ่มสาธยายอะไรต่อมิอะไรออกมา “ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแค่ไปด้วยกันมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้ ทั้งได้ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดมลภาวะ ประเทศเรามีค่าฝุ่นเยอะก็เพราะแบบนี้...”

“โอเคค่ะ หนูจะไปกับพี่บอสเอง” ฉันยกมือทำท่าเหมือนปางห้ามญาติก่อนที่เขาจะพูดอะไรไปมากกว่านี้

บทจะเงียบก็เงียบจนน่าใจหาย บทจะพูดมากก็พูดจนฉันกลัว

“อืม” เขายืดตัวขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้องไปก่อน

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นอะไร มันดีแล้วไม่ใช่หรอที่เขาให้ฉันไปไหนมาไหนด้วย มันแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยพี่บอสก็เห็นฉันอยู่ในสายตา

ฉันเดินตามเขามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรถ พี่บอสขึ้นรถอย่างคล่องแคล่ว ส่วนฉันก็เงอะงะนิดหน่อยแต่ก็เข้ามานั่งข้างในได้อย่างปลอดภัย

รถยนต์ของเขามันหรูมาก มากซะจนฉันไม่กล้านั่งนาน ๆ เลยล่ะ

ฉันบอกเลยว่าถ้าเพื่อน ๆ รู้ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่บอสจะตองตกใจและไม่เชื่อแน่ ๆ เพราะฉันกับเขามันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวจนคิดว่าไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ด้วยซ้ำ

เราเกิดกันอยู่คนละจังหวัด แถมห่างไกลกันมาด้วย เขาอยู่ในตัวเมือง ในขณะที่ฉันอยู่แถบชนบท

พ่อของเราเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย เป็นเพื่อนที่รักกันมากเพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน แถมแม่ ๆ ของเราก็ยังเรียนที่เดียวกันอีก มันเลยกลายเป็นว่าทั้งบ้านรู้จักกันมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไปทำงานตามความฝันของตัวเอง

พ่อของฉันอยากทำไร่ ท่านทำงานบริษัทแล้วเก็บเงินซื้อที่ดินเพื่อปลูกพืชไร่เป็นอาชีพ อารมณ์เหมือนอยากอยู่กับธรรมชาติและสุดท้ายก็ตัดสินใจตั้งรกรากที่นั่นเลยจนกระทั่งฉันเกิดมา

พ่อของพี่บอสอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ท่านทำงานบริษัทแล้วหาเงินมาเปิดกิจการของตัวเองจนตอนนี้กิจการของบ้านเขารุ่งเรืองมากจนถือว่าเป็นเศรษฐีใหญ่ได้เลยล่ะ

ดู ๆ ไปแล้วมันก็เหมือนบ้านนอกกับเด็กในเมืองนั่นแหละ แต่พ่อแม่ของพวกเราไปมาหาสู่กันบ่อย มันเลยทำให้เราได้เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วไหนจะช่วงที่ฉันมาอยู่กับเขาอีก

“คาดเข็มขัดด้วย” ฉันที่มัวคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถูกเขาทักขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ

“ขะ...ขอโทษค่ะ” ฉันกล่าวออกไปแล้วรีบคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว

พี่บอสเห็นแบบนั้นแล้วก็ขับรถออกไปด้วยท่าทางปกติ บรรยากาศบนรถมันเงียบมาก มากจนฉันอึดอัด

คิดถูกหรือคิดผิดก็ไม่รู้ที่ยอมติดรถเขามาด้วย

เราเงียบกันตลอดทางจนพี่บอสขับมาถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ เขาเข้ามาจอดตรงลานจอดรถที่ใกล้ทางเข้ามากที่สุด

“จะซื้อของนานไหม” เขาถามขึ้น

“ไม่นานค่ะ หนูลิสต์ไว้แล้วว่าต้องซื้ออะไรบ้าง”

“หนึ่งชั่วโมงพอไหม”

“อืม...” ฉันคำนวณดูแลก่อนจะตอบเขากลับไป “พอค่ะ”

“อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่นี่” เขาบอกแค่นั้นแล้วก็ลงจากรถไป

ฉันรีบลงจากรถอย่างรวดเร็วแล้วเดินแยกกับเขา ไม่รู้ว่าพี่บอสมาทำธุระอะไรที่นี่แต่ฉันก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของเขาขนาดนั้นเลยไม่ได้ถามอะไรไป

ฉันรีบตรงไปโซนขายอาหารสดทันที ช่วงนี้เป็นช่วงเซลล์ซะด้วยสิ แถมยังติดรถพี่บอสมาด้วยคงได้ซื้อกลับไปตุนไว้เยอะแน่ ๆ

ฉันเลือกของและแย่งชิงสินค้าจากเหล่าป้า ๆ อย่างยากลำบาก ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะซื้อของสดที่ต้องการได้หมด

เอาล่ะ ต่อไปก็อาหารแห้ง!

ฉันเข็นรถเข็นเดินไปยังโซนขายพวกอาหารแห้งที่อยู่ใกล้กับเครื่องใช้ต่าง ๆ ขณะที่กำลังเลือกข้าวสารอยู่นั้นสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งอันแสนคุ้นตาที่ตอนนี้กำลังยืนจดจ้องอยู่หน้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้า

พี่บอสยืนอยู่อีกล็อกหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ทันสังเกตเห็นฉันหรอก แต่ดูจากสายตาแล้วนั้นคงกำลังเคร่งเครียดกับการเลือกของมาก ๆ

เขาบอกว่าจะมาทำธุระแต่ไม่คิดว่าจะเสร็จเร็วขนาดนี้ หรือว่าฉันมัวแต่ซื้อของจนลืมดูเวลากันหว่า แต่พอเช็กดูแล้วก็ไม่นานนะ

ฉันตัดสินใจเลิกสนใจเขาแล้วหันมาเลือกของต่อ แต่เลือกได้ไม่นานก็พบว่าพี่บอสเดินเข้ามาหาฉัน เขาหยุดยืนมองของที่อยู่บนรถเข็น

“ซื้อไรเยอะแยะ” ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น

“ซื้อของไปตุนไว้ที่ห้องค่ะ ช่วงนี้กำลังลดราคาเลย” ฉันบอกอย่างภาคภูมิ นี่เป็นของที่ฉันไปยื้อแย่งกับเหล่าแม่บ้านมาเลยนะ

“แล้วตอนนี้กำลังซื้ออะไร”

“ข้าวสารค่ะ มันมีตัวที่ลดราคาอยู่นะ...” ฉันตอบพลางมองหาสินค้าป้ายเหลือง เพราะนั่นมันบ่งบอกว่าสินค้ากำลังลดราคาอยู่

“เลือกเสร็จแล้วตามมานี่ทีสิ” เขาบอกก่อนจะหลุบตาลงมองฉันที่ตอนนี้นั่งยอง ๆ เพื่อมองหาข้าวสาร

“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูตามไป” ฉันเงยหน้าขึ้นไปบอกพี่บอสก่อนจะสนใจกับราคาข้าวต่อ

พอคิดคำนวณดูแล้วฉันก็ตัดสินใจเลือกเอาข้าวหอมมะลิอย่างดีมาสี่ถุง ถุงละห้ากิโลกรัม

มันจะเยอะไปไหมนะ ยิ่งซื้อเยอะเงินค่าขนมของฉันก็จะหายไปกับการซื้อของมาตุนซะด้วยสิ แต่ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ฉันต้องพลาดช่วงที่มันลดราคาอีกแน่เลย ไหน ๆ พี่บอสก็ให้ติดรถมาแล้วด้วย แล้วข้าวเนี่ยเขาก็กินกับฉันด้วยนี่นา ไม่น่าจะใจดำถึงขนาดห้ามขนข้าวหนัก ๆ ขึ้นรถเขาหรอก

ยี่สิบกิโลไม่หนักเลยเหอะ

“จะเอาก็เอา จะได้ไปซื้ออย่างอื่น” เหมือนพี่บอสจะรำคาญกับความลังเลของฉัน เขาดูรีบให้ฉันไปดูของกับเขามาก ๆ เลย

ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาแล้วยกเอาข้าวสารที่ฉันเล็งไว้ไปใส่รถเข็น เขาจัดการยกมันอย่างง่ายดายราวกับเบาหวิว ต่างจากฉันที่ยกทีแขนแทบหัก ถึงจะจับจอบจับเสียมมาตั้งแต่เด็ก แต่ฉันไม่สู้นะเรื่องพวกนี้เนี่ย ร่างกายอันบอบบางของฉันมันช่างไม่เอื้อกับอาชีพที่บ้านและคณะที่เรียนซะจริง ๆ

“เอาสี่ถุงใช่ไหม” เขาถามและเตรียมจะยกถุงที่ห้า

“ใช่ค่ะ แค่นี้พอแล้ว เดี๋ยวเงินไม่พอค่ะ”

พี่บอสพยักหน้าให้ก่อนจะเตรียมเดินนำไปยังโซนที่เขาต้องการให้ฉันตามไปด้วย แต่ไม่ทันไรเขาก็ต้องถอยกลับมาแล้วแทรกเข้ามาเป็นคนเข็นรถแทนฉันเอง

“เดี๋ยวหนูเข็นเองก็ได้ค่ะ” เพราะเขายกของให้แล้วด้วย ฉันไม่อยากรบกวนพี่บอสไปมากกว่านี้แล้ว

“ไหวหรอ ข้าวมันหนักนะ”

“ไหวค่ะ” ฉันบอกอย่างมุ่งมั่นก่อนออกแรงเข็น แล้วก็พบว่าฉันไม่สามารถเข็นรถได้

มันหนักมาและเข็นค่อนข้างลำบาก คงเพราะฉันไม่มีแรงด้วยนั่นแหละ

“มานี่มา” เขาพูดเหมือนรำคาญแล้วผลักฉันออกก่อนจะเข็นรถแล้วเดินนำไปก่อน

ฉันตามพี่บอสไปอย่างรีบร้อน ตอนนี้น่ะเราอยู่ข้างนอก ฉันไม่อยากไปไหนมาไหนกับเขาเท่าไหร่ เกิดเพื่อนของเขามาเห็นเข้ามันจะไม่แย่เอาหรอ? หรือพี่บอสไม่ทันได้คิดเรื่องนี้กัน

“เห้อ...” แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้หรอกเพราะยังไงแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเขาเองนั่นแหละ

“ปกติเธอใช้อันไหนซักให้ฉัน” เขาถามหลังจากที่เดินมาถึงโซนผลิตภัณฑ์ซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว

“ใช้ตัวนี้กับตัวนี้ค่ะ” ฉันบอกแล้วชี้ไปยังน้ำยาซักผ้าละน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ใช้เป็นประจำ

นอกจากทำความสะอาดบ้านแล้วฉันก็ต้องคอยซักผ้าให้เขาด้วย แต่มันไม่ได้ลำบากอะไรนะ แค่เอาเข้าเครื่องแล้วตั้งระบบปั่น รอเอามาตาก แค่นั้นเอง ส่วนพวกชั้นในตัวพี่บอสก็เป็นคนจัดการของเขาเองนั่นแหละ

ตอนแรกเขาบอกจะส่งร้านซักแต่ฉันอาสาเป็นคนทำให้เองเพราะมาอาศัยอยู่ด้วยโดยไม่ได้เสียค่าห้องสักบาทเดียว ฉันรู้สึกเกรงใจเลยทำแบบนั้น

เชื่อไหมว่าตอนแรกเขาไม่ยอมเลยและห้ามันยุ่งกับของส่วนตัวของเขา แต่พอเจ้าตัวไปเจอร้านซักผ้าที่ชอบทำเสื้อผ้าของเขาหายและมีรอยเปื้อนกลับมาด้วยเขาก็เลยยอมให้ฉันทำแทน

เขามองของที่ฉันเลือกให้ก่อนจะเดินไปอีกทางแล้วจับตัวเทสของสินค้าตัวอื่นมาดม ดมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาหยุดอยู่หน้ายี่ห้อหนึ่งซึ่งเจ้าตัวจับแล้ววางอยู่บ่อยครั้งเหมือนกำลังชั่งใจ

“มานี่ซิ” พี่บอสกวักมือเรียก ฉันวางของไว้บนรถเข็นแล้วเดินตรงไปหาเขา “หอมไหม”

พี่บอสยื่นตัวเทสกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มมาให้ฉันดม

“ก็หอมอยู่หรอกค่ะ แต่หนูว่ามันจะฉุนไปนะคะ เอาแบบเดิมไม่ดีกว่าหรอ” น้ำยาปรับผ้านุ่มตอเทสกับตอนใช้จริงมันก็ต่างกันอยู่นะ

เพราะแบบนี้ล่ะมั้งพี่บอสเลยให้ฉันลองดมดูกับเขาด้วย

“อีกอย่าง...อย่าเทียวดมไปเรื่อยแบบนี้สิคะ มันมีแต่สารเคมีนะ เดี๋ยวจมูกก็พังเอาหรอก” ฉันเผลอบ่นพี่บอสไปอย่างลืมตัว

พอได้ยินฉันบ่นเจ้าตัวก็มองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที

“ขะ...ขอโทษค่ะ” ฉันบอกไปแล้วหลุบตาลงต่ำก่อนจะค่อย ๆ ถอยออกห่างจากตัวเขาแล้วเดินกลับไปยังรถเข็นดังเดิม

“รู้ตัวก็ดี พอฉันใจดีด้วยหน่อยก็อย่าได้ใจไปล่ะ” เขาเดินมาพร้อมกับถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มตัวที่ให้ฉันเทสด้วยก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรกับเขาอีกเลย

หลังจากนั้นฉันก็เงียบและรอพี่บอสเลือกของอย่างเดียว จนเพิ่งมานึกได้ว่าตัวเองลืมซื้อพวกเครื่องปรุงที่ตอนนี้ก็ใกล้หมดเต็มทีแล้วเหมือนกัน

“พี่บอสคะ เดี๋ยวหนูมานะคะ”

“ไปไหน” เขาเงยหน้ามาถามหลังจากนั่งยอง ๆ เพื่อเลือกของอยู่

“หนูไปซื้อเครื่องปรุงแป๊บนึงค่ะ”

“รอแป๊บ จะเสร็จแล้ว จะได้ออกไปทีเดียว” เขาพูดแค่นั้นแล้วไม่ได้หันมาสนใจฉันอีก

พี่บอสเลือกของอยู่สักพักก่อนที่ฉันจะเห็นว่าเขาเลือกของมั่วไปหมด คิดจะหยิบอะไรก็หยิบ

บอกเลยนะว่าคราวนี้ฉันไม่จ่ายให้แน่ เขาซื้อของที่ตัวเองอยากได้เองนี่นา ฉันไม่มีทางเอาค่าขนมของฉันมาเปย์ให้กับความต้องการของพี่บอสหรอก

แต่จะทำยังไงดีล่ะ เกิดเขาให้ฉันจ่ายทั้งหมดเลยก็แย่น่ะสิ ของที่พี่บอสเลือกก็ดูแพงทั้งนั้นเลย ขนาดพวกผงซักฟอกยังเลือกเอาคนละเกรดกับที่ฉันใช้เลย คงไม่ใช่ว่าของที่ฉันใช้ซักให้มันไม่สะอาดหรอกนะ เจ้าตัวถึงได้เลือกเองขนาดนี้

พอเลือกเสร็จแล้วเขาก็เข็นรถนำฉันไปยังโซนที่ขายเครื่องปรุงอีกครั้ง ในตอนที่ฉันกำลังเลือกซื้อของอยู่นั้นพี่บอสก็เดินไปอีกฝั่งแล้วเขาก็กลับมาพร้อมกับเส้นสปาเก็ตตี้สองห่อใหญ่

“อยากกิน” เขาชูมันให้ฉันดู

“หนูทำไม่เป็นนะคะ”

ปกติพี่บอสไม่เคยรีเควสว่าอยากกินอะไร ฉันนึกอยากทำอะไรทิ้งไว้ก็ทำ บางอย่างเขาก็กิน บางอย่างก็ไม่กินและฉันก็จะมากินส่วนที่เหลือของเขาเอง ที่จริงฉันทำกับข้าวที่ฉันชอบกินมากกว่า

“หัดทำดูสิ อยากกิน”

“พี่บอสไปซื้อกินเองจะไม่ดีกว่าหรอคะ ก่อนกลับแวะซื้อก็ได้ หนูกลัวมันไม่อร่อยอะ”

“ไม่รู้ล่ะ ต้องได้กินวันนี้” พูดอย่างเอาแต่ใจเสร็จก็เดินมาวางเส้นสปาเก็ตตี้ลงบนรถเข็นอย่างถือดี

เอาแต่ใจที่สุดเลย!

นี่เขากำลังแกล้งฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย

ก็บอกว่าทำไม่เป็นไง พูดไม่รู้เรื่องอ๋อ เดี๋ยวแม่โบกหัวเลย

ฉันได้แต่คิดในใจเพราะไม่กล้าพูดแบบนั้นกับเขาแน่นอน

ฉันลอบถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเสิร์ชดูวิธีการทำสปาเก็ตตี้ นี่ฉันต้องซื้อของเพิ่มด้วยหรอเนี่ย

เงินค่าขนมของช้านนนนน TT

ไม่เอาแล้ว คราวหลังไม่มากับพี่บอสแล้ว งบบานปลายมากเลย

“คงต้องซื้อของเพิ่มอะค่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นบอกเขา

“อือ ไปหาซื้อมา จะรอตรงนี้ ขี้เกียจเดินแล้ว” จากนั้นเขาก็ล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น

นี่กะจะไม่เดินจริงหรอเนี่ย คนอยากกินเป็นตัวเองแท้ ๆ หงุดหงิดๆๆๆๆ

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จำยอมเดินไปซื้อของที่สูตรในเน็ตเขาบอกไว้ กว่าจะได้ครบก็ปาไปหลายนาที พอฉันเดินหอบของกลับมาก็พบว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังทำสีหน้าบูดบึ้ง

“ชักช้า”

---------------------------------------------------------

- (ทอล์ก 100%)

ความสามีอยากกินสปาเก็ตตี้ ถึงภรรยาจะทำไม่เป็นแต่ก็ต้องหาวิธีทำมาให้สามีกินให้ได้ 555555555555

- (ทอล์ก 80%)

เหมือนผัวเมียแต่ไม่ใช่ผัวเมีย 55555555 getsunova ต้องมาแล้วล่ะงานนี้

- (ทอล์ก 60%)

คนเราอะเนอะ เหตุผลอะไรก็ยกมาอ้าง 555

- (ทอล์ก 40%)

พบคนซึนหนึ่งอัตราเจ้าค่ะ

- (ทอล์ก 20%)

ทำใจร้ายกับเขาไปเถอะ รักเขาเมื่อไหร่และจะรู้สึก 5555555

ถ้าใครอ่านหนูแหวนของรามมันจะเป็นฉากที่พี่บอสไปงานเลี้ยงหลังจากกลับมาจากค่ายนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 433 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,368 ความคิดเห็น

  1. #303 Jakkaran55 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 03:41
    มากเรื่องจริงๆนอกจากหล่อ รวย มีไรดีมั้ยพี่
    #303
    0
  2. #131 Toywoohottest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 11:22
    อิพี่บอสน่าตบมาก นิสัย สงสารแสนงาม
    #131
    0
  3. #96 yoonagg07 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 19:28
    อิพี่บอสเอาใจยากมากก55555
    #96
    0
  4. #82 Tankky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:23
    เหนื่อยแทนแสนงาม พี่บอสไมเอาใจยากจังเลยค้าาา
    #82
    0
  5. #81 Sunshine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:33

    เอาใจพี่บอสยากหน่อยนะแสนงาม เอาใจช่วยนาาา

    #81
    0
  6. #80 sangbombeast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:49
    เห้อออออ
    #80
    0
  7. #79 Maymie's Mimi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:49
    เอาใจยากจริงๆ
    #79
    0
  8. #78 25390217 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:46

    มีความเอาแต่ใจมากค่ะ

    #78
    0
  9. #77 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:08
    เอาแต่ใจนะพี่บอส
    #77
    0
  10. #76 sangbombeast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 23:04
    ตั้ลลลักกกกกกจังเลยยยย
    #76
    0
  11. #75 Tankky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 22:28
    ฮันแน่ทำให้กันทุกอย่างเลยน้า
    #75
    0
  12. #74 25390217 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 18:59

    เหมือนแฟนกันเลย

    #74
    0
  13. #73 Dreamworld (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 18:15

    ตอนนี้เขาช่วยกันเลือกซื้อของด้วยค่า พี่บอสเริ่มลดระยะห่างลงอีกนิดนึง

    #73
    0
  14. #72 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 13:40
    5555 ความผัวเมีย
    #72
    0
  15. #71 Tankky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:36
    แสนงามขี้งกเหมือนกันนะเรา55555
    #71
    0
  16. #70 Charlinda88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 02:28
    อิหยังอ่ะบอส
    #70
    0
  17. #69 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 01:29
    อ้างซะ 5555
    #69
    0
  18. #68 sangbombeast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 22:47
    เอ๋ อะไรของเค้าวะ
    #68
    0
  19. #67 Tankky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 18:09
    พี่บอสยังไงๆๆๆๆ
    #67
    0
  20. #66 sangbombeast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 17:19
    งุ้ยยยยยยย
    #66
    0
  21. #65 maruko5555 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 16:45

    เริ่มจะเปลี่ยนนิดๆรึเปล่าจ้ะอิพี่

    #65
    0
  22. #64 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 16:21
    ซึนมากกก
    #64
    0
  23. #63 Tankky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 10:28
    ปากร้ายจังเลยพี่
    #63
    0
  24. #62 25390217 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 10:12

    ปากร้าย ใจร้าย

    #62
    0
  25. #61 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:29
    ใจดีกับน้องหน่อย
    #61
    0