ตอนที่ 41 : ตอนพิเศษ 1 นิทานเอล์ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 ก.ค. 61

สนามหญ้ากลางคณะเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฟิวเจอร์ริสติกกลับมาเขียวขจีเมื่อต้องแสงแดดอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ลมเย็นสบายยังหลงเหลือไอเย็นแต่ไม่ได้หนาวสะท้านแต่อย่างใด เบนถอดเสื้อแจ๊กเก็ตออกเหลือเพียงเสื้อสเว็ตเตอร์แขนยาวคลุมกาย ทางด้านซ้าย กลุ่มรณรงค์เลิกบริโภคเนื้อสัตว์กำลังตามจิกกัดเจ้าหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังสวาปามฮอตดอก เบนหัวเราะในลำคอ ทั้งขำและรำคาญ อีกด้านกลุ่มนักกีฬาฮอกกี้กำลังชี้ไม้ชี้มือมองตามกลุ่มวีแกนก่อนจะส่งเสียงโต้ตอบ เขาส่ายหัวแล้วดึงเอกสารที่เพิ่งถ่ายออกมาจากห้องสมุด มันมาจากวารสารศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดลฟี

“เฮ้อ” อเล็กซ์ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ

เขาเหลือบมองหนุ่มผมดำ เห็นท่าทางหมดอาลัยตายอยากแล้วพอเดาเรื่องออก แต่ถามไปตามระเบียบ “ไหนว่าวันนี้มีนัดกับวิโอน่า”

สีหน้าเพื่อนสนิทขรึมลง “มันจบแล้ว”

“อีกแล้วเหรอ”

หนุ่มร่างสูงพยักหน้าเหนื่อยอ่อน วิโอน่าเป็นคนที่สามที่ผ่านบททดสอบของเบน เขาชอบเธอมากทีเดียว คุยสนุก และมีอารมณ์ขัน แถมยังเป็นหลานสาวของคณบดีคณะที่พวกเขาเรียนอยู่ อเล็กซ์มีท่าทีมึนตึงกับวิโอน่ามาสักพักแล้ว เขารู้จักเพื่อนตัวเองดี อเล็กซ์ไม่ใช่คนพูดสิ่งที่อยู่ในใจ และบางครั้งมันก่อปัญหามากกว่าแก้ปัญหา “เวลามีปัญหาอะไร นายก็พูดสิ บอกเธอไปว่า วิโอน่า ฉันไม่ชอบเวลาที่เธอบังคับให้ฉันนั่งเฝ้าหน้าคณะเวลาเธอยังเรียนไม่เสร็จ และฉันไม่ชอบที่เธอบังคับไม่ให้ฉันปาร์ตี้นอกจากไปกับเธอ ในเมื่อเธอต้องออกไปปาร์ตี้ทุกวันพุธและศุกร์กับเพื่อนสาวเป็นประจำ เรามาหาทางสายกลางกันไหม อะไรแบบนี้”

อเล็กซ์ย่นคิ้ว “เงียบน่า”

“ก็มันจริงนี่นา” เขาเคาะหัวเพื่อน “คนที่สามแล้วนะเว้ย คนนี้น่ารักกว่าคนเก่าของนายทุกคน แถมไม่...” เบนเกือบพลั้งปากบอกว่า ไม่นอกใจ แต่หยุดได้ทัน “เวลานายไม่พอใจ นายก็ทำตัวอย่างงี้ เงียบ ถ้าโกรธก็ทำตัวกวนใส่หรือไม่ก็ทำตัวห่างเหิน คิดว่าเขาจะเดาใจออกไหม แล้วเป็นไง สุดท้ายผู้หญิงเขาก็ไม่ไหวนะ และนายก็โดนทิ้ง”

“หยุดพล่ามได้แล้ว อ่านอะไรอยู่” คนหัวยุ่งเปลี่ยนเรื่องแล้วกระชากวารสารในมือเบนออกไป “รู้ละ นายจะอ่านบทความนิทานเอล์มนี่เอง ติดนิทานแต่เด็กนะ”

เล่มวารสารกลับมาอยู่บนตักเจ้าของ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันกลับมาเองโดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องยื้อเลย หางตาของเขาเหลือบมองกลุ่มสาวปีหนึ่งที่กำลังคุยซุบซิบชำเลืองมองมาทางเขา พอเห็นว่าสาวผมแดงในกลุ่มนั้นสวยเซ็กซี่ก็โปรยยิ้มมุมปากนิดหนึ่งให้เธอรับรู้ตามความเคยชิน ไม่เกินพรุ่งนี้ เขาได้ควงเธอแน่นอน “ทางเดลฟีลงฉบับที่คาดว่าเป็นของจริง” เขาเปิดหน้าบทความแล้วอ่านให้อเล็กซ์ฟัง “ใครสักคนเขียนไว้และไม่ได้นำเรื่องตีพิมพ์ ผู้เขียนอาจบอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดผ่านการเล่าปากเปล่า ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาใช้มุมมองตัวละครถึงสามแบบ” ดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองเลิกตามองเพื่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจฟังจึงอ่านต่อ “การที่เขาจงใจใช้มุมมองแบบนี้ทำให้เราเข้าใจจุดประสงค์และความหมายซ่อนเร้น หรือความคิดของผู้เขียนมากขึ้น หรืออาจจะมากกว่านิทานปากเปล่าที่พวกเราเคยฟังมาหลากหลายเวอร์ชัน”

หนุ่มนัยน์ตาสีดำเผยอยิ้ม “น่าสนใจ นายอ่านให้ฉันฟังซิ”

เขาส่ายหัว “คอแห้งกันพอดี นายจะอ่านก่อนไหมล่ะ”

เพื่อนหนุ่มยักไหล่ “อ่านให้ฟังนี่แหละ” ว่าแล้วก็เอนหลังนอนลงบนพรมหญ้า

“เฮ้อ” เขากระแอมเสียง “เลี้ยงน้ำด้วย เอาล่ะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ปีศาจตนหนึ่งยืนมองผืนดินที่เรียกว่าโลกมนุษย์ มันยืนอยู่ภายใต้ร่มเงาสีเขียวขนาดใหญ่ ดวงตาสีเหลืองทองเปล่งแสงสว่างสู้แสงอาทิตย์ที่แผดเผา (“สีตานายก็เกือบจะทองนะ” เพื่อนรักแทรก) อย่าขัดสิ มันมีรูปกายเหมือนดั่งมนุษย์ หากแต่ยามคืนร่างเดิม หลังของมันจะมีปีกสีเทาขนาดมหึมา มันยืนเหนือร่างคนตายที่นอนฝังอยู่ใต้แผ่นศิลาหิน มีอสรพิษสีดำขนาดเล็กเกี่ยวพันกิ่งไม้เคียงข้างนายของมัน

สาวน้อยนามดาเลียเพิ่งเสร็จธุระเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษ เธอมีอาชีพขายดอกไม้ อาชีพที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น” เบนหยุดอ่านเมื่อเพื่อนสนิทหัวเราะก๊าก

“ฮะ ขายดอกไม้จากรุ่นสู่รุ่น”

“อย่าเพิ่ง ต่อนะ นั่นหมายความว่า สถานะทางสังคมของครอบครัวดาเลียไม่ดีขึ้นเลย สายตาของเจ้าหล่อนเหลือบมองต้นเอล์มสูงตระหง่านตั้งอยู่ใจกลางสุสาน เมื่อนั้นเธอเห็นเด็กหนุ่มผมสีดำขลับรูปงาม สวมเสื้อผ้าชนชั้นสูง เธอประหลาดใจที่เห็นเขายืนอยู่ตามลำพัง แต่ปากขยับเหมือนพูดกับใครสักคน ใช่แล้ว ก็เหมือนพล็อตน้ำเน่าทั่วไป...ฉันชอบคนเขียนว่ะ แม่งกัดตัวเองด้วย...ดาเลียตกหลุมรักหนุ่มน้อยคนนั้น แต่ว่าเขาพูดกับใครล่ะ ให้ตายเถอะ เขาช่างสง่างามเสียจริง...อุ๊ปซ์”

ทั้งสองหัวเราะเพราะเบนดัดเสียงเป็นผู้หญิง “งดงามเหลือเกิน เขาเป็นใครนะ

“ไอ้บ้า พอแล้ว” อเล็กซ์กุมท้อง “อ่านธรรมดาสิวะ”

“อ้าว เพื่ออรรถรสนะ” เขาหัวเราะกับตัวเองแล้วอ่านต่อ “เด็กคนนั้นน่าจะไม่เกินสิบห้า ดาเลียพิจารณาจากใบหน้า แม้พยายามคิดว่าแค่เอ็นดูแต่ใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เพียงเขาหันมามองเธอแทบจะล้มทั้งยืน เว่อร์เป็นบ้า โทษ ๆ เธอไม่รู้เลยว่า รักครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล (“ดาเลียคงเหมือนผู้หญิงที่เคยเจอนายมั้ง”)...เงียบน่า

เจ้าปีศาจล่วงรู้ความคิดของเธอ ภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลากลับซ่อนรอยยิ้มร้ายไว้ ใครจะรู้ นี่อาจจะเป็นเหยื่อรายแรกของมันก็ได้ ไปได้แล้วไฟดัส มันออกคำสั่ง ข้าจะลองใช้เสน่ห์ล่อลวงเด็กสาวคนนั้น

นายท่านทำสำเร็จไปตั้งนานแล้วขอรับ อสรพิษกล่าวแล้วเลื้อยหายไป

ดาเลียเดินตรงไปหาเด็กหนุ่มคนนั้น แม้ได้ยินเสียงงูเลื้อย แต่เช่นเดิม ไม่มีสัตว์ดังกล่าว เด็กหนุ่มมองเธอด้วยสายตาใคร่รู้ แม้ไม่ได้สื่อสารความนัย แต่มันมีอำนาจมากพอให้ดวงใจดรุณีน้อยอ่อนยวบยาบ เจ้าเป็นใคร ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน

ปีศาจไม่ตอบ เพราะมันกำลังสงสัยว่าจะตอบอย่างไร เนื่องจากบิดาผู้เป็นทูตตกสวรรค์ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้มัน บอกชื่อของเจ้ามาก่อนสิ

ข้าชื่อดาเลีย

เหตุใดจึงชื่อดาเลีย

เธอแปลกใจกับคำถามอันแปลกประหลาดนี้ เพราะแม่ข้าตั้งให้ แต่คนตรงหน้ายังไม่เข้าใจ เอาล่ะ เป็นชื่อของคุณยาย และดาเลียคือดอกไม้ ผู้หญิงในครอบครัวของข้าล้วนมีชื่อเหมือนดอกไม้กันหมด

ปีศาจเอียงศีรษะเล็กน้อยขบคิดตาม มันหันไปมองต้นไม้ที่ตนใช้พิงแล้วถามขึ้นมา นี่คือต้นอะไร

ต้นเอล์มน่ะสิ ใคร ๆ ก็รู้จัก

งั้นชื่อของข้าคือเอล์ม ทุกคนจะรู้จักข้าในชื่อนี้ อย่าสงสัยเลย ข้าสูญเสียความทรงจำ และไม่รู้หนทางว่าจะทำอย่างไรต่อ เจ้าปีศาจคิดพล็อตเรียกคะแนนความสงสารเรียบร้อยแล้ว

ลึก ๆ แล้ว ดาเลียคิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดา และที่สำคัญเขามีท่าทางประหลาดผิดคนทั่วไป หากแต่ความสง่างามนั้นบดบังความประหลาดที่ว่า เธอตั้งใจว่าจะดูแลเขาเอง และเมื่อปีศาจมีชื่อของมัน จากนี้ไปเราจะเรียกมันว่าเอล์ม

เอล์มตอบสนองความคิดของดาเลียทันที แต่น่าขัน ถึงแม้จะเป็นปีศาจ แต่มันเป็นปีศาจที่เพิ่งถือกำเนิด ยังวัยเยาว์เกินกว่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมเทียมเท่าพี่น้องปีศาจที่คอยล่อลวงมนุษย์มาก่อน ดาเลียเป็นสาวน้อยที่เคร่งในศาสนาและรักในพระเจ้ามากจนเกือบจะบวชเข้าสำนักชีหากไม่นับว่าต้องช่วยมารดาทำงานแต่เล็กแต่น้อย ดังนั้น แทนที่จะรับเด็กหนุ่มเข้ามาดูแลในบ้าน เจ้าหล่อนส่งมันเข้าไปทำงานในโบสถ์เช่นคนมีสติทั่วไป

โชคยังดีที่สถานะของมันถือว่าเป็นปีศาจขั้นสูง แสงศักดิ์สิทธิ์ทำอันตรายมันไม่ได้ ไม่เหมือนกับเจ้าไฟดัส ปีศาจชั้นต่ำที่มีสามร่าง ร่างยายแก่ ร่างอสรพิษ และร่างสุนัข มันจึงได้แต่แปลงร่างสลับกันคอยดูนายของมันอย่างห่าง ๆ พยายามจะเอานายมันออกห่างจากสายตาแห่งพระผู้เป็นเจ้า

เพียงอาทิตย์เดียวที่เจอเอล์ม ดาเลียเริ่มสงสัยตัวจริงของหนุ่มน้อยที่เธอพามา เขาสุภาพเกินไป ใสซื่อเกินไป และที่สำคัญ คนรอบตัวต่างรักและเอ็นดูเจ้าหนุ่มแทบคลั่ง เหมือนกับเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในขณะที่ดาเลียเป็นคนเดียวที่ดูมีสติยับยั้งชั่งใจ สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือเหล่าซิสเตอร์ที่เธอรักทั้งหลายล้วนเปลี่ยนไป อย่างเช่นซิสเตอร์แคสแซนดร้า แม่ชีวัยสิบเก้าปี เหตุใดความรักจึงผิดศีลธรรมจนถึงขั้นบาปมหันต์ได้ถึงเพียงนี้ บางครั้งดาเลียไม่อาจแยกได้ว่า แคสแซนดร้าละเมอเพ้อพกไปเองหรือพูดความจริงอยู่กันแน่ แม่ชีสาวเอาแต่พร่ำบอกดาเลียว่าเธอกับเอล์มรักกันซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้และไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับหญิงสาวผู้ประกาศตนเป็นผู้บริสุทธิ์และละทิ้งเรื่องทางโลก ที่น่าสับสนไปกว่านั้นคือดาเลียยังเห็นเอล์มใช้ชีวิตตามปกติ ทำงานในสวน ไม่มีหญิงสาวหรือคนรัก ตีหน้าเด็กดีอยู่ทุกวัน แม้สัญชาตญาณส่วนลึกคอยส่งสัญญาณว่านี่อาจเป็นภาพลวงตาก็ตาม บางครั้งยามค่ำมืด แคสแซนดร้าจะมาหาดาเลียถึงบ้านเพื่อประกาศว่าเธอเป็นของเอล์มทั้งกายและจิตวิญญาณ บางครั้งเธอสงสัยว่าแคสแซนดร้าอ่านใจเธอออกหรือ แต่กระนั้น ท่าทางของซิสเตอร์สาวทำให้เธอกลุ้มใจมากกว่า เพราะแม้แต่ลี คนสวนที่เป็นหัวหน้าของเอล์มยังยืนกรานว่าพวกซิสเตอร์หลงใหลแค่รูปเด็กหนุ่ม ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะทำเรื่องบัดสี หมอนั่นนอนอยู่บนเตียงข้างข้าทุกคืน แถมยังตื่นมาช่วยงานตั้งแต่เช้าตรู่ จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่นกับพวกซิสเตอร์ใจแตก ดังนั้นจึงเหมือนกับว่าแคสแซนดร้าเพี้ยนไปแล้ว แต่ดาเลียก็ยังแคลงใจ

เธอหึงน่ะสิ ซิสเตอร์กล่าว เธอก็อยากได้เขาเหมือนกัน

ดาเลียปฏิเสธทันที ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย ตอนนี้ข้าจะอกแตกตายเพราะพวกท่านนั่นแหละ ไม่สิ เพราะท่านมากที่สุด ซิสเตอร์ ได้โปรดเรียกสติกลับมาโดยไวเถิด

และวันนั้นแคสแซนดร้าก็ไม่ออกมาหาเธออีกเลย”

เบนถอนหายใจแล้วหยิบขวดน้ำออกมาดื่ม “ต่างกับเวอร์ชันที่นายเคยได้ยินไหม”

“ยังไม่ค่อยต่าง” อเล็กซ์สั่นหัว “เพียงแต่รายละเอียดในนี้มันมากกว่า อย่างน้อยก็รู้ว่าแม่ชีคนนั้นชื่อแคสแซนดร้า”

เขาพยักหน้าแล้วก้มหน้าอ่านต่อ “เสียงระฆังดังทุกโมงยาม เวลาตีสอง ซิสเตอร์แคสแซนดร้ากลับมาอยู่ในห้องของเอล์มและลี มือสองข้างพันรอบเอวปีศาจในคราบมนุษย์ราวกับแขนกลายเป็นงู เธอรู้ว่าตัวจริงของเด็กหนุ่มคนนี้คือใคร และยอมรับโดนดุษฎี รูปลักษณ์อันงดงามของมันเป็นมรดกตกทอดส่วนหนึ่งที่ส่งผ่านมาจากบิดาอันทรงศักดิ์ เอล์มจึงงามดั่งเทวทูต และธรรมชาติของปีศาจสามารถสะกดใจมนุษย์ได้มากกว่าทูตสวรรค์ที่มีหน้าเดียว อย่างว่า ครั้งหนึ่งบิดาของมันเคยเป็นถึงอัครเทวดาผู้นำมาซึ่งแสงสว่าง แถมมารดาของมันยังเป็นหญิงมนุษย์คนแรกของโลก (“ลิลิธ” อเล็กซ์โพล่งทันที)” เบนพยักหน้า “ถูกต้อง เพราะในนี้ยังบรรยายต่อว่า มารดาของเอล์มในเวลานี้คือราชินีแห่งนรกและมารดาของเหล่าปีศาจทั้งปวง เอล์มจึงมีเลือดผสมทั้งสามภูมิ สวรรค์ โลก และนรก ที่มาของมันอาจไม่ต่างจากพี่น้องปีศาจตัวอื่น แต่ปีกที่ติดตัวแต่กำเนิดกลับทำให้มันผิดแผกจากพี่น้อง เพราะมันเป็นปีกสีเทาแต่มีลักษณะเหมือนปีกเทวทูต

แคสแซนดร้าที่รัก มันจูบหน้าผากหล่อน หญิงสาวหมอบลงแทบเท้าอมนุษย์เช่นเดียวกับไฟดัส

ข้าอยากเป็นอิสระเหลือเกิน นางรำพัน บิดามารดาบังคับให้ข้าปฏิญาณตน ข้าไม่เคยรู้จักโลกใบนี้เลยจนกระทั่งได้เจอท่าน นายท่าน ปลดปล่อยข้าเถิด โปรดช่วยเหยื่อตนนี้ด้วย

เจ้าไม่ใช่เหยื่อของข้า มันเชยคางเธอเบา ๆ เด็กดี เจ้าต่างจากคนอื่น เจ้ารู้ว่าตัวเจ้าต้องการอะไร ข้ายินดีต้อนรับเจ้าสู่โลกแห่งเสรีภาพ มีเพียงตัวเจ้าที่จะเปิดประตูเข้ามา ปลดปล่อยตัวเองเสียแคสแซนดร้า เราไม่จำเป็นต้องมีสัญญาระหว่างกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเจ้า หญิงสาวได้ฟังเช่นนั้นยิ่งยินดีและทอดกายให้มันอีกครั้ง ทั้งนี้ หล่อนทำเพื่อดับไฟปรารถนาในตัวเองมากกว่าต้องมนต์สะกดของปีศาจ...”

เบนไม่ได้อ่านต่อ แต่ทำเสียง “โอ้”

“เงียบทำไม อ่านต่อสิ” อเล็กซ์ใช้เท้าเขี่ยขา หนุ่มนัยน์สีแอมเบอร์ตวัดมองเชิงดุแล้วเตะกลับ

“อย่าเขี่ย” เบนปัดฝุ่นออกจากชายกางเกงแล้วยิ้มเยาะให้เพื่อน “ฉากเลิฟซีน แบบ...” เขากางมือออก “ใครบอกว่าเอล์มเป็นนิทานก่อนนอน ครั้งหน้าฉันจะเล่าเวอร์ชันนี้ให้ฟัง แซบ”

มือเรียวแบบฉบับคนเล่นเปียโนมาแต่เด็กยื่นออกมารอให้เขาส่งวารสารให้อ่าน เบนยิ้มเย้ย “สำหรับออกอากาศ ขอปรับเป็นเรตทั่วไปก็แล้วกัน” เขากระแอมเสียงจะอ่านต่อ ส่วนอเล็กซ์สบถ “ก่อนแสงรุ่งสางสาดส่อง แคสแซนดร้าเดินตรงไปยังไม้กางเขนด้วยดวงใจหาญกล้ากว่าทุกครั้ง มือข้างขวากุมมีดไว้แน่น และเมื่อเธอนึกถึงคำพูดของเอล์ม เธอจึงยกมือขึ้นและกดปลายแหลมของมีดลงบนเนื้อหน้าอกจนเกือบมีดด้าม จากนั้นหมุนเลื่อนลงเพื่อคว้านเอาก้อนเนื้อข้างในออก ความเจ็บปวดทำให้เธอกรีดร้อง แต่มันเป็นความเจ็บปวดเพื่อให้ตัวเองเกิดใหม่ หล่อนหัวเราะและชี้ไปยังไม้กางเขน เกิดใหม่ เธอตะโกนแล้วหมุนมีดอีกครั้ง ไม่นานนัก เหล่านักบวชพบเธอนอนตายอยู่ตรงนั้นโดยที่มือข้างซ้ายกุมก้อนหัวใจตัวเองไว้ หล่อนควักมันออกมาได้สำเร็จ” เบนหยุดอีกครั้ง นิ่งคิด “ทำไมไม่ปาดคอวะ หรือผูกคอ กระโดดตึกไรงี้ หรือไม่ก็เสียบเข้าไปเลย กลางหัวใจ” เขาทำมือ

แต่อเล็กซ์กลับนั่งเท้าคาง “ฉันว่า ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ แคสแซนดร้าต้องการแสดงออกว่าเธอคือเจ้าของ ไม่ใช่พ่อแม่หรือพระเจ้า เป็นความต้องการแสดงเชิงสัญลักษณ์”

“เหมือนเวลาคนประท้วงก็ใช่ท่าทางหรือการกระทำสื่อ”

“ประมาณนั้นมั้ง”

เขาคิดตามคำวิเคราะห์เพื่อนสนิท “นายถนัดนะ ของแบบนี้” เขาถอนหายใจ ถ้าอเล็กซ์ไม่ถูกบิดากดดัน เขาคงเรียกพวกอักษร ไม่ก็ถ่ายรูปไปแล้ว ปกติหมอนี่จะพกกล้อมฟิล์มเล็ก ๆ ไว้กับตัวด้วย บางครั้งจะควักออกมาถ่ายรูปถ้าเห็นอะไรน่าสนใจ เบนหันเหความสนใจกลับไปยังบทความ “ดาเลียได้รับข่าวร้ายเมื่อสายไปเสียแล้ว เธอเสียใจมาก เหล่าซิสเตอร์ล้วนเป็นเพื่อนที่ดีทั้งนั้น แม้แคสแซนดร้าจะเว้นระยะห่าง แต่การตายของเธอไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายที่ถูกหมางเมินยินดี เด็กสาวขอร้องให้ทางโบสถ์ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่หลักฐานล้วนชี้ว่าแคสแซนดร้าคิดทุกอย่างด้วยตัวเองหมดเลย และในเวลานั้น เอล์มก็อยู่กับลีตลอด

นางเสียสติไปแล้ว มาเรียผู้อาวุโสกล่าว เจ้าไม่ใช่รึ ที่นางเอาแต่พร่ำเล่าเรื่องนางกับเจ้าหนุ่มเอล์ม แต่พวกเรารู้ดีว่าเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร ซิสเตอร์วัยห้าสิบพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ ไม่มีแม้แต่ความเสียใจสะท้อนออกมาจากดวงตาของหล่อนเลย

ไม่มีใครรู้ว่าลีจำเรื่องราวไม่ได้ แม้บางคืนเอล์มปลุกเขามาเล่นสนุกกับพวกซิสเตอร์ด้วยก็ตาม แต่ถึงกระนั้น ไม่ต้องให้ลีได้สติ มาเรียกลับทำให้ข้อสงสัยของดาเลียเพิ่มขึ้น เพราะวันต่อมา เธอหวังจะมาเยี่ยมเอล์ม แต่กลับเจอมาเรียแอบมาหาเขาที่ห้องและพูดจาข่มขู่ต่าง ๆ นานาเพื่อให้เด็กหนุ่มตอบรับรักเธอ

ท่าทีของซิสเตอร์มาเรียทำให้ดาเลียช็อกจนวิ่งออกจากที่นั่น ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เอล์มทำอะไรกับคนพวกนั้น หรือเอล์มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แล้วพวกเขาเป็นอะไรกัน เธอร้องไห้อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร คนรอบตัวล้วนแปลกไป แต่ก่อนที่เธอจะเงยหน้ากุมมือวิงวอนเบื้องบน ยายแก่อัปลักษณ์ปรากฏกายขึ้นข้างตัว

เขาเป็นคนทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย หล่อนกระซิบข้างหู

เธอเลิกคิ้วขึ้น สงสัยว่าสตรีมีอายุผู้นี้ล่วงรู้ความคิดของเธอได้อย่างไร แต่...ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษที่เขางามเกินไป ดาเลียไม่รู้ตัวเลยว่าตนเผลอแก้ตัวให้เจ้าหนุ่ม และแม้อาจความรักของเธอไม่แสดงความบ้าคลั่งเหมือนคนอื่น แต่เธอก็ยังปกป้องเขา

ยายแก่เผยอยิ้มน่าเกลียดเช่นคนรู้เท่าทันความคิด ในเมื่อเจ้ารู้ปัญหา ก็พาเขาออกไปซะ จะให้อยู่กับพวกสองหน้าคอยชักจูงให้กระทำผิดต่อเบื้องบนรึ

ถ้าเช่นนั้น เขาจำต้องอดทนต่อสิ่งยั่วยุ ทุกคนในนั้นควรอดทนต่อ...สิ่งยั่วยวน ดาเลียว่า พระเจ้ามักมีบททดสอบให้เรา ครั้งนี้ก็คงเป็นเช่นนั้น และซิสเตอร์แคสแซนดร้าไม่ผ่านบททดสอบนี้

ยายแก่ได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วจากไป ทว่าดาเลียเริ่มลังเล ถ้าเธอปล่อยให้เอล์มอยู่ในนั้น อาจจะมีคนคลั่งรูปลักษณ์ของเขาจนเสียสติเหมือนแคสแซนดร้าอีก

บางที เขาอาจต้องไปอยู่ที่อื่น ดาเลียลุกขึ้นยืน มองไปทางขุนเขาฝั่งตรงข้ามกับโบสถ์ มองไกลออกไปตรงนั้นพลันบังเกิดความคิดบางอย่าง สีหน้าเคร่งเครียดของดาเลียเริ่มคลายลงเมื่อเห็นทางออก พอตัดสินใจได้ เธอจึงกลับไป

ไฟดัสหัวเราะเริงร่า มันกลายร่างเป็นสุนัขสีดำแทนยายแก่ ในที่สุด มันก็เอานายน้อยออกจากที่นั่นได้ ถึงเอล์มจะอดทนสู้แสงแห่งพระเจ้าได้ แต่ก็เสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยให้เบื้องบนตระหนักถึงการมาถึงของเขา...หรือการกระทำหยามเหยียดในสถานที่นั้น ไฟดัสไม่อยากเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตจากเบื้องบนเท่าไรนักหรอก”

เบนเหลือบมองนาฬิกา “รถจะมารับฉันแล้ว”

อเล็กซ์พยักหน้าแล้วลุกขึ้นนั่ง เบนแทบไม่ได้ขับรถเองอีกเลยตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน “ฉันอยากฟังให้จบ” เพื่อนสนิทกล่าว “ฉันแวะบ้านนายก็แล้วกัน เดี๋ยวโทรบอกคนขับรถก่อน”

เบนพยักหน้าแล้วเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ก่อนเดินออกจากสนามหญ้าของมหาวิทยาลัย เขาหันไปสาวผมแดงคนเดิมแล้วยิ้มให้เธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #190 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:53
    คิดถึงเบน ;0; เอล์มก็คือเด้กหนุ่มร้ายๆ หลอกดาเลียให้หลงรัก จะย้ายไปที่ไหนกัน
    #190
    1
    • #190-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 41)
      15 ธันวาคม 2561 / 10:39
      เนอะ คิดถึงเบนเหมือนกันเบย
      #190-1
  2. #97 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 14:11
    งื้ออ รออเล็กซิส นะค่ะ
    #97
    1
    • #97-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 41)
      1 กรกฎาคม 2561 / 14:52
      พยายามเต็มที่ค่ะ ขออภัยที่สปีดต้วมเตี้ยม T^T
      #97-1