THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 46 : The Freak Out ll ep. 12[1 shot LeoN]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 พ.ค. 62

THE FREAK OUT ll
회 11


The Blessing of the Gods






               ณ รุ่งเช้าที่บรรยากาศดูสดใสเป็นพิเศษ ดูช่างเหมาะกับการเดินทางครั้งใหม่
               บุรุษรูปงามทั้งสี่ เลโอ ยอน คาร์ดิส วาร์โร ตอนนี้ได้ลงมาร่วมตัวกันที่หน้าล็อบบี้เพื่อเตรียมตัวออกไปที่จุดชมวิว เพื่อหาสาเหตุอาการปวดหัวของเลโอ

               "สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ นายโอเครึเปล่า ยอน?" คาร์ดิสถามยอนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เพราะรู้สึกถึงอาการที่ดูผิดปกติไปของยอน

               "หือ? ...เปล่านี่ ไม่มีอะไรหรอก" ยอนปรับสีหน้าให้ดูสดใสขึ้นและจึงส่ายหน้าปฏิเสธคาร์ดิส อย่างไม่อยากให้เพื่อนต้องมากังวลเรื่องของตัวเอง

               "แน่ใจนะ?" คาร์ดิสยังคงถามย้ำ แล้วยอนก็พยักหน้าให้อย่างยืนยันว่าตัวเองโอเค คาร์ดิสจึงละความสนใจและไม่ถามเซ้าซี้อะไรอีก


               เลโอถึงยังทำเป็นไม่สนใจอะไร แต่แววตาที่หันไปมองยอนนั่นก็มีนัยแฝงอยู่ ...เพราะเรื่องเมื่อคืนใช่มั้ย? ....ขอโทษยอน 


               "ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็ออกเดินทางกันเถอะ" ยอนพูดขึ้น

               "โอ้ ชั้นน่ะ ตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นมากๆเลย เหมือนว่าจะได้เจออะไรดีๆด้วยล่ะนะ" วาร์โรพูดขึ้นอย่างสดใสร่าเริงอย่างเช่นเคย จึงทำให้บรรยากาศของทุกคนดูดีขึ้น

               "อืม ไปกันเถอะ" เลโอพูดจบก็เดินนำทุกคนออกไป



-เวลาต่อมา ณ ลานชมวิวของเมือง-

               วาร์โรวิ่งนำทุกคนไปที่กล้องส่องทางไกลอย่างร่าเริงราวกับเด็กน้อยที่ได้ออกมาเที่ยวเล่น

               "เฮ้ๆ เร็วเข้าเลโอ มาทางนี่~~!" วาร์โรกวักมือเรียกให้เลโอที่เดินเฉื่อยๆอยู่ข้างหลังให้รีบตามตัวเองมาที่หน้ากล้องส่องทางไกลเร็วๆ

               "นายร่าเริงเกินไปรึเปล่าน่ะ วาร์โร" เลโอวิ่งเยาะๆเข้ามาหาวาร์โรและบ่นออกมาตามประสาที่เห็นเพื่อนทำตัวร่าเริงเกินเหตุ มันก็เลยอดหมั่นไส้ไม่ได้ 

               ส่วนยอนและคาร์ดิสก็คงพากันเดินตามหลังมาอย่างไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก แล้วทุกคนก็มาร่วมตัวกันที่ตรงหน้ากล้องส่องทางไกลตัวหนึ่ง ที่ในตอนนี้มันได้ถูกนักท่องเที่ยวคนอื่นใช้อยู่



               "อ๊ะ บังเอิญจัง~ " ชายร่างสูงที่ยืนใช้กล้องอยู่ก่อนหน้าพวกเลโอจะเข้ามา เอ่ยทักทายขึ้นมาลอยๆ เมื่อพวกเลโอได้พากันมาถึงตรงนั้น โดยที่เขาผู้นั้นยังคงยืนหันหลังส่องกล้องชมวิวอยู่อย่างนั้น

               "หือ? ชั้นว่ามันไม่น่าบังเอิญ" คาร์ดิสว่า

               "เขา...ผู้ชายคนนั้น..." วาร์โรทำหน้าตกใจที่เห็นชายคนนั้น

               "หืม..." ยอนทำหน้าฉงนคิดในใจอย่างตระหนักนึกได้ถึงบางสิ่งที่มันดูมีอะไรแอบแฝง จากชายผู้นั้น และดูเหมือนว่าเลโอที่ยืนเงียบอยู่ก็คงรู้สึกได้เช่นกัน

               ชายผู้นั้นหันหน้ามาหาพวกเลโอที่ยืนตั้งท่ากันอยู่ด้านหลัง ด้วยรอยยิ้มที่ดูมีนัยอะไรบางอย่าง ...ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล

               "เฮ้ย นายอีกแล้ว?" เลโอเดินขึ้นไปอยู่ด้านหน้าของทุกคนและจ้องหน้าของชายผู้นั้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก มันรู้สึกไม่ชอบใจเลยจริงๆกับผู้ชายคนนี้

               "นี่ มันช่างน่าอยากรู้อยากเห็นใช่มั้ยล่ะ~"  ชายผู้นั้นเดินเข้ามาพูดกับเลโอ อย่างชวนคุย

               "หา?...." เลโอจ้องหน้าชายผู้นั้นนิ่งอย่างคิดอยู่ในใจว่า หมอนี่มันกำลังพูดอะไรอยู่?

               "เช่นเดียวกับคำเรียกของ Archaean จากเบื้องลึก..." ชายผู้นั้นพูดเรื่องปริศนาบางอย่างขึ้น แล้วหันหน้าออกไปพร้อมชี้มือไปที่หลุม Meteor และเล่าต่อไปว่า "แต่ว่าคำเรียกเหล่านั้นไม่เป็นผล เพราะว่าไม่มีใครฟัง  ราชันย์ต้องคุกเข่าลงยอมแพ้ด้วยความเจ็บปวด ...He crawls"

               "แล้วจะทำยังไงให้เขายืนขึ้นล่ะ?" วาร์โรหลุดปากถามออกไปอย่างอดสงสัยไม่ได้

               "ท่านต้องรับฟังเสียงเรียกเหล่านั้น" ชายผู้นั้นบอกพร้อมทั้งเดินออกไปที่กำแพงราวกั้นข้างหน้า

               "แล้วต้องทำยังไงล่ะ ถึงจะได้ยินเสียงเรียกเหล่านั้น" คาร์ดิสถามขึ้นอย่างลองเชิง

               "หือ?   ไปที่ Archaean และรับฟังคำขอร้อง... " ชายผู้นั้นตอบเสียงเรียบก่อนจะหันกลับมาหาพวกเลโอและบอกว่า "ข้าสามารถพาพวกท่านไปที่นั่นได้นะ" 

               "หา? จะไปงั้นเหรอ" วาร์โรหันไปถามเพื่อนๆ

               "ชั้นไม่รู้" เลโอส่ายหัวอย่างไม่มีคำตอบ

               "ไปมั้ยล่ะ?" คาร์ดิสถามเลโอที่กำลังทำหน้าสับสนคิดหนัก

               "จะไปก็ได้นะ..." ยอนพูดขึ้นและก็เตือนก่อนว่า "แต่ก็ระวังตัวเอาไว้"

               เมื่อได้ยินยอนพูดว่าอย่างนั้นเลโอก็เลยตัดสินใจได้ว่า "ก็ได้ งั้นไปกัน" 

               "อา เยี่ยมเลย~ " ชายผู้นั้นเผยยิ้มขึ้นอย่างชอบใจกับการตัดสินใจของเลโอ และเขาจึงได้บอกกับทุกคนอีกครั้งว่า "ชื่อของข้านั้นมันค่อนข้างยาวนะ  งั้นเรียกข้าว่าอาร์ดินล่ะกันนะ "

               "อาร์ดิน?" เลโอทวนชื่อของชายผู้นั้นเบาๆกับตัวเอง

               "เราจะขับรถไป เพราะงั้นพวกท่านตามมาที่ลาดจอดรถนะ  รถของข้าจอดอยู่ที่นั้น" อาร์ดินบอกกับทุกคนก่อนจะเป็นคนเดินนำออกไปที่ลานจอดรถ

               "...." เลโอหันหน้าไปมองยอนและทั้งสองก็สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ยอนจึงพยักหน้าให้เลโอเป็นการตอบรับ แล้วเลโอก็เดินนำทุกคนไปหาอาร์ดินที่เดินล่วงหน้าไปก่อน



               ตึก ตึก

               "รถของพวกท่านหน่ะ อืม...ชื่อ Regalia รึเปล่านะ? ถ้าได้ขับคู่กันก็คงดูดีนะ" อาร์ดินชวนพูดอีกครั้งระหว่างที่พากันเดินไปที่ลาดจอดรถ

               "อืม ไม่เลว! เอางั้นละกัน" วาร์โรผู้ร่าเริง ก็รีบวิ่งนำขึ้นไปอย่างนึกสนุก จนเลโอที่เดินอยู่ข้างหลังเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวให้ความร่าเริงของวาร์โร

               "อ่า...เจ็บจังเลย" เลโอบ่นขึ้นมาเมื่ออาการปวดหัวมันจี๊ดขึ้นมาอีกแล้ว

               "หืม ปวดหัวอีกแล้วเหรอ?" ยอนรีบเดินขึ้นมาเลโอทันทีอย่างเป็นห่วง

               "อืม ไม่ธรรมดาแล้วแบบนี้" คาร์ดิสเองก็รีบเดินตามขึ้นมาดูอย่างเป็นห่วงเลโอด้วยเช่นกัน


               พอมาถึงรถที่จอดอยู่ในลานจอดแล้ว อาร์ดินก็เสนอขึ้นมาว่าให้เลโอเป็นขับ Regalia แต่เลโอก็ปฏิเสธและบอกว่าเขาจะให้ยอนเป็นคนขับ Regalia เหมือนเดิม แต่อาร์ดินก็ไม่ยอมและแย้งว่า  จะให้ยอนเป็นคนขับตลอดเวลามันคงไม่ดีมั้ง เลโอควรให้ยอนพักบ้าง  พอโดนแย้งมาอย่างนั้น เลโอจึงยอมตกลงเป็นคนขับRegalia ตามความต้องการของอาร์ดิน(อย่างเลี่ยงไม่ได้)  และหลังจากนั้น พวกเขาก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทาง


               "ย้ำอีกครั้ง นี่ไม่ใช่การแข่งรถ ขับตามข้ามาให้ดีหล่ะ ถ้าไม่ขับตามมา ...ก็เป็นอันว่า Game Over แล้วก็ระวังอย่ามาชนท้ายรถคันโปรดของข้าด้วยล่ะ" อาร์ดินหันมาบอกเตือนเลโอที่เคลื่อนรถขึ้นมาจอดเทียบข้างกัน ก่อนจะเริ่มเดินเครื่อง

               "แต่ละอย่างยุ่งยากจังนะ...เอ่อ รู้แล้วละน่า รีบๆไปกันได้แล้ว!" เลโอพูดใส่อารมณ์นิดหนึ่งเพราะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญคำพูดยืดยาวของอาร์ดิน

               "ได้เลยครับ ถ้างั้นก็ขับขี่ปลอดภัย" จากนั้นอา์ดินก็ขับรถนำหน้าออกไป



-ระหว่างขับรถตามรถอาร์ดินไปหา  Archaean-


               "ครั้งแรกก็เจอที่กลาดิน ทีนี้ก็มาเจอที่นี่อีก เขากำลังออกทัวณ์อยู่งั้นเหรอ?" วาร์โรพูดขึ้นมาอย่างคงนึกสงสัย

               "ความบังเอิญระหว่างทัวร์? ไม่มีทางหรอกน่า ...ดูยังไงก็เหมือนเขาสะกดรอยตามพวกเราอยู่" คาร์ดิสบอกอย่างไม่ไว้ใจ

               "อืม ชั้นเองก็ติดใจเรื่องนี้เหมือนกัน รวมทั้ง เรื่องที่เขาเป็นคนที่ไหนก็ด้วย...คำถามพวกนี้มันโคตรทำให้ชั้นหนักใจ" ยอนพูดบ้าง

               "หวังว่า จะไม่ใช่คนของจักรวรรดินะ" วาร์โรเริ่มใจคอไม่ดี

               "มันยากกว่านะ ถ้าจะคิดว่เขาเป็นคนลูซิส" คาร์สิดว่า

               "เอาตามตรงไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเลย" ยอนยังคงพูดเสียงหนักใจ

               "แต่ถ้าไม่ตามไปก็จะ Game Over แล้วเราก็จะเข้าไปวงแหวน Cauthess ไม่ได้" วาร์โรพูด

               "ว่าแต่ฝ่าบาท คิดยังไงกับตาลุงนั่น?" คาร์ดิสหันไปถามเลโอบ้าง

               "หา?"  เลโอหาออกมาเสียงยาว แล้วจึงพูดต่อว่า "สำหรับชั้น มันก็แค่ตาลุงน่าขนลุกคนนึง"

               "นั่นสินะ ชั้นเองก็คิดเหมือนกัน" วาร์โรบอก

               "เราเลยต้องมีแผนเตรียมไว้ไงเล่า" คาร์ดิสบอก

               "อันดับแรก เราต้องระวังตัวกันตลอดเส้นทางเลย" ยอนบอก

               "เห็นท่าไม่ดีก็เผ่นหล่ะนะ" เลโอกล่าวสรุป แล้วทุกคนก็พากันเงียบอยู่สักพักใหญ่



               "เลโอ อาการปวดหัวน่ะ โอเคแล้วเหรอ?" ยอนเอ่ยถามขึ้นอย่างนึกห่วงอยู่ไม่หาย

               "หืม...ตอนนี้ยังดีอยู่ นานๆจะมาที" เลโอตอบตามความจริง

               "ถ้าปวดตอนขับรถ ก็ขอให้บอกกันหน่อยนะ" คาร์ดิสบอกอย่างห่วงใย

               "ถ้าไม่ไหวก็จอดนะ" วาร์โรก็อีกคน

               "อื้ม ขอบใจที่ห่วง"


               "ว่าแต่ แถวนี้มีที่ให้ตั้งแคมป์ป่าว?" จู่ๆคาร์ดิสก็พูดเรื่องแคมป์ขึ้นมา

               "หา ถามแบบนั้นจะตั้งแคมป์หรอ? ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายถึงชอบนอนแคมป์นัก ไปหาที่นอนดีๆเถอะน่า" วาร์โรถามกลับพร้อมทั้งบ่นทิ้งท้ายด้วย

               "แล้วนอนแคมป์มันไม่ดีตรงไหน?" คาร์ดิสย้อนกลับ

               "อย่างน้อยมันต้องรถบ้านสิ! ..ข้างนอกมันจะไปดีเท่านั้นได้ยังไง" วาร์โรเถียงคืน

               "ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สุดยอดจะตาย ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา(Check In ,Check Out) อยากลุกตอนไหนก็ได้" คาร์ดิสยกข้ออ้างที่ดีของการนอนข้างนอกมาแย้ง

               "ข้อนั้น ดูท่าจะเป็นข้อที่เลโอชอบเลยหล่ะ" ยอนพูดแบบแอบเหน็บนิสัยขี้เซาตื่นยากของเลโอ

               "เหอะ สุดๆเลยล่ะ" เลโอก็บ้าจี้ตาม

               "ถึงฮันเตอร์จะไม่ใช่งานง่ายๆ แต่ชั้นคิดว่าชีวิตแบบนั้นก็น่าอิจฉาดีนะ" คาร์ดิสว่า

               "อ่า ชั้นคงไม่ไหวเป็นฮันเตอร์อ่ะ" วาร์โรตอบแบบขอบาย เพราะว่าเขานั้นเกลียดพวกเดมอนที่สุด

               "หืม? แวะเข้าปั้มไม่ได้จะเติมน้ำมันหรอกหรอ..." เลโอพูดขึ้นอย่างสงสัย เมื่อได้เลี้ยวรถตามรถอาร์ดิสเข้ามาในปั้มน้ำที่เป็นจุดพักระหว่างทางด้วย 

               "ดูถ้าจะมีอะไรอยู่นะ ยังไงตามลงไปดูก่อนละกัน" ยอนบอกอย่างงั้น เลโอก็เลยดับเครื่องยนต์แล้วพวกเขาทั้งสี่คนก็ลงจากรถไปหาอาร์ดินที่กำลังยืนรออยู่


               "วันนี้พักที่นี่ละกัน" อาร์ดิสพูดขึ้นเมื่อทั้งสี่คนเดินเข้ามาหาแล้ว

               "เฮ้ย แล้วจุดหมายล่ะ จะว่ายังไง?" คาร์ดิสพูดเสียงใจร้อนดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

               "มันไม่หนีไปไหนหรอก ไม่ต้องรีบหรอกน่า" อาร์ดินก็พูดบอกอย่างใจเย็น

               "ตอบแบบนั้นฟังไม่ขึ้นเลยนะ" ยอนพูดเสียงเรียบ

               "แบบนี้ก็กลายเป็นว่ากลุ่ม 5 คนแล้วสินะ" วาร์โรพูดแอบประชด

               "จะใช่อย่างงั้นได้ยังไง" เลโอรีบปฏิเสธ

               "ก่อนอื่นต้องกางเต็นท์สินะ"  ถึงจะใจร้อนและไม่ได้อยากจะพักตามที่อาร์ดินบอกก็เถอะ แต่คาร์ดิสผู้จริงจังก็คงตั้งท่าเตรียมตั้งแคมป์อย่างที่เขาชอบอยู่ดี

               "อ่า โทษทีนะ คือข้าเกลียดการนอนข้างนอกสุดๆน่ะ" อาร์ดินรีบปฏิเสธพร้อมยังเสนอว่า "เดี๋ยวจัดการเรื่องที่พักให้ เพราะงั้นไปนอนในรถบ้านเถอะ"

               เลโอหันไปมองทุกคนอย่างข้อความเห็น ก่อนจะหันไปพยักตกลงกับอาร์ดิน

               "เยี่ยม เหมือนออกทริปกันเลย" อาร์ดินพูดอย่างอารมณ์ดี

               "ชอบออกทริปสินะครับ" วาร์โรถามอาร์ดิน พร้อมยกกล้องประจำตัวขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ด้วย

               "โอ๊ะโอ ถ่ายรูปข้าด้วยเหรอเนี่ย"

               "อ่า ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวจะลบออกให้ได้นะครับ" วาร์โรรีบบอกอย่างรู้สึกเกรงใจทันที

               "ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ได้จะว่าอะไรเลย" อาร์ดินโบกมือขึ้นมาอย่างบอกว่าเขาโอเค และพูดอีกว่า "อีกอย่างก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ลืมใบหน้าเช่นนี้ เนอะ เจ้าชาย"

               "หา? หมายความว่าไง?" เลโอหันไปมองอาร์ดินอย่างจับผิด

               "ก็นั้นสินะ เอาหละ เดี๋ยวข้าจะไปจัดการเรื่องพักก่อนละนะ"  พูดจบอาร์ดินก็เดินออกไป ปล่อยให้เลโอและทุกคนครุ่นคิดสงสัยกันอยู่ตรงนั้นต่อไป





-รุ่งเช้าวันต่อมา-


[เสียงข่าวจากวิทยุ]

~ข้าพเจ้า ผู้ซึ่งมีโลหิตธิดาเทพไหลเวียนอยู่ในตัว จะนำสันติสุขมาแก่ทุกคนเฉกเช่นพระมารดาค่ะ~

~บัดนี้ ธิดาเทพองค์ใหม่ที่อายุน้อยที่สุดได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว การสวดภาวนาลำบากไหมเจ้าคะ~

~ไม่ค่ะ อ่า ผู้คนที่มาต่างยืนรออย่างลำบากสินะคะ แต่ถึงยังไง ข้าพเจ้าก็จะสวดภาวนาแก่ทุกคนให้ได้ค่ะ~

~โลกกำลังเฝ้ามองอนาคตนี้ ด้วยสายตาที่กังวลและคาดหวัง ~

~ได้ยินว่ามีคนไน่น้อยมีเรื่องอยากบอกข้าพเจ้า แต่ถ้ามีคนเจ็บที่ขยับไม่ได้อยู่รอบๆตัวท่านแล้ว ได้โปรดแจ้งข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรีบไปที่นั่น เพื่อช่วยเหลืออย่างแน่นอน ข้าพเจ้าจะไม่มีวันหยุด เพราะมันคือหน้าที่ของธิดาเทพ~

~ท้ายที่สุด โลกก็จะถูกชี้นำโดยเธอ~
~แล้วเรื่องร่างสนธิสัญญาล่ะครับ?~

~ถ้าความขัดแย้งน้อยลง ผู้ที่ทนทกข์ก็จะน้อยลงค่ะ นี่อาจจะเป็นก้าวสำคัญไปสู่อนาคต พวกเรากำลังก้าวเดินไปสู่สันติสุขที่แท้จริงอย่างแน่นอนค่ะ~

[จบเสียงรายงานข่าว]




               "เธอกำลังจะไปที่ไหนกันละเนี่ย?" เลโอยืนฟังข่าวจนจบก็ได้พูดขึ้นอย่างนึกห่วงอีกคนที่ ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และยังปลอดภัยอยู่ดีรึเปล่า



-อีกด้าน ที่ชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่ง-

               กุลสตรีผู้งดงามและสูงส่ง เธอได้แวะเข้ามาที่ชนบทเล็กๆแห่งนี้ และให้การรักษาบรรเทาทุกข์ด้วยพลังของธิดาเทพที่เธอมีแก่ชาวบ้านที่เจ็บป่วยด้วยความเมตตา

               "ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วนะคะ ถึงจะแค่เล็กน้อย แต่ก็คงพอบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้างนะคะ" เธอบอกกับชาวบ้านคนหนึ่งที่เธอทำการรักษาให้

               "เหล่าดวงดาวผู้ปกปักษ์ชีวิตเอ๋ย ขอโปรดคุ้มครองผู้คนจากความมืดด้วยเถิด" คำภาวนาที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้ค่อยๆส่องประกายขึ้น...





-กลับมาที่เลโออีกครั้ง-


               "เลโอ ถ้าได้กลับเมืองหลวง มาฝึกดาบกันต่อนะ" คาร์ดิสเดินเข้ามาพูดกับเลโอที่ยืนเหม่ออยู่ที่ตรงข้างรถ

               "ทำไมจู่ๆก็..." เลโอหันไปมองคาร์ดิสอย่างไม่เข้าใจทันที 

               "ก็หลังจากแต่งงานนายจะเป็นเป้าสายตาจากคนทั้งโลกนี่นา" คาร์ดิสบอก

               "นั่นสิน้า แต่จนถึงตอนนี้ ก็ไม่ได้ซีเรียสอยู่แล้วหนิ" วาร์โรก็เข้ามาแหย่เลโอด้วยคน

               "อะไรล่ะนั่น" เลโอทำเสียงไม่สนใจและเตรียมท่าจะเดินหนีไป

               "ถึงตอนนี้จะยังไม่ซีเรียสอะไรก็เถอะ" ยอนเองก็พูดขึ้นเสียงนิ่ง พร้อมเหล่ตามองเลโอที่เดินออกไป อย่างมีอะไรบ้างอย่างซ่อนอยู่ และคำพูดของยอนก็ส่งผลโดยตรงกับเลโอไม่น้อย เมื่อดูจากแววตาของเลโอที่มันวูบไวไปในตอนที่ยอนเอ่ยพูด

               "แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ ก็น่าเห็นใจเจ้าหญิงวีเด้นส์จริงๆ" คาร์ดิสว่า

               "หา~? งั้นหรอ" วาร์โรเล่นใหญ่ "เลโอ จะต้องเป็นชายที่เหมาะสมกับเจ้าหญิงวีเด้นส์สินะ"

               "ถ้าเป็นแค่ตัวถ่วงธิดาเทพ ก็ขายขี้หน้าแย่สิ" คาร์ดิสยังตามบดขยี้เลโอ

               "ให้ตาย พูดเอาเองอยู่ได้" เลโอกดเสียงต่ำบ่นกับตัวเองอย่างเริ่มหงุดหงิดที่โดนแกล้งแต่เช้า




-Onward to the Disc-

               "Good Morning!" อาร์ดินเอ่ยทักทายทุกคนที่มารอพร้อมกันอยู่ที่รถอย่างเตรียมพร้อมออกเดินสู่จุดหมายอีกครั้ง 

               "จากนี้ไปจะหันหลังกลับไม่ได้ง่ายๆแล้วนะ จะไปรึเปล่า โอเคแล้วจริงๆเหรอ?" อาร์ดินถามย้ำเลโออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

               "ก็ต้องแน่อยู่แล้วสิ" เลโอบอกอย่างแน่วแน่ จากนั้นการเดินทางของพวกเขาก็เริ่มขึ้น



-บทสนทนาระหว่างทาง-


               "ไม่ค่อยรู้เรื่องพลังงานจาก Meteor นั่นเลยนะ" คาร์ดิสเป็นคนเริ่มบทสนา

               "ปกติเราเข้าไปใกล้  Meteor ได้ด้วยเหรอ" วาร์โรก็สวบบทเป็นนักสงสัย

               "ย้อนกลับไปตอนที่ Archaean รับอุกกาบาตไว้ มีบางส่วนที่แตกออกแล้วก็ปลิวไป  " ยอนเล่าสิ่งที่รู้มา  "พวกเขาเก็บเศษรวบๆออกไปแล้ว และเศษพวกนั้นแหล่ะ คือส่วนที่เอามาใช้เป็นพลังงาน ก็นั้นแหล่ะ ซิดส์ถึงได้บอกว่าเขาเกือบตก แต่เพราะได้ Archaean จับเอาไว้ทัน จึงรอดมาได้

               "และเขาก็ยังอยู่ตรงนั้นด้วย แบกส่วนหลักเอาไว้" คาร์ดิสเสริม

               "คงไม่คงต้องเดินกันแล้วชีวิตนี้ ต้องขอบคุณเจ้านั่นนะ" เลโอพูด

               "คงจะปวดไหล่น่าดู" วาร์โรพูดอย่างนึกสภาพและอดสงสารไม่ได้

               "เห็นว่าในตอนนั้น ผู้คนศรัทธา Archaean  มากเลยล่ะ ความยากลำบากที่ไม่มีวันจบสิ้น ได้กลายเป็นแหล่งบูชาของชาว Duscae ไปแล้ว" ยอนพูด

               "ที่จริง ชั้นสงสัยเหลือเกินว่าใต้ฝ่าเท้าของเขามันเป็นยังไงบ้างน่ะ" คาร์ดิสว่า

               "เดี๋ยวจะเข้าไปในเขตร้อนแล้วนะ กล้องถ่ายรูปจะไม่เป็นไรเหรอ?" ยอนหันไปถามวาร์โรผู้ชอบถ่ายเป็นกิจวัตร

               "อ่า นั่นสินะ" วาร์โรทำเสียงหวั่น "ถ้าเข้าไปใกล้ไฟมันจะเป็นไรไหมนะ" พูดแล้วก็หยิบเอากล้องที่ว่างอยู่บนตักของตัวเองขึ้นมาดู

               "ถ้าเสียขึ้นมาช่วยไม่ได้นะ" คาร์ดิสเตือน

               "เอาไว้ที่รถสิ" เลโอแนะ

               "ไม่อ่ะ จะเอาไปด้วย" วาร์โรรีบบอกปฏิเสธทันที "ไหนๆจะได้ไปที่นั่นทั้งที่นี่นา  อาจจะได้เห็น Archaean ด้วยก็ได้นะ"

               "ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปจะอยู่ไม่สุขสินะ" คาร์ดิสแขวะ

               "แทนที่จะทิ้งไว้ ชั้นยอมเอาไปถ่ายจนพังดีกว่า" วาร์โรบอก

               "พูดเท่หนิ" เลโอแซะ

               "ก็ คิดทบทวนหลายรอบแล้ว" วาร์โรพูดจริงจัง

               "อา...สู้ๆหล่ะ" เลโอไม่อยากไปขัดความตั้งใจของเพื่อนก็เลยไปแต่แค่พยักหน้าและพูดให้กำลังไปสั้นๆอย่างนั้น

               "ยอน ตอนที่ไม่นั่งตำแหน่งคนขับ รู้สึกยังไง?" วาร์โรถามขึ้น

               "รู้สึกโคตรผวา" ยอนตอบเสียงนิ่ง

               "ผวา? จะพูดอะไรน่ะ?" เลโอทำเสียงสูง

               "เพราะรู้นิสัยขับรถของฝ่าบาทดีไงล่ะ" ยอนตอบ

               "ขอบใจที่ชมนะ" เลโอแสร้งขอบคุณเสียงกวน...

               "อ่านหนังสือสิ จะได้ไม่คิดมาก" คาร์ดิสยื่นหนังสือมาให้ยอน

               "อ่า นั่นสินะ" ยอนมองหนังสือที่คาร์ดิสยื่นมาให้แล้วพูดปฏิเสธว่า "แต่ว่าตอนนี้ไว้ก่อนเถอะ"

               "ยอนคงกังวลกับการขับรถของเลโอสุดๆเลยสินะ" วาร์โรว่า


               "ถึงแล้วล่ะ"  เลโอพูดขึ้นเมื่อขับตามรถอาร์ดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าที่ปิดอยู่

               "ไม่ได้โกหกกันสินะ" เลโอหันหน้าออกไปพูดกับอาร์ดินที่นั่งชิลล์รออยู่ในรถของเขาเช่นกัน

               "ข้าไปโกหกท่านตอนไหนกัน?" อาร์ดินถามกลับ

               "คือเราไม่มั่นใจคุณน่ะ พูดจาเหมือนคนขี้โม้ออกนี่นา" วาร์โรว่า

               "อืม ไม่ค่อยตรงไปตรงไป ทั้งดูไม่น่าเชื่อถือด้วย" คาร์ดิสก็สมทบด้วย

               "เฮ้~~! นี่ข้าเองนะ ข้าเอง  เปิดให้หน่อย" อาร์ดินหันไปตระโกนเสียงบอกใครสักคนให้เปิดประตูทางเข้าให้ โดยไม่คิดจะต่อว่าอะไรกับคำพูดสบประมาทของวาร์โรกับคาร์ดิส

               กึก  คลื่น.... (เสียงประตูเหล็กที่ทั้งใหญ่และหนาทึบค่อยๆเปิดออกตามคำขอของอาร์ดิน)

               "เอ๊ะ!? เปิดแล้ว เปิดจริงด้วย!?" วาร์โรร้องขึ้นอย่างไม่อย่างเชื่อ

               "อาจจะดูว่าไม่ค่อยหน้าไว้ใจ แต่พวกท่านก็ตามมาใช่ไหมล่ะ แล้วเป็นไงล่ะ ดีใช่ไหมที่มาด้วยกัน?" อาร์ดินหันกลับมาถามเล่นๆกับพวกเลโอ และจึงบอกส่งท้ายกับพวกเขาว่า "เทพเจ้ารออยู่เบื้องแล้ว"

               "คุณจะไปแล้วเหรอ?" วาร์โรถาม

               "ข้าแค่พาพวกท่านมาส่งที่หน้าประตูอย่างปลอดภัย แค่นั้นแหล่ะ รักษาตัวด้วย ไปแล้วนะ" อาร์ดินโบกมือลา

               เลโอผงกหัวให้เล็กน้อยเป็นารขอบคุณอาร์ดิน แล้วก็ขับรถเข้าไปตามเส้นทางด้านในเขตวงแหวนอันตรายนั้นต่อไป 


               "เป็นชายพิลึกคนนะ" คาร์ดิสพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้

               "ถ้าเป็นไปได้ ขออย่าเจอเป็นครั้งที่สอง" ยอนพูด

               "หวา เกลียดขี้หน้าสุดๆเลยนะ" วาร์โรว่า "แต่อืม...คนๆนั้น เชี่ยวชาญเทวตำนานงั้นเหรอ"

               "ดูเหมือนจะรู้ดีเลยหนิ" เลโอพูด



               ขับเข้ามากันอยู่สักพักไม่กี่นาทีก็มาถึงจุดจอดรถ (เพราะทางต่อไปจะต้องเดินเท้ากันไปเอง)


               "ถ้าจะเข้าไปอีกคงไม่ว่ากันนะ" เลโอบอกกับทุกคน

               "เล่นปิดไม่ให้เข้าแบบนี้เพื่ออะไรกัน พวกจักรวรรดิคิดจะทำอะไรกันแน่?" คาร์ดิสยังเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะเมื่อได้ผ่านเข้ามาข้างในวงแหวนนี้แล้ว พวกเขาก็พบว่ามียานข่นส่งของพวกจักรวรรดิจอดทิ้งอยู่หลายลำด้วยน่ะสิ

               เลโอจอดรถเสร็จก็เดินนำทุกคนเข้าไปตามทางแคบๆตรงข้างหน้านั้นต่อไป อย่างไม่มีความลังเล หรือว่ากลัวเกรงต่อสิ่งใด เพราะว่านี้คือสิ่งที่เขาเลือกมันแล้ว และจะไม่ถอยกลับจนกว่าจะได้คำตอบที่ตามหา แล้วทุกคนก็รีบตามเลโอไปอย่างใกล้ชิดและระวังตัวกันที่สุด

               "ซากโบราณสถานเหรอ?" ยอนพูดขึ้นเมื่อทางที่พวกเขาเดินเข้ามา มีลักษณะที่เป็นเศษซากปะลังหักของสถาปัตยกรรมเก่าแก่อะไรสักอย่างที่เป็นเส้นทางนำไปสู่เบื้องหน้าอย่างชวนให้อยากรู้ที่มา...

               "เอ๋ ตรงนั้น อะไรน่ะ?" พอเดินลึกเข้ามาอีกหน่อยก็มีบางอย่างตั้งอยู่ตรงกลางทางนั้น จึงเป็นเหตุให้วาร์โรร้องขึ้นมาอย่างสงสัย

               "สุสานกษัตริย์งั้นเหรอ มีกระทั่งในที่แบบนี้" ยอนว่าเมื่อเริ่มเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าชัดขึ้น ...อย่างนี้นี่เองสินะ ที่นี่ถึงได้มีเศษซากโบราณพวกนี้อยู่

               "รบกวนยืมพลังมาด้วยล่ะ ฝ่าบาท" คาร์ดิสบอกกับเลโอ

               "อ่า ได้สิ" เลโอตอบรับอย่างยินดี

               ศาสตราวุธวิญญาณที่สถิตอยู่ตรงนี้มีรูปลักษณ์เป็นดาบเล่มใหญ่ และเลโอก็ไม่รอช้าเริ่มทำพิธิเรียกเอาพลังศาสตราวุธวิญญาณของอดีตกษัตริย์ที่นอนหลับไหลอยู่บนแท่นโลงพระวิญญาณทันที  เมื่อศาสตราวุธวิญญาณนั้นได้ตอบรับเลโอก็ส่องแสงออกมาแล้วลอยขึ้นสูงก่อนมันจะพุ่งดิ่งเข้ามาเสียบเข้าไปตรงกลางอกของเลโอ ที่ที่ซึ่งเป็นที่สถิตอยู่ของศาสตราวุธวิญญาณทุกชิ้นที่เลโอได้รับมา


กึก คลื่นนน!



               "หวาา! แผ่นดินไหว" วาร์โรร้องออกมาด้วยความตกใจ ที่จู่ๆพื้นดินก็สั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง จนทั้งสี่คนไม่อาจจะยืนตั้งหลักอยู่ได้และพวเขาก็พากันล้มลง

               "ถอยมาเร็ว!" คาร์ดิสตระโกนบอกกับเลโอ ให้รีบถอยมาอยู่กับทุกคน

               "อันตรายนะ รีบออกมาสิ!" ยอนพยายามลุกขึ้นเพื่อจะเข้าไปดึงตัวเลโอให้ออกมาจากแท่นโลงพระวิญณาญ

               "อะ อั๊ก!"  อาการปวดหัวอย่างรุนแรงของเลโอกลับมาอีกครั้ง และเสียงคำรามพูด   ที่ไม่เข้าใจภาษาก็ดังแทรกเข้ามาด้วยเช่นกัน



               แผ่นดินยังคงสั่นสะเทือก ทั้งเศษหินเล็กใหญ่ที่แตกพังลงมาหาพวกเลโอ และเสียงคำรามที่แสนน่ากลัวก็เริ่มใกล้เข้ามา...

               คลื่นน โครม..

               พื้นที่ตรงส่วนด้านหน้าของเลโอเริ่มถล่มหยุบตัวพังลงไปเรื่อยๆ อย่างหน้ากลัวว่ามันกำลังจะดึงเขาตกไปด้วย


               "อึก!" เลโอกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่มันเกิดขึ้นเอาไว้แล้วรีบลุกขึ้นหนีจากการถล่มที่มันล้นลึกเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว 

               คลื่นน

               ไม่ทันแล้ว เขาหนีไม่ทันและพลัดตกไปกับแผ่นพื้นของซากโบราณนั้นลงไปข้างล่างอย่างไปสามารถยึดเกาะอะไรได้ทัน

               ตุบ ตุบ ตุบ (เสียงร่างเลโอที่ตกกระเด็นกระแทกไปตามแรงโน้มถ่วง)


               "เลโอ!!!"  


               หมับ


               "อย่าลงไป" เสียงกัดฟันพูดของคาร์ดิสที่เข้ามาช่วยจับเลโอไว้ได้ทันก่อนที่เลโอจะตกไปสู่เบื้องลึกของหลุมมรณนั่น

               "คาร์...ดิส"

               "เอ้าเร็ว ขึ้นมาก่อน" คาร์ดิสช่วยดึงเลโอขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

               "เฮ่ย เฮ่ย" เสียงหอบหายใจเหนื่อยของทั้งสองคนเกิดขึ้น เมื่อคาร์ดิสสามารถช่วยดึงเลโอขึ้นมาได้สำเร็จ


               คลื่นนน


               "อะไรฟร่ะ?" คาร์ดิสสบถออกมากับอะไรบางอย่างที่มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงใกล้ๆกับพวกเขา และที่สำคัญ มันใหญ่มาก!

               คลื่นน ...ผ่าง




               ร่างอันใหญ่ยักษ์ที่ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งแบกอุกกาบาตเอาไว้....นี่สินะ   Archaean 



               "  Archaean ...ในตำนาน!?" เลโอลุกขึ้นมาพูดกับคาร์ดิสที่ยืนนิ่งจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างตกตลึง

               "ดูเหมือนเราจะทำให้เขาตื่นขึ้นมานะ" คาร์ดิสพูดเสียงนิ่ง

               "ดูเหมือนว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ แต่มันคืออะไรกันล่ะ?" เลโอได้ยินเสียงแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจภาษาของ   Archaean ได้อยู่ดี

               "เลโอ! เป็นไรป่าว?" วาร์โรตระโกนลงมาหาจากด้านบน

               "ขอบคุณที่ยังปลอดภัย หาทางขึ้นมาได้รึเปล่า?" ยอนตระโกนลงมาถามอย่างเป็นห่วงสุดใจ

               "ไม่มี แต่มันมีทางอยู่ เดี๋ยวจะไปดูว่ามันไปทางไหน" เลโอตระโกนตอบ

               "พวกนายก็รีบตามด้วยล่ะ" คาร์ดิสก็ตระโกนบอกกับยอนและวาร์โรอีกที

               "เข้าใจแล้ว งั้นเดี๋ยวพวกเราจะรีบตามไป ยังไงก็อย่าฝืนล่ะ" ยอนตระโกนตอบ

               "อ่า พวกนายก็ด้วยนะ" เลโอตระโกนกลับ แล้วเริ่มวิ่งนำคาร์ดิสไปตามช่องทางที่เขาเห็นมันอยู่ตรงแถวนั้น


               "เอ๋ จะไปไหนกันเหรอ?" วาร์โรถามยอนอย่างเริ่มวิตก

               "ไม่รู้สิ ยังไงเราก็รีบหาทางลงไปหาพวกเขากันเถอะ เร็วเข้าวาร์โร" ยอนบอกกับวาร์โรแล้วก็วิ่งไปยังทางที่เขาคาดเดาว่าน่าจะใช้ได้ที่สุด





               "อย่าตัดสินใจเอาเองอยู่เรื่อยสิ" คาร์ดิสพูดขึ้นมาในขณะที่วิ่งตามเลโอ

               "ตามมาดีๆ เหอะน่า" เลโอบอกอย่างไม่สนใจ

               "หึ ให้ตายสิ" คาร์ดิสได้แต่ส่ายหัวให้ เพราะรู้ชะตาว่าตัวเองต้องได้เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้เลโอแล้วแน่ๆ


               พรึ่บ พรึ่บ


               "อ๊ะ เฮ้ย!" เลโอรีบหลบอย่างตกใจ ที่วิ่งมาอยู่ดีๆก็ดันมีฟูงนกประหลาดที่ดูน่ากลัวกระพืบปิกบินขึ้นไปทั่วอย่างตกใจเพราะมีผู้บุกลุกเข้ามาในเขตของพวกมัน

               "ไม่มีสมาธิเลยนะ ระวังหน่อย อย่าไขว้เขวสิ" คาร์ดิสเตือน

               "หนวกหูน่า นายเองก็พยายามหุปปากบ้างเหอะ" เลโอดูท่าจะหัวเสียไปแล้ว

               "เขาเตือนก็หัดฟังซะบ้าง" คาร์ดิสยังใจเย็นอยู่ 

               "ฟังมาเป็นร้อยรอบแล้ว" เลโอก็คือเลโอ (เป็นคนความอดทนต่ำ) ขึ้หงุดหงุดง่าย

               "เฮ้อ...." เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลยสิท่า คาร์ดิสส่ายหัวอย่างยอมแพ้ ถ้าไม่พลากจากพวกยอนก็คงดีกว่านี้สินะ


               พรึ่บ!  ในขณะที่พวกเขาวิ่งหาทางออก ก็มีไฟปะทุตัวขึ้นมา ทำให้พื้นตรงนั้นร้อนระอุมากขึ้นไปอีก


               "อ่า เริ่มรู้สึกมึนๆแล้วแฮะ" เลโอบ่นขึ้น "ทำไมมันถึงร้อนขนาดนี้วะเนี่ย ก่อนจะได้คุยคงตายก่อนพอดี"


               พรึ่บ  เลโอกระโดดลงไปอีกชั้น ที่ตรงด้านหน้านั้นมันเป็นปากเหวลึก


               "สุดยอดเลยแฮะ" เลโอยืนมองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างรู้สึกทึ่ง

               "เฮ้ย ทางนี้" คาร์ดิสเรียกเลโอให้รีบมาทางที่เขาเจอ เพื่อรีบไปต่อ

               เลโอเดินเข้าไปหาคาร์ดิสแล้วชะเง้อหน้ามองดูทางที่ว่า ... เหลือช่องไว้ฉิวเฉียดเลยนะ แน่ใจเหรอว่ามันไช้ได้น่ะ

               "มีแค่ทางนี้เท่านั้น" คาร์ดิสบอกและก้าวเท้านำออกไปก่อนหนึ่งก้าว

               "ไม่มีเวลามาชิลล์ รีบไปอย่ามัวยืดยาดสิ คนยิ่งอยากจะรีบๆจบเรื่องอยู่ด้วย" เลโอเร่ง(สั่ง)อย่างใจร้อน คาร์ดิสไม่พูดอะไรแต่ก็เริ่มเขยิบเท้าเดินนำไป


               ทางที่พวกเขาใช้มันดูเสี่ยงอันตรายสุดๆ เพราะต้องไต่ขอบหินไป คาร์ดิสเป็นคนนำทางก็พยายามเขยิบตัวเขยิบเท้าเดินไปให้ถึงปลายทางให้เร็วที่สุด แต่เขาก็คอยหันกลับมาดูเลโออยู่ตลอด


               คลื่นน!   เกิดการสั่นไหวและพังถล่มขึ้นมาอีกครั้ง ในระหว่างที่เลโอและคาร์ดิสยังพากันพยายามเดินไต่ขอบหินกันอยู่ยังไม่ถึงปลายที่ปลอดภัยด้วยซ้ำ



               "วะ เฮ้ย !?" เลโอสบถออกมาอย่างตกใจ เพราะไม่ทันตั้งตัว และเขาก็เกือบพลาดตกขอบหินไปแล้วด้วยซ้ำ
               
               "เอาอีกแล้ว เกาะไว้ดีๆระวังตกลงไปหล่ะ" คาร์ดิสหันมาบอกเลโออย่างเป็นห่วง

               วิ้ง.....

               "อึก อ่า ปวด...หัวอีกแล้ว" เลโอปล่อยมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมศรีษะอย่างทรมาน

               "อีกแล้วเหรอ ไม่ตลกเลยนะ" คาร์ดิสว่า "ใกล้ถึงปลายทางแล้วรีบๆข้ามไปเถอะ"

               "...." เลโอกัดฟันสู้กับอาการปวดหัวแล้วพยายามรีบตามดาร์ดิสไป

               "เลโอไหวมั้ย?"

               "ไหว"

               "อะไรน่ะ?!"

               "?!"

               คลื่นน!!

               อยู่ๆยอดหินข้างหน้าเลโอก็ถูกเจาะทะล่วงเข้ามาด้วยมืออันใหญ่ยักษ์ของ  Archaean


               "หวาาา! โธ่เว้ย ไอ้ยักษ์บ้า อะไรของแกเนี่ย?!" เลโอปัดมือใส่อย่างโมโห เพราะมือนั่นมันพยายามยื่นเข้ามาจับเขา

               "เรื่องพูดเอาไว้ทีหลัง รีบข้ามให้ได้ก่อน" คาร์ดิสเตือนสติเลโอให้รีบมุ่งหน้าไปที่ปลายที่ปลอดภัยก่อน ตอนนี้มันอันตรายเกินที่จะทำอย่างอื่น

               "โธ่เว้ย เร็วๆสิ" เลโอเร่ง

               "ใจเย็นๆ นี่ก็เร็วสุดแล้ว" คาร์ดิสก็พยายามใจเย็นกับเลโอที่เริ่มสติแตก

               ในขณะ ที่ทั้งสองคนก็ต้องรีบพากันข้ามให้พ้นตรงนี้ไป   Archaean  ก็ไม่ยอมไปให้พวกเขาผ่านไปกันง่ายๆ มันพยายามยื่นมือเข้ามาทะล่วงจับเลโออย่เรื่อยๆ แต่ก็เข้าถึงได้แค่พอฉิวเฉียวตัวเลโอเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น  Archaean ก็คงไม่ยอมแพ้และพยายามทำอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ     


               "ถึงล่ะ อีกนิดเดียว" คาร์ดิสใช้มือข้างหนึ้งจับปลายหินที่ยื่นออกมาไว้เป็นหลักยึดก่อน จะห้นไปหาเลโอและยื่นมืออีกข้างออกไปรับ

               "เร็วเข้า....หวาาาา!" เลโอกำลังยื่นมือออกไปหาคาร์ดิสแต่ก็ช้าไป เพราะพื้นที่เขายืนอยู่มันทรุดตัวลงพอดี

               ครื่นน

               หมับ 


               วึด!  ตุบ!


               เลโอได้คาร์ดิสคว้าข้อมือเอาไว้ทัน ก่อนจะตกลงไปเบื้องลึก และถูกเหวี่ยงข้ามเข้าไปที่พื้นที่ที่พวกเขาจะข้ามไป แล้วคาร์ดิสก็รีบกระโดดตามลงไปหาเลโอที่ตรงนั้นได้ทันเวลาแบบฉิวเฉียดเช่นกัน



               "รับแขกได้แย่สุดๆเลยนะ" คาร์ดิสหันไปพูดกับ  Archaean  ที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างน่ากลัว แล้วหันมาหาเลโอพร้อมทั้งยื่นมือลงไปดึงแขนเลโอให้ลุกขึ้นมาด้วย

               "ถึงได้บอกให้รีบๆไงเล่า" เลโอยังคงพูดออกมาอย่างหัวเสียไม่หยุด

               "ชั้นทิ้งนายได้ที่ไหนล่ะ ไปเถอะ"  พอยังเห็นเลโอเป็นอย่างงั้นอยู่ คาร์ดิสก็ชักเริ่มจะหัวเสียไปอีกคนซะแล้วสิ


               เลโอวิ่งนำทางคาร์ดิสไปยังข้างหน้าด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดเพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงได้ในสถานการณ์นี้



               "โธ่เว้ย นี่ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหนเนี่ย" เลโอสบถออกมาอย่าหงุดหงุดหัวเสีย เมื่อต้องมาเดินอยู่ในสถานที่แย่ๆแบบนี้


               หมับ


               "ทำตัวดีๆซักที! แล้วก็หัดใจเย็นลงซะบ้าง!" คาร์ดิสเข้าไปกระชากคอเสื้อและตะคอกเสียงใส่เลโออย่างหมดความอดทน

               "อะไรอีกเล่า!" เลโอทำหน้าไม่เข้าใจ พร้อมทั้งพยายามเกาะมือคาร์ดิสออกไปด้วย

               "นายน่ะ เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ไม่ใช่รึไง?"

               "ไม่ได้ลืมหรอกน่า ...ถึงหยั่งงั้นชั้นก็เป็นมนุษย์คนนึง" เลโอก้มหน้าหลบตาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง

               "พูดแบบนั้นทั้งที่ต้องแบกรับประเทศเนี่ยน่ะ!?" คาร์ดิสพูดขึ้นเสียงแล้วผลักตัวเลโอออกไปอย่างโมโห "ถ้านายตายไปจะเป็นยังไง!? ชีวิตนายไม่ได้เป็นของนายคนเดียวนะ!!!"

               "...." เลโอยืนก้มหน้าเงียบอย่างไม่มีคำพูดแก้ และรู้สึกผิดขึ้นมา

               "ชั้นน่ะ ถูกฝึกมาเพื่อเป็น Knight  สาบานไว้ว่าจะเป็น Knight ให้องค์ราชันย์ และจะปกป้ององค์ราชันย์ในฐานะ Knight จนลมหายใจสุดท้าย ...ชั้นถูกสอนมาแบบนั้นตั้งแต่ยังเป็นเพียงแค่เด็ก  มันทำให้ชั้นภูมิใจ ยอมรับ และซึมซาบไปกับมัน"

               "....."


               คาร์ดิสหันกลับมามองเลโอที่ยังคงก้มหน้าหลับตาอีกครั้ง และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า

               "ที่นายไม่มีสมาธิก็เพราะปวดหัวใช่ไหมล่ะ ขอแค่ฟังที่ชั้นเตือนซักนิดก็พอแล้ว"

               "เข้าใจแล้วล่ะน่า"  เลโอพูดอย่างนั้นและก็เริ่มเดินนำทางออกไปอีกครั้ง ด้วยท่าทางที่ดูเย็นลงและมีสติขึ้นมากว่าเดิม

               "โทษทีนะที่จู่ๆก็..." คาร์ดิสพูดขึ้นมาตามหลัง ก่อนจะวิ่งขึ้นนำและพูดว่า "ไปต่อเถอะ"

               "อ่า" 

               "อย่ามุทะลุไปคนเดียวอีก อย่าลืมซะล่ะ"

               "คาร์ดิส ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติให้นะ"

               "หึ มันหน้าที่ชั้นล่ะนะ" คาร์ดิสยิ้มออกมา


               ติ๊ดๆๆ


               "หือ?"  เลโอหยุดเดินแล้วล้วงเอาสมาร์ทโฟนของตัวเองที่มันสั่นอยู่นั้นออกมาดู

                "มีสายเข้าเหรอ?" คาร์ดิสหยุดถาม

               "ยอน..." เลโอกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่ดูดีใจและแอบกังวลห่วงด้วย


/ปลอดภัยอยู่สินะ  ฟังนะ ทหารจักรวรรดิอยู่ใกล้ๆ...ตู๊ด----


               "หือ? สายหลุดไปแล้ว"  เลโอมองหน้าจอมือถืออย่างนึกเป็นห่วงถึงอีกคนที่ยังตามมาไม่ถึง หวังว่าจะไม่เป็นอะไรนะ ยอน

               "เหมือนจะเห็นพวกจักรวรรดิ" เลโอบอกกับคาร์ดิส

               "อ่า ตรงโน่นสินะ" คาร์ดิสว่าอย่างนั้นแล้วก็เดินออกไป เลโอเก็บสมาร์ทโฟนของตัวเองเสร็จก็รีบวิ่งขึ้นหน้านำคาร์ดิสขึ้นไป
 

               พอทั้งสองคนวิ่งตามทางเส้นนั้นออกมาสักพักก็ถึงปากทาง...


               "ในที่สุดก็ถึงซักที ระวังด้วยล่ะ" คาร์ดิสพูด

               "รู้แล้ว"


               เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ได้มีแค่   Archaean  ที่คำรามเสียงพูดที่ฟังไม่เข้าใจ  แต่ตรงนั้นยังมีกองทหารหุ่นรบของจักรวรรดิที่ถูกส่งเข้ามาดักรอพวกเขาอยู่ด้วย

               คงต้องจัดการกับพวกหุ่นกลของเล่นของจักรวรรดิพวกนี้ให้เสร็จก่อนสินะ ถึงจะได้เคลียร์ธุระของเรากับ  Archaean 







               ฟิ้ว----ฉึก!

               ลูกศรพลังไฟสีทองพุ้งเสียบเข้าที่กลางหน้าผากของหุ่นกลตัวสุดท้ายที่มันกำลังง้างดาบขึ้นเตรียมฟาดฟัดใส่เลโอจากด้านหลัง

               "Nice job!" วาร์โรยกนิ้วให้ยอนอย่างภูมิใจ ในผลงานการใช้ธนูครั้งแรกของยอน

               "ก็นะ ถึงมันยังไม่ค่อยคุ้นมือเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเหมาะกับการโจมตีระยะไกลดีเลย ไปหาพวกเขากันเถอะ" ยอนบอกกับวาร์โรแล้วกระโดดลงไปหาเลโอกับคาร์ดิสที่ดูถ้าว่าจะเหนื่อยอยู่ไม่น้อยกับการต่อสู้


               "โทษทีที่มาช้า" ยอนพูดด้วยรอยยิ้มบาง

               "ลูกศรเมื่อตะกี้น่ะ ของนายสินะ เจ๋งนี่" คาร์ดิสพูดขึ้นอย่างชื่นชม

               "นาย...ไม่เป็นไรใช่มั้ย?" เลโอเดินเข้าไปถามยอนด้วยแววตาเป็นห่วง...

               "ศาสตราวุธวิญญาณของชั้นน่ะเหรอ..." ยอนยกคันธนูของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะ หันไปยิ้มบางๆและพูดว่า "ได้ใช้จริงแล้วก็รู้ตื่นเต้นดี ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลหรอก"

               "มันเจ๋งสุดๆเลยต่างหาก อ่า อยากลองใช้บ้างจัง" วาร์โรพูดอย่างนึกสนุก

               "อ่า ถ้ามันไม่ได้ใช้เฉพราะแรงดันวิญญาณของชั้นเพื่อปล่อยพลังออกมา ก็คงจะให้ยืมได้อยู่หรอก" ยอนพูดอย่างใจดีกับวาร์โร

               "อ่า จริงๆตอนที่ไปฝึกกับท่านนายพล(แจจุงท่านพ่อของยอน)ก็ได้ลองใช้ธนูอยู่นะ แต่ว่ากับชั้นแล้วดูเหมือนจะเหมาะกับปืนมากกว่า" วาร์โรบอก

               "เอาเถอะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ดูเหมือนว่าเขา(Archaean)จะยังไม่เสร็จธุระกับเรานะ" ยอนบอกกับทุกคน ให้หันกลับไปสนใจ Archaean ที่เริ่มคำรามเสียงและอาละวาดอีกรอบ

               "ไปลุยกับเขาให้จบกันเถอะ" เลโอบอกกับทุกคนอย่างหนักแน่น แล้วการต่อสู้ของพวกเขากับ Archaean  ก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง


               เจ้าชายแห่งลูซิตและสหายทั้งสามที่เปรียบเสมือนครอบครัวที่สำคัญ ร่วมกันต่อสู้อย่างสุดกำลังกับ Archaean  หนึ่งในหกเทพที่มีพลังแข็งแกร่ง อย่างไม่มีใครยอมแพ้
               แม้การต่อสู้นี้จะเกิดขึ้นโดยที่พวกเขาไม่ได้ต้องการ แต่มันก็ไม่สามารถเลี่ยงการประทะกับเทพตนนี้ไปได้เช่นกัน

               ทั้งสี่ทุ่มทุกอย่างอย่างสุดกำลัง เพื่อสู้กับ  Archaean  ที่แข็งแกร่งอย่างที่พวกเขาไม่เคยได้ประมือกันมาก่อน 

               การสู้กับ Archaean  ในสถานที่แห่งนี้ เป็นข้อเสียเปรียบของเลโอโดยแท้ เพราะเขาไม่สามารถเรียกใช้ศาสตราวุธวิญญาณออกมาต่อสู้ได้ เพราะว่าการใช้ศาสตราวุธวิญญาณของเขานั้น จำเป็นต้องใช้พลังชีวิตของเขาในการขับเคลื่อนพลังของศาสตราวุธวิญญาณ  แต่ว่าสถานที่แห่งนี้มันสูบพลังของเลโอเยอะเกินไป นั้นจึงทำให้เขาเรียกศาสตราวุธวิญญาณออกมาใช้ไม่ได้นั่นเอง

               แต่ก็ยังถือว่ามีเรื่องดีอยู่ ที่การสู้ครั้งนี้พวกเลโอได้มีศาสตราวุธวิญญาณของยอนเข้ามาช่วยเป็นตัวสนับสนุนชั้นดี นั้นจึงทำให้พวกเขาต่อสู้กับ  Archaean ได้อย่างสูสี


               คลื่นนน

               เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดของ Archaean ดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ 


              คลื่นนน


               ในที่สุด  ร่างอันใหญ่ยักษ์ของ  Archaean ก็สิ้นฤทธิ์และได้ล้มลงในดาบสุดท้ายของเลโอ  


               เคล้ง

               เลโอปล่อยดาบออกจากมือเมื่อจู่ๆอาการปวดหัวรุนแรงมันก็กลับมาอีกรอบ...แล้วภาพบางอย่างมันก็ได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเลโอราวกับภาพในม้วนฟิลม์


               "อึ่ก นี่มัน...." เลโอกุมศรีษะทำหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า "ที่มันพูดอยู่ตั้งนาน...มันพูดกับวีเด้นส์อยู่นี่เอง"

               "เอ๋?" ทุกคนต่างมองมาที่เลโออย่างไม่เข้าใจกันสักเท่าไหร่นัก

               "เจ้าหญิงวีเด้นส์งั้นเหรอ?" ยอนถามย้ำ

               "อืม เหมือนว่าจะมาที่นี่ก่อนหน้าพวกเราน่ะ" เลโอบอก

               "หมายความว่ายังไง?" วาร์โรหน้าสงสัย

               "คงมาเพื่อทำพันธสัญญา" ยอนพูดขึ้น

               "เอ๋?" ทุกคนต่างมองมาที่ยอน 

               "เออ คืออยู่ๆมันก็คิดขึ้นมาแบบนั้น..." ยอนไม่พูดอะไรต่อเพราะเริ่มรู้สึกสับสน

               "นั่นสินะ ยอนเองก็เป็นสายเลือดราชวงศ์ฟลอร์เรทนี่ คงไม่แปลกอะไรหรอก หากจะรู้สึกได้ตามสัญชาตญาณน่ะ" คาร์ดิสพูดอย่างไม่อยากให้ยอนคิดมาก

               "จริงด้วย ราชวงศ์ฟลอร์เรทเป็นเชื้อสายของเทพนี่น่า ถ้ายอนจะมีพลังหยั่งรู้อะไรแบบนั้น มันก็คงเป็นเรื่องปกติละเนอะ" วาร์โรทำตัวสดใสเพื่อให้บรรยากาศเศร้าๆของยอนหายไป

               "ขอบใจนะ ที่เข้าใจชั้น" ยอนพูดออกมาจากใจ

               "ยอนเป็นคนสำคัญของชั้นน่ะ อย่าลืมสิ" เลโอพูดจาลึกซึ้ง และยอนก็ได้แต่จ้องมองลึกเข้านัยน์ตาคมสีท้องฟ้ายามราตรีของเลโอด้วยความซาบซึ้งโดยไร้ซึ้งวาจา



             

               "เฮ้อ จบแล้วสินะ" คาร์ดิสพูดแล้วถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกโล่ง ที่การต่อสู้ครั้งมันจบลงเสียที

               "อ่า~~~~~า นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว" วาร์โรทำเสียงอวดโอย

               ฮวบ

               จู่ๆร่างของยอนทรุดฮวบลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรงทันทีที่ศาสตราวุธวิญญาณของเขาหายไป

               "ยอน!" เลโอรีบวิ่งเข้าไปหายอนทันที และวาร์โรกับคาร์ดิสก็ไม่อยู่เฉยต่างก็รีบเข้าไปดูอาการของยอนด้วยเช่นกัน

               "เป็นอะไร บาดเจ็บเหรอ?" เลโอประคองกอดยอนเอาไว้แนบอกและถามออกไปด้วยความเป็นห่วงและกังวล "สีหน้าดูไม่ดีเลย"

               "อืม ชั้น...ไม่เป็นไรมากหรอก แค่รู้สึกเหนื่อยน่ะ"  ยอนบอกกับเลโอแล้วพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง โดยที่มีเลโอช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง

               "เป็นเพราะใช้ศาสตราวุธวิญญาณรึเปล่า?" คาร์ดิสถาม

               "อื้ม ใช่ ยอนบอกว่ามันต้องใช้แรงดันวิญญาณของตัวเองเพื่อปล่อยพลัง(ลูกศร)ออกมานี่" วาร์โรพูดเสียงกังวล "และเมื่อกี้ยอนก็ใช้มันเยอะด้วย...."

               "น่า ก็มันครั้งแรกนี่...อีกเดี๋ยวชั้นก็โอเคแล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลกันไปหรอก" ยอนพูดเสียงอ่อนโยน "ยังไงซะ มันก็คือตราของชั้น"  ตราที่หมายถึงอาวุธประจำตัวของยอน

               "ขอโทษนะ ที่ชั้นทำให้นายต้องลำบากและเหนื่อยขนาดนี้" เลโอพูดเสียงแผ่วและเผลอกำแขนของยอนแน่นอย่างลืมตัวเพราะความรู้สึกผิด...

               แปะ

               ยอนยกมือขึ้นไปจับมือที่สั่นเท่าอยู่ของเลโออย่างต้องการให้เลโอได้รู้สึกตัวและจึงบอกกับเลโอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างปลอบโยนว่า "มันเป็นหน้าที่ของชั้น อย่ารู้สึกผิดเลยนะเลโอ" 

               "ใช่ อย่าโทษตัวเอง พวกเราต่างก็ยินดีร่วมต่อสู้ไปกับนายเสมอ ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม ชั้นจะไม่ทิ้งนายไปเด็ดขาด" วาร์โรพูดอย่างแน่วแน่

               "อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละ ว่าจนลมหายใจสุดท้ายชั้นก็จะอยู่และปกป้องนายในฐานของ Knight" คาร์ดิสบอกคำสาบานกับเลโอด้วยแววตาที่มุ่งมั่นไม่มีหวั่นเกรงในอันตรายใดๆ

               "อืม..." เลโอสบตาทุกคนอย่างรู้สึกซาบซึ้งและรู้สึกถึงพลังใจที่มันล้นเปรี่ยบขึ้นมาอีกครั้ง


               คลื่นนน


               "นี่...มันยังไม่จบอีกงั้นเหรอ?" เลโอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง

               "อะไรน่ะ คราวนี้เป็นการปะทุขึ้นของลาวาเหรอ!?" วาร์โรพูดเสียงวิตกกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหยุดหยั่ง...

               "แบบนี้ไม่ดีแน่" คาร์ดิสเองก็พูดเสียงเครียดออกมาเช่นกัน

               "นี่มันเลวร้ายสุดๆ ให้ตายสิ" เลโอพูด

               "ต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ ก่อนที่เราจะจมไปพร้อมลาวาพวกนั้น" ยอนเรียกแรงฮึดสุดท้ายออกมาใช้ แล้วคำนวณหาเส้นทางหนีที่ดูปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขาในตอนนี้ั

               "เร็วเข้าเถอะ ทำอะไรสักอย่าง" วาร์โรเริ่มลนลาน


               ฟิ้ววว


               "ยานจักรวรรดิ?" ยอนพูดขึ้นอย่างระแวง เมื่ออยู่ๆก็มียานลำหนึ่งขับเข้าจอดตรงหน้าของพวกเขาในยามขับขันเช่นนี้

               "อะไรน่ะ ไม่ใช่ว่าพวกมันโดนพลังของ   Archaean ระเบิดพังไปหมดแล้วหรอ" คาร์ดิสพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ

               "ถ้าจะเป็นใครล่ะก็..." ยอนพูดอย่างรู้อนาคต


               ประตูใหญ่ของยานลำนั้นค่อยๆเปิดขึ้น และไม่นานชายร่างสูงที่พวกเขาคุ้นหน้ากันดีก็ปรากฏออกมาจากตรงนั้น


               "เฮ้ ปลอดภัยไหม?" เสียงตระโกนลงถามไถ่พวกเขาทั้งสี่จากอาร์ดิน

               หึ ผิดจากที่คิดไว้เสียที่ไหนล่ะ  ทั้งสี่คนต่างคิดแบบนั้น ทันทีที่อาร์ดินโผล่ออกมา  แต่ทุกคนก็ไม่ได้มีใครเอ่ยพูดทักทายอะไรกลับอาร์ดิน พวกเขาทำเพียงแต่ยืนต้องท่ามองดูว่าอาร์ดินจะมาไม้ไหนอีกคราวนี้


               "อ่า จะพูดไปแล้ว ข้ายังไม่เคยแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการเลยสินะ" อาร์ดิสพูดขึ้นอย่างนั้นก่อนจะทำท่าแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่า "อินซูเนีย..อาร์ดิน อินซูเนีย คือนามของข้า"

               "นายกรัฐมนตรีอนิซูเนีย ...จักรวรรดิ!" ยอนพูดเสียงคล้ายคำรามเมื่อได้รู้จักตัวจริงของอาร์ดิน

               "ใช่แล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้น่ะ ข้ามาเพื่อช่วยพวกท่านนะ" อาร์ดินบอก

               "...." ทั้งสี่คนต่างจ้องมองอาร์ดินด้วยความไม่ไว้ใจ 

               "ไม่จับกุมพวกท่านที่นี่หรอก ว่ายังไงล่ะ? ทางเลือกมีแค่สองอย่าง ยอมรับการช่วยเหลือจากข้า หรือจะยอมตายอยู่ตรงนั้นงั้นเหรอ?" 

               "...." ทุกคนมองหน้ากันอย่างคิดไม่ตกกับตัวเลือก

               "ไม่ว่ายังไงก็จะตายที่นี่ไม่ได้" ยอนพูดขึ้นก่อนจะหันหน้าไปหาเลโอแล้วพูดกับเลโออย่างหนักแน่นว่า "ไปกันเถอะ เข้าใจนะ เลโอ!"

               "อ่า เข้าใจแล้ว" เลโอสบตากับยอนด้วยแววตาที่จำยอมที่สุด แล้วจากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็พากันขึ้นยานของอาร์ดินไปอย่างจนทางเลือก...



[จบพาร์ท Archaean]







[เลโอ-ยอน part.]

               ค่ำคืนที่เงียบสงัดของวันที่ต้องต่อสู้มาอย่างเหนื่อยล้า ที่เก้าอี้หน้ากองไฟตัวหนึ่งมีเจ้าชายองค์เล็กแห่งราชวงศ์ฟลอร์เรท(ยอน)กำลังนั่งจมอยู่กับความคิดบางอย่าง ที่ไม่สามารถบอกเล่าออกมาให้ใครฟังได้ ความรุ้สึกสับสนในใจนี้


               หมับ อ้อมแขนอุ่นจากคนที่คุ้นเคยเข้าโอบกอดยอนจากด้านหลัง ก่อนใบหน้าเรียวเล็กของคนที่เข้ามากอดจะยื่นเข้ามาเอาแก้มมาแนบชิดแล้วเอ่ยคำพูดที่ชวนใจเต้นว่า "กอดของชั้นอุ่นมั้ย?"

               "เลโอ..." ยอนเอ่ยเสียงแผ่วอย่างรู้สึกประหม่า

               "ทำไมชอบหนีออกมานั่งคนเดียวดึกๆแบบนี้อยู่เรื่อย" ชั้นเป็นห่วงนายรู้ไหม

               "ชั้นทำให้นายตื่นงั้นเหรอ" ก็คิดว่าออกมาเบาที่สุดแล้วนะ 

               "ไม่รู้สิ พอไออุ่นของนายหายไป มันก็ทำให้ชั้นตื่นขึ้นมาน่ะ" เลโอบอกพร้อมกระชับกอดยอนให้แน่นขึ้น

               "อื้อ แน่นไปแล้วนะ จะฆ่ากันรึไงเลโอ" ยอนตีแขนเลโอเบาอย่างต้องการให้เลโอผ่อนแรงกอดลง

               "ยอน"

               "หือ?"

               "เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ....จะมีอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน" เลโอที่แผ่วเบาและมันก็เต็มไปด้วยความเศร้าจากเบื้องลึก จนทำให้ยอนที่ฟังอยู่ใกล้ๆรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ

               "เลโอ" 

               "ยอน ความรู้สึกนายน่ะ แบ่งมาให้ชั้นบ้างได้มั้ย"

               "...."

               "ไม่ว่าอะไร ชั้นก็อยากให้นายแบ่งมันมาให้ชั้น ขอได้มั้ย อย่าเก็บมันไว้แค่คนเดียว" เลโอพูดมันอย่างจริงจัง

               "....."

               "ที่นายดูสับสนกับชั้นอย่างนี้ เป็นเพราะเรื่องที่ชั้นทำ....เมื่อคืนใช่มั้ย?"

               "เลโอ คือชั้น..." ยอนเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา

               "...."

               "...."

               "...."

               "เข้าใจแล้ว ชั้นขอโทษ" คำขอโทษของเลโอมันฟังดูเจ็บปวด จนหัวใจของยอนเหมือนถูกบีบที่ได้ยินคำนั้น

               "เลโอ"

               พรึ่บ  เลโอคลายอ้อมแขนออกจากยอนแล้วยืนขึ้นเตรียมท่าจะเดินหนี หมับ  แต่ยอนก็รีบลุกจากเก้าอี้เข้าไปกอดรั้งเลโอเอาไว้

               "อย่าเดินหนีจากชั้นนะ" น้ำเสียงของยอนที่มันดูเว้าวอนและสั่นเครือคล้ายคนที่กำลังกั้นน้ำตาเอาไว้

               "ยอน?" เลโอเอี่ยวหน้าไปมองยอนที่กอดเขาแน่นจากด้านหลังอย่างรู้สึกเป็นห่วง

               "มันไม่ควรที่จะเป็นอย่างนี้เลย"

               "...."

               "ชั้นไม่ควร--"

               "อย่าพูดมันออกมานะ" เลโอรีบห้ามเพราะรู้ว่ายอนจะพูดอะไร "ชั้นไม่อยากฟังคำนั้น"

               "...."

               "ทำไมนายถึงยังปฏิเสธ ทั้งๆที่คนเริ่มมันคือนายเองนะ ยอน" เลโอพูดอย่างคนที่เริ่มทนไม่ไหว

               "หา นายพูดอะไรน่ะ?" ยอนปล่อยแขนออกจากเอวของเลโอแล้วถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว

               เลโอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากลับยอนด้วยแววตาที่ดูจริงจัง จนยอนไม่กล้าสบตา 

               "เงยหน้าขึ้นสิยอน อย่าหลบตาชั้นแบบนั้น" เลโอพูดเสียงนิ่งและดูน่ากลัวอย่างไม่เคยเป็น จนยอนต้องยอมทำตามอย่างสามารถขัดขืนได้

               "เลโอ" แววตาของยอนที่มันสั่นระริกอย่างหวาดกลัว กลัวว่าความจริงที่ซ่อนไว้มันจะถูกเปิดเผย

               "เมื่อสองปีก่อน ในคืนก่อนวันเกิดชั้นนายจำได้มั้ย?"

               "...." ยอนส่ายหน้าไปมาและถอยห่างออกไปอีกก้าว

               "จำไม่ได้งั้นเหรอ?" เลโอถามพร้อมทั้งก้าวเท้าตามยอมไปคล้ายจะไล่ต้อน "งั้นชั้นจะเตือนความจำให้เอง"

               หมับ

               "...! " ยอนเบิกตากว้างมองเลโออย่างตกใจ ที่จู่ๆก็โดนเกี่ยวเอวเข้าไปกอดไว้แน่น

               "รู้มั้ย สิ่งที่นายทำไว้คืนนั้นน่ะ ชั้นต้องปั่นป่วนกับมันมากแค่ไหนกว่าจะสามารถหลับลงได้" เลโอกดเสียงพูดพร้อมทั้งจ้องมองยอนอย่างไม่วางตา

               "...." ไม่นะ ไม่จริงน่า เลโอรู้มาตลอดงั้นเหรอ....

               "แววตาแบบนั้นน่ะ คงจำมันได้แล้วสินะ ว่าทำอะไรกับชั้นไว้" เลโอพูดแล้วยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างคนที่ชนะ แล้วก้มหน้าลงไปหายอนใกล้ๆ เพื่อจะบอกกับนักโทษที่ตัวสั่นอยู่อ้อมแขนของเขาว่า "ถึงเวลาที่ชั้นจะทำมันคืนแล้วล่ะ"

               "....." รอยยิ้มกับสายตาเจ้าเล่ห์แบบนี้มันอะไรกัน ...รู้สึกไม่ดีเลย

               เลโอหลับตาลงแล้วกดแนบริมฝีปากของตัวเองลงที่ริมฝีปากของยอนเบาๆและนิ่งค้างอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนจะค่อยๆขยับริมฝีปากบดจูบยอนอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆเร้าร้อนขึ้นเมื่อได้สอดลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจข้างในปากของยอน

               จูบรสหวานที่มันทั้งนุ่มนวลและเร้าร้อนนี้ กำลังหลอมละลายกำแพงและความสับสนในใจของยอนให้หายไป จนเหลือเพียงแค่ความรู้สึกจริงที่ซ่อนลึกอยู่ข้างในใจ ที่มันตอบสนองทุกอย่างที่เลโอทำ

               พ่ายแพ้แล้วล่ะ  ทุกอย่างที่เก็บซ่อนไว้ ตอนนี้ยอนไม่สามารถเก็บซ่อนมันได้อีกแล้ว 

               ก็โดนเจ้าตัวเขาจับได้หมดแล้วหนิ คงทำอะไรไม่ได้อีก นอกจากยอมรับโทษนี้ ที่ตัวเองเป็นคนก่อ...แต่โดยดี



               เลโอถอนจูบที่ยาวนานหลายนาทีนั้นออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แล้วย้ายขึ้นไปประทับจูบไว้ที่หน้าผากของยอนอีกครั้งเพื่อย้ำเตือนความจริงที่เกิดขึ้นนี้

               "จดจำมันไว้ แล้วอย่าแกล้งลืมมันอีกล่ะ มันงั้นล่ะก็....เข้าใจนะ ยอน" 



To  be continued....






~~~~~~~~

O'er rotted soil, under blighted sky, 

A dread Plague the Wicked has wrought

In the Light of the Gods, Sword-Sworn at his Side,

'Gainst the Dark the King's Battle is fought

From the Heavens high, to the Blessed below.

Shines the Beam of a Peace long besought

 

"Long live thy Line and these Stones divine,

For the Night when All comes to Naught"

 

-Cosmogony 15:2, "Nadir"- 



~~~~~~~~~~








         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น