THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 36 : The Freak Out ll ep.2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ส.ค. 61

THE FREAK OUT ll
회 2

g


               ตลอดช่วงเวลาแปดปีที่ผ่านมา ผมได้ทำทุกอย่าง

ตามที่องค์ราชันย์ N Zeadie'to Lucis Caelum (ชาฮัคยอน) ท่านมอบหมายให้กับผมมาโดยตลอด 

นั่นคือ คอยดูแลช่วยเหลือเลโออยู่ข้างๆในฐานะเพื่อนและฐานะพี่ชาย

ตอนนี้ผมอายุ 20 ปีแล้ว และหน้าที่หลักของผมในปัจจุบันคือที่ปรึกษาส่วนตัวของประมุขน้อย Leo Zeadie'to Lucis Caelum (เลโอ) ผู้สืบสายเลือดองค์ราชันย์คนต่อไปของราชวงศ์ Lucis 

ราชวงศ์แห่งผู้มีพลังเวทมนตร์และขุมพลังแห่งคริสตัล


เพราะว่าเลโอเป็นคนที่ค่อนข้าง...เฉื่อนชา ขาดความกระตือรือร้น และยังไม่ค่อยอดทนกับอะไรสักเท่าไหร่ด้วย

ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ผมที่จะต้องคอยดูแลให้ความช่วยเหลือเลโอในเรื่องต่างๆ 

เลโอดื้อครับ บางครั้งก็แบบดื้อรั้นเอาแต่ใจจนใครพูดอะไรก็ไม่ฟังเลยก็มีบ่อย

ฉะนั้นผมจึงต้องคอยบอกคอยเตือนถึงหน้าที่ต่างๆ ที่เค้าต้องรับผิดชอบในอนาคต ในฐานะของราชันย์

แต่หากจะถามว่าผมเหนื่อยมั้ย ? ที่ต้องมาคอยดูแลเด็กดื้อเอาใจอย่างเลโอเนี่ย ?

ความจริงจากใจเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกเหนื่อยที่ต้องคอยดูแลเค้า

แต่ผมก็แค่กังวลกลัวว่าผมจะทำหน้าที่ของผมได้ไม่ดีพอต่างหาก

ถึงเลโอจะดื้อ จะบอกสอนยากก็จริงอยู่ แต่เค้าก็เป็นเด็กดีครับ

ถึงจะช้า แต่สุดท้ายเค้าก็พยายามทำตามทุกอย่างที่ผมบอกเค้าไปอยู่ดี

เป็นพวกชอบดื้อ ชอบให้บ่นก่อนถึงจะยอมทำตามน่ะครับ

แต่สุดท้ายเค้าก็เชื่อฟังผมอยู่ดีแหล่ะครับ

เห็นไหมล่ะ สุดท้ายเค้าก็เป็นเด็กน่ารักของผมอยู่ดี







อาณาจักรที่ผมอาศัยอยู่มีชื่อว่าอาณาจักร Lucis เป็นอาณาจักรของผู้ปกครองโลกเบื้องหลัง ซึ่งมีองค์กร Zeadie'to เป็นกองกำลังหลัก ทำหน้าที่คอยคุมกฏและป้องกัน ไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างคนในองค์กรและคนนอก

แต่ถึงกระนั้น การปะทะกันระหว่างคนนอกกับองค์กรก็ยังคงมีมาเรื่อยๆ 

ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ก่อโศกนาฏกรรมกลางเมืองครั้งใหญ่ของกลุ่มกบฏแบล็คโรส เมื่อ 18 ปีก่อน

ส่งผลทำให้เกิดสงครามการต่อสู้กันขึ้นอย่างยาวนานเกือบห้าปี

สงครามในครั้งนั้นถึงได้สิ้นสุดลง


ทว่า หลังจบสิ้นสงครามกับกลุ่มกบฏแบล็คโรส ได้เพียงไม่กี่ปี ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น

นั่นก็คือ เรื่องการปรากฏตัวออกมาของเดม่อน ที่นอกเมือง Lucis 

จึงเป็นเหตุทำให้เกิดข่าวร้ายขึ้นกับราชวงศ์ Lucis ไปเมื่อสิบปีที่แล้ว


แล้วพอหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้เพียงไม่นาน Lucis ก็ต้องเผชิญหน้ากับสงครามที่ยากจะมีทางใดหลีกเลี่ยงได้ 

เมื่อจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักร Niflheim ต้องการบุกยึดอาณาจักร Lucis ที่เป็นเพียงอาณาจักรเดียวมียังคงมีขุมทรัพย์พลังแห่งคริสตัลอยู่ในครอบครอง

ดังนั้น Niflheim จึงได้ส่งองทัพทหารจักรกลและพวกเดม่อนดุร้ายอีกมากมาย เข้ามาบุกโจมตี Lucis


...แต่ทว่า มันก็ไม่เป็นผล 

เพราะ Lucis นั้นมีขุมทรัพย์พลังแห่งคริสตัลทำหน้าที่แผ่บาเรียปกคลุมอยู่ทั่วทั้งเมืองเอาไว้อยู่ตลอดเวลา 

จึงทำให้กองทัพจาก Niflheim ไม่สามารถบุกยิงด้วยอาวุธเครื่องจักรใดๆ เจาะทลายผ่านม่านบาเรียอันแข็งแกร่งของคริสตัลเข้ามาทำลายเมืองได้ 

แต่ถึงแม้ว่า กองทัพจักรวรรดิของ Niflheim จะไม่สามารถบุกโจมตีเข้ามาในเมืองหลวงได้ แต่ถึงกระนั้น องค์จักรพรรดิของ Niflheim ก็ไม่ยอมปล่อย Lucis ออกจากสงคราม



นั่นจึงเป็นเหตุทำให้องค์ราชันย์เอ็นต้องสร้างกองกำลังพิเศษขึ้น 

โดยที่องค์ราชันย์เอ็นยอมเสียสละแบ่งพลังเวทมนตร์ของท่าน ให้กับเหล่ากองกำลังพิเศษของท่าน เพื่อให้ออกไปต่อสู้กับกองทัพจักรวรรดิ ที่เป็นกองทัพทหารกลมีกำลังรบและพลังทำลายล้างอันเหนือเกินกำลังมนุษย์ธรรมดาพวกนั่น ด้วยพลังความลับแห่งเวทมนตร์ขององค์ราชันย์เอ็น



(กองกำลังพิเศษ)


(กองทัพจักรวรรดิ)

(สงครามการสู้รบกันกับกองทัพจักรวรรดิที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ที่กำแพงรอบนอกทางทิศตระวันออกของ Lucis)



เพราะว่ามีบาเรียคริสตัลแผ่ปกครุมอยู่ทั่วเมือง ไม่ให้สิ่งใดโจมตีเข้ามาในเมืองได้ และมีเหล่าทหารผู้กล้ากองกำลังพิเศษขององค์ราชันย์ที่คอยเฝ้าทำหน้าที่ป้องกัน กองรบของศัตรูอยู่รอบนอกเมืองอีกเช่นนั้น 

ดังนั้น ภายในเมืองหลวงของ Lucis ในตอนนี้ จึงดูเหมือนว่าเงียบสงบปกติอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งมันช่างแตกต่างกันเป็นอย่างมาก กับความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ที่เขตกำแพงเมืองรอบนอกเขตการคุ้มกันจากบาเรียป้องกันของคริสตัล ที่ยังคงมีการสู้รบกันอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่าง 

กองกำลังพิเศษ กับ กองทัพจักรวรรดิ


และนั่นก็เป็นที่แน่นอนว่า ท่านผู้แบกรับภาระหนักเสียยิ่งกว่าใครอยู่ในตอนนี้ก็คือ 

องค์ราชันย์เอ็น




จึงทำให้เวลาหลายปีมานี่ องค์ราชันย์เอ็น แทบจะไม่ได้ออกไปไหนนอกเขตพระราชวังเลย เพราะท่านต้องใช้เวลาและกำลังของท่านเพื่อสร้างกำแพงใหม่ ที่สร้างจากขุมทรัพย์พลังแห่งคริสตัล 

สิ่งล้ำค่าที่ราชวงศ์ Lucis ในแต่ละรุ่นต้องคอยช่วยกันปกป้องดูแลมาอย่างยาวนาน






นั่นแหล่ะ จากเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้เล่ามานั้น เป็นรายละเอียดข้อมูลที่ผมจำเป็นต้องศึกษาเอาไว้ ในฐานะของผู้ที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวขององค์ราชันย์คนต่อไปในอนาคต

เพื่อท่านผู้ที่ผมได้ตัดสินใจเลือกแล้ว ว่าทั้งหมดชีวิตของผม 

จะใช้มันเพื่อท่านผู้นั้นเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรที่ยากลำบากสักแค่ไหน 

ผมคนนี้จะคงอยู่คอยช่วยเหลือดูแลปกป้องท่านผู้นั้น

จนถึงวาระสุดท้ายของผม 


....




อรุณรุ่งของวันใหม่ขึ้นมาเยือนแล้ว


          เมื่อคืน ผมได้อยู่พักค้างคืนที่นี่ ...ที่พักนอกวังของเลโอ เนื่องจากว่าผมต้องอยู่อธิบายรายละเอียดของเอกสารงานบริหารต่างๆให้กับเลโอได้เข้าใจ กว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาดึกมาอยู่พอสมควร เลโอจึงบอกให้ผมอยู่นอนค้างคืนกับเค้า "มันดึกแล้วอย่าขับรถจะดีกว่า ว่ามั้ยยอน ?" เค้าบอกผมอย่างนั้น

          ดังนั้น เมื่อคืนผมจึงต้องนอนค้างที่นี่กับเค้านั่นแหละครับ 


          ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมมื้อเช้าไว้ให้เลโอ ที่ตอนนี้น่าจะกำลังจัดการกับตัวเองอยู่ในห้องนอนนั่นแหล่ะ แต่เดี๋ยวสักพักก็คงจะออกมาแล้วล่ะ เพราะผมได้บอกกับเค้า ว่าเช้านี้ผมจะขับรถไปส่งเค้าที่โรงเรียนพร้อมกับผมด้วย


          ตึก ตึก นั่นไงล่ะ พอพูดถึงปุ๊ปก็เดินเฉือนๆออกนั่นแล้ว


          "มื้อเช้าเสร็จแล้วล่ะ" ผมหันไปบอกเลโอเมื่อได้นำแก้วน้ำไปวางไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว


          "อ่า" เลโอพยักหน้ารับทราบแล้วเดินเข้าไปนั่งที่ประจำของเค้าเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับผมนั่นแหล่ะ


          "วันนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้วใช่มั้ย?"


          "อืม"


          "รู้ว่านายรับภาระหลายอย่าง แต่ชั้นก็อยากให้นายทำมันให้จนสำเร็จผล"


          "ยอนเองก็คงยุ่งเหมือนกันสินะ"


          "เอ๋ ? อ่า...ช่วงนี้มีประชุมกับคณะผู้นำแทบทุกวันเลยน่ะ"


          "ถึงได้ไม่มาทุกวัน" เลโอพยักหน้าพูดอย่างเข้าใจ


          "หือ ฟังเหมือนอยากให้มาทุกวัน ?" ยอนเอียงหน้าถามตาซื่อ


          "ชั้นพูดอย่างนั้นเหรอ" เลโอตีมึนทำเป็นไม่รู้เรื่อง


          "โอเค ต่อไปจะพยายามมาหาบ่อยขึ้นแล้วกัน" ยอนพยักหน้าตกลง ด้วยรอยยิ้มบางๆ


          "ไม่เห็นจำเป็นอย่างซักหน่อย" เลโอบุยปากเหมือนไม่ต้องการ ทั้งที่ในใจกำลังยิ้ม


          "อยากให้ไปรับตอบเลิกเรียนด้วยมั้ย ?" ยอมถาม


          "ชั้นโตแล้วเถอะ ยอน" เลโอเหวี่ยงเสียงตอบทันที


          "โตแล้วแต่ยังกินผักไม่ได้เนี่ยนะ ?" ยอนพูดจี้จุด


          "เรื่องนั้นไม่เกี่ยวซักหน่อย" เลโอก็คงไม่ยอมรับข้อกล่าวหาของยอน


          "งั้นก็อย่าเขี่ยผักออกอย่านั้นสิ" ยอมแกล้งทำเสียงเข้ม


          "ไม่เอา ไม่ชอบ" เลโอเบะปากใส่ทันที


          "เฮ้อ..." เนี่ย ดูสิ โตแล้วอะไรกัน ? นิสัยก็ยังคงเป็นเด็กเลือกกินอยู่ชัดๆ  




ครึ่งชั่วโมงต่อมา


          ณ เขตโรงเรีนยมัธยมปลาย รถออดี้สีดำค่อยๆเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบข้างที่ริมฟุตบาทก่อนจะถึงหน้าประตูทางเข้าประมาณห้าสิบเมตร


          "แน่ใจนะ ว่าไม่อยากให้มารับหลังสอบเสร็จแล้ว?" ยอนเอ่ยถามขึ้นเมื่อจอดรถเทียบข้างฟุตบาทแล้ว

          "ทำเหมือนตัวเองว่างมากขนาดนั้นเลยนะ" เลโอพูด

          "ก็ไม่ได้ว่างหรอก แต่ถ้าเลโออยากให้มา ชั้นก็จะมา" ยอนเอ่ยบอกเสียงนุ่ม

          "ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกลับพร้อมวาร์โรเหมือนทุกวันเอง" เลโอบอก

          "อืม งั้นก็ตั้งใจทำข้อสอบนะ" ยอนเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ

          "อืม ไปนะ" เลโอหันไปยิ้มให้ยอนก่อน แล้วจึงเปิดประตูรถออกไป


          แกร๊ก เลโอก้าวลงมาจากรถ แล้วกำลังเตรียมท่าจะปิดประตูรถให้ยอน แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเค้าเสียก่อน


          "เฮ้ เลโอ!" วาร์โรวิ่งเข้ามากอดคอเลโอตามประสาเพื่อน ก่อนจะก้มลงไปโบกมือยิ้มอย่างสดใสทักทายคนที่นั่งอยู่ในรถด้วย "หวัดดี~ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ยอน"

          "อืม หวัดดี วาร์โร ก็ยังร่าเริงเหมือนเดิมเลยนะ" ยอนยกมือขึ้นทักทายวาร์โรกลับด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมรอยยิ้มสวย

          "คราวนี้องค์ชายเลโอก็หายน้อยใจแล้วสินะ" วาร์โรพูดล้อเสียงร่าเริงตามปกติ แต่ทั้งสองคนที่ได้ยินกลับต่างทำหน้างงใส่กัน

          "เลโอน้อยใจอะไรเหรอ?" ยอมถาม

          "ก็- อ่ะ !" วาร์โรกำลังจะพูดอะไรต่อไม่รู้ แต่เลโอใช้แขนดันเค้าออกห่างไปจากทางประตูรถเสียก่อน วาร์โรเลยไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นอีก

          "ไม่ต้องสนใจหรอก ยอนกลับไปทำงานเถอะ" เลโอส่งสายตาดุใส่วาร์โรก่อนจะหันหน้ากลับไปบอกยอน ที่ยังมีสีหน้าข้องใจในสิ่งที่วาร์โรพูดอยู่

          "งั้นเหรอ อืม งั้นก็ตั้งใจทำข้อสอบให้ได้ล่ะ ชั้นไปก่อนนะ แล้วเจอเลโอ วาร์โร" ยอนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะบอกลาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม 

          เลโอกับวาร์โรพยักหน้ารับทราบ แล้วจากนั้นเลโอก็จึงปิดประตูรถให้ ก่อนไปวาร์โรก็ยังก้มหน้าลงไปยกมือบ๋ายบายให้ยอนอีกรอบด้วย ยอนพยักรับแล้วจึงหันกับไปขับรถกลับไปที่พระราชวัง





ณ พระราชวัง


          "ยอน"


          "...ท่านพ่อ ?" ยอนทำหน้าแปลกใจที่เห็นว่าคนที่เรียกตัวเองเป็นใคร ก่อนจะโค้งเคารพท่านตามมารยาทที่ปฏิบัติเป็นประจำ "ผมนึกว่าท่านพ่อยังอยู่เกาหลีใต้เสียอีก"

          "อืม ก็พึ่งมาถึงเมื่อเช้านั่นแหละ ไม่ได้เจอเรานานเท่าไหร่แล้วนะ" ท่านพ่อแจจุงเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาเอ็นดูต่อลูกชายเพียงคนเดียวของท่าน

          "เกือบสามปีได้มั้งครับ ท่านพ่อสบายดีใช่ไหมครับ ?" ยอนตอบและเอ่ยถามต่อ

          "อืม ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก เราเองก็เป็นเช่นนั้นด้วยใช่ไหม?"

          "ครับท่านพ่อ ผมสบายดีครับ"

          "แล้วเลโอล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง ?"

          "ตอนนี้กำลังสอบปลายภาควันสุดท้ายแล้วครับ ต่อไปก็คงต้องเริ่มเข้ามาศึกษาดูงานต่างๆแทนฝ่าบาทแล้วครับ" ยอนบอก

          "อืม ก็ยังต้องมีอะไรอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ในฐานะของกษัตริย์แห่ง Lucis"

          "ครับ เออ ว่าแต่ทำไมท่านพ่อถึงได้กลับมาที่นี่ล่ะครับ ?" มีเรื่องอะไรสำคัญรึเปล่านะ ?

          "หือ เรื่องนี้เหรอ? ก็มีเรื่องที่ฝ่าบาทต้องปรึกษากับพ่ออยู่น่ะ"

          "นั่นคงจะเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ไม่น้อยเลยสินะครับ" ท่านพ่อถึงได้มาด้วยตัวเองแบบนี้

          "อืม ก็อะไรอย่างนั้นล่ะ อ่า จริงสิ เหมือนว่าฝ่าบาทเองก็อยากเจอยอนอยู่เหมือนกันนะ เข้าไปหาท่านซักหน่อยสิ"

          "อ่า อย่างนั้นเหรอครับ งั้นท่านพ่อผมขอตัวไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทก่อนนะครับ"

          "อืม พ่อจะกลับไปรอลูกอยู่ที่บ้านล่ะกัน"

          "ครับ"

          ยอนพูดคุยกับท่านพ่อเสร็จก็รีบเดินขึ้นไปหาองค์ราชันย์ที่ชั้นบนตามที่ท่านพ่อของเขาได้บอกทัน


เวลาต่อมา...


          "ฝ่าบาท ยอนมาแล้วครับ" Knight ฮงบินกระซิบบอกกับฝ่าบาทเอ็นที่ยืนหันหลังมองดูภาพบ้านเมืองของประชาชนของท่านที่อยู่นอกรั้วพระราชวังอยู่ ให้ทราบถึงผู้ที่เข้ามาใหม่

          "ผมได้ยินจากท่านพ่อ ว่าฝ่าบาทต้องการพบผม..." ยอนโค้งเคารพฝ่าบาทก่อนจะเอ่ยพูดอย่างนอบน้อม เมื่อฝ่าบาทได้หันหน้ากลับมาทางเขาแล้ว

          "อืม ได้เจอกับท่านพ่อของเธอแล้วสินะ" ฝ่าบาทเอ่ยพูดขึ้นอย่างนั้น แล้วจึงเดินนำทั้งสองคน(ฮงบินกับยอน)ไปนั่งคุยกันที่มุมโซฟา 


          "มันเป็นหน้าที่ของผู้สืบสายเลือดแห่ง Lucis   ดังนั้น ถึงแม้มันดูเหมือนอาจจะเร็วไป แต่ว่ามันก็ไม่อาจจะเลี่ยงได้เลยเช่นกัน" ฝ่าบาทเริ่มพูดถึงสิ่งที่กำลังจะมาถึง "การเดินทางของเลโอ จะเกิดอีกในไม่ช้านี้แล้ว เราจึงอยากจะขอร้องให้ยอนนั้น เริ่มเตรียมตัวเอาไว้ ส่วนกำหนดการเดินทางนั้น เราจะบอกเธออีกครั้งในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ฝากเธอไปบอกเลโอให้เราด้วย"

          "โปรดวางใจได้ฝ่าบาท ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผมก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ประมุขน้อยเลโอ ได้บรรลุหน้าที่ของเค้าเสมอครับ" ยอนบอกกับฝ่าบาทด้วยความหนักแน่น

          "แน่นอน ยอนไม่เคยทำให้เราต้องกังวลอะไร ในหน้าที่ของเธอเลยสักครั้ง  เราไว้วางใจเธอ และภูมิใจในตัวเธอเสมอ ยอน" ฝ่าบาทพูดด้วยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจ

          "ขอบพระทัยฝ่าบาทยิ่งนัก" ยอมรีบโค้งขอบคุณทันที เมื่อได้รับคำชม

          "อืม คราวนี้ เราจะบอกเธอถึงเรื่องที่เรามอบหมายให้เธอแล้วนะ"

          "ครับ ฝ่าบาท"

 





ตกดึกที่คฤหาสน์นายพลคิมแจจุง


          "การเดินทางอย่างงั้นเหรอ ?" ยอนออกมายืนรับลมอยู่ที่ระเบียงนอกห้องนอนของเขา ด้วยสีหน้าครุ่นคิดและกังวลใจกับเรื่องที่ได้พูดคุยกับฝ่าบาทเกี่ยวกับการเดินทาง


          การเดินสำหรับคนทั่วไป มันอาจจะดูง่ายและคงไม่ต้องเป็นกังวลอะไรมากก็จริง แต่สำหรับเขา ยอน อินลูสตริส คนนี้ คนที่ในตลอดชีวิต 20 ปีของเขาที่ยังไม่เคยได้เดินทางออกไปไหนนอกเขตอาณาจักร Lucis เลยเช่นนี้ เขาก็ย่อมมีความรู้สึกวิตกกังวลอยู่เป็นธรรมดา


          "หน้าที่ของเรา...คือพาเลโอออกไปแต่งงานกับเจ้าหญิง..." ยอนเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่มากความรู้สึก...ความรู้สึกที่เค้าต้องเก็บซ่อนเอาไว้แค่ในใจของเค้า 

          นัยน์ตาสวยคู่นั้นที่กำลังทอดมองขึ้นไปบนหมู่ดาวแห่งท้องนภาในยามราตรี 

          ทันทีเมื่อเขาได้นึกถึงไปใบหน้าของใครอีกคน คนหนึ่งคนนั้น คนที่เขาได้เคยจับมือ และเดินอยู่เคียงข้างกันมาตลอด 8 ปี พอเมื่อรู้ว่าอีกคนที่ตัวเองได้ยกขึ้นเป็นคนสำคัญ กำลังจะมีคู่ครองในอีกไม่ช้า...สีหน้าและแววตาของยอน อินลูสตริส ก็เริ่มหม่นหมองและดูเศร้าซึมลงทันที


          "คงใกล้จะถึงเวลาที่ชั้นกับนายต้องห่างไกลกันแล้วสินะ เลโอ"





ความดราม่า...กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสินะ






To be continued...


*เครดิตภาพประกอบและพล็อตเรื่องจาก FFXV

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น