ตอนที่ 40 : บทส่งท้าย (จบเล่มหนึ่ง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

“รถยนต์ของโวลคอฟแบ่งออกเป็นสามชนิดตามกลุ่มลูกค้า โลโก้ตัววีชิ้นนี้มีลักษณะเหมือนปีกนกฟินิกซ์เพราะใช้สำหรับโมเดลรถหรู ส่วนโลโก้ตัววีที่มีลักษณะคล้ายกับสายฟ้าสำหรับรถสปอร์ต แต่ทั้งสองจะมีกลุ่มลูกค้าที่คล้ายคลึงกันคือลูกค้ากระเป๋าหนัก แบบแรกเหมาะสำหรับนักธุรกิจหรือรถประจำตำแหน่งข้าราชการชั้นสูงไปจนถึงพาหนะของประธานาธิบดี แบบที่สองสำหรับพวกรักความเร็ว หรือลูกคุณหนูทั้งหลาย โลโก้ตัวสุดท้ายคือตัววีแบบธรรมดา  ใช้งานอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป”

ซังเกรีย เรนขยับเนกไท แล้วอธิบายต่อ “โวลคอฟไม่เหมือนกับยี่ห้อรถอื่นที่แบ่งแยกเกรดลูกค้าตามชื่อ แต่เราแบ่งตามการใช้งาน ถึงแม้ทั้งหมดจะเป็นยี่ห้อเดียวกัน แต่ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงความต่างชนชั้นแต่อย่างใด เพราะคุณภาพและงานหลังขายที่เท่าเทียมกัน แตกต่างเพียงเชิงรายละเอียดเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะกลุ่มไหน จะได้รับบริการและคุณภาพอย่างเต็มเปี่ยม”

โลโก้ตัววีปีกเพลิงฟินิกซ์กว่าร้อยคันวางเรียงกันเป็นระเบียบรอเวลาประกอบเข้ากับตัวรถ ด้านหลังคือรุ่นโวลคอฟ แอลเซเว่น ขนาดสี่ประตูเคลือบสีไวน์แดง เขายืนฟังนายเรนผู้บรรยาย อมยิ้มไปพลาง พนักงานหนุ่มเชื้อเชิญให้เขากับอีกคนขยับเท้าเข้าชมโมเดลรถรุ่นใหม่ที่ชื่อ แอลเซเว่นนี้

“คันนี้ประกอบเสร็จแล้วรอติดโลโก้และตรวจเช็กสมรรถภาพอีกครั้งแน่นอนว่ามันจะนำไปจัดแสดงในงานเปิดตัวปีหน้า” เรนเปิดประตูหลัง

“คุณมอร์ตัน คุณเดวิส เชิญนั่งเลยครับ”

มอร์ตันเหลือบมองนาฬิกา “อันที่จริง พวกเราเพียงแค่รอพบ...”

“ยังพอมีเวลา ทดลองนั่งก่อนได้ครับ” พนักงานคะยั้นคะยอ แววตามุ่งมั่นจนอีกฝ่ายยิ้มรับ

เขาพยายามกลั้นขำ ในฐานะผู้บรรยายถือว่าทำหน้าที่ได้ดี แต่ความกระตือรือร้นนี้ออกจะล้นไปสักนิด เพราะพวกเขาเพียงแค่เดินชมโรงงานเพียงฆ่าเวลาเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มแขกที่มาดูโรงงานสักหน่อย แต่กระนั้นก็เถอะ เจสซี่อดเอ็นดูไม่ได้แม้ซังเกรีย เรนน่าจะอายุมากกว่าเขาหลายปี

ผู้อาวุโสเหลือบมองเหมือนต้องการคำยืนยัน เขายิ้มให้อีกฝ่ายตัดสินใจ มอร์ตันจึงขึ้นรถ

โวลคอฟแอลเซเว่นเชียวนะโว้ย โจชัวต้องอิจฉาเขาแน่

“โอ้” มอร์ตันร้องครางออกมาทันทีเมื่อหลังสัมผัสกับเบาะที่นั่ง เจสซี่เกือบทำเสียงออกมาเหมือนกัน เครื่องมือกดคลึงที่ฝังอยู่ใต้เบาะหมุนวนไปตามจุดต่าง ๆ คลายเส้นได้ดีนัก แม่งเอ๊ย สวรรค์ชัด ๆ เขาอยากนั่งในนี้ไปตลอดกาล

“ระบบนวดเลยหรือ โวลคอฟนำหน้าคู่แข่งสักสิบปีได้” ผู้อาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้มปนลำพอง

“ครับ คุณมอร์ตัน” เรนตอบรับ “เราติดตั้งระบบนวดและอุ่นเบาะให้พอเหมาะสำหรับทุกสภาพอากาศ” พร้อมกับตบที่เบาะสองสามที

“แต่ว่า...” เจสซี่สงสัย “...รถมีระบบปรับอุณหภูมิอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

นายเรนยิ้มเหมือนรอคำถามนี้มานานแล้ว “ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน หรือรุ่นไหน ระบบปรับอากาศเป็นของคู่กับรถมานานแล้ว ใคร ๆ ก็มี แต่ถ้าเรามีออปชั่นเสริม ลองคิดดูนะครับ เมื่ออ่านคุณสมบัติที่ว่าเบาะสามารถปรับอุณหภูมิได้ เสริมด้วยระบบนวด ถึงมันไม่จำเป็นก็เถอะ สำหรับลูกค้าระดับนี้ หากมองไปยังรถคันอื่นที่ราคาใกล้เคียงกันแต่นำเสนอระบบพื้นฐานตามโมเดลเก่า ๆ และยี่ห้ออื่น อย่างไรเสียในกลุ่มรถหรู พวกเขาย่อมมองว่าเจ้าแอลเซเว่นเหนือกว่าแน่นอน”

ขอโทษนะที่เป็นกลุ่มลูกค้าระดับล่าง เจสซี่คิดในใจ แต่หลับตาปล่อยให้เบาะนวดคลึงแผ่นหลังไปจนถึงก้นกบ

“วัสดุที่เราทำยังเป็นหนังแท้คุณภาพสูง งานประณีตมาก ช่วงขายังเว้นที่ว่างทำให้นั่งสบายราวกับที่นั่งในชั้นธุรกิจสายการบินหรูเลยทีเดียว

“ผมแทบลืมเลยว่าต้องมาทำอะไร” มอร์ตันกล่าว

ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน

ในฐานะที่เพิ่งเข้าเมืองหลวงมาไม่กี่วัน เห็นรถราคาแพงผ่านมาไม่น้อย แต่สำหรับโวลคอฟแอลเซเว่นคืออีกขั้นของความยกระดับ ทั้งความสง่างามของดีไซน์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ไม่แปลกหรอกหากมันมีราคาเหยียบยี่สิบกว่าล้านเรลส์ เจสซี่เคยฝันอยากได้สักคัน จะดีแค่ไหนหากเขาขับแล้วพ่อกับแม่นั่งสบายอยู่ด้านหลัง

จู่ ๆ มีเสียงดังบิ๊บหลายที “อ้าว เวรแล้วสิ” มอร์ตันสบถ เขาลนลานรีบหยิบมือถือเครื่องเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อเปิดอ่านข้อความ “นั่นไง ประชุมเสร็จแล้ว”

ทั้งสองรีบลุกออกจากโวลคอฟแอลเซเว่น ลาก่อนฝันกลางวัน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต แก้มก้นทั้งสองข้างเคยสัมผัสรถหรูพร้อมระบบนวดให้คุยอวดได้หลายปี

“จะไปกันแล้วเหรอครับ” เรนถามด้วยความเสียดายเหมือนยังอินกับหน้าที่ผู้บรรยายไม่เลิก

“ใช่ ขอบคุณมาก วันหลังถ้ามีแขกสำคัญ ฉันจะแนะนำให้นายเป็นคนพาชมโรงงาน อธิบายได้ดีทีเดียว” มอร์ตันตบไหล่พนักงานชั้นผู้น้อยอย่างให้คำมั่น “ใช่ได้ ๆ”

ชายหนุ่มถึงกับยิ้มแย้มดีใจราวกับได้เลื่อนตำแหน่ง

“มาเร็วเจสซี่”  

เขาพยักหน้ารีบสาวเท้าตาม นี่คือโอกาสที่เขาไม่เคยคาดฝันมาก่อน อย่างแรกคือการได้มาทำงานในฟิวเจอร์ริสติก และอย่างที่สอง เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมผู้ช่วยนักธุรกิจอันดับท็อปของโลก

โรงงานผลิตรถยนต์กลางใจเมืองขนาดใหญ่ยิ่งกว่าสนามฟุตบอลจึงจำเป็นต้องมีท่อโดยสารไว้สำหรับลำเลียงพนักงานหรือผู้บริหารเวลามาตรวจงาน แต่ท่อที่เขานั่งเป็นขบวนสำหรับผู้บริหารซึ่งเหมือนกับกลุ่มโมเดลรุ่นท็อปคือความหรูหราไม่ต่างจากขบวนรถไฟชั้นหนึ่ง ขนาดเดินทางไม่ถึงสิบนาทียังมีพนักงานสาวหน้าสวยคอยเสิร์ฟน้ำผลไม้ให้จิบระหว่างทาง โอเวอร์เสียไม่มี สาวสวยผมสีน้ำตาลแดงเข้มชำเลืองมองเขาแล้วโปรยยิ้ม เจ้าตัวยิ้มตอบตามนิสัยรับไมตรีจากทุกคน และแน่นอนถ้าโจชัวไม่เห็น

แน่นอนว่าไม่รอดสายตาคนสูงวัย ชายข้างตัวหัวเราะในลำคอ “คนหนุ่มก็อย่างนี้ ยิ่งหนุ่มแล้วยังตำแหน่งสูง อีกหน่อยเธอจะปวดหัว” มอร์ตันขยิบตาให้ ทั้งสองมองตามหลังพนักงานคนดังกล่าว เธอเดินทิ้งสะโพกจงใจยั่วยวน แต่กลับเป็นฝ่ายมอร์ตันที่เลียริมฝีปาก

“เธออาจจะส่งนัยให้ท่านมากกว่านะครับ” เขาบอก

“เชื่อเถอะว่าคนไหนก็ได้” อีกฝ่ายยักคิ้ว

หญิงสาวคนดังกล่าวกลับไปยืนประจำตรงแท่นควบคุมก่อนประกาศด้วยเสียงหวานอันไพเราะว่าถึงสำนักงานใหญ่แล้ว

ติดตั้งเครื่องประกาศตามสายอัตโนมัติก็หมดเรื่อง เอาเป็นว่าโวลคอฟอาจต้องการเพิ่มตำแหน่งเพื่อลดจำนวนคนว่างงาน แต่สาวผมน้ำตาลหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเสียจริง แม้เจสซี่มักตกหลุมรักผู้ชายด้วยกัน แต่เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิงจนถึงขนาดไม่มีอารมณ์ทางเพศ แค่มีคนรักเป็นเพศเดียวกันก็อยู่ยากแล้ว หากเขาแสดงออกถึงความอิสระทางเพศเกินพอดีคงมีที่ยืนในสังคมยาก

ใช่แล้ว นี่คือยุคสามพันสิบสอง แต่สำหรับสังคมซานโบซ่าที่เป็นสังคมเล็ก ผู้คนรู้จักกันมาแต่เกิด บางครั้งมันมีธรรมเนียมหรือความเชื่อบางอย่างย้อนกลับไปไกลเกินกว่าก่อนยุคหายนะเสียอีก

ทั้งสองขึ้นลิฟต์เพื่อไปชั้นห้าสิบเจ็ด เมื่อประตูเปิดกลับพบกับหญิงสาวในชุดเสื้อกระโปรงเข้ารูป สวมแว่นหนาเตอะและถือแฟ้มงานสีดำรออยู่ หล่อนขยับแว่นตาทรงเหลี่ยมเมื่อเขากับมอร์ตันเดินเข้าไปหา

“สวัสดีค่ะ คุณมอร์ตัน” เธอหันมามองเขา ภายใต้เลนส์หนาคือดวงตาโตสีมุก เธอมัดผมตัวเองเป็นมวยไว้ด้านหลังเรียบร้อย หน้าตาเหมือนคนที่ไม่เคยหัวเราะมาตั้งแต่เกิด แต่ถ้าหากจับแต่งตัวให้สวยเฉี่ยวคงน่ามองไม่น้อย

“เจสซี่ เดวิส ส่วนเดวิส นี่คือ มารีน่า เบิร์กแมน เลขาคุณวลาดิเมียร์”

ทั้งสองจับมือกัน มารีน่าเป็นผู้หญิงร่างสูงและอวบกำลังดี ทว่าท่าทางคล่องแคล่วฉับไว เธอพกมือถือติดตัวไม่ต่ำกว่าสองเครื่องเหมือนมอร์ตัน และน่าจะมีอายุราวสามสิบต้น

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเดวิส”

“เช่นกันครับ คุณเบิร์กแมน”

เธอหันกลับไปหามอร์ตัน “คุณวลาดิเมียร์ออกมารอแล้ว แต่ว่าท่านประธานยังสนทนาอยู่กับตัวแทน ท่านจึงขอให้พวกเราไปรอในห้องก่อน เราจะคุยกันที่นั่นแทน ทางนี้ค่ะ” เธอกล่าวแล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ พวกเขาจึงขึ้นต่อไปยังชั้นสูงสุด

ห้องทำงานของฟิโอดอร์ โวลคอฟเป็นห้องกว้างกึ่งพาโรนามา มองเห็นวิวเมืองหลวงได้เกือบรอบทิศ ตรงมุมรับรองมีรูปสมาชิกครอบครัวในเฟรมเดียวกันถึงห้าคน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวผมสีบลอนด์ซีด ดวงตาสีฟ้ากลมโตเผยอยิ้มไม่เห็นฟัน แม้รูปร่างจัดว่าสูงสง่าแต่อยู่ในข่ายผอมแห้งจนเกินไป ทว่าเจสซี่ติดใจกับใบหน้าเธอเพราะแวบหนึ่งทำให้นึกถึงอเล็กซิส ส่วนสมาชิกชายที่เหลือแทบถอดใบหน้าผู้เป็นพ่อจนเหมือนร่างโคลนนิ่ง ถ้าไม่นับอายุ พวกเขาต่างมีผมและดวงตาสีดำสนิท รูปร่างสูงผอมด้วยกันทั้งหมด

เขาพยายามมองหาลูกชายคนกลาง แต่ว่าแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ขวาน่าจะคนเล็ก แต่อีกสองคน... เจสซี่ติดใจเพราะจำได้ว่าอเล็กซานเดอร์ โวลคอฟถูกจับกุมข้อหาเล่นยาในที่พักหรู แต่เบื้องหลังจริง ๆ คือโดนพระราชบัญญัติอัปรีย์เล่นงานเหมือนคดีของเดสิเร ดัลคา และ...

ยายเปี๊ยก ข้อหาเล่นยาเหมือนเธอด้วยนะ

“คุณลุง”

เจสซี่ถอนสายตาออกจากรูปถ่าย หนึ่งในสมาชิกตัวจริงเดินเข้ามาโอบกอดโคล มอร์ตัน

เมื่อนั้นเขาจึงแยกแยะได้ว่าคนไหนคืออเล็กซานเดอร์ และคนไหนคือวลาดิเมียร์

บุตรคนโตของฟิโอดอร์สูงกว่าเจสซี่พอสมควร โครงหน้าว่าที่ประธานบริษัทตอบจนเห็นโหนกและกรามชัด แต่อย่างไรก็ตามยังดูพิสมัยสำหรับผู้มองและน่าใฝ่ฝันสำหรับหญิงสาวที่ตามหาเจ้าชาย ถึงโวลคอฟไม่ใช่ราชนิกุลเก่า (เพราะราชวงศ์ต่าง ๆ ล้วนล่มสลายไปตั้งแต่ยุคฟื้นฟูหลังหายนะ) แต่สูทที่สวมอยู่บนตัวนักธุรกิจหนุ่มตัดจากร้านดังราคาเป็นแสน หากรวมทั้งนาฬิกา รองเท้า เสื้อผ้า และค่าทำผม ทั้งหมดสามารถจ่ายค่าที่พักให้กับเจสซี่ได้ทั้งปี อาจเรียกได้ว่าเป็นราชนิกุลรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เติบโตมาจากการสืบทอดเลือดสีน้ำเงินหากแต่ความมั่งมีและอำนาจทางธุรกิจ

“ผมพาผู้ช่วยฝ่ายกฎหมายมาแนะนำ เจสซี่ เดวิส”

วลาดิเมียร์ยิ้มและยื่นมือมาให้อย่างเป็นกันเอง ความกดดันที่ชายหนุ่มแบกมาทั้งวันคลายลง โวลคอฟคนนี้อัธยาศัยน่าชื่นชม ไม่ถือตัว ไม่หยิ่งยโส สายตาของเขาไม่ตัดสินสูทคุณภาพบ้านนอกของเจสซี่ด้วย

“เอ คุณเด็กกว่าผมใช่ไหม ผมยี่สิบห้า” เขาชี้ไปที่ตัวเอง

“ผมยี่สิบสองครับ”

คนตรงหน้ามีสีหน้าทึ่งจัดก่อนจะหันไปทางมอร์ตัน “ผมเชื่อสายตาลุงนะ เขาต้องมีอะไรดีแน่ ๆ” แล้วหันกลับมาหาเจสซี่ “ปกติแล้ว ถ้าไม่ใช่เครือญาติหรือรู้จักกันมาก่อน คุณพ่อไม่ยอมให้คนไม่มีประสบการณ์เข้ามาในทีมแน่”

มันอาจเป็นคำชมแต่ขณะเดียวกันก็เป็นความคาดหวังที่กดดันเขาพอสมควร

มอร์ตันตบหลังเจสซี่ด้วยความภาคภูมิใจ “เดี๋ยวคุณจะทราบแน่ว่าทำไม”

เขาย่นคิ้ว เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามอร์ตันคิดอะไร แต่บางที เขาอาจจะคิดมากไป

“ผมจะรอดู” วลาดิเมียร์ลูบคางพลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม เจสซี่พยายามไม่ใส่ใจและนึกหน้าโจชัวอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนายน้อยแห่งโวลคอฟทำมือเรียกเลขาตัวเอง “มารีน่า ขอน้ำกลั้วคอสักนิด”

เธอรับคำแล้วเดินไปยังมุมเครื่องดื่ม จากนั้นรินไวน์จำนวนสามแก้ว

“สี่” วลาดิเมียร์กล่าวทั้งที่ไม่ได้มองเธอ หญิงสาวพยักหน้าแม้เจ้านายไม่ได้จ้องเช่นกัน เธอหยิบแก้วไวน์เพิ่มแล้วรินสี่ที่

เจสซี่เริ่มตัวลีบเล็ก ทุกจังหวะชีวิตของคนเหล่านี้สามารถคำนวณออกมาเป็นเงินได้ไม่รู้จบ

“มารีน่าเคยเป็นผู้ช่วยของฉันมาก่อน” มอร์ตันกระซิบข้างหู “พอวลาดก้าวเข้ามาในบอร์ดเต็มตัว เธอจึงย้ายไปเป็นเลขาให้เขา เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย”

คิดว่างั้น ผู้บริหารระดับสูงกับอาณาจักรราคาหมื่นล้าน คงไม่มีใครกล้าให้คนห่างไกลเข้ามาทำงานใกล้ชิด เว้นเสียแต่ว่ารู้จักพื้นเพกันดี จะมีไม่กี่คนหรอกที่สามารถแทรกตัวเข้ามาได้ เจสซี่กลั้นหายใจ โอกาสที่ดีมากนะลูก เสียงคาเลบดังก้องในหัว

แต่อันที่จริง มอร์ตันต่างหากที่หยิบยื่นโอกาสให้ เจสซี่ได้รับอีเมลจากผู้ช่วยประธานบริษัทโวลคอฟ คอร์เปอร์เรชั่น กรุ๊ป โดยเสนอตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารในส่วนงานกฎหมาย มันไม่ใช่ตำแหน่งในแผนกกฎหมายหากแต่ทำงานขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหาร หรือประธานบริษัท ตอนแรกเจสซี่คิดว่ามันเป็นสแปม แต่ไม่กี่วันต่อมา มอร์ตันปรากฏตัวอยู่ในห้องทำงานอาจารย์ที่ปรึกษา

เขารีบนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับคาเลบและเบียนน่า ทั้งสองยินดีให้เขาคว้าโอกาส “ฟิวเจอร์ริสติก ลูกพลาดมาครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ โอกาสมากองถึงหน้าเลยนะลูก” คาเลบกล่าว

ผู้ช่วยประธานยังเสนออีกว่า หากเขาต้องการเรียนโทให้จบ ทางโวลคอฟยินดีทำเรื่องย้ายมหาลัยให้ และมหาลัยที่ว่าคือฟิวเจอร์ริสติก ข้อเสนอนี้ยั่วยวนใจนัก จริงอย่างที่บิดาว่า เขาไม่ผ่านทุนรัฐบาลแต่กลับได้โอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดและบริษัทชั้นนำของโลกอยู่ดี เจสซี่จึงตอบตกลงแม้รู้ดีว่าการทำหน้าที่ผู้ช่วยของผู้ช่วยในระดับนี้ไม่ใช่งานหมูสำหรับเด็กเรียนโทและนักกฎหมายฝึกหัดของบริษัทเอกชนชั้นกลาง

บุตรชายคนโตแห่งโวลคอฟค่อนข้างพูดเก่งเลยทีเดียว เขาซักถามเจสซี่ทั้งเรื่องครอบครัว เพื่อน ความแตกต่างระหว่างเฮมส์เวิร์ธกับฟิวเจอร์ริสติก และซานโบซ่ากับฟิวเจอร์ริสติก แถมยังอธิบายภาพรวมองค์กรและการทำงานในทีมผู้ช่วยผู้บริหาร จนกระทั่งราชาเสด็จกลับเข้ามาในห้อง

ฟิโอดอร์ โวลคอฟเหมือนกับวลาดิเมียร์ที่มีอายุ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือนัยน์ตาเหยี่ยวและผมสีดำสลับเทา หากประเมินอายุนับว่าแก่กว่าคาเลบถึงสิบปีแต่ดูอ่อนเยาว์กว่าแม้มีผมหงอก อาจเป็นเพราะตัวสูงสมาร์ตในขณะที่พ่อของเจสซี่ผอมบางและพูดจาเนิบนาบตามประสาพ่อพระ ต่างกับฟิโอดอร์ที่มีบุคลิกปราดเปรียวน่าเกรงขาม และเมื่อเขาเข้ามา เสียงหัวเราะในห้องหายไปทันที ทุกคนปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมา

“ขอโทษที่ให้รอ เจ้าหน้าที่คนใหม่มาแทนคนเก่า ฉันเลยต้องอธิบายมากกว่าครั้งก่อน” เขาผายมือทั้งสองข้างแล้วเชิญชวนให้นั่งลงเหมือนเดิม เจสซี่หย่อนก้นลงบนโซฟาบุหนังสีมะฮอกกานี ส่วนมอร์ตันเลื่อนหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะมาทางเจสซี่แทน อีกมุมหนึ่ง เลขาสาวเบอร์แมนรินไวน์เพิ่มเสิร์ฟให้กับท่านประธาน

“นี่คงเป็น เจสซี่ เดวิส” โวลคอฟคนพ่อสบตากับเขา

“ครับท่าน”

ฟิโอดอร์ยื่นมือมา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับวลาดิเมียร์ เจสซี่เกร็งไปทั้งตัวจนราชาแห่งโวลคอฟใช้วิธีตบหลังมือเบา ๆ 

มันไม่ง่ายเลย

“เอาละ ฉันขอเวลาไม่นาน เพราะอีกเดี๋ยวต้องบินไปเดลฟี”

“เอ๋” เจ้าลูกชายร้อง

นัยน์ตาเหยี่ยวตวัดมองบุตร “ทางนั่นขอร้องให้พ่อไปเป็นแขกรับเชิญร่วมเสวนา ถ้าไม่มีคู่แข่งเราไปด้วย พ่อคงไม่ไป นี่ไม่รู้อะไรเลยหรือไง หือ”

หมาป่า*หนุ่มก้มหน้าแต่ไม่ถึงกับหน้าสลด ราวกับว่าการถูกบิดาต่อว่าต่อหน้าคนเป็นเรื่องปกติ

ความสนใจของประธานโวลคอฟกลับมาอยู่ที่เจสซี่ “มาถึงที่นี่ เป็นไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ”

“ครับท่าน” ปากของเขาแห้งผากแม้จิบไวน์ไปครึ่งแก้ว “คุณมอร์ตันช่วยเหลือทุกอย่างเลยครับ”

“มอร์ตัน?” ฟิโอดอร์หรี่ตาไปทางผู้ช่วยตน

“เขายังไม่กล้าเรียกผมว่าโคล เฉย ๆ ครับ”

ฟิโอดอร์ส่ายหัว เขาชี้มือไปทางมอร์ตัน “โคล” ทางเบิร์กแมน “มารีน่า หรือ มารี” ทางวลาดิเมียร์ “วลาด” และตัวเอง “ฟิโอดอร์ นายจะเรียกคุณ ท่าน ระหว่างอยู่กับคนอื่นก็ได้ แต่เวลาทำงานรวมหัวกันแบบนี้ เอาง่าย ๆ”

“ครับท่าน”

มีแค่วลาดที่หัวเราะออกมาตรง ๆ ส่วนมอร์ตันขำแค่ในลำคอ และแม้สาวมารีน่าทำได้เพียงขยับแว่นเท่านั้น

“โอเค เข้าเรื่อง” ฟิโอดอร์ชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือรอบที่สอง “มอร์ตันคงอธิบายไปแล้วว่าทีมผู้ช่วยของฉันมีตำแหน่งอยู่ในผังองค์กรก็จริง แต่ขอบเขตงานเน้นที่ตระกูลโวลคอฟ ไม่ว่าจะเป็นฉัน วลาด หรือ...” เขาชี้ไปที่เด็กหนุ่มผิวซีดในรูปอีกสองคน “หรือแม้แต่อเล็กซ์และนิค

เนื่องจากขอบเขตค่อนข้างกว้าง และแม้ฉันจะมีผู้ช่วยอย่างโคล สิ่งที่ฉันต้องการคือคนที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้โคล มารีน่า และคาร์ล”

คาร์ล โครเกต์ คือทนายประจำตระกูลโวลคอฟ สืบทอดตำแหน่งนี้จากบิดาและปู่อีกที ซึ่งเจสซี่ยินดีที่มีผู้รู้กฎหมายอาวุโสคอยคุมบังเหียนให้ตัวเอง เพราะถึงแม้เกรดและผลการทำงานอยู่ในเกณฑ์ดีมาก แต่ประสบการณ์ของเขายังไม่มากพอรับผิดชอบคนทั้งตระกูลเพียงลำพัง

รวมทั้งผลประโยชน์ของคนระดับนี้ด้วย

“และนั่นก็คือภาพรวมโดยทั่วไป”

เขายืดตัวตรง รู้สึกตัวเองสำคัญขึ้นมา

ฟิโอดอร์กุมมือ หากว่าสีหน้าเมื่อครู่จริงจังเวลานี้ไอรังสีกดดันแผ่ซ่านยิ่งกว่าเก่า “เธอรู้เรื่องลูกชายฉันใช่ไหม”

ชายหนุ่มพยักหน้าพลางชำเลืองมองอเล็กซานเดอร์ที่อยู่ในภาพ หน้าตาเขาคล้ายพี่ชายมากกว่ากับคนน้อง

“ครับท่าน”

“ฉันหมายถึงนิค นิโคไล”

ชายหนุ่มเงียบ ไม่ทันไรมารีน่าหยิบรีโมตบนโต๊ะ จอโทรทัศน์ที่ตั้งตรงกันข้ามกับรูปครอบครัวส่งเสียงดังซ่าแล้วปรากฏภาพที่มาจากกล้องวงจรปิด เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยในสภาพยกมือกุมศีรษะ บางครั้งนั่งนิ่ง บางครั้งกรีดร้อง เขาสังเกตสีหน้าฟิโอดอร์แล้วเห็นความเจ็บปวดอยู่ภายในดวงตาคม เรื่องนี้ทางโวลคอฟปิดข่าวได้ดีมาก เพราะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับลูกคนเล็กผ่านตาเลย นอกจากว่าเขากำลังเรียนไฮสคูลปีสุดท้าย

“พวกมันกุมตัวอเล็กซ์ไว้ และกันนิคไว้เป็นพยานในฐานะผู้แจ้งความ” ฟิโอดอร์ลุกออกไปแตะขอบจอ “เขาจะแจ้งความได้ยังไง ในเมื่อคนทางบ้านรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว”

เจสซี่เงยหน้าสบตานักธุรกิจมือฉมัง ลูกชายของเขาเป็นกลุ่มเสี่ยงจริงด้วยสินะ

“ฉันกับอเล็กซ์ไม่ค่อยถูกกันเท่าไร เขาไม่รู้ว่าพ่อและพี่น้องตัวเองรู้ แต่ในฐานะพ่อ ฉันไม่เคยละเลยว่าลูกแต่ละคนเป็นอย่างไร ทำอะไรอยู่ นิคไม่ใช่เด็กปากเปราะและเขารักครอบครัวมาก ถึงแม้ป้าของเขาพยายามจะดึงเขาไปจากพวกเรา” โวลคอฟผู้พ่อยักไหล่ “ตระกูลใหญ่ ยิ่งมั่งคั่ง แม้แต่ญาติพี่น้องบางครั้งก็ไว้ใจไม่ได้ แต่นิคไม่ได้ถูกล้างสมองแน่นอน ไม่มีวัน พวกตำรวจกันเขาไว้โดยไม่ส่งตัวกลับบ้าน มันแปลก ถูกไหม”

เจสซี่นั่งเงียบ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัญไรล้วนอยู่ในความสนใจของเขามาตลอด แม้ก่อนอเล็กซิสถูกมันเล่นงาน

“ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยทั้งสองคน แต่สุดท้าย อเล็กซ์ไม่รอดอยู่ดี หึ” เขาหัวเราะขมขื่น “ส่วนนิคมีสภาพอย่างที่เห็น เมื่อเขาเจอหน้าฉันกับวลาดคือร้องไห้แล้วส่ายหัว ไม่ยอมพูด แต่นัยน์ตานั้นสื่อมาได้ว่า พ่อครับ ผมไม่ได้ทำ

เขาเหมือนหมาป่าในร่างมนุษย์ ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาถึงดวงตาโดยไม่ต้องบรรยายหรือพรรณนาออกมา และเมื่อเห็นแววตาเศร้าสร้อยนี้ เจสซี่จึงมองเห็นคราบของชายผู้ที่วัยกำลังโรยรา

“น้องฉันหวาดระแวงกับอะไรสักอย่าง” วลาดิเมียร์เสริม เจสซี่แอบกำหมัดแน่น กฎหมายนี้ทำลายมากี่ครอบครัวแล้ว “เรารู้ว่าเขาไม่ได้ทำ แต่เพราะนิคไม่ยอมพูด จึงยากที่จะหาสาเหตุ ที่สำคัญ ทุกเดือนจะมีจิตแพทย์จากองค์กรรัฐมาสังเกตอาการเขาด้วย เขาไม่มีทางหายแน่ถ้าพวกมันคอยจับตาดูแบบนี้”

“เอ๋”

วลาดิเมียร์กอดอก “ฉันกับพ่อไม่แน่ใจว่า หากพวกเราพยายามรักษาและหากเขาอาการดีขึ้น มันจะเป็นผลดีกับเขาหรือเปล่า แต่ถ้าเก็บตัวไว้แบบนี้ มันก็ไม่เป็นผลดีต่อตัวนิคเช่นกัน ทั้งชีวิตและอนาคต”

เขาพยักหน้า ยังคงไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับเขา “เอ่อ ไม่ได้ขัดนะครับ แต่ผมยังมองไม่เห็นทางว่าพวกคุณจะทำอย่างไร และเพื่ออะไร และผมต้องทำอะไรกับเรื่องนี้”

“ฉันอยากได้ลูกชายคืน” ฟิโอดอร์เม้มปาก “ทั้งสองคน”

เจสซี่นิ่งเงียบ เขาอยากได้น้องสาวคืนมาเช่นกัน แต่ผ่านไปหลายเดือนแล้ว ข่าวคราวอเล็กซิสเงียบหายไปเหมือนกับลม เหมือนกับคดีอื่น และแม้แต่ในวงการบันเทิงยังลืมชื่อจอห์น ลีลอยด์ไปแล้ว

เลขาสาวของวลาดิเมียร์วางภาพรถยนต์โมเดลแอลซิกซ์โอเอ็กซ์ลงบนโต๊ะกาแฟ ดีไซน์ภายนอกคล้ายกับเจ้าตัวแอลเซเว่นที่เขาได้ลองประทับก้นลงไป แต่คันนี้เป็นสีดำสนิทเหมือนขนกาและส่วนโค้งมนตรงกันชนที่ไม่เหมือนกับรุ่นที่กำลังจะเปิดตัว

“รถยนต์ของเราเป็นยี่ห้อเดียวที่ได้รับสิทธิ์คัดเลือกให้เป็นยานพาหนะของประธานาธิบดีและคณะ นี่คือตัวใหม่ที่จะไปแทนรุ่นเก่า การประชุมเมื่อครู่คือการทำสัญญาตกลงเช่าซื้อรถยนต์ เราไม่ได้แค่ตกลงแล้วส่งรถให้ แต่เราต้องประสานกับหน่วยรักษาความปลอดภัยและคุ้มกันเพื่อออกแบบยานยนต์ให้มีความปลอดภัยที่สุด ทั้งระบบป้องกันกระสุนและเฝ้าติดตาม โปรเจ็กนี้ช่วยให้เราทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมทั้งหน่วยงานรักษาความปลอดภัย วลาดจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักหรือหัวหน้าโครงการ ส่วนเจสซี่ นายต้องติดตามวลาด เพราะฉันต้องการให้มารีน่าดูแลเอกสารและความเรียบร้อยฝั่งออฟฟิศ นี่คือหน้าที่หลักของนาย แต่อีกบทบาทหนึ่งคือการพยายามให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวกับโปรแกรมบำบัดเคสเอชโอวัน”

เจสซี่อ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่แค่อันตราย แต่ยังมืดแปดด้านมองไม่เห็นทางสว่าง จริงอยู่ว่างานครั้งนี้ทำให้เข้าถึงตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่ใช่ว่าเขาจะเดินเข้าออฟฟิศประธานาธิบดีหรือคนอื่นได้เสียเมื่อไร อีกอย่าง คงไม่มีทางจับมือ สวัสดีแล้วพูดว่า “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่ทราบว่าท่านมีความเห็นเกี่ยวกับเคสเอชโอวันและพ.ร.บ.อย่างไรครับ”

“คืองี้ เจสซี่” มอร์ตันขอเสริมบ้าง “พวกเราไม่ได้ต้องการให้นายทำตัวเป็นสายลับ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ใช้งานและเสน่ห์ (“เสน่ห์เหรอครับ”) ใช่ เสน่ห์ที่มีในตัวนายดึงให้กลุ่มคนเหล่านี้คายออกมาบางส่วน นายอาจใช้วิธีตีสนิท สอบถาม แค่ข้อมูลเพียงเศษเสี้ยว เราต้องการแค่นั้น”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ เขาสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังลาง ๆ เหมือนที่ครอบครัวเดวิสรู้สึกมาตั้งแต่อเล็กซิสถูกตัดสินว่าเป็นกลุ่มต้องสงสัย สิ่งที่ต่างออกไปคือแสงไฟแห่งความหวังของพวกโวลคอฟนั้นสว่างกว่าความมืดมิดของพวกเดวิส

“แค่นิดเดียวอาจทำให้เราสาวต่อไปได้ พวกเราเป็นแขกสำคัญในงานเลี้ยงและอีเว้นท์ต่าง ๆ ในฐานะผู้สนับสนุนรัฐบาล นายก็รู้ งานเหล่านี้รวมคนมากหน้าหลายตาและจากทุกหน่วยงาน เธอคือตัวแทนขององค์กรเหมือนวลาดิเมียร์ เป็นผู้ช่วยฝ่ายกฎหมาย ร่องรอยแม้เพียงนิดเดียวที่นายได้มา ที่เหลือเราจัดการเอง”

แต่ตัวเจสซี่เสี่ยงโทษประหารไปครึ่งตัว

“สิ่งที่เราต้องการคือร่องรอยที่จะให้เราจับทางถูก” ฟิโอดอร์กล่าว แต่เป็นประโยคที่ไม่ได้ทำให้เจสซี่รู้สึกว่างานเบาลง “พวกเราเริ่มต้นไม่ถูกถ้าขาดสิ่งนี้ ไม่มีใครเดินเข้าไปในสำนักงานคุ้มครองมนุษยชาติแล้วถามหาข้อมูลเอชโอวันได้ มันคงยากที่จะทำให้นายเห็นภาพ เจสซี่ พวกเราไม่มีภาพ แต่พวกเรามีความหวัง”

ผู้ฟังสูดหายใจเข้าลึกสุด

“ถ้านายไม่สบายใจ หรือไม่พร้อมทำ ไม่เป็นไร อย่างไรเสียเราทำสัญญาตกลงเรื่องรักษาความลับไว้แล้ว กลับไปเฮมส์เวิร์ธ หรือซานโบซ่า ทำเรื่องย้ายมหาลัยกลับไปที่เดิม แค่นั้นเอง” โวลคอฟผู้พ่อสรุปแล้วเอนหลังพิงพนัก

เจสซี่อึ้งไปพักใหญ่ ถ้าเขาปฏิเสธคือสูญเสียโอกาสในฟิวเจอร์ริสติก ในใจเริ่มเดือดแทน “ผมไม่คิดว่าคุณอยากได้ยินคำว่า ขอโทษครับ ผมไม่ขอเสี่ยง เพราะการที่คุณเลือกผม ไม่ใช่เพราะเกรด หรือเสน่ห์...อะไรนั่น”

“นายเป็นกัปตันทีมฟุตบอล ราชางานพรอม หนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัย ตัวแทนแข่งตอบปัญหางานกฎหมายระดับโลก อดีตผู้ชิงทุนรัฐ” ฟิโอดอร์ไล่เรียงคุณสมบัติของเขา “ทำไมถึงอยากเป็นเพียงต้นกล้าเล็ก ๆ ในบริษัทต๊อกต๋อยนั้น เจสซี่นายทำได้ดีกว่านี้ถ้าอยู่ที่นี่”

“ทำไมคุณไม่พูดอีกเรื่องล่ะครับ” ชายหนุ่มมองตาประธานตาคมอย่างท้าทาย “ในฐานะพี่ชายที่น้องสาวถูกตัดสินเป็นกลุ่มต้องสงสัยด้วย นี่ต่างหากคือสิ่งที่คุณเลือกผม และตอนนี้คุณกำลังจะใช้ผมเป็นเบ็ดล่อปลา”

ประธานโวลคอฟหัวเราะ “เกินไป เกิน ไม่ใช่เบ็ดแน่นอน และเรื่องนั่นมันแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เธอคิดว่าทุกคนจะทำงานตำแหน่งนี้ได้แค่เพราะลูกหลานถูกจับตัวไปอย่างนั้นหรือ อย่างนั้นฉันคงมีตัวเลือกเป็นพัน ไม่ใช่ทุกคนรู้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าทุกคนรู้เรื่องธุรกิจ ไม่ใช่ทุกคนที่กล้าต่อปากต่อคำกับฉัน”

เขามองหน้าคนที่เหลือ ทุกคนล้วนมีสีหน้าคล้อยตามคำพูดประธานสูงสุด

“และอย่างที่มอร์ตันบอก เธอมีเสน่ห์ต่อทั้งสองเพศ”

ใบหน้าของเขาร้อนฉ่า ไม่มีอะไรน่าอายไปกว่านี้แล้ว แต่เขาไม่ชอบคำว่าการใช้เสน่ห์เพื่อให้งานลุล่วง และไม่ชอบที่พวกเขารู้ถึงขั้นนี้ โวลคอฟไม่ใช่แค่สืบประวัติ แต่ตามสืบชีวิตเขาด้วย แน่นอนว่าคนพวกนี้ย่อมรู้เรื่องโจชัว

“อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะเจสซี่” มอร์ตันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทีอ่อนโยนกว่า “แม่สาวผมน้ำตาลสะโพกงามเมื่อครู่ นอกจากเธอจะสนนายแล้ว ตัวนายเองก็เล่นหูเล่นตากลับไม่ใช่หรือ ฉันเห็นอากัปกิริยาของนายทุกอย่าง นายเป็นงาน”

“ดีสิ ระหว่างทำงานด้วยกันน่าจะสอนชั้นเชิงให้วลาดบ้างนะ หากลูกกับโอลิเวียไปกันรอด พ่อคงได้คู่ค้ามาเพิ่ม”

วลาดิเมียร์ไม่ปริปากอะไร

เจสซี่สบตาทีละคน ทั้งฟิโอดอร์ วลาดิเมียร์ มอร์ตัน และเบิร์กแมน เขาทั้งหัวเราะและร้องไห้ในใจ

“แล้วครอบครัวของผมล่ะ คือ...” ภาพอเล็กซิสถูกพาตัวเข้าในรถตู้คันนั้นแล้วไม่กลับอีกเลยสลับกับภาพคาเลบ เบียนน่า ไบรซ์ และเจ้าลิงน้อยชาร์ลี “ให้ตายเถอะ”

“นายกับน้องสาวคนนั้นรักกันมากไม่ใช่เหรอ ฉันว่านายน่าจะเข้าใจนะ”

“ผมอยากได้น้องคืน!” เจสซี่พยายามคุมโทนเสียง “แต่ไม่อยากเสียคนอื่นไปด้วย”

โวลคอฟผู้พ่อยักไหล่ “มันอยู่ที่เธอเก็บความลับได้มากขนาดไหน ตัดสินใจตามที่เธอเห็นว่าควร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเธอ แต่สำหรับฉัน ฉันจะไม่ยอมให้พวกเขาเผชิญกับสิ่งเลวร้ายนี้ตามลำพัง”

ใช่ เขาไม่บังคับ แต่เขากำลังโน้มน้าว

“ถึงอย่างไรฉันต้องหาคนที่ทำหน้าที่ให้ได้ โปรแกรมบำบัดอาการเอชโอวันถูกเก็บเป็นความลับและไม่ขึ้นกับหน่วยงานใด ดังนั้นมีแต่ข้อมูลจากส่วนรักษาความปลอดภัยระดับชาติซึ่งมีแต่ส่วนกลาง ซึ่งมีแต่พวกผู้นำประเทศเท่านั้นที่ควบคุมอยู่ และเรากำลังทำงานกับหน่วยงานคุ้มกับคนเหล่านี้ ฉันไม่เห็นโอกาสอื่น”

“ผม...” เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ความต้องการขัดแย้งกันไปมา เจสซี่อยากให้ตัวเองแน่ใจว่าหน้าที่จะไม่กระทบกับคนรอบตัว พี่รักเธอนะ อเล็กซ์ แต่พี่จะให้ทุกคนมาเสี่ยงไม่ได้

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว” ฟิโอดอร์กล่าว

มอร์ตันที่นั่งข้างเขาส่ายหัวด้วยความผิดหวัง “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องขอให้เธอเซ็นสัญญาอีกใบ สัญญาว่าจะเก็บความลับการนัดพบวันนี้”

“แต่ผมเซ็นอันนั้นไปแล้ว”

“การนัดพบวันนี้” เขาย้ำ “เฮ้อ ผมภูมิใจในความรอบคอบของคาร์ลจริง ๆ แต่...ผมคิดว่าเขาจะตอบตกลง” มอร์ตันวางหนังสือสัญญาสองฉบับที่ทนายของตระกูลคงทำเตรียมไว้ให้ลงบนโต๊ะ เจสซี่ถอนหายใจและพยายามสู้กับสายตาตัดสินของคนพวกนี้ รวมทั้งความผิดหวังที่อยู่ในใจตนเอง ทั้งความขี้ขลาด เสียดาย และอนาคตในฟิวเจอร์ริสติก

ชายหนุ่มหยิบหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเพื่อเซ็นเอกสาร ทว่า...สานสัมพันธ์รักครั้งที่สาม สองม่ายผู้พบปัญหารักร้างมามากมาย ครั้งนี้จะรอดหรือร่วง

ภาพถ่ายของไทโรน บุนน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในทหารสีกากีเต็มยศควงแขนแจนยัวรี่ จอยซ์ในชุดราตรียาวสีแดงสดในงานระลึกถึงอดีตประธานาธิบดีคนก่อน

“เจสซี่ อ่านสัญญาซะ” มอร์ตันเร่ง ในขณะที่ฟิโอดอร์ยังคงนั่งมองเขาไม่ไหวติง เมื่อคนหนุ่มสบตากับสายตานั้น รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของประธานโวลคอฟเหมือนอ่านทุกอย่างออก

“โคล ไม่ต้องให้เขาอ่านแล้วล่ะ”

วลาดิเมียร์กลับมาย่อตัวนั่งลง จ้องมาที่เขาด้วยแววตาแปลกใจ เจสซี่หยิบหนังสือพิมพ์มาจ่อตรงหน้าเพื่อให้เห็นหน้าของผู้หญิงในรูปชัด ๆ แจนยัวรี่ จอยซ์...แม่ของจูน

“เจสซี่น่าจะเริ่มเห็นแนวทางการทำงานของตัวเองแล้ว”




 

ชะตากรรมของตัวละครแต่ละตัวจะเป็นอย่างไร

 

ความสัมพันธ์ของอเล็กซิสกับอเล็กซ์จะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่

 

ไมเคิลและครอบครัวถูกไล่ล่าด้วยเหตุผลอะไร

 

อย่าลืมกลับมาติดตามเล่มสองนะคะ

 

*Volcov มีความหมายว่าหมาป่า

 

 

 

15/04/2018

ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่อ่านจนถึงตอนจบของเล่มหนึ่ง ขอบคุณทั้งยอดวิว ยอดเฟบ กำลังใจ และคอมเม้น กราบขอบพระคุณจากใจเลย

 

เนื่องจากเราใช้เวลาในการเขียนค่อนข้างเยอะ เล่มสองอาจมาเสิร์ฟไม่ทันใจคนที่ติดตาม เราขออภัยจริง ๆ นะ แม้เราจะมีพล็อตถึงจบ แต่ยังมีพล็อตย่อยที่ต้องวางให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดรูโหว่ บวกกับเราต้องปั่นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษและรีไรต์นิยายเรื่องก่อนหน้าที่เราแต่ง กว่าจะเริ่มเขียนเล่มสองคงอีกสักพัก

 

แต่ที่แน่ ๆ เราไม่มีทางทิ้งนิยายเรื่องนี้แน่นอน

 

หลังจากจบเล่มหนึ่ง เราเคยบอกว่าไว้ว่าจะลงตอนพิเศษ (กะว่าจะมีตอนพิเศษหลังตอนจบทุกบน หรือก่อนขึ้นเล่มใหม่) ตอนนี้ที่ตั้งใจไว้คือเรื่อง The Tale of Elm ซึ่งขอเวลาตามเหตุผลด้านบน เรื่องราวของเอล์มมีความแฟนตาซีปนศาสนา แต่เราใช้เรื่องนี้เป็นคีย์หลักของความเชื่อตัวละครบางตัว ดังนั้นจึงอยากนำเสนอเป็นตอนพิเศษที่คิดไว้ประมาณ 4 หรือ 6 ตอน เท่านั้น

ส่วนเนื้อหาในเล่มสอง นอกจากการใช้ชีวิตในทอยซิตี้แล้ว ยังเน้นเรื่องความสัมพันธ์มากขึ้น ไมเคิลจะมีบทบาทมากขึ้นและถือว่าเป็นตัวละครหลัก บทบาทของอเล็กซ์และเทสซ่าด้วย แน่นอนย่อมมีตัวละครตัวใหม่ปรากฏ ซึ่งเราขอแนะนำไว้ที่นี้เลย บลู เทอร์เนอร์จะเป็นอีกตัวละครที่มีPOV เป็นของตัวเอง เขาสำคัญอย่างไร เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ

 

รอก่อนนะทุกคน

 

สุดท้าย

 

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า

 

ป.ล. คิดอยากอัปที่มาตัวละครเป็นบทความในเฟซมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยจังหวะจึงยังไม่ได้อัป แต่ถ้าอยากติดตาม ฟังข่าวสาร หรือ ทักมาคุย ยินดีนะจ้ะ JesJournal

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #188 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:36
    โหย เจสซี่ โคตรเอา 007 ตกลงนิคไม่ได้ทำจริงๆด้วย ดูจากที่เล่าก็เป็นคนดี เกิดอะไรขึ้น ไมเคิลจะกลายมาเป็นตัวหลักแล้ว เย้ บลู เทอร์เนอร์ คือใครรร้
    #188
    1
    • #188-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 40)
      15 ธันวาคม 2561 / 10:38
      เพลงธีม 007 ขึ้นมาทันที
      #188-1
  2. #96 Good One D@y (@magic_girl) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 16:31
    รอเล่มสองนะคะ โหย อ่านรวดเดียวติดงอมแงม ชอบมาก จะรออ่านนะคะ มาไวๆนะ
    #96
    1
    • #96-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 40)
      9 พฤษภาคม 2561 / 20:30
      ขอบคุณมากนะคะ สัญญาว่ากลับมาแน่นอน แต่ขอเคลียร์งานคั่งค้างก่อน ฮืออออ
      #96-1
  3. #94 5CD081 (@xceellolita) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    <p>จบเล่มแล้ว เก่งมั่ก ๆ </p>
    #94
    1
    • #94-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 40)
      2 พฤษภาคม 2561 / 09:57
      ขอบคุณค่า รองานของพี่นะ
      #94-1
  4. #93 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 15:29
    เป็นการทิ้งท้าย ที่คล้ายกับระเบิดปรมณูลง ตัวละครเก่าๆ ที่คิดว่าคงตายไปและไม่มีบทกลับมาเป็นกุญแจที่น่าติดตาม .. รอติดตามนะครับ
    #93
    1
    • #93-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 40)
      18 เมษายน 2561 / 20:36
      ขอบคุณมาก ๆ นะคะ กำลังใจมาเต็มสูบ
      #93-1
  5. #91 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:01
    รอน้าาาาา
    #91
    1
    • #91-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 40)
      17 เมษายน 2561 / 20:17
      ขอบคุณจ้า เค้าจะพยายามน้า
      #91-1