Jelly.Crunchy |รับวิจารณ์นิยายสไตล์เยลลี่กรอบ|♛

ตอนที่ 29 : |♛| คุณกาตูน Class-Zero (คลาส-0 : สงครามพลังเหนือโลก)|

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ค. 56

   

Class-Zero (คลาส-0 : สงครามพลังเหนือโลก)


 

              สวัสดีค่ะไรเตอร์กาตูน มาส่งงานวิจารณ์ช้าเกินที่ท่านกำหนดไปหน่อยเพราะติดคิวนิยายหลายๆเรื่องก่อนหน้านี้รวมทั้งติดซ้อมนู่นนี่เต็มไปหมด-0- ในที่สุดก็ได้อ่านนิยายที่ท่านรีเควสแล้วนะคะ ถึงจะเป็นแฟนตาซีแต่ตอนหนึ่งๆไม่ยาวมากทำให้อ่านเสร็จก่อนที่คิด ทั้งนี้คำวิจารณ์เป็นเพียงคำติชมและเป็นความเห็นส่วนบุคคลไม่มีเจตนาด่าว่า แต่อยากให้พัฒนาผลงานต่อไป อยากบอกว่านี่คือบทวิจารณ์ทำลายสถิติยาวที่สุดขอเยลลี่ไปแล้ว นั่งต้มมาม่ากินไปอ่านไปได้เลย=[]=




 

1.ชื่อเรื่อง (10 คะแนน) – เรียบง่าย ตรงกับตัวเรื่อง ไม่มีอะไรติ แต่ถ้าให้แนะนำคำว่า สงครามเหนือโลกยังฟังดูธรรมดาไปหน่อย ไม่ค่อยดึงดูดนัก ให้ 7 คะแนน

2.คำโปรยและบทนำ ( 10 คะแนน) แนะนำเรื่องย่อๆสรุปใจความหลักของเรื่องได้ดีทีเดียว แต่การใช้คำยังไม่สละสลวยติดจะเป็นภาษาพูดไปหน่อย เช่น หนทางคือ? มันให้ความรู้สึกขัดๆ ควรจะใช้ แต่หนทางเป็นอย่างไรล่ะ?” “แล้วหนทางคืออะไร?” มากกว่า ในส่วนของข้อมูลเบื้องต้นก็เช่นกัน พบสำนวนเขียนที่ยังไม่กระชับนัก ตำนานบทใหม่จะถูกเริ่มขึ้นอีกครั้ง / ถูกเริ่ม? ควรจะเป็น สร้างขึ้น ถูกจารึกขึ้น ถูกตราขึ้น จะฟังดูเหมาะสมกว่ารึเปล่า

มันไม่ใช่เพียงแค่ชื่อแต่มันมีความลับในนั้น’ / ‘มันไม่ใช่เพียงแค่ชื่อ เพราะมันแฝงเร้นความลับอยู่ในนั้นเมื่อปรับแล้วจะฟังลื่นไหลขึ้น ทั้งนี้ปรับใช้ตามพิจารณาของท่านเลย

            มาถึงจุดสุดท้ายอย่างบทนำ ค่อนข้างเปิดมาได้เคร่งเครียดทำให้ไม่น่าติดตามเท่าที่ควร มันน่าเป็นฉาก เหตุการณ์ บทสนทนาฯลฯ ที่น่าสนใจมากกว่ารึเปล่า แต่ใช้แบบนี้ก็ไม่ผิดค่ะ มีจุดที่สงสัยว่าอาณาจักรทั้งสี่มาจากตัวแทนสัตว์เทพในตำนานจีนรึเปล่า เต่าดำ พยัคฆ์ขาว มังกรเขียว และหงส์แดง หรือว่าไม่ใช่แค่จะใช้เป็นมังกรน้ำเงิน เต่าดำ ฟินิกซ์ พยัคฆ์ขาว ยังไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรผ่านบทนำ พูดถึงทรูเวิล สงคราม แล้วก็ตัดเข้าเรื่องเด็ก 12 คนเลย มัน ขาดจุดเชื่อมต่อระหว่างเด็ก class-0 กับสงครามไป การเขียนบางบรรทัดยังขาดๆอยู่ เช่น นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องเลือก!!!! มันคือทางเลือก’/ ‘พวกเขาต้องเลือกเพราะมันคือทางเลือกที่เหลืออยู่ โดยรวมเปิดตัวอลังการดีนะคะ แต่ภาษายังไม่ค่อยมัดใจผู้อ่าน ให้ 6 คะแนน

3.โครงเรื่อง(30 คะแนน) การวางพล็อตและปูเรื่องต่างๆเรียกได้ว่าคิดคำนวณมาอย่างดี มีความซับซ้อนสูงและมีเหตุการณ์มากมายที่จะสื่อถึงผู้อ่าน แต่ยังไม่สามารถอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจได้เท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะศัพท์เฉพาะมากมายที่ทั้งเยอะ จำยาก และเป็นศัพท์เทคนิค ทำให้เบื่อง่ายจนพานท้อในการไขปริศนาหรือคิดตามตัวเรื่องไปด้วย ควรเขียนเชิงอรรถกำกับไว้มากกว่าสอดวงเล็บหรืออธิบายผ่านหนังสือ ถ้าเป็นไปได้เปลี่ยนไปใช้ศัพท์ธรรมดา ศัพท์ทางเวทมนตร์ จะทำให้คนอ่านเข้าใจง่ายกว่า อ่านแล้วเยลลี่มึนหลายตลบเลย              

การแทรกอธิบายรายละเอียดยังไม่ดีนัก มักแทรกรายละเอียดเกี่ยวกับพลังจิต อาวุธและระดับต่างๆระหว่างการต่อสู้และดำเนินเรื่องซึ่งทำให้อรรถรสลดลง เท่าที่สังเกตไรเตอร์มักอธิบายเหมือนยกมาจากหนังสือแล้วหยอดตอนท้ายหรือไม่ก็กลางๆเรื่อง เป็นการตัดฉากที่ไม่ดีนะคะ ถ้าอยากอธิบายระหว่างตัวเรื่อง(ซึ่งก็ควรทำแบบนั้นเพราะศัพท์ยากและลึกซึ้ง) ควรอธิบายผ่านความคิดของตัวเอก และพยายามอธิบายเพียงสั้นๆกระชับพอเข้าใจง่าย

ส่วนการดำเนินเรื่องโดยรวมยังฉุกละหุกเข้าใจยากอยู่ ไม่ทันรู้จัก class-0 ดีก็ลุยซะแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องความแปลกใหม่มีเอกลักษณ์นี่ชื่นชม เพราะมันรวมเอาความล้ำสมัยและบู๊ล้างผลาญมาผสมกัน หลายอย่างล้ำลึกจนอ่านไปอ้าปากค้าง แต่โดยรวมก็ยังเข้าใจยากและทำคนอ่านสับสนอยู่ดี ทั้งหมดนี้ให้ 20

4.ภาษา/การบรรยาย( 30 คะแนน) ขอหั่นเป็นสองส่วนยาวๆดังนี้

-ภาษา การใช้คำค่อนข้างหลากหลายและเหมาะสมกับบริบทประโยค แต่ไม่ควรใช้ภาษาวัยรุ่นมากเกินไปนักแม้แต่ในบทสนทนา เช่น ท่าทางนอยๆ ชั้น คำว่า ชั้น ไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะเป็นเสียงพูดแต่ไม่ใช้ในการเขียน เปลี่ยนเป็น ฉัน จะดีกว่า คำผิดมีประปราย เช่น

วายชน/ วายชนม์

ไต้/ใต้

หว่ะ/ว่ะ แปป/แป๊บ

เอ้ย/เอ๊ย

เลเซอ/เลเซอร์

ไอ้เปี้ยก/ไอ้เปี๊ยก

จุ้ๆ/จุ๊ๆ

ล่วงลง/ร่วงลง

อุจอาจ/อุกอาจ

ส่วนใหญ่จะเขียนผิดเสียงผิดวรรณยุกต์ ลองไปตรวจทานการผันเสียงนะ เว้นวรรคผิดหลายจุด เช่น พวกเขาทั้งสามก้าวเดินออกไปยังถนนเบื้องหน้าภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของซีเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?/พวกเขาทั้งสามก้าวเดินออกไปยังถนนเบื้องหน้า ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของซี เขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?

โจ้กเกอร์หมดความอดทนในที่สุดก่อนจะโยนสมุดไดอารี่เล่มหนึ่ง /โจ้กเกอร์หมดความอดทนในที่สุด ก่อนจะโยนสมุดไดอารี่เล่มหนึ่ง  

ยังมีอีกมากมายที่พบแต่ยกมาเป็นตัวอย่างเท่านี้ การเว้นวรรคต้องตรวจสอบให้ละเอียดเพราะถ้าเว้นผิดบ่อยๆความหมายประโยคอาจเปลี่ยนและยังขัดตาอีกด้วย เมื่อมีเสียง ฟึบ เฟี้ยวว ฟุบบ หรือเสียงอุทานอื่นๆควรเว้นบรรทัดก่อนจะบรรยายต่อ และขอยืนยันว่าไม่ควรอัดข้อมูลที่ยากเกินความเข้าใจมาในวงเล็บ ( ) ควรเก็บไว้อธิบายเป็นเชิงอรรถ (เชิงอรรถคือ * แล้วก็นำไปอธิบายตัวเล็กๆด้านล่าง) หรืออธิบายละเอียดในตอนอื่นๆก็ได้

            จุดที่เป็นคำพูดหรือความคิดควรใส่เครื่องหมายคำพูด เช่น

 Expolda(เอ็กซ์โพลด้า)!!  ตูม!....    

5X=2-7(1) E-12.0จงบีบอัจงก่อเกิดด...ระเบิดไร้พัธนาร จะเห็นว่าจู่ๆโผล่พรวดขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าเสียงดังมาจากไหนใครพูด ถ้าเป็นเสียง ตูม’ ‘ฟึบอาจจะไม่ใส่ ‘___’ ได้ แต่ถ้าเป็นคำหรือแม้แต่สมการควรใส่ด้วยเพื่อความชัดเจนขึ้น

-บรรยาย การบรรยายส่วนใหญ่เห็นภาพและลื่นไหลดี แต่บางครั้งก็ขาดการบรรยายไปซะดื้อๆ เช่น ตอนที่ 3 จู่ๆขึ้นมา ความมืด ตามด้วยบทสนทนา บรรยายแค่เสียง ขาดการบรรยายอารมณ์หรือลักษณะผู้พูด บางครั้งบรรยายเป็นเนื้อหาหนังสือมากมายแล้วจู่ๆ  หน้าถูกฉีกออก ซึ่งอากัปกิริยาเหล่านี้ควรบรรยายเพิ่มว่า เมื่อมาถึงกลางหน้ากลับว่างเปล่าและพบเพียงรอยฉีกจุดที่ควรบรรยายเพิ่มอย่างด่วนคือการบรรยายในลักษณะเหมือนการ์ตูนหรือเกม เช่น

 

           อลีเซีย! /*ล้มลง

           มาย! /*ล้มลง

            เร่เน่! /*ล้มลง

            เทเรซ่า! /*ล้มลง

            กาอุส!  /*ล้มลง

จะเห็นได้ว่าบรรยายอากัปกิริยาน้อยเกินไปไม่สละสลวย บรรยายรวมๆไปว่า ทั้งห้าคนล้มลงไปคนละทิศยังจะทำให้เห็นภาพมากกว่า การบรรยายลักษณะนี้ไม่ใช่ภาษาเขียนค่ะ

บางช่วงเหมือนประโยคถูกตัดขาดไปเลย เช่นเสียงระเบิดดังขึ้น...!ตายหมดอากิบะเป็นคนเดียวที่รอด / ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าจะสื่ออะไร ควรใช้ เสียงระเบิดดังขึ้น และแล้วภาพที่ปรากฏขึ้นก็คือทุกคนตายหมด..อากิบะเป็นคนเดียวที่รอด

ดาวตกโอโรโบเนสพุ่งเข้าใส่โลกอย่างไม่ทราบสาเหตุทำให้ผู้คนทั้งโลกสามารถเข้าใจกันได้ / ‘ดาวตกโอโรโบเนสพุ่งเข้าใส่โลกอย่างไม่ทราบสาเหตุ กระนั้นก็สร้างกระแสพลังจิตทำให้ผู้คนทั้งโลกสามารถเข้าใจกันได้

ซีไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรทั้งนั้น / เสียง,ใบหน้า,แววตาของซีไม่ได้แสดงความรู้สึกฯ                         สีหน้าอย่างกับว่าหุ่นเหล็กตัวนี้นั้นมีชีวิต/ใบหน้าของหุ่นเหล็กตัวนี้ขยับไหวราวกับว่ามีชีวิต                ใช่เธอก็คือเทเรซ่า / ใช่แล้ว เธอก็คือเทเรซ่านั่นเอง

            สังเกตได้ว่าประโยคเหล่านี้ขาดใจความบางอย่างไปทำให้ไม่สมบูรณ์และการบรรยายติดขัด การตัดฉากยังปุบปับกะท่อนกะแท่นไม่ดีนัก เช่น บรรยายสักพัก แล้วก็ 5 นาที แล้วก็บรรยายต่อทั้งๆที่เป็นฉากเดิม จะให้ความรู้สึกแบบ..บรรยายมาทำไม 5 นาที นอกจากจะไม่ช่วยขยายฉากนั้นๆแล้วยังทำให้การเปลี่ยนฉากไม่เป็นธรรมชาติด้วย มุมมองการบรรยายก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนพยายามจะเน้นให้ทุกคนใน class-0 มีบทบาทเด่น แต่บางครั้งก็ทำให้สับสนว่า ผม เป็นสรรพนามแทนใครอยู่ในขณะนี้ เท่าที่เห็นซีก็คงจะเป็นตัวเอกที่รับบทหนักสุด แต่การบรรยายผ่านซีทำให้เนื้อเรื่องไร้ชีวิตชีวายังไงไม่รู้ นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ การแฝงอารมณ์ขันจะทำให้ตัวเรื่องสนุกมีสีสันและทำให้รู้สึกเหมือน คน จริงๆกำลังถ่ายทอดเรื่องราวให้เราฟัง

การบรรยายละเอียดดีมากในแง่ของวิชาการ แต่ส่วนอื่นๆแข็งทื่อไม่สามารถสื่ออารมณ์ตัวละครได้เท่าที่ควร มักเน้นอธิบายเชิงวิชาการจนติดเป็นพรืดไม่น่าอ่าน แต่ขาดการอธิบายสภาพแวดล้อม อารมณ์ความรู้สึก แล้วก็รายละเอียดปลีกย่อยธรรมดาๆที่จะทำให้คนอ่านทราบว่าใครทำอะไรที่ไหน อย่างเช่นเหตุการณ์แห่งชะตากรรม มันเป็นชะตากรรมยังไง? ไม่ว่าจะอ่านยังไงก็ไม่รู้สึกแบบนั้น พาชินมะมาแล้วมันเหมือนทรยศยังไง ก็ยังอ่านแล้วค้างคาใจไม่เข้าใจตัวเรื่องอยู่ นี่เป็นจุดใหญ่ที่สุดที่ต้องปรับเปลี่ยน ข้อดีของการบรรยายเรื่องนี้คือเห็นฉากชัดเจน มีอาวุธสารพัดและวิธีการสู้แบบใหม่ๆสมคำว่า เหนือโลกการร่ายเวทย์จากสมการและอื่นๆแสดงให้เห็นจินตนาการขั้นสูงของผู้แต่ง จุดนี้ชื่นชมค่ะ รวมๆให้ 20 คะแนน

5.ตัวละคร(20 คะแนน) ข้อเสียของการมีตัวเอกเยอะคือไม่สามารถแสดงนิสัยเอกลักษณ์ของตัวละครแต่ละคนออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งนิสัยใจคอ ลักษณะหน้าตา ท่านไม่สามารถทำให้นักอ่านจดจำได้ว่าใครเด่นจุดไหนอะไรยังไง ดังนั้นนอกจากฉากบู๊ฉากลุยก็ต้องเพิ่มฉากอื่นๆให้ตัวละครได้แสดงนิสัยออกมาบ้าง เท่าที่อ่านจดจำนิสัยใจคอได้แค่ซี โจ้กเกอร์ เทเรซ่า ทรอซ เท่านั้น

            บทสนทนาและอารมณ์ยังขาดความเป็นธรรมชาติ เหมือนหุ่นมากกว่าคนจริงๆ เช่น อย่าเล่น...รออยู่...ผอ./ “ผอ.รออยู่นะ อย่าเล่นน่า

ปล่อยค้าบปล่อยผมเหอคับเฮียเล่นแบบนี้ผมเจ็บน้าค้าบ / “ปล่อยครับๆ ปล่อยผมเหอะครับ เฮียเล่นแบบนี้ผมเจ็บนะ!”

 ฮาๆ มาทันพอดีเลย’ / ไม่แนะนำให้ใช้ ฮาๆเพราะเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ไม่ใช้ในบทสนทนา ควรเป็น ฮ่าๆ’ ‘ฮะๆ’ ‘หึๆ’ ‘คิกๆ

ถ้าเป็นเรื่องความสามารถตัวละคร จุดนี้ชื่นชมจริงๆที่สามารถนำเสนอความสามารถหลากหลายของแต่ละคนได้อลังการงานสร้างมาก หากปรับให้ตัวละครได้แสดงอารมณ์หลายๆแง่มุมและมีปฏิสัมพันธ์กันมากกว่านี้ก็จะมีมิติขึ้น ให้ 10 คะแนน

รวม – 63/100

            ความเห็นส่วนตัว เห็นสับแหลกแบบนี้ที่จริงไม่ได้มีเจตนาด่าว่าเลยนะคะ เรื่องของท่านยังพัฒนาไปได้ไกลและท่านก็มีความรู้ความสามารถหลายแขนงจนเยลลี่ตาค้างไปหลายรอบ ข้อมูลวิชาการพวกนี้น่าทึ่งมากจริงๆและยังผสานมันอยู่ในแฟนตาซีไซไฟได้ลงตัว แต่ในเรื่องภาษาการบรรยายและตัวละครยังขาดความเป็นธรรมชาติแบบที่มนุษย์พึงมี ที่รีเควสมาถึงความสนุกน่าติดตาม มันเป็นเรื่องของแนวด้วยค่ะ นิยายท่านน่าจะดึงดูดผู้ที่มีวุฒิภาวะและชอบอ่านนิยายฟอร์มยักษ์ได้ แต่ถ้าเป็นนักอ่านธรรมดาและชอบแฟนตาซีอย่างเยลลี่คงจะยากหน่อย เพราะตัวเรื่องมีความซับซ้อนแต่ยังถ่ายทอดมายากต่อการเข้าใจ และอัดแน่นไปด้วยข้อมูลวิชาการที่ทำให้ปวดหัวเหมือนอ่านหนังสือเรียน-0- แต่ว่าโครงเรื่องของมันก็ดึงดูดไม่น้อยเลยนะ อย่าเพิ่งท้อและสู้ต่อไปค่ะ เยลลี่เป็นเพียงนักอ่านคนหนึ่งวิจารณ์ไปตามที่อ่านที่คิด อย่ายึดติดคำวิจารณ์มากเกินไป เป็นกำลังใจให้เนอะ ^^


CRY .q 

100 ความคิดเห็น

  1. #71 HollowFeeL (@hollowfeel) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 12:06
    เพราะใม่ใช่คนชอบเขียนอะไรยาวๆ เลยขอบอกสั้นๆว่ารักเยลลี่ซึ่งเป็นคนวิจารณ์ มาก!
    ความตั้งใจและความใส่ใจคือสิ่งที่สามารถแสดงผ่านตัวอักษรให้ปะจักษ์ 

    อย้่าจิ้นกันไปนะ รักในแง่การวิจารณ์นะ อย่าคิดลึก? ><
    #71
    0