ปลาหลงฟ้า

ตอนที่ 16 : บท 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61

“เจ๊หยี อยู่ไหน” ไพศาลตะโกนถาม แข่งกับเสียงของแกนนำบนเวทีและพนักงานอีกร่วมสองร้อยกว่าคนด้านล่างเวที ขณะโทรศัพท์หามัศยา

                “ฉันอยู่ห้องน้ำ”

                “ยังไม่เสร็จอีกเรอะเจ๊ ทุกคนในบริษัทมารวมตัวกันที่นี่หมดแล้วนะ ขาดเจ๊คนเดียว ใครๆ ก็ถามว่าเจ๊ไปไหน”

                “เอ่อ รู้แล้ว ฉันท้องเสียอยู่...ปู้ด...ป้าด...” มัศยาแกล้งทำเสียงประกอบ

                “โห ท่าท่าจะหนัก งั้นเร็วๆ นะ ใครๆ ก็รอเจ๊อยู่” ไพศาลเร่งเร้าก่อนจะกดวางสาย

                คนที่นั่งอยู่บนฝาชักโครกในห้องน้ำหญิง ไม่ได้ท้องเสียอย่างที่อ้างไป ถอนหายใจดังเฮือก สีหน้ากลัดกลุ้ม “ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ไม่ไปร่วมประท้วง มีหวังได้กลายเป็นแกะดำคนเดียวแน่ๆ ประธานโชคคะ สร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นทีเถอะค่ะ หยีกำลังจะแย่แล้ว”

                เมื่อวานนี้ ภูริช หัวหน้าของหล่อนก็ประกาศกลางแผนกการตลาด โดยจงใจส่งสายตาพิฆาตมาทางหล่อน

                “ถ้าพรุ่งนี้ใครไม่ไปร่วมประท้วง แปลว่าอยากจะเป็นแกะดำ และผมไม่ขอรับประกันว่าอนาคตการทำงานที่นี่จะเป็นยังไงนะ”

                ไม่อยากหักหลังประธานโชคและคุณวิภาอย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็เห็นชัดๆ ว่า น่านฟ้าไม่มีความสามารถพอจะบริหารงานที่นี่ได้ มิหนำซ้ำพนักงานทุกคนและทุกระดับก็ต่อต้านเขา พร้อมใจกันสนับสนุนสุกิจที่มีความสามารถมากพอจะขึ้นแท่นตำแหน่งประธาน

                สถานการณ์วิกฤติในขณะนี้ไม่เอื้อต่อความจงรักภักดีต่อบริษัทและประธานโชคที่เข้มข้นอยู่ในสายเลือด

                มัศยาเริ่มทำงานที่นี่อย่างจริงจังมาตั้งแต่เรียนจบระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ก็เกือบเจ็ดปี ไม่เคยนอกใจไปทำงานที่อื่น ที่สำคัญหล่อนไม่ใช่เจเนอเรชันแรกของครอบครัวที่ทำงานในบริษัทมีโชคแห่งนี้ ด้วยมารดาของหล่อนก็ทำงานที่นี่ตั้งแต่บริษัทเริ่มก่อตั้ง และเพิ่งลาออกไปเมื่อราวหกปีก่อน เพื่อไปช่วยเลี้ยงหลาน

                บิดาผู้ล่วงลับไปเมื่อสามปีก่อนก็เช่นกัน ท่านเข้ามาทำงานที่นี่หลังมารดาของหล่อนเพียงไม่กี่ปี พวกท่านทั้งสองพบรักกันที่นี่ และต่างก็ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อบริษัทมีโชคไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ชนิดที่ว่าถ้ากรีดเลือดออกมาก็เป็นเลือดของบริษัทมีโชคแน่นอน

                พวกท่านบอกกับหล่อนเสมอว่า ประธานโชค มีบุญคุณกับพวกท่านและครอบครัวมาก ด้วยชายสูงวัยเป็นเจ้านายที่ปกครองลูกน้องด้วยความเมตตาและมีคุณธรรม อย่างเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน บ้านของพวกท่านโดนไฟไหม้ ทั้งครอบครัวไม่มีที่ซุกหัวนอนและไม่เหลืออะไรเลย ก็ได้ท่านประธานนี่แหละที่ให้ความช่วยเหลือจุนเจือ

                พอมัศยาเรียนจบระดับปริญญาตรี ท่านก็เมตตาปรานีรับหญิงสาวเข้าทำงาน ท่านไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง แถมยังใจกว้างอีกด้วย

                บิดามารดาย้ำกับหล่อนเสมอว่า พวกเราต้องพร้อมพลีชีพเพื่อประธานโชคและข้าวเกรียบมีโชค

                ความจงรักภักดีต่อลูกหลานและคนในตระกูลของท่านเป็นสิ่งที่หล่อนต้องพึงปฏิบัติเสมอ         

                หล่อนยึดถือคำสั่งสอนของพวกท่านเสมอมา ทว่าสถานการณ์หลายๆ อย่างในช่วงนี้ ชวนให้สั่นคลอนความมุ่งมั่นในใจ จนเมื่อคืนนี้ก็เลยตัดสินใจปรึกษากับมารดาหลังเสร็จสิ้นจากมื้อเย็น

ทันทีที่เธอเล่าสถานการณ์โดยรวมจบ มารดาก็ประกาศกร้าวแบบแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดพร้อมกับชูกำปั้นขึ้นข้างหนึ่งว่า

ตอนนี้ศัตรูกำลังรุกรานอาณาจักรข้าวเกรียบมีโชค แกจะต้องสู้ ปกป้อง แม้แต่หลั่งเลือดให้ลูกชายคนเล็กของประธานโชค เข้าใจมั้ย!

            แต่ตอนนี้มันเหนื่อยใจตรงที่ใครๆ ก็หนุนคุณสุกิจนะแม่

            หยี ถึงจะต้องเหลือแกอยู่คนเดียว แกก็ต้องยืนหยัดเพื่อคุณน่าน หรือไม่งั้นพรุ่งนี้แม่จะไปเป็นเพื่อนแก เราจะไปช่วยกันต้านม็อบจนเลือดหยดสุดท้ายของเรา เลือดจงรักภักดีต่อข้าวเกรียบมีโชคของมารดายังเข้มข้นไม่แปรเปลี่ยน

            หล่อนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เอาอย่างนั้นเลยรึแม่

            เอ่อสิ แกนึกว่าแม่พูดเล่นหรือไง หยี

            แม่ไม่ต้องไปหรอก หยีจัดการเองได้แม่ หล่อนรีบห้าม เพราะกลัวใจมารดาเหลือเกิน ไม่อยากเห็นมารดาเต้นเย้วๆ อยู่หน้าบริษัทเพื่อขับไล่นายสุกิจ

            อ้าว แกบอกว่ามีแกแค่คนเดียว กลัวจะสู้ไม่ไหว แม่ก็จะไปช่วยแกนี่ไง แหม ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ อยากจะไปก่อม็อบสู้กับฝั่งโน้นเร็วๆ จริงจริ๊ง

                ขนาดกำลังกลัดกลุ้มก็ยัดอดขำมารดาไม่ได้ แค่เพิ่มท่านมาอีกคน มันก็ไม่ได้แตกต่างไปสักเท่าไรเลย

                แล้วเมื่อเช้า ก่อนออกจากบ้าน มารดาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า หล่อนจะต้องยืนหยัดเพื่อน่านฟ้าจนแม้ลมหายใจสุดท้าย!

                ให้ตายสิ! ให้ยืนหยัดเพื่อคนไม่เอาไหนอย่างนายน่านฟ้า

                ทำไมสวรรค์ไม่ให้ทางเลือกที่น่าเลือกให้สักทางเลยหนอ หรือไม่วันนี้ก็ดลบันดาลให้หล่อนท้องร่วงจนเข้าโรงพยาบาลสักสองสามวันก็ยังดี

                แต่ร่างกายแสนอึดแกร่งและแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่มีวี่แววว่าจะป่วยเลย แม้ว่าเมื่อคืนจะอุตส่าห์ลงทุนกินยำปูดองไปตั้งจานเบ้อเริ่ม

                “โอ๊ย เครียด ฉันควรจะทำยังไงดี” มัศยาบ่นงึมงำพร้อมกับซบหน้าลงกับสองฝ่ามือ ขณะหลบอยู่ในห้องน้ำหญิงเพียงลำพัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #7 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:05

    โห แม่หยี เท่มากคะ

    #7
    0