THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 3 : 김원식

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

THE FREAK OUT !

3 Old flame



KING UNIVERSITY

     แกร๊ง- ง ปัง...

     "ไง กว่าจะมาได้นะเอ็นฮยอง...หืม? ไมสีหน้าถึงดูไม่ดีเลยวะฮยอง มีเรื่องอะไรมาอีกละ?" ฮงบินทักขึ้นเมื่อเอ็นเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาหรูตัวยาว ตัวเดียวกับที่ฮงบินนั้งอยู่ ภายในห้องพักส่วนตัวของพวกเขาในมหาลัย

     "อือ งั้นเหรอ...หึ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก" เอ็นเอ่ยตอบเสียงเรียบๆอย่างเฉยชา ไม่สนใจ ก่อนจะเอนหลังลงนอนบนโซฟาพร้อมกับสองขาเรียวที่ยกขึ้นมาพาดพักไว้บนตักของฮงบินอย่างเคยชิน

     "หื้อ? ไม่มีอะไร? แต่มาถึงนี่ปุ๊บก็นอนเลยแบบนี้อะนะ...ไม่มีไร หึ" ฮงบินพูดจบก็ได้แต่มองบน ให้กับความย้อนแย้งขัดกันในคำพูดกับการกระทำของฮยองคนสนิท

     "ก็เหนื่อยไง เลยจะนอน...ทำไม?" เอ็นหลับตาพูดกับฮงบินอย่างกวนๆ

     "ย๊า! ฮึ่ย...เฮ่ย นี่คงจะเหนื่อยมากเลยสินะ" ฮงบินอยากจะว่าต่ออยู่หรอก แต่เห็นฮยองคนสนิทของเขาผล่อยหลับไปแล้วแบบนี้ ก็เลยได้แต่บ่นทิ้งท้ายเบาๆ และปล่อยให้อีกคนได้พักตามที่ต้องการ

     
     เอ็นฮยองก็เป็นแบบนี้ตลอด เวลามีเรื่องอะไรก็ชอบเงียบเก็บมันไว้อยู่คนเดียว ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ หรืออะไรตาม ฮยองเขาไม่ค่อยพูดออกมาหรอก เขามักจะแก้ไข และจัดการมันอยู่เงียบๆคนเดียว
     
     ถึงแม้ผมจะรู้จักและสนิทกับเอ็นฮยองมาตั้งแต่เด็ก ก็ใช่ว่าจะรู้เรื่องของฮยองคนนี้ทุกอย่างหรอกนะ



     ...เอ็นฮยองน่ะความลับเยอะจะตาย



     เวลาเอ็นฮยองจะคิด จะทำอะไร ไม่มีใครรู้หรอกครับ เพราะฮยองเขาไม่ค่อยจะบอกอะไรใคร จะรู้ก็ต่อเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วนั้นแหละ เฮ่ย... เพราะอย่างนี้ผมถึงต้องค่อยติดตาม ไปไหนมาไหนด้วยตลอด 

          ก็ยอมรับครับ ว่าผมเป็นห่วงเอ็นฮยองมากจริงๆ เอ่อ.. มันก็ช่วยไม่ได้อะ ถ้าใครจะมองว่าผมตัวติดเอ็นตลอดเวลาเหลือเกินแบบนั้น จนบางทีก็มีคนเข้าใจผิดว่าผมกับเอ็นฮยองเป็นแฟนกันไปแล้วก็มีเยอะเถอะ

              แต่ก็แล้วไงครับ? อี ฮงบิน คนนี้ไม่เคยแคร์   

     แต่ถึงจะว่าอย่างนั้น ผมก็ชอบอยู่กับเอ็นฮยองมากกว่าไอ้คุณชายใหญ่ อี แจฮวาน ที่เป็นพี่ชายแท้ๆของผมอะ ไอ้คุณพี่บ้านั่นมันชอบทำตัวหลายมิติ 4D เกินอะ 
     คือจะบอกว่าเอ็นฮยองเข้าถึงยากก็จริงนะ แต่อี แจฮวาน มันเหนือกว่านั้นมากครับ คนบ้าอะไรมีหลายมิติเหลือเกิน (พูดแล้วก็ได้แต่สายหัวมองบน)
     
[Living room in King university]


ผ่านไปสองชั่วโมง...

          "...ฮยอง"

          " ......... "
          

          "เอ็นฮยอง"

          " ......... "

          "เอ็นฮยอง ย๊า! ...ตื่นได้แล้วเฮ้ยฮยอง" ฮงบินเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น พร้อมเขย่าตัวเอ็นเบาๆ[เหรอวะ?]

          "อื้ออ-อ ไรวะ?" เสียงนุ่มหวานพึมพำออกมาอย่างงังเงีย 

          "ตื่น! ตื่น! ...ตื่นได้แล้วจะสี่โมงเย็นแล้วฮยอง ยังจะนอนขี้เซาอยู่แบบนี้ ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาดูเวล่ำเวลาเลยรึไง ว่ามันเดินไปถึงไหนแล้วน่ะ โว่!" ฮงบินแรปบ่นใส่เสียงดัง จนคนที่นอนอยู่ต้องยกมือขึ้นมาปิดหูกันเสียงดังโวยวายนั่นทันที 

          "หาาาววว เอ่อ! ตื่นแล้วๆ ...เสียงดังชะมัด" เอ็นร้องบอกก่อนจะยันตัวลุกขึ้นมานั่งหลังพิงโซฟาพลางลูบหน้าลูบตาให้หายง่วง หายมึน หูจะแตกแล้วไอ้เสียงแปดหลอด อี ฮงบิน

          "เอ่อ นี่...ช่วงนี้ฮยองดูนอนเยอะ ขี้เซาขึ้นนะ" ฮงบินพูดพลางคล่อมตัวลงมาช่วยจัดทรงผมให้เอ็นด้วย 

          "หา? งั้นเหรอ...เอ่อ-ไม่รู้วะ แต่มันเหนื่อยๆ ไงก็เลยนอน" เอ็นทำหน้างงอยู่ในทีแรกก่อนจะเอ่ยตอบไปตามจริงอย่างไม่คิดอะไรมาก

          "เหนื่อย? เหนื่อยบ้าไรหนักหนาวะ [ช่วงนี้ฮยองไม่มีเทรนอะไรนี่? แล้วเหนื่อยอะไรกัน?] ผมเห็นฮยองเข้ามาในห้องนี้ ยังไม่ถึงห้านาที ฮยองก็ชิ่งหลับล่ะป่ะ" ฮงบินบ่นเสียงแง้วๆ จิกกัดไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

           เพราะช่วงนี้เขามักจะเห็นเอ็นฮยองเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ก็อย่างที่บอกนั้นแหละ ว่าช่วงนี้ทั้งเอ็นฮยองและเขาเอง ต่างก็ว่าง เพราะยังไม่มีตารางเทรนหรือต้องเข้าไปฝึกอะไร(?) ในช่วงนี้ มันเลยทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า อะไรต้องทำให้เอ็นฮยองบอกว่า เหนื่อย ?

          "เอ่อ-อะไรวะ แค่นี้ทำเป็นบ่นจริงนะแก เอ่อ...แล้วนี่มินซอกกับแพคฮยอนไม่มาเหรอหายไปไหน?" พอได้ยินเสียงแง้วๆของฮงบินแล้ว ความง่วงก็เริ่มจางหาย แล้วความสงสัยก็เข้ามาแทนที
          เมื่อรู้สึกว่าในห้องจะดูเงียบๆ โล่งๆ ผิดปกติ และเมื่อเขาได้กรวดสายตามองดูรอบๆห้องก็ไม่เห็นจะเจอเจ้าเด็กแสบแพคฮยอนกับมินซอกเพื่อนตัวเล็กน่ารักของเขาเลย

          "เหอะ! สองคนนั้นคงจะอยู่รอฮยองตื่นหรอกนะ งานเสร็จเขาก็ต้องกลับไปแล้วสิวะ ไม่มีใครใจดีนั่งรอฮยองตื่นได้เหมือนผมหรอก หึ ให้ตายสิ" ฮงบินพูดเสียงประชดใส่อีกคนอย่างอดไม่ได้ แหมก็ดูตัวเองสิ เล่นมาถึงห้องยังไม่ทันจะห้านาทีแรกเลย ก็หลับไปแล้วแบบนี้ คงจะทันได้เห็นคนอื่นเขาอยู่หรอก!

          "อา...บ่นอีกแล้ว เอ่อๆ ขอโทษก็ได้ครับคุณอี ฮงบิน คุณคนฮอต บ้านรวย มีพี่ชายโคตรหล่อแต่มากมิติชื่อ-..."

          "พอเลยพอ! ฮยองนี่มัน...ฮึ่ย! เอ่อ-ช่างเถอะ" ฮงบินไม่รู้จะบ่นอะไรดี ก็เลยตัดบทไปแบบนั้น

          "อะไรวะ? แค่นี้ก็หวงเหรอ แค่หยอกเล่นนิดเดียวเองป่ะ หึ" แต่เอ็นก็ยังคงแกล้งเขาต่อไม่เลิก

          "เอ่อ นี่สาบานเลยถ้าไม่ใช่ฮยองนะ ...รับรองเลยว่าผมจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด!" ฮงบินพูดจริงจังเสียงเข้ม

          "โวโว ไม่เอาน่าน้องฮงบินคนน่ารักของเอ็นฮยอง แกอย่ามาพูดตัดเยื่อใยกันแบบนี้สิวะ โอ๋ๆๆ" เอ็นยกมือสับคอขาวของฮงบินไปเบาๆด้วยความเอ็นดู แล้วจึงดึงตัวฮงบินให้ลงมานั่งบนตักของตัวเอง พลางกอดปลอบอย่างรักใคร่เอ็นดู จนฮงบินเกิดอาการหมั่นเขี้ยวรุนแรงทนไม่ได้จึงฝั่งเขี้ยวกัดเข้าไปที่ซอกคอยาวสวยของเอ็นแรงๆหนึ่งที จนเกิดรอยเลือดซิบ 

          "อะ-โอ๊ยย!" เอ็นร้องลั่น เพราะความเจ็บที่ต้นคอจากฟันคมของฮงบินที่เข้ามากัดคอเขา โดยไม่บอกไม่กล่าว 

          ทำให้เอ็นตกใจผลักฮงบินออกอย่างแรง ย้ำ! อย่างแรง จนร่างบางของฮงบินหงายเงิบกระเด็น ลอยวืบตกจากตักเอ็น ไปนั่งกองกับพื้นพรมหน้าเหยเก เพราะก้นกระแทกพื้นแรงอยู่ไม่น้อย

          "โอ๊ยยย เจ็บอะ" ผมไม่น่าเผลอไปกัดเอ็นฮยองเลย งื้อออ เจ็บ

          "หึ สมควรแล้ว ใครใช้ให้แกมากัดคอฉันไอ้เด็กบ้า" เอ็นชี้หน้าฮงบินพูดเสียงดุก่อนจะรีบลุกเดินไปดูกระจกตรงมุมห้องทันที

          "ย๊า! ไอ้เด็กบ้า! แกเป็นหมาเหรอไงห๊ะ!! ...อา ดูสิ เป็นรอยฟันแกเลยอะฮงบิน ชิส์! ให้ตายสิ" เอ็นโวยวายขึ้นอย่างหัวเสียอยู่หน้ากระจก

          "ฮ่าๆๆ เอ่อ- ช่างฮยองสิ ผมไม่ขอโทษด้วยอะ เพราะฮยองก็ทำผมเจ็บไม่น้อยเลยเหมือนกัน" ฮงบินลอยหน้าลอยตาพูดอย่างไม่แคร์ สายตาดุที่มองมาอย่างคาดโทษของเอ็นเลยสักนิด

          "เอ่อ! ช่างเถอะ ..นี่ก็เย็นละ กลับกันเถอะวะ" เอ็นบอกพลางเดินกลับมาเก็บเอาของตัวเองที่วางทิ้งไว้ ที่โต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาที่เขานอนพักอยู่ก่อนหน้า เสร็จแล้วก็เดินนำฮงบินออกจากห้องไป 

          "โอเค กลับกันเถอะ ...แล้วนี้ฮยองจะกลับบ้านใหญ่ หรือ TRAPALACE ?"

          "อ้อ...อินกุกมาวะ วันนี้คงต้องกลับบ้านใหญ่" 
.

.

.


          ในระหว่างทางเดินที่พวกเขาสองคน กำลังเดินไปคุยกันไป จนจะถึงลานจอดรถหน้าตึก ก็ได้เจอกับใครบางคนเข้าเสียก่อน




ใครบางคนที่ไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้

ใครบางคนที่ไม่ควรจะมาเจอกันอีก

ใครบางคนที่ไม่ควรจะมายืนส่งยิ้มหวานแบบนี้

ใครบางคน...นั่นก็คือ คิม วอนชิก




    

     
          เด็กหนุ่มรุ่นน้องต่างมหาลัยที่ฮักยอนบอกเลิกไปเมื่อสามเกือบสี่เดือนที่แล้ว หลังจากที่คบหาเป็นแฟนกันได้เกือบสามปี แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกลากันไป เพราะเหตุผลที่ยากจะเข้าใจได้ของเอ็น

          "สวัสดีครับเอ็นฮยอง ฮงบินด้วยนะหวัดดี" วอนชิกเอ่ยยิ้มทักทายเสียงใสอย่างน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

          "อือ หวัดดีวอนชิก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" ฮงบินทักทายกลับอย่างไม่ถือตัวกับวอนชิก ถึงแม้วอนชิกจะได้ไม่เป็นแฟนของเอ็นฮยองแล้วก็ตาม

          "ก็-อือ นายสบายดีใช่มั้ยฮงบิน? ...แล้วเอ็นฮยองละครับ? ฮยองไม่คิดจะพูดกับผมสักหน่อยเหรอ?" วอนชิกพูดด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มหวานอย่างเช่นเคย แต่เอ็นก็รู้สึกได้ว่าวอนชิกกำลังฝืนตัวเองอยู่

          เจ้าเด็กบ้าเอ้ย ทั้งที่...แววตาเศร้าเจ็บปวดอยู่ขนาดนั้น ยังจะแกล้งทำเป็นยิ้มหวานกลบเกลื่อนอยู่ได้ คิดว่าฉันจะมองไม่เห็นรึไง คิม วอนชิก

          "โดนซ้อมมารึไง...ถึงได้มาในสภาพแบบนี้" เอ็นพูดเสียงเรียบๆ แต่ในแววตาคู่สวยนั้น ก็ยังคงเผยความเป็นห่วงและกังวลออกมาให้วอนชิกได้เห็นและชื่นใจขึ้นอยู่ไม่น้อย ที่ยังได้รู้ว่าอย่างน้อยเอ็นก็ยังมีความรูสึกต่อเขาอยู่

          "เปล่าครับ แค่วันนี้ผมได้เลิกเร็วกว่าปกติ ผมเลยมาที่นี้ด้วยสภาพ...อย่างที่เห็น ฮ่าๆ" วอนชิกพูดจบก็ได้แต่หัวเราะเยาะให้กับสภาพที่ดูไม่ได้ตัวเองแห้งๆ อย่างอายๆ

          "อา อย่างนั้นเองเหรอ ...แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?" เอ็นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชากับวอนชิก เพื่อสร้างระยะห่างเอาไว้

          "คิดถึง ผมคิดถึงและอยากเจอเอ็นฮยอง...ผมเลยมาที่นี่"

          "หะ? พูดอะไรของนาย คิม วอนชิก นายก็รู้ว่าเรา-"

          "ครับ! เรื่องนั้น...ผมรู้ ผมเข้าใจดีว่าเราไม่ควร..เจอกันอีก"

          "ใช่ นายรู้...แล้วทำไม?"

          "เอ็นฮยองครับ" วอนชิกพูดเสียงเว้าวอน

          " ..... "

          "วันนี้ ที่ผมมาหาที่นี่.."

          " ..... " เมื่อเห็นว่าเอ็นเงียบลงเพื่อฟัง วอนชิกจึงรีบพูดต่อ

          "เพราะผมกำลังดีใจ เลยคิดถึงฮยอง ..ผมคิดถึงเอ็นฮยอง และแค่อยากจะบอกเรื่องที่ผมดีใจ ให้เอ็นฮยองได้รู้ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมมาหาเอ็นฮยองที่นี่ในวันนี้" วอนชิกบอก

          "เรื่องอะไร ...ที่ทำให้นายดีใจจนต้องอยากบอกให้ฉันรู้ขนาดนี้ล่ะ วอนชิก?" เอ็นถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น

          "นั่นสิ ท่าทางจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ เลยด้วยนะ ใช่ม่ะ?" ฮงบินเองที่ยืนเงียบอยู่นาน ก็ยังอยากรู้มันด้วยคน

          "ความฝันของผมครับ" วอนชิกเอ่ยขึ้นด้วยแววตาแห่งความดีใจ

          "ความฝัน?" เอ็นและฮงบินพูดมันขึ้นพร้อมกันเบาๆอย่างงงๆ

          "ครับ ความฝันของผมกำลังจะเป็นจริงแล้ว ผมผ่านการคัดเลือกจากทางบริษัทต้นสังกัดของผมแล้วนะครับ และก็คงจะได้เดบิวต์ในอีกไม่นานนี้"

          " ...... "

          "เพราะแบบนี้ ผมเลยอยากมาเจอหน้าเอ็นฮยองก่อน ...เพราะต่อไปหลังจากนี้ ผมคงไม่สามารถมาเจอเอ็นฮยองได้ง่ายๆ ตามใจตัวเองแล้วล่ะครับ"

          

          หมับ!


          "ยินดีด้วย ยินดีด้วยนะ วอนชิกอา..." เอ็นดึงตัววอนชิกเข้ามากอดไว้แน่น อย่างดีใจและยินดีมากจนไม่สามารถพูดอะไรได้มากมายกว่านั้นอีก 

          "ครับ ขอบคุณครับเอ็นฮยอง" ขอบคุณที่ยังยินดีกับเรื่องของผม แค่เอ็นฮยองยังไม่ลืมเรื่องของผม แค่นี้ผมก็รู้สึกดีใจแล้วครับ

          เพราะผมเองก็คงยังจดจำทุกเรื่องราวของเอ็นฮยองไม่เคยลืม และยังคงเฝ้ารอวันที่เราสองคนจะได้กลับไปเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ดั่งเช่นเคย...



          หลังจากที่รู้เรื่องน่ายินของวอนชิกแล้ว เอ็นกับฮงบินจึงตกลงกันว่าวันนี้พวกเขาทั้งสองคนจะพาวอนชิกไปเลี้ยงฉลองกันก่อน แล้วเอ็นจะค่อยกลับไปที่บ้านใหญ่ในช่วงค่ำๆ แทน

.

.

.

.

.





          Lamborghini aventador lp700-4 สีดำขับเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบอยู่ข้างทาง เยืองจากตึกสูงของหอพักแห่งหนึ่ง ที่มีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ และมีระบบความปลอดภัยค่อนข้างสูง ในย่านธุรกิจดังของกรุงโซล

                   โดยเจ้าของกระทิงดุคันนี้ก็คือ เอ็น หรือ ชา ฮักยอน นั่นแหละ ที่ทำหน้าที่ขับรถมาส่งอดีตคนรักเก่าอย่าง คิม วอนชิก ในช่วงเวลาหัวค่ำ ที่หลังจากเสร็จจากการเลี้ยงฉลองตามที่ตกลงกัน ในภัตตาคารหรูแห่งหนึ่งจากคำแนะนำของ อี ฮงบิน ที่ได้แยกตัวจากกันไปก่อนหน้านี้แล้วหลังการฉลองเสร็จ เพราะอย่างนั่นแหละ เอ็นเลยต้องขับรถมาส่ง วอนชิกที่หอพักเอง

                    " ..../.... " บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ทั้งที่รถก็ได้หยุดจอดนิ่งอยู่ข้างทางมาได้สักพักแล้ว แต่ทั้งเอ็นและวอนชิกต่างก็ยังไม่มีใครขยับตัวไปไหนหรือเอ่ยพูดอะไรกันออกมาเลย 

                    คงเพราะพวกเขาทั้งสองคนเอง ก็ยังอยากต้องการที่จะซึบซับเก็บเกี่ยวเวลานี้ เวลาที่พวกเขาทั้งสองคนได้มีอยู่ร่วมกันในตอนนี้ ให้นานที่สุด เพราะถ้าหากปล่อยมันไปแล้ว พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาแบบนี้เกิดขึ้นอีกมั้ย....

  


                    "ขอบคุณที่มาส่งและก็ที่พาผมไปเลี้ยงฉลองด้วยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งจริงๆครับ ...เอ็นฮยอง" สุดท้ายก็เป็นวอนชิกที่ต้องยอมตัดใจเอ่ยขึ้นมาในที่สุด ..เวลาของพวกเขากำลังจะหมดลงแล้วสินะ

                    "ไม่ต้องพูดขอบคุณมากมายขนาดนั้นหรอก ...ฮยองกับฮงบินต่างก็เต็มใจฉลองความยินดีให้กับนายเองต่างหาก เจ้าเด็กน้อย เลิกพูดขอบคุณกันได้แล้ว" เอ็นพูดพลางลูบหัวทุยของวอนชิกด้วยความเอ็นดู

                    "ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ เอ็นฮยอง...ผมดีใจและก็มีความสุขมากๆเลยนะครับ..ในวันนี้" วอนชิกยกมือขึ้นไปทาบทับบนหลังมืออุ่นนุ่มของเอ็นที่กำลังลูบหัวเขาอยู่ ก่อนจะค่อยๆดึงลงมาแนบซบอยู่ข้างแก้มใสของเขาอย่างห่วงแหน

                    "อือ ดีแล้วล่ะ แค่นายมีความสุขมันก็ดีมากๆแล้วล่ะ วอนชิกอา" เอ็นพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยน เหมือนเช่นตอนที่พวกเขาสองคนยังคบกันอยู่ 

                    แค่ได้รับความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกันอยู่ จากเอ็นฮยองแบบนี้อีกครั้ง วอนชิกก็สุขใจเกินจะเอ่ย แล้วถึงต้องยิ้มกว้างจนตาปิดแบบนี้


                    "เอ็นฮยองครับ"

                    "หือ?"

                    "จูบผมอีกครั้ง...ได้มั้ยครับ" ถึงจะพูดขอออกไปแบบนั้นก็จริง แต่คนที่โน้มตัวเข้าไปมอบจูบนั้นก่อนก็คือวอนชิกเองต่าง

                    รสจูบหวานจากวอนชิก...ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน รสหวานนี้ก็ยังคงเป็นรสชาติหวาน ที่ทำให้เอ็นติดใจ หลงใหล มัวเมาไปกับมันอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน 
                    เช่นเดียวกับตัววอนชิกเอง... ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คนที่ทำใหเขาหัวใจสั่นหวั่นไหว ได้ก็ยังคงเป็นเอ็นฮยองคนนี้ คนที่เป็นรักแรก เป็นแฟนคนแรกของเขาคนนี้คนเดียว
                    และมันก็ยังคงจะเป็นอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใคร ใครสักคนที่สามารถเข้ามาแทนที่ที่ตรงนี้ของเอ็นจากเขาได้เท่านั้น
                    แต่มันคงไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่เต็มหัวใจของ คิม วอนชิก คนนี้ มีเพียงแค่เอ็นฮยองคนนี้ คนที่เขากำลังจูบอยู่ในขณะนี้ได้แน่ๆ
                    เพราะความรู้สึกรักที่วอนชิกมีให้กับเขาคนนี้ เขาคนที่ขอเลิกกับวอนชิกเมื่อเกือบสี่เดือนที่แล้ว
 
                    เขาคนที่วอนชิกยังรัก ยังเฝ้ารอคิดถึงอยู่ทุกวันคืน

                    เขาคนนี้ที่แม้ว่าในตอนนี้ จะไม่ได้เป็นคนรักกันเหมือนเดิมแล้วก็ตาม

                    แต่เขาคนนี้ก็คือ หัวใจ อีกครึ่งหนึ่งของ คิม วอนชิก เหมือนเดิม

                    ได้โปรดอย่าพึงไปไกลจากผมมากไปกว่านี้เลย

                    ได้โปรดให้ผมได้กลับไปเดินอยู่เคียงข้างกับคุณอีกครั้ง





                     ....ได้โปรดรอ คิม วอนชิก คนนี้ด้วยนะครับ เอ็นฮยอง 

  
                    




"วอนชิก..."

"รัก ผมยังรักเอ็นฮยอง...อยู่นะครับ"








/ฮู้วววว ครบ 100% แล้วเนอะตอนนี้ เฮ่ย-ย...
/โอเค? มาตรวจและแก้ไขฟิคแล้ว











































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #7 thelittelheart (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:04
    เลโอเอ็นหรือนาวี่ดีค่ะ อะไรก็ดีไปหมด
    #7
    0
  2. #5 เด็กน้อยแสงดาว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 12:05
    พระเอกมาแล้ว!!!! #หลบเท้าพี่แทค
    #5
    1
    • #5-1 jielne(จากตอนที่ 3)
      10 มิถุนายน 2560 / 12:59
      ใช่มั้ยค่ะ เราว่าคนนี้ KING ค่ะ 55
      #5-1
  3. #4 Sejunny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 07:37
    ชอบมากเลยยยยย
    รออยู่จ้า
    #4
    1
    • #4-1 jielne(จากตอนที่ 3)
      10 มิถุนายน 2560 / 13:00
      ขอคุณค่ะ จะลงเพิ่มเรื่อยๆแน่นอนค่ะ
      #4-1