THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 45 : The Freak Out ll ep.11 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 ก.ย. 61

THE FREAK OUT ll
회 10




เล็งเป้ามาที่หลังของฉัน
คนเดียวที่รอดชีวิต
พวกเขาจับตามองฉัน

ไม่ยอมแพ้ ไม่ ...มือกำดาบแน่นฟาดฟันดาบออกไป

อยู่ในชีวิตที่เสี่ยงอันตราย
ทุกวันที่ฉันตื่นขึ้นมา
ฉันพยายามที่จะลุกขึ้น
พวกเขาต่อยฉันลัมลง
( ขันฉันเข้าแล้วคลายฉันออก )

เมื่อฉันต้องการรอด
คุณทำให้ฉันแข็งแกร่ง
คุณทำให้ฉันลุกขึ้น
( จะไม่ถอย จะไม่จบสิ้น )


พุ่งเหมือนกับจรวดพุ่งไปบนท้องฟ้า
ไม่มีอะไรจะมาหยุดฉันได้หรอกในค่ำคืนนี้
คุณทำให้ฉันรู้สึกอยู่ยงคงกระพัน
แผ่นดินไหวมีอานุภาพ
ก็เหมือนๆกับคลื่นยักษ์
คุณทำให้ฉันหาญกล้า
คุณคือไททาเนียมของฉัน
เพลงรบดังขึ้น


เหมือนกับเสียงคำรามแห่งชัยชนะในสนาม
ใครกันที่จะแตะตัวฉันได้ เพราะฉันหนะ
( ฉันทำมาจากไฟ )

ใครจะหยุดฉันได้คืนนี้
( ฉันเเกร่งมากนะ )

คุณทำให้ฉันรู้สึกอยู่ยงคงกระพัน
ฉันรู้สึก ฉันรู้สึกมัน
อยู่ยงคงกระพัน


นี่แหละ เราเริ่มอีกครั้ง
ฉันจะไม่ยอมแพ้
ฉันมีเหตุผลที่จะสู้
ทุกๆวันที่เราเลือก
เราอาจจะ ชนะหรือแพ้ก็ได้
นี่คือวิถีชีวิตที่เสี่ยง

ทุกวันที่ฉันตื่น
พวกเขาบอกว่าฉันตายแล้วพวกเขาบอกว่าพวกเขาชนะแล้ว
( ระฆังได้รั่นไปแล้ว มันจบแล้ว )

เมื่อฉันอยากรอด
พวกเขานับฉันออกแต่นี่คือรอบของฉันนะ
( คุณที่อยู่มุมมองมานี่สิ )


คุณทำให้ฉันรู้สึกอยู่ยงคงกระพัน
แผ่นดินไหวมีอานุภาพ
ก็เหมือนๆกับคลื่นยักษ์
คุณทำให้ฉันหาญกล้า
คุณคือไททาเนียมของฉัน
เพลงรบดังขึ้น


แสงสว่างจะรอเราอยู่ที่บัลลังก์ชัยชนะ !





          หลังจากที่พวกเลโอได้เดินทางไปเอาศาสตราวุธวิญญาณในสุสานกษัตริย์ที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตกแห่งความท้าท้ายตามเรื่องเล่าในตำนานที่หนูน้อยทาลคอตท์เล่าให้ฟังมาได้เรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนก็ได้พากันกลับเข้ามาที่เมือง  Lestallum อีกครั้ง

          
-ที่โรงแรม Leville-

          "ทุกคนกลับมากันแล้ว!" รีเธียที่นั่งเล่นกับทาลคอตท์อยู่ตรงโซฟาหน้าล็อบบี้ร้องทักขึ้นทันทีด้วยความดีใจ เมื่อเห็นทั้งสี่คนเดินเข้ามาข้างในพร้อมกัน

          "อื้ม พวกเรากลับมาแล้ว ...ทาลคอตท์ขอบใจมากนะ" เลโอเอ่ยพูดด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มใจดีให้เด็กชาย

          "เรื่องเล่าของทาลคอตท์ช่วยเราได้เยอะเลยล่ะน้า" วาร์โรพูดพร้อมทั้งยีผมของทาลคอตท์เล่นอย่างเอ็นดู

          "ขอบคุณครับ ผมดีใจที่ได้ช่วยทุกคนครับ" เด็กชายพูดด้วยความดีใจ ภูมิใจที่ตัวเองได้ทำประโยชน์ให้ผู้ที่ตัวเองยกย่องเทิดทูน

          ตึง!

          "อึก!"  เลโอยกมือขึ้นมากุมศรีษะทันทีเมื่อจู่ๆก็เกิดรู้สึกปวดหัวรุนแรงขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

          ภาพดวงตาสีทองที่จ้องมองมาที่เขาอย่างน่ากลัวปรากฎเข้ามาในหัวให้เลโอเห็นอีกครั้ง  และในครั้งนี้ ไม่ใช่แต่เพียงดวงตาแสนน่ากลัวนั่นอย่างเดียวที่เลโอเห็น แต่ยังมีภาพเปรวไฟสีฟ้าที่เผาไหม้และผลึกสีขาวคล้ายน้ำแข็งที่เหมือนกับใจกลาง Meteor

          "เลโอ เป็นอะไรรึเปล่า? ...ปวดหัวอีกแล้วเหรอ?" ยอนเข้าไปถามเลโอใกล้อย่างเป็นห่วง

          "อืม ใช่ " เลโอสะบัดหน้าไปมาไล่อาการปวดหัว แล้วจึงพยักหน้าให้ยอนเบาๆ ก่อนจะพูดอีกว่า  "...เหมือนกับ...ซักที่?" 

          "นายเห็นมันงั้นเหรอ?" ยอนขยับเข้าไปถามใกลๆ

          "บางอย่าง..เห็นบางอย่างไหม้อยู่ในหลุม" เลโอบอก

          "Meteor ? ..นายเห็นวงแหวนแห่ง Cauthess เหรอ?" ยอนถามอย่างต้องการความแน่ใจกับเลโออีกครั้ง และเลโอก็พยักหน้าให้กับสิ่งยอนคาดเดาว่า ใช่ มันคือสิ่งนั่น ที่เขาเห็น

          "เลโอเป็นอะไร?" รีเธียเองเมื่อเห็นท่าทางแปลกของเลโอแบบนี้ ก็รีบเข้ามาถามอย่างเป็นห่วงด้วยเช่นกัน

          "ไม่ต้องห่วงหรอก เขาแค่เหนื่อยน่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกพี่จะพาเขาขึ้นไปพักก่อน" คาร์ดิสไม่อยากให้น้องสาวต้องกังวล จึงรีบเดินเข้ามากันทางน้องสาวตัวเองไว้ด้วยการเข้าไปยืนบังเลโอ แล้วจากนั้นก็หันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนๆว่าควรรีบพาเลโอขึ้นไปพักกันเถอะ



-ที่ห้องพัก-

          "เลโอนายปวดหัวอีกแล้วงั้นเหรอ?" คาร์ดิสปิดประตูห้องแล้วก็เดินเข้ามาถามอาการของเลโอด้วยความกังวลใจอยู่ไม่น้อย ถึงอย่างไร หน้าที่ปกป้องเลโอก็ยังคงเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ฉะนั้นคาร์ดิสจึงไม่อยากทำมันพลาด ยิ่งกับสถานการณ์ที่ยังคงอยู่ในสถานะภาพที่ไม่ปลอดภัยเช่นนี้อีกด้วย ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

          "อืม ใช่" เลโอพยักหน้าตอบและเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับยอน จริงๆก็เป็นเลโอนั่นแหละที่ดึงแขนยอนให้เดินตามเข้าไปนั่งที่เตียงด้วยกัน เพื่อที่เลโอจะได้ใช้ไหล่ของยอนเป็นที่พักศรีษะ

          "น่าแปลกนะ ที่มีแต่นายคนเดียวที่เป็น..." ยอนยกมือขึ้นจับที่ปลายคางของตัวเองอย่างครุ่นคิดว่าทำไมเพราะอะไรกัน ที่ทำให้เลโอมีอาการแบบนี้

          "ใช่ๆ ตอนที่มาที่นี่ครั้งแรก นายก็บอกว่าปวดหัว ตอนที่พื้นดินมันสั่นสะเทือนน่ะ" วาร์โรเองก็รู้สึกสงสัยและเป็นห่วงอาการของเลโอไม่ต่างจากคนอื่น 

          "ชั้นเองก็ไม่รู้..แต่ว่า ตอนที่รู้สึกปวดหัวน่ะ ชั้นเห็นภาพบางอย่าง...เหมือนกับ....ซักที่?" เลโอเอ่ยบอกกับทุกคนตามสิ่งที่ตัวเองเห็นอย่างไม่ปิดบัง

          "นายเห็นมันงั้นเหรอ?" ยอนก้มหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ

          "อืม บางอย่าง..เห็นบางอย่างไหม้อยู่ในหลุม" เลโอบอก

          "Meteor ? ..นายเห็นวงแหวนแห่ง Cauthess เหรอ?" ยอนถามอย่างต้องการความแน่ใจกับเลโออีกครั้ง และเลโอก็พยักหน้าขึ้นลงอยู่บนไหล่เล็กของยอนให้กับสิ่งยอนคาดเดามาว่า ใช่ มันคือสิ่งนั่น ที่เขาเห็น

          "งั้นเราไปดูกันมั้ย?" วาร์โรพูดขึ้น

          "ไปที่นั้นเหรอ ที่ Meteor น่ะนะ?" คาร์ดิสทำหน้ายุ่งหันไปถามวาร์โรหลังจากได้ยินสิ่งที่วาร์โรพูด

          "มันอันตรายนะ ที่นั่นมันยังเผาไหม้อยู่เลย เข้าไปคงไม่ปลอดภัยหรอก" ยอนหันไปบอก "อุกกาบาตนั่นยังคงเผาไหม้อยู่เลยนะ เข้าไปใกล้มันไม่ใช่เรื่องดี

           "ถ้าเข้าไปดูใกลๆไม่ได้ อืม...งั้นเราไปดูมันที่จากลานชมวิวมั้ย? ที่นั่นมีกล้องส่องทางให้ใช้ด้วยนี่" วาร์โรพูด

          "อืม แบบนั้นก็น่าจะดีกว่า แค่ดูผ่านกล้องส่องทางไกลจากตรงนั้น ก็น่าจะพอทำให้รู้อะไรที่มันเกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวของเลโอได้บ้างแหละนะ" ดาร์ดิสพยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย

          "งั้นพรุ่งนี้เราไปดูมันด้วยกันที่จุดชมวิวตามที่วาร์โรพูดละกัน โอเคมั้ย เลโอ?" ยอนก้มหน้าลงมาถามเลโอที่ยังคงเอาศรีษะพิงซบอยู่บนไหล่ตัวเองไม่ยอมขยับออกไปไหน

          "อืม ตามนั้นก็ได้"

          เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว คาร์ดิสกับวาร์โรก็พากันเดินกลับไปที่ห้องพักของพวกเขา ปล่อยให้เลโอกับยอนได้พักผ่อนกันตามลำพังต่อไป


          "เหนื่อยใช่มั้ย? เดี๋ยวชั้นจะไปเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้นายแช่นะ จะได้รู้สึกผ่อนคลายแล้วค่อยนอนพักล่ะกัน" ยอนพูดพร้อมทั้งดันตัวเลโอให้ลุกขึ้นด้วย

          "อืม" เลโอพยักหน้ารับทราบให้ยอนอย่างเด็กดี

          "งั้นรอแป๊ปนะ" ยอนลุกขึ้นยืนและหันมายิ้มบางๆให้เลโอก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ


ซ่า ซ่า ซ่า

          เสียงน้ำที่ใหลออกมาจากฝักบัวลงมากระทบกับพื้นกระเบื้อง ยังคงเล็ดลอดเสียงออกมาให้คนที่นั่งรออยู่ข้างนอกได้ยินเสียงของมัน ที่ยิ่งได้ยินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเสียงนั้นมันกำลังเชิญชวนให้เข้าไปหามัน...

          เลโอลุกขึ้นยืนและค่อยๆถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปทีละชิ้นอย่างไม่ได้รีบร้อน

พรึ่บ

          ทันที เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายได้หลุดออกไปจากเรือนร่างกายที่มีผิวพรรณขาวผ่องอย่างเช่นคนที่ถูกปรนนิบัติมาอย่างดี
ร่างสูงที่เปลือยเปล่าของเลโอก็ค่อยๆเดินตรงออกไปทางประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ช้าๆ

แกร๊ก

          ลูกบิดประตูห้องน้ำถูกมือเรียวของเลโอหมุนเปิดเข้าไปได้โดยง่ายดาย เพราะว่ามันไม่ถูกล็อก (แต่จริงๆประตูห้องน้ำมันล็อกไม่ได้อยู่แล้ว)

          เลโอเดินเข้าไปด้านใน เดินผ่านอ่างจากุชชี่ที่มีน้ำร้อนใหลวนอยู่ เดินเลยไปตรงตู้กระจกที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องอาบน้ำ ที่ที่ซึ่งเป็นต้นเสียงแห่งการเชิญชวนให้เลโอเข้ามา

          เลโอยืนนิ่งมองดูตู้กระจกที่มันมีไอร้อนลอยฟุ้งจนทำให้เกิดเป็นฝ่าเกาะติดกระจกรอบๆจึงทำให้ภาพที่เห็นจากด้านในมันมัวสลัวไปหมด แม้แต่ร่างบางที่กำลังยืนอาบน้ำอยู่ในนั้น ก็ยังมองเห็นได้แค่เลือนลางเช่นกัน

두근 ??’? 

두근 ??’? 

두근 ??’? 

          กึก เลโอยื่นมือออกไปยันไว้ที่ตู้กระจกข้างหนึ่ง แล้วยกมืออีกข้างขึ้นมากุมไว้ที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเอง ที่ตอนนี้มันเต้นแรงจนน่ากลัว

          อะไรกัน ความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้...มันอะไรกัน?!’



          ซ่า ซ่า ซ่า

           สายน้ำอุ่นใหลผ่านผิวพรรณเนียนละเอียดน่าสัมผัสของหนุ่มหน้าหวานที่มีเรือนรางสวย มีสัดส่วนที่โค้งเว้าชัดเจนกว่ารูปกายของบุรษทั่วไป

          เอี๊ยด...

          ก็อกน้ำถูกปิดลงด้วยมือเรียวของเจ้าของร่างสวย เมื่อเขาได้ชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยคราบเงื่อและความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้น

          พึ่บ

          ยอนดึงเอาผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กที่เขาเอามันพาดไว้ตรงที่กรอบประตูลงมาซับหน้าหน้าซับตา และเช็ดผมที่เปียกอย่างลวกๆ แล้วจะพาดมันไว้ที่ไหล่ก่อนจะผลักประตูออก...

          พั่บ

          วืดด

          "โอ๊ะ?!!!"

          "...?!"

          โดยที่ไม่ทันได้คาดคิดอะไรว่า ถ้าหากว่าเปิดประตูออกแล้วจะต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้

          "เลโอ?!" ยอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคนช็อก เขาตกใจมากเลยที่จู่ๆร่างสูงของเลโอก็หลุดวืดเข้ามาตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา และยังมาในสภาพที่ทั้งตัวล่อนจ้อนไม่มีอะไรเลยแบบนี้อีกต่างหาก (ยอนเองก็ล่อนจ้อนเหมือนกันนะ ลืมแล้วเหรอ?)

          นี่มันอะไรกันเนี่ย?!


          "...." เหมือนว่าเลโอเองก็ดูจะช็อกอยู่ไม่น้อยเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ที่ไม่ทันตั้งตัว

          "เลโอ...ทำไม...." ยอนยังคงเอ่ยพูดได้ไม่เต็มเสียงนัก  เพราะว่ายังตั้งตัวไม่ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เลยยังนิ่งค้างในท่าที่ยืนโอบกอดร่างสูงของเลโอเอาไว้อยู่แบบนั้น โดยไม่กล้าขยับตัวไปไหนเลย

          "เออ...." เลโอก็ยังคงช็อกและยังหาเสียงของตัวเองไม่เจอเช่นกัน 

          ใบหน้าหล่อที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดของเลโอพาดอยู่บนลาดไหล่เล็กของยอนด้วยสีหน้าที่ทั้งอายทั้งช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งของเลโอทาบอยู่ที่หน้าอกซ้ายของยอน ส่วนอีกข้างก็(เผลอ)จับอยู่ที่ข้างเอวบางข้างขวาของยอน  โดยที่ยอนโอบกอดร่างของเลโอและยืนนิ่งเป็นหลักไม่ให้พวกเขาทั้งสองคนลื่นล้มลงไปนอนเจ็บที่พื้นกระเบื้องแชะน้ำ...

          ตึกตัก

          ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นักหรอกว่า เสียงหัวใจที่มันเต้นดังขึ้นอยู่ในตอนนี้จะเป็นของเลโอหรือว่าของยอนกันแน่ เพราะดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีอาการเดียวกันเลย ...อาการอายกันจนหน้าแดงน่ะนะ (ฮ่าๆๆ)


          นี่...เราสองคนอยู่ในท่าแนบชิดกันแบบที่ต่างก็ไม่มีใครใส่อะไรเลยแบบนี้นี่มัน....น่าอายจนไม่กล้าขยับตัวหรือแม้แต่จะหายใจเลยนะ ! 

          ทำไมเหตุการณ์แบบนี้มันถึงได้เกิดขึ้นได้กันล่ะเนี่ย ?


          "ทำไมล่ะ?" เป็นยอนอีกครั้งที่เอ่ยออกมาอย่างไม่อยากเชื่อว่าที่เป็นอยู่ที่มันคือความจริง

          ผิวกายอุ่นๆที่สัมผัสกันอยู่นี่ก็จริง

          เสียงหัวใจที่เต้นดังแข่งกันอยู่นี่ก็จริง

          ใช่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี่คือเรื่องจริง !!


          "ยอน...." เสียงสั่นพร่าของเลโอเอ่ยเรียกชื่อของคนที่ยังงกอดตัวเองอยู่ขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ 

          "อะ อือ?" ยอนกระตุกเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงเรียกจากเลโอ

          "คือว่า..." เลโอพยายามตั้งสติและพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกไปตรงๆ "ชั้น...จู่ๆชั้นก็เข้ามาในนี้โดย...ที่ไม่รู้ตัว"

          "หา?" ยอนรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำสารภาพของเลยเลโอ

          "ชั้นพูดจริงนะ" เลโอพูดจบก็เม้มปากแน่นและรีบก้มหมุดหน้าหลบลงบนไหล่ของยอนอย่างคนที่กำลังเขินอายจนไม่อยากให้ใครเห็นหน้าที่มันแดงแจ๋ของตัวเองเลยรีบซ่อนมันลงแบบนั้น

          "อะ...เฮ้อ" ยอนถอนหายใจออกมาเบาๆให้กับอาการของเด็กขี้อายของเลโอก่อนจะเผลอยิ้มออกมาด้วยความนึกเอ็นดู เมื่อคิดว่าตอนนี้ใบหล่อของเลโอคงต้องแดงแจ๋อยู่แน่ๆเลย มันก็เลยรู้สึกมีความสุข ...จนเผลอลืมไปว่าตอนนี้ทั้งสองอยู่กันในสภาพแบบไหน

          ฝ่ามืออุ่นข้างหนึ่งของยอนค่อยๆเลื่อนขึ้นไปลูบบนเส้นผมนิ่มตรงท้ายทอยของเลโอไปมาเบาๆโดยไม่รู้ตัว เพราะว่าอยู่ๆร่างกายมันก็ขยับไปเอง เหมือนดั่งว่านี่คือความเคยชิน

          ผ่านไปสักพักเสียงเล็กๆของเลโอก็ดังขึ้นมาว่า "ยอน ตอนนี้...ร่างกายของชั้นมันเหมือนมีพิษบางอย่างวิ่งพล่านไปทั่วเลย" 

          "เออ...ชั้น...ก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน" ยอนพูดเสียงเบาโดยที่ไม่กล้าสบตากับเลโอ

          "น่าแปลกนะ  ที่ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับเราทั้งสองคน" เลโอพูดพร้อมขยับเข้าไปให้ใกล้ชิดยอนมากกว่าเดิม

          "....เออ" ยอนเหมือนจะเริ่มลนลาน เพราะความใกล้ชิดที่ดูอันตรายเกินไปของเลโอ "ขยับ ...ช่วยขยับออกไปอีกหน่อยจะได้มั้ย" เสียงสั่นๆของยอนที่พูดโดยไม่ยอมสบตา

          "ไม่ชอบเหรอ?" เลโอก้มหน้าลงไปกระชิบถามที่ข้างหูของยอมเสียงพร่า "แต่ชั้นห้ามร่างกายที่มันร่ำร้องว่าต้องการนายไม่ได้ ตอนนี้...ชั้นควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้แล้วล่ะ"

          "เฮือก?" ยอนสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ ที่ลำคอโดนสัมผัสด้วยริมฝีปากนุ่มร้อนของเลโอ

          "ทะ ทำอะไรน่ะ...." เสียงสั่นๆร้องถามอย่างตื่นกลัวของยอน

          "หือ? ทำอะไรงั้นเหรอ?" เลโอเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับยอนด้วยสายตาเร้าร้อน ก่อนจะบอกว่า "ทำตามความรู้สึก และสัญชาตญาณน่ะสิ" 

          ".....!!!" ยอนจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความสับสน  ไม่ใช่  นี่ไม่ใช่เลโอที่เขารู้จัก....แววตาแบบนี้ ไม่ใช่เลโอแน่ๆ

          "ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ" เลโอใช้ฝ่ามืออุ่นลูบที่ข้างแก้มของยอนเบาๆอย่างปลอบประโลมด้วยแววตาที่ดูอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหน

          "....นายแปลกไปนะ" ยอนพูดเสียงเหมือนคนที่ละเมออยู่ "เกิดอะไรขึ้น ...ความรู้สึกปั่นป่วนร้อนรุ่มแบบนี้มันอะไรกัน"

          "ไม่ต้องคิดมาก แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึกของเราสองคน...ได้มั้ยยอน?" ทั้งนำเสียงและแววตาที่ดูช่างเว้าวอนเหลือเกินของเลโอ กำลังทำให้ยอนเสียศูนย์....





          -ที่ห้องพักของคาร์ดิสกับวาร์โร-


          "นี่ๆ คาร์ดิส" วาร์โรที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก็รีบเดินเข้าไปหาคาร์ดิสที่นั่นอ่านหนังอยู่ตรงมุมโซฟา เหมือนว่าเขาจะมีเรื่องอะไรสักอย่างที่จะต้องพูดกับคาร์ดิสให้ได้

          "อะไร?" คาร์ดิสเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน หันขึ้นมองหน้าวาร์โรอย่างสงสัย กับท่าทางที่ดูต่างไปจากเดิมของวาร์โรในตอนนี้ ดูน่าสงสัยชะมัด

          "นายรู้ก็ใช่มั้ย" วาร์โรค่อยๆเริ่มขึ้นเมื่อได้นั่งลงที่โซฟาอีกตัว

          "...." คาร์ดิสยังไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแต่รอดูก่อนว่าวาร์โรจะพูดถึงเรื่องอะไร

          "สองคนนั้นน่ะ ความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองคน" วาร์โรมีท่าทางที่ดูจริงจังขึ้น

          "นายจะพูดถึงเลโอกับยอนสินะ" คาร์ดิสถาม

          "ใช่" วาร์โรพยักหน้าให้ทีหนึ่ง

          "หืมม...นายดูเป็นกังวลนะ" คาร์ดิสถามอย่างลองเชิง

          "ใช่ ชั้นยอมรับว่าตอนนี้ชั้นรู้สึกกังวลจริงๆ" วาร์โรตอบตามความจริง

          "ทำไมล่ะ?" คาร์ดิสยังคงว่างท่าใจเย็นและถามวาร์โรต่อไป

          "อย่าถามเหมือนว่านายดูไม่ออกเลยอย่างนั้นสิ ชั้นรู้นะ คาร์ดิส ว่านายน่ะก็รู้...ความรู้สึกที่สองคนนั้นมีให้กัน"

          "อาฮะ ก็ต้องรู้แน่นอนอยู่แล้วล่ะ ชั้นอยู่กับสองคนนั้นมานานเสียยิ่งกว่านายซะอีก เรื่องแค่นั้นต้องรู้อยู่แล้วล่ะ"

          "แล้วทำไมนายถึง ทำเป็นเฉยเหมือนว่าไม่รู้อะไรอยู่อย่างนี้ล่ะ"

          "เฮ้ นายควรใจเย็นลงสักหน่อยนะ"

          "ก็....เฮ้อ โทษที"

          "ชั้นรู้ๆ นายคงจะร้อนใจ แต่ว่า เรื่องแบบนี้เราจะเข้าไปยุ่งอะไรมากก็คงไม่ได้หรอก"

          "ทำไม?"

          "บางอย่างถึงจะรู้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ...นายเข้าใจมั้ยวาร์โร?"

          "เราไม่ควรเข้าไปยุ่งงั้นสินะ" 

          "ไม่หรอก เราต้องปกป้องพวกเขา เมื่อเวลานั้นมาถึง....ชั้นเองก็กังวลรื่องนี้อยู่เหมือนกัน" คาร์ดิสเริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น

          "นายกำลังจะพูดเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อเราข้ามฝั่งไปที่อัลทิสเซียใช่มั้ย"

          "อืม"

          "...."

          "ชั้นรู้ว่าเลโอก็รอคอยที่จะได้พบเจ้าหญิงอีกครั้ง"

          "...."

          "และก็รู้ว่า คนที่เลโอต้องการที่สุด คือ ยอน"

          "เพราะงั้นการเผชิญหน้ากันของทั้งสามคน...คงรู้สึกลำบากใจกันอยู่น่าดู"

          "นั่นสินะ"


          คืนนี้ คงเป็นคืนที่อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น

          และเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาถึง พวกเขาก็จะได้พบการเปลี่ยนแปลง

          ...ที่ไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีก






'จงเชื่อมั่นที่จะเดินต่อไปข้างหน้า แม้จะมีสิ่งใดรออยู่ก็ตาม'




         

To  be continued....






~~~~~~~~

O'er rotted soil, under blighted sky, 

A dread Plague the Wicked has wrought

In the Light of the Gods, Sword-Sworn at his Side,

'Gainst the Dark the King's Battle is fought

From the Heavens high, to the Blessed below.

Shines the Beam of a Peace long besought

 

"Long live thy Line and these Stones divine,

For the Night when All comes to Naught"

 

-Cosmogony 15:2, "Nadir"- 



~~~~~~~~~~






         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #62 Cha_n (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 20:52
    กรี๊ดดด..พิษอะไรอ่ะ
    #62
    0
  2. #61 p____P (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:22

    กริ๊ดดดดดดด ปล่อยไว้แบบนี้คิดไม่ดีจริ๊๊๊๊งๆ

    #61
    0