[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 14 : ELEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

เราทั้งสามคนอยู่ที่บอสตันได้สองวันแล้ว เอวาเป็นคนจัดการทุกอย่าง ทั้งเรื่องกิน เรื่องห้องพักที่โรงแรมระดับห้าดาว บ้านของเธอเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ห้องของเอวากับเทเรซ่าเป็นเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซซ์นอนกลิ้งสองคนก็ยังสบายหายห่วง ส่วนห้องของลุคอยู่ด้านข้าง เขานอนคนเดียวในเตียงขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน พวกเราออกเดินทางเที่ยวกันทุกวันจนเมื่อยขา พอตกดึกก็มานั่งร่วมวงกันที่เตียงเล่นเกมส์สแคร็บเบิลกัน ลุคทำตัวร่าเริ่งอยู่เสมอ แต่เทเรซ่าสังเกตได้ว่าเขาไม่ค่อยจะคุยกับเธอแบบปกติ บทสทนาดูตึงๆ อย่างเห็นได้ชัด จนเอวายังอึดอัดแทน เธอพยายามทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนเทเรซ่าก็ไม่แน่ใจว่าเขาโกรธเธอเรื่องอะไรอยู่

“เทรซชนะตานี้อีกแล้วซินะ” เอวายืดตัวบิดขี้เกียจแล้วหันไปมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง “อ่า ได้เวลานัดแล้ว พวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันนะ ฉันต้องออกไปข้างนอก”

“ดึกมากแล้วนะเอวา จะไปไหนอีก ได้เวลานอนแล้วนะ” ลุคเอ่ยขึ้นทำตัวเหมือนเป็นคุณพ่อ และเอวาทำหน้ามุ่ยใส่

“ฉันนัดกับทีเจเอาไว้แล้วต้องไปให้ได้”

“ระวังตัวหน่อยก็ดีฉันไม่ได้มีเพื่อนเยอะๆ ให้คอยเป็นห่วง”

“นี่ ทีเจเป็นเพื่อนเราตั้งแต่ไฮสคูลนะ ไม่มีอะไรหรอก เธอทั้งสองคนเล่นสแคร็บเบิลกันต่อเถอะ และเทรซก็เข้านอนก่อนฉันเลยไม่ต้องรอ เข้าใจมั๊ย?”

เทเรซ่าอ้าปากจะพูดแต่โดนเพื่อนอีกคนหยิกแก้ม แล้วพูดแทรกขึ้น

“ฉันจะไปแต่งตัวแล้ว” เอวาลุกจากเตียง คว้าชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินประกายที่เตรียมเอาไว้เข้าห้องน้ำไป

เกิดความเงียบขึ้นกับลุคและเทเรซ่า เขาไม่ได้ทำท่าอึดอัดอะไร แต่เป็นเทรเซ่าต่างหาก เธอรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก แถมลุคไม่ได้รับสายเธอตอนที่โทรมาหาจากมิชิแกน เหมือนกับว่าเขาไม่อยากรับสายจากเธอ แถมปิดเครื่องหนีอีก เทเรซ่ารู้สึกใจหาย

“ลุค…” เทเรซ่าเอ่ยขึ้น แต่ก็หยุดเอาไว้เพราะไม่รู้ว่าควรจะเริ่มบทสนทนายังไงดี เธอกำลังคิดอยู่

“เธออยากจะเล่นอีกตามั๊ย?”

“เอาซิ” เทเรซ่าพยักหน้าตามน้ำไปก่อน และเธอก็ปล่อยให้คำพูดที่คิดอยู่ลอยหายไปกลางอากาศ และก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไปทั้งๆ ที่มีเรื่องอยากจะคุยกับเขาอยู่

เอวาออกมาข้างนอกห้องน้ำ แต่งหน้าอยู่ร่วมยี่สิบนาทีพร้อมโบยบินสู่ค่ำคืนที่คลับดังที่สุดในแมสซาซูเซตส์กับเพื่อนที่ชื่อว่าทีเจ และแก๊งเพื่อนเก่าสมัยเรียนของเธอ

“ฉันไปแล้วนะเทรซ ลุค” เธอจุ๊บที่หน้าผากเทเรซ่า แล้วหันไปเอามือยี้ผมสีน้ำตาลของลุค เขาหัวเราะและพูดขึ้น

“โชคดี แต่คืนนี้ต้องสัญญาว่าจะกลับมานอนห้องตัวเองนะ ฉันจะบอกให้เทรซรายงานฉันว่าเธอกลับมาหรือเปล่า”

“ค่ะ คุณพ่อ” เอวาเบ้ปากใส่ก่อนจะฮัมเพลงร่าเริ่งแล้วเปิดประตูออกไป

ในห้องบรรยากาศมาคุสุดๆ เทเรซ่ากับลุคเล่นเกมส์กันเงียบๆ โดยไม่พูดจา จนกระทั่งผ่านไปสามสิบนาทีลุคชนะในตานี้ด้วยแต้มที่เฉียดเทเรซ่าไปสามแต้ม เขาไม่ได้แสดงท่าทีดีใจอะไรแต่พูดออกมาแค่ว่า ฉันชนะ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ดีใจ เทเรซ่ามองใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่สักพักจนลุครู้สึกว่าโดนมอง เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดานและมองมาที่เทเรซ่า อีกคนหลุบตาลงซ่อนสายตา

“เธอจะเล่นอีกตาหรือเปล่า?”

เทเรซ่าส่ายหน้า

“โอเค งั้น…เดี๋ยวฉันต้องกลับห้องแล้ว” เขาขยับตัวจะลงจากเตียง

“ลุค…” เทเรซ่าเรียกเขาเอาไว้ เธอต้องคุยอะไรสักอย่างกับลุค เธอต้องรู้ให้ได้ว่าสาเหตุที่เขามึนตึงใส่เธอคืออะไรกันแน่

“ฉันอยากออกไปเดินเล่น”

“ไม่ได้จะขัดอะไรหรอกนะ แต่มันดึกมากแล้ว” ลุคเกาท้ายทอยก่อนจะมองออกไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มีเงาของเขาสะท้อนอยู่ “แล้วอีกอย่างอากาศข้างนอกมันหนาวนะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดพอดี”

“ฉันอยากให้นายไปเป็นเพื่อน ฉันรู้สึกหิว นายไม่อยากออกไปหาอะไรกินสักหน่อยหรอ?” เทเรซ่ามองอีกคนที่ยืนอยู่ราวกับจะอ้อนวอนเขามากกว่าชวนออกไปธรรมดาๆ ลุคเห็นท่าทางนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้

“ก็ได้ๆ งั้นเดี๋ยวฉันไปหยิบแจ๊คเก็ตก่อน”

เทเรซ่าพยักหน้ายิ้มกว้างส่งให้อีกคน


เทเรซ่าเป็นคนชวนลุคออกมากลางดึกเพราะเกิดหิวขึ้นมา นั่นก็ทำให้ลุคประหลาดใจมากแล้ว แต่นี่เธอเดินผ่านร้านอาหารมาหลายร้านก็ไม่ยักจะซื้ออะไรเลยสักอย่าง และเทเรเซ่าก็ดูเงียบเกินความจำเป็นด้วย ลุคเองก็ไม่ได้พูดอะไรอยู่สักพักใหญ่ เขาเดินทอดน่องต่อไปเรื่อยๆ ตามทางเท้าและร้านรวงต่างๆ ที่หนาแน่นไม่ต่างจากผู้คนที่เดินสวนกันไปมา

ลุคโกรธเทเรซ่าอยู่ เพราะเขารู้สึกว่าเทเรซ่าเปลี่ยนไป หลังๆ มานี้เธอเอาแต่ไปไหนมาไหนกับเอลิซาเบธ แถมเวลาอยู่กับเขาเทเรซ่าก็จะสนใจมือถือมากกว่าเขา ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นคนติดมือถือเลยแม้แต่น้อย ลุครู้ว่าเธอคุยกับนักธุรกิจบ้านรวยสวยสง่าคนนั้น และเขาหงุดหงิดยังไงอย่างบอกไม่ถูก เขาชอบเทเรซ่ามากแต่ก็ไม่อยากทำร้ายความเป็นเพื่อนลงไป หากเทเรซ่าไม่ได้ชอบเขาขึ้นมา เขาต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ และตอนที่เทเรซ่าไปมิชิแกนกับเอลิซาเบธเธอก็ไม่ได้ติดต่อลุคมาเลย นั่นยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้น


‘เทรซดูเหมือนจะชอบใครเข้าแล้วล่ะ’


คำพูดที่เอวาพูดขึ้นมาก่อนหน้านี้ลุคไม่อยากจะเชื่อ แต่เขาก็แอบลังเลอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นก็เถอะเทเรซ่าเวลารอดผ่านสายตาเขากับเอวาไปแล้วจะมีคนเข้ามาจีบง่ายๆ แต่เธอไม่มีท่าทีว่าจะสนใจเลย ลุคไม่เห็นด้วยที่เอวาพูดแบบนั้น เทเรซ่าไม่สนใจใครมากขนาดนั้นหรอกนอกจากหนังสือกับดอกไม้

เว้นแต่ว่า เอลิซาเบธ เพย์ตัน

เขากำลังคิดอยู่ว่าเทเรซ่าติดเอลิซาเบธมากเกินไปหรือเปล่า เธอมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ หรือว่าเทเรซ่าจะชอบเอลิซาเบธ? เขาถามตัวเองได้แค่นั้นก็ตัดปัญหา ไม่มีทางหรอก เอลิซาเบธมีสามีแล้ว และเทเรซ่าก็ไม่ได้โง่พอที่จะไปคิดเกินเลยแบบนั้น

“ลุค” เสียงของเทเรซ่าเอ่ยขึ้นให้เขาได้สติขณะที่จมอยู่กับความคิด เขาไม่รู้ว่าเทเรซ่าเรียกเขากี่ครั้งแล้ว

“ฉันขอโทษ”

“…?!” ลุคหยุดเดินและหันมามองอีกคน เขาอึ้งไปเลยที่อยู่ๆ อีกคนก็พูดออกมาคล้ายกับรู้เรื่องที่เขาคิดในหัว

“ฉันขอโทษที่โง่เกินไป เพราะฉันไม่รู้ว่านายโกรธอะไรฉัน นายบอกฉันได้มั๊ย? ละ แล้วนายจะให้อภัยฉันได้หรือเปล่า ฉันไม่อยากให้นายเงียบกับฉันแบบนี้อีกแล้ว ฉันไม่สบายใจเลย” สีหน้าของเทเรซ่าหมายความว่าอย่างนั้น ลุคเป็นฝ่ายพูดไม่ออก แต่เขาควรจะพูดให้ปัญหานี้จบไป เขาควรจะบอกเทเรซ่าว่าโมโหเรื่องอะไร

“ฟังนะเทรซ ฉันโกรธเธอ ฉันยอมรับ”

“…” เทเรซ่าหน้าหงอยไป

“ฉันโกรธที่เธอเปลี่ยนไป ไม่รู้ซิ ตั้งแต่มีเอลิซาเบธเข้ามา เธอก็ไม่เหมือนเดิมเลย เธอเหมือนกับว่า…เหมือนกับว่าลืมฉันไป…ฉันไม่อยากให้เธอลืมฉันเข้าใจหรือเปล่า ฉันอยู่ข้างเธอมาตลอดจนถึงตอนนี้ และฉันเป็นเพื่อนของเธอนะ เหตุผลที่ฉันโกรธเธอมันก็โง่พอกัน แต่ฉันรู้สึกอิจฉาเอลิซาเบธคนนั้นที่อะไรๆ เธอก็เอาแต่นึกถึงเป็นอันดับแรก แถมเวลาคุยกับฉันเธอก็เอาแต่พิมพ์แชทตอบข้อความของเอลิซาเบธ เธอคุยกับเอลิซาเบธนานกว่าฉันหรือไม่ก็เอวาอีก เธอแคร์เอลิซาเบธมากเกินไปเทรซ จนฉันโมโหเธอมาก แต่ฉันก็รู้ว่าตัวเองงี่เง่าเรื่องนี้ ก็ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันแค่โมโหจริงๆ”

“…” เทเรซ่าฟังลุคที่พูดจ้อลิ้นพันกันอธิบายความอัดอั้นออกมา เทเรซ่าเข้าใจเรื่องทั้งหมดว่าทำไมลุคถึงได้เงียบกับเธอนัก เขาเข้าใจว่าเธอให้ความสำคัญกับเอลิซาเบธมากกว่าเพื่อนอย่างเขากับเอวา เทเรซ่าคิดย้อนหลังกลับไป บางทีมันก็ถูกอย่างที่ลุคว่า เธอสนใจเอลิซาเบธมากเวลาเธอโทรหาหรือส่งข้อความ บางวันเธอก็จะพูดแต่เรื่องของเอลิซาเบธให้เพื่อนๆ ฟังโดยที่ไม่สนใจว่าเพื่อนจะอยากฟังหรือเปล่า กับเอวาเธอฟังได้อยู่แล้ว แต่เทเรซ่าไม่รู้ว่าลุคจะอึดอัดใจขนาดนี้ เธอไม่ได้สังเกตเลย เธอเป็นเพื่อนที่แย่จริงๆ

“ฉันขอโทษ…ฉะ ฉันไม่รู้เลยว่าทำเรื่องแย่ขนาดนั้นลงไป ฉันไม่อยากให้นายคิดแบบนั้นลุค เพราะยังไงนายก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด เอ่อ…กับเอวาด้วย ฉันจะปรับตัวกับเรื่องนี้ ฉันขอโทษจริงๆ” เทเรซ่าพรำขอโทษและน้ำตาคลอ เธอไม่อยากจะเสียเพื่อนไป ลุคตกใจที่เห็นเทเรซ่าเกือบจะร้องไห้ออกมา ตลอดเวลาเขาคิดว่าเทเรซ่าไม่สนใจความรู้สึกของเขาซะอีก พอได้รู้แบบนี้แล้วเขาเลยโล่งใจขึ้นมา และเขาน่าจะบอกเรื่องนี้กับเทเรซ่าให้เร็วกว่านี้หน่อย

ผู้คนที่เดินผ่านไปมามองทั้งคู่ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น แต่ก็แค่นั้นแหละพอพ้นสายตาพวกเขาก็เบื่อที่จะสนใจ มีเหตุการณ์การแฟนทะเลาะกันบ่อยที่ทางเท้า คนพวกนั้นคงคิดว่าเขากับเทเรซ่าเป็นแฟนกัน ทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย แม้ลุคจะอยากให้เป็นก็ตาม

“ที่มิชิแกนเธอไม่โทรหาฉันเลย” ลุคเอ่ยออกมาเบาๆ เทเรซ่าใช้มือเช็ดที่หางตา เธอพยายามไม่ร้องไห้ออกมา เพราะเห็นหน้าฝ่ายชายรู้สึกแย่ที่เห็นท่าทีของเธอเศร้า

“ฉันโทรหานายทุกวัน แต่นายไม่รับสาย”

“…?” ลุคมีสีหน้าเปลี่ยนไปเหมือนนึกอะไรออก

จริงซิ! โทรศัพท์ของเขาเสียมาทั้งอาทิตย์ ฟรองซัวร์แมวของเขากระแทกมันตกอ่างเลี้ยงปลาหน้าคฤหาสน์ มันเป็นวันที่เทเรซ่าไปมิชิแกนพอดี เขาเอามันขึ้นมาจากอ่างและแน่นอนว่าสายเกินไปแล้ว มันพัง อีกอย่างลุคไม่ได้เป็นคนสนใจมือถืออยู่แล้วนอกจากใช้เล่นเกมส์ เขาเลยไม่ได้สนใจอะไร เพราะงั้น…เมื่อเทเรซ่าโทรเข้ามาเขาก็ไม่รู้เรื่อง

โธ่เอ๊ย! แกมันงอนไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะลุค

เขาตำหนิตัวเอง

“เธอโทรหาฉันจริงๆ หรอ?”

เทเรซ่าพยักหน้า

“คือมือถือฉันมีปัญหา ทำไมเธอไม่ส่งข้อความทางโซเซียลสักทางล่ะ….?!” ลุคกำลังจะพูดแต่ก็นึกขึ้นได้อีกครั้ง เขาไม่ค่อยสนใจโซเชียลอะไรมากนัก แน่นอนว่าเขาเล่น แต่ไม่ใส่ใจ เดือนหนึ่งก็ไม่แตะเข้าไปแถมยังปิดการแจ้งเตือนเอาไว้

“ฉัน…รู้ว่าถึงส่งไปนายก็ไม่เล่นอยู่ดี ฉันส่งไปนะ แต่นายไม่ตอบ”

“โอ้ นั่นเป็นความผิดของฉันเอง” เขาหัวเราะแห้งๆ กับความงี่เง่าของตัวเอง ในขณะที่เทเรซ่าส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร แค่นายให้อภัยฉัน”

“แน่นอนซิฉันให้อภัยที่เธอจะปรับตัว และต้องขอโทษเรื่องที่เธอติดต่อหาฉันไม่ได้ด้วย ฉันเครียดเรื่องนี้มาตั้งหลายวันนึกว่าเธอไม่สนใจฉันซะแล้ว”

“ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอก นายเป็นเพื่อนของฉันนี่”

“…” แต่ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ ลุคได้แต่พูดประโยคนั้นในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับอีกคน

“ไปกินชีสเบอร์เกอร์กัน ฉันเลี้ยงเอง” ลุควางมือบนไหล่ของเทเรซ่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทั้งสองกลับมาดีกันอีกครั้ง และเทเรซ่าดีใจเป็นอย่างมาก เธอยิ้มกว้างทั้งวันและต่อจากนั้น



วันหยุดของเอลิซาเบธเวียนมาอีกครั้ง วันนี้เธอใช้เวลาในตอนเช้าจิบชาและอยู่กับเตาผิงที่อบอุ่น โดยมีคูเปอร์นอนขดอยู่ด้านล่างปลายเท้าของเธอที่พรมสีแดง ปกติในวันหยุดของเธอ เอลิซาเบธจะนึกถึงเทเรซ่าเป็นอันดับแรก และเธอจะไปหาเทเรซ่า แต่วันนี้เทเรซ่าไปเที่ยวบอสตันกับเพื่อน เธอเลยอดไปหาอีกคนในวันหยุด เอลิซาเบธส่งข้อความหาเทเรซ่าแล้วตั้งแต่เช้า เทเรซ่ายังไม่ตอบกลับเธอมาเลย นั่นทำให้เอลิซาเบธหงุดหงิด เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้ทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลอย่างนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นกับเธอแล้ว

เทเรซ่าไปทำอะไรอยู่ทำไมไม่ตอบกลับข้อความนะ?

เอลิซาเบธจับมือถือของตัวเองขึ้นมาดูเป็นสิบๆ รอบ คูเปอร์คงจะสังเกตเห็นอาการของเธอ มันกระโดดขึ้นมาที่โซฟาและวางหัวลงที่ตักของเอลิซาเบธ เธอดูใจสงบมากขึ้นเมื่อเห็นมันออดอ้อนเธอ หญิงสาวยิ้มและลูบขนนุ่มนิ่มสีขาวเหมือนสำลีของมัน

“จริงด้วย นายทำให้ฉันใจเย็นลง ขอบคุณนะ”

คูเปอร์หลับตาพริ้มสีหน้าแลดูมีความสุข

“ลิซ” อีธานตามหาลูกสาวของเขาให้ทั่วบ้าน เขาลืมนึกว่าเอลิซาเบธคงอยู่ห้องนั่งเล่น สุดท้ายก็เจออยู่ที่นี่จริงๆ เขาเดินลงมาจากบันไดชั้นสอง และตรงดิ่งมาหาลูกที่นั่งผิงไฟอยู่ เขาไม่ได้จะเขามาทักทายลูกเพียงอย่างเดียว เขามีเรื่องจะปรึกษาด้วย

“ว่าไงคะ?”

ผู้เป็นพ่อทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับเอลิซาเบธ เขาเผลอมองคูเปอร์ที่นอนหนุนตักลูกสาวเขาก่อนจะยิ้มออกมาในความขี้อ้อนของมัน ทุกคนในคฤหาสน์รักมันเหมือนเป็นครอบครัว เมื่อมันเห็นอีธานก็กระดิกหาง และกระโจนลงมาทักทายเขา อีธานลูบหัวมัน เมื่อทักทายเสร็จแล้วคูเปอร์ก็กลับขึ้นไปนั่งที่เดิม คราวนี้ไม่ได้หนุนที่ตักของเอลิซ่าเบธแต่เอาหน้าไปวางที่พนังพิงแขนแทน คล้ายกับมันรู้ว่าทั้งสองพ่อลูกมีเรื่องต้องคุยกัน

“พ่อไม่ค่อยรู้ใจผู้หญิงสักเท่าไหร่นะ พ่อมีเรื่องจะถามหน่อย” เขาเปิดประเด็นออกมาท่าทางกลุ้มใจ

เอลิซาเบธพยักหน้า

“เรื่องของเฮเลน”

“…”

“พ่อรู้ว่าลูกไม่ชอบเธอ แต่พ่ออยากได้คำปรึกษา และขอให้ลูกมองข้ามเรื่องความเกลียดก่อนเป็นอันดับแรก”

เอลิซาเบธขมวดคิ้ว แต่ก็พยักหน้ารับโดยดี

“พักนี้เฮเลนดูไม่ค่อยสบาย พ่อไม่ได้หมายถึงป่วยนะ แต่เธอดูไม่ค่อยมีกะจิตกะใจทำอะไรมากกว่าเคย เธอดูคิดมาก พ่อไม่รู้ว่าเธอคิดเรื่องอะไรอยู่ ลูกคิดว่าผู้หญิงพอจะคิดมากเรื่องอะไรได้บ้าง”

เขาถามเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเห็นได้ชัด พ่อของเธอรักและให้เกียรติเฮเลน่ามาก มันมากพอที่จะไม่กล้าถามปัญหาส่วนตัวของเฮเลน่าเพราะเกรงใจ เอลิซาเบธอยากตะโกนใส่หน้าพ่อว่า ‘เฮเลนรักเงินของพ่อมากกว่าพ่อซะอีก และพ่อโดนหลอกอยู่!’

แต่เธอก็ทำไม่ได้ เพราะเธอก็โกหกพ่อคำโตเรื่องที่เฮเลน่าเคยเป็นของเธอก่อนจะมาเป็นของพ่อ และบางทีเธอก็แอบคิดว่าน่าจะพาเฮเลน่ามาที่คฤหาสน์สักครั้ง เผื่อเรื่องราวทั้งหมดจะได้ไม่ยุ่งยากแบบนี้

“เรื่องแค่นี้ทำไมพ่อไม่ถามเธอให้มันจบๆ ไปเลยล่ะคะ พ่อเป็นสามีเธอนะ ยังจะต้องเกรงใจอะไรอีก”

“พ่อถามแล้วแต่เฮเลนบอกว่าแค่เครียดเรื่องงาน พ่อไม่มีทางเชื่อหรอก เฮเลนเครียดเรื่องงานทุกครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้ทำสีหน้าราวกับคนสิ้นหวังแบบนี้ตลอดเวลา”

“เธอคงมีช่วงเวลาที่หนักอยู่เหมือนกันแหละค่ะ พ่อก็แค่อยู่ข้างๆ เธอเอาไว้” เหมือนอย่างที่หนูเคยทำมาก่อน เอลิซาเบธพูดอีกประโยคในใจ

“พ่อจะไปบอสตัน พ่อจะตามเฮเลนไป ถึงมันจะเป็นงานแฟชั่นที่พ่อไม่ชอบก็เถอะ”

เอลิซาเบธกลอกตา “พ่อคะ สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงไม่ชอบก็คือการตามหึงนี่แหละ”

“จะให้พ่อทำยังไงล่ะ หมู่นี้นักธุรกิจบางคนถึงกับคลั่งเธอแล้วบุกไปกอดเธอที่ห้องเสื้อเลยนะ ทำไมพ่อจะไม่เป็นห่วงล่ะ ผู้ชายพวกนั้นเล็งเฮเลนอยู่ ยิ่งห่างพ่อก็ยิ่งเป็นผลดีกับพวกเขา”

“พ่อไม่ไว้ใจเธอ”

“พ่อไว้ใจเฮเลน แต่ไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น”

“งั้นพ่อก็ลองคิดกลับกันดูบ้างซิคะ” เอลิซาเบธเผลอหัวเราะออกมา และแน่นอนว่าเธอเผลอประชดออกไปด้วย

“ลิซ! นี่ลูกกำลังกล่าวหาเฮเลนต่อหน้าพ่อนะ”

“แตะต้องไม่ได้เลยนะ ภรรยาผู้แสนวิเศษของพ่อน่ะ”

อีธานโมโห เมื่อไม่กี่นาทีก่อนสองพ่อลูกยังคุยกันดีๆ อยู่เลย เขาไม่เข้าใจว่าลากมาเป็นทะเลาะกันได้ยังไง

“ลูกควรให้เกียรติเฮเลนอย่างน้อยเขาก็เป็นแม่เลี้ยงของลูก”

เอลิซาเบธส่งเสียง ‘เหอะ’ ออกมา

“พ่อไม่ต้องมาพูดเข้าข้างเธอหรอก จะไปบอสตันไม่ใช่หรอคะ รีบไปเก็บกระเป๋าซิ นักธุรกิจหล่อๆ บางคนอาจจะโฉบเธอไปกินแล้วก็ได้”

อีธานมองเอลิซาเบธตาเขียวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาชี้หน้าลูกสาวและกำลังจะกล่าวโทษ แต่อังเดรพ่อบ้านเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เหตุเพราะไฟในเตาผิงกำลังจะมอดและหอบฟืนมา ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นอีธานกำลังชี้หน้าเอลิซาเบธอย่างเกรี้ยวกราด เขาคงมาขัดจังหวะซินะ ไม่ซิ ต้องเรียกว่ามาถูกจังหวะมากกว่า

“ให้ผมเติมฟื้นมั๊ยครับคุณผู้ชาย?” เขากล่าวออกไปให้บรรยากาศเป็นปกติ อีธานลดมือลง แต่ยังตีหน้ายักษ์ใส่ลูกสาว

“ไม่ต้องอังเดร แค่นี้ลูกสาวก็ทำให้ฉันร้อนจะระเบิดอยู่แล้ว!” เขากระแทกเสียงใส่เอลิซาเบธแล้วเดินจากไป เอลิซาเบธถอนหายใจทำหน้าเอือมระอากับอาการหวงภรรยานักหนาของผู้เป็นพ่อ

“แล้วคุณหนูละครับเติมฟื้นหรือเปล่า?” อังเดรไม่ได้สนใจการทะเลาะครั้งนี้ถามอีกคนที่อยู่ในห้องขึ้น

เอลิซาเบธทำท่าจะส่ายหน้า เพราะเธอจะออกไปที่สวนหน้าบ้านไปสูดอากาศสักหน่อย เพราะพ่อก็ทำเธอหัวเสียเหมือนกัน แต่ปรากฏว่ามีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดเสียก่อน

“ช่วยหน่อยนะอังเดร ผมอยากจะอยู่ห้องนี้สักหน่อย” เซบาสเตียนเดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือพิมพ์ อังเดรทำตามที่เขาสั่ง ส่วนคูเปอร์ที่นั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนจะรู้งาน มันกระโจนลงโซฟาวิ่งรอบเซบาสเตียนเป็นการทักทาย เมื่ออีกคนลูบหัวมัน คูเปอร์ก็วิ่งไปนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ เตาผิงที่อังเดรเพิ่งจะเติมฟื้น

“คูเปอร์ ฉันมีขนมหวานจะให้น่ะ” อังเดรพูดขึ้น แล้วเรียกมันออกไปจากห้องพร้อมกับเขา มันวิ่งร่าเริงราวกับรู้เรื่องตามหลังพ่อบ้านออกไป

“ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วหรอ?” เซบาสเตียนนั่งลงข้างๆ เอลิซาเบธ

“ก็ไม่เชิงว่าทะเลาะใหญ่โตหรอกค่ะ แต่ว่าถ้าอังเดรไม่เข้ามาซะก่อนเราอาจจะระเบิดบ้านไปเลยก็ได้”

เซบาสเตียนหัวเราะ

“พ่อเป็นห่วงเฮเลนมาก แค่ปัญหาของภรรยาก็ไม่กล้าที่จะถาม เขาคงกลัวเฮเลนจะโกรธที่ไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธอ”

เซบาสเตียนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะพูดขึ้น “พ่อของคุณเขาเป็นคนดีไงครับ ถึงไม่กล้าทำอะไรแบบนั้น แต่พอเขาสังเกตพฤติกรรมของเฮเลนทุกวันก็เลยเป็นห่วงเหมือนเรา”

“เว้นฉันแหละคนหนึ่ง ฉันไม่ได้เป็นห่วงอะไรเฮเลน”

เซบาสเตียนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เอลิซาเบธส่ายหน้าย้ำกับเซบาสเตียนอีกครั้ง จนเขาต้องยอมแพ้แล้วกางหนังสือพิมพ์ออกอ่านข่าวประจำวัน

เอลิซาเบธมองใบหน้าที่หล่อเหลาและดวงตาสีฟ้าของสามี เขาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก และเขาเป็นผู้ชายที่ช่างแสนดีกับครอบครัวของเธอเหลือเกิน เอลิซาเบธกำลังคิดว่าเราทั้งสองคนทะเลาะกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เซบาสเตียนเขาค่อนข้างใส่ใจกับเรื่องทะเลาะกันมาก หากบทสนทนาไหนกำลังจะลากเข้าสู่การทะเลาะกัน เขาจะเลี่ยงเสมอ เขาบอกว่าไม่ชอบการทะเลาะกันของสามีภรรยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะมันจะนำไปสู่เรื่องใหญ่โตตามมา ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยอมให้กัน และเขายอมให้เธอเสมอ

เซบาสเตียนลดหนังสือพิมพ์ลง เขามองกลับเอลิซาเบธที่กำลังจ้องเขาอยู่อย่างลืมตัวจนสามีรู้สึกตัวว่าโดนจับจ้องอยู่

“คุณกำลังแอบมองผมอยู่หรือเปล่า?” เขาพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เอลิซาเบธหัวเราะ

“ก็แค่…ฉันกำลังนึกว่า เอ่อ เราทะเลาะกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

“อืม…” เขาทำท่าคิดอย่างจริงจัง ทำให้เอลิซาเบธยิ้มออกมา “ก็…เรื่องนั้นไง…เดือนกันยาปีก่อนมั้งนะ”

“…?”

“คุณอยากไปร้านอาหารที่บรู๊คลินแต่ผมไม่ค่อยชินเส้นทางที่นั่น ตอนที่นั่งอยู่บนรถคุณโมโหผมมากที่เลี้ยวผิดทาง ทำให้ต้องไปกลับรถลำบาก ตอนนั้นเองอยู่ๆ รถก็ติดทั้งๆ ที่ไม่เคยจะติดในถนนสายนั้นมาก่อน แล้วผมก็โมโหคุณที่คุณไม่ได้ดูทาง คุณบอกผมว่ารู้จักเส้นทาง แต่ตัวเองกลับมัวแต่จดจ่อกับการดูรายการอาหารในไอแพด พอไปถึงร้านคุณก็ขอโทษผมและบอกเหตุผลที่ทำไมถึงหงุดหงิดผมนักหนา”

“ประจำเดือน” แล้วทั้งสองก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น พวกเธอน่าจะเปิดจีพีเอส แต่ด้วยความจำของเอลิซาเบธ เธอจำได้ เธอไม่อยากเพิ่งเครื่องนำทางนั่น แต่เธอดันพลาดที่มัวนั่งดูรายการอาหารจนเผลอลืมมองทางให้เซบาสเตียน

“คุณโมโหผมได้รุนแรงเลย จนผมก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่”

“ฉันบ้ามากตอนนั้น”

“ผมเข้าใจ” เขาหัวเราะ และนึกขึ้นมาได้ว่าพี่สาวข้างบ้านของเขาก็เคยเป็น และรวมถึงผู้หญิงทุกคนด้วย แม่ของเขาชอบให้เหตุผลเวลาโมโหและหงุดหงิดบ่อย เพราะงั้นเขาเลยชินกับอารมณ์ของผู้หญิงไปเสียแล้ว

“แต่ว่านะพอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว คุณพอจำได้มั๊ยว่าเราทะเลาะกันครั้งแรกเมื่อไหร่?”

เอลิซาเบธนึกได้ขึ้นมาทันที เธอหัวเราะชอบใจเมื่อย้อนกลับไปในอดีต

“ผมจำได้ว่าตอนเจ็ดขวบคุณปาโคลนใส่หน้าผม แล้วผมก็ดึงหางม้าคุณ ลงท้ายด้วยทุกคนเปื้อนโคลนทั้งหมดและถูกกักบริเวณ” เขาหัวเราะในท่าทีของเอลิซาเบธมือเล่าจบ ภรรยาของเขาหัวเราะจนตัวงอ เอลิซาเบธไม่มีทางลืมเหตุการณ์ในวันนั้น พ่อของเขากับพ่อของเธอสนิทกันมาก วันหยุดบางครั้งก็จะไปเที่ยวพักร้อนด้วยกันสองครอบครัว และวันนั้นมันเป็นวันที่เธอได้พบกับเซบาสเตียนครั้งแรก พี่สาวคนรองของเธอ แอนนาเบ็ธ เป็นฝ่ายชวนพวกเราไปเล่นที่น้ำตกใกล้บ้านพักของตระกูลมิลเลอร์ พวกเราเล่นบทบาทสมมุติเซดริกพี่ชายของเซบาสเตียนเล่นเป็นม้าวิเศษให้น้องชายขี่หลัง เอลิซาเบธอยากขี่หลังพี่ชายเขาบ้างแต่บาสน้อยไม่ยอม เลยเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้น แอรอนพี่ชายคนโตของเธอพยายามห้าม สุดท้ายก็จบลงด้วยการปาโคลนใส่หน้ากันระหว่างฝ่ายตระกูลมิลเลอร์กับตระกูลเพย์ตันก็เริ่มขึ้น แต่มันจบไม่สวยเมื่อพ่อกับแม่เห็นเข้า พวกเขาลงโทษทั้งห้าคนโดยการกักบริเวณ นั่นเป็นการพักร้อนอายุเจ็ดขวบที่ห่วยแตกมากสำหรับเอลิซาเบธ

“เป็นทริปที่น่าจดจำ แล้วก็ห่วยแตกมาก”

“แต่มันก็ดีไม่ใช่หรอ? เราทั้งห้าคนสนิทกันมากขึ้น” เซบาสเตียนระบายรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ออกมาและกุมมือเอลิซาเบธเอาไว้ “และทำให้เรามีวันนี้”

เอลิซาเบธยิ้มส่งให้เขาและซบลงที่ไหล่ของสามี

“วันนี้เราไปบรู๊คลินกันมั๊ย? ร้านอาหารร้านนั้นที่ทำเราอารมณ์เสีย ผมยังจำได้นะ”

“ถ้าคุณจำได้ฉันก็รับปากว่าจะไป”

“เราไปเที่ยวที่นั่นกันแค่ผมกับคุณ ตกเย็นก็ไปทานอาหารที่ร้านนั้นกัน”

เอลิซาเบธพยักหน้าตกลง

“หวังว่าคุณจะไม่เป็นประจำเดือนอีกนะวันนี้”

เอลิซาเบธหัวเราะ และส่ายหัวอย่างร่างเริง

“ไปแต่งตัวกันเถอะค่ะ”

เซบาสเตียนพยักหน้าแล้วพับหนังสือพิมพ์เก็บ เราทั้งสองเดินขึ้นชั้นบนพร้อมกัน

บาสดีกับเธอมาก แต่ทำไมเธอถึงได้รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองมากขึ้นทุกวัน

เธอควรจะทำยังไงดี?



เฮเลน่าเพิ่งปลีกตัวออกมาจากงานแฟชั่นโชว์ที่บอสตันของห้องเสื้อแบรนด์ดัง เธอได้รับบัตรเชิญซึ่งเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีอารมณ์อยากจะมาเท่าไหร่ แต่ทำยังไงได้แฟชั่นแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอแล้ว แม้จะอยู่ในช่วงเคร่งเครียดก็ตาม ยังไงซะเฮเลน่าก็คิดซะว่ามาพักผ่อนก็แล้วกัน

“ขอบคุณค่ะ” เฮเลน่ารับมอคค่าร้อนจากพนักงานที่ร้านกาแฟในแถบนั้น ร่างสูงเลือกที่นั่งในสุดของร้าน ไม่มีกระจกหน้าต่างบานใหญ่และมองไม่เห็นคนเดินสวนไปมาก นั่นคือมุมที่เฮเลน่าชอบ เธอจมอยู่กับความคิดสักพักพักจนได้ยินเสียงของใครบางคนใกล้แถวที่นั่งของเธอ

“ตรงมุมสุดใช่มั๊ย? ...โอเค ฉันแทบไม่มีมือจะถืออยู่แล้ว มาเร็วๆ นะ…อ๊ะ!”

ผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งถือกาแฟเย็นมาสามแก้วดูงุ่มง่าม เธอพยายามจะเข้ามานั่งที่โต๊ะด้านข้างเฮเลน่า แต่เฮเลน่าไม่ได้มองเธอตรงๆ แค่หางตาก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ดูออกจะซุ่มซ่ามและมันก็เป็นจริงดังที่เธอว่า

“…!”

ผู้หญิงคนนั้นสะดุดอะไรสักอย่างที่เฮเลน่าเองก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่แก้วกาแฟทั้งสองเทลงพื้นกระจัดกระจาย และแก้วสุดท้ายโดนที่ไหล่ข้างขวาของเฮเลน่าที่กำลังนั่งอยู่เต็มๆ

ขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ใช่กาแฟร้อน

“ทำบ้าอะไรของเธอ!” เฮเลน่าโวยวายทันที คนทั้งร้านมองดูเหตุการณ์อย่างสนใจ บางคนถึงกลับส่งเสียงออกมาราวกับเป็นคนโดนกาแฟราดซะเอง บางคนก็หน้าซีดแทนเทเรซ่าเพราะผู้หญิงร่างระหงราวกับราชินีคนนี้ดูท่าจะเอาเรื่องสาวน้อยจอมซุ่มซ่ามอยู่เหมือนกัน

“…!” ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุมองเฮเลน่าอึ้งไปสักพัก จนเฮเลน่าต้องขมวดคิ้วและเงยหน้าขึ้นมองเนื่องจากอีกคนยังไม่พูดขอโทษเธออีก แล้วเฮเลน่าก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นอีกคน เธอไม่รู้ว่าทำไมเทเรซ่าถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ และความซุ่มซ่ามของเทเรซ่าคงเป็นเสน่ห์ที่เอลิซาเบธชอบกระมัง เฮเลน่าประชดในใจ

“คะ คุณเฮเลน่า” เทเรซ่าดูตกใจไม่น้อย “ฉันขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

เทเรซ่าตัวสั่นเธอค่อนข้างกลัวเฮเลน่าอยู่แล้ว และช่างโชคร้ายที่เธอทำเรื่องแย่ๆ ใส่กลับเป็นคนที่เธอหวั่นเกรงมากที่สุด

วันซวยของเธอจริงๆ เลยเทรซ

ร่างบางไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เธอจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าและปรี่เข้าไปซับกาแฟที่บริเวณไหล่ของเฮเลน่าอย่างร้อนรน อีกคนโมโหมากเป็นเท่าตัวเพราะคนที่ทำให้เธอต้องอาบกาแฟคือคนที่เธอเกลียดที่สุดอย่างเทเรซ่า เฮเลน่าอยากลุกขึ้นฟาดมือลงบนหน้าสวยๆ นั้นด้วยซ้ำ แต่เธอกำลังควบคุมอารมณ์ร้อนแทบจะระเบิดของตัวเองอยู่ เธอไม่ควรจะวู่วามเพราะแผนการที่เธอวางเอาไว้จะยิ่งแย่ลง เฮเลน่าถอนหายใจ เธอไม่ได้ปั้นยิ้มเหมือนนางฟ้า แต่ตีสีหน้าโมโหน้อยลง แน่นอนว่าเธอพยายามควบคุมอารมณ์อยู่

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันเช็ดเอง” ร่างสูงลุกขึ้นจากที่นั่ง เธอฉวยผ้าเช็ดหน้าจากมือของเทเรซ่าไปเช็ดเองแม้จะรังเกียจ โดยมีอีกคนยืนสำนึกผิดอยู่ข้างๆ ก่อนที่เฮเลน่าจะพูดกับพนักงานในร้าน

“เมื่อสักครู่เด็กคนนี้สั่งอะไร เอาแบบเดิมมาให้เธอใหม่”

พนักงานหญิงที่อยู่เคาท์เตอร์พยักหน้ารับออเดอร์อีกครั้งแล้วทำตาม เธอนึกว่าเด็กสาวคนนั้นจะซวยซะแล้ว แต่กลับเป็นว่าอีกคนยกโทษให้ ส่วนเทเรซ่าก็ทึ่งที่ไม่ได้ถูกกล่าวโทษรุนแรงอะไร แต่สายตาของเฮเลน่ายังคงคาดโทษเธอเต็มที่

“เธอมีนิสัยซุ่มซ่ามแบบนี้ตลอดหรือไงนะ” เฮเลน่าบ่นและเช็ดคราบเปื้อนไปด้วย เทเรซ่าก้มหน้าสำนึกผิด พึมพำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ช่างเถอะ เธอทำให้ฉันเหมือนตัวร้ายเข้าไปทุกที”

พนักงานที่ร้านอีกสองคนปลีกตัวมาทำความสะอาดที่พื้น เฮเลน่าก้มลงหยิบมือถือของอีกคนที่ตกอยู่ใต้เท้าเธอขึ้นมาส่งคืนให้เทเรซ่า หน้าจอของมือถือมีรอยร้าว เทเรซ่ารับมันเอาไว้ และมันช่วยเตือนสติว่าเธอซุ่มซ่ามมากแค่ไหน

ไม่นานลุคกับเอวาก็เดินเข้ามาในร้าน แล้วทั้งสองก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าเทเรซ่ากำลังมีเรื่องกับดีไซเนอร์ชื่อดัง เอวาตกใจยิ่งกว่าลุคเมื่อเห็นใบหน้าสวยๆ ของเฮเลน่าบูดบึ้ง ทั้งสองเดินเข้าไปหาเทเรซ่าอย่างระมัดระวัง

“มีเรื่องอะไรกันหรอ?” เอวากระซิบถามเพื่อน เทเรซ่ากำลังจะอธิบาย เฮเลน่าก็ออกตัวเดินไปที่เคาท์เตอร์ทิ้งเงินค่ากาแฟสามแก้วที่เพิ่งจะสั่งให้เทเรซ่า พร้อมกับเดินตรงออกไปจากร้านราวกับไม่ใส่ใจอะไรทั้งๆ ที่ในใจคุกรุ่นไปด้วยโทสะ

เทเรซ่าอยากจะตามไปขอบคุณแต่เธอไม่กล้า แต่ถ้าขืนทิ้งไว้แบบนี้มันจะเป็นการเสียมารยาท เธอเลยรีบวิ่งตามหลังเฮเลน่าไป ทิ้งเพื่อนสองคนยืนงงอยู่ในร้าน

“คุณเฮเลน่า!” เทเรซ่าตะโกนเรียกอีกคน

ร่างระหงหยุดเดิน และหันมามองหน้าอีกคน หน้าของเธอไม่สบอารมณ์แต่ยังคงนิ่งฟังเทเรซ่า

“ฉันขอโทษนะคะที่ทำให้คุณเดือดร้อน ละ และฉันขอบคุณคุณมากนะคะที่ไม่ติดใจเอาเรื่องฉัน กาแฟ…”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ถือมาใส่ใจ” ทั้งๆ ที่ในใจเฮเลน่าโกรธมาก “แค่นี้ใช่มั๊ยที่เธอจะพูด?”

รอยยิ้มนางฟ้าของเฮเลน่าปรากฏขึ้น แต่เทเรซ่ารู้ว่าไม่ได้ยิ้มอารมณ์ดีอย่างแน่นอน เฮเลน่ากำลังรำคาญเธออยู่

“ค่ะ” เทเรซ่าพูดเสียงเบา แล้วก้มหน้าให้ เธอยังคงรู้สึกผิดอยู่

เฮเลน่ายืนอยู่ตรงนั้นสักพัก รอยยิ้มจางหายไป เธอมองเทเรซ่าและความคิดที่หลากหลายก็ฝุดขึ้นมา

“ผ้าเช็ดหน้าของเธอ ฉันไม่คืนให้นะ”

“…?” เทเรซ่าเงยหน้าขึ้นมาองอีกคนที่ถือมันแกว่งไปมา “อะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไรค่ะคุณจะทิ้งก็ได้”

“ทำไมฉันต้องทิ้งด้วย”

“…”

“มันจะได้มีข้ออ้างไปหาเธอ หากฉันต้องการ”

“…?!” เทเรซ่าไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในดวงตาสีฟ้าสวย

เฮเลน่าหันหลังเดินจากไป สีหน้าของเธอเกรี้ยวโกรธเทเรซ่าเช่นเคย และมากกว่าเดิม

นางเอกไปซะให้พอ ยัยงี่เง่า



ในที่สุดก็ถึงวันฝึกงาน เทเรซ่านอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืนวาน เธอใจจดใจจ่ออยู่แต่กับเรื่องฝึกงานวันรุ่งขึ้นจนนอนไม่หลับ เทเรซ่าเลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวชุดไหมพรมสีฟ้าอ่อนสวมทับ กับกางเกงสแล็กขายาวทรงกระบอกสีน้ำตาลอ่อน ป้ายคล้องคอสำหรับพนักงานถูกส่งมาให้เทเรซ่าตั้งแต่เมื่อวาน มันเป็นสายหนังสีน้ำตาลไหม้อย่างดี ร้อยติดกับป้ายชื่อพร้อมตำแหน่ง และรูปถ่ายหน้าตรงของเธอ ตำแหน่งที่เทเรซ่ายื่นเข้าฝึกงานคือผู้ช่วยบรรณาธิการ

เทเรซ่าสวมป้ายที่คอ แล้วส่องกระจกหมุนไปมาอย่างภูมิใจ

“…?” เสียงเคาะประตูห้องทำให้เทเรซ่าหลุดออกจากความคิด เธอขมวดคิ้วสงสัยว่าใครกันที่มีธุระกับเธอเช้าขนาดนี้

เทเรซ่าเปิดประตูออกไป

“เอ่อ…”

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูคือผู้ชายที่อยู่ในชุดฟอร์มสีเหลือง สวมผ้ากันเปื้อนสีดำ และสวมหมวกสีเดียวกันกับผ้ากันเปื้อนสกีนคำว่า ‘ร้านดอกไม้ My Garden’ และที่มือของเขาถือช่อดอกคาเนชั่นสีชมพูอ่อนขนาดใหญ่สามช่อ

“ห้องหนึ่งศูนย์สาม คุณเทเรซ่า เกรส ใช่มั๊ยครับ?”

“คะ ค่ะ นี่คือ…”

“อ่อ มีคนสั่งดอกไม้มาให้คุณครับ”

เทเรซ่ายังคงงุนงง เธอยังไม่เชื่อ “คงผิดแล้วมั้งคะ ฉันคิดว่าคงไม่ใช่”

“แต่คนสั่งบอกชัดเจนครับ ทางร้านของเราไม่เคยผิดพลาด”

เทเรซ่านิ่ง ราวกับกำลังคิดอยู่

“ให้เอาไปวางไว้ที่ไหนครับ”

“ฉันถือเองก็ได้ค่ะ”

“อย่าเลยครับมันเยอะเกินไป” เขากล่าวกับเธอย่างสุภาพ แล้วพยักหน้าให้ใครก็ไม่รู้ที่อยู่หลังประตูเป็นเชิงว่าให้ตามเขาเข้ามา เทเรซ่าเบี่ยงตัวหลบให้พร้อมกับงุนงงคำพูดของเขากับคำที่ว่า ‘มันเยอะเกินไป’ อะไรเยอะเกินไปกันนะ?

“เอาไว้ตรงโซฟาแถวๆ นั้นก็ได้ค่ะ” เธอชี้ไปที่โซนนั่งเล่นภายในห้อง

“…?!” แล้วเทเรซ่าก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นคนอีกห้าหกคนเข็นรถขนาดกลางที่ใส่ช่อดอกคาเนชั่นหลากหลายสีต่อแถวกันเข้ามาในห้องของเธอ มันเยอะมากอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆ พวกเขาสวนกันขนช่อดอกไม้ลงวางมันอย่างทะนุถนอม ไม่นานห้องของเทเรซ่าก็เต็มไปด้วยดอกคาเนชั่น ราวกับว่าห้องเธอมีสวนดอกไม้ในตัวยังไงยังงั้น มันกินพื้นที่ตรงโซนนั่งเล่นไปโซนครัวและยาวมายังที่เธอยืนอยู่ ห้องของเธอเต็มไปด้วยดอกคาเนชั่นหลากสี เทเรซ่าทั้งทึ่งและอดชื่นชมกับความสวยงามนี้ไม่ได้เลย เธอไม่อาจละสายตาจากมัน คาเนชั่นคือดอกไม้โปรดของเธอ เธอมองมันด้วยความปลาบปลื้มจนผู้ชายคนหนึ่งสะกิดให้เธอเซ็นรับดอกไม้ที่มาส่ง

“ใครเป็นคนส่งมาคะ?” หลังจากที่เธอเซ็นก็เอ่ยถามชายคนนั้น เขายิ้มให้เธอก่อนตอบ

“ลูกค้าคนนั้นไม่ยอมบอกชื่อครับ เขาบอกแค่ให้เรามาส่งตามที่อยู่นี้”

“…” เทเรซ่าได้แต่ยืนเอ๋ออยู่อย่างนั้น เธอคิดไม่ออกเลยสักนิด

หลังจากที่พนักงานจากไปแล้วเทเรซ่าก็อดยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งไม่ได้ เธอเดินเข้าไปสัมผัสดอกไม้แผ่วเบา พวกมันน่ารักมาก ยังดีที่พวกเขาเอาถังไม้สีน้ำตาลเข้มใส่น้ำให้พวกมันเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นพวกมันคงเหี่ยวเฉาแย่ เพราะถ้าดอกสีสวยของมันเหี่ยวเฉา มันจะเป็นภาพที่เทเรซ่าไม่อยากเห็นเลย เทเรซ่านึกขึ้นมาได้เธอคว้ากล้องมาถ่ายรูปพวกนี้เก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย และเธอไม่ลืมที่จะเซลฟี่คู่กับมัน ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองเท่าไหร่ แต่สิ่งนี้ทำให้เธออดไม่ได้

เวลาผ่านไปเนินนานที่เธอคิดว่าตัวเองจมอยู่กับกองทัพดอกไม้ และมันอาจจะทำให้เธอไปฝึกงานสาย เทเรซ่าจึงโบกมือลาบรรดาสิ่งสวยงามเหล่านั้น และลากตัวเองลงมาจากห้องโดยที่ยังอาลัยอาวรณ์พวกมันอยู่ เธอก้าวออกมาจากตึกและก็หยุดกึกเมื่อเจอกับร่างสูงที่เธออยากเจอมากที่สุดในหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้

“คุณเอลิซาเบธ”

เอลิซาเบธอยู่ในชุดสูทสีเท่าอ่อนเป็นทางการ เธอคลี่ยิ้มสวยสง่า ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดเช่นเคย เธอยืนพิงรถเบนซ์สีดำวาวตรงข้ามกับประตูเข้าออกตึกนี้พอดี เอลิซาเบธมายืนรอเธอนานแค่ไหนกันนะ?

“ดอกไม้ถูกใจมั๊ยคะ?”

“…!” เทเรซ่าอึ้งไปที่เจอคำถามแบบนั้น แต่เธอก็ควรจะนึกออกตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าไม่มีใครรู้เรื่องดอกไม้ที่เธอชอบมากไปกว่าคนในครอบครัว ลุค และเอวา แต่เธอจำได้ว่าเคยเล่าให้เอลิซาเบธฟังว่าเธอหลงรักดอกคาเนชั่นมากขนาดไหน เธอไม่คิดว่าเอลิซาเบธจะใส่ใจขนาดนี้

“ทั้งหมดบนห้อง ของคุณเอลิซาเบธหรอคะ?!” เทเรซ่าพูดเสียงดังด้วยความดีใจ ทำให้อีกคนหัวเราะออกมาได้

“ก็วันนี้เป็นวันฝึกงานวันแรกของคุณ มันควรจะมีอะไรพิเศษสักหน่อยไม่ใช่หรอคะ?”

“ฉันต้องขอบคุณคุณเอลิซาเบธมากๆ เลยนะคะ…แต่ว่ามันเยอะเกินไปจริงๆ ฉันหมายถึงจำนวนดอกไม้น่ะค่ะ”

“แล้วคุณชอบมันหรือเปล่า?”

“ชอบซิคะ ชอบมากเลย” เทเรซ่ายิ้ม และเอลิซาเบธเห็นประกายความสุขในดวงตาสีเขียวสดใสนั้น แค่นี้เอลิซาเบธก็มีความสุขมากแล้วที่แวะมาหาอีกคน

“แต่ว่าคุณเอลิซาเบธคะ ฉันคิดว่าบางที…ไม่ต้องส่งมาเยอะขนาดนี้ก็ได้”

เอลิซาเบธหัวเราะ แล้วพูดอวด “แค่นี้มันยังน้อยเกินไปนะ ฉันจะซื้อร้านดอกไม้ให้คุณถ้าคุณต้องการ แล้วก็ร้านหนังสือแถมให้ด้วยก็ได้”

เทเรซ่ารู้สึกว่าอีกคนทำจริงแน่นอน ดูจากวันนี้ก็พอจะเข้าใจ

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ฉันไม่ต้องการอะไรเลย”

เอลิซาเบธมองอีกคนเธออยากจะถามว่า ‘งั้นคุณต้องการอะไรล่ะ ฉันอยากรู้ความลับที่อยู่ในใจของคุณ’ แต่ก็เก็บคำถามเหล่านั้นเอาไว้ในใจ

“ถ้าอย่างนั้น ขึ้นรถซิคะ” เอลิซาเบธเปิดประตูด้านหลังรถให้ “วันนี้ฉันจะไปส่งคุณเองค่ะ วันแรกของการฝึกงานฉันเองก็อยากเอาใจช่วยคุณให้เต็มที่”

เทเรซ่าไม่พูดอะไรเธอแค่ยิ้มพยักหน้าตกลง แล้วขึ้นรถไปกับเอลิซาเบธ วันนี้อีกฝ่ายมีคนขับรถมาด้วย เพราะอย่างนั้นเอลิซาเบธเลยต้องมานั่งด้านหลังกับเทเรซ่า เอลิซาเบธจับมือของเทเรซ่าขึ้นมาเธอส่งแรงบีบเบาๆ

“ฉันรู้ว่าคุณประหม่า เพราะฉันก็เคยเป็นเหมือนกัน”

“…”

“ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของคุณ”

“ค่ะ” เทเรซ่ายิ้มคลายกังวลลงไปได้เยอะ และเอลิซาเบธไม่ได้ปล่อยมือเทเรซ่าหลังจากนั้นทันที เธอกุมมือเทเรซ่าไปตลอดทางจนถึงสำนักพิมพ์สถานที่ฝึกงานของเทเรซ่า ความจริงมันไม่ได้ช่วยให้เทเรซ่าใจสงบลงเลย แต่กลับทำให้เธอใจเต้นแรงมากต่างหาก เอลิซาเบธช่างดีกับเธอมากจริงๆ และเทเรซ่ารู้สึกชอบความสัมพันธ์นี้ขึ้นมา

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกผิดในใจก็ตาม




_______________________________________

ตอนนี้จับเทรซกับลิซแยกกันสักหน่อย 5555

ลุคไม่กล้าบอกรักเทรซเพราะกลัวความสัมพันธ์ของเพื่อนจะไม่เหมือนเดิม

ส่วนเฮเลน่านั้นมีแผนการจะทำอะไรก็ต้องติดตามกันไปเรื่อยๆ

และสุดท้ายจบด้วยการเปย์ของพี่ลิซที่หลงเด็กตามเคย555

ปล. พิมพ์ผิดเยอะขออภัย ไรท์วิงเวียนตัวหนังสือ555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น