Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 20 : บทที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ย. 59

เว่ยโจวมักจะพาจิ่งอวี๋ไปยังสถานที่ต่างๆ ในแดนภูต และเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จำเป็นต้องรู้ให้ฟัง ทั้งประเพณี หรือสิ่งที่ภูตกระทำ ออกไปฝึกฝนการบิน และการใช้เวทย์ด้วยกันบ้าง บางครั้งก็ไปทักทายเหล่าหนอนตัวโตที่ทำหน้าที่ดูแลตำราทั้งหลายในหอตำรา แล้วเว่ยโจวก็มักจะหอบหนังสือกองโตมาให้ร่างสูงอ่านราวกับจะกลั่นแกล้ง หรือไม่ก็ไปนั่งพักผ่อนแถวสระมรกตด้วยกันไปพลางทานอาหารฝีมือจิ่งอวี๋ไปพลาง แต่วันนี้เว่ยโจวพาจิ่งอวี๋มายังลานดินกว้างที่ปกติจะถูกใช้เป็นลานฝึกบินของเหล่าภูตกลับมีการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวนี้

 

บนลานกว้างปรากฏร่างของภูตเด็กมากมายในชุดหลากสีสันราวกับดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ แววตาของพวกเขาดูมุ่งมั่นขณะกระชับเถาวัลย์ในมือแน่น

 

จวบจนใบไม้สีแดงใบโตร่วงลงสัมผัสพื้นดิน ทั้งหมดก็ออกตัวจากเส้นสีขาวที่ขีดเอาไว้ หอยทากหลายสิบตัวเบียดเสียดแย่งชิงตำแหน่งผู้นำกันอย่างกระชั้นชิด เสียงกระดองกระแทกกันไปมาจากการขับเคี่ยว แต่ละตัวผลัดกันนำผลัดกันตามอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

ทันทีที่หอยทากตัวแรกยืดหนวดของมันผ่านเส้นที่ขีดไว้เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้น ภูตตัวน้อยที่อยู่บนหลังยืดอกขึ้นสูงขณะขี่มันไปรอบๆ ด้วยความภาคภูมิ

 

เว่ยโจวคุยโอ้อวดให้คนข้างกายฟังไม่หยุดถึงหอยทากตัวโตที่ตนเคยเลี้ยงและนำชัยชนะมาให้หลายครั้งขณะบินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บผลไม้ ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงโรงรักษา เว่ยโจวบินตรงเข้าไปหาเฟยหย่าที่กำลังบดสมุนไพรอยู่ ปากเล็กๆ คู่นั้นเล่าเรื่องการแข่งขันหอยทากให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ พลางบ่นเสียดายที่เฟยหย่าไม่ยอมตามไปดูแม้ว่าจะได้รับอนุญาตแล้วก็ตาม

 

 

 

โรงรักษาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่องค์รานีสร้างขึ้นเพื่อคอยดูแลรักษาภูตที่เจ็บป่วย โดยมีจิ่นเอ๋อคอยดูแลและแบ่งหน้าที่ให้แต่ละตนทำอย่างเหมาะสม หลังจากรู้ว่าเฟยหย่ามีอีกหนึ่งดวงจิตที่เติบโตอยู่ภายใน องค์รานีจึงเสนอให้เฟยหย่ามาคอยให้ความช่วยเหลือภูตที่ทำงานในนี้แทนการรับโทษภายในห้องมืดมิด นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้วยังเป็นการฟื้นฟูจิตใจของเฟยหย่าอีกทางหนึ่งด้วย

 

“พี่จิ่งอวี๋เอาตะกร้ามานี่เร็วๆ สิ ข้าจะให้เฟยหย่าทาน เจ้าต้องทานของที่มีประโยชน์เยอะๆ รู้ไหม ข้าเพิ่งไปเก็บชมพู่มาจากต้นเลยนะ ถืออยู่ทำไมเล่า ทานสิหลานข้าจะได้โตไวๆ” เว่ยโจวคะยั้นคะยอคนตรงหน้าไม่หยุด ก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นภูตอีกตนบินมาหยิบสมุนไพรแถวนั้น

 

“ท่านจิ่นเอ๋อ ข้าขอโทษที่มารบกวนพวกท่านนะ” เว่ยโจวเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจที่เขาแวะมารบกวนแทบทุกวัน

 

“ไม่หรอก ตามสบายเถิดองค์ชาย วันนี้ภูตที่เจ็บป่วยก็หาเยอะไม่ ข้ากำลังคิดว่าควรจะให้เฟยหย่าพักผ่อนเยอะๆ เสียหน่อยก็คงดี ดูเหมือนช่วงนี้นางจะเพลียง่าย สงสัยภูตตัวน้อยคงอยากจะออกมาดูโลกเสียแล้วกระมัง” จิ่นเอ๋อเอ่ยเย้า  ในขณะที่เฟยหย่าทำเพียงแค่ยกยิ้มนิดๆ เธอเองก็อยากจะให้ดวงจิตอีกดวงก่อกำเนิดเสียทีเหมือนกัน เธอจะได้หมดห่วง และไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดอีก

 

จิ่นเอ๋อกลับเข้าไปด้านในแล้ว โดยมีบุตรชายช่วยถือของกลับเข้าไปด้วย เฟยหย่าเอื้อมไปจับมือคนที่เธอเคยทำร้ายเอาไว้แน่น แล้วเอ่ยขอร้อง

 

“เว่ยโจวข้าขออะไรเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่?” เว่ยโจววางชมพู่ที่เอามาฝากในมือลง รีบเคี้ยวชิ้นที่อยู่ในปากจนหมด แล้วนั่งฟังตัวตรงอย่างตั้งใจ   

 

“ได้สิ เจ้าอยากได้อะไรบอกข้าได้เลยนะ” 

 

“ข้าอยากฝากภูตตัวน้อยของข้าเอาไว้กับเจ้าจะได้หรือไม่ เผื่อสักวันข้าเป็นอะไรไป...”

 

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ข้ายินดีรับฝากภูตตัวน้อยของเจ้าอยู่แล้ว ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าจะเป็นท่านพ่อบุญธรรมให้เอง เจ้าจะต้องอยู่กับเขาไปนานๆ เฝ้ามองเขาเติบโตขึ้นทุกวันๆ และใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างมีความสุขนะเฟยหย่า ได้ไหม? ถือว่าข้าขอร้องเจ้า”

 

“ข้า... อ๊ะ! เว่ยโจว ข้าคิดว่าข้าต้องไปถ้ำรัตนชาติเสียแล้วล่ะ” เฟยหย่าลุกขึ้นแล้วก้าวเดินออกไป

 

“เดี๋ยวสิเจ้าจะเดินไปไหน พี่จิ่งอวี๋ๆ ท่านจิ่นเอ๋อ มาตรงนี้เร็วเข้า ข้าคิดว่าภูตน้อยจะออกมาดูโลกอย่างที่ท่านบอกแล้ว!!” จิ่งอวี๋บินรี่ออกมาช้อนร่างภูตสาวไร้ปีกไว้ในอ้อมแขน เพิ่มความเร็วขึ้นตรงไปยังถ้ำรัตนชาติที่เจ้าตัวเคยไปทันที ถึงแม้ว่าตามธรรมเนียมภูตแล้วผู้ที่จะให้กำเนิดจำเป็นต้องเดินทางมายังถ้ำรัตนชาติด้วยตนเอง แต่เมื่อเฟยหย่าสูญเสียปีกไปจากอาการตรอมใจที่กัดกินปีกของเธอ การให้ภูตตนอื่นช่วยพาไปก็น่าจะเป็นข้อยกเว้นได้

 

 

 

 

 

 

เว่ยโจวนอนเฝ้าอยู่ด้านหน้าถ้ำถึงสามวันสามคืน ในคืนที่สี่เฟยหย่าก็เดินอุ้มไข่สีนิลออกมาอย่างอ่อนเพลีย เพราะต้องใช้พลังจากดวงจิตในการขับเคลื่อนให้ไข่ออกมาจากร่างกายของตนเอง ถึงแม้ว่าจะไม่เจ็บปวดเหมือนการให้กำเนิดทารกของโลกมนุษย์ แต่ก็นับว่าสูญเสียพลังในกายไปไม่แตกต่างกัน ถิงหลิวและหลิ่งจือจึงช่วยกันดูแลบุตรีอย่างเต็มที่เฉกเช่นที่ผ่านมา แต่คราวนี้ดูจะมากกว่าก่อนไปถ้ำรัตนชาติอยู่เสียหน่อย เฟยหย่าจึงแทบไม่มีโอกาสได้กระดิกตัวไปไกลเกินกว่าเตียงของตนเองเลยสักครั้ง

 

 

 

ช่วงนี้เว่ยโจวจึงมักจะแวะมาหาเฟยหย่าและนั่งจ้องไข่ใบโตอยู่เป็นเวลานาน สักพักก็ยกขึ้นมาโอบกอดไม่ก็พูดคุยบ้าง

 

“เว่ยโจว ถ้าไข่ของเฟยหย่าแตกขึ้นมาเจ้าต้องชดใช้นะ” จิ่งอวี๋กระซิบขู่เสียงเย็นจนเว่ยโจวรีบวางไข่ใบโตกลับลงไปในตะกร้านิ่ม แต่ก็ยังไม่วายใช้มือเล็กๆ ลูบไข่เล่นไปมา

 

“เจ้าภูตน้อยออกมาให้ข้าเห็นหน้าเร็วๆ เถิดนะ รู้บ้างหรือไม่ว่าท่านแม่ของเจ้าคิดถึงเจ้าจะแย่แล้ว อยู่ในไข่นานๆ ก็ใช่ว่าเจ้าจะมีเวทย์ที่แข็งแกร่งดังที่เขาล่ำลือกันเสียหน่อย รีบๆ ออกมาเถิด อย่าทำตัวขี้เกียจอยู่แต่ในไข่เหมือนภูตบางตนเลยนะ” จิ่งอวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับจามออกมาเสียเสียงดัง

 

 

 

 

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้นไข่สีนิลใบโตก็เริ่มเปล่งแสงออกมา เว่ยโจวบินมาจับจองที่เป็นคนแรกเพื่อรอดูการขานนามที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ลืมเผื่อที่ใกล้ตัวเอาไว้ให้ผู้เป็นแม่ของเจ้าภูตน้อยที่กำลังจะออกมาด้วย เฟยหย่าวิ่งมาถึงหลังจากนั้นได้ไม่นาน เธอใช้ฝ่ามือสัมผัสไปตามเปลือกไข่จนทั่วแล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ เฟยหย่าหลับตาลงเพียงชั่วครู่ก็เกิดลำแสงสว่างจ้าขึ้น ผืนดินที่อยู่ข้างใต้ส่งเสียงครืดคราดพลางสั่นไหว สิ่งของในที่พักโยกไปตามแรงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม

 

เฟยหย่าเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วเอ่ยนามของบุตร จิ๋นอิ่ง หมายถึง เงาที่หนักแน่น

 

 

ภูตตัวน้อยปรากฏกายให้เห็นเป็นครั้งแรกอย่างเขินอาย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้นผิวกายสีน้ำผึ้งที่ดูเข้มกว่าสีผิวของภูตทั่วๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด เรือนผมสีดำสนิทและนัยน์ตาสีอำพันเข้มใต้คิ้วหนาบ่งบอกถึงพลังแห่งพระธรณีที่ไหลวนอยู่ภายในกาย จมูกโด่งเป็นสัน สอดรับกับริมฝีปากหยักที่ตอนนี้เริ่มจะเปลี่ยนเป็นเบะออกอย่างช้าๆ ไม่นานเกินรอเสียงร้องไห้จ้าก็ดังไปทั่วบริเวณ

 

 

 

 

 

 

 

วันต่อมาขณะที่กำลังเดินไปยังโรงรักษาเฟยหย่าก็สังเกตเห็นถึงจำนวนภูตตามทางที่ลดน้อยลงไปกว่าครึ่ง ไม่มีเด็กๆ ออกมาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเหมือนทุกวัน ที่พักปิดเงียบเสียจนน่าสงสัย แต่ไม่ว่าเธอจะถามคนที่ผ่านไปผ่านมาสักเท่าไหร่กลับไม่มีภูตที่ตอบเหมือนกันเลยสักตนเดียว เธอมองหาปักษาที่บินผ่านมาใช้มือสัมผัสใบที่ลำตัวของมันอยู่เพียงสักครู่ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างพลางหยิบฉวยมีดในที่พักของภูตตนหนึ่งออกมา แล้วหมุนตัววิ่งตรงไปทางฝั่งขวาของแดนภูตอย่างสุดกำลังเท่าที่ขาทั้งคู่ของเธอจะสามารถทำได้

 

 


 -To be continued-

40 ความคิดเห็น