THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 47 : The Freak Out ll ep.13 [Dark Clouds 50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

THE FREAK OUT ll
회 12


The Blessing of the Gods

[Dark Clouds]






Several days later...


หลังนายพลรีวุสแห่งทัพจักรวรรดิได้มีคำสั่งปิดกั้น ขณะนี้ได้มีแถลงการณ์ตามมาดังนี้ค่ะ’

‘ที่ห้ามเข้าออกภาคดัสคานั้นก็เพื่อค้นหาบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการโจมตีในพิธีลงนามสนธิสัญญา ผมทราบว่ามันอาจจะส่งผลกระทบมาก แต่ขอโปรดเข้าใจว่าทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของชาวเมือง’

‘นอกจากนี้ ทัพจักรวรรดิยืนยันที่จะสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ในนครหลวงให้ดำเนินต่อไปค่ะ’


‘ส่วนเหตุแผ่นดินไหวในภาคเครนและดัสคา ซึ่งได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้นั้น ได้มีประกาศจากทัพจักรวรรดิดังนี้’

‘แผ่นดินไหวเกิดจากการที่ Archaean ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและเกิดการคลุ้มคลั่ง กองทัพได้เข้าควบคุมโดยทันทีเทพยักษ์ตนนั้นได้ถูกปลดปล่อยแล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วง’

‘ตามประกาศนี้ คือเทพยักษ์ที่อยู่ในวงแหวนเคาเธสครับ’



[จบเสียงรายงานข่าววิทยุ]


 รุ่งเช้าของวันใหม่ที่อากาศแจ่มใสอุณหภูมิอบอุ่นเล็กน้อย



ทั้งสี่หนุ่ม เลโอ ยอน คาร์ดิส วาร์โร  ต่างก็ตื่นกันแต่เช้าเพื่อจะได้ทำภารกิจสำคัญของวันนี้ ซึ่งนั่นก็คือการไปตามเอารถของพวกเข้าคืนจากพวกจักรวรรดิ

               "บ้าน่า” เสียงบ่นขึ้นมาจากวาร์โร “เป็นไปได้ไงที่จะหาไม่เจอ”

               "ก็อย่างที่ชิโดนิบอกถ้ามีโรงงานแถวนี้เอาไปเก็บไว้ก็คงดี” ยอนพูด

                “พวกที่เอาไปเก็บอาจจะเป็นจักรวรรดิก็ได้นะ” คาร์ดิสพูดอย่างไม่ไว้ใจ

               "ฮาๆ ตาลุงนั้นอาจจะช่วยเก็บไว้ก็ไม่แน่นะ?" วาร์โรพูดขึ้นอย่างขำๆ

               "เหอะ ท่านนายกอาร์ดินอ่ะนะ?" คาร์ดินก็พูดเสริมจากวาร์โรด้วยคน

               "พอเถอะ เลิกหวังลมๆแล้งๆซักที" ยอนกอดอกก้มหน้าหลับตาพร้อมส่ายหัวไปมาให้ทั้งสองคนเลิกคิดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้เสียที

               "นั่นะสินะ" วาร์โรหันมาพูดกับยอนอย่างเข้าใจสถานการณ์ "แล้วจะทำไงล่ะ?"

               "ก่อนอื่น รอแฮมเมอร์เฮดติดต่อมาก่อน" ยอนตอบ

               "ในเมื่อไม่มีรถ เดินเอาซักพักไหม?" คาร์ดิสแนะนำ

               "เอ๊ะ? นั่น....อัมบราหนิ" วาร์โรหันไปบอกทุกคนเมื่อสายตาของเขาได้เหลือบไปเห็นเจ้าสนัขสีดำที่คุ้นตา


               เลโอเดินออกไปหาอัมบราก่อนใคร และเจ้าสุนัขแสนรู้ก็รีบนำทางให้เลโอทันที


               "มาแจ้งอะไรงั้นเหรอ?" ยอนพูดในระหว่างที่เดินตามเลโอออกไปพร้อมๆกับคาร์ดิสและวาร์โร


               พวกเขาทั้งสี่คนวิ่งตามอัมบรามาค่อนข้างไกลอยู่ซักพักก็ถึงจุดที่อัมบราพามา

               เลโอหยุดวิ่งตามอัมบรา แล้วมองหาบางอย่างรอบๆบริเวณนั้นอย่างนึกสงสัยอยากรู้ว่าอัมบราพามาที่เพื่ออะไร 


               "โอ่ะ? เก็นเทียน่า!?" เลโออุทานขึ้นมาอย่างตกใจ ที่ได้เป็นหญิงผู้งดงามที่มีบุคลิกสงบเย็นยืนหันหน้ามาทางเขาจากใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆนั้น

               "ราชันย์ผู้กำเนิดจากศิลาเอ๋ย" เธอเริ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลฟังแล้วชวนให้รู้สึกจิตใจสงบ "ด้วยพรแห่งลมมรสุมเส้นทางแห่งศิลาได้เปิดขึ้นแล้ว ท่านเทพพยากรณ์ได้เข้าไปด้วยนามแห่งราชันย์..."

               "วีเด้นส์งั้นเหรอ!? เธออยู่ไหนแล้วเนี่ย" เลโอขัดขึ้นมาอย่างร้อนใจ  

               "The eye of the Storm ท่านวีเด้นส์ได้เสร็จสาบานภายใต้เทพแห่งสายฟ้า นางจักคอยที่นครแห่งวารี พร้อมด้วยธำรงค์จรัสแสง จงรีบไปพบนางซะ"

               "อา..." เลโอก้มหน้าลงอย่างเข้าใจและคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเพื่อจะพูดกับเธอ แต่ทว่า เธอผู้นั้นก็ได้หายไปจากตรงหน้าของเขาไปเสียแล้ว     .....หายไปแล้ว?!


               "ท่านผู้นั้นเป็นผู้รับใช้ทวยเทพ" ยอนพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันแสนสงสัยใคร่รู้ของวาร์โร "หรือก็คือ เป็นตัวตนเพื่อค้ำจุนตำนานเทพ"

               "โหววว เรื่องจริงเหรอเนี่ย" วาร์โรลากเสียงยาวอย่างสุดจะเหลือเชื่อว่าจะได้พบเจอสิ่งที่มหัศจรรย์เช่นนี้ตรงหน้าในวันนี้

               "เรื่องราวชักจะใหญ่โตขึ้นทุกที" คาร์ดิสกอดอกพูดอย่างตระหนักถึงอนาคตอันใกล้ของพวกเขา


               เลโอไม่ได้เอ่ยพูดอะไรกับเพื่อน เขาหันกลับไปหาเจ้าอัมบราที่ยังยืนรอเขาอยู่ข้างๆแทน เลโอนั่งลงตรงหน้าอัมบราแล้วแกะเอาสมุดบันทึกที่ติดตัวอัมบราออกมาเปิดดูข้อความตอบกลับจากเจ้าหญิงวีเด้นส์


               [หวังว่าท่านเลโอจะปลอดภัยนะเจ้าคะ]



               "...." เลโอเมื่อได้เห็นข้อความที่เจ้าหญิงตอบกลับมาแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกอันมากมาย.... เลโอนิ่งทำใจอยู่ซักพักก่อนจะหยิบเอาปากกาออกมาเขียนข้อความตอบกลับถึงเธอว่า "ขอบคุณนะ วีเด้นส์"


               เลโอเอาสมุดบันทึกใส่กลับคืนที่ตัวอัมบรา แล้วได้พูดกับอัมบราด้วยว่า "ไปบอกวีเด้นส์ทีนะ ว่าชั้นไม่เป็นอะไร แล้วเธอก็...จะไม่ได้รอนานแล้ว เราจะได้เจอกันเร็วๆนี้"



               "คริสตัลได้ถูกประทานมาเพื่อความเจริญสถาพรของมวลมนุษย์เจ้าค่ะ"
               
               "แต่ว่า คริสตัลอยู่ที่เมืองลูซิสนะ ทำไมคนที่ใช้ได้มีแต่พวกชั้นหล่ะ?" เลโอในวัยเด็กเอ่ยถามวีเด้นส์ที่เล่าเรื่องนี้ขึ้นทันทีด้วยความสงสัย

               "มิใช่การใช้หรอกเจ้าค่ะ แต่องค์ราชันย์ต่างหากที่ปกป้องคริสตัลอยู่" วีเด้นส์อธิบาย

               "ปกป้องอยู่? ท่านแม่น่ะเหรอ?" 

               "เจ้าค่ะ"

               "เป็นงั้นเองเหรอ"

               "คริสตัลจะเลือกราชันย์ผู้สืบทอดสายเลือดแล้วมอบพลังให้ ในระหว่างที่รอเวลานั้นมาถึง ราชันย์แห่งลูซิสรุ่นก่อนๆ ก็ต่างปกป้องคริสตัลไปควบคู่กันเจ้าค่ะ"

               "งั้นชั้นก็ถูกเลือกสินะ?"

               "เจ้าค่ะ คนที่จะได้พลังจากคริสตัล จึงมีเพียงราชันย์ผู้สืบสายเลือดเท่านั้น และเป็นผู้เดียวที่จะกำราบภัยศัตรูจากดวงดาวได้"


               "แต่ว่า เรื่องแบบนั้น สำหรับชั้น...."

               "ดิชั้นในฐานะธิดาเทพ จะช่วยอย่างเต็มที่เองเจ้าค่ะ"


               "เอ๊ะ?"

               "สำหรับธิดาเทพแล้ว การค้ำจุนราชันย์คือหน้าที่เจ้าค่ะ"

               "งั้นเหรอ" เลโอหน้ามองออกไปทางอื่นอย่างชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก็หันกับมาพูดกับวีเด้นส์เสียงใสว่า "งั้นก็จะลองดู ชั้นจะต้องชนะมันให้ได้"

               "ท่านเลโอ...."



กลับมาที่ภาพปัจจุบัน


(ท่านเลโอเอ๋ย จงฟัง)

 
               "...." เลโอลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเก็นเทียน่าดังแว่วเข้ามาในหูของตน


(สิ่งที่จักชี้หนทางแก่ราชันย์ คือแสงทรงฤทธิซึ่งเชื่อมผืนดินและสรวงสวรรค์ นั่นคือพลังแห่งเทพสายฟ้า จงมุ่งไปยังแสงนั้นซะ)



          "ถ้าแหวนอยู่กับเจ้าหญิงวีเด้นส์แล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็หมดห่วง" ยอนพูดขึ้น

          "ถ้าจะเจอต้องไปอัลทิสเซีย?" วาร์โรก็ยังคงหันไปถามยอนต่อด้วยอยากรู้เหมือนเดิม

          "อ่า จำเป็นต้องเตรียมเรือไว้ ถ้ายังใช้ท่าเรือคาเอ็มได้ล่ะก็นะ" ยอนบอก

          "เป็นท่าลับสินะ ดี งั้นก็เตรียมการกันเลย เดี๋ยวจะติดต่อรีเธียให้" คาร์ดิสพูดอย่างพร้อมลุยทุกเมื่อ

หลังจากที่เลโอได้ยินเสียงของเก็นเทียน่า เมฆฝนก็เริ่มก่อตัวกันขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นฝนก็เริ่มลงเม็ดพร้อมกับเสียงฟ้าที่ร้องคำรามไปทั่วพื้นที่ 


ในขณะที่เริ่มออกเดินทางตามหาเทพแห่งสายฟ้า วาร์โรก็ได้ถามขึ้นมาว่า


          "ทำไม คนคนนั้นต้องมาช่วยเลโอด้วยล่ะ?"

          "เก็นเทียน่าเหรอ?"

          "อือ หรือว่า? เป็นเหมือนเทพงี้ป่าว?"

          "1 ใน 24 สาวก ผู้รับใช้หกเทพ"

          "เอ๋~?"



พวกเขาตามแสงสายฟ้าเข้าไปยังเขตป่าลึก ไม่นานนักก็มาถึงจุดที่เชื่อมต่อกับสายฟ้าที่พวกเขาเห็น ซึ่งสิ่งที่เชื่อมต่อกับสายฟ้าอยู่ก็คือต้นไม้หิน

เลโอไม่รอช้ารีบเข้าไปหาต้นไม้แห่งสายฟ้านั้นทันที สายฟ้าที่เคยส่องแสงอยู่ดับลงทันทีเมื่อเลโอไปถึงมัน เลโอยืนจ้องมองต้นไม้นั้นก่อนจะยื่นมือข้างขวาออกไปหวังจะสัมผัสที่ลำต้นไม้

พรึบ



ครืน~!



เกิดเสียงคำรามขึ้นพร้อมกับสายฟ้าที่แผ่กระจายแสงออกมาจากต้นไม้หินที่เลโอยื่นมือออกไปสัมผัส คล้ายว่ามันกำลังตอบรับพลังของเลโอ พอเกิดแสงสายฟ้าสว่างจ้าขึ้น ทุกอย่างก็ดูขาวโพลนไปหมด




Tenebrae [12 Years Earlier]


          "เอ๊ะ?" เลโอในวัยเด็กรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้พบว่าในห้องพักของเขามีผู้หญิงที่ไม่เคยพบนั่งคอยอยู่ที่โซฟาด้านหน้าของเขา

          "สวัสดีค่ะ" เธอหันมาทักทายเลโอก่อนจะลุกขึ้นพร้อมถามว่า "อาการดีขึ้นแล้วรึยังนะ?"

          "ใครหน่ะ?" เลโอถามด้วยท่าทางตื่นๆ 

          "เก็นเทียน่า ผู้รับใช้หกเทพ ท่านวีเด้นส์ยังไม่เคยเล่าเหรอ?"

          "...." เลโอได้ยินดังนั้นแล้วก็ทำหน้านึกตาม ว่าเขาเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างแล้วรึยังนะ  พอก้มหน้าลงมาที่มือตัวเองเขาก็นึกขึ้นได้ทันที "นี่ไง! " เลโอยกหนังสือตำนานเทพที่ได้มาจากวีเด้นส์ขึ้นมาโชว์ ด้วยความดีใจก่อนใบหน้าสดใสของเขาจะเปลี่ยนเป็นสับสนลังเลว่า  "ตะ....แต่ว่า ยังไม่ค่อยเข้าใจ ฟังจากวีเด้นส์มาแค่นิดเดียว"

          "อืม จากท่านวีเด้นส์?"

          "ใช่ จาก..วีเด้นส์" เลโอยกหนังสือขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้ครึ่งหน้าเริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมา

          "เข้ากันได้ดีก็ดีแล้ว ธิดาเทพกับราชันย์น่ะทั้งคู่ควรอยู่เคียงกันเสมอ เพื่อทำหน้าที่ค้ำจุนซึ่งโลกใบนี้" เก็นเทียน่าบอกกับเลโอด้วยความอ่อนโยน






กลับมาที่ภาพของปัจจุบันอีกครั้ง


แป่ะ แปะ แปะ 


          "ตะกี้นี้มัน....เก็นเทียน่า...ที่เทเนไบร์" เลโอพึมพำออกมาหลังจากหลุดออกมาจากภาพแห่งความทรงจำแล้ว

(เทพแห่งสายฟ้ากำลังรอการปรากฏของราชันย์ จงรีบไป สู่เบื้องอสุนี  จักรวรรดินั้นหวั่นแกรงซึ่งราชันย์  จึงได้ตรึงกำลังปิดถนนทุกสายแถบนี้)




          "เป็นไรหรอ?" วาร์โรรีบเข้าไปถามเลโอ เมื่อเห็นว่าเลโอมีท่าทางดูแปลกๆ “หรือว่านายปวดหัวอีกแล้ว?"

          "ได้ยินเสียงเก็นเทียน่าน่ะ" เลโอบอก

          "พลังที่ใช้สื่อสารกับเทพงั้นเหรอ?" คาร์ดิสพูดขึ้น

          "อาจจะเหมือนอาการปวดหัวตอนที่เจอกับ Archaean ก็ได้" ยอนพูดเสียงเป็นห่วง



          
          "สรุปแล้วเก็นเทียน่าน่ะ---" วาร์โรก็ยังคงไม่ทิ้งความสงสัยอยู่ดีว่า "เธอเป็นมนุษย์หรอ?"

          "เปล่า สาวกทั้ง 24 เป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับเทพน่ะ" ยอนตอบ

          "เหมือนกับมนุษย์ที่เรียกว่าธิดาเทพนั่นแหละ แต่เป็นฝ่ายที่มาคุยกับมนุษย์แทน" เลโอเสริมให้

          "คล้ายกับเจ้าหญิงวีเด้นส์งั้นหรอกเหรอ?" วาร์โรเริ่มจะเข้าใจข้อสงสัยของตัวเองขึ้นมาบ้าง





(ปฏิญาณของธิดาเทพได้ลุล่วง แต่พรยังคงอยู่ จงรีบไปสู่เบื้องอสุนี การเตรียมการได้พร้อมแล้ว)




          "เลโอ เป็นไรป่าว" วาร์โรถามขึ้นเพราะอยู่ๆเลโอก็หยุดวิ่งกลางทาง

          "อ่า รีบๆไปเอาพรกันเถอะ" เลโอโบกมือขึ้นว่ารีบไปต่อกันเถอะ เขาไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง

          "รับเอาพลังจากเทพได้ด้วยสินะ" คาร์ดิสพูดขึ้นตามหลังเลโอ

          "เรื่องเจ้าหญิงวีเด้นส์ที่รีเธียเล่ามา เป็นเรื่องจริงสินะ" วาร์โรพูดขึ้นเมื่อนึกได้ถึงเรื่องที่น้องสาวคาร์ดิสเล่าให้ฟังตอนที่อยู่โรงแรม

          "ถ้าคิดเรื่องเวลาและสถานที่แล้ว" ยอนลองเรียบเรียงลำดับการออกมาว่า "พอออกจากเมืองหลวงแล้ว ก็คงตรงไปที่  Archaean ทันที"

          "น่านับถือจังนะ องค์ชาย" คาร์ดิสแกล้งพูดแหย่เลโอ

          "ต้องรีบตามไปหล่ะ" เลโอพูดอย่างใจร้อน พูดจบเลโอก็ยื่อมือออกไปรับพลังจากต้นไม้แห่งสายฟ้าตรงหน้าทันที


(ท่านเลโอ ที่ถ้ำฟอชิเอาฟ์ทางตะวันออก ผนึกได้ถูกคลายแล้ว ศิลาสุดท้ายหลับใหลอยู่ใต้ปฐพี จงมุ่งไปก่อนพวกจักรวรรดิ รีบเข้า)



          "ไปที่ถ้ำ ต่อไปอันสุดท้ายละ" เลโอหันไปบอกกับทุกคนหลังจบเสียงจากเก็นเทียน่า

          "เอาหล่ะ รีบๆทำให้มันเสร็จเถอะ" คาร์ดิส

          "เดี๋ยวก็จะได้เห็นท่านเทพแห่งสายฟ้าแล้ว" วาร์โรพูดอย่างตื่นเต้น

          "อือ มาเตรียมตัวให้พร้อมกันเถอะ" ยอนพูดขึ้นอย่างคนมีหลักการและความรอบคอบ



ยิ่งเข้าไปใกล้บริเวณศักดิ์สิทธิ์มากเท่าไหร่ ทั้งเสียงฟ้าร้องคำราม ทั้งสายฟ้าที่ฟาดลงมายังพื้นดิน ต่างก็ทำให้บรรยากาศที่นี่ดูอันตรายและน่ากลัวยิ่งขึ้น



          "เฮ้ย นั่นไง" คาร์ดิสร้องขึ้นเมื่อทุกคนวิ่งเข้ามาจนถึงปากทางเข้าถ้ำ "ฟ้าฝ่าไปในนี้ไม่ใช่เหรอ?"

          "ก็หมายความว่าอยู่ในนี้?" วาร์โรพูดเสียงสูงอย่างคนที่มาใกล้ถึงเส้นชัย "ที่นี่ล่ะ ถ้ำฟอชิเอาฟ์"

          "จะมีอะไรอยู่บ้างก็ไม่รู้นะ" ยอนพูดอย่างต้องการให้ทุกระวังตัว

          "อย่าประมาทหล่ะ" คาร์ดิสวิ่งนำมาชี้หน้าบอกเลโอให้ระวังตัว

          "เอ่อ รู้แล้ว" เลโอตอบอย่างงปัดๆไปตามประสา แล้วจึงรีบขึ้นไปนำหน้าทุกคนอีกครั้ง

          "ฮื่ออ หวา ข้างหน้านี่ท่าจะลึกเอาการนะ" วาร์โรพูดเสียงสยอง

          "มืดแบบนี้ลึกเข้าไปคงมองไม่เห็นแน่" ยอนยังคงพูดเสียงนิ่งเรียบเช่นเดิม

          "เอาไง? จะลองไปก่อนไหม?" คาร์ดิสถามความเห็นทุกคน และก็ได้คำตอบจากเลโอที่ยังคงเดินมุ่งหน้าเข้าไปในความมืดของถ้ำต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ยอมหันหลังกลับ ทุกคนจึงไม่มีใครขัดอะไรและเดินเลโอเข้าเงียบๆ


พรึ่บๆๆ


ในความที่น่าขนลุกกลัวก็มีฟูงค้างคาวยักษ์บินพรึ่บออกมา เพราะตกใจที่มีคนเข้ามาลุกล้ำที่อยู่ของพวกมัน


          "ไม่ชอบเลยน้า ที่น่ากลัวแบบเนี๊ย" วาร์โรพูดเสียงสั่นหลังจากพวกค้างคาวบินผ่านออกไปแล้ว

          "จะมีตัวอะไรโผล่มาก็ไม่แปลกนะ" ยอนก็ยังคงพูดเสียงปกติ

          "ทุกคน ระวังไว้หล่ะ" วาร์โรบอกกับทุกคนอย่างเป็นห่วง ทั้งๆที่ตัวเองนั่นแหละที่ดูน่าเป็นห่วงมากกว่าใคร


ตึก ตึก 

พอเดินลึกเข้ามาอีกหน่อยพวกเขาก็ได้เจอสิ่งที่ตามในที่สุด


          "ในที่สุดก็เจอแล้วนะ" ยอนพูดเสียงยินดีกับเลโอ

          "ค่อยยังชั่วววว" วาร์โรร้องออกมาด้วยความโล่งอกโล่งใจ

          "เลโอ ฝากด้วยนะ" คาร์ดิสพูดให้กำลังใจ

          "อื้อ" เลโอตอบรับความคาดหวังจากทุกคนแล้วก็เดินเข้าไปหาต้นไม้ศิลาสุดท้ายที่อยู่เบื้องของเขาทันที


ครื้น~น!!!

เสียงร้องคำรามจากสายฟ้าดังสนั่นขึ้นมาเลโอได้รับพลังออกมาจากเทพแห่งสายฟ้า พร้อมด้วยภาพที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาถึง มันคือภาพของเจ้าหญิงวีเด้นส์ที่ได้เข้าทำสัญญากับเทพแห่งสายฟ้า



          "เนี่ยเหรอ....พลังของเทพแห่งสายฟ้า" เลโอพูดขึ้นมา

          "นึกว่าจะมีเอฟเฟกต์เยอะกว่านี้ซะอีก" วาร์โรพูดอย่างเสียดายที่มันจบลงง่ายกว่าที่เขาคิด

          "มีเทพที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ด้วยสินะ" คาร์ดิสว่า

          "มีนิสัยเฉพาะตนด้วยนะ" เลโอเสริม "วีเด้นส์ลำบากน่าดูนะ"

          "อีกนิดเดียวก็คงได้เจอแล้วมั้ง" ยอนพูดบ้าง

          "รีบๆไปทะเลกันเถอะ" วาร์โร

          "จะมัวทำหน้าหมองไม่ได้ละนะ" คาร์ดิสพูดกับเลโอ

          "เฮ้อ นั่นสินะ"  เลโอพยักหน้าเข้าใจ แล้วจากนั้นพวกเข้าก็จึงพากันกลับออกไปนอกกัน

พอพวกเขาออกมาข้างนอกแล้ว พวกเขาก็ได้เห็นท้องที่แจ่มใส ราวกับว่าเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้มีฝนตกเลยสักนิด


          "ดูสิ ฝนหายไปหมดแล้ว"

          "เพราะเทพสายฟ้าเสร็จงานแล้วไง"


ในขณะที่พวกเขากำลังชื่นชมกับท้องฟ้าที่มันสดใสอยู่นั้นเอง  บนน่านฟ้าเหนือหัวของพวกเขาก็ได้มีย่านลำใหญ่ลอยผ่านไปอย่างรวดเร็ว


          "อะไรวะนั่น!" เสียงคาร์ดิส

          "เทียบกับพวกก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย" เสียงวาร์โร



ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

ในขณะนั้นแลเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเลโอก็ดังขึ้น


          "ครับ"

(องค์ชาย เรื่องเรกาเลียน่ะ)

          "อ้อ"

(เหมือนว่าจะถูกเก็บไว้ที่ฐานพวกจักรวรรดิน่ะ)

          "จริงเหรอเนี่ย"

(คือว่าน้า....เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายตรงข้าม ก็เลยจะคุยไม่ได้ในทันที)

          "อื้อ ช่างเถอะ"

(หือ?)

          "แค่ข้อมูลก็พอละ"

(เอ๊ะ...ไม่เป็นไรหรอ?)

          "อ้า ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ วางละ" 


          "ใคร?" คาร์ดิสถาม

          "ชิโดนิน่ะ"

ควับ!

          "เดี๋ยวเถอะ งั้นก็พูดจาดีกว่านี้หน่อยสิ" วาร์โรหันควับมาตักเตือนเลโอทันที เมื่อได้รู้ว่าเลโอคุยกับใคร

          "ยังไงก็ช่างเถอะน่า" เลโอก็ใช่ว่าจะสนใจเรื่องยิบย่อยเป็นเสียทีไหน

          "รู้ที่อยู่เรกาเลียแล้วเหรอ?" ยอนถาม

          "อ่า คงอยู่ที่ฐานพวกจักรวรรดิ"

          "โหวววว" วาร์โรลากเสียงอย่างเหนื่อยใจ

          "เหอะ" คาร์ดิสเหอะเสียงขึ้นอย่างเดาไว้ไม่ผิด "ไม่เกี่ยงหรอกว่าที่ไหน"

          "ก็จะไปแย่งคืนใช่ไหม?" ยอนถามต่ออย่างรู้ทันความคิดของคาร์ดิสและทุกคนด้วยเช่นกัน

          "ของมันแน่อยู่แล้ว" เลโอเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธความจริงข้อนั้น

          "ถึงจะเป็นแค่การคาดการณ์ ว่ากันตามจริงมันควรจะมาถึงตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ติดพายุของเทพสายฟ้าหล่ะนะ แบบนั้นแล้วเรกาเลียอาจจะ...ถูกขนไปที่ทวีปจักรวรรดิแล้วก็ได้" ยอนพูดอย่างอิงเหตุการณ์

          "ต้องขอบคุณเทพสายฟ้าที่ถ่วงเวลาไว้แล้วล่ะ" คาร์ดิส

          "ถ้าเป็นตอนนี้ยันทันนะ" วาร์โร

          "อ่า ไปเอาคืนกันเถอะ" เลโอ

          "โอ้!" ยอนโอ้รับเสียงเบา

          "อ้า~ อากาศดีจัง ชั้นยังไม่ตาย" วาร์โรร้องเพ้อออกมาระหว่างที่วิ่งตามเลโอออกไปยังที่จะไปตั้งหลัก

          "อ้า เหนื่อยหน่อยนะ"

          "นี่เลโอ ตอนนี้กำลังรวบรวมพลังอยู่ก็จริง แต่ถ้ารวมครบแล้วจะทำไงต่อหรอ?" วาร์โรถาม

          "ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเรื่องหน้าที่กษัตริย์ด้วยสิ" ยอนพูดเสียงเย็น

          "เอาเป็นโค่นพวกจักรวรรดิในตอบจบ ก็ไม่เลวนี่" คาร์ดิสว่า

          "อ่า ชั้นก็ว่าแบบนั้น" เลโอเห็นด้วยกับคาร์ดิส

          "ทริปของพวกเราน่ะ กลายเป็นรวบรวมพลังอดีตกษัตริย์กับพลังเทพซะงั้น" วาร์โร

          "ฟังดูเท่ออก" เลโอ

          "นี่ถึงขั้นจะโค่นจักรวรรดิกันแล้วเหรอ?" คาร์ดิสทำเสียงตกใจ

          "ถึงจะเกินคาด แต่ก็ใกล้จะเป็นจริงแล้วหนินะ" ยอนพูดทิ้งท้าย

          


          "อย่างกับป้อมปราการแหน่ะ" เลโอพูดขึ้นเมื่อได้มาถึงถิ่นของศัตรู

          "คงเป็นที่ยานลำตะกี้มานั่นแหละ กำแพงใหญ่โตทีเดียวนี่นา" คาร์ดิสพูด

          "กำแพงนั่นน่ะ เป็นของตกทอดจากสงครามครั้งก่อนน่ะ ดูเหมือนพวกจักรวรรดิจะใช้อยู่นะ" ยอนบอกข้อมูลที่เขารู้ และบอกกับทุกคนว่า "ไปคิดแผนกันก่อนเถอะ"




          "ยอน มีแผนอะไรมั้ย?" เลโอถามขึ้นเมื่อพวกเขาต้องเริ่มคิดแผนในภารกิจของคืนนี้

          "ถึงจะยังคิดแผนดีๆไม่ออก แต่มีอยู่แค่เท่านี้จะบุกไปซึ่งหน้าก็ไมได้ คงต้องลอบเข้าไปกลางดึกละนะ กว่าศัตรูจะรู้ตัวก็คงพอถ่วงเวลาได้บ้าง" ยอนบอกแผนที่เค้าคิด

          "กว่าจะถึงตอนนั้นหล่ะ?" เลโฮอถามอีก

          "เก็บข้อมูลฐานทัพให้ได้มากที่สุด อยากจะมองหาตำแหน่งของเรกาเลียด้วย วิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ แล้วก็ตรวจสอบทำเลที่จะแอบเข้าไป"

          "งั้นก็ฝากด้วยละกัน" เลโอพูดอย่างเชื่อใจยอนเต็มที่

          "ได้เวลาปฏิบัติการทวงคืนเรกาเลียแล้ว" วาร์โรมาพร้อมความสดใส



          "เป้าหมายคือทวงคืนเรกาเลีย พยายามอย่าทำเสียงดัง ค่อยๆรุก แล้วก็เก็บกวาดไปทละนิดกันเถอะ" ยอนพูดย้ำเป้าหมายหลักกับทุกคนอีกครั้ง

          "อื้อ แล้วก็ ถอนตัวก่อนรุ่งสางสินะ" คาร์ดิสถาม

          "อ่า ถึงจะต้องเลิกล้มกลางทาง แต่ก็ให้ถอนตัวทันทีก่อนศัตรูเข้าประจำตำแหน่ง"
            

             




To  be continued....







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น