Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 21 : บทที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

            บริเวณชายป่าเกิดเส้นแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติที่เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างป่าเบญจพรรณของแดนภูตซึ่งเป็นป่าที่ต้นไม้มีการผลัดใบตามธรรมชาติเมื่อถึงเวลา กับป่าดิบชื้นที่ต้นไม้ไม่มีการผลัดใบทำให้แสงแดดยากแก่การส่องสว่างลงมายังพื้นดินด้านล่าง พื้นที่ป่าทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ก่อให้เกิดร่มเงามืดครึ้มไปทั่วทั้งผืนป่าจนได้ชื่อว่าอนธการที่หมายถึงความมืด ในตอนกลางวันป่าทั้งสองแห่งจะสามารถมองเห็นเขตแดนได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อถึงเวลาพลบค่ำการแยกแยะเขตแดนบริเวณชายป่ากลับลำบากยิ่งนักสำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญเส้นทาง

 

            ป่าทั้งสองแห่งมีอุณหภูมิ พันธุ์พืช และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในขณะที่ป่าแดนภูตอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลหมากรากไม้อยู่ตลอดเกือบทั้งปี ฝั่งป่าอนธการกลับมีแต่พืชผลที่ไม่สามารถรับประทานได้เสียเป็นส่วนใหญ่

 

ด้วยเหตุนี้จึงมีบางครั้งที่ฝั่งป่าอนธการคิดจะแย่งชิงดินแดนภูตมาเป็นของตน ถึงแม้ว่าโอกาสชนะนั้นจะดูริบหรี่ก็ตาม และครั้งนี้เหตุผลหนึ่งที่ผู้นำแห่งป่าอนธการทุ่มเทเวลาถึงสองปีเต็มในการส่องสุ่มกำลังไพร่พลก็เป็นเพราะต้องการกำราบเหล่าภูตทั้งหลายและแย่งชิงดินแดนเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในดินแดนของตนได้อิ่มหนำสำราญกันเสียที หลังจากต้องกินทุกอย่างที่พบเพื่อประทังชีวิตและล่าสัตว์ที่เดินผ่านหรือพลัดหลงเข้ามาเป็นอาหาร

 

            ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากันในดินแดนที่ตนถือกำเนิด ไม่มีใครก้าวไปข้างหน้าแม้สักครึ่งก้าว ด้วยรู้ดีว่าเมื่อใดที่เพลี่ยงพล้ำเข้าไปในแดนของอีกฝ่ายพละกำลังจะลดลงกึ่งหนึ่งและไม่สามารถใช้เวทย์ได้ราวกับถูกใครบางคนสาปเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งผู้นำแห่งป่าอนธการได้อีก

 

            เหนียนยืนอยู่แนวหน้าในฝั่งป่าอนธการ ด้วยรูปร่างใหญ่โตเหมือนสิงโตที่น่ากลัว บนหัวมีเขาแหลม ดวงตากลมถลนจ้องมองหน้าเหล่าภูตที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ขณะที่ริมฝีปากอ้ากว้างออกจากกันจนเห็นซี่ฟันที่แหลมคม เช่นเดียวกับกรงเล็บที่ยื่นยาวออกมา

#

 

ด้านหลังของเหล่าเหนียนมีเจียงซือ หรือซากศพที่เคลื่อนที่ด้วยการกระโดดยืนอยู่นับร้อย พร้อมด้วยฉงฉีที่มีลักษณะเหมือนเสือผสมกับวัว แต่ขนของมันกลับเป็นหนามแข็งเหมือนกับขนของเม่น ปากกว้างยาวเพื่อไว้ใช้กินเหยื่อ และมีนิสัยที่ดุร้าย


# #


            ด้านบนของไพร่พลแห่งป่าอนธการปรากฏร่างของหยางวู หรืออีกาสามขากระพือปีกบินฉวัดเฉวียนไปมา ดวงตาเรียวของมันดูดุดัน ท่อนขาแข็งแรงและทรงพลังรวมไปถึงกรงเล็บแหลมน่ากลัวถูกประดับเอาไว้ที่ปลายเท้าทั้งสามข้าง

#

 

บริเวณกึ่งกลางกองไพร่พลทั้งหลายมีบุรุษผู้หนึ่งที่ดูโดดเด่นเป็นสง่าด้วยอาภรณ์สีดำตลอดทั้งร่าง ผิวที่โผล่พ้นออกมาเป็นสีน้ำผึ้งแลดูเนียนละเอียด นัยน์ตาสีเขียวมรกตแวววาว และหูเล็กแหลมเรียวเช่นเดียวกับพวกภูต บนศีรษะมีเขายาวสีดำสนิทราวกับเครื่องประดับชิ้นงาม เช่นเดียวกับปีกด้านหลังที่ทำให้ดูน่ากลัวและน่าเกรงขาม พร้อมกับหางยาวปลายแหลม เมื่อเจ้าตัวป้องปากโห่ร้องไพร่พลแห่งป่าอนธการทั้งหลายก็กรูกันเข้าไปหาฝั่งตรงข้ามที่ยืนห่างไกลออกไป

 

             ทันทีที่ฝ่าเท้าของไพร่พลตนแรกแห่งป่าอนธการเหยียบย่างเข้ามาในแดนภูต ลูกธนูก็พุ่งเข้าหาพวกมันราวห่าฝน แต่ละดอกปักลงในจุดที่ทำให้เจ้าของร่างไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้อีกอย่างแม่นยำและหนักหน่วง ถึงกระนั้นจำนวนของไพร่พลที่บุกตะลุยเข้ามาก็ทำให้พวกภูตต้องถอยร่นลงไปอีกหลายคืบในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ผู้เป็นนายนำกำลังภูตเข้าโรมรันกับศัตรู นกฮูกหิมะตัวโตก็บินโฉบเข้าต่อกรกับฝูงอีกาสามขา ภูตที่เหลือทำหน้าที่แบ่งกันร่ายเวทย์ใส่ฝั่งตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง โดยมีภูตส่วนหนึ่งที่คอยสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก เมื่อเห็นภูตตนไหนได้รับบาดเจ็บก็จะรีบบินตรงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

 

การวางแผนทั้งหมดล้วนมาจากจอมทัพและบุตรผู้มีดวงตาสีบุษราคัมที่องค์ราชาให้ความไว้วางใจ กลยุทธ์ในคราวนี้เน้นให้ภูตแต่ละตนคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเป็นสำคัญ และเลือกที่จะจัดการฝ่ายตรงข้ามด้วยการหยุดการเคลื่อนไหวมากกว่าเจตนาที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามต้องดับสิ้นไป

 

            จิ่งอวี๋ร่ายเวทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมา และทำการดัดแปลงด้วยตนเองบ้างบางส่วน ภูตหนุ่มอัญเชิญพลังของพระธรณีและพระคงคามาใช้รวมกันทำให้เกิดบ่อโคลนขนาดใหญ่ ฝ่ายตรงข้ามที่บินไม่ได้จึงเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก

 

            “ฮึ ดวงตาสีบุษราคัมงั้นรึ เป็นดวงตาที่ดีนี่ แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย” ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอราวกับเจอของเล่นที่ถูกใจ 

 

เนื่องจากภูตที่มีดวงตาสีบุษราคัมนับว่าพบได้ยากยิ่งในแดนภูต บางครั้งในหนึ่งพันปีภูตอาจไม่มีภูตตนใดที่มีดวงตาสีนี้เลยก็เป็นได้ ภูตที่เป็นเจ้าของดวงตาสีบุษราคัมมักจะมีพลังที่สูงส่งกว่าภูตดวงตาสีอื่นๆ และสามารถใช้พลังได้ทั้งจากพระอัคคี พระคงคา พระพาย และพระธรณีในตนเดียวกัน

 

เฮยหรงขยับปีกแรงๆ เพียงสองทีก็เกิดลมรุนแรงพัดจากฝั่งอนธการพุ่งตรงมายังภูตหนุ่มที่ยืนร่ายเวทย์อยู่ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสกายของเป้าหมายก็โดนสายลมอีกลูกต้านเอาไว้เสียก่อน ถึงแม้ว่าลมส่วนมากจะพัดผ่านการต้านทานนั้นไปได้ แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภูตหนุ่มอีก

 

“ไอ้งูเฒ่าสันดานเสีย! เจ้ามีนิสัยชอบลอบกัดนักหรือไร?!” ภูตที่มีดวงตาสีมรกตเฉกเช่นเดียวกันเอ่ยว่าอย่างเจ็บแสบด้วยรู้ดีว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นใคร

 

“ไอ้เด็กเวร นี่เจ้ายังมีชีวิตรอดมาอีกอย่างนั้นรึ” ลมอีกลูกพัดเข้าหาร่างเล็กอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะโดนตอบโต้กลับไปโดยจิ่งอวี๋

 

“อย่ายุ่งกับเขา! ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าแตะต้องคู่ของข้าเป็นอันขาด!!” จิ่งอวี๋ประกาศกร้าวพลางร่ายเวทย์ไฟและลมใส่ฝั่งตรงข้าม สายลมที่โหมกระหนำช่วยให้อัคคีมีพลังเพิ่มเป็นเท่าทวี แต่เฮยหรงที่มากประสบการณ์กว่ากลับโดนแค่เพียงถากๆ เท่านั้น ยังไม่ทันร่ายเวทย์ตอบโต้กลับไป เฮยหรงก็เห็นสิ่งที่เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทำให้เขายกไพร่พลมาในครั้งนี้

 

“ไอ้ภูตงี่เง่าไสหัวไปให้พ้น แล้วส่งตัวเฟยหย่ามาให้ข้า!” เฮยหรงบินตรงเข้าไปหาเป้าหมายจนเข้ามาอยู่ในเขตแดนภูตโดยไม่รู้ตัว แต่กระนั้นเฮยหรงก็ได้หาหวั่นเกรงไม่

 

“ไม่มีทางเสียหรอกไอ้งูชั่ว! ข้าไม่มีวันส่งเฟยหย่าให้งูชั่วช้าเยี่ยงเจ้า!!” ร่างบางบินรี่ตรงเข้ามาขัดขวาง เฮยหรงส่งเสียงในลำคอด้วยความรำคาญหมายจะจัดการร่างที่อยู่ตรงหน้าไปให้พ้นๆ หางแหลมพุ่งตรงเข้าหาแต่ก็โดนเปลวเพลิงเผาผลาญเข้าเสียก่อน จิ่งอวี๋ดึงให้ร่างเล็กมาอยู่ด้านหลังแล้วเอ่ยดุ

 

“ท่านจิ่งอวี๋ เว่ยโจวหลบไปก่อนเถิด ในเมื่อข้าเป็นคนเริ่ม ข้าจะเป็นคนจบเรื่องทั้งหมดด้วยตัวของข้าเอง” เฟยหย่าเอ่ยเสียงหอบ พลางวิ่งตรงเข้าไปหาเฮยหรงที่พุ่งตรงเข้ามา ขณะที่จิ่งอวี๋พยายามดึงตัวคนรักที่โวยวายไม่ให้พุ่งออกไปอีกครั้ง แต่ก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือเสมอถ้าเฟยหย่าต้องการ

 

“มาแล้วหรือเฟยหย่า” เฮยหรงกระตุกรอยยิ้มเอ่ยทักทาย ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นปีกที่งดงามของภูตสาวหายไป แต่แล้วก็ต้องละลายตาเมื่อเฟยหย่าส่งเปลวเพลิงมาหาแทนคำทักทาย

 

“เจ้ากับข้าเรามาดับสิ้นไปพร้อมกันเถิดเฮยหรง” เฟยหย่าพุ่งเข้าใส่ร่างตรงหน้าอย่างไม่ลังเล เธอไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออีกต่อไป มือหนึ่งง้างมีดขึ้นสูงแล้วจ้วงแทง ขณะที่อีกมือทำหน้าที่ปล่อยเปลวเพลิงออกไปอย่างไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้นเฮยหรงกลับสามารถปัดป้องได้อย่างง่ายดายราวกับกำลังเล่นกับเด็กน้อยก็ไม่ปาน

 

“เจ้าไม่ห่วงบุตรเจ้าหรืออย่างไรเฟยหย่า?” เว่ยโจวตะโกนเสียงดังเพื่อเตือนสติเพื่อนรัก แต่กลับดึงสติของอีกคนไปแทน

 

“เจ้าอย่าลืมสัญญาที่ทำกับข้าไว้ล่ะเว่ยโจว เจ้าต้องเลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีแทนข้า” มือเรียวจ้วงแทงคนที่เปิดช่องโหว่ลงไปเต็มแรง มีดยาวปักลงไปบนลาดไหล่ด้านขวาจนเกือบมิดด้าม เฮยหรงส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด แต่ก็หาได้ใส่ใจบาดแผลของตนเองไม่ เขาพุ่งตรงเข้าไปจับร่างตรงหน้าเอาไว้แน่นพลางเอ่ยถาม

 

“บุตรหรือ? นี่เจ้ามีบุตรอย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยความแปลกประหลาดใจเจือปนเอาไว้ด้วยความยินดีเล็กๆ

 

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า ปล่อยข้า!” เฟยหย่าพยายามขืนตัวหนีคนที่บาดเจ็บแต่กลับมีพละกำลังอย่างมหาศาล

 

“เกี่ยวสิ ข้าเป็นพ่อของเขามิใช่หรือไร?

 

“ไม่มีทาง งูทุเรศอย่างเจ้าไม่มีทางเป็นพ่อของบุตรข้าได้เด็ดขาด” เฟยหย่าเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด ขณะพยายามตรงเข้าทำร้ายร่างที่อยู่ตรงหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับสร้างได้เพียงบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเท่านั้น

 

“หึหึ อย่าหลอกข้าเสียให้ยากเลยเฟยหย่า ในเมื่อเจ้าอภิเษกกับข้าแล้วบุตรนั่นจะเป็นของใครได้นอกจากข้า” เฟยหย่านิ่งงั้นไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะเริ่มตอบโต้อีกครั้ง

 

“เจ้าพูดจาเลอะเลือนอันใด!? ข้าไม่เคยอภิเษกกับเจ้าเสียหน่อย!”

 

“ถ้าเจ้าจะลองนึกย้อนกลับไปในครั้งแรกที่เจ้าเจอข้า น้ำสีแดงที่เจ้าบอกว่าอร่อยนักหนา น้ำนั่นก็คือน้ำที่ผสมเลือดของเจ้ากับข้า เจ้ามิรู้หรอกหรือว่าพิธีอภิเษกของป่าอนธการจำเป็นต้องดื่มเลือดของคู่ชีวิต” สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่เฟยหย่าสามารถเข้าออกป่าอนธการได้อย่างง่ายดายโดยไม่เคยได้รับอันตรายใดๆ แม้ไม่มีเฮยหรงอยู่ข้างกาย เพราะผืนป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าทั้งหลายต่างรับรู้ได้ถึงโลหิตของผู้ปกครองที่ไหลเวียนอยู่ภายในของภูตสาว

 

เฟยหย่ากรีดร้องออกมาด้วยความรวดร้าว ยิ่งเห็นว่าตนไม่สามารถทำอันตรายอะไรร่างที่อยู่ตรงหน้าใด เธอก็เลือกที่จะเปลี่ยนเป้าหมาย ด้านมีดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดพุ่งตรงเข้าหาตัวเองอย่างไม่ลังเล แต่กลับไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจปรารถนา มีดด้ามยาวลอยกระเด็นข้ามกลับไปยังป่าอนธการ ตามมาด้วยเสียงเย็นที่เอ่ยขึ้นริมใบหูอ่อนนุ่ม

 

 “ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าดับสิ้นหรอกเฟยหย่า ข้าจะรับเจ้ากับบุตรไปอยู่กับข้าที่ป่าอนธการ” แขนแกร่งโอบกอดภูตไร้ปีกที่เอาไว้จนแน่น

 

“ข้าไม่ไป ปล่อยข้านะ ปล่อยให้ข้าดับสิ้นไปเถอะเฮยหรง เลิกทรมานข้าเสียที” หยาดน้ำตาหลั่งรินอย่างคนที่หมดสิ้นหนทาง เฮยหรงเหลือบมองคนในอ้อมกอดอย่างเจ็บปวด เขากล่าวคำขอโทษเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อกำเนิดขึ้นมา พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

 

“ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้จริงๆ” เฟยหย่าใช้แรงทั้งหมดพยายามขืนตัวออกจากอ้อมอกนั้น พลางตะโกนให้ฝ่ายตรงข้ามปล่อยตนไป ไม่รับฟังสิ่งใดๆ ที่เฮยหรงพยายามพูดอีกต่อไป  

 

“ข้ารักเจ้าเฟยหย่า!!” สิ้นเสียงตะโกนก้องของบุรุษร่างดำเสียงสู้รบบริเวณชายป่าก็พร้อมใจกันเงียบลง เหลือเพียงดวงตาอยากรู้อยากเห็นว่าผู้ใดที่ตะโกนบอกรักท่ามกลางสนามรบแห่งนี้

 

เฮยหรงเอ่ยย้ำคำเดิมขณะที่เฟยหย่ายืนนิ่งเหมือนภูตที่ไร้ดวงจิตภายในกาย เฮยหรงดึงภูตสาวเข้ามากอดไว้อีกครั้งโดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างแม้แต่น้อย ก่อนจิ่งอวี๋ที่อยู่ใกล้มากที่สุดได้ตัดสินใจเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า

 

“ข้าขออภัยที่ขัดจังหวะ แต่ข้าอยากให้ท่านช่วยบอกไพร่พลทั้งหมดให้กลับไปยังเขตแดนของท่านเสียก่อน เพราะดูแล้วข้าว่าท่านคงมีเรื่องต้องพูดคุยกับเฟยหย่าอีกนาน” เฮยหรงเหลือบมองคนในอ้อมกอดอีกครั้งแล้วพยักหน้ารับ ไม่นานนักไพร่พลแห่งป่าอนธการก็ถอยกลับเข้าไปในเขตแดนของตนเองด้วยความงุนงงและติดจะขุ่นเคืองเฮยหรงอยู่ไม่น้อยแต่กลับไม่สามารถทำสิ่งใดได้ พวกภูตที่เหลือช่วยกันพาภูตที่ได้รับบาดเจ็บแยกย้ายกันไปรับการรักษา

 

องค์ราชาบินตรงเข้ามาใกล้ ยื่นอาวุธในมือส่งต่อให้จอมทัพแล้วผายมือเชิญเฮยหรงไปยังต้นไม้ใหญ่ ขณะที่ภูตตนอื่นบินล้อมรอบองค์ราชาเพื่อคอยระวังความปลอดภัย

 




 -To be continued-

40 ความคิดเห็น

  1. #39 princeweak2 (@princeweak2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 07:00
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆ
    #39
    0
  2. #38 ZHOUTON (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 00:00
    มาแล้ว ขอบคุณครับไรท์ สนุกมาก ^_^
    #38
    0