กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 4 : ตอนที่4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,083 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

ตอนที่สี่

พอได้ยินหลิงเซี่ยเอ่ยถาม อวี้จือเจวี๋ยเพียงแต่แค่นเสียงฮึทีหนึ่ง แต่มิได้ตอบความ ซ่งเสียวหู่กลับตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง “ใช่แล้ว ข้าก็ได้ยินคนในตำบลเล่าลือเช่นนี้เหมือนกัน”

หลิงเซี่ยยิ้มพลางกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะเดินทางไปกับพวกเจ้า”

ตามเนื้อเรื่องเดิม ตอนที่ซ่งเสี่ยวหู่กับอวี้จือเจวี๋ยเดินทางไปยังเมืองฉงหมิงนั้นเจ้าทึ่มนี่ก็เดินหน้าซื่อตาใสตามต้อย ๆ ราวกับสุนัขรับใช้ คอยเป็นเกราะป้องกันให้พระเอกดวงซวย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เข้าไปรับเคราะห์แทนพระเอกจนต้องกลับบ้านเก่า

แต่สาเหตุที่แน่ชัดเป็นเพราะอะไรกันแน่หลิงเซี่ยกลับจำไม่ค่อยได้เพราะอ่านมานานมากแล้วจึงจำรายละเอียดหลาย ๆ อย่างไม่ค่อยจะได้

ถึงแม้หลิงเซี่ยจะไม่อยากเผชิญกับภัยอันตรายต่าง ๆ แต่ถ้าหากให้พระเอกอาศัยอยู่ในตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ไปตลอด ก็ไม่มีทางค้นพบร่องรอยใด ๆ ที่จะทำให้เขากลับบ้านได้เป็นแน่ ตอนนี้คงทำได้แต่เพียงตามเจ้าเด็กน้อยสองคนนี้ไป แล้วค่อยคิดหาทางแก้ไขเอาเบื้องหน้า นอกจากนี้เขาก็มีแผนที่จะเปลี่ยนความคิดตัวร้ายอยู่ในใจแล้ว

ถึงแม้เวลาอ่านนิยายเขาจะชอบอ่านตอนที่พระเอกชิงรักหักเหลี่ยมแค้นกับตัวร้ายอย่างดุเดือดเลือดพล่านเป็นที่สุด แต่เมื่อมาอยู่ในโลกใบนี้ เห็นเจ้าเด็กน้อยตัวแสบหน้ากลมเป็นซาลาเปาตรงหน้านี้แล้ว เขาก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้ฉากแบบนั้นอย่าได้เกิดขึ้นเลย

ฝ่ายอวี้จือเจวี๋ยพอได้ฟังที่หลิงเซี่ยเล่ามาก็มิได้กล่าวขัดแย้งแต่อย่างใด เพียงแต่ย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ตาหงส์มองช้อนขึ้นเบา ๆ เห็นชัดว่าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง แต่ไม่ได้กล่าวว่ากระไร สำหรับเขาแล้ว หลิงเซี่ยก็ยังถือเป็นคนแปลกหน้า หากเป็นเจ้าทึ่มไร้พิษสงเหมือนแต่ก่อนนั่นค่อยว่าไปอย่าง

ปกติแล้วซ่งเสี่ยวหู่กับอวี้จือเจวี๋ยมีม่านเป็นผืนฟ้า ใช้พสุธาต่างโต๊ะก็ว่าได้ ไม่มีสัมภาระใด ๆ ให้ต้องเก็บ จึงสามารถออกเดินทางได้ทันที

หลิงเซี่ยมองเด็กน้อยสองคนที่กำลังจะก้าวเท้าออกเดินทางในตอนนี้ จู่ ๆ ก็ตวัดมุมปากขึ้นแล้วเอ่ยวาจาที่ผิดกับสถานการณ์อย่างยิ่ง “จะอย่างไรก็พกอาหารแห้งไปหน่อยไหม”

พอเขาพูดจบ ซ่งเสี่ยวหู่ก็กล่าวขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “พี่ใหญ่หลิง พวกเราไม่มีเงินหรอก อีกอย่างข้าก็สามารถหาของป่าตามทางมาให้พวกท่านกินได้”

อวี้จือเจวี๋ยชำเลืองเขาแวบหนึ่งอย่างเอือมระอาแต่ก็มิได้กล่าวอันใดหลิงเซี่ยพลันตระหนักได้ทันทีว่าคำพูดเมื่อครู่ของตนออกจะซื่อบื้อไปหน่อย

ความจริง เด็กน้อยสองคนตรงหน้านี้ล้วนแต่อาศัยความสามารถของตนเอาชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ทักษะในการเอาตัวรอดย่อมอยู่เหนือกว่าผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบันอย่างเขาที่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะหาข้าวกินจากไหนเป็นอักโข เขาทอดสายตามองเด็กสองคนตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดูโดยไม่รู้ตัวตอนอ่านนิยายก็ไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกที่พรรณนาไว้ในเรื่องเลยแม้แต่น้อยสนแต่จะอ่านเนื้อเรื่องฉากต่อสู้อันดุเด็ดเผ็ดมันเหล่านั้นพอตอนนี้มาอยู่ในสถานการณ์เอง เขาจึงสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ซ่อนอยู่ภายใน

โลกต่างมิติถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนใหญ่ ๆ เมืองฉงหมิงและตำบลหลงเฟย ต่างตั้งอยู่ในแผ่นดินใหญ่ทางตอนใต้สุด แต่ห่างกันเป็นระยะทางหลายร้อยลี้ หากเดินเท้าด้วยขาทั้งสองข้างเพียงอย่างเดียว เกรงว่าจะไม่สามารถไปถึงได้ในเวลาอันสั้น

โชคดีที่มนุษย์บนโลกใบนี้มีร่างกายที่แข็งแรงจนผิดปกติต่อให้เดินขึ้นเขาลงห้วยตลอดทั้งวันโดยไม่หยุดพัก หลิงเซี่ยก็ไม่ปวดเอวเมื่อยน่องสักนิด เพียงแต่รู้สึกเหนื่อยล้าบ้างเล็กน้อยระหว่างทางซ่งเสี่ยวหู่ก็สรวลเสเฮฮาไปเรื่อย ทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา อวี้จือเจวี๋ยก็เอ่ยปากพูดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ เจ้าเด็กสองคนนี้ไม่มีใครยอมบ่นคำว่าเหนื่อยออกมาเลยสักคำ ราวกับว่ากำลังประลองความแข็งแกร่งกันอยู่กระนั้น

หลิงเซี่ยเห็นแล้วแทบจะหลั่งน้ำตาอาบสองแก้ม ถ้าเกิดตัวร้ายเป็นสาวน้อย และได้อยู่ด้วยกันกับพระเอกเช่นนี้ มันจะน่ารักกระแทกใจขนาดไหนกันนะ อ๊าก!

ตอนนี้คู่หูทั้งสองนั่นยังเป็นแค่เด็กธรรมดาที่ไม่เคยผ่านการฝึกวิทยายุทธมาก่อนเร่งเดินทางมาทั้งวันย่อมต้องเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา ก่อนอาทิตย์จะอัสดง ทั้งสามก็หยุดพักแรมในโพรงถ้ำที่ค่อนข้างเงียบสงบ นำใบไม้มาปูรองไว้หนา ๆ ซ่งเสี่ยวหู่ไปล่ากระต่ายป่าซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับล่างมาตัวหนึ่ง นอกจากนี้ยังเก็บพวกเห็ดในป่ามาย่างด้วย

หลิงเซี่ยกับซ่งเสี่ยวหู่ต่างกินกันอย่างตะกละตะกลาม พอเผาผลาญพลังงานหมดก็เริ่มหิวใหม่อีกรอบ ส่วนอวี้จือเจวี๋ย ตอนแรกก็ยังกินช้า ๆ อย่างผู้ลากมากดีอยู่ แต่พอเห็นอาหารเริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ       จึงรีบกินโดยไม่สงวนท่าทีอีกต่อไป หลิงเซี่ยเห็นเข้าก็ลอบหัวเราะอย่างอดไม่ได้

ห่างจากโพรงถ้ำไปไม่ไกลนัก มีลำธารเล็ก ๆ อยู่สายหนึ่ง ที่นี่เองที่ทำให้ความฝันเรื่องที่อวี้จือเจวี๋ยอาจจะเป็นสาวน้อยของหลิงเซี่ยต้องดับลงในทันที เพราะขณะที่เขาไปล้างหน้าล้างตาอยู่นั้น พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างของอวี้จือเจวี๋ยที่กระเพื่อมไหวอยู่ในน้ำเข้าโดยบังเอิญ

พออวี้จือเจวี๋ยรู้สึกถึงสายตาที่ไม่ชอบมาพากล ก็หันหน้ากลับมาจ้องเขาด้วยสายตาเคียดขึ้ง ราวกับเสือดาวตัวน้อยที่กำลังโมโห “เจ้ามองอะไร!

หลิงเซี่ยมองน้องชายที่อยู่ด้านล่างของอวี้จือเจวี๋ยแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างหน้าม่อยคอตกด้วยความผิดหวัง

ภายในโพรงถ้ำมีพื้นราบอยู่อย่างจำกัด ทั้งสามต้องนอนเบียดเสียดกันถึงจะนอนได้พอดี

ซ่งเสี่ยวหู่สะบัดรองเท้าฟางออกจากเท้ารีบกระโจนเข้าไปก่อนเป็นคนแรก คราบดำเป็นปื้นที่มุมปากก็ยังเช็ดไม่เกลี้ยง กล่าวพลางทำสีหน้าวิงวอนอ้อนขอ “อาเจวี๋ย พี่ใหญ่หลิง ข้าอยากนอนตรงกลาง”

“...” ไม่แปลกใจเลยที่ได้เป็นพระเอกพ่อพันธุ์ในอนาคต กอดซ้ายป่ายขวาจนเคยตัวนี่เอง

หลิงเซี่ยนอนลงเตรียมหลับตาพักผ่อนแล้ว ทว่าอวี้จือเจวี๋ยกลับทำสีหน้ารังเกียจอยู่นาน ไม่ลงมานอนเสียที สักพักก็เอาเท้าสะกิดซ่งเสี่ยวหู่พลางกล่าว “เจ้าออกไปล้างตัวให้เกลี้ยงหน่อย”

ซ่งเสี่ยวหู่กล่าวอย่างสะลืมสะลือ “ข้าไม่ได้เปื้อนสักหน่อย”

อวี้จือเจวี๋ยย่นหัวคิ้ว แต่ไหนแต่ไร เขาไม่เคยต้องมานอนใกล้ใครขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เวลาหลับซ่งเสี่ยวหู่ชอบนอนกรน นอนละเมอ แถมยังนอนดิ้นอีกด้วย ที่ผ่านมาถึงพวกเขาสองคนนอนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แม้นอนห่างกันตั้งไกล เขายังสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรนของซ่งเสี่ยวหู่เลย เขาเอาเท้าเตะอีกสองที แต่ซ่งเสี่ยวหู่ยังคงหลับเป็นหมูนอนตาย ไม่ขยับเลยสักนิด!

ใจนึงอยากจะนอนเบียดพิงผนังถ้ำฝืนทนเอาสักคืน แต่อวี้จือเจวี๋ยก็เกรงว่าจะกระทบกับการเดินทางในวันถัดไป เขาไม่มีทางยอมเดินตามหลังซ่งเสี่ยวหู่เด็ดขาด

ด้วยเหตุนี้เขาจึงกล่าวกับหลิงเซี่ยอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ “เจ้านอนตรงกลาง” อย่างน้อยหลิงเซี่ยก็ล้างหน้าล้างตาแล้ว ไม่น่าจะมีกลิ่นอะไรเหม็น ๆ หรอกกระมัง

แม้น้ำเสียงนั่นจะแข็งกระด้างอยู่หลายส่วนทว่าหลิงเซี่ยกลับสัมผัสถึงความรู้สึกเคอะเขินที่แฝงอยู่ในนั้นได้อย่างไม่ทราบสาเหตุ ระยะนี้เขากำลังหาทางตีสนิทกับท่านจอมมารร้ายอยู่พอดีเขาจึงอุ้มซ่งเสี่ยวหู่มาวางนอนอีกด้านอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วตบพื้นที่ข้างตัวพลางแย้มยิ้ม “มานอนเถอะ”

ในเรื่องเล่าว่า “เจ้าทึ่ม” นี่มีเรี่ยวแรงมหาศาล ก็เห็นจะจริงเหมือนที่เล่าไว้ในเรื่องไม่มีผิด ของที่ควรหนักอึ้ง สำหรับเขากลับเบาราวกับอุ้มลูกเจี๊ยบอย่างไรอย่างนั้น เขาสามารถยกซ่งเสี่ยวหู่ไปวางไว้อีกด้านได้ อย่างไม่เปลืองแรงเลยทีเดียว

อวี้จือเจวี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ขณะที่ซ่งเสี่ยวหู่ยังไม่ทันรู้สึกตัวตื่นเต็มตา เขาก็รีบกระโดดเข้ามานอนอย่างรวดเร็ว พยายามเบียดร่างให้ชิดมุมเข้าไว้ ไม่ให้โดนตัวหลิงเซี่ย เขาจ้องหลิงเซี่ยเขม็งก่อนจะกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ถ้าเจ้าพลิกตัวมาถีบข้าล่ะก็ ข้าจะจับเจ้าโยนออกไป”

“...” เห็นตัวร้ายออกอาการกระฟัดกระเฟียด หลิงเซี่ยกลับกลั้นขำแทบไม่อยู่ เพราะร่างกระจ้อยร่อยของอวี้จือเจวี๋ยในยามนี้ขดตัวเบียดชิดกับผนังจนดูหดเล็กลงกว่าปกติเสียอีกไม่น่าเกรงขามเลยสักนิดแต่กลับส่งเสียงขู่ฟ่อเหมือนลูกหมาลูกแมวไม่มีผิด ช่างน่ารักน่าชังจริง ๆ

เขาพยายามกลั้นขำพลางปิดเปลือกตาลง ก่อนจะขานตอบ “รับทราบขอรับ”

ซ่งเสี่ยวหู่บ่นกระปอดกระแปดอยู่ไม่กี่คำ ก่อนจะดึงหลิงเซี่ยให้หันไปคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่อยเปื่อยด้วยกัน     อวี้จือเจวี๋ยชอบอยู่เงียบ ๆ แต่ก่อนพอซ่งเสี่ยวหู่พูดมากหน่อยก็โดนด่าว่าพูดมากน่ารำคาญ ต่างจากหลิงเซี่ยที่รู้จักถามรู้จักตอบ

เพื่อไม่ให้ดูเป็นการเมินเฉยต่ออวี้จือเจวี๋ย หลิงเซี่ยจึงเลือกนอนหงาย มองดูร่างเล็ก ๆ ของอวี้จือเจวี๋ยที่นอนขดตัวชิดมุมอย่างสงบนิ่งผ่านแสงสลัว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอันใดอยู่

หลิงเซี่ยกระแอมไอทีหนึ่ง พลันนึกถึงคำถามข้อหนึ่งขึ้นมาก่อนจะเอ่ยปากถาม “เสี่ยวหู่ เจ้ามีปณิธานอันใด เอ่อ ข้าหมายถึงภายหน้าเจ้าอยากจะเป็นบุคคลเช่นใด เหตุใดเจ้าถึงอยากไปฝากตัวเป็นศิษย์พรรคเส้าหยาง”

ดวงตาของซ่งเสี่ยวหู่วาววับ กล่าวอย่างตื่นเต้น “ข้าอยากเป็นมือกระบี่ไร้เทียนทาน!อยากให้คนทั่วทั้งแผ่นดินรู้จักชื่อของข้า!

สมกับเป็นพระเอกที่ถูกต้องตามแบบฉบับไม่ผิดเพี้ยน!หลิงเซี่ยลูบศีรษะขนเม่นแคระของเขาพลางยิ้ม

“เจ้าต้องทำได้เป็นแน่”

พึงทราบว่า นอกจากพลังมารซึ่งเป็นเพียงสายเดียวที่เขาไม่ได้ฝึกแล้ว พระเอกในอนาคตของเราคนนี้ก็ฝึกวิชาอีกสี่แขนงที่เหลือจนเชี่ยวชาญชำนาญสิ้น! เรียกได้ว่าสำแดงเดชปล่อยพลังพ่นไฟได้ตามใจชอบจนน่าหมั่นไส้!

แล้วหลิงเซี่ยก็ถามอวี้จือเจวี๋ยต่อ “อาเจวี๋ย แล้วเจ้าเล่า”

อวี้จือเจวี๋ยเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะทำให้คนที่เคยดูถูกเหยียดหยามข้า ข่มเหงรังแกข้า รู้ว่าอะไรคือการสำนึกเสียใจในภายหลัง!

น้ำเสียงของเขาสดใสไพเราะ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยจะเข้ากับวัยนัก

“...”

หลิงเซี่ยรู้สึกขนพองสยองเกล้าพลันนึกถึงถ้อยคำบัดซบประโยคสุดท้ายที่ตัวร้ายกล่าวก่อนตายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

โลกอันฟอนเฟะนี่...ทำลายมันให้สิ้น

ดังนั้นแล้วการอบรมบ่มนิสัยต้องเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ! หากวัยเด็กไม่รีบแก้ไข โลกคงถึงคราวบรรลัยเป็นแน่แท้!

พออวี้จือเจวี๋ยพูดจบ ผ่านไปครู่ใหญ่ยังไม่ได้ยินหลิงเซี่ยตอบกลับ จึงหัวเราะเสียงเย็นอย่างอดไม่ได้ 

“ทำไมหรือ”

หลิงเซี่ยกลืนน้ำลายทีหนึ่ง ยิ้มพลางกล่าวอย่างระมัดระวัง “อืม ก็เป็นปณิธานที่ไม่เลวเหมือนกันนี่ ฮ่า ๆ อาเจวี๋ย ภายหน้าเจ้าต้องยิ่งใหญ่เป็นแน่!

อันที่จริงเขาอยากที่จะอบรมชักจูงอวี้จือเจวี๋ยไปในทางที่ถูกต้องแต่ช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้อวี้จือเจวี๋ยยังคงทำท่ารังเกียจรังงอนเขาต่าง ๆ นานา คงได้แต่ทำความสนิทสนมให้คุ้นเคยกันก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที...

แต่ซ่งเสี่ยวหู่กลับรู้สึกประหลาดใจ แต่ไหนแต่ไรอวี้จือเจวี๋ยไม่เคยเล่าเรื่องของตนเองให้เขาฟังมาก่อน คนที่ข่มเหงรังแกเขาเป็นผู้ใดกัน? เขาก็ถูกก่นด่าว่าไอ้ยาจกขอทานเหมือนกับตนมิใช่หรือ แต่ซ่งเสี่ยวหู่เป็นเด็กฉลาดรู้ความ เมื่อรู้ว่าตนไม่ควรถาม ก็จะไม่เอ่ยปากถามคำถามเหล่านี้ออกไป

เนื่องจากตอนกลางวันสูญเสียพลังงานไปมากประเดี๋ยวเดียวซ่งเสี่ยวหู่ก็นอนอ้าปากน้ำลายไหลย้อยผล็อยหลับไป ผ่านไปอีกพักใหญ่ อวี้จือเจวี๋ยก็เริ่มผ่อนลมหายใจอย่างแผ่วเบาเป็นจังหวะ ทว่าหลิงเซี่ยยังคงลืมตา หาได้รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย

ว่ากันตามตรง เขายังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง ตอนกลางวันยังพอทำเนา แต่พอตกกลางคืน ความรู้สึกสิ้นหวังก็ประเดประดังเข้าใส่ราวคลื่นพายุถาโถม

แม้ว่าตอนนี้ใต้ร่างของเขาจะปูไว้ด้วยใบไม้หนาๆทว่ายังคงสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นปนความกระด้างบนพื้นดิน บรรยากาศภายในถ้ำมืดมนอนธการ ชวนให้รู้สึกขนลุกรำไร อีกทั้งโลกต่างมิติอันพิสดารแห่งนี้ ยังมีเสียงเห่าหอนประหลาดของสัตว์ป่าดังมาจากด้านนอกเป็นระยะ ๆ

เขาเลื่อนมือไปแตะฝ่ามือทั้งสองที่อยู่ข้างตัว อุ้งมือของซ่งเสี่ยวหู่ทั้งหยาบกร้านและร้อนผ่าว ส่วนอวี้จือเจวี๋ยกลับมีอุณหภูมิร่างกายค่อนข้างต่ำ แม้ว่าฝ่ามือทั้งสองข้างจะมีขนาดเล็กด้วยกันทั้งคู่แต่หลิงเซี่ยกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นหลายส่วน

ในเมื่อข้ามมิติเข้ามาอยู่ในโลกประหลาดแห่งนี้แล้ว ผู้ใหญ่อย่างตนต้องไม่ขี้แยกว่าเด็กน้อยพวกนี้สิ จริงไหม

ถึงแม้อวี้จือเจวี๋ยในยามตื่นจะหวาดระแวงต่อสิ่งแปลกปลอมรอบตัวเพียงใดแต่ในยามหลับกลับสงบนิ่งยิ่งนักสักพักก็กระเถิบเข้าหาความอบอุ่นข้างกายโดยไม่รู้สึกตัว ถึงขนาดขยับขม่อมมาถูไถปลายคางของหลิงเซี่ยเบา ๆ สองสามที

ความรู้สึกคันปนจั๊กจี้ ทำให้หลิงเซี่ยเผลอหัวเราะออกมา ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดเช่นนี้ ความรู้สึกนุ่มนวลละมุนละไมอย่างหนึ่งกลับค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเรียบง่าย และแล้วเขาก็ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ก่อนจะผล็อยหลับไป

รุ่งเช้าของวันถัดมา ใบหน้าของอวี้จือเจวี๋ยพลันเขียวคล้ำในบัดดล เป็นเพราะเขากำลังขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของหลิงเซี่ย เอาแผ่นหลังแนบชิดติดกับร่างของอีกฝ่ายอยู่ เขารีบลุกขึ้นนั่งทันใด

หลิงเซี่ยเห็นสายตาชิงชังรังเกียจของเขา ก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ข้ามิได้ทำอันใดนะ”

เมื่อคืน ตอนแรกหลิงเซี่ยยังนอนไม่หลับ พอหลับไปแล้วก็โดนถูไถเบียดเสียดแทบแย่ ซ่งเสี่ยวหู่ก็นอนละเมอดิ้นไปดิ้นมาไม่หยุด อวี้จือเจวี๋ยนับว่าดีหน่อยที่ไม่นอนละเมอ แต่หลังจากนั้นก็เข้ามากอดก่ายเขาราวกับหมอนข้าง! แถมอุณหภูมิร่างกายของอวี้จือเจวี๋ยก็ต่ำกว่าเขามาก ๆ จะทำอย่างไรก็ไม่อุ่นขึ้นเสียที

อวี้จือเจวี๋ยแสร้งลุกขึ้นยืนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ใบหูขาวเกลี้ยงคู่นั้นขึ้นริ้วแดงอย่างเห็นได้ชัด “ข้าไปอาบน้ำล่ะ”

ปกติแล้ว ในยามที่อยู่คนเดียว เขาจะรู้สึกตัวไวเป็นพิเศษ หากมีการเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้นแม้แต่กระผีกริ้นก็จะรู้สึกตัวในทันที ทว่าเมื่อคืนกลับหลับสนิทตลอดทั้งคืน เพียงแต่รู้สึกราง ๆ ว่ามีบางอย่างข้างตัวที่อบอุ่นเป็นพิเศษ ราวกับมีคนมาลูบสัมผัสขม่อมของเขา

สัมผัสนั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราอันล้ำลึก และคร้านที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาอีก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.083K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1192 宁仙 หนิงเซียน >3< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 21:43
    น้อนนนนนนนนน่ารัก
    #1,192
    0
  2. #1152 EntOo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:02
    งานเลี้ยงต้อย น่าร้ากกกก
    #1,152
    0
  3. #1145 Yok Poog (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:35
    กอดตอนที่ยังกอดได้นะ หลังจากนี้จะถูกกอดแทน
    #1,145
    1
    • #1145-1 moonhug_(จากตอนที่ 4)
      29 พฤศจิกายน 2563 / 01:52
      แหม ชอบเม้นนี้จัง5555555
      #1145-1
  4. #1139 _toey_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 14:25
    ทำไมถึงชอบ3Pกัน ไม่เข้าใจจริงๆ
    #1,139
    0
  5. #1116 _jully_P🌼 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:17
    หึหึหึหึหึหึหึหึ เป็นไปอย่างที่ชั้นคาดไว้ หุหุหุหุหุ 3Pกรุบๆ//อยากให้ใช้ชีวิตอยู่กันสามคนแบบนี้ไปนานๆจัง มันน่ารักนุ่มฟูอบอุ่นหัวใจไปหมดดด เมื่อไหร่จะได้หยิกแก้มซาลาเปาน้อนคนซึนซักทีหมั่นเขี้ยวจะเเย่เเล้วว หึ่ยๆๆๆ
    #1,116
    0
  6. #1003 Ineedtoreed (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 18:54
    ใครพระเอกกันแน่เดี๋ยวก่อน งงไปหมดดดดดด
    #1,003
    0
  7. #965 yamgnatp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 22:34
    สรุปคนโตสุดคือรับสินะ........

    ดีมากกกกกกก ถ้าจะให้ดี3pเลย
    #965
    0
  8. #936 Rinovel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 11:18
    งานนี้คนกอดซ้ายป่ายขวามีความสุขคือนายแล้วหลิงเซี่ย ใจคิดดีไม่ได้เหล่ย555555
    #936
    0
  9. #910 PaulaPum (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:58
    เลี้ยงต้อยนี่นา555
    #910
    0
  10. #841 เจี้ยงจิงหยวน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:01
    ทำไมมันมีแวว...ฮึ่ยๆๆคิดบาปๆๆ//ตบแก้มตัวเอง
    #841
    0
  11. #545 Mizza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 07:15
    งานเลี้ยงเด็ก น่ารักไปอีกก
    #545
    0
  12. #362 d_nutss0648 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:27
    งึ่ย น้องน่ารักอ่าาา ชอบบ
    #362
    0
  13. #272 Kaning Guliko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 14:11
    น้องซึน น่าร้ากกกก
    #272
    0
  14. #70 Molu- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 00:08

    ว้ายยยยยยย

    #70
    0
  15. #56 เจ้าหนูฤดูฝน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:42
    อาอวี้ รักพี่หลิงก่อนแน่นอน
    #56
    0
  16. #43 Par_dao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:10
    ตอนต่อไปจงมาาาา
    #43
    0
  17. #40 kami-chun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 20:45

    รออออออ รอวันที่ตัวร้ายจะโต~
    #40
    0
  18. #39 ๐Eunice๐ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:15
    หูวว เลี้ยงต้อย ๕๕๕๕๕
    #39
    0
  19. #37 rain27kith (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:32

    .......
    #37
    0
  20. #35 sweet-meringue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 19:37

    น่ารักแปลกๆ 55

    #35
    0
  21. #32 กะเทย. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 09:52
    ตอนนี้เหมือนมีเมียเด็กแล้ว 2 คน555
    #32
    0
  22. #31 พริกหยวกน่ะถูกแล้ว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:03
    ตอนนี้พระเอกเราเคะจังงุย กระฟัดกระเฟียดตัลหลอด 5555 พี่หลินต้องโอ๋ๆเขานะ 5555
    #31
    0
  23. #30 พระจันทร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:38

    หมดแล้วหรอ มีอีกมั้ยอ่า สั้นจังเลย เราต้องอดทนอีกไม่กี่เดือนหนังสือก้ออกแล้ว

    #30
    0
  24. #29 nantika966 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:22
    นายเอกไม่คิดกลับโลกเลยหรอคะ นอนจบในนิยายบอกว่าพระเอกกับฮาเร็มหนีจากโลกเก่าไปโลกต่างมิติ สรุปว่าที่นี่อาจมีไอเทมข้ามมิติก็ได้ ตอนจบทั้งสองคนอาจได้อยุ่ด้วยกันที่โลกนี้(ปัจจุบัน,ต่างมิติ)

    .
    .
    .
    ข้ามแม้นนี้ก็ได้ค่ะ มโนล้วนๆ5555
    #29
    0
  25. #27 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 15:23
    จะออกเล่มเมื่อไหร่คะะ อยากอ่านแล้ววว
    #27
    1
    • #27-1 irisbook(จากตอนที่ 4)
      19 ตุลาคม 2561 / 16:15
      ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดต้นปีหน้าแน่นอนเจ้าค่ะ
      #27-1