THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 37 : The Freak Out ll ep.3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ส.ค. 61

THE FREAK OUT ll
회 3



2 เดือนต่อมา

ณ พระราชวัง Lucis 

          หลังจากที่เมื่อวานทาง Niflheim ได้ส่งนายกมาเป็นราชทูตเสนอข้อต่อรอง เกี่ยวกับสัญญาสงบศึกระหว่างสองอาณาจักร์กับองค์ราชันย์เอ็นที่ห้องบัลลังก์
          ในวันนี้ทางราชวงศ์ Lucis จึงได้ทำการเปิดประชุมหาลือกันในคณะผู้นำเกี่ยวกับข้อเสนอสัญญาสงบศึกที่ Niflheim ได้เสนอมา

          
          "Lucis กำลังจะแพ้สงครามขอรับฝ่าบาท   Lucis คงพึ่งพาแค่กองกำลังพิเศษของพระองค์เพียงอย่างเดียวไม่ได้  สัญญาสงบอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้" ผู้นำท่านหนึ่งกล่าว

          "ท่านลืมไปแล้วหรือว่ามีกำแพงใหม่  ไม่จำเป็นต้องทำสัญญา ตราบใดที่กำแพงยังอยู่ แล้วถ้าเกิดอะไรเลวร้ายขึ้น เราก็ยังมีกำแพงอันเก่าอยู่" ผู้นำอีกท่านโต้แย้ง

          "ก็ใช่ แต่สัญญาสงบศึก เป็นการยุติการทำการสู้รบอย่างสิ้นเชิง  ถ้าเราสามารถจะปราณีประนอม" ผู้นำอีกท่านกล่าว

          "การปราณีประนอมเป็นเรื่องโง่ เพราะไม่รู้ว่า Niflheim มีอะไรแอบแฝงอยู่  อย่าหลอกตัวเองไปเลย กำแพงของพวกเรายากที่จะเข้ามาได้" Knight ฮงบิน พูดอย่างชัดเจน

          "ตอนนี้เรามีทางเลือกน้อยมาก กำแพงใหม่ดูดพลังมาจากราชบัลลังก์ เราคงประคับประครองมันไปได้อีกไม่กี่ปี ...ถ้าอาณาจักรต้องใช้มัน  
          แต่นายยกอาร์ดินพูดถูก...อยู่อย่างหนึ่ง 
          ร่างกายเราที่เริ่มเสื่อมถอยลงแล้ว กำแพงก็เก่า เราบัญชากำแพงเก่าด้วยมือที่ไร้เรี่ยวแรงไม่ได้ 
          อีกอย่างเราไม่ได้แข็งแกร่งพอจะพลิกสถานการณ์ให้พวกเราเหนือกว่าได้" องค์ราชันย์เอ็นกล่าวโดยความจริง อย่างไม่ปิดบัง

          "งั้นพระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยเถอะขอรับ  เราต้องปกป้องอะไร ?" Knight ฮงบินเอ่ยถามแทนทุกคน และคำตอบที่ได้รับจากองค์ราชันย์ของพวกเค้าก็คือ....




[รายงายข่าว]

เกิดเรื่องที่น่าตื่นเต้นขึ้นที่ในเมืองหลวง
เมื่อทางรัฐบาล...ได้ประกาศว่า 
'พร้อมรับเสียงวิจาณเรื่องข้อตกลงสันติภาพจากนายกอินซูเนียแห่ง Niflheim'
การทำสัญญาสงบศึก จะทำให้สิทธิ์ในการปกครองดินแดนลูเซียนเป็นของจักรวรรดิ เหลือเพียงเมืองอินซอมเนีย ที่ยังคงเป็นของ Lucis
ในทางกลับกัน Niflheim  ยืนยันว่าเมืองอินซอมเนียและผลเมืองจะอยู่อย่างปลอดภัย ตลอดจนยุติความเป็นศัตรูที่นำมาซึ่งสงครามที่ยาวมานามและขมขืน....









อตีดอาณาเขตของ Tenebrae 

          ณ ตำหนักใหญ่ที่พักของเจ้าหญิงวีเด้นส์ เทพธิดาแห่ง Tenebrae 


          "ท่านหญิงวีเด้นส์ ดิชั้นเปิดประตูหลังทิ้งไว้" นางรับใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเจ้าหญิงวีเด้นส์เดินถือกระเป๋าลงบันไดมา

          "ขอบใจ" เจ้าหญิงวีเด้นส์หันไปกล่าวขอบคุณเธอคนนั้นด้วยรอยยิ้ม

          "ต้องไปเหรอเจ้าคะ"  นางรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่คอยดูแลราชวงศ์ Fleuret มาตั้งแต่สมัยรุ่นพระมารดาของเจ้าหญิง เดินเข้ามาหาและเอ่ยถามเจ้าหญิงของเธออย่างเป็นห่วง

          "ใช่ ..." ในขณะที่เจ้าหญิงหยุดยืนบอกถึงสิ่งที่เธอตัดสินใจแล้ว กับนางผู้รับใช้อยู่นั้นก็มีเสียงเคาะที่ประตูหน้าดังขึ้นมาติดๆกันด้วย

ตึงๆๆ

          "งั้นรีบไปเถอะเจ้าค่ะ"

          "อืม"

          เจ้าหญิงพยักหน้าให้กับนางผู้รับใช้ราชวงศ์อย่างจงรักษ์ภักดีมาโดยตลอดก่อน แล้วจึงหันกลับไปที่ทางประตู 

          ปึง ! 

          คงไม่ทันเสียแล้ว

          ทหารของจักรวรรดิหลายนายถือปืนเตรียมพร้อมเข้ามาล้อมกันดักทางของเจ้าหญิงเอาไว้เต็มไปหมด

          "ข้าเคยอนุญาตให้เจ้าออกจากที่พักด้วยเหรอ วีเด้นส์" เสียงทุ่มเข้มดังขึ้นจากร่างสูงที่กำลังเดินแหวกเข้ามาจากทางด้านหลังของเหล่าทหาร

          "รีวุส ?"

          เจ้าหญิงมองหน้าร่างสูงของผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ  จากนั้นเจ้าหญิงก็โดนพี่ชายจับตัวกลับขึ้นมายังห้องพักของเธออีกครั้ง

แกร๊ก...

          "ห้ามออกจากห้องนี้ จนกว่าจะเดินทางไป Lucis มันดีต่อตัวเจ้า" รีวุสบอกกับน้องสาว

          "ดีต่อข้า... เกิดอะไรขึ้นจริงๆกันแน่  ทำไมจักรวรรดิต้องให้ข้าแต่งงานกันเลโอด้วย ?" เจ้าหญิงถามอย่างไม่เข้าใจ ในเรื่องการแต่งงานของเธอและเจ้าชายแห่งราชวงศ์ Lucis

          "เกี่ยวกับสันติ  มันเป็นการผูกไมตรี" รีวุสบอก

          "คิดว่าข้าจะเชื่อเหรอ ?" เจ้าหญิงมองหน้าพี่ชายอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น

          "จะเชื่อหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับข้า สิ่งที่เกี่ยวกับข้าคือการที่เจ้าแอบไปหาคนที่ฆ่าท่านแม่ แล้วบอกเรื่องที่เจ้าเห็น" รีวุสพูดเสียงจริงจัง

          "คิดผิดที่เกลียดองค์ราชันย์เอ็น   ....Niflheim ฆ่าท่านแม่ไม่ใช่เค้า ...มันฆ่าท่านแม่ แล้วใช้ท่านพี่เป็นสุนัขรับใช้" เจ้าหญิงพูดเพื่อเตือนสติให้พี่ชาย ในขณะที่พี่ชายกำลังหันหลังเดินกลับออกไปทางประตู

          รีวุสเปิดประตูออกไป แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูไปนั้น รีวุสก็ได้หันกลับมาหยุดมองที่น้องสาวของตัวเองก่อนครู่หนึ่ง โดยไร้คำพูด แล้วจึงได้ปิดประตูจากไป 
          ส่วนเจ้าหญิงผู้รู้อนาคต...ก็ได้แต่มองตามพี่ชายออกไปด้วยความรู้สึกมากมาย ที่ไม่สามารถจัดการทำอะไรๆได้เลย

          "ข้าต้องเฝ้าภาวนา....อยู่เช่นนี้ อีกนานแค่ไหนกัน ?"









หนึ่งสัปดาห์ต่อมา  อาณาจักร  Lucis 

ณ ห้องบัลลังก์องค์ราชันย์แห่งอาณาจักร์ Lucis

          "เรารับทราบกำหนดการเดินทางแล้ว จึงขออนุมัติให้ประมุขน้อยเลโอออกเดินทางได้" องค์ราชันย์เอ็นนั่งกล่าวกับบุรุษหนุ่มทั้งสี่คนอยู่บนบัลลังก์ของท่าน หลังจากได้รับฟังคำขออนุญาตในเรื่องการออกเดินทางไปทำภาระกิจต่างเมืองตามที่ได้มอบหมาย

           "ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาท" เลโอโค้งรับคำอนุมัติจากฝ่าบาทด้วยท้วงท่าที่สง่าสมกับเจ้าชาย

          "ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย ไปได้แล้ว" ฝ่าบาทรับสั่งเป็นครั้งสุดท้าย

          "ขอรับ" เลโอรับคำของฝ่าบาทเสร็จแล้ว ก็หันหลังเดินลงบันไดไปทันที โดยมีองครักษ์(เพื่อน)ที่ติดตามไปด้วยอีกสามคน ยอน ,คาร์ดิส และวาร์โร





ด้านหน้าพระราชวัง

          "อ่าาา เฮ้อ...ก็...เป็นถึงเจ้าชายของราชวงศ์หนิเนอะ" วาร์โรพ่นหายใจออกมายาวๆก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ยังคงมีความตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความประหม่า 
          เพราะการที่คนสามัญชนธรรมดาอย่างเค้าได้ขึ้นไปยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่เหนือใครเช่นนั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ และนั่นก็เป็นเรื่องที่ทำให้เค้ารู้สึกเกร็งอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

          "ถึงจะคาดไว้อยู่แล้ว..." ยอนเกริ่นขึ้น

          "...แต่พอถึงเวลาจริง ก็อดประหม่าไม่ได้ ใช่มั้ยล่ะ ?" คาร์ดิสพูดต่อจากประโยคของยอน

          "เฮ้ออ" เลโอถอนหายใจออกมายาวๆ


          "ประมุขน้อยเลโอ !" เสียงเรียกดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง


          เลโอและทุกคนต่างก็หยุดเดิน ก่อนจะพากันหันกลับไปที่ต้นเสียงนั้น

          "อะไรอีก?" เลโอหันกลับไปถาม ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปหาองค์ราชันย์ที่กำลังเดินลงมาหาเลโอพร้อม Knight ฮงบินด้วยเช่นกัน

          "กลัวว่าจะยังมีหลายอย่างที่ยังไม่ได้พูดกับลูกน่ะ เลโอ" ฮัคยอนเอื้อมออกไปจับมือของลูกชายที่เดินเข้ามาหาเอาไว้ แล้วจึงเดินจูงลูกชายมาหาเพื่อนๆของลูกชายใกล้ๆแล้วเอ่ยขึ้นว่า

          "พวกเขาเป็นเพื่อนคนสำคัญ อย่าไปก่อปัญหามากหล่ะ" ฮัคยอนพูดด้วยรอยยิ้มใจดีและแสนอ่อนโยน

          "ป่านนี้แล้วท่านแม่ยังจะ..." เลโอทำหน้ายุ่งทันที

          "ก็นั่นแหละ อย่างที่รู้กัน ถึงจะเป็นเจ้าลูกดื้อไม่ได้ความ ....แต่ยังไงก็ ขอฝากพวกเธอด้วยนะ" ฮัคยอนหันไปพูดกับเพื่อนๆของลูกชายทั้งสามคน ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นองครักษ์ผู้ติดตามของลูกชายในภาระกิจสำคัญนี้ 

          "โปรดวางพระทัยขอรับ ฝ่าบาท" ยอนกล่าวพร้อมทั้งโค้งรับคำของฮัคยอนอย่างนอบน้อมเช่นเคย

          "กระผมจะพาประมุขน้อยไปยังอัลทิสเซียให้อย่างปลอดภัยเองขอรับ" คาร์ดิสกล่าวเสียงหนักแน่น และจึงโค้งให้ฮัคยอนด้วยเช่นกัน

          "อ่า ผะ...ผมด้วยขอรับ ผมด้วย" วาร์โรที่ยังคงทำตัวไม่ค่อยถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์ราชันย์ ก็ได้แต่มองดูยอนและคาร์ดิสเป็นตัวอย่าง แล้วจึงพูดอย่างนั้นออกไปด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจจริง

          "น่าๆ ไปกันได้แล้ว ท่านอาแจจุงรออยู่ที่รถแล้วนะ" เลโอพูดขึ้น "ท่านน้าฮงบิน ผมฝากท่านแม่ด้วยนะครับ" เลโอหันไปบอกกับฮงบินที่ยืนส่งยิ้มให้อยู่ทางด้านหลัง พร้อมทั้งโบกมือลาท่านแม่กับท่านน้า เตรียมจะหมุนตัวเดินลงไปหาท่านอาแจจุงที่ยืนรออยู่ข้างล่างทันที

          "เดี๋ยวก่อนเลโอ" ฮัคยอนคว้าจับมือของลูกชายไว้อีกครั้ง

          "ครับท่านแม่ ?"  เลโอหันกลับมามองอีกครั้งอย่างข้องใจ

          "แม่รู้ แต่อย่างไรก็ต้องมีมารยาทกับว่าที่เจ้าสาวด้วยนะ" 

          "ขอรับท่านแม่" เลโอโค้งหัวก้มหน้ารับคำอย่างเคารพอ่อนน้อมต่อผู้เป็นมารดา ก่อนแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้มของเด็กดื้อว่า "ท่านแม่เองก็ด้วย อย่าไปเสียมารยาทกับแขกจาก Niflheim นะครับ"

          "หือ ? ห่วงเป็นด้วยเหรอ" ฮัคยอนยิ้มขำทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกชายบอก

          "เหมือนๆกันแหละครับท่านแม่" เลโอยังคงพูดด้วยรอยยิ้มของเด็กดื้อ

          "ฟังนะ ถ้าลูกล้มเลิกภาระกิจกลางคันแม่จะไม่อภัยให้เด็ดขาด" ฮัคยอนเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

          "ท่านแม่คิดว่าผมจะทำรึไง ?" เลโอตีหน้ายุ่งก่อนจะสบสายตาจริงจังกับฮัคยอน

          "อืม ลูกคงไม่อาจจะกลับบ้านได้ในเร็ววัน มีแค่เรื่องนี้ที่แม่อยากให้ลูกเตรียมใจไว้ซะ" ฮัคยอนบอกสิ่งสำคัญกับลูกชายสุดที่รัก และแย้มยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนที่มันแอบซ่อนด้วยความห่วงกังวลอันมากล้นให้กับลูกชาย

          "อ่า เรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นหน่ะ ท่านแม่วางใจเถอะครับ" เลโอยิ้มรับคำของฮัคยอนอย่างเข้าใจ และจะจดจำมันไว้อย่างดี

          "อย่างไรก็ระวังตัวด้วยนะ" ฮัคยอนบอกลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มและสายตาสุดห่วง "ในฐานะผู้สืบทอดราชวงศ์ Lucis และฐานะลูกของเอ็นผู้นี้ จงเดินทางออกไปด้วยความภาคภูมิ"

          ฮัคยอนดึงลูกชายที่เป็นยิ่งกว่าชีวิตเข้ามากอด  เพื่อส่งผ่านความรักความอบอุ่นและความห่วงใยให้กับลูกเพียงคนเดียวเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยให้ลูกชายและเหล่าเพื่อนผู้ติดตามขึ้นรถออกไปจากวัง 

          ฮัคยอนยืนส่งลูกชายด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันมากล้นของผู้เป็นแม่ที่มีต่อลูก

          และในวินาทีนั้นเอง ที่รถของลูกชายได้ออกพ้นไปจากรั้ววัง น้ำตาที่เค้าอดทนกักเก็บมันเอาไว้ ไม่ให้มันไหลรินออกมาต่อหน้าลูก ก็ได้เอ่อไหลรินออกมาจากตาสวยทั้งสองข้างในที่สุด


          "เลโอจะต้องทำมันสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับเอ็นฮยอง" ฮงบินเดินเข้าไปจับมือของฮัคยอนขึ้นมากุมเอาไว้อย่างให้กำลังใจ

          "ใช่ เค้าต้องทำมันได้" ฮัคยอนเช็ดน้ำตาแล้วหันมายิ้มให้กับฮงบิน

          "อีกเดี๋ยวซังฮยอกก็คงจะมาถึงแล้ว ผมว่าเรากลับขึ้นไปรอเค้าที่ข้างบนกันเถอะครับ"

          "อืม" ฮัคยอนพยักหน้าตกลง แล้วจากนั้นทั้งสองคนก็เดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนกันตามเดิม






นอกเมือง Lucis


               "ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ เจ้าหญิงวีเด้นส์หน่ะ" ยอนเอ่ยพูดขึ้นมา

               "อ่า อื้อ...10 ปีแล้วนี่" เลโอบอก

               "หือ...8 ขวบ ? ห่าาา นานเอาเรื่องเลยนะนั่น!" วาร์โรเอี่ยวหน้าหันไปพูดกับเลโอที่นั่งอยู่เบาะหลัง ในขณะที่มือก็ยังบังคับพวงมาลัยขับรถไปด้วย จนทำให้ยอนที่นั่งคู่อยู่เบาะข้างหน้าด้วยนั้น ต้องทำมือชี้ขึ้นเป็นสัญญาณบอกเตือนให้วาร์โรหันหน้ากลับมามองทางข้างหน้าและมีสมาธิในการขับรถต่อไป

               "ถ้าเธอไม่ผิดหวังนายก็ดีไป" คาร์ดิสที่นั่งอยู่เบาะหลังคู่กับเลโอพูดขึ้นเรียบๆ จนทำให้วาร์โรหัวเราะออกมา

               "อะไรเล่า เฮ้ย วาร์โรอย่าหัวเราะสิ" เลโอทำหน้าไม่พอใจใส่คาร์ดิสก่อน จะหันไปดุวาร์โรที่หัวเราะตัวเองเสียงดัง จนวาร์โรต้องรีบหยุดหัวเราะแล้วยืนตัวขึ้นตรงตั้งใจขับรถทันที

               "ตอนเจอกันทำหน้าตาจริงจังด้วยล่ะ"  คาร์ดิสชี้นิ้วบอกกับเลโอว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำเวลาเจอเจ้าหญิง เลโอพยักหน้าให้ก่อน แล้วจึงยื่นหน้าจริงจังเข้าไปให้คาร์ดิสดูว่าต้องแบบนี้ใช่มั้ย (เลโอ....ใคตรกวน...จังเลย) 

               "ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นนะว่านายโตมาดีพร้อม" ยอนบอกเสียงจริงจัง

               "เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วน่า" เลโอหันมาพูดกับยอน

               "หือ รู้อยู่แล้วจริงๆงั้นเหรอ ?" ยอนพูดด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจเชื่อที่เลโอบอกเท่าไหร่นัก ก่อนจะขยับตัวหันหน้าไปพูดกับเลโออย่างจริงจังว่า  "เลโอ ที่นายออกมาเนี่ยเพื่อแต่งงานนะ"

              เลโอยืนหน้าไปบอกเสียงรากยาวกับยอนใกล้ๆด้วยว่า "รู้อยู่แล้ว~~~" 

               "หึหึ ฮ่าๆๆๆๆ" อยู่ๆวาร์โรก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง 

               "มีอะไรน่าหัวเราะขนาดนั้นห่ะ วาร์โร ? เลิกหัวเราะได้แล้วน่า" เลโอหันไปบอกวาร์โรให้เลิกหัวเราะอีกครั้ง แต่วาร์โรก็ยังไม่หยุด จนกระทั้ง...


ปัง  ปัง  ปัง....


               "เอ๊ะ ?" วาร์โรหยุดหัวเราะทันทีเมื่อเกิดเสียงดังแปลกๆขึ้นกับรถของพวกเค้า

               "หื้อ?" คาร์ดิสที่กำลังหยิบหนังสือขึ้นมาจะอ่าน ก็ยังต้องหยุดเพราะเสียงนั้น ก่อนจะถามวาร์โรที่เป็นคนขับว่า "เป็นอะไร?"

               "ทำไม ? อย่าบอกนะ..." เลโอทำหน้าไม่อยากเชื่อขึ้นมาทันที

               "นี่มัน..." ยอนเองก็พูดขึ้นด้วยเสียงไม่โอเคเช่นกัน





30 นาทีต่อมา


               "เฮ่ย..." เลโอถอนใจอย่าสิ้นหวัง

               "หืม...ไม่ไหวแฮะ  คนข้างนอกเนี่ยมันแล้งน้ำใจซะจริง" คาร์ดิสบ่นขึ้น

               "เฮ้อ...เลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะ" ยอนเองก็พูดเสียงปลงตก

               "คงอย่างนั้น...เฮ่อ เอาหล่ะ มีแต่จะต้องเข็นต่อไปเท่านั้นแหละ" คาร์ดิสพูดขึ้นอย่างหมดทางเลือก

               "หาาา ? นี่ชั้นดันมันจนหมดแรงจะตายแล้วเนี่ย" วาร์โรบ่นงอแง

               "เฮ้ย ลุกเร็ว ! ...ได้เวลาทำงานแล้วเร็วๆ" คาร์ดิสเดินมาบอกเลโอกับวาร์โรที่พากันนั่งหมดแรงกันอยู่ที่ท้ายรถให้ลุกขึ้นทำงาน (เข็นรถ)

               "เฮ่ย...ว่าแต่  นี่ยังเรียกว่าพาหนะได้อยู่หรอเนี่ย ?" วาร์โรถามขึ้น

               "อืม พาหนะ~~" เลโอตอบวาร์โรเสียงยานคาง

               "เอาหล่ะ พร้อมนะ เตรียมตัว..." คาร์ดิสถามขึ้นเมื่อเลโอกับวาร์โรเดินขึ้นไปอยู่ด้านแล้ว

               "คร้าบๆ" เลโอกับวาร์โรตอบขึ้นพร้อมกัน

               "หนึ่ง  สอง  ไป!" สิ้นเสียงสัญญาณเตือนทั้งสามคนก็พร้อมกันออกแรงดันรถให้เคลื่อนออกไปข้างหน้าพร้อมกันทันที



               "ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย" เลโอพูดขึ้นขณะที่ดันรถไปข้างหน้าอยู่

               "ไม่จริงหรอกมั้ง ว่าไง ประมุขน้อยเลโอ ?" คาร์ดิสถามโดยที่ยังก้มหน้าก้มตาพูดดันรถไปด้วย

               "อย่าออกแรงเยอะเกินไปหล่ะ" ยอนที่นั่งคุมพวงมาลัยรถอยู่บนเบาะรถพูดขึ้น

               "ช่วยไม่ได้นี่น่า !" วาร์โรบอก

               "อะไรๆ ก็ซวยไปหมด" คาร์ดิสว่า

               "คาร์ดิส ช่วยหน่อยสิ" เลโอบอก

               "อะไร ?"

               "มาดันคนเดียวทีสิ" เลโอบอก

               "อย่าพูดบ้าๆ น่า!" คาร์ดิสดุ

               "แต่ถึงจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนนี่นา" วาร์โรพูดขึ้น

               "วาร์โร จะบอกให้เลิกบ่นสินะ" คาร์ดิสถาม

               "ถ้ามัวแต่พูดเดี๋ยวจะเหนื่อยเอานะ" ยอนบอก

               "ยอน~~ มาเปลี่ยนกันได้แล้ว" เลโอบอก

               "ตะกี๊ก็พึ่งเปลี่ยนกันเองนี่" คาร์ดิสว่า

               "เลโอ ต่อไปตาชั้นนะ !" วาร์โรย้ำ

               "ตามนั้นหละ" ยอนว่า

               "อ๊อกกก ปวดมือจัง" วาร์โรบ่น

               "เฮ้ย ห้ามเอามือออกนะ" คาร์ดิสพูดเสียงเข้ม

               "คร้าบๆๆ" วาร์โรตอบ

               "สัญญาณมือถือล่ะ ?" เลโอถามยอน

               "อืม ไม่มีสัญญาณเหมือนเดิม" ยอนตอบ

               "แต่มันไม่แปลกรึไง น่าจะใกล้ Hammerhead แล้วนี่?" วาร์โรถาม

               "อืม ตามที่ดูในแผนที่เมื่อตะกี๊ก็ตามนั้น" ยอนตอบ

               "เยี่ยม เราใกล้จะถึงแล้ว"  เลโอพูด

               "น่า อีกนิดเดียวหล่ะ" วาร์โรพูด

               "เฮอะ นั่นมันแผนที่โลกนะ" คาร์ดิสบอก เพราะที่พวกเค้าดูมันคือแผนที่โลกมันขนาดย่อส่วนไม่ใช่ขนาดจริงแบบนี้ มันเทียบกันไม่ได้หรอก



               "เฮ้อ~~ โลกนี่กว้างจังนะ" เลโอทำเสียงเหนื่อย

               "รู้ได้ด้วยนี่" ยอนว่า

               "รู้ด้วยวิธีนี้ก็ไม่ไหวนะ" วาร์โรบอก

               "เฮ้ย พวกนายสองคนน่ะ ยังออกแรงกันอยู่รึเปล่า ?" คาร์ดิสถาม

               "ออกแรงอยู่คร้าบ" วาร์โรตอบ

               "แน่นอน..." เลโอตอบ

               "น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ" ยอนบอก




สองชั่วโมงต่อมา...

ณ Hammerhead


               ตึก ตึก ตึก

               "ไง~ กำลังรออยู่เลย" สาวสวยประจำอู่ซ่อมรถเดินเข้าไปหาทั้งสามหนุ่มหล่อ(สุดซวย)จากเมืองกรุงที่ยืนพักกันอยู่คนละมุมรถด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันมองไปมองมา แล้วจึงถามขึ้นว่า "เออ..ไหนหล่ะประมุขน้อย ?"

               เลโอที่นั่งหลบมุมอยู่ที่ท้ายรถอีกด้านก็ค่อยๆลุกขึ้น เมื่อได้ยินเหมือนว่ามีใครถามหาตัวเอง

               "โอ๊ะ  ยินดีที่ได้พบ ประมุขน้อย" เธอเอ่ยทักทายเลโอพร้อมทั้งเดินอ้อมรถไปหาใกล้ๆ แล้วบอกว่า "เรื่องแต่งงานยินดีด้วยนะคะ"

               "เออ..เปล่า ยังไม่ได้แต่งซักหน่อย" เลโอตอบเสียงทื่อ

               "ก็แสดงความยินดีล่วงหน้าที่จะแต่งงานกับเจ้าหญิงวีเด้นส์ไงคะ" เธอบอก

               "ขอโทษที่มาช้า" ยอนบอกกับเธอ เมื่อเห็นว่าเลโอเริ่มทำตัวไม่ถูก

               "อ่า เค้ารอพวกนายจนเบื่อแล้วรู้ไหม" เธอบอกพร้อมทั้งเดินตรวจดูสภาพรถของพวกเค้าไปด้วย

               "แล้วเธอคือ ? " วาร์โรถาม

               "ชีโดนิ  เป็นหลานของ 'ซิตส์ โซเฟีย'  เป็นช่างอยู่ที่นี่" เธอแนะนำตัว

               "แล้วจะยืนคุยกันอีกนานไหม" เสียงเข้มๆของชายผู้มีอายุที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเค้าดังขึ้น "แม่ไม่ได้บอกหรอว่าให้ขับดีๆ รถคันนี้มันเป็นงานชิ้นเอกเลยนะ"

               คุณลุงเจ้าของอู่พูดพร้อมทั้งมองดูรอบๆรถไปด้วย

               "ประมุขน้อยเลโอสินะ" ซิตส์หันมาถามเลโอ

               "โอ๊ะ เอ่ะ เอ่อ...อืม" เลโอมีท่าทางเลิ่กลั่กประหม่าตกใจที่อยู่ๆก็ถูกถามอย่างนั้น

               "หึ หน้าตาแบบนั้น...ไร้ความน่าเกรงขามไม่เหมือนแม่เลยนี่นา" ซิตส์พูดขึ้นอย่างนั้นแล้วก็เดินดูรถต่อ

               "หา อะไรนะ?" เลโอทำเสียงไม่พอใจ

               "มีเรื่องที่คอยให้ไปจัดการอีกมากมายเลยสิ หึ จะทำหน้ามุ่ยได้กว่านี้อีกรึเปล่านะ" ซิตส์พูดบ่นออกไปอย่างนั้น แล้วก็เดินดูรถให้อีกทีก่อนจะบอกขึ้นว่า "เธอคงพาไปไหนไม่ได้หรอกวันนี้  เข็นเข้าไปข้างใน แล้วก็ไปหาอะไรเล่นรอซะ" 

               พูดจบแล้วลุงซิตส์ก็เดินกลับเข้าไปด้านใน โดยที่หนุ่มๆทั้งสี่คนและหลานสาวสุดสวยของเค้า ได้แต่พากันมองตามหลังผู้อาวุโสไปอย่างมึนๆงงๆ


               "เฮ้อ...ได้ยินแล้วใช่มั้ย ?  งั้นก็เข็นเธอเข้าไปไว้ข้างในกันเถอะ  ทางนี้เลย" ชิโดนิ หันมาบอกกับพวกเลโอที่ยังยืมมึนงงกันอยู่ให้ช่วยกันเข็นรถตามเธอเข้าไปข้างในอู่




ครู่ต่อมา...

               "เราคงต้องรออยู่ที่นี่สักพักกันหล่ะนะ" ยอนเดินออกมาบอกทุกคนที่รออยู่ข้างนอก

               "ค่าซ่อมเท่าไหร่เนี่ย" วาร์โรพูดขึ้นแล้วก็เดินออกไปดูรอบๆ

               "เฮ้อ งั้นก็ไปหาอะไรทำกันเถอะ" เลโอบอกก่อนจะเดินเข้าไปหาชิโดนิที่ยืนอยู่คุยกับคาร์ดิสอยู่ 

               "ประมุขน้อย พึ่งเคยออกมาแถวนี้ครั้งแรกสินะคะ" เธอพูดขึ้นก่อนจะหันไปหยิบของบางอย่างที่วางอยู่บนชั้นข้างๆนั้นออกมายื่นให้เลโอ "ชั้นจะให้แผนที่ไว้ เอาติดตัวไปด้วยละกัน"

               "อ่า ขอบใจ" เลโอรับแผนที่จากเธอมาเก็บไว้ แล้วเดินตามไปหาเพื่อนๆที่พากันเดินไปห้องพักแบบรถบ้านที่ตั้งอยู่ในเขตปั้มน้ำมัน


               วาร์โรเดินนำทุกคนไปที่พักที่เป็นแบบรถบ้านขนาดพอดีสำหรับพวกเค้าสี่คน  วาร์โรเดินขึ้นไปดูสภาพพื้นที่ด้านใน  เห็นเตาแก๊สไว้ทำครัวอยู่ด้วย ก็ดีใจรีบชะโงกหน้าออกไปเรียกยอนที่กำลังยืนคุยกับเลโออยู่ ให้รีบขึ้นมาดูครัวด้วยกัน

               "ยอน มาดูนี่สิ" วาร์โรกวักมือเรียก

               "อะไร?" ยอนหันไปตามเสียงเรียกของวาร์โร แล้วจึงรีบเดินไปหา พร้อมทั้งเลโอด้วย

               "เลโอๆ นายมานี่ก่อน" คาร์ดิสเรียกเลโอเอาไว้ก่อนที่เลโอจะได้ก้าวขึ้นบันไดไป

              เลโอทำหน้าเซ็งก่อนเพราะว่าตัวเองโดนขัดไม่ให้ตามยอนขึ้นไปข้างบน  แต่ก็ยอมหมุนตัวเดินกลับเข้าไปหาคาร์ดิสอยู่ดี "หา...อะไรเหรอ?" 





วันต่อมา...

               เลโอและเพื่อนทั้งสามคน หลังจากทานอาหารเช้าฝีมือยอนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็พากันเดินกลับมาที่อู่ของลุงซิตส์กันทันที เพราะได้รับโทรศัพท์จากชิโดนิตั้งแต่เช้าว่ารถซ่อมเสร็จแล้ว

               เลโอเดินมาถึงก็เห็นชิโดนิยืนรออยู่ที่ข้างรถของตัวเองพอดี

               "กำลังรอยู่เลย" เธอพูดขึ้นเมื่อเลโอเดินเข้ามาถึง "ดูสิ เธอสะอาดขึ้นใช่ไหม ?"

               "ว้าว แบบนี้คงทำเปื้อนไม่ได้แล้วสิ" คาร์ดิสบอก

               "ดีหล่ะ งั้นเรามาถ่ายรูปกับเรกาเลียกันเถอะ" วาร์โรพูดขึ้นแล้วหยิบกล้องที่เค้าพกติดตัวมาด้วย เอาไปให้ชิโดนิถ่ายรูปให้ "กดถ่ายตรงนี้นะครับ"

               "โอเค" 

               แล้วจากนั้นวาร์โร เลโอ ยอน และคาร์ดิส ก็พากันไปยืนโพสท่าอยู่กับรถเรกาเลียให้ชิโดนิถ่ายรูปให้ทันที  แช่ะๆ

               หลังจากถ่ายรูปให้เสร็จแล้วชิโดนิก็พูดขึ้นว่า  "ยังไงก็ขับระวังๆหล่ะ  อ๊ะ!  จริงสิมีอีกเรื่องหนึ่งหน่ะประมุขน้อย"
               
               "อะไร ?" เลโอถามกลับ

               "คือชั้นฝากไปส่งของให้หน่อยได้ไหม ?" เธอบอก

               "วุ่ยวายจังนะ" เลโอว่า

               "เฮ้ เลโอพูดอย่างนั้นกับชิโดนิได้ยังไง!?" วาร์โรพูดเอ็ดขึ้น

               "ที่จริงแล้ว ชั้นเอามันใส่ไว้ในรถแล้วหล่ะ" เธอบอก "ระหว่างทางไปท่าเรือกลาดิน จะมีโมเต็ลอยู่ ช่วยเอาของนั่นให้เจ้าของโมเต็ลหน่อยนะ ฝากด้วยล่ะ"

               "ทำตามใจชอบจังนะ" เลโอพูดอย่างจำยอม แล้วจากนั้นพวกเค้าทั้งสี่คนก็พากันขึ้นรถเตรียมตัวไปที่ท่าเรือกันทันที

               ปึก

               "เตรียมตัวพร้อมกันแล้วนะ ?" ยอนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเค้าได้ปิดประตูรถเข้ามาเป็นคนสุดท้าย

               "Yep."  เลโอตอบ

               "ไปกันเลยคร้าบ" วาร์โรตาม  

               จากนั้นยอนก็กดสตาร์ทเครื่องแล้วเริ่มขับรถออกไป พร้อมทั้งกดเปิดประทุนรถออกรับสายลมด้วย




               "Hammerhead เนี่ย...ดีจังเลยนะ" วาร์โรพูดขึ้น

               "ก็แบกตราของฝ่าบาทไว้บนแขนเสื้อเลยนี่นา" ยอนบอก

               "ถ้าจบทริปนี้แล้ว คงไม่ได้มาแล้วสินะ" วาร์โรพูดน้ำเสียงแอบเศร้าๆ

               "เอ๋?"  เลโอทำเสียงแปลกใจ

               "อยากมาก็มาได้หนิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับทริปอะไรซักหน่อย  ได้ยินมาเหมือนกัน ว่าชิโดนิเองก็ฝีมือดีไม่ใช่น้อย" คาร์ดิสพูดขึ้น

               "เอ๊ะ อยากเจอสาวนี่เอง" ยอนพูด

               "อ่าา งั้น ตอนนั้นจะให้ยืมเรกาเลียละกัน" เลโอบอก

               "โหววว  ..อ๊ะ เดี๋ยวสิ นั่นหน่ะไม่เอาดีกว่า อิแฮะๆๆ" วาร์โรหัวเราะแห้งก่อนแล้วจึงบอกเลโอว่า "ไว้กลับเมืองหลวงแล้ว ชั้นจะลองคิดเรื่องรถดู(หมายถึงจะซื้อรถใหมม่)"

               จากนั้นทุกคนก็ต่างคนต่างหันออกไปมองไปชมวิวทิวทัศน์รอบข้างทางนั้นแทนการสนทนา

               เลโอทำท่านึกอะไรขึ้นได้ แล้วจึงหันกลับเข้ามาในรถ แล้วจากนั้นเค้าก็ก้มลงไปหยิบเอาเครื่องดื่มกระป๋องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อที่ Hammerhead ขึ้นมาเปิด แล้วจึงยื่นมันไปให้ยอนที่ทำหน้าที่ขับรถให้ทุกคนอยู่

               "ยอม ดื่มนี่สิ" เลโอยื่นเครื่องดื่มไปให้ยอนใกล้ๆ

               "อืม ขอบใจ" ยอนรับเครื่องดื่มจากเลโอมาดื่มและยิ้มให้เลโอผ่านกระจกมองหลังบางๆอย่างขอบคุณที่เอาใจใส่เค้าในเรื่องเล็กแบบนี้


               ขับรถต่อมาได้สักพัก พวกเค้าก็มาถึงโมเต็ลที่ชิโดนิฝากให้เอาของมาส่งแล้ว

               ยอนเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ลานด้านหน้าโมเต็ล


               "โอ๊ะ ต้องไปซื้อโพชั่นไว้ด้วยสินะ" วาร์โรพูดขึ้นในขณะที่เค้าเปิดประตูลงจากรถ

               "โอ๊ะ เป็นการเป็นงานกว่าที่คิดแฮะ" เลโอว่า

               "ที่พูดนั่นหมายความว่าไง !?" วาร์โรทำเสียงโวยวายเลโอ

               เลโอไม่สนใจ เค้ารีบเดินเข้าไปหาเจ้าของโมเต็ลที่นั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์นั้นทันที

               "โอ้ ขอบใจนะ อุตส่าห์ช่วยเอาของมาส่งให้" ลุงเจ้าของโมเต็ลลุกขึ้นรับเมื่อเห็นเลโอเดินเข้าไปหา "เดี๋ยวชั้นจะไปเอาของลงมาเอง ทิ้งไว้ท้ายรถก่อนก็ได้"

               "อืม" เลโอพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินกลับมาหาเพื่อนๆ

               โฮ่ง โฮ่ง  ในระหว่างที่รอส่งของให้ชิโดนิเสร็จ จู่ๆก็มีสุนัขสีดำตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาหาพวกเลโอ

               "โอ๊ะ ? อัมบรา" เลโอพูดขึ้นแล้ว นั่งลงไปเอามือลูบที่หัวสุนัขที่เค้าคุ้นเคยตัวนั้นเล่นด้วยรอยยิ้มดีใจและเอ็นดู

               "เอาของมาส่งหรอ เหนื่อยหน่อยนะ" วาร์โรก้มหน้าลงไปพูดกับอัมบราด้วย

               "อ่า รู้ด้วยนะว่าพวกเราอยู่ที่นี่" คาร์ดิสมองเจ้าสุนัขตัวนั้นก่อนจะพูดขึ้น

               "ก็เป็นสุนัขที่ถูกเลี้ยงไว้ส่งของนี่นา" ยอนบอก

               "มาถูกตลอดได้ยังไงอ่ะ ?" วาร์โรก้มลงไปพูดกับอัมบราอย่างอดสงสัยข้อนี้ไม่ได้

               "อ่า แป๊ปนึงนะ" เลโอบอก หลังจากแกะเอาสมุดบันทึกที่ติดตัวอัมบราออกมาได้แล้ว




10 ปีก่อนที่อาณาจักร Tenebrae

               เลโอวัยแปดขวบกับเจ้าหญิงวีเด้นส์ เมื่อครั้งที่เลโอต้องไปอยู่รักษาตัวกับเทพธิดา(ท่านแม่ของเจ้าหญิง)เมื่อสมัยยังเป็นเด็ก 

               "อะไรน่ะ ดอกไม้ ?" เลโอถามขึ้น เมื่อได้เปิดดูข้างในของสมุดเล่มสวยที่รับมาจากเจ้าหญิง

               "เป็นดอกที่ใช้ทำมงกุฎเมื่อตอนนั้นไงเจ้าคะ" เจ้าหญิงบอก

               "อ้า จำได้สิ" เลโอตอบทันที "ดอกแห่งซีลล์"

               "ดังนั้น..." เจ้าหญิงเอ่ยขึ้น

               "อื้ม" เลโอพยักหน้าพร้อมรับฟัง

               "ตอนที่ท่านกลับไป ช่วยนำสมุดเล่มนี้กลับไปด้วยได้ไหมคะ ?" เจ้าหญิงถาม

               "อื้ม แน่นอน" เลโอตอบอย่างมั่นใจ

               "แล้วก็...ถ้าจะกรุณา...อยากให้ท่านเลโอเขียนอะไรไว้บ้างหน่ะเจ้าค่ะ"





กลับมาที่ปัจจุบัน

               หลังจากที่เลโอได้นึกย้อนไปเมื่อตอนที่ได้สมุดเล่มนี้มาแล้ว รอยยิ้มบางๆก็ประดับขึ้นบนใบหน้าของเลโอ
               เลโอเปิดสมุดไปที่หน้าที่มีข้อความจากเจ้าหญิงเขียนเอาไว้ว่า


               'ดิชั้น กำลังจะออกจาก Tenebrae แล้วเจ้าค่ะ'


               พอได้อ่านข้อความนั้นแล้ว เลโอก็ทำท่าคุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเค้าควรจะเขียนอะไรกลับไปให้เจ็าหญิงผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวของตัวเองดี 
               เลโอคิดมันอยู่สักพัก  พอตัดสินใจได้แล้วก็หยิบเอาปากกาออกมาเขียนสิ่งนั้นลงไปในสมุดเล่มนั้น แล้วจัดการเก็บมันใส่ไว้ที่ตัวของอัมบราตามเดิม

               "เรียบร้อยแล้ว กลับดีๆหล่ะ" เลโอบอกกับอัมบราก่อนจะลุกขึ้นยืน

               "ยังไงก็คงไม่ยอมบอกกันอยู่แล้วสินะ" วาร์โรพูดขึ้นเมื่อเห็นอัมบราวิ่งกลับไปแล้ว

               "รู้แล้วก็อย่าถาม" เลโอบอก

               "แล้วเมื่อกี๊เขียนอะไร?" วาร์โรก็ยังถาม

               "หืม" เลโอทำเสียงขึ้นจมูก

               "ไม่บอกสินะ" วาร์โรพูดอย่างนั้นแล้วก็หนุมตัวกลับเดินกลับไปขึ้นรถทันที

               แล้วทุกคนก็กลับไปขึ้นนั่งประจำที่ของตัวเองบนรถทันที


               "พร้อมที่จะไปต่อแล้ว" เลโอพูดขึ้น

               "พนันได้เลย" วาร์โรว่าตาม 

               "มาเถอะ" คาร์ดิสบอก

               เมื่อทุกคนเข้ามานั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว ยอนก็ออกรถไปยังที่หมายต่อไปของพวกเค้าทันที


-ข่าวต่อไป-
 
เป็นถ้อยแถลงของเจ้าหญิงวีเด้นส์  เกี่ยวกับสัญญาสงบศึกครับ

"การเดินทางเพื่อรวมพิธีลงนามสัญญาสงบศึกในครั้งนี้นั้น
ดิชั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
แล้วก็ อย่างที่ทุกท่านทราบกัน ดิชั้นได้ตอบรับการหมั้นหมายแล้ว
ในโอกาสที่มีความสุขนี้ ก็ยังมีหลายคนที่ยังรู้สึกวิตกกังวลอยู่
กลัวว่าดิชั้นจะไม่สามารถบรรลุหน้าที่ของดิชั้นในฐานะ Oracle
โปรดมั่นใจ การแต่งงานของดิชั้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการติดต่อของดิชั้น
ทุกท่านสามารถพบดิชั้นในหัวเมืองและชนบทของท่าน ตามเช่นเดิมที่ท่านเคย
และดิชั้นจะยังคงให้พรแก่ทุกคน"

เจ้าหญิงวีเด้นส์กำลังจะออกจาก Tenebrae เพื่อเข้าพิธีสมรส
ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการนี้
กิจของเทพธิดาจะถูกระงับไว้ชั่วคราวครับ





               "เอ๋ อยู่ในสนธิสัญญาหรอ ?"  วาร์โรหันมาถามเลโอเมื่อได้ฟังรายงานข่าว

               "อ่า แน่นอน พิธีการง่ายๆ" ยอนตอบให้

               "หนึ่งในนั้น 'สัญลักษณ์แห่งสันติสุข' คือข้อเสนอ" คาร์ดิสพูดเสริม

               "ดังนั้น จึงเป็นเหมือน..แต่งงานเพื่อความสะดวกสบายของบ้านเมืองงั้นเหรอ?" วาร์โรเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองเข้าใจ

               "เธอดูเหมือนยังคงต้องคล้อยไปตามโอกาส" ยอนกล่าว

               "และเลโอเองก็ไม่ได้คัดค้านมัน" คาร์ดิสเสริม

               "จิ! เฮ้อออ" เลโอถอนหายใจแรง

               "ห๊ะ ? ถอนหายใจทำไม?" วาร์โรหันไปถามเลโอ

               "ห๊าาา" เลโอฉวัดเฉวียน



ครู่ต่อมา...


               "ทะเล ! เห็นทะเลแล้ว !" วาร์โรร้องขึ้นเสียงดีใจ

               "หวา !  จริงด้วย" เลโอพูดตามเมื่อมองออกไปนอกรถแล้วเห็นวิวทะเลอยู่ตรงหน้า

               "ท่าเทียบเรือกลาดิน" ยอนบอก

               "น่าว่ายน้ำจังนะ" คาร์ดิสพูด

               "มีภูเขาใหญ่หลังมัน?   ...รูปร่างแปลกๆนะ" เลโอว่า

               "ไม่ มันเป็นเกาะต่างหาก" ยอนบอก

               "ไม่มีใครไปกลาดินเพื่อไปเกาะกันหรอก นี่มันเวลารีสอร์ทนะ มีเตียงนุ่มๆและมีคนนวดให้" วาร์โรพูดขึ้นเสียงตื่นเต้น

               "แล้วก็อาหารเลิศรส" ยอมเสริม  "ปลาที่นั่นคงจะอร่อยน่าดู"

               "อ่าาาา" เลโอรากเสียงยาว

               "ตั้งตารอไม่ไหวแล้ว" คาร์ดิสหันมาบอกกับเลโอด้วยรอยยิ้มสนุก


               ยอนเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดของท่าเรือ 

               "อาจต้องการของเติ่มสต๊อกและสิ่งต่างๆ" วาร์โรพูดขึ้นทันทีที่ลงจากรถ

               "ดี ! นายมีประโยชน์สำหรับการเปลี่ยนแปลง" เลโอพูดชมวาร์โร

               "นายหมายความว่าไง 'สำหรับการเปลี่ยนแปลง' หาเลโอ ?" วาร์โรพูดเสียงสูงใส่เลโอ

               แล้วจากนั้นทั้งสี่คนก็พากันเดินเข้าไปที่ท่าเรือ...




To be continued....



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น