THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 15 : ให้มันเป็นเพียงแค่...ฝัน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

          회 15 ' 돌아와... 제발 '




"ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น"

"โปรดจำเอาไว้"

"หัวใจดวงนี้ ...เป็นของนาย จอง แทคอุน"


.

.

.




ตกดึกแบบนี้  คงเป็นเวลาเข้านอนของใครหลายๆคน   

แต่คงยังไม่ใช่สำหรับฮัคยอนและแทคอุนในตอนนี้

ที่เหมือนทั้งสองจะยังมีเรื่องที่ต้องคุยกันก่อน...

แล้วค่อยบอกราตรีสวัสดิ์กันในค่ำคืนนี้


               "นี่...แทคอุน"  

               ฮัคยอนเอ่ยขึ้นเมื่อแทคอุนทิ้งตัวนอนลงที่ข้างกาย  พร้อมทั้งยังขยับตัวเข้ามาซุกกอดเข้าที่เอวบางของฮัคยอนอย่างเคยชินเช่นเดิม

               ตอนนี้  ฮัคยอนยังคงนั่งเหยียดขาหลังพิงหัวเตียงอยู่  ยังคงไม่ได้ล้มตัวลงนอนแต่อย่างใด

               นัยน์ตากลมคู่สวยใต้แว่นกรอบหนาที่ได้ใส่ไว้เพื่อกรองแสงจากหน้าจอของไอแพดรุ่นล่าสุด  ที่ฮัคยอนกำลังไล่อ่านเนื้อหาและข้อมูลต่างๆ ไปตามนิ้วเรียวที่ทำหน้าที่ปัดเลื่อนหน้าจอตรงเนื้อหาของข้อมูลต่างๆ

               "ครับฮัคยอน  งื้อ..ดึกแล้วนะครับ ...ไม่นอนเหรอ  หืม? ...ฟอดด"  แทคอุนเงยหน้าขึ้นไปขานรับ  พร้อมทั้งยังเอ่ยถามฮัคยอนต่อด้วย   ก่อนจะหมุดหน้าลงไปซุกไซ้ สูดดมความหอมที่ของเนื้อกายนุ่มนิ่มตรงข้างเอวบางของฮัคยอนไปด้วย


                              "อะ!  ฮ่า  ฮ่าๆๆ  โอ๊ยย! ...เจ็บนะ  เล่นอะไรของนายเนี่ย แทคอุน"  
                              ไม่รู้เป็นมันเพราะความหมั่นเขี้ยวหรืออะไรกันแน่?   ถึงทำให้แทคอุนที่ซุกไซ้หน้ากับจมูกโด่งเรียวไปมาอยู่ดีๆ แล้วก็ดันเผลอฝังคมเขี้ยวผ่านเนื้อผ้าบางของเสื้อนอนของฮัคยอน  ลงไปขบกัดที่หน้าท้องแบนของฮัคยอนเข้าให้

                              "งือ..อ ขอโทษครับ  ฮัคยอน  ผม...ผมเผลอตัวไปหน่อย...เจ็บมากไหมครับ"  แทคอุนรีบถอยลุกออกมาดูสิ่งที่ตัวเองทำไปทันที

                         พอแทคอุนรั้นชายเสื้อนอนของฮัคยอน  ขึ้นมาดูตรงที่ตัวเองได้เผลอกัดไปนั้น  มันก็ได้ขึ้นเป็นรอยฟันแดงๆ ชัดเลย  

                         แทคอุนจึงค่อยๆก้มหน้าลงต่ำอย่างสำนึกผิดและขอโทษฮัคยอนอย่างเจ้าแมวหงอยทันที

                         "ดะ แดงเลย...ผมขอโทษนะครับ"  แทคอุนเอ่ยขอโทษเสียงหงอยๆ ซ้ำอีกครั้ง

                         "เฮ้-  เฮ่ย... ไม่ต้องทำหน้าหงอยขนาดนั้นหรอกน่า หืม..? มันไม่ได้เจ็บมากหรอก  ฉันแค่ตกใจน่ะ  มานี่มา..."  ฮัคยอนพูดปลอบเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น  พร้อมยังใจดีอ้าเรียวแขนทั้งสองข้างของตัวเองขึ้น   เพื่อจะให้เจ้าแมวหงอยแทคอุนของเค้าได้เข้ามารับเอากอดอุ่นๆจากเค้าด้วย 

                         "อา..ผมพยายามห้ามและควบคุมมันแล้วนะครับ   แต่ฮัคยอนก็รู้นี่ว่า...ผมน่ะ"

                         " .......? "   

                         "ผมหลงใหล...คลั่งไคล้...ฮัคยอน  และอีกอย่าง...กลิ่นหอมของฮัคยอนนี่น่ะ  มันทำให้ผมอดใจยาก...มากมายแค่ไหน รู้มั้ยครับฮัคยอนอา.."  แทคอุนกระซิบสารภาพสิ่งที่ตัวเองเป็นด้วยน้ำเสียงพร่าที่ข้างหูของฮัคยอน

                         ตอนนี้แทคอุนได้ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักของฮัคยอน  แล้วศรีษะกลมของแทคอุนนั้นก็ยังซุกซบหน้าพักพิงไว้ที่ซอกคอสวย  และเรียวแขนแกร่งทั้งสองข้างของแทคอุนก็ได้  สอดกอดไว้แน่นๆที่ใต้วงแขนในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของฮัคยอนด้วย



                         แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ....!?



                         เจ้าแมวดื้ออย่างแทคอุนคนนี้  มีหรือที่จะยอมเชื่อฟังอยู่อย่างเชื่องๆ ที่จะยอมซบกอดฮัคยอนอยู่เฉยๆได้อย่างนั้นน่ะ


                         หึ   ไม่มีทางหรอก!!!


                         ในเมื่อตัวเจ้าของแมวดื้อแทคอุนอย่างฮัคยอนมีกลิ่นหอม...เย้ายวนใจกันมากมายขนาดนี้   ...ใครมันจะไปอดทนได้ไหวกันละครับ  หึหึ




                         "อื้อ-อ   ไม่เอาน่า... หยุดก่อนแทค- ...แทคอุนอาาา"

                         ถ้าหากแทคอุนแค่จะซุกไซ้หน้าตัวเองไปมาอยู่แค่เท่านั้น?   มันก็คงไม่เป็นไรหรอก   และฮัคยอนก็คงจะไม่เอ่ยปากบอกห้ามแน่นอน

                         แต่ว่านะ...   หากว่ามือเรียวของแทคอุนจะอยู่นิ่งๆ ยอมอยู่เฉยๆ  ไม่ใช่...เริ่มเลื่อยเข้ามาในเสื้อนอน  เข้ามาลูบไล้วนไปมาที่เอวบางของฮัคยอนสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนขึ้นมาบีบนวดเค้นตรงหน้าอกเล็กแล้วหยอกล้อ เล่นกับติ่งไตเม็ดเล็ก   ที่มันเป็นจุดไวต่อสัมผัสของฮัคยอนแบบนี้!!! 

                         อย่างนี้แล้วมัน...คงต้องห้ามปามกันจริงจังแล้วล่ะ  เดี๋ยวหากยังยอมปล่อยไปเลยตามเลยอยู่...อย่างนี้

                         เรื่องที่อยากจะคุย  อยากจะถามกันก่อนนั้นก็คงต้องเป็นอันต้องพับเก็บไว้ก่อนเป็นแน่แท้  ...แบบนี้


                         "อื้ออ อา.. ก็แค่นิดเดียวเอง...นะครับ นะ งื้อ..อ ฮัคยอนอา"   ยังครับ...ยัง  แทคอุนก็ยังคงเป็นเจ้าแมวดื้อแทคอุน   ยิ่งรู้ว่าฮัคยอนแพ้ลูกอ้อนของตัวเอง   แทคอุนก็เลยยิ่งเอาใหญ่เลย  

                         เนี่ย...เลยชอบเข้ามาออดเข้ามาอ้อนกับฮัคยอนบ่อยๆ 

                         ตอนนี้ก็เช่นกัน  สายตาออดอ้อนที่ช่างเหมือนลูกแมวนี่ก็...มันกำลังปั่นป่วนความรู้สึก...ของฮัคยอนได้มากทีเดียวเลยล่ะ  หื้ม-ม

                         "แทคอุนอา...อย่า  อย่ามองฉันแบบนี้...นายก็รู้ว่าฉัน...แพ้สายตาแบบนี้ของนาย"

                         ฮัคยอนโน้มหน้าเข้าไปใกล้  พร้อมกับมือเรียวที่จับอยู่ที่ไหล่กว้างของแทคอุนอยู่นั้น  ค่อยๆ เปลี่ยนเลื่อนขึ้นไปจับสัมผัสลูบไล้ที่ข้างแก้มขาวของแทคอุนอย่าง...เริ่มตกเข้าไปร่วมเล่นในเกมส์...ที่แทคอุนเป็นคนชักนำเข้าเสียแล้วสิเนี่ย อา...

                         "หึ  ...ก็เพราะผมรู้ไงล่ะครับ"  แทคอุนกระตุกยิ้มพึงพอใจ  ก่อนจะแกล้งขยับใบหน้าเข้าไปพูดใกล้ชิดให้ริมฝีปากได้แตะ...สัมผัสโดนกันอย่างปลุกเล้า   ให้เลือดข้นในกายของพวกเค้าทั้งสองคนให้มันได้ซูบฉีดมากยิ่งขึ้นอีกเท่า...อื้ม-ม

                         "หึ  นายนี่มัน...ร้ายจริงๆนะ..."  ฮัคยอนเองก็ใช่ว่าจะเคยแพ้ทาง  ยอมให้แทคอุนได้เป็นคนที่เหนือกว่าตัวเองไปได้อย่างไร 

เมื่อเค้ายั่วมา...เราก็ต้องยั่วเค้ากลับสิ

จริงมั้ยล่ะ?
.
.
.

อา... แล้วเรื่องที่อยากจะคุยกันก่อนหน้านั้น...
มันก็คงเป็นอันต้องเลื่อนผ่อนกันไปก่อนจริงๆ เสียแล้วล่ะ...


CUT!





.

.

.





               ฝ่าบาทและซาช่าพึ่งได้เดินทางมาถึงกรุงโซล เกาหลีใต้ ในช่วงเวลาค่ำของเมื่อวานนี้

               หลังจากที่รับรายงานจากสายลับที่ประจำการอยู่ในเขตกรุงโซล  เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจของฮัคยอนจากทางโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

               ทั้งที่ตามกำหนดการเดิมแล้วนั้น   ฝ่าบาทและซาช่าควรจะได้มาถึงที่นี่กันตั้งแต่เช้าในวันถัดมาหลังจากที่ได้ทราบข่าวที่น่าตกใจของฮัคยอนในวันนั้นแล้ว

               แต่เนื่องจากมีงานที่เป็นเรื่องเร่งด่วนขององค์กรฯ  ฝ่าบาทที่ดำรงตำแหน่งที่สำคัญสูงสุดขององค์กรฯ  จึงจำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปเข้าร่วมในการประชุมขององค์กรพันธมิตรที่อิตาลีด้วยตัวเอง   แล้วกว่างานต่างๆ  จะเสร็จสิ้นไปได้อย่างไม่มีปัญหา  ให้ต้องมานั่งประชุมกันต่ออีก อย่างนั้นเวลาต่างๆมันก็เลยล่าช้ามาเป็นเกือบสัปดาห์เช่นนี้


               "อรุณสวัสดิ์ครับ ฝ่าบาท  ..จะรับมื้อเช้าเลยมั้ยครับ?"   พ่อบ้านหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีรูปลักษณ์และกิริยามารยาทที่ดูงดงาม  สมกับเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมเพื่อรับใช้ชนชั้นสูงโดยแท้จริง

               เป็นพ่อบ้านประจำตระกูลเท็นโนะ  ที่ทำหน้าค่อยดูแลรักษาคฤหาสน์เท็นโนะ  ประจำกรุงโซล เกาหลีใต้ แห่งนี้มาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น  

               พ่อบ้านหนุ่มเอ่ยถามบุคคลผู้เป็นายเหนือหัวของตน  เมื่อได้เห็นร่างสูงสง่าหุ่นเพียวบางนั้นของฝ่าบาทกำลังเดินลงบันไดมาจวบจนขั้นสุดท้ายแล้วอย่างสุภาพนอบน้อม

               "อา  อรุณสวัสดิ์ ซุนชอล"   ฝ่าบาทเอ่ยยิ้มทักทายกลับอย่างเป็นกันเอง  กับซุนชอลพ่อบ้านหนุ่ม   เนื่องจากทั้งสองคน  ฝ่าบาทและซุนชอลมีอายุห่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก  และทั้งสองคนก็ยังเคยเป็นเพื่อนเล่นมาด้วยกันในตอนสมัยยังเป็นเด็กๆ ด้วย   เลยทำให้ทั้งสองคนค่อนข้างจะสนิทกันอยู่ไม่น้อย

               "ผมเตรียมอาหารเช้าไว้สำหรับฝ่าบาทเรียบร้อยแล้วครับ   เชิญฝ่าบาททางนี้ได้เลยครับ"   ซุนชอลกล่าวจบประโยคแล้ว  จึงได้ผายมือตรงไปที่ทิศทางของห้องอาหารประจำคฤหาสน์





               ภายหลังจากที่ฝ่าบาทได้ทานอาหารสำหรับมื้อเช้าที่ซุนชอลจัดเตรียมไว้ให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
               ไม่นานนัก Knight หนุ่มผู้มีมาดสุขุมนามว่า ซาช่า  ก็ได้เข้ามารับฝ่าบาทออกไปข้างนอก
               เพื่อที่จะได้ไปจัดการธุระเรื่องสำคัญที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ฝ่าบาทร้อนใจ  จนจำเป็นต้องรีบเดินทางมาที่เกาหลีใต้ให้ได้อย่างเช่นนี้




TRAPALACE


               "ที่นี่ ....คือที่ที่ประมุขน้อยเอ็นของเราพักอยู่สินะ ซาช่า?" เสียงนุ่มลึกทรงอำนาจของฝ่าบาทเอ่ยขึ้น  เมื่อซาช่าได้หักเลี้ยวล้อรถคันหรูที่เค้าขับอยู่นั้น   เข้ามาจอดเทียบที่บริเวรทางจอดรถตรงทางเข้าหน้าตึก

               "ใช่ครับ   ท่านประมุขน้อยพักประจำอยู่ที่นี่ครับ"  ซาช่าเอ่ยตอบฝ่าบาท  หลังจากที่เค้าได้ทำการจอดรถเสร็จเรียบแล้ว

               ซาช่าเปิดประตูรถลงก่อน  เพื่อมาเปิดประตูรถออกให้ฝ่าบาทของเค้าได้ก้าวออกมาจากรถ  แล้วจากนั้นทั้งสองคนถึงได้พากันเดินเข้าไปในตึก  

                    เพื่อไปพบเจอกับบุคคลที่ทำให้พวกเค้าต้องมากันที่นี่...



택운 part.

ติ่ง ต๊อง-ง

               เสียงสัญญาณออดหน้าประตูห้องส่งเสียงดังเข้ามาในห้อง   ในขณะที่แทคอุนกำลังวุ่นวายกับการจัดกระเป๋าอยู่พอดี


                    "หืม?! ...ใครมา?"  แทคอุนว่างมือจากการจัดของใส่กระเป๋า  แล้วจึงลุกขึ้นเดินออกไปดูที่หน้าจออินเตอร์คอมที่เชื่อมต่อสัญญาณกับกล้องหน้าประตูห้องดูว่าใครมา

                    แล้วพอแทคอุนได้กดเปิดจอินเตอร์คอมดูภาพจากกล้องหน้าประตูทางเข้า  แล้วแทคอุนก็ต้องขมวดคิ้วสงสัยขึ้นทันที

                    เพราะบุคคลที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอในตอนนี้   คือชายหนุ่มสองคนที่มีรูปลักษณ์สง่างามราวกับเจ้าชายที่หลุดออกมาจากการ์ตูนเทพนิยายเลยทีเดียว

                    อะไรกันนะ?



                    พวกเค้าเป็นใครกัน....?



                    เอ๊ะ!?  รึว่าพวกเค้าจะเป็นแขกของฮัคยอนกันนะ?  



                    แต่ทว่า...ก่อนออกไปฮัคยอนก็ไม่ได้บอกไว้นี่  ว่าวันนี้จะมีใครมาหา...



                    แล้ว...พวกเค้าสองคนนั้นเป็นใครกันละเนี่ย?!!!



ติ่ง  ต๊อง-งง

                    อ่ะ!  พวกเค้ากดออดเรียกอีกแล้วอ่ะ  ทำยังไงดี?  ผมควรจะทำยังไงดี?  ...ลองถามพวกเค้าดูก่อนก็แล้วกัน...!


ติ๊ด-ด...


                    "สวัสดีครับ  มาหาใครครับ?"  ผมกดปุ่มสปิคเกอร์ถามออกไปอย่างนั้นเพื่อสอบถามดูเสียก่อน

                    [วัสดี... นั่นใช่ จอง แทคอุนรึเปล่า? ...ถ้าใช่ก็จงเปิดประตูให้เราด้วย!]

                    "ครับ?  อะ..อ้อ ชะ ใช่ครับ ...รอสักครู่นะครับ"


แกร๊ก...ก


                    "เออ.. เชิญเข้ามาด้านในก่อน...ครับ"   ผมเดินไปเปิดประตูให้บุคคลแปลกหน้าทั้งสองคนเข้ามาข้างในห้องอย่างมึนๆงงๆ

                    คือ...เพราะ...คงยัง...ยังคงรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่พวกเค้ารู้จักชื่อของผมด้วย?  แล้วมันยังเป็นชื่อจริงของผมเลยด้วยเนี่ยสิ

                    ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยรู้จักหรือแม้แต่ความทรงจำที่มันจะทำให้ผมรู้สึกนึกคุ้นกับพวกเค้าทั้งสองคนนี้เลยสักนิดเดียวจริงๆ

                    เพราะเช่นนั้นแล้ว  มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่ผมจะเคยรู้จักพวกเค้ามาก่อน

                    แต่มันก็แล้วยังไงล่ะครับ?!

                    เพราะยังไงแล้วนั้น...  ตอนนี้พวกเค้าทั้งสองคนก็ได้เข้ามานั่งกันอยู่ที่ห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว...

                    ขอไว้อาลัยในความโง่ที่ไม่ได้คิดจะระแวงคนแปลกหน้าเลยเช่นนี้  จอง แทคอุน ...เจ้าคนโง่เอ้ย!

                         "เออ  นี่น้ำดื่มครับ...เออ  คือผมไม่รู้ว่าพวกคุณต้องการดื่มอะไร..."    ผมเอาน้ำดื่มเย็นๆ มาวางรับแขก? ทั้งสองคนที่นั่งกันอยู่ในส่วนของห้องรับแขก  ด้วยท่าทางสุดจะประหม่าเสียจนชายหนุ่นผู้สง่างามที่มีสีหน้าเรียบนิ่งต้องเอ่ยทักขึ้นมา

                         "อืม   ขอบใจ...และเธอก็ทำตัวตามสบายเถอะ  ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้  อย่างไรเสียเราก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะได้คิดร้ายกับเธอเสียหน่อย  อย่าได้หวาดกังวลไปนักเลย หึหึ"   เค้าพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะยกยิ้มขำเล็กน้อยในตอนท้ายประโยค

                         "อา... เออ ครับ"   พอเห็นแบบนั้นผมก็เลยถอยออกไปนั่งลงที่โซฟาเล็กอีกตัว   พอเริ่มทำตัวไม่ถูกก็เลยได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยก้มหน้าก้มตาอย่างขลาดๆเขินๆ  แบบนี้ตลอดเลย ก็มักจะเป็นแบบนี้ประจำน่ะครับกับการต้องมาเจอกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักไม่คุ้นเคยกันเลยอย่างเช่นตอนนี้


                         อา... ให้ตายสิ


                         นอกจากฮัคยอนแล้ว  ก็มีผู้ชายหน้านิ่งคนนี้แหละครับ  ที่แค่ยกยิ้มให้ผมอย่างนั้นแล้ว  ผมก็จะรู้สึกเขิน รู้สึกอายอย่างเช่นนี้มันทุกทีเลย 


                    อา  ผมนี่มันแย่ชะมัดเลย ให้ตายสิ...!




                    "หึ  อา...เป็นอย่างที่คิดเลยว่ามั้ย? ซาช่า"

                    "ครับ ฝ่าบาท"

                    "คนของฮัคยอนคนนี้  ...น่ารักใช่เล่นเลยนะนี่ หึหึ"  ท้ายประโยคนั้นผู้ชายหน้านิ่งก็ได้เอื้อมมือสวยขึ้นมายีผมของผมเบาๆ คล้ายเอ็นดูอีกด้วย


                    โอ๊ยยยย ...ตายสิครับแบบนี้  ฮอล----------ล


                    "เอาล่ะ   เธอคงจะสงสัยพวกเราสองคนว่าเป็นใคร? อยู่ใช่มั้ยล่ะ?"

                    "เออ.. คะ ครับ"   อันนี้ผมน่ะก็สงสัยมันมาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะครับ 

                    "เราชื่อ เฮอร์เมส  มีฐานะเป็นบิดาของฮัคยอน"

                    "หา!? คะ ครับ?  ...อะไรนะ? บิดา?  บิดาที่หมายถึง...พ่อ  อย่างนั้นรึเปล่าครับ?"

                    "อืม  ใช่..อย่างนั้นแหละ"

                    "งะ งั้น!?  ...งั้นคุณก็คือคุณพ่อของฮัคยอน...เหรอครับ?"

โอ้ ออมม่า!!!  นี่มันไม่ใช่เรื่อง... นี่ไม่ได้กำลังพากันล้อผมเล่นอยู่ใช่มั้ยครับ?  บอกผมที!!!


                    "ก็ตามนั้นแหละ  อา  แล้วส่วนคนนี้ ซาช่า  เป็น..."

                    "คุณคงเป็นคุณแม่ของฮัคยอนสินะ   ผมจอง แทคอุน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ"  ผมรีบลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับให้ท่าน?ทั้งสองคนอย่างนอบน้อมทันทีเลยครับ   แม้ว่าจริงๆ  จะยังคงตกตะลึงอึ้งจนแทบช็อคอยู่แล้วกับสิ่งที่ผมได้เห็นและได้รับรู้อยู่ในตอนนี้...ก็เถอะครับ


                    "เอ๋?  ไม่ใช่นะครับ!  คุณเข้าใจผิดแล้ว   ผม ซาช่า เป็น Knight ประจำตัวของฝ่าบาทครับ  ไม่ใช่คุณแม่ของท่านประมุขน้อยเอ็นอย่างที่คุณแทคอุนคิดหรอกนะครับ"  คุณซาช่าเอ่ยบอกแก้ไขในความเข้าใจผิดของผมให้ใหม่ทันที

                    "ครับ?  อา..อย่างนั้นนี่เอง  ฮาๆ ...ขอโทษด้วยครับ"  พอได้รู้ความจริงที่ถูกต้องชัดเจนเช่นนี้แล้ว ผม จอง แทคอุนคนเด๋อคนนี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ  อย่างเขินอายเพราะความเด๋อด๋าของตัวเองอีกครั้ง


จอง แทคอุน คนเด๋อแห่งชาติจริงๆ วันนี้


                    เฮ่ย..ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ

                    ใครจะไปรู้ละครับ?   ก็ทั้งสองคนที่เค้ามาด้วยกันอย่างเช่นนี่...   มันก็ต้องมีการเข้าใจผิดกันบ้างไรบ้างละครับ เฮ่ย

                    แต่นั่น!  นั่นมันก็ยังคงน่าสนใจน้อยกว่า...ที่คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคุณพ่อของฮัคยอน  ที่ชื่อว่า เฮอร์เมส คนนี้ต่างหากล่ะ!

                    คือมันแบบว่า...คือคุณพ่อของฮันยอนคนนี้เค้า...ดูยังไงก็คงอายุไม่น่าเกินสามสิบปีแน่นอน   แบบ...คือหน้าตาของเค้ายังดูหนุ่มเกินกว่าจะสามารถมาเป็นพ่อของคนที่มีอายุยี่สิบต้นๆแบบฮัคยอนได้เลยสักนิด  ถ้าหากเค้าบอกว่าเป็นพี่ชายของฮัคยอนผมคงไม่แปลกใจมากมายขนาดนี้แน่ๆ  

                    แต่ทว่าแบบนี้....มควรจะเชื่อในสิ่งที่เค้าคนนี้บอกได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอครับ? 

                    หือ? รึว่าคุณพ่อจะมียาดีที่กินแล้วไม่แก่...อะไรรึเปล่าครับ?


                    "หือ?  แล้วนี่...ฮัคยอนไปไหนเสียล่ะ?   ถึงได้ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเช่นนี้น่ะ"  คุณพ่อเฮอร์เมสเอ่ยถามขึ้นเมื่อเค้าได้มองสำรวจไปมารอบๆห้องแล้วไม่พบเจอใครเลยนอกจากผม จอง แทคอุน คนนี้คนเดียว

                    "ออกไปเอาของกับแจฮวาน...  แล้วทำไมฝ่าบาทกับซาช่าถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้กันล่ะ?!"   อย่างแน่นอนเลยครับ  ว่าเสียงนุ่มหวานที่พูดประโยคเหล่านี้ขึ้นมานั้น  มันก็ไม่ใช่ของผม จอง แทคอุน คนนี้แน่นอนครับ

                    เพราะเจ้าของเสียงนุ่มหวานนี้คือ ฮัคยอน บุคคลที่อยู่ในบทสนทนาเมื่อครู่... ที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่า[แค่แทคอุนคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้] ฮัคยอนได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้ด้วยตั้งแต่เมื่อไหรกัน?


ฮู้วว-ว  มาอย่างเงียบมากเลยครับ...ฮัคยอน  ทำเอาผมตกใจเลยเนี่ย!






                    "ท่านประมุขน้อย สวัสดีครับ" ซาช่าลุกขึ้นโค้งคำนับฮัคยอนอย่างนอบน้อม

                    อา  พอได้มาเห็นอะไรเช่นนี้...ด้วยตาตัวเองแบบนี้ บรรยากาศในห้องมันก็เลยยิ่งดูกดดันเข้าไปใหญ่

                    อันที่จริงแล้ว   ผมก็พอจะรู้อยู่หรอกครับ  ว่าฮัคยอนไม่ใช่แค่ลูกคนรวยธรรมดา    แต่ผมก็ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของฮัคยอนเลยครับ  แล้วตัวฮัคยอนเองก็ไม่เคยกล่าวถึงครอบครัวของเค้าให้ผมฟังเลย...สักครั้ง



                    ผมเลยไม่รู้ว่าครอบครัวของฮัคยอนเค้ามีอำนาจแค่ไหน?





                    แต่แล้วในวันนี้    เพียงแค่ได้เห็นการกระทำที่ดูไม่ใช่แบบที่คนธรรมดาทั่วไปเค้าทำกันของคุณซาช่าผู้ที่ดูสุขุมน่าเคารพนับถือ  ก็ยังต้องลุกขึ้นมาโค้งคำนับให้ฮัคยอนเช่นนี้... 

                    ...แล้วไหนจะคำที่เรียกคุณพ่อเฮอร์เมสว่า ฝ่าบาท

                    เรียกฮัคยอนว่า ท่านประมุขน้อย

                    แค่เพียงเท่านี้  ผมก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดาอย่างชัดเจนแล้วละว่า...ครอบครัวของฮัคยอนและตัวตนที่แท้จริงของฮัคยอนที่ผมรู้จัก  คนที่ผมอยู่ด้วย นอนด้วยกันมาตลอดหลายเดือนคนนี้   เค้าไม่ใช่เพียงบุคคลธรรมดาที่แค่มีฐานะร่ำรวยเพียงอย่างเดียวแล้วละครับ...




                    ตอนนี้... ผมรู้สึกกำลังทำตัวไม่ถูกแล้วละครับ




                    "ทำหน้าทำตาแบบนี้... กำลังคิดเรื่องมากมายอะไรอยู่ละ หืม?"  เอ๊ะ!  นี่ผมมัวแต่คิดเรื่องมากมายอย่างที่ฮัคยอนพูดอยู่จริงๆสินะ   ถึงไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่า  ตอนนี้ฮัคยอนได้ลงมานั่งอยู่ข้างๆ  ตัวเองแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนกันแล้วก็ไม่รู้   มารู้สึกตัวอีกทีก็จนเมื่อฮัคยอนพาดเรียวแขนของเค้าเข้ามาโอบรวบไหล่ของผมไว้หลวมๆ  แล้วเอ่ยพูดเสียงนุ่มหวานกับผมขึ้นมานั้นแหละครับ   ผมถึงได้สะดุ้งรู้สึกตัว

                    "ครับ?  เออ... ก็.. ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ   แล้วนี่แจฮวานไม่ได้ขึ้นมาด้วยกันเหรอครับ?"

                    "อืม  ไม่ได้ขึ้นมา...กลับไปแล้ว  ...ว่าแต่นายไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ  ฝ่าบาทไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย?!"

                    "นี่!   ชา ฮัคยอน  เราดูเป็นพวกชอบรังแกคนอื่นเช่นนั้นรึไงกัน หืม?"

                    "เอ๋?  ก็เปล่าสักหน่อย... แค่เห็นแทคอุนดูกลัวๆ  เลยลองถามดูเฉยๆ"

                    "หึ  ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อนละกัน...  เอาล่ะ  ในเมื่อฮัคยอนมาแล้วเราก็จะได้เริ่มพูดเรื่องที่ทำให้เราต้องมาหาพวกเธอถึงที่นี่ในวันนี้เลยละกัน"  ฝ่าบาทกล่าวพูดเสียงเรียบนิ่งที่มันดูจริงจังในที

                    "เรื่อง?  มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอฝ่าบาท?"

                    "ก็จะเป็นเรื่องอะไรไปได้ละ ...ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ฮัคยอนกำลังตั้งท้องอยู่ในตอนนี้"



คลื่น...น  เปรี๊ยงงงงงงงงงง!!!



                    เหมือนราวกับดั่งมีสายฟ้าฟาดผ่าเปรี๊ยงลงมา  ณ  กลางห้องนี้เลยทีเดียว    เมื่อฝ่าบาทเอ่ยประโยคนั้นออกมา

                    แทคอุนนิ่งไปอยู่ครู่หนึ่ง  แต่พอเมื่อประมวลคำพูดประโยคนั้นของฝ่า
บาทได้เค้าก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจอึ้งค้างไปอีกรอบทันที   ซึ่งมันก็ช่างต่างจากฮัคยอนเหลือเกิน  ที่ทำเพียงแค่นั่งนิ่งเงียบไปสักพักแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างคนไม่มีทางเลือก

                    แต่นั้นมันก็เป็นเพราะว่าฮัคยอนได้คาดการณ์ในเรื่องนี้เอาไว้อยู่ก่อนแล้ว   เพียงแต่แค่ยังไม่ได้คิดว่าจะต้องมาพูดมาคุยอะไรกันในเรื่องนี้เร็วขนาดนี้เท่านั้นเอง



                    "ฮัคยอน  ...คุณกำลังตั้งท้องอยู่...จริงๆ อย่างนั้นเหรอครับ?"   แทคอุนเอ่ยถามฮัคยอนเสียงสั่น อย่างละคนไม่มีความมั่นใจใดๆเลยในตอนนี้

                    "อือ...ใช่  ฉันกำลังท้อง..."  ฮัคยอนเอ่ยตอบย้ำให้ความจริงกับแทคอุนโดยที่ไม่ยอมหันไปมองหน้าแทคอุนเลย

                    "ทำไม?  ทำไมไม่บอกผม?  ทำไมคุณถึงไม่บอกผมเรื่องนี้เลยละครับฮัคยอน?!"  น้ำเสียงน้อยใจที่มันสั้นเครือของแทคอุนพูดตัดพ้อฮัคยอนขึ้นมาเบาๆ   แต่ฮัคยอนก็ยังได้ยินสิ่งที่แทคอุนพูดออกมาดังก้องอยู่ในโสตประสาทได้อย่างชัดเจนทุกคำพูด 

                    "ขอโทษ"    ฮัคยอนไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรก่อนเพราะตัวเค้าเองตอนนี้ก็ยังคงตั้งตัวไม่ทัน  จึงได้แต่เอ่ยคำขอโทษแทคอุนออกมาเช่นนั้น   ทั้งที่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตานึกคิดอะไรมากมายอยู่คนเดียง  โดยไม่ทันคิดจะได้เงยหน้าขึ้นมาดูใบหน้าที่กำลังน้อยใจกับสายตาตัดพ้อที่เริ่มมีน้ำตาคลอจนมันจะไหลออกมาอยู่แล้วของแทคอุนเลยสักนิด  

                    "ขอโทษ? ...ขอโทษผมทำไมครับ อึก... ผมต่างหากที่ ฮึก.ก ที่ต้องเป็นคนขอโทษ...คุณ ..ฮัคยอน"  แล้วในที่สุด  แทคอุนก็เริ่มสะอื้นไห้น้ำตาไหลพรากอย่างไม่สามารถอดทนอดกลั้นมันเอาไว้ได้อีกต่อไป



                    ทำไมช่วงนี้?  ผมถึงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ อ่อนไหว หวั่นไหวไปกับอะไรได้ง่ายดายไปเสียหมดเลยแบบนี้นะ?  

                    จอง แทคอุน ...นายต้องเข้มแข็งสิ  จะมาทำตัวเป็นเด็กน้อยอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้นะ เข้าใจมั้ย!



                    "อย่าร้องไห้สิแทคอุน   นายก็รู้...ฉันไม่อยากให้นายร้องไห้   ...อย่าร้องไห้เลยนะครับ ...นะ"    ฮัคยอนรีบดึงรวบตัวแทคอุนที่กำลังร้องไห้เข้ามาโอบกอดเอาไว้แน่น  ก่อนจะค่อยๆลูบฝ่ามืออุ่นบนแผ่นหลังกว้างของแทคอุนไปมาอย่างปลอบโยนด้วยความรู้สึกผิดและขอโทษ  ที่ตัวเองเป็นสาเหตุทำให้แทคอุนต้องร้องไห้เสียใจอีกแล้ว


                    "ฮึก..ก ฮัคยอน ฮึก ก็ฮัคยอน... ฮัคยอนไม่ต้องการผม ...ฮัคยอนปิดบังเรื่องที่คุณท้องกับผม ฮึก ปิดบังกับผมทำไม?  ...ผมรู้สึกแย่ ฮึก และก็เสียใจมาก อึก  มากจริงๆนะครับ ฮัคยอน"  แทคอุนพยายามพูดมันออกมาทั้งน้ำตาอย่างยากลำบาก  โดยที่เค้าก็ยังคงซบหน้าซุกอยู่บนไหล่เล็กในอ้อมกอดอุ่นของฮัคยอนเช่นนั้น


                    "ไปกันใหญ่แล้วครับแทคอุน  ...คิดอะไรแบบนั้นน่ะ หืม?"  ฮัคยอนค่อยๆ ดันไหล่กว้างของแทคอุนออกจากตัวเอง  เพราะเค้าอยากเห็นหน้าและอยากจะเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุดเลยให้แทคอุน    

                    ฮัคยอนค่อยๆ  ไล่นิ้วมือนิ่มของตัวเองเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มขาวของแทคอุนออกให้อย่างนุ่มนวลแผ่วเบา  ฮัคยอนกลัวและไม่อยากทำให้แทคอุนที่กำลังบอบซ้ำ  ต้องบอบซ้ำไปมากกว่านี้อีกเลยต้องการทะนุถนอมแทคอุนของเค้าคนนี้ไว้ให้มากที่สุด

                    "หึ ก็มันไม่จริงรึไง ฮึก ครับ ฮัคยอน"  แทคอุนก็ยังคงสะอื้นไห้  ปากอิ่มสีช้ำก็ยังคงเอ่ยพูดอย่างตัดพ้อต่อไป




                    อา... บทจะดื้อไม่ยอมฟังก็มีเหมือนกันสินะ จอง แทคอุน




                    "เฮ่ย  ทำไมอยู่ๆ นายถึงได้กลายเป็นเด็กขี้แยไปแบบนี้ล่ะ หืม? แทคอุน"  ถึงฮัคยอนจะพูดเหมือนกำลังดุว่าแทคอุนออกไปแบบนั้น  แต่การที่ฮัคยอนโน้มหน้าเข้าไปกดประทับจูบอย่างอ่อนโยนที่ตรงหน้าผากของแทคอุนหลังจากพูดจบแบบนี้  มันก็สามารถเรียกรอยยิ้มเขินอายของแทคอุนกลับมาได้อีกครั้งละนะ

                    การกระทำที่แสนจะอ่อนโยนของฮัคยอนที่มีให้กับแทคอุนอย่างเช่นนี้  มันก็ช่างดูอบอุ่นใจเสียเหลือเกิน  จนบางทีฮัคยอนกับแทคอุนก็คงอาจจะลืมกันไปเสียแล้วว่า

                    ในตอนนี้  ณ  เวลานี้...พวกเค้าไม่ได้อยู่กันเพียงลำพังแค่สองคนอย่างเช่นทุกวันเหมือนทุกที  ณ  ขณะนี้...


                    "อะแฮ่ม!  เผื่อพวกเธออาจจะลืมกันไปแล้ว  ว่าเรากับซาช่ายังคงนั่งกันอยู่...ตรงนี้ด้วย"  ฝ่าบาทแกล้งกระแอมไอขึ้นทักเมื่อเห็นว่าตัวเองกับซาช่าคนสนิทกำลังจะถูกลืมเข้าให้แล้วจริงๆ


                    "อ๊ะ!  ขะ-.. ผมขอโทษครับ"  เป็นแทคอุนที่รีบผละออกมาโค้งกล่าวคำขอโทษ   ที่ได้ทำตัวเสียมารยาทออกมาต่อหน้าแขกคนสำคัญทั้งสองคนทันที

                    "อืม... ช่างเถอะ   เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ได้รู้เรื่องนี้กันแล้วนะ  ดังนั้นเราจะได้พูดเรื่องต่อไปกันเสียที"  ฝ่าบาทมองหน้าฮัคยอนสลับกับแทคอุนอย่างต้องการจะยืนยันว่าทั้งสองคนพร้อมที่จะรับฟังเรื่องต่อไปแล้วจริงๆ  ก่อนจะส่งยิ้มบางและสายตาสื่อนัยอ่านยากมาให้ฮัคยอนอีกที

                    "เฮ่ย..  ผมก็พร้อมมาตั้งแต่ที่เข้ามาเห็นแผ่นหลังของฝ่าบาทและซาช่าที่นั่งอยู่ในนี้กันแล้วละ   มาถึงขั้นนี้แล้ว...อยากจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะครับ ผมพร้อมจะรับฟังทุกอย่างแล้ว"  ฮัคยอนพูดยาวออกมาอย่างคนที่ทำใจยอมจำนนต่อทุกอย่างตรงหน้า  ไม่คิดจะขัดแย้งอะไรใดๆ อีกต่อไป


                    "เออ ผม  ..ผมเองก็พร้อมแล้วเช่นกันครับ"  แทคอุนที่เลิกร้องไห้เป็นเด็กน้อยขี้แย  แล้วจึงได้กลับมาทำตัวจริงจังกับสถานการณ์ในตอนนี้อีกครั้ง


                    "โอเค   ก่อนอื่นเราก็ต้องขอกล่าวคำขอโทษกับเธอก่อนนะ จอง แทคอุน"

                    "ครับ?"

                    "เราขอโทษด้วย เรื่องที่เราต้องใช้ให้คนของเราไปสืบค้นประวัติทุกอย่างที่มันเกี่ยวข้องกับตัวเธอ จอง แทคอุน
                    เธอต้องเข้าใจนะ  มันเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของฮัคยอนของเราด้วย
                    เพราะเธอ จอง แทคอุน คือคนที่ถูกเลือกให้เป็น คนสำคัญ  ของประมุขน้อยแห่ง Zea' Die' To 
                    แต่แน่นอน...เพราะเธอคงไม่เคยรู้เลยว่า   ตัวตนที่แท้จริงของฮัคยอนคนนี้ที่เธอรู้จัก จริงๆแล้วเป็นใคร? ใช่มั้ย? ...ที่เราพูดมาถูกรึเปล่า แทคอุน?"

                    "เออ ...ครับ  ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยจริงๆ"  แทคอุนตอบเสียงเศร้าอย่างนึกน้อยใจฮัคยอนอยู่ไม่น้อย

                    "อืม ใช่มันต้องเป็นอย่างนั้นก็ถูกต้องชัดเจนอยู่แล้ว  แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น  ...ในสิ่งที่เราก็ต้องการจะบอกกับเธอแล้วจริงๆ นั้น..."

                    " ........ "

                    บรรยากาศเย็นยะเยือกไปหมดสำหรับแทคอุนที่กำลังรอฟังสิ่งที่ฝ่าบาทจะพูดกับตัวเองต่อจากประโยคนั้น 

มันช่างเป็นอะไรที่กดดัน จอง แทคอุน คนนี้มากมายเสียเหลือเกิน 


ตึก... ตัก...

                    บรรยากาศทุกอย่างรอบๆตัวแทคอุน  ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างมันจะเริ่มเชื่องช้าไปแล้วเสียหมด   แม้แต่เสียงหัวใจของแทคอุนก็ยังเริ่มเต้นช้าลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ เลย


                    " ....... "   ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบไม่ยอมขยับกันไปไหนเลย  เพียงเพื่อจะรอฟังสิ่งที่ฝ่าบาทจะพูดมันต่อจากประโยคนั้น





แล้วในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอลุ้นกันอยู่ก็ได้สิ้นสุดลง...





                    "ยินดีด้วย จอง แทคอุน เธอผ่านคุณสมบัตินั้น?  แล้วเราก็ยอมรับให้เธอสามารถแต่งงานกับฮัคยอนของเราได้ จอง แทคอุน"  


                    "หา? แต่งงาน/แต่งงาน?!"  ฮัคยอนและแทคอุนพูดขึ้นมาอย่างพร้อมกันด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินกันนัก

                    "อืม ใช่แล้ว พวกเธอจะได้แต่งงานกัน  ...แต่  แน่นอนว่ามันยังคงไม่ใช่ในตอนนี้  เพราะงั้นก็ไม่ต้องรีบตื่นเต้นตกใจกันไปหรอก"

                    "เออ ครับ  แต่ถึงเช่นนั้น...ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นยังไง ผมก็ยินดีด้วยความเต็มใจเพื่อจะรับผิดชอบฮัคยอนและลูกของผมที่กำลังจะเกิดออกมา...อย่างดีที่สุดแน่นอนครับ"  แทคอุนพูดขึ้นมาอย่างจริงจังตามที่ตัวเองตั้งใจไว้อย่างหนักแน่น

                    "อืม เรายินดีและรู้สึกดีใจมากที่เห็นเธอมีความเป็นลูกผู้ชายมีที่ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำเช่นนี้  ...แต่ว่านะ จอง แทคอุน"

                    "ครับ?"

                    "ผู้นำ Zea' Die'To ไม่ได้เหมือนกับผู้นำอื่นทั่วๆไปหรอกนะ"

                    " ... " 

                    "ทายาทที่ถูกเลือกให้ขึ้นมาเป็นประมุขเป็นผู้นำของ Zea' Die'To ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี  พวกเขาทุกคนล้วนแล้วจะต้องถูกอบรมสั่งสอนและถูกเลี้ยงดูมาแบบผู้นำ   หน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดของการเป็นประมุขก็คือ การปกครอง"

                    " ... "

                    "แล้วผู้ที่ถูกเลือกให้มาเป็น คนสำคัญ ของประมุขผู้เป็นผู้นำของ Zea' Die'To คนนั้นไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ล้วนแล้วต้องอยู่ในภายใต้การดูแลการปกครองจากผู้ที่เป็นประมุขเพียงหนึ่งเดียงเท่านั้น"

                    " ... "

                    "มาถึงตรงนี้แล้ว  เราคิดว่า...เธอ จอง แทคอุน คงจะเริ่มเข้าใจอะไรต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้นบ้างแล้วสินะ  ...เหตุผล ที่ทำให้ฮัคยอนต้องทำเช่นนั้นกับเธอ"

                    " ... "

                    "แต่เช่นนั้น...เราก็ยังคงมีเรื่องที่เราต้องการคำตอบจากเธออยู่นะ จอง แทคอุน"

                    "ครับ? ...ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องอะไรผมก็ยินดีพร้อมจะให้คำตอบ...ทุกอย่างครับ"

                    "ดี...เรื่องที่เราต้องการคำตอบจากเธอนั้นก็คือ   เธอเป็นนักร้องเป็นไอดอล   แล้วจากที่เราได้รู้มานั้น ในตอนนี้..."

                    " ... "

                    "ดูเหมือนว่า...เธอกำลังโด่งดัง และยังเป็นที่นิยมติดอันดับต้นๆในวงการเพลง kpop ...แล้วเส้นทางเดินนี้ของเธอมันก็กำลังเป็นไปอย่างสวยงาม...ถูกใช่ต้องมั้ย?"

                    "เออ  ครับ แม้ว่าจะพึ่งได้เริ่มต้นกันไปเพียงไม่กี่เดือน  แต่ก็มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างดีเกินคาดกันอยู่ไม่น้อยเลยครับ"  แทคอุนเอ่ยพูดมันออกมาอย่างภาคภูมิใจ

                    " ...อืม "

                    "แต่ถ้าหากว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญญา... ผมก็ยินดีที่จะเลือกฮัคยอนกับลูกก่อนอย่างแน่นอน  ..ผมยินดีจะไปถอนตัวขอยกเลิกสัญญากับทางบริษัท..."

                    "จอง แทคอุน พูดอะไรออกมาน่ะ!  ฉันคิดว่าเราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ นายลืมมันไปแล้วหรือยังไง ห๊า!?"

                    "เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้ลืม ...แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว"

                    "ว่าไงนะ?"

                    "คุณกำลังท้อง  เพราะงั้นตอนนี้ผมจะเลิก-"

                    "หยุดพูดมันเลยนะ  นายกำลังคิดจะละทิ้งความฝัน ละทิ้งสิ่งที่นายเป็น   นายกำลังจะละทิ้งสิ่งที่นายต้องพยายามมาอย่างยากลำบาก   มากมายแค่ไหน...กว่าจะก้าวขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้  ...แล้วนายจะบอกว่าจะทิ้งมันไปง่ายๆ เพียงเพราะฉันกำลังท้องอย่างนั้นเหรอ จอง แทคอุน?"

                    "ครับใช่! คุณพูดถูกผมกำลังจะทิ้งความฝันและสิ่งที่ผมเป็น..  แต่ฮัคยอนครับ  คุณก็รู้ว่าสิ่งที่ผมเป็นนั้น?  มันยาก..ผมไม่สามารถทิ้งคุณที่กำลังท้องลูกของเราแล้วไปอยู่อีกที่ได้เช่นกัน"

                    "ไม่ได้  ฉันไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นแน่นอน จอง แทคอุน!!!" ฮัคยอนพูดเสียงเข้มดังขึ้นอย่างน่ากลัวจนแทคอุนแอบสะดุ้งเฮือก

                    "ได้ไงกันละครับ  ถ้าผมยังอยู่ตรงนั้น...แล้วคุณล่ะ?  ใครจะคอยดูแลคุณ ฮัคยอนคุณกำลังท้องอยู่นะครับ..."  แทคอุนไม่ยอมก็พยายามพูดกับฮัคยอนอย่างใจเย็น  

                    "ถ้าเป็นเรื่องแค่นั้น... เธอก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก  ฮัคยอนเป็นคนสำคัญ... แล้วเราเองก็ไม่ปล่อยให้ฮัคยอนและลูกในท้องหลานของเรา  ต้องเป็นอะไรแน่นอน เพราะเช่นนั้น  จอง แทคอุน เธออย่าได้ห่วงกังวลเรื่องนี้ไปนักเลย"  สุดท้ายก็เป็นฝ่าบาทที่ทนนั่งฟัง  ฮัคยอนกับแทคอุนถกเถียงโต้แย้ง(ทะเลาะกัน)อย่างที่ไม่มีใครยอมใคร กันไปมาเช่นนั้นต่อไม่ไหว   จึงจำเป็นต้องเข้ามาแทรกเข้ามาช่วยไก่เกี่ยให้  เพื่อให้เรื่องทุกอย่างจะได้ไม่ต้องบานปลายไปกันไกลมากกว่านี้

                    "แต่ว่า..."

                    "หยุดสักที!!!  ไม่ต้องมา แต่ว่า อะไรทั้งนั้นอีกแล้วแทคอุน  ...ทำตามที่เราเคยตกลงกันไว้  อย่าต้องให้ฉันได้พูดซ้ำมันขึ้นอีกเชียวนะ จอง แทคอุน"  ฮัคยอนเอ่ยซ้ำ ย้ำเตือนกับแทคอุนด้วยน้ำเสียงนิ่งเข้มอย่างจริงจัง  จนแทคอุนต้องยอมเงียบไม่กล้าที่จะพูดแย้งอะไรขึ้นมาอีกเลย






/100%

/เจอกันตอนหน้านะคะ^^

/เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วนะคะ ㅠ..ㅠ

/spoil ว่าตอนต่อๆไปเรื่องราวจะเริ่มหนักหน่วง?

/อาจจะมีความดราม่า?

/เรื่องนี้เราเขียนขึ้นมาโดยหวังอยากให้มันดูลุ้นดูตื่นเต้น

/แต่เวลาก็ไม่ค่อยอำนวยเลยสักไหร่

/มาไม่ค่อยต่อเนื่อง...เนื้อหามันเลยไม่ค่อยเต็มที่อย่างที่ตั้งใจ

/แต่เราก็พยายามอยู่น้าาาา ㅠㅅㅠ

/สุดท้ายก็ต้องบอกขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านฟิคเรื่องนี้ 

/ขอบคุณทุกคอมเมนต์

/ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น