[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 15 : TWELVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

ส่วนที่ดีของวันนี้คือฝนไม่ตก เอลิซาเบธดีใจที่เป็นเช่นนั้น เมื่องสองสามวันก่อนฝนตก และหนาวเหน็บ เธอไม่ค่อยชอบฤดูหนาวที่มาพร้อมกับฝน แต่ถึงอย่างนั้นวิวที่มิดทาวน์ก็ทำให้เธอพอมีความสุขอยู่บ้าง และวิวบนตึกบริษัทตรงนี้ก็สวยจนเธอต้องเผลอที่จะอดมองสักพักไม่ได้ แต่ ณ เวลานี้ เอลิซาเบธยังคงต้องทำงาน ทำงาน และทำงาน อีกไม่นานเธอก็ต้องเข้าห้องประชุมอีกครั้ง

“คุณไรรี่ย์คะ คุณต้องติดต่อท่านประธานผ่านฉันก่อนซิคะ เข้าไม่ได้นะคะ” ประตูห้องทำงานเปิดทำลายความเงียบสงบ อีฟเลขาของเธอเดินเข้ามาพร้อมกับคนที่แหกกฎอย่างหัวเสีย คนที่แหกกฎมีถึงสองคน และเอลิซาเบธคาดเอาไว้ว่าต้องได้พบผู้หญิงที่หน้าบึ้งตึงคนนี้ไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน

“ท่านประธานคะ คือว่าฉัน ไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอเข้ามา” อีฟทำหน้าเศร้า เอลิซาเบธโบกมือเป็นเชิงบอกไม่เป็นไร แล้วบอกให้เธอออกไปก่อน

“ไรรี่ย์ ฟาเบรย์ ค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นคุณมาโดยที่ไม่ได้นัดฉัน” เอลิซาเบธมองอีกคนด้วยสีหน้าปกติ แต่อีกคนแทบจะฆ่าจะแกงเธอเสียให้ได้ ไรรี่ย์ ฟาเบรย์ อายุสามสิบสามปี พิธีกรชื่อดังที่โดดเด่นในช่องรายการวาไรตี้ สวยสง่า และเป็นที่ต้องตาต้องใจ ในโลกโซเชียลชอบในความปากกล้า และฝีมือการทำงานของเธอ

“คุณไม่ควรแปลกใจในสิ่งที่คุณทำกับฉัน” ดวงตาสีเทาจ้องเอลิซาเบธไม่วางตา “คุณบอกกับฉันว่าจะไม่ให้ฉันเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ที่ฉันทำมาเกือบห้าปี มันหมายความว่ายังไง?”

“ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษกับเรื่องนี้ด้วย และดีใจที่เมล์ของฉันส่งถึงคุณได้อย่างไม่ตกหล่น”

“ฉันแค่อยากขอเหตุผลจากคุณ!” ไรรี่ย์ขึ้นเสียง ผู้จัดการสาวที่อยู่ด้านหลังของไรรี่ย์แตะที่แขนเป็นเชิงปรามเธอเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าไรรี่ย์ไม่สนใจอะไรเลย เธอสะบัดแขนออกอย่างไร้ความปรานี “คุณบอกฉันมาจะได้มั๊ย เหตุผลของคุณว่าทำไมถึงทำแบบนี้”

เอลิซาเบธเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเอง และรู้สึกว่าการคุยกันครั้งนี้คงจะยาวนานแน่นอน

“ในโลกโซเชียลชอบคุณมาก คุณเป็นคนดังของพวกเขา และบางทีถ้าคุณเช็คดูดีๆ แล้วล่ะก็…มีคนเกลียดคุณมากเหมือนกัน คณะกรรมการพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณทำเกินไปกับดาราคนดังหลายคนที่ถูกเชิญมาร่วมรายการ ฉันชื่นชมคุณนะที่คุณเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย แต่หัวข้อการสัมภาษณ์ของคุณมันไม่ควรออกนอกสคริปต์เกินไป คุณวิจารณ์พวกคนดังต่อหน้าพวกเขาได้ยังไง มันเป็นมารยาทที่ดีของพิธีกรแล้วหรอ? อีกสักหน่อยก็คงไม่มีคนดังคนไหนกล้ามาที่รายการของเราอีก”

“…”

“ทีแรกฉันคิดว่าคุณคงอยากรู้อยากเห็นชีวิตของพวกเขา แต่ตอนนี้มันคงไม่ใช่แล้ว ฉันอึดอัดแทนคนดังบางคนที่กระอักกระอ่วนกับหัวข้อสัมภาษณ์ไร้ระเบียบของคุณ”

“แล้วยังไง คุณบอกได้มั๊ยล่ะว่าสังคมตอนนี้ไม่สนใจเรื่องที่ฉันถาม พวกเขาก็อยากรู้ข่าวคาวๆ ของคนดังกันบ้างล่ะน่า อีกอย่างวาไรตี้ของฉันก็เรตติ้งสูงมาตลอด”

“แต่คุณควรอยู่ในขอบเขต” เอลิซาเบธผ่อนปรนเรื่องนี้มามากพอ เธอเรียกไรรี่ย์มาตักเตือนแล้วถึงสามครั้ง ครั้งนี้ก็คงไม่ได้ผลอีกเช่นเคยหากเธอจะเตือนดีๆ ไรรี่ย์ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่ในกฎระเบียบนัก

“ฉันพยายามอยู่ค่ะ”

“คุณพยายามแล้ว?” เอลิซาเบธยิ้ม จะพูดให้ถูกเธอพยายามยิ้ม เธอตั้งคำถามกับคำตอบของไรรี่ย์

“คุณนั่งลงดีกว่านะไรรี่ย์” เอลิซาเบธสั่งอีกคน สายตาที่ซ่อนอำนาจอยู่ของเอลิซาเบธทำให้อีกคนขัดไม่ได้ เธอยอมนั่งลงตรงข้ามโต๊ะของผู้บริหารสาวสวยด้วยความไม่พอใจ แต่ผู้จัดการของเธอเริ่มหน้าถอดสี ไรรี่ย์เป็นคุณหนูไฮโซ ไม่แปลกใจที่เธอชอบขัดคำสั่งแม้แต่กับผู้จัดการส่วนตัวหรือเจ้านายที่จ้างเธอ

“ฉันคิดว่าฉันเป็นคนจ่ายเงินเดือนคุณเสียอีก”

“คุณจ่ายเอลิซาเบธ แต่ฉันชอบที่จะทำตามที่ฉันต้องการ และฉันค่อนข้างมั่นใจว่าแฟนๆ ชอบการทำงานของฉัน”

“เทปล่าสุดคุณสัมภาษณ์ ทีน่า ลอยด์ ว่าเคยเป็นเด็กเสิร์ฟมาก่อนใช่มั๊ย? พอเธอไม่พร้อมที่จะตอบคุณก็ซัดคำถามเน่าๆ ใช่เธอว่า ‘คุณได้ทริปจากเสี่ยบ้ากามหรือเปล่า’ ‘เขาได้แตะก้นของคุณมั๊ย?’ ฉันคิดว่ามันร้ายกาจมากนะไรรี่ย์ คุณไม่คิดอย่างนั้นหรอ?”

ไรรี่ย์ไม่แยแสคำพูดนั้นของเอลิซาเบธสักนิด

“คุณจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่หรือเปล่าไรรี่ย์”

แม้เอลิซาเบธจะเน้นย้ำ แต่ไรรี่ย์ไม่ได้ใส่ใจ เธอทำเป็นหูทวนลม และเคาะเล็บกับโต๊ะของเอลิซาเบธ มันเป็นการหมิ่นมารยาทอย่างแรง เอลิซาเธเป็นถึงผู้บริหารเธอต้องทำอะไรเด็ดขาดบ้าง อย่างเช่นโมโห แน่ล่ะ มันไม่ได้เป็นการแกล้งทำเพราะเอลิซาเบธพยายามควบคุมมันอยู่ แต่ไม่สำเร็จ

คนร่างสูงผลักเก้าอี้ออกจากโต๊ะ ลุกขึ้นเดินรอบโต๊ะไปหาอีกคนที่นั่งอยู่ เอลิซาเบธหมุนเก้าอี้ที่ไรรี่ย์นั่ง ร่างสูงโน้มตัวลง สองมือกั้นพนักวางแขน เธอมองอีกคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าด้วยแววตาที่ซ่อนความเกรี้ยวโกรธอยู่ น้ำเสียงเย็นชาจับจิตเอ่ยขึ้น

“ฉันจะลดอำนาจหน้าที่ของคุณให้เป็นพิธีกรรายการวิทยุมายไลฟ์

“อะไรนะ?”

เอลิซาเบธยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นใบหน้านั้นอึ้งกับคำพูดของเธอบ้างแล้ว อย่างน้อยไรรี่ย์ก็สนใจที่จะฟังเอลิซาเบธมากขึ้น

“ไม่ ฉันไม่มีทางยอมหรอก มายไลฟ์ เป็นรายการวิทยุที่มีแต่เรื่องสุขภาพ ชีวิต ศิลปะ ละ และดนตรีคลาสสิค คุณก็รู้ว่าฉัน…!”

“รักการทำงานในสดูดิโอ ออกหน้าทีวี ดี! คุณช่วยให้ฉันตัดสินใจถูก” รอยยิ้มของเอลิซาเบธร้ายกาจมากขึ้น ไรรี่ย ฟาเบรย์ เป็นหญิงที่รักสังคมไฮโซ แสงสียิ่งชีวิต และตอนนี้เธอตระหนักแล้วว่าตัวเองกำลังจะเด้งออกจากงานที่ตัวเองรัก และเธอไม่คิดว่าเอลิซาเบธจะเด็ดขาดขนาดนี้

“ไม่นะ ฉันไม่ยอมหรอก!”

เอลิซาเบธยืนขึ้นเต็มความสูง เธอหันหลังจะเดินไปนั่งที่ของตัวเองที่อยู่ตรงข้าม แต่ไรรี่ย์คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ ผู้จัดการของเธอหน้าถอดสีและคว้าข้อมือของไรรี่ย์เอาไว้อีกต่อหนึ่ง พร้อมกับพูดขึ้นเตือนสติอีกคน

“ไรรี่ย์ ใจเย็นๆ ก่อน”

แต่อีกคนไม่ฟัง

“คุณต้องฟังฉันไรรี่ย์ ฉันเป็นคนจ้างของคุณ”

“แต่คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้”

เอลิซาเบธแกะมือของอีกคนออก และยอมรับว่าตกใจที่ไรรี่ย์สติแตก

“คุณต้องเลือกระหว่างเป็นเด็กดีหรืออยากออกจากที่นี่”

“…!!” เธอเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง แน่นอนว่าไรรี่ย์ไม่กล้าที่จะลาออกจากที่นี่ เพราะหากก้าวออกจากบริษัทนี้ชื่อเสียงของเธอจะถูกกล่าวขวัญ และเป็นข่าวในทันที มันอาจกระทบกับการหางานที่อื่นได้ และเธอไม่ต้องการที่จะทำงานที่อื่นเพราะที่นี่ก็สร้างชื่อเสียงให้เธอไม่น้อย ปัญหาที่จะตามมาอีกอย่างหนึ่งคือ เธออาจโดนโซเชียลถล่มและสมน้ำหน้าที่โดนไล่ออก

“เอลิซาเบธ” เธอส่งสายตาไม่พอใจมาให้ร่างสูง

“คุณควรจะรักษามารยาทไรรี่ย์ และฉันเมตตาคุณมากกว่าที่เห็นเพราะฉันให้คุณทำรายการมายไลฟ์แค่สามเดือน แล้วหลังจากนั้นคุณก็กลับมาทำวาไรตี้ของคุณต่อได้ ข้อเสนอแบบนี้ฉันคิดว่าคุณควรจะดีใจ”

“…!”

“มีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า?” เธอถามด้วยรอยยิ้มที่ค่อนข้างน่ากลัว

“ไม่มีค่ะ ท่านประธาน” ดวงตาสีเทาที่เข้ากันกับสีผมบลอนด์แกมเทาของเธอมีความขุ่นมัว แต่เธอก็ต้องยอมลดทิฐิลง

“ดี”

ไรรี่ย์ไม่รอให้เอลิซาเบธออกปากไล่ เธอพรวดพราดออกไปเอง โดยมีผู้จัดการส่วนตัวถอนหายใจและยังคงยืนอยู่กับเอลิซาเบธ

“ฉันพูดอะไรไม่ได้ แต่ต้องขอบคุณความใจดีของคุณเอลิซาเบธมากนะคะ”

เอลิซาเบธพยักหน้า ยกมือวางที่ไหล่ของอีกคนก่อนจะเอ่ย

“ฉันเข้าใจอารมณ์สาวร้าย”

อีกคนยิ้มเจื่อนๆ ขอบคุณเอลิซาเบธหลายครั้ง ก่อนจะขอตัวออกไป

เอลิซาเบธรู้สึกเบื่อกว่าที่เคย เธอต้องพยายามมากแค่ไหนกว่าจะจัดการไรรี่ย์ให้ลงตัว อีกอย่างไรรี่ย์ทำให้เธอนึกถึงจอร์จิน่าเพื่อนของเธอที่โดนทำร้ายจากบุคคลที่เจ้าตัวเขียนคอลัมน์แฉ บางทีก็คิดซะว่าในกรณีของไรรี่ย์ถือว่าเธอช่วยก็แล้วกัน แต่ก็ดีที่คนดังไม่ได้ยื่นฟ้องไรรี่ย์ เพราะไม่อย่างนั้นคงต้องยุ่งยากต้นสังกัดอย่างช่องรายการของเธออีก

“เทรซจะทำอะไรอยู่นะ?” เอลิซาเบธปัดความคิดเรื่องงานออก เธอนึกถึงเทเรซ่าขึ้นมา อยากโทรไปหาแต่ก็ต้องให้ความเป็นส่วนตัวของอีกคน เพราะเทเรซ่ากำลังอยู่ในเวลาทำงาน เธอไม่ควรจะไปหาเรื่องใส่ตัวให้เทเรซ่าโดยเจ้านายตักเตือน แต่สุดท้ายแล้วเอลิซาเบธก็ทนไม่ได้เธอส่งข้อความหาเทเรซ่าก่อนเข้าประชุม

‘เทรซ เย็นนี้ฉันไปรับคุณนะคะ แล้วเจอกัน’




เทเรซ่าง่วนอยู่กับการทำงานเช่นเดียวกัน ต้นฉบับงานเขียนกองรวมกันเป็นภูเขาอยู่บนโต๊ะของเธอ เทเรซ่าต้องอ่านมันทั้งหมด เพื่อเลือกเรื่องที่ดีที่สุดไปนำเสนอบรรณาธิการ เทเรซ่ามักจะทำงานจนลืมเวลาเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งนี้ที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นงานที่เธอรัก ให้เธอจมอยู่กับหนังสือทุกวันก็ดีไปอีกแบบ

“เทรซวันนี้ไปทานมื้อค่ำด้วยกันมั๊ย?” หญิงหน้าตาดี นิโคล มาเทล อายุห่างจากเทเรซ่าสี่ปีเลขาของบรรณาธิการโฉบมาที่โต๊ะของเธอที่อยู่ตรงข้าม เธอเป็นมิตรและช่วยเหลือเทเรซ่าทุกครั้งนับตั้งแต่ที่เทเรซ่าเริ่มเข้ามาฝึกงานจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังใจดีอยู่ นิโคลบอกเสมอว่าเทเรซ่าเหมือนน้องสาวของเธอที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันมีนัดแล้วค่ะ”

“กับหนุ่มคนไหนหรือเปล่า?”

“เอ่อ…มะ ไม่ใช่…”

“แหม เธอนี่เป็นเด็กน่ารักจังเลยนะ เขินหน้าแดงแบบนี้ต้องเป็นหนุ่มหล่อแน่นอน”

“…” เทเรซ่าพูดไม่ออก แต่ปล่อยให้นิโคลเข้าใจผิดแบบนี้จะดีหรอ? ถึงอย่างนั้นเทเรซ่าก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร

“เอาล่ะๆ ฉันไม่แกล้งเธอแล้วก็ได้ งั้นไปวันหลังก็ได้ ฉันอยากรู้จักกับเธอมากเลยนะ ฉันอยากให้เธอเป็นต้นแบบให้น้องสาวของฉัน ทำไมพระเจ้าไม่ส่งเธอมาเป็นน้องสาวฉันนะแต่ส่งยัยตัวร้ายมาเป็นน้องสาวของฉันแทน” นิโคลหน้ามุ่ยเวลานึกถึงน้องสาว เธอเคยเล่าให้เทเรซ่าฟังว่าน้องสาวของเธอเรียนไม่จบมหาลัยชอบเที่ยวเล่นมากกว่าเรียน ไม่สนใจอะไรนอกจากผู้ชายกับเที่ยวเล่น

“ฉันขอบคุณนะคะที่พี่ดีกับฉัน”

“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกใครน่ารักฉันก็ดีด้วยทั้งนั้นแหละ” นิโคลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ประตูห้องทำงานของบรรณาธิการจะเปิดออก วิคเตอร์ อดัมส์ ก้าวออกมา เขาเป็นบรรณาธิการอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเอลิซาเบธ มีดวงตาสีฟ้าซีด ผมสีน้ำตาลเข้ม และเป็นผู้ชายที่ร่าเริงเหมือนลุค

“ว่าไงเทเรซ่า นิโคลกำลังตีสนิท และวางแผนจะทำอะไรกับเธออยู่หรอ?”

“…”

“บอสพูดเหมือนกับว่าฉันจะพาเทรซไปทำเรื่องเสียหาย”

“เปล่าฉันไม่ได้พูดสักหน่อย” เขายิ้มให้ทั้งสอง ก่อนจะยักไหล่ “แต่ว่าผมแอบได้ยินนิโคลชวนคุณไปทานมื้อค่ำ”

“ใช่ค่ะ แต่วันนี้ฉันมีนัดแล้วก็เลย…”

“เอาน่า ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย คุณทำหน้าตาจริงจังเกินไปแล้ว” เขาหัวเราะ ก่อนจะพูดขึ้นอีก “ว่าแต่พรุ่งนี้ต้องไปให้ได้นะ ที่นี่เรามีกินเลี้ยงกันทั้งตึกเดือนล่ะสองครั้ง ผมไม่อยากให้พนักงานพลาดสักคน รวมทั้งคุณด้วยเทเรซ่า”

“ค่ะ ได้ค่ะ ฉันจะไป” เธอพยักหน้าตอบรับ

วิคเตอร์มองเทเรซ่าอยู่สักพัก นึกชมอยู่ในใจว่าเทเรซ่านั้นเป็นเด็กฝึกงานเพียงคนเดียวในบริษัทที่เอาการเอางานมากกว่าพนักงานบางคนของเขาเสียอีก ตอนที่จอร์จิน่า เวสท์ สั่งตรงให้เขารับเทเรซ่า ทำเอาเขาคิดหนักพอควรเพราะสำนักพิมพ์แอเมทิสต์ไม่เคยรับนักศึกษาฝึกงานมาก่อน แม้จะมีนักศึกษาส่งจดหมายมาก็ตาม แต่เมื่อจอร์จิน่าผู้บริหารของเขาสั่งมาแล้วก็ต้องทำตาม เทเรซ่า เกรส เป็นเด็กเส้น และเส้นใหญ่มากด้วย เขาคิดภาพเด็กสาวขี้วีนออกมาในตอนที่เห็นรูปของเทเรซ่าบนประวัติ แต่พอเจอตัวจริงแล้วเธอเป็นคนที่ปฏิบัติตัวน่ารัก และไม่ค่อยจะพูด แม้บุคลิกภายนอกของเธอจะออกแนวสาวมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

“จริงซิ เราต้องไม่ลืมงานประมูลที่หอศิลป์นะ” เขาเอ่ยขึ้นกับเลขา เธอพยักหน้าให้เขา ก่อนที่วิคเตอร์จะเดินไปตรงกลางของห้องพื้นที่ทำงาน โต๊ะของเหล่าลูกน้องรายล้อมเขาอยู่ แล้วปรบมือเรียกความสนใจจากลูกน้องนับสิบคนในกองบรรณาธิการ

“คือผมค่อนข้างมั่นใจว่าอาร์กัสเตรียมหนังสือที่จะไปประมูลในงานที่จะจัดขึ้นในหอศิลป์แล้ว ผมอยากขออาสาสมัครไปร่วมงานกับผมอีกสามคน”


….


ทุกคนที่อยู่ในนั้นไม่แม้แต่จะขยับตัว มีแต่ขยับปากบ่นกันระงม บางคนพูดออกมาเลยว่าเขาเกลียดสังคมไฮโซไม่ของไปเหยียบที่หรูๆ และไม่อยากไปยุ่งด้วย บางคนออกปากว่าเบื่องานสังคม เทเรซ่าสงสัยว่าพวกที่เบื่องานสังคมคงไปออกงานในฐานะสำนักพิมพ์บ่อยสุด

“งั้นผมคงต้องชี้ตัวแล้วล่ะ อาร์กัส แน่นอนว่าต้องไปอยู่แล้ว งั้นดีโว่” เขาเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปที่ชายวัยสามสิบปี

“งั้นก็ได้ครับ”

“อยากทำหน้าอย่างนั้นซิ หน้าที่ของคุณคือต้องประกบอาร์กัส เพราะบางทีเขาอาจจะแหล่สาวๆ ไฮโซจนทิ้งขว้างหนังสือไว้สักแห่ง”

ทุกคนหัวเราะให้กับคำพูดนั้น ดีโว่หันหน้าไปล้อเลียนรุ่นพี่อย่างอาร์กัส จนเขาต้องขยำกระดาษและปาใส่หน้าอีกคน

“ส่วนสองคนที่เหลือ แน่นอนว่าต้องเป็นนิโคลกับเทเรซ่า”

“…?” เทเรซ่านึกว่าตัวเองหูฝาดไป แต่ถึงยังไงเธอก็ขัดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ในขณะที่นิโคลหันมาขยิบตาให้เธอ

“โอเคตกลงตามนี้ แยกย้ายกันทำงาน” วิคเตอร์ทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในห้องแต่เสียงของอาร์กัสถามคำถามเขาขึ้นมา เป็นคำถามที่เรียกรอยยิ้มจากบรรดาผู้ชายในกองบรรณาธิการให้ยิ้มตามไปด้วย

“บอสครับ งานนี้มิสเวสท์ไปด้วยหรือเปล่า?”

วิคเตอร์หันมายิ้มอย่างรู้ทัน

“นายจะไม่เห็นราชินีในงานนี้อาร์กัส ไม่เห็น และฉันรู้สึกสมน้ำหน้านาย”

“ว้า~” ทุกคนส่งเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครง และเทเรซ่าเกือบลืมไปเลยว่า จอร์จิน่า เวสท์เป็นผู้บริหารบริษัทเมอร์โรว์ ซึ่งก็หมายถึงผู้บริหารของสำนักพิมพ์แอเมทิสต์ด้วย และที่สำคัญเธอเป็นเพื่อนสนิทของเอลิซาเบธด้วย เทเรซ่าคิดว่าโลกช่างกลมอะไรอย่างนี้ที่เธอได้เข้ามาฝึกงานที่นี่ และเธอรู้สึกเกร็งๆ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นจอร์จิน่าเลยก็ตาม

เทเรซ่าแยกกับนิโคลหลังจากเลิกงาน เธอยืนรออยู่หน้าสำนักพิมพ์ได้สักพักก่อนที่รถเบนซ์สีดำของเอลิซาเบธจะมาจอดเทียบฟุตบาท เธอจำรถของเอลิซาเบธได้เสมอ อีกคนเลื่อนกระจกรถลงและบอกให้เทเรซ่าขึ้นรถ เธอทำตามแทบจะทันที เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องเสียเวลา

“อยากไปทานมื้อค่ำที่ไหนดีคะ?” ทันทีที่เทเรซ่านั่งลงที่ตำแหน่งข้างคนขับอย่างเอลิซาเบธ ก็โดนโยนคำถามมาให้อย่างรวดเร็ว

“ฉันยังไม่ได้คิดเอาไว้เลยค่ะ” เธอไม่นึกว่าเอลิซาเบธจะพาเธอไปทานมื้อค่ำ เทเรซ่าคิดว่าแค่จะไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์เฉยๆ ซะอีก

“แต่ฉันรู้จักหลายร้านซึ่งน่าจะทำให้คุณสบายใจได้” เอลิซาเบธยิ้ม

“คุณเอลิซาเบธคะ…บางทีเราอาจจะไปลองร้านที่ราคาไม่สูงมาก…” เทเรซ่าพูดแผ่วเบา เพราะกลัวว่าเอลิซาเบธจะว่าเธอเอาได้ เทเรซ่าไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ที่อีกคนพาเธอไปร้านหรูๆ มันไม่เหมาะกับเธอเอาซะเลย อีกอย่างเธอเกรงใจเอลิซาเบธ

“โอ้” เอลิซาเบธทำตาโต ซึ่งเทเรซ่ามองว่าน่ารักดี “คุณกำลังหาว่าฉันเป็นคุณหนูเอาแต่ใจอีกแล้วซินะคะ”

“มะ ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่…เกรงใจ”

เอลิซาเบธหรี่ตามองเทเรซ่าก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ

“งั้นก็ตกลงตามนั้น คุณบอกร้านมาก็แล้วกัน ฉันปฏิเสธคุณไม่ค่อยจะเป็นด้วย” เอลิซาเบธหัวเราะกับคำพูดของตัวเอง แน่นอนว่าเทเรซ่าไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายแฝงนัยแบบนั้น และเธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เธอจะไปบังคับคุณเอลิซาเบธหรือเปล่านะ?

“บางที…ตามใจคุณเอลิซาเบธก็ได้นะคะ คุณเอลิซาเบธจะไปร้านไหนก็ได้ทั้งนั้นค่ะ”

“ไม่หรอก ฉันไม่ได้ต้องการทำตามใจตัวเองแบบนั้น คุณเลือกมาเถอะค่ะ แล้วอีกอย่างคุณหน้าตาจริงจังมากเลยนะคะเทรซ”

“…” งั้นหรอ? เผลอทำหน้าแบบนั้นออกไปอีกแล้ว

เอลิซาเบธหัวเราะก่อนจะจิ้มนิ้วที่ปลายจมูกของเทเรซ่า “แต่ก็นี่แหละที่เป็นเสน่ห์ของคุณ ฉันชอบนะ”

“…” เทเรซ่ารู้สึกเขิน เธอหลบสายตาชวนหลงใหลของเอลิซาเบธ แต่เอลิซาเบธกลับมองเทเรซ่าอยู่อย่างนั้น เทเรซ่าดูโตเป็นผู้ใหญ่ในชุดทำงาน เธอไม่เหมือนกับเทเรซ่าที่ก่อนจะฝึกงานใส่กระโปรงเดรสสีหวาน ไม่ก็เสื้อยืด กางเกงยีนอีกต่อไป ตอนนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน และกางเกงสแล็กสีดำโทนมืดครึ้ม รวบผมขึ้นดูมีระเบียบ เอลิซาเบธไล่สายตามองจนกระทั่งไปหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของอีกคน เธอไม่รู้ว่าทำไมหลังๆ มานี้ถึงได้มองแต่ตรงนั้นตลอดเวลา แน่ล่ะ เอลิซาเบธแกล้งไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เธอรู้อยู่เต็มอกว่าเธอต้องการอะไร เธอต้องการที่จะจูบ และนั่นเป็นความคิดที่อันตราย

“คุณเอลิซาเบธ…มีอะไร หรือเปล่าคะ?” เทเรซ่าเห็นว่าเอลิซาเบธมองเธออยู่นานสักพักหนึ่งก็รู้สึกอายขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยเรียกสติอีกคน และได้ผลเกินคาด เมื่อเอลิซาเบธสะดุ้ง

“ปะ เปล่า เราไปกันเถอะ ร้านอยู่ตรงไหนล่ะ” เอลิซาเบธปัดความคิดในหัวออกไป พร้อมกับเทเรซ่าที่บอกตำแหน่งที่ตั้งของร้าน แล้วเอลิซาเบธก็ออกรถ

“คุณทำให้ฉันหลุดโฟกัสตลอดเลย”

“....?” เทเรซ่าได้ยินเอลิซาเบธพึมพำเสียงเบาแต่เธอได้ยินไม่ทั้งหมด และก็ไม่กล้าที่จะถามอีกคน

นั่งรถมาได้สักพักหนึ่งเทเรซ่าก็มีคำถามผุดขึ้นมา เป็นคำถามที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และเอลิซาเบธจะว่าหรือเปล่าหากเธอถามออกไป อีกฝ่ายจะตอบคำถามมั๊ยนะ?

“บ้านของคุณเอลิซาเบธอยู่ที่ไหนคะ?”

“…?” เอลิซาเบธขมวดคิ้วงุนงง ก่อนที่จะยิ้มและแซวอีกคน

“ทำไมหรอคะ อยากไปบ้านฉันหรอ?”

“มะ ไม่ใช่ เอ่อ…ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ” หลังจากที่พูดแบบนั้นเธอก็ไม่คิดว่าเอลิซาเบธจะตอบคำถาม เทเรซ่าคิดว่าเอลิซาเบธไม่ต้องตอบก็ได้ แต่อีกคนก็ตอบออกมา

“บ้านฉันอยู่ที่กรีนวิช วิลเลจ เลยมิดทาวน์ออกไป สถานที่แห่งศิลปะโบฮีเมียน และสถานที่พบปะสังสรรค์ที่ดีที่สุดในเมือง” เอลิซาเบธเกริ่นนำราวกับสารคดี ซึ่งแน่นอนว่าเทเรซ่ารู้จักกรีนวิช วิลเลจ เป็นเมืองเล็กที่บรรยากาศดีมากในนิวยอร์กเธอเคยไปครั้งหนึ่ง

“ถ้าคุณจะไปบ้านของฉันก็ลองมองที่คฤหาสน์ทำด้วยอิฐสีขาวติดริมแม่น้ำ พ่อของฉันชอบเรียกแม่น้ำนั้นว่าทะเลสาบ จนเราทุกคนติดปากเรียกกันแบบนั้นไปแล้ว จริงด้วย…ไม่ค่อยมีคฤหาสน์ที่ไหนติดริมแม่น้ำ และพื้นที่กว้างแบบนั้น ฉันคิดว่าคุณคงจะมองเห็นมันได้ง่ายเลยล่ะค่ะ นี่ฉันอวดบ้านของตัวเองเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”

“…” เทเรซ่ายิ้มให้อีกคน เธอคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าที่อยู่ของเอลิซาเบธจะต้องเป็นคฤหาสน์หลังโต ก็ไม่ได้ผิดคาดอะไรนัก

“ฉันจะพาคุณไป สักวันคุณจะได้เห็น” เอลิซาเบธพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ดวงตาสีฟ้าอมเขียวคู่นั้นจะจ้องมองถนน แต่เทเรซ่าสัมผัสได้ถึงความจริงใจของผู้พูด เอลิซาเบธจะพาเธอไปที่บ้านจริงๆ แค่นี้เธอก็รู้สึกดีใจอย่างน่าประหลาด

เอลิซาเบธช่างใจดีกับเธอจริงๆ



งานประมูลหนังสือหายากจัดขึ้นที่หอศิลป์ในมิดทาวน์ เทเรซ่าเดินเข้ามาในงานพร้อมกับ วิคเตอร์ นิโคล ดีโว่ และอาร์กัส ทั้งสองคนอย่างดีโว่กับอาร์กัสแยกตัวออกจากกลุ่มทันทีเพื่อไปเตรียมพร้อมสำหรับหนังสือที่จะเอาไปประมูลในคิวที่สิบหก สำหรับหนังสือที่สำนักพิมพ์แอเมทิสต์เอามาร่วมประมูลในวันนี้คือ อัตชีวประวัติของนักเขียนชื่อก้องในศตวรรษที่สิบแปด มีทั้งหมดเจ็ดคนด้วยกัน เป็นหนังสือที่หายากเนื่องจากพิมพ์จำนวนจำกัด และทุกวันนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว เทเรซ่ารู้ว่าต้องมีคนอยากแย่งประมูลแน่ๆ อย่างน้อยก็ผู้ดีอายุประมาณห้าสิบปีขึ้น

ถึงแม้ว่าการประมูลครั้งนี้จะเป็นงานการกุศลเงินทั้งหมดนำไปสมทบทุนและบริจาคให้กับบ้านกำพร้า มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และต่างๆ อีกมากมาย แต่ทางสำนักพิมพ์นั้นๆ ก็ได้ส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์ของการประมูล

“พวกเธอทั้งสองสวยราวกับฝาแฝด” วิคเตอร์อดชมสองสาวไม่ได้ ลูกน้องในกองบรรณาธิการต่างก็ลงความเห็นว่านิโคลกับเทเรซ่าช่างเหมือนกันราวกับฝาแฝด ด้วยส่วนสูง และไหนจะผมสีคาราเมลที่เหมือนกันอีก

“งานวันนี้ก็ต้องดูดีไว้ก่อนซิค่ะ” นิโคลพูดกับวิคเตอร์และหันมาส่งยิ้มให้เทเรซ่า อันที่จริงแล้วนิโคลเป็นคนแปลงโฉมให้เทเรซ่า และเธอขอบคุณนิโคลสำหรับเรื่องนั้น เธอไม่ค่อยจะเข้าใจในการเลือกชุด และแต่งหน้ายังไงให้ดูดี

“ผมก็คิดว่าอย่างนั้นอยู่แล้ว” เขายิ้มให้สองสาว ก่อนจะมองรอบๆ งานแล้วหันมาพูดกับนิโคล

“เราควรไปทักทายแขกในงานนะ สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ มากันเพียบเลย”

“ค่ะ เดี๋ยวนะ” เธอหันมาพูดกับเทเรซ่า “เทรซ รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เราสองคนจะต้องไปทักทายคนอื่นๆ ถ้าหนีบเธอไปด้วยกลัวว่าเธอจะเบื่อน่ะ พวกเขาค่อนข้างพูดเรื่องส่วนตัว เดินเล่นอยู่แถวนี้ไปก่อนนะ”

“ได้ค่ะ ฉันจะรอพี่กับบอสอยู่แถวๆ นี้”

“อือ เดี๋ยวจะรีบกลับมาหานะ” นิโคลพูดกับเธอเสร็จแล้วก็เดินควงแขนไปพร้อมกับวิคเตอร์ ทั้งสองดูเหมาะสมกันมากอย่างบอกไม่ถูก เทเรซ่าแอบได้ยินมาจากที่ทำงานว่าทั้งสองกำลังดูๆ กันอยู่ แต่ยังไม่ถึงขั้นคบกัน คงจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ และเทเรซ่าอยากรู้ว่าสามเดือนต่อจากนี้พวกเขาจะคบกันหรือเปล่า เพราะถ้ายังไม่ได้คบกันเทเรซ่าคงหมดหวังที่จะแสดงความยินดีด้วย ก็เธอฝึกงานแค่สามเดือนนี่หน่า

“สาวสวยที่ต้องอยู่คนเดียว ใครกันที่ทิ้งคุณ” มีเสียงดังมาจากข้างหลัง เทเรซ่าหันขวับไปหา เพราะจำเสียงนั้นได้ เอลิซาเบธทำให้เทเรซ่าตกตะลึงทุกครั้งเวลาออกงานสังคม ปกติก็เป็นคนที่สวยอยู่แล้ว วันนี้เอลิซาเบธก็สวยมากเช่นเดียวกัน เธอสวมชุดราตรีสีฟ้าน้ำทะเล กลมกลืนกับสีดวงตาของเธอ ผมลอนสีบลอนด์ถูกรวบขึ้นเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นคอระหงสีน้ำนม เอลิซาเบธแต่งแต้มริมฝีปากสีชมพูทำให้วันนี้ดูเป็นสาวหวาน ซ่อนความเซ็กซี่เอาไว้ในดวงตาคู่สวย

“คุณเอลิซาเบธสวยจังเลยค่ะ” เทเรซ่าหลุดปากชมออกไป เธอเห็นว่าเอลิซาเบธชะงักไปนิดหน่อยกับคำชมของเธอ แต่อีกคนก็ส่งยิ้มกลับมาให้

“คุณเองก็สวยใช่เล่นนะคะ ดูซิหนุ่มๆ มองกันตาวาวเลย” เทเรซ่าเห็นอย่างที่เอลิซาเบธบอก แต่พวกเขาไม่ได้สนใจเธอหรอก เวลายืนอยู่กับเอลิซาเบธ คนส่วนใหญ่ล้วนมองที่ร่างสูงไม่ใช่เธอ ซึ่งข้อนี้เทเรซ่ารู้ดีและไม่ได้อิจฉาด้วย เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบมองเอลิซาเบธเช่นเดียวกัน

“พวกเขามองคุณเอลิซาเบธมากกว่าค่ะ”

ร่างสูงหัวเราะเจ้าเสน่ห์มาให้ และมองเทเรซ่าอีกครั้งจนเธอเกร็งไปเลย เอลิซาเบธมองเธอไม่ละสายตา ตั้งแต่ชุดที่ใส่ไปจนถึงใบหน้าของเธอ และนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

“ฉันไม่ค่อยเห็นลุคนี้ของคุณเลย ฉันชอบนะ” แววตาเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ของเอลิซาเบธทำให้อีกคนเขิน แต่เทเรซ่าไม่รู้หรอกว่าเอลิซาเบธทึ่งในการแต่งตัวของเทเรซ่ามากแค่ไหน ไม่บ่อยที่จะเห็นเทเรซ่าแต่งตัวเรียบหรูดูดีขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังแต่งหน้าโฉบเฉี่ยว ฉีกความเซ็กซี่ทั้งหน้าตา และรูปร่างที่ซ่อนอยู่ออกมาด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ เอลิซาเบธชอบมากถึงขนาดอยากเข้าไปใกล้ให้มากกว่านี้

“คุณเอลิซาเบธบอกว่าจะมางานนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้บอกเหตุผลกับฉันเลย สรุปแล้วคุณเอลิซาเบธมางานนี้ทำไมหรอคะ” เมื่อสองวันก่อนเธอคุยเรื่องนี้กับเอลิซาเบธ

“อ๋อ ฉันได้บัตรเชิญมางานนี้ แล้วอีกอย่างคุณย่าของฉันท่านรักหนังสือมาก ก็เลยวานให้ฉันมาประมูลหนังสือภาพให้หน่อยน่ะ”

“หนังสือภาพ?”

“ใช่ หนังสือภาพของ เอลรอย ริคาร์โด้ ชื่ออะไรสักอย่างนะ ลา…”

เทเรซ่าตาโตที่ได้ยินชื่อนั้น

“ลา ปอร์เตอ”

“…ถูก เอ่อ…คุณชักทำให้ฉันกลัวแล้วซิ”

เทเรซ่าหัวเราะแล้วเล่าต่อ “ข่าวเมื่อสิบปีก่อนดังมากเลยนะคะ ที่ว่ามีคนพยายามจะขโมยหนังสือภาพนั้นตั้งหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ”

“แล้วมันเป็นหนังสือภาพที่เกี่ยวกับอะไรหรอ? ทำไมคนถึงอยากได้นักหนา”

“รวมภาพค่ะ เป็นภาพสมัยก่อนๆ ที่ตอนนั้นเพิ่งจะมีกล่องถ่ายรูปเข้ามา ว่ากันว่ามีรูปที่ทดลองถ่ายครั้งแรกเก็บไว้เยอะแยะเลยในหนังสือนั้น แต่เล่มที่จะใช้ประมูลไม่ใช่ของจริงหรอกค่ะ เพราะของจริงถูกเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ถ้าคนที่ประมูลได้ จะได้รูปถ่ายใบจริงที่ถ่ายไว้สมัยลองกล้องครั้งแรกสิบใบ แบบนี้ดีสุดๆ เลยนะคะ คุณเอลิซาเบธต้องประมูลมาให้ได้นะคะ”

“…รู้มากกว่าฉันอีกนะคะ” เอลิซาเบธทึ่งเมื่อเทเรซ่าพูดเป็นต่อยหอย เธอมักเป็นแบบนี้เสมอเมื่อพูดเรื่องหนังสือ ราวกับเปิดสวิตท์ในสมองของเธอขึ้นมา

“ก็ ฉันแค่บังเอิญได้ยินมาค่ะ”

น่ารักและยังคงถ่อมตัวเสมอเลยนะเทรซ

“มิสซิสเพย์ตัน” มีคนเดินมาแตะที่แขนของเอลิซาเบธ เขาเป็นชายวัยกลางคน ค่อนข้างจะบ้านรวย แน่นอนว่าพวกเขาขอตัวเอลิซาเบธไปคุยเรื่องธุรกิจ ร่างสูงเลยต้องจำใจเดินออกห่างจากเทเรซ่าเพื่อไปคุยกับพวกเขาอย่างเสนเสียดาย เธอคิดว่าจะได้อยู่กับเทเรซ่านานกว่านี้

เวลาผ่านไปสักพักการประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกสิบนาที เทเรซ่าเจอแต่บุคคลในสังคมมากมาย และเธอพูดอยู่เสมอว่าสังคมแบบนี้ไม่เหมาะกับเธอ ก่อนที่สายตาของเธอไปสบเข้ากับเฮเลน่า เพย์ตัน เธอยืนอยู่ในกลุ่มผู้หญิง แต่ว่าเฮเลน่าสง่าที่สุดในนั้น ผมสีบลอนด์เป็นลอนของเธอปล่อยลงตกกลางหลัง สวมชุดเดรสเปิดไหล่สีแดงเข้ม เธอสูงระหงและชวนมองเสมอ แต่เทเรซ่าไม่กล้าที่จะสบตามองเมื่ออีกคนก็มองมาที่เธอเช่นเดียวกัน เฮเลน่าอาจจะเห็นเธอยืนคุยกับเอลิซาเบธ เทเรซ่ารู้สึกหายใจไม่ออก เธอเกร็งเฮเลน่ามาแต่ไหนแต่ไหน ก่อนจะออกเดินไปที่อื่น

“เทรซ” เอลิซาเบธเรียกเธอแต่ไกล สงสัยคงจะคุยเรื่องส่วนตัวและธุระเสร็จพอดี เธอเดินใกล้เข้ามา ไม่ถึงห้าก้าวก็จะถึงเทเรซ่า และปรากฎว่ามีชายคนหนึ่งเรียกเธอเอาไว้

“ลิซ” เขาดูเหมือนเจ้าชายผู้สง่างาม ใบหน้าหล่อมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ และตัวสูงราวกับนายแบบ เขาเดินเร็วๆ มาหาเอลิซาเบธ โอบเธอ และจูบเธอที่แก้ม “ขอโทษทีนะผมมาสายไปหน่อย งานจะเริ่มแล้วหรอ?”

“ใช่ค่ะ ใกล้แล้ว…”

เทเรซ่ารู้สึกแปลกใจ เป็นเพื่อนของเอลิซาเบธหรือเปล่า? ถึงได้สนิทสนมกัน แต่ไม่หรอก เทเรซ่าจำเขาได้ในสื่อ เขาไม่ใช่เพื่อนเอลิซาเบธหากแต่เป็น…

“สามีที่แสนดีของลิซ” น้ำเสียงเซ็กซี่เอ่ยขึ้นจากข้างหลังเทเรซ่า เทเรซ่าหันไปมองก็พบว่าเป็นเฮเลน่า อีกคนเดินเข้ามาหาเทเรซ่าไวเกินไปแล้ว มิหนำซ้ำใบหน้าสวยเกินคำบรรยายนั้นไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวโกรธที่เห็นเธออยู่กับเอลิซาเบธก่อนหน้านี้เลย ตอนที่ได้ยินคำว่า ‘สามีที่แสนดีของลิซ’ เทเรซ่าแทบจะยืนไม่ไหว เพราะอยู่ๆ ความเจ็บปวดก็เข้ามาถาโถมใส่เธอ แม้รู้อยู่แล้ว แม้เตือนตัวเองอยู่ทุกวัน แต่เมื่อมาเห็นภาพแบบนี้เทเรซ่าก็เหมือนมีหอกมาแทงใจ ทำไมล่ะ? ทำไมเทเรซ่าถึงได้อยากร้องไห้ออกมา นี่เธอเป็นอะไรไป?! ไม่เข้าใจตัวเองเลยด้วยซ้ำ

“เซบาสเตียน มิลเลอร์ เขาดูดีใช่มั๊ย?” เฮเลาน่าพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ใช่น้ำเสียงที่หาเรื่อง

“…” เทเรซ่าไม่ได้ตอบอะไร

“ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะเทรซ ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนยิ่งไกลออกไปเกินจะคว้าเอาไว้ ยิ่งถลำลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น”

“…?” เฮเลน่าพูดอะไรเธอไม่เข้าใจความหมายเลยสักนิด แต่มันแปลกที่เทเรซ่าเจ็บปวดกับคำพูดเหล่านั้นของเฮเลน่าอย่างน่าประหลาด เธอรู้สึกสาหัสมากในเวลานี้ คำพูดเหล่านั้นเหมือนแทงใจของเทเรซ่าเหลือเกิน


‘ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนยิ่งไกลออกไปเกินจะคว้าเอาไว้

ยิ่งถลำลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น


เทเรซ่ามองเฮเลน่า เฮเลน่าขมวดคิ้วแล้วมองเธอกลับ

“เธอเป็นคนอ่อนแอขนาดนี้เลยหรอ?” เฮเลย่ายิ้มแล้วจับที่แขนของเทเรซ่าเบาๆ เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองน้ำตาคลออยู่

“…”

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่ทำอย่างนั้นหรอก เธออย่าเพิ่งร้องไห้ในเวลานี้เทรซ เพราะเธอจะทำให้เอลิซาเบธต้องลำบากใจ อย่าทำตัวเป็นเด็ก”

“…?!” เทเรซ่าชะงักกับคำพูดเหล่านั้น บางทีก็เหมือนประชด แต่บางทีก็พูดให้ได้สติ

“อย่ายุ่งกับเทรซเฮเลน” เสียงเข้มของเอลิซาเบธดังขึ้น เธอเดินเข้ามาพร้อมกับเซบาสเตียน เขามองสาวๆ ด้วยท่าทีงุนงง ก่อนจะสบตากับเทเรซ่า หญิงสาวหลบสายตาจากเขาทันที

“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่คุยด้วยเฉยๆ” เฮเลน่ายิ้ม ก่อนจะหันไปหาเซบาสเตียน “บาส นี่ลิซคงจะยังไม่แนะนำให้คุณรู้จักใช่มั๊ย ฉันถือโอกาสนี้เลยก็แล้วกัน นี่คือเทเรซ่า เกรส คนที่ลิซหวงนักหนา ส่วนเทรซ นี่คือเซบาสเตียน มิลเลอร์ สามีสุดเพอร์เฟคของเอลิซาเบธ”

เฮเลน่าชิงพูดตัดหน้าเอลิซาเบธ ทำให้อีกคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“อ่อ คนที่คุณเล่าให้ฟังซินะครับ เพื่อนที่ไปมิชิแกนด้วยกัน” เขายิ้มให้กับเทเรซ่าและยื่นมือออกไปทักทาย

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมเซบาสเตียน”

“…” เทเรซ่ามองมือนั้นอยู่สักพัก เธอไม่กล้าที่จะยื่นไปจับทักทาย ราวกับว่าโรคความรู้สึกผิดร้ายแรงจะไปติดผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟคอย่างเขา แต่ถ้าไม่จับก็จะเป็นการเสียมารยาท เทเรซ่ายื่นมือที่สั่นเทาออกไปจับเซบาสเตียน และพยายามฝืนยิ้ม

เอลิซาเบธสังเกตได้ถึงท่าทีของเทเรซ่า เธอรู้สึกผิด และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เฮเลน่ากลับพูดแทรกขึ้นมา

“จะว่าไป…ลิซบอกว่าเพื่อนหรอ?”

“…?” เซบาสเตียนมองเอลิซาเบธด้วยความไม่เข้าใจ

“เฮเลน เธอกำลังจะพูดอะไร และหยุดก่อกวนได้แล้ว”

เฮเลน่าหัวเราะ เซบาสเตียนไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะทั้งภรรยาของเขา กับแม่เลี้ยงไม่ค่อยจะถูกชะตากันอยู่แล้ว

“เอ่อ คือว่า ฉะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ?” เทเรซ่าพูดแทรกขึ้นมา ก่อนจะหันปลีกตัวออกไป ความอึดอัดของเทเรซ่าส่งผ่านมายังเอลิซาเบธได้เป็นอย่างดี

“เทรซ เดี๋ยวก่อน” เอลิซาเบธก้าวตามเทเรซ่าออกไป ทิ้งให้ผู้เป็นสามีงุนงงกับเหตุการณ์ สาวๆ ทำให้เขาหัวหมุนไปหมด

“เดี๋ยวซิคะ” เอลิซาเบธคว้าข้อมือของเทเรซ่าเอาไว้ “ไหนคุณสัญญากับฉันว่าจะไม่เดินหนียังไงละคะ”

เทเรซ่าไม่กล้าแม้กระทั่งสบตากับอีกคน จนเอลิซาเบธเริ่มใจเสีย

“เทรซ…”

“คุณเอลิซาเบธปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉัน…”

“ไม่” เอลิซาเบธพูดอย่างดื้อดึง “เราต้องคุยกัน”


“แขกผู้มีเกียรติ สุภาพบุรุษและสุภาพสตีทุกท่าน งานประมูลเริ่มขึ้นแล้ว ขอเชิญทุกท่านมานั่งประจำที่กันที่เวทีด้านหน้าได้เลยครับ”


เสียงพิธีกรดังขัดตัดบทสนทนาเอลิซาเบธกับเทเรซ่าได้อย่างเหมาะเจาะ เอลิซาเบธเกิดความกระอักกระอ่วนใจขึ้นมา เพราะเธอต้องการหนังสือที่อยู่ในการประมูลครั้งนี้ เธอต้องทำเพื่อคุณย่าของเธอเช่นกัน เอลิซาเบธเกลียดที่ต้องเลือกแบบนี้

“ลิซ มาเถอะ เดี๋ยวจะพลาดเอาได้นะ” เซบาสเตียนส่งเสียงเรียกอีกคนจากด้านหลัง หากแต่ว่าเอลิซาเบธยังไม่ขยับไปไหน ไม่จนกว่าเทเรซ่าจะตามเธอมา และยอมคุยด้วย ทำไมเธอถึงได้เป็นคนไม่มีเหตุผลนะ เอลิซาเบธต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

“คุณเอลิซาเบธ ปล่อยเถอะค่ะ” เทเรซ่าน้ำตาคลอ ยิ่งทำให้เอลิซาเบธปวดใจ ส่วนเทเรซ่านั้นเธอหวังสุดหัวใจว่าเอลิซาเบธจะตามเธอมา และอยู่ด้วยกัน เธอหวังอย่างนั้น แต่ทว่า…

“ขอโทษด้วยนะ ฉันเสียใจ” เสียงนั้นเอ่ยขึ้นแผ่วเบา มือที่จับเทเรซ่าค่อยๆ ลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ สีหน้าของเอลิซาเบธดูเหมือนจะทำใจลำบากเช่นเดียวกันทั้งๆ ที่ยังเคลียร์กันไม่จบ

ร่างสูงเดินจากเทเรซ่า เข้าไปหาเซบาสเตียน เขาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะโอบเอวภรรยาไปนั่งประจำที่ที่แถวด้านหน้าสุด เทเรซ่ายื่นมองทั้งสองคนอยู่เนิ่นนาน ชั่วครู่ที่เอลิซาเบธหันหลังมามองเธอ ตอนนั้นที่เทเรซ่าไม่อยากอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

เทเรซ่าหันหลังวิ่งออกไปจากงาน

และข้างนอกฝนตก

ทำไมเทเรซ่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ฟ้าฝนก็ไม่เคยจะอำนวยตลอดเวลา ในทุกครั้งที่เธอหนีจากเอลิซาเบธฝนก็จงใจตกลงมาเสียทุกครั้ง แตกต่างกันที่ครั้งนี้ เอลิซาเบธจะตามเธอออกมาเหมือนครั้งที่อยู่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอควรจะกลับเข้าไปในงาน งานของเธอยังไม่เสร็จ เธอต้องโดนวิคเตอร์บ่นว่าไร้การรับผิดชอบอย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่อยากเข้าไป เทรซ่าไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว เธอไม่อยากเห็นภาพหวานชวนปวดใจของเอลิซาเบธกับสามี พวกเขารักกันมาก

“พี่นิโคล ฉันรู้สึกไม่ดีเลยขอกลับไปพักผ่อนได้มั๊ยคะ…ไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่รู้สึกไม่ดี…ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”

เทเรซ่าวางสายด้วยใบหน้าเลื่อนลอย เท้าของเธอก้าวออกไปท่ามกลางสายฝน ผิวเนื้อแตะต้องสายฝนเย็นช่ำ และหนาวเหน็บ เพราะในช่วงเดือนมกราคมนั้นเป็นช่วงอากาศหนาว เม็ดฝนเลยเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เทเรซ่าคิดว่ามันดีซะอีก มันจะทำให้เธอได้สติไม่ต้องคิดทำเรื่องโง่เง่าแบบนั้นอีก เธอไม่ควรจะไปต่อว่าหรือคิดในแง่ร้ายกับเอลิซาเบธ ทั้งหมดเป็นเพราะเธอเอง


‘ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนยิ่งไกลออกไปเกินจะคว้าเอาไว้

ยิ่งถลำลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น


คำพูดของเฮเลน่ากลับมารบกวนจิตใจของเธอให้บอบช้ำอีกครั้ง มันกระแทกหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เทเรซ่าสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป แต่น้ำตาก็ไหลออกมา ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าเธอร้องไห้หรือสายฝนกันแน่ที่กระหน่ำลงมาเปื้อนใบหน้าในเวลานี้ เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องที่หนักหนาจริงๆ หัวใจของเธออ่อนแอ และมันน่าเศร้าที่เทรซ่าไม่รู้ความหมายของมัน

เธอก้าวเดินข้ามถนน และไม่ทันได้ดูสัญญาณไฟจราจร

“…!”

เสียงแตรรถดังแสบแก้วหูเรียกสติเทเรซ่า ดวงไฟหน้ารถสาดส่องเข้าตาของเธอทำให้มองไม่เห็นว่ารถแล่นเข้ามาใกล้มากแค่ไหน คนขับอาจเบรกไม่ทัน หรือชนเธอ

“อ๊ะ…!” ร่างของเทเรซ่าถูกดึงเข้ามาหลบบนทางเท้า เธอเซเล็กน้อยทำให้หน้าของเธอชนกับไหล่ของใครบางคน คนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เทเรซ่าอยู่ในอ้อมกอดนั้น

มีคนช่วยชีวิตเธอ

“เฮ้ย! ถ้าอยากตายนักก็ไม่ต้องมาอาศัยรถคนอื่นฆ่าตัวตาย!” คนขับรถลดกระจกตะโกนด่า เทเรซ่าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เธอเบลอไปหมด

“ขอโทษด้วยนะคะ เธอดื่มหนักไปหน่อย”

คนขับไม่ติดใจเอาเรื่อง เพียงแต่ขับรถออกไปด้วยอารมณ์เซ็งจัด และช่วงเวลานั้นที่เทเรซ่าเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาช่วยชีวิตเธอ เธอหวังอยู่เต็มอกว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นเอลิซาเบธ เทเรซ่าหวังเอาไว้อย่างนั้น แต่น่าเศร้าและคาดไม่ถึง…

“เจ็บมากมั๊ย?”

เทเรซ่าอึ้งที่คนที่ช่วยชีวิตเธอเป็นหญิงสาวใบหน้าสวยเซ็กซี่ และเธอเกร็งมากที่สุดเวลาเจอหน้า เฮเลน่าเป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้ และยอมเปียกฝนไปพร้อมกับเธอ

“…” เทเรซ่าส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอไม่ได้บาดเจ็บอะไร

“ฉันหมายถึงหัวใจของเธอต่างหากเทเรซ่า มันเจ็บมากหรือเปล่า?”

“…?!”

คำถามนั้น เทเรซ่าตอบเฮเลน่าไม่ได้ แต่เธอได้ตอบแล้วในใจ

ใช่ มันเจ็บมากเลยล่ะ





____________________________________

จบไปแล้วอีกตอน กับความรู้สึกเจ็บๆของเทรซที่เริ่มจะสับสน

และเข้าใจไปในคราวเดียวกัน ตอนหน้าลิซจะง้อเทรซได้หรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #50 belamun123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 16:04

    เฮ้อออ ขนานนี้แล้วรู้ตัวได้ละมั้งว่าชอบเขา แล้วก็รู้ตัวได้ละมั้ง ว่าสถานนะตอนนี้คือถอยก่อน อย่างน้อยๆให้คุณเข้าไปเคลียตััวเองก่อน


    เห็นฉากนี้แล้วก็อยากให้เฮเลนหลงเทรซเลย555

    #50
    0
  2. #11 Guitarfroyd (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 18:06
    แหมมมมมมมมมมม
    #11
    1
  3. #10 J418 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:48
    จะผิดมั้ยถ้าจะเชียร์เฮเลน่ากับเทรซ 😂😂
    #10
    0