กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 3 : ตอนที่3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,085 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

ตอนที่สาม

            เห็นเจ้าตัวกระเปี๊ยกที่จะได้เป็นจอมมารในอนาคตเก๊กท่าโหด หลิงเซี่ยก็อดเบิกบานใจไม่ได้

            ไม่ว่าบอสฝ่ายอธรรมในนิยายคนนี้จะใจทมิฬหินชาติสักเพียงใด แต่ ณ ขณะนี้เขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อย ไม่ผิดที่จะมีความรู้สึกไวหรือขี้ระแวงไปบ้าง

            ซึ่งนั่นก็หมายความว่า หากมีคนชักนำไปในทางที่ถูกที่ควร ก็มีโอกาสที่จะสามารถหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้...

            ดวงตาของหลิงเซี่ยพลันเปล่งประกายขึ้นมา หรือภารกิจข้ามมิติเวลาของเขาในครั้งนี้คือการมาที่นี่เพื่อมาเปลี่ยนแปลงจอมมารร้าย และช่วยกอบกู้โลกต่างมิติจากหายนะใช่หรือไม่นะ

            อันที่จริงก่อนที่เขาจะมีงานมีการทำก็ไม่ได้เนิร์ดขนาดนั้น สมัยเรียนอยู่มหาลัยก็เคยเป็นอาจารย์สอนพิเศษ เด็กเปรตที่ยากจะตอแยเขาก็เจอมาแล้ว พวกหนังสือแนวจิตวิทยาการศึกษาจำพวกนั้นก็เคยอ่านมาบ้างนิดหน่อย

            ลองมาคิด ๆ ดูแล้วความคิดนี้ก็ไม่เลว ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ หลิงเซี่ยพลันรู้สึกเลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง เริ่มเห็นความหวังที่จะได้กลับบ้านอยู่รำไร

            หากพิจารณาจากหลาย ๆ แง่มุม หลิงเซี่ยกับซ่งเสี่ยวหู่ก็ดูคล้ายกันอยู่หลายส่วนจริง ๆ

            ซ่งเสี่ยวหู่ไม่พอใจอยู่บ้าง ตะโกนเรียกอยู่สองรอบ ทว่าอวี้จือเจวี๋ยยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเบนดวงตาคู่โตไปทางหลิงเซี่ยอย่างพิพักพิพ่วน “พี่ใหญ่หลิง ท่านอย่าโกรธไปเลยนะ”

            หลิงเซี่ยขยี้หัวเม่นแคระของเด็กชายก่อนจะลุกขึ้นมาใหม่ แล้วยิ้มตอบ “ข้าไม่โกรธอยู่แล้ว”

            อวี้จือเจวี๋ยหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยง จู่ ๆ ก็เรียกคนแปลกหน้าเป็นพี่ชายตัวเองง่าย ๆ ได้อย่างไร       นี่ต่างหากที่ประหลาด

            เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว หลิงเซี่ยจึงไม่อาจทนรับสภาพเน่า ๆ บนร่างของตนได้อีกต่อไป แค่ยืนอยู่เฉย ๆก็ได้กลิ่นเหม็นสาบลอยคลุ้งไปทั่วทั้งร่างเขายื่นมือข้างหนึ่งไปรั้งซ่งเสี่ยวหู่ก่อนจะเอ่ยถาม “ลำธารอยู่ที่ใด”

            ตอนนี้แม้อยู่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ แต่น้ำในลำธารยังคงเย็นราวกับน้ำแข็ง

            ซ่งเสี่ยวหู่พาหลิงเซี่ยไปที่ฐานลับของตนกับอวี้จือเจวี๋ย ธารน้ำสายหนึ่งที่ค่อนข้างจะอยู่ลับตาคน หลิงเซี่ยถอดเสื้อผ้าที่สกปรกสะบัดไปไว้ที่ริมฝั่งอย่างทะมัดทะแมง แล้วยืนสั่นงันงกก่อนจะกระโดดลงไปในลำธาร

            เนื่องจากมีพลังธาตุไฟในร่างกาย ซ่งเสี่ยวหู่จึงไม่หวั่นเกรงความหนาวเลยแม้แต่น้อย กระโดดลงไปจับปลาในน้ำก่อนหลิงเซี่ยเสียอีก

            การขัดคราบสกปรกออกจากร่างกายให้สะอาดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผมเผ้าที่พันกันยุ่งเหยิงบนศีรษะของหลิงเซี่ย ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยามจึงสามารถสางให้คลายออกจากกันได้ หลังจากนั้นเขาก็นำเสื้อผ้าของทั้งสองมาซักที่ริมลำธาร ก่อนจะนำไปพาดตากไว้บนกิ่งไม้เพื่อผึ่งให้แห้ง

            น้ำในลำธารใสสะอาดยิ่ง กระจ่างใสจนสะท้อนเงาร่างของเด็กชาย ดวงตาคมจมูกโด่ง ริมฝีปากแดงอวบอิ่ม หลิงเซี่ยรู้สึกคาดไม่ถึงเล็กน้อย ไม่เคยนึกว่าร่างนี้ของตนจะหน้าตาดีขนาดนี้

            ซ่งเสี่ยวหู่เองก็ตกตะลึง ยิ้มพลางว่า “พี่ใหญ่หลิง ท่านหน้าตางดงามมาก”

            แม้ว่าซ่งเสี่ยวหู่จะยังเป็นเด็ก ชอบเล่นสนุก แต่เพราะอาศัยอยู่ในหุบเขามาตั้งแต่เล็ก เขาจึงมีทักษะในการดำรงชีวิตเป็นเลิศ ชั่วประเดี๋ยวก็จับปลาตัวยาวเป็นฉื่อขึ้นมาด้วยมือเปล่าหลายตัว พลางคุยโวว่าจะเอาไปย่างกิน หลิงเซี่ยเห็นบนตัวเขามีคราบสกปรกที่ยังถูออกไม่เกลี้ยง เลยลากตัวเขาลงมาในน้ำ ล้างใหม่ให้สะอาดอีกรอบ

            ซ่งเสี่ยวหู่กลัวจั๊กจี้ พอถูกหลิงเซี่ยแตะเข้าก็แหกปากหัวเราะคิกคัก พลางตีน้ำใส่หลิงเซี่ย

            ทว่าพระเอกที่ถูกจับใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้ว ช่างดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก ผิวคล้ำนิด ๆ บวกกับผมบนศีรษะฟู ๆ เหมือนหัวเสือ พอหัวเราะก็เห็นลักยิ้มสองข้าง ชวนให้นึกถึงเด็กน้อยบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่พวกผู้เฒ่าผู้แก่ต่างรักใคร่เอ็นดูยิ่งนัก

            เพียงแต่ขณะที่ทั้งสองกำลังย่างปลากันอยู่นั้น จู่ ๆ อวี้จือเจวี๋ยซึ่งไม่รู้มาจากที่ใด พอเห็นสภาพของทั้งสองเข้า ดวงหน้าพลันแดงปั้ดขึ้นมาอย่างมีโมโห “ซ่งเสี่ยวหู่ เจ้า...หลิงเซี่ย! ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ใส่เสื้อผ้า”

            ซ่งเสี่ยวหู่นั่งอ้าขาขัดสมาธิ ปากที่ยังเคี้ยวหงุบหงับอยู่ดำเป็นปื้น “ข้าไม่หนาว”

            “...ใครสนว่าเจ้าจะหนาวไม่หนาว!” อวี้จือเจวี๋ยกล่าวเสียงเย็น แต่ก็เดินเข้ามานั่งแล้วหยิบปลาตัวหนึ่งไปกัดกิน เขาก้มหน้าก้มตากินอย่างกระดาก ท่าทางการกินดูเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบลูกผู้ดี

            หลิงเซี่ยอดขำไม่ได้ ถึงแม้นิสัยของคู่ปรับในอนาคตคู่นี้จะต่างกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ความจริงแล้วต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

            ซ่งเสี่ยวหู่ย่างปลาได้อร่อยไม่มีใครเกิน อวี้จือเจวี๋ยเองก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกัน

            หลิงเซี่ยแอบสังเกตดูอวี้จือเจวี๋ยอยู่ตลอดเวลา พอเห็นเขากินหมดก็รีบยื่นปลาให้อีกตัว ฉวยจังหวะตีสนิทไว้ก่อน “ตัวนี้สุกแล้ว”

            คราวนี้อวี้จือเจวี๋ยถึงได้หันไปมองหลิงเซี่ยอย่างละเอียดแวบหนึ่ง แล้วก็ถึงกับตกตะลึงเช่นเดียวกับซ่งเสี่ยวหู่ไปชั่วขณะนึกไม่ถึงว่าสภาพหลิงเซี่ยในตอนนี้จะแตกต่างกับขอทานหน้าโง่สกปรกมอมแมมในตอนนั้นได้มากถึงเพียงนี้ ทว่าพอเขาเลื่อนสายตาลงไป สีหน้าเย็นชาที่ปั้นไว้ก็หลุดออกในทันที “นั่นอะไรของเจ้าน่ะ ทุเรศเป็นบ้า!

            เขาพูดพลางถอยห่างออกไปสองก้าวอย่างไม่รู้ตัว  ภาพเส้นขนน่าขยะแขยงนั่นทำให้อวี้จือเจวี๋ยเกิดอาการน้ำท่วมปาก ราวกับเห็นอะไรสักอย่างที่ชวนขนลุกขนพองก็ไม่ปาน...

            หลิงเซี่ยเลื่อนสายตาลงมามองตามอวี้จือเจวี๋ย พลันเห็นท่อนล่างของตน ถึงกับอับจนคำพูด

            ตัวละครตัวนี้อายุสิบสามสิบสี่ปีแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

            เฮ้อ ก็แหงล่ะ คงเป็นเพราะสะเทือนใจเรื่องพ่อกับแม่ของตนเองสินะ ในเรื่อง อวี้จือเจวี๋ยถึงได้ชิงชังเรื่องระหว่างชายหญิงจนเข้าไส้ขนาดนั้น เกรงว่าหมอนี่จะเป็นไก่อ่อนไปจนตายแหง ๆ ในเนื้อเรื่องความจริงก็มีสตรีที่หลงรักตัวร้ายอยู่ไม่น้อยยิ่งสาวงามผู้เป็นสมุนฝั่งตัวร้ายนั่นถึงกับยอมตายบูชาความรัก แล้วผลเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายจอมมารผู้แสนเย็นชาก็เอาสาวงามตัวประกอบนางนี้มาใช้ต่างโล่มนุษย์จนสิ้นใจ บัดซบที่สุด!

            หนุ่ม ๆ นักอ่านทั้งหลายต่างอิจฉาริษยา ชังน้ำหน้าตัวร้ายจนอยากจะทุ่มให้ตายเลยทีเดียว!

            ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติหรือไง เจ้าเด็กนี่ เดี๋ยวอีกสองสามปีพวกแกก็มีเหมือนกันนั่นแหละ...

            ไม่เพียงแต่ทัศนคติในการดำเนินชีวิตที่จะต้องค่อย ๆ บ่มเพาะ ทัศนคติในเรื่องความรักที่บิดเบี้ยวของอวี้จือเจวี๋ยก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน อืม ๆ

            ทว่าซ่งเสี่ยวหู่เพิ่งกวาดสายตามองท่อนล่างของหลิงเซี่ยแวบหนึ่งเหมือนเพิ่งสังเกต ชั่วครู่พลันเอ่ยถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “พี่ใหญ่หลิง ไฉนของท่านถึงไม่เหมือนของพวกเราเล่า”

            ท่ามกลางสายตาของเด็กน้อยสองคนที่คนหนึ่งรังเกียจ ส่วนอีกคนประหลาดใจ หลิงเซี่ยถึงกับทำตัวไม่ถูก เลื่อนมือลงมาปิดท่อนล่างอย่างลืมตัว (...)

            ดูท่าการให้ความรู้เกี่ยวกับวัยเจริญพันธุ์ในสมัยโบราณช่างเป็นภาระอันหนักหน่วงไม่เบาเลยทีเดียว

            จนกระทั่งใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย สายตาของอวี้จือเจวี๋ยที่มองมายังหลิงเซี่ยยังคงดูพิกลยิ่งนัก ดวงตาสีดำตัดกับสีขาวชัดเจนคู่นั้นคมกริบราวกับมีดที่พร้อมจะพุ่งเข้ามากรีดแทงเขา ทั้งให้ความรู้สึกห่างเหินกว่าเมื่อครู่เสียอีก หลิงเซี่ยอับจนคำพูดจริง ๆ

            เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกท่านจอมมารเกลียดไปมากกว่านี้ หลิงเซี่ยได้แต่กระแอมไอทีหนึ่งแล้วอธิบาย “จริง ๆ แล้วนี่เป็นเรื่องปกตินะ ผู้ชายอย่างเรา ๆ พอถึงช่วงวัยหนึ่งก็ต้องมีกันทุกคนนั่นแหละ ไม่มีสิถึงเป็นเรื่องแปลก”

            เห็นได้ชัดว่าซ่งเสี่ยวหู่หมดความสงสัยใคร่รู้ไปนานแล้ว เผลอประเดี๋ยวเดียวก็ถูกผีเสื้อตัวหนึ่งที่บินผ่านดึงความสนใจไปจนหมด พอได้ยินหลิงเซี่ยพูดก็ไม่ได้ตอบกลับไป

            ทว่าอวี้จือเจวี๋ยกลับตั้งใจฟังจนจบ ทั้งยังคงแสดงสีหน้าพิลึกพิลั่นไม่สร่าง ในดวงตาฉายแววเหยียดหยันออกมาอย่างล้นปรี่ “เห็นแล้วทุเรศลูกตาจริง ๆ”

            หลิงเซี่ยมองใบหน้าด้านข้างของอวี้จือเจวี๋ยอย่างพินิจพิเคราะห์ ช่างงามผุดผาดราวกับดรุณีน้อยเสียจริง ๆ ทันใดนั้นเอง เขาพลันบังเกิดความคิดที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมาอย่างหนึ่ง

            กาลครั้งหนึ่งเมื่อคราวกระโน้น มีผู้อ่านท่านหนึ่งเคยเขียนบทวิเคราะห์ที่มีเนื้อความยาวเฟื้อยเป็นหางว่าวตรงกระทู้แสดงความคิดเห็น ชื่อหัวข้อว่า “บทวิเคราะห์ว่าด้วยความเป็นไปได้ที่อวี้จือเจวี๋ยจะเป็นสตรี”

            แน่นอนว่าผู้ที่เขียนบทวิเคราะห์บทนี้ย่อมต้องเป็นผู้ชาย เขามีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ผู้ชายไม่มีทางมีนิสัยเช่นนี้เด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่มีสาวงามโผเข้าสู่อ้อมอกก็ไม่แม้แต่จะโอบกอดตอบ มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ แล้วไหนจะรูปลักษณ์ที่ไอ้ท่านผู้แต่งพรรณนาไว้อย่างสะคราญโฉมจนเกินพอดีนี่ก็น่าสงสัยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ผู้อ่านท่านนี้จึงเชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อวี้จือเจวี๋ยจะเป็นชายไม่จริงหญิงแท้ ความรู้สึกที่มีต่อพระเอกก็แสนจะพิสดารล้ำลึก

            และแน่นอน หลังจากนั้นหนุ่มนักอ่านท่านนี้ก็ถูกสาว ๆ รุมถล่มจนแทบจะเละเป็นโจ๊ก

            ครั้นมานึกถึงบทวิเคราะห์ล่อกระสุนนั่นขึ้นมาตอนนี้ หลิงเซี่ยกลับตกใจเป็นเสือสะดุ้ง

            เฮ้ย! ไอ้บทวิเคราะห์นี่ไม่น่าจะจริงหรอกมั้ง

            นึกดูว่าถ้าอวี้จือเจวี๋ยผู้ทำลายโลกเป็นสาวน้อยขึ้นมาล่ะก็ หลิงเซี่ยรู้สึก...โคตรตื่นเต้นเลย!

            การวางพล็อตเรื่องแบบนี้สิถึงจะโคตรเจ๋ง รู้ไหม

            สาวน้อย สาวน้อย สาวน้อย...สาวน้อยผู้อหังการบ้าอำนาจ!

            เขาเรียกอวี้จือเจวี๋ยเลียนอย่างซ่งเสี่ยวหู่ “อาเจวี๋ย เจ้าไม่อาบน้ำหน่อยหรือ”

            อวี้จือเจวี๋ยมองเขาด้วยสายตาเย็นชา แค่นเสียงฮึทีหนึ่ง แต่มิได้ขยับไปไหน

            หลิงเซี่ยกำหมัดอย่างตื่นเต้น อยากจะเข้าไปทดสอบให้รู้เรื่องกันไปเลยเดี๋ยวนี้

            ...แน่นอนว่า อีกหลายปีต่อมา ตัวประกอบผู้น่าเวทนาที่ถูกตัวร้ายจับกดบนเตียงนับพันครั้งหมื่นครั้งจนต้องน้ำตานองหน้า ได้แต่คิดว่าถ้าหากตัวร้ายเป็นสาวน้อยขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว อ๊ากกก! ! !

            หลังจากกินเสร็จแล้ว อวี้จือเจวี๋ยก็จัดแจงล้างไม้ล้างมือให้สะอาด ก่อนจะหรี่ตาพลางว่า “เสี่ยวหู่ เมื่อครู่ตอนข้าอยู่ในตัวตำบล ได้ยินว่าอีกไม่กี่วันพรรคเส้าหยางจะเปิดรับศิษย์ที่เมืองฉงหมิงนะ”

            ชั่วพริบตาที่ได้ยินสีหน้าของซ่งเสี่ยวหู่พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง แววทะเล้นบนใบหน้าเหมือนเด็กน้อยเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว

            หลิงเซี่ยอึ้งไปพักหนึ่ง ภาพที่เห็นอยู่ในยามนี้ต่างหาก ถึงจะเป็นพระเอกกับตัวร้ายที่ปรารถนาจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง อาศัยพลังความแข็งแกร่งให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา!

            ในนิยายเรื่อง “เย้ยใต้หล้าฝ่าแดนอธรรม” เรื่องนี้ มีการฝึกวิชาที่ไม่เหมือนกับนิยายกำลังภายในแบบดั้งเดิม ค่ายพรรคทุกสำนักในโลกต่างมิติใบนี้ล้วนมีการฝึกวิชาอยู่ทั้งสิ้นห้าแขนง ประกอบด้วย การฝึกพลังภายนอก การฝึกมรรคากระบี่ การฝึกพลังลมปราณ การฝึกพลังแฝง และการฝึกพลังมารที่ผู้ฝักใฝ่ในธรรมะล้วนประณามหยามเหยียด

            การฝึกพลังภายนอก มรรคากระบี่ และพลังลมปราณก็เหมือนการฝึกวิชาตามแบบฉบับนิยายทั่วไป แต่การฝึกพลังแฝงและพลังมารนี่สิ ที่มีความซับซ้อนยุ่งยากกว่ามาก

            การฝึกพลังภายนอกก็คือการฝึกฝนกำลังร่างกายเป็นหลัก การฝึกมรรคากระบี่คือการฝึกเพลงกระบี่ต่าง ๆ ส่วนการฝึกพลังลมปราณก็คือการปลุกเร้าพลังธาตุและพลังสมาธิภายในร่างกายเป็นหลัก

            สำหรับการฝึกพลังแฝงประกอบไปด้วยการฝึกพลังธาตุ และช่องว่างพลังแฝง เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ธาตุพลังของพระเอกคือธาตุไฟและธาตุสายฟ้าอันบริสุทธิ์ พลังแฝงก็สามารถไต่ไปจนถึงระดับเสวียนหวง ขั้นสิบได้ในตอนท้ายของเรื่อง ส่วนธาตุพลังของตัวร้ายก็คือธาตุน้ำที่เย็นเยือก และมีระดับพลังแฝงที่ใกล้เคียงกันกับพระเอก

            สำหรับการฝึกพลังมารแขนงสุดท้ายนี้ยิ่งพิสดารเป็นร้อยเท่าพันทวี ภายหลังอวี้จือเจวี๋ยก็เลือกเดินตามรอยผู้เป็นบิดาเข้าสู่วิถีแห่งมาร และมีพลังเวทสุดพิศวงปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สามารถใช้เวทเรียกหุ่นกลออกมาทำลายล้างโลก แล้วตั้งค่ายกลพยุหะบรรลัยภพ เรียกได้ว่าสะท้านฟ้าสะเทือนปฐพีเลยทีเดียว!

            ส่วนพรรคเส้าหยางที่อวี้จือเจวี๋ยกล่าวถึงอยู่นั้น เป็นค่ายพรรคหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในดินแดนอันห่างไกลแห่งนี้ ขั้นตอนในการรับศิษย์ไม่ค่อยยุ่งยาก ถ้าหากเปรียบกับห้าพรรคใหญ่แห่งแผ่นดิน ย่อมไม่อาจเทียบรัศมีได้

            แต่สำหรับพระเอกและตัวร้ายที่อ่อนหัดราวกับทารกเพิ่งตั้งไข่ในตอนนี้ กลับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

            ในนิยายเล่าไว้ว่า พระเอกกับตัวร้ายต้องเผชิญกับเหตุการณ์บางอย่างที่นี่ ค่ายพรรคนี้จึงเป็นเพียงบันไดขั้นเล็ก ๆ ขั้นหนึ่งเท่านั้น

            ซ่งเสี่ยวหู่เบนสายตาไปทางหลิงเซี่ย ดวงตาคู่โตทอแววคาดหวังอยู่หลายส่วน “พี่ใหญ่หลิง ท่านรู้จักพรรคเส้าหยางหรือไม่?”

            หลิงเซี่ยย่อมต้องรู้จักอยู่แล้ว ทั้งยังรู้ด้วยว่า ภายภาคหน้าตัวร้ายจะถล่มพรรคเส้าหยางลงอย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

            ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากพรรคเส้าหยางไม่ค่อยมีประโยชน์อันใดนัก ค่าตอบแทนที่ได้รับก็ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่สำหรับเจ้าปีศาจน้อยคู่นี้ การไปฝึกประสบการณ์ที่นั่นเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว และพระเอกก็จะได้พบกับนางในฮาเร็มคนแรกของตนที่นั่นด้วย

            ประเด็นสำคัญที่สุดอีกประการคือ หลิงเซี่ยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ไม่ว่าตนจะคัดค้านหรือไม่ อย่างไรเสียเจ้าเด็กน้อยสองคนนี้ก็คงจะไปอยู่ดี

            ถึงแม้ภายนอก ซ่งเสี่ยวหู่จะดูเป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ทว่าลึก ๆ ข้างในกลับเป็นคนที่หัวรั้นดื้อดึงอย่างถึงที่สุด อวี้จือเจวี๋ยยิ่งขี้ระแวง ไม่เคยเชื่อใคร หากทั้งสองตัดสินใจอะไรลงไปแล้วก็ไม่มีทางยอมให้คนอื่นมาเปลี่ยนความคิดของตนง่าย ๆ

            อีกทั้งพวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นใหญ่เหนือผู้ใดในใต้หล้า

            หลิงเซี่ยนึกย้อนถึงฉากในเรื่องพลางผงกศีรษะตอบเบา ๆ “ถึงแม้จะไม่รู้จัก แต่ฟังจากชื่อแล้วก็น่าจะเป็นพรรคที่สุดยอดมาก ๆ เลยกระมัง”

            อันที่จริง ซ่งเสี่ยวหู่ไม่รู้เรื่องค่ายพรรคสำนักใหญ่ในใต้หล้าเลยสักกระผีกริ้น เพียงแต่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพรรคเส้าหยางในตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ ดังนั้นหัวใจดวงน้อย ๆ ย่อมต้องรู้สึกว่าค่ายพรรคนี้ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานเป็นธรรมดา ทว่าอวี้จือเจวี๋ยกลับเคยเห็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของโลกต่างมิติแห่งนี้ ประลองฝีมือเดิมพันชีวิตกันมาแล้ว ความจริงแทบจะไม่เคยเห็นพรรคเส้าหยางอยู่ในสายตาเลยก็ว่าได้

            เนื่องจากคนของนิกายทาริกาหยกมองว่าการที่เขาเกิดมาเป็นความอัปยศของนิกาย จึงปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับมาโดยตลอด ทว่าคล้อยหลังกลับไม่เคยละความพยายามที่จะกำจัดเลือดชั่วก้อนนี้ทิ้ง และด้วยเหตุนี้เองอวี้จือเจวี๋ยถึงได้หลบหนีมากบดานในตำบลเล็ก ๆ ซึ่งมีพลังปราณเบาบางแห่งนี้ เมื่อก่อนเขาเคยลอบศึกษาวิทยายุทธมาบ้าง แต่ก็ฝึกได้ไม่ครบถ้วนกระบวนวิชา ตัวเขาเองทราบดีว่าหากไปเข้าสังกัดพรรคใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงขจรขจายเหล่านั้นคงจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.085K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1182 SRKM2E (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 22:08
    หรือตัวร้ายจะเป็นเด็กผู้หญิงง โอ้ววววววววว อย่าเอาอะไรมาฝังหัวให้เคลิ้มสิ 5555
    #1,182
    0
  2. #1144 Yok Poog (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:11
    เตรียมตัวออกเดินทาง ลูกๆกำลังจะโต สงสารตัวเอกเราจริงๆ ในอนาคตจะโดนย่ำยี 555 ถูกใจ
    #1,144
    0
  3. #1115 _jully_P🌼 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:02
    อย่าแซวหมออ้อยต้าเกอสิ555555ไอ่เด่กพวกนี้55554//แงงง เเราเชียร์น้องตัวร้ายเป็นเมะซึนหน้าสวยอ่า
    #1,115
    0
  4. #1039 Silabun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 15:18
    อ่า พระเอกรุก ตัวร้ายรับ ชั้นอยากเข้าไปอ่านฟิคที่พวกเธอแต่งจัง
    #1,039
    0
  5. #1019 Milhoun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 19:38
    สำลักน้ำลายเลยเรา5555555555
    #1,019
    0
  6. #964 yamgnatp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 22:16
    ขอโทษค่ะ พอดีเพิ่งอ่าน อยากรู้ว่า ใครรับ?
    #964
    0
  7. #941 Gemel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 22:47
    เกลียดการบรรยายเรื่องขนจริงๆ5555555
    #941
    0
  8. #312 KSNKETS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 01:51
    เสียวหู่อีกเสียงค่ะ อ่านเสี่ยวหู่มันขัดจริง ๆ คนแปลน่าจะรู้หลักการออกเสียงตรงนี้นะคะ หรือถ้าจำเป็นต้องแปลเป็นเสี่ยวหู่ล่ะก็อยากทราบเหตุผลค่ะ
    #312
    0
  9. #152 ++Rabbit++ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 14:26
    ชื่อเสียวหู่ ควรจะเป็นแบบนี้มากกว่ามั้ยคะ เสียง3ติดกับเสียง3 ตัวแรกต้องเป็นเป็นเสียง2 น่าจะเป็นเสียวหู่มากกว่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 / 14:30
    #152
    0
  10. #60 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:44
    หน้าหล่อเจอคนหน้าเคะกดซ้าาา ตัวเอกกับตัวร้ายช่วยกันสามัคคีจับกดตัวเอกโลดดด#โดนตบ
    #60
    0
  11. #55 เจ้าหนูฤดูฝน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:32
    คือความงามของอีพี่ต้องเปลี่ยนน้อง ๆ แน่ ๆ 3พี แน่ ๆ ไม่ก็ศึกชิงนายจนถล่มโลกา 55555
    #55
    0
  12. #42 Par_dao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:03
    คำถามคือ ตัวประกอบจำเป็นของเราจะโดนใครกด?
    #42
    0
  13. #19 kazuya nikki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 23:32
    เก็บตังรอแล้วน้าาาาา
    #19
    0
  14. #16 Eiei (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:46

    ชอบแนวแบบนี้มากๆ นายเอกเลี้ยงต้อยเนี่ย555 ความจริงแอบอยากให้3pแฮะ เพราะตัวพระเอกก็น่ารักมากกก น่ารักน่าบีบ 555 

    ขอชมอีกรอบว่าแปลดีมาก ใช้ศัพท์เข้าใจง่ายมาก เรียงคำได้ดีเลย

    แล้วก็อยากรู้ว่าจะลงให้กี่ตอนอ่ะคะ?

    #16
    1
    • #16-1 irisbook(จากตอนที่ 3)
      15 ตุลาคม 2561 / 10:44
      19ตอนค่ะ น้องเสี่ยวหู่น่ารักจริงๆค่ะ แอดก็แอบติ่งน้อง -////-
      #16-1
  15. #7 LadyInShadow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:02

    รอซื้อค่า

    #7
    0
  16. #5 ss3216730 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 20:49
    ท่านแปลเร็วๆน้าา ข้าจะรออ่าน ㅡㅅㅡ
    #5
    0
  17. #3 weww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 20:15

    “ใหญ่หลิง ท่านหน้าตางดงามมาก” > ตกคำว่าพี่มั้ยอ่ะคะ

    #3
    1
    • #3-1 irisbook(จากตอนที่ 3)
      13 ตุลาคม 2561 / 20:35
      แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ
      #3-1