กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 12 : ตอนที่11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,712 ครั้ง
    23 พ.ย. 61

ตอนที่สิบเอ็ด

            หลิงเซี่ยฉวยจังหวะลากอวี้จือเจวี๋ยกับซ่งเสี่ยวหู่ออกไปข้างนอกถ้ำ โถ่เว้ย! ถึงแม้ในเรื่องสองคนนี้จะต้องพบเจอกับอันตรายในช่วงการทดสอบของพรรคเส้าหยาง แต่ไม่มีฉากถูกคนลอบสังหารนี่นา!

            เด็กหนุ่มนั่นกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเขวี้ยงกระบี่สั้นธาตุไฟใส่ทั้งสาม ทว่ากลับพลาดพุ่งทะลุเข้ากลางโขดหินจนต้นไม้แห้งบริเวณนั้นติดไฟขึ้นมา

            หลิงเซี่ยมองเห็นผ่านแสงไฟสลัว ก่อนจะคำรามทีหนึ่ง แล้วออกแรงยกก้อนหินขนาดเท่ากะละมังล้างหน้าขว้างเข้าไปในถ้ำหลายก้อนอย่างสุดกำลังโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของเด็กนั่น ด้านนอกยังมีฝนตกกระหน่ำอย่างหนักจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

“รีบไปสิ อย่ามัวยืนเซ่อ!” หลิงเซี่ยหันไปมองเด็กสองคนที่ถูกตนลากออกมา ทั้งสองต่างยังมีท่าทีละล้าละลังไม่อยากจากไป เขาคำรามลั่นพลางฉุดลากพวกเขาเตรียมวิ่งหนีต่อไป

            อวี้จือเจวี๋ยแกะมือของเขาออกสุดแรงพลางกระชากเสียงเย็นใส่ ”หน้าโง่ จะวิ่งไปไหนฮะ!

            หลิงเซี่ยพลันอึ้ง บัดนี้ถึงได้รู้ว่าบนใบหน้าของอวี้จือเจวี๋ยหาได้มีแววหวั่นเกรงแม้สักครึ่งส่วน ส่วนซ่งเสี่ยวหู่เอง ถึงแม้จะดูเกร็งบ้างเล็กน้อย แต่ก็หาได้มีแววพรั่นพรึงแม้แต่กระผีกริ้น ครั้นแล้วจึงตระหนักถึงกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้

            ให้ตายเถอะ! มันจะห้าวหาญแต่เล็กแต่น้อยอะไรกันปานนี้เนี่ย!

            ไม่รู้กันเลยหรือว่าสันติภาพมันงดงามมากแค่ไหน!

            เด็กหนุ่มคนนั้นมายืนอยู่ที่ปากถ้ำแล้ว ก่อนจะกล่าวเย้ยหยัน “เหตุใดถึงไม่หนีแล้วล่ะ รู้ตัวแล้วหรือว่าหนียังไงก็หนีไม่รอด”

            อวี้จือเจวี๋ยมองหลิงเซี่ยอย่างดูถูกเหยียดหยามแวบหนึ่งก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเด็กนั่น

 “เจ้าเป็นใครกันแน่ ถ้าหากจำไม่ผิด กระบี่สั้นธาตุไฟในมือของเจ้าคงทำจากหินอวิ๋นเฟยหายากคนที่สามารถใช้กระบี่สั้นเช่นนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมาลงมือกับผู้เข้าแข่งขันที่ไม่มีอันจะกินอย่างพวกข้าหรอกกระมัง”

            เด็กนั่นเผยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนจะเก็บกระบี่สั้นที่สลักลายวิจิตรกลับไป แล้วกล่าวเสียงเย็น “ตาแหลมดีนี่ แต่อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็ต้องตายแล้ว ข้าเป็นใคร บอกให้พวกเจ้ารู้ก่อนตายก็คงไม่เป็นอันใดหรอก”

            เขากล่าวพลางหยิบยาตานยัดเข้าไปในปากหนึ่งเม็ด สรรพคุณของยาตานแปลงกายที่กินไปก่อนหน้าก็ค่อย ๆ จางหายไป กลับเผยใบหน้าที่แสนจะคุ้นตาออกมา

            อวี้จือเจวี๋ยกล่าวพลางหัวเราะเย้ยหยัน “ไม่รู้ว่าใครจะตายกันแน่!

            หลิงเซี่ยยกมุมปากขึ้นสูงอย่างอับจนคำพูดเป็นที่สุด! เมื่อครู่ชั่วเวลาสายฟ้าแลบ เขาคิดเชื่อมโยงความเป็นไปได้หลายประการใช่ศัตรูของอวี้จือเจวี๋ยมาคิดบัญชีหรือไม่หรือมีคนเห็นถึงคุณสมบัติพิเศษอันไม่ธรรมดาของพระเอกและจอมมารของเราจึงบังเกิดความอิจฉา หรือสาเหตุอื่น ๆ อีกจิปาถะ แต่เขาไม่เคยนึกเลยว่า เด็กคนนี้จะเป็นศิษย์พี่ของคุณหนูใหญ่ชุ่ยอวี่นั่น——สหายน้อยซ่างเหยียนที่เคยทำร้ายพวกเขาจนเกือบจะจมน้ำตาย!

            แม่สาวน้อยนั่นอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลยนะ! แถมอวี้จือเจวี๋ยไม่มีความคิดพรรค์นั้นเลยสักนิด!!

            ชุ่ยอวี่รอที่หอสุราวั่งอวิ๋นอยู่นานสองนาน แต่พวกศิษย์พี่ของนางกลับมาถึงก่อน นางจึงได้แต่ตามม่อไต้และขบวนไปก่อนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ทว่ากลับพล่ามอย่างเสียไม่ได้ไปตลอดทางว่า จะต้องขัดขวางไม่ให้อวี้จือเจวี๋ยได้เข้าพรรคเส้าหยาง ต้องพาเขากลับเมืองอวิ๋นเซียวไปกับตนเพื่อให้บิดารับเขาเป็นศิษย์ และอีกสารพัด

            ซ่างเหยียนได้ฟังดังนั้นก็อดริษยาไม่ได้ เขาเห็นว่ามีคนช่วยซ่งเสี่ยวหู่ออกมาจากห้องเก็บฟืน จึงรีบกินยาตานแปลงกายแล้วแอบสะกดรอยตามมา ทั้งยังทำร้ายผู้สมัครคนหนึ่งจนสลบก่อนจะตามเข้ามาตลอดทาง ด้วยเหตุที่คณาจารย์ของพรรคเส้าหยางได้กางกั้นเขตแดนไว้ ถ้าหากเขาใช้อาวุธหรือมนตร์คาถา ที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงเกินไปภายในอาณาบริเวณนี้ ก็จะถูกสังเกตเห็นได้ง่าย ดังนั้นเขาจึงเอาแต่หลบซ่อนโดยไม่เปิดเผยตัวเลย แค่แอบสะกดรอยตามอยู่ด้านหลังทั้งสามเงียบ ๆ

            เขาเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าเมืองอวิ๋นเซียว แม้ช่วงเวลาในการฝึกวิชายังสั้น แต่ความสามารถกลับไม่ธรรมดา

            เขาสามารถอำพรางตัวแอบสะกดรอยตามมาตลอดทางจนมาถึงที่นี่ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด อาศัยช่วงจังหวะที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ปรากฏตัวออกมาเตรียมลงมือโดยไม่มีเสี้ยวของความลังเลเลยแม้แต่น้อย

            “เฮ้อ!” หลิงเซี่ยถอนหายใจค่อนแคะอย่างหมดแรง “ที่เจ้าทำเช่นนี้ คงมิใช่เป็นเพราะศิษย์น้องเล็กของเจ้าหรอกนะ”

            พอเอ่ยถึงชุ่ยอวี่ ซ่างเหยียนก็รีบล้วงเวทศาสตราธาตุสายฟ้าที่ซ่อนอยู่ในถุงเก็บของออกมา อาศัยช่วงจังหวะที่อสนีบาตฟาดคำรามอยู่บนท้องนภา ปล่อยพลังสายฟ้าสายหนึ่งฟาดใส่ทั้งสามคน เขารู้นิสัยศิษย์น้องเล็กของตนอยู่เต็มอก หากว่าฆ่าสามคนนี้ไม่ตายแล้วเกิดว่านางรู้เข้าละก็ ต่อไปคงไม่สนใจใยดีตนเป็นแน่!

            วินาทีที่หลิงเซี่ยเห็นเขาล้วงเวทศาสตราชิ้นนั้นออกมาก็หวนนึกถึงภาพเหตุการณ์กลางทะเลสาบเมื่อครั้งก่อน รีบตะโกนลั่น “หลบเร็ว” เขาตะโกนพลางยกก้อนหินขนาดมหึมาก้อนหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนใส่
ซ่างเหยียน พอดีถูกสายอสนีบาตฟาดเข้าอย่างจังแตกกระจายเป็นเศษหินดินกรวดกระเด็นลงพื้น
นับไม่ถ้วน

            อวี้จือเจวี๋ยและซ่งเสี่ยวหู่ล้วนมีทักษะกระโดดไกลเป็นเลิศ กระโจนหลบออกไปไกลแทบจะในทันที ทั้งสามคนกระโดดไปตกอยู่คนละทิศคนละทาง ซ่างเหยียนตะลึงไปเล็กน้อย เขารีบโบกเวทศาสตราโจมตีใส่หลิงเซี่ยก่อน เพราะทราบดีว่าเจ้าคนที่โตที่สุดนี่มีพละกำลังแข็งแกร่งที่สุด เมื่อครู่เขาถูกอีกฝ่ายผลักจนกระเด็นลอยไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง แม้กระทั่งตอนนี้เพียงเดินลมปราณก็ยังติดขัดอยู่

            หลิงเซี่ยรีบหลบในทันที ทว่าเพราะถูกรุกไล่อย่างกระชั้นชิดเกินไป จึงหลบไม่ทันถูกโจมตีเข้าไปครึ่งร่าง ล้มพับลงไปนอนกับพื้นทันที ทั่วทั้งร่างเจ็บชาจนกระดุกกระดิกไม่ได้

            อวี้จือเจวี๋ยล้วงมีดสั้นยาวครึ่งเชียะที่พกติดตัวตอนหนีออกมาจากยอดเขาธิดาเทพ ออกมาจากขากางเกง พุ่งถลาเข้าใส่ซ่างเหยียนอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเคยแอบเรียนกระบวนท่าต่าง ๆ มาบ้าง ทว่ากลับไม่รู้วิธีการโคจรปราณพลัง ซ่างเหยียนใช้มือหนึ่งประคองเวทศาสตรา อีกมือหนึ่งจับกระบี่สั้นตั้งรับกระบวนท่าของอวี้จือเจวี๋ย ทว่ายังคงตวัดกวัดแกว่งศาสตราได้อย่างคล่องแคล่ว

            ซ่งเสี่ยวหู่รีบเข้าไปลากหลิงเซี่ยหวังจะพาเขาไปหลบในที่ ๆ ปลอดภัย แต่ตัวเขาเล็กเกินไป การลากหลิงเซี่ยที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งช่วงศีรษะเป็นเรื่องที่กินแรงอย่างยิ่ง อสนีบาตสายหนึ่งพลันพุ่งลงมา
ซ่งเสี่ยวหู่ถูกโจมตีจนสั่นสะท้านแล้วก็ล้มลงเช่นกัน

            เห็นอีกฝ่ายร่วงไปแล้วสองจากทั้งหมดสามคน ซ่างเหยียนก็ยิ่งย่ามใจ หัวเราะคิกคักพลางเก็บเวทศาสตรา แล้วไถลกระบี่สั้นไปตามสันมีดแทงเข้าใส่ใจกลางฝ่ามือของอวี้จือเจวี๋ยจนมิดด้าม อวี้จือเจวี๋ยแค่นเสียงหนักทีหนึ่ง มีดสั้นเล่มนั้นหลุดมือร่วงลงกับพื้นดังเคร้ง

            ซ่างเหยียนตอกมือของอวี้จือเจวี๋ยไว้บนผนังถ้ำจนแน่น หัวเราะพลางกล่าว “เมื่อครู่ยังดุอยู่เลยมิใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงเงียบล่ะ” เขากล่าวพลางบิดหมุนกระบี่สั้นช้า ๆ เห็นอีกฝ่ายขบเม้มริมฝีปากด้วยสีหน้าเจ็บปวดสุดกล้ำกลืน จึงชักกระบี่สั้นออกมาอย่างแรงด้วยความสะใจ

            “เจ็บไหมล่ะ คนชั้นต่ำอย่างเจ้าริอ่านจะครอบครองศิษย์น้องเล็กของข้างั้นรึ!” ซ่างเหยียนเยาะหยันพลางทาบกระบี่สั้นลงบนลำคอของอวี้จือเจวี๋ยก่อนจะกล่าวต่อ “เมื่อครู่เจ้าว่าไม่รู้ว่าใครจะตายกันแน่ แล้วตอนนี้รู้หรือยังว่าใครจะตาย”

            หยาดพิรุณสาดกระเซ็นกระทบใบหน้าของหลิงเซี่ยไม่หยุด เขานอนแช่อยู่ในหล่มโคลนอย่างทรมาน ถึงแม้ร่างกายจะยังเจ็บชาจนกระดิกตัวไม่ได้ แต่กลับได้ยินได้เห็นภาพเหตุการณ์ตรงนั้นทั้งหมด
ทั่วทั้งร่างสั่นระริกไม่หยุดเนื่องจากเจ็บใจระคนกลัดกลุ้ม

            ในยามนี้เขาอดนึกตำหนิตัวเองไม่ได้ที่คิดอะไรตื้นเขินเกินไป ตั้งแต่ที่ซ่างเหยียนลงมืออย่างอำมหิตก็น่าจะคิดได้แล้วว่าต่อไปอีกฝ่ายต้องลงมือสังหารพวกตนทั้งสามเป็นแน่...

            เขาเร่งเร้าตนเองในใจอย่างไม่ลดละ ลุกขึ้นสิ ลุกขึ้นเร็วเข้า... เขาทอดสายตาไปทางพระเอกอย่างเปี่ยมด้วยความหวัง น่าเสียดายที่ตอนนี้ตาทั้งสองข้างของซ่งเสี่ยวหู่หลับสนิทเห็นได้ชัดว่าหมดสติไปแล้ว!

            อวี้จือเจวี๋ยมองกระบี่สั้นที่อยู่ใกล้แค่ไม่ถึงเชียะด้วยแววตาเย็นเยียบ จ้องซ่างเหยียนอย่างเคียดแค้นพลางกล่าว “มันยังไม่จบหรอก” เขาถ่มเลือดออกมา ของเหลวสีแดงเข้มกลิ่นคาวคละคลุ้งสายหนึ่งพุ่งกระฉูดใส่หน้าของซ่างเหยียน อีกฝ่ายตื่นตะลึงเพราะเลือดกระเด็นเข้าตาจนพร่ามัว

            ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่รู้ว่าหลิงเซี่ยไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ยันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วโกยก้อนหินมาหนึ่งกำมือ ก่อนจะแหกปากร้องลั่นพลางพุ่งเข้าไป

“บัดซบเอ๊ย! เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเขาห้ามเล่นเกมสกปรกแบบนี้นะรู้ไหม! ลูกพี่ขอเตือนแกนะไอ้หนู แกห้ามมารังแกเขาเด็ดขาด!

            ซ่างเหยียนพลันตกใจ เลยถีบเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว หลิงเซี่ยถูกถีบจนเซถอยไปหลายก้าว ทว่ากลับเขวี้ยงก้อนหินในมือกำนั้นออกไปอย่างสุดแรง หินก้อนหนึ่งถูกปาไปโดนหัวตาขวาของซ่างเหยียน
จะอย่างไรซ่างเหยียนก็ผ่านเวลาฝึกปรือมาไม่มาก หากกล่าวถึงที่สุดก็คือ อาศัยว่ามีอาวุธวิเศษคู่กายหลายชิ้นถึงรอดมาได้ ทว่าการฝึกพลังกายยังไม่ถึงขั้น พอถูกหลิงเซี่ยปาหินใส่ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล ชั่วครู่ดวงตาจึงบวมเป่งออกมา เขายกมือขึ้นกุมโดยอัตโนมัติ

            ขณะนั้นเอง ซ่างเหยียนก็รู้สึกเจ็บปวดบริเวณหน้าท้อง หลังเกิดอาการตกใจ เขาก้มหน้าลงอย่างตื่นตะลึง และพบว่าหน้าท้องของตนมีมีดสั้นเล่มหนึ่งเสียบอยู่ ดวงตาคู่นั้นของอวี้จือเจวี๋ยกำลังจ้องตนไม่กระพริบ

            ในใจของเขาบังเกิดความคิดต่าง ๆ นานาขึ้นนับไม่ถ้วน... เมื่อครู่อีกฝ่ายลงมือได้อย่างไรกัน
แล้วเหตุใดเขาจึงไม่รู้ตัวเลย... แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คำตอบ มีดสั้นยาวครึ่งเชียะที่อยู่ในร่างของเขาเล่มนั้นก็พลันบิดหมุนอยู่หลายรอบอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดที่ยากจะพรรณนาปะทุออกมา ทำให้เขาไม่อาจหายใจได้อีกต่อไป

            อวี้จือเจวี๋ยคลายมือออก ซ่างเหยียนครวญครางออกมาด้วยเสียงร้องอันแหบแห้ง มุมปากมีหยาดโลหิตไหลออกมาเป็นสาย พลางเอามือกุมท้องก่อนจะล้มลงไปอย่างโรยแรง

            หลิงเซี่ยทรุดลงกับพื้น มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อาจทำใจเชื่อได้

สายวิชชุแลบแปลบปลาบในความมืดอยู่วาบหนึ่ง ท่ามกลางแสงสีขาวสว่างวาบนั้น เขาเห็นสีหน้าอาการของอวี้จือเจวี๋ยอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน อวี้จือเจวี๋ยพิงติดผนังถ้ำอย่างอ้อนล้าพลางหอบหายใจถี่กระชั้น ชั่วขณะที่ทั้งสองสบสายตากัน ใบหน้าที่แสนจะอ่อนเยาว์นั่นหาได้มีแววโหดเหี้ยมอำมหิตไม่ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัวราวกับเด็กที่กำลังหลงทางอย่างไรอย่างนั้น

            อสนีบาตฟาดเปรี้ยงปร้างอีกหลายระลอก และแล้วอวี้จือเจวี๋ยก็ก้มหน้าลงมองมีดสั้นที่อยู่บนมือของตนราวกับเพิ่งถูกปลุกตื่นจากภวังค์ คราบโลหิตถูกน้ำชะล้างแล้วไหลผ่านใบมีดหยาดหยดลงบนมือของเขา อวี้จือเจวี๋ยสะบัดมืออย่างแรง ก่อนจะก้มหน้าลงซวนเซเกาะผนังถ้ำและอาเจียนออกมา จนแม้แต่น้ำดีก็แทบจะสำรอกออกมาด้วย

            มีดที่จ้วงลงไปเมื่อครู่นั้น เขาได้ระบายเพลิงแห่งความคับแค้นที่เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมมาอย่างเนิ่นนานออกมาจนหมดสิ้น บัดนี้กลับบังเกิดความรู้สึกขยะแขยงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ขึ้นในใจ

            ถึงแม้จะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่ครู่หนึ่งหลิงเซี่ยก็ลุกขึ้นยืน เขาเดินโซซัดโซเซไปพา
ซ่งเสี่ยวหู่ที่หลับไม่ได้สติเข้าไปไว้ในถ้ำอย่างตุปัดตุเป๋สัมผัสดูการเต้นของหัวใจและจังหวะหายใจของเขาแล้วจึงวางใจลง หลังจากนั้นก็เดินออกมาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ทว่าทั่วทั้งร่างยังคงสั่นงันงกไม่หยุด

            ตั้งแต่เล็กจนโต เขาก็เคยเห็นการตายมาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่คุณตาของเขาเสียชีวิต ตอนนั้นเขายังเด็กอยู่เห็นคนแก่ที่นอนหยุดหายใจอยู่บนเตียงก็ได้แต่ถามคุณแม่ที่ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดด้วยความฉงนสนเท่ห์ “คุณตาเป็นอะไรเหรอครับ”

            ครั้งที่สองอยู่บนถนน เขาเห็นซากร่างที่ถูกตำรวจจราจรช่วยลากออกมาจากในรถ ในสภาพเลือดเนื้อเละเทะเพราะกระแทกชนอย่างแรง ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกสังเวชและสงสาร

            ส่วนครั้งสุดท้ายคือตอนที่หญิงสาวที่เขาแอบหลงรักจมน้ำเสียชีวิต ตอนนั้นเขาอายุสิบหกปี พอเห็นร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวในงานศพของหล่อน เขาก็ร้องไห้จะเป็นจะตายจนแทบจะเป็นลม แต่เพราะเพื่อนนักเรียนสองคนหามไว้ถึงไม่ล้มลงไปกับพื้น

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นภาพคนถูกฆ่าตายด้วยตาตนเอง ภาพสยดสยองที่ยากจะพรรณนาออกมาเช่นนี้เป็นเรื่องจริง นี่ไม่ใช่ในนิยาย แต่นี่คือชีวิตคนเป็น ๆ ที่ดับสลายลงไปต่อหน้าต่อตาเขา!

            ทว่า เขาทราบดีว่าตอนนี้ตนไม่สามารถทอดทิ้งอวี้จือเจวี๋ยได้ไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม...

            “นี่เป็นการป้องกันตัว มิฉะนั้นคนที่ตายตอนนี้ก็คือตัวพวกเขาเอง... หลิงเซี่ยพูดตอกย้ำกับตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพยายามบังคับฝีเท้าก้าวย่างของตนให้หนักแน่นและมั่นคง

            เมื่อแรกที่คิดว่าจะช่วยฉุดดึงตัวร้ายให้กลับตัวกลับใจ เป็นเพียงเพราะหลงเข้ามาอยู่ในโลกต่างมิติ เลยหาที่ยึดเหนี่ยวทางใจให้แก่ตนเองก็เท่านั้น จนมาบัดนี้ พอได้เห็นสีหน้าอาการชวนให้รันทดเจ็บปวดใจของอวี้จือเจวี๋ย เขาจึงได้ตระหนักอย่างแท้จริงแล้วว่า

            เขาจะต้องดูแลปกป้องเด็กคนนี้!

จะไม่ปล่อยให้เขาต้องจมดิ่งลงไปสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวังที่มืดมนอนธการ ซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยได้โดยเด็ดขาด!       

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.712K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1205 Teji (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 09:30
    ก็สนุกนี่..
    #1,205
    0
  2. #1159 Yok Poog (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 11:32
    เจ้าไม่ผิด กอดปลอบน้าาา
    #1,159
    0
  3. #1122 _jully_P🌼 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 10:55
    กอดน้องที ขอร้องงงงง;-;
    #1,122
    0
  4. #1037 hongma (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 00:35
    เอาจริงๆนะ ที่งงสุดคือคนที่ถามว่าใครพระเอกใครรุก อ้าว ในเนื้อเรื่องย้ำมาจะ3-4รอบละ ทำไมไม่อ่านกันนนนนนนนนน คือบอกชัดเจนมากเลยนะ ถ้าไม่อ่านแบบผ่านๆก็น่าจะรู้อ่ะ
    #1,037
    0
  5. #1011 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:06
    บางคนก็เกินไปหลิงเซี่ย24ก็จริงเเต่นางต้องปรับตัวกับอีกโลกนะทั้งที่โลกปัจจุบันเเค่นั่งทำโอทีจู่ๆจะมาเทพทรูฆ่าฟันได้เลยหรออิงหลักความจริงหน่อย หลิงเซี่ยก็พยายามปกป้องเด็กตามวิธีนางอยู่ ฮัลโหลสติค่ะ
    #1,011
    0
  6. #1006 Ineedtoreed (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:59
    ใครเป็นพระเอกกันแน่อีหลอกดูก งงมาก ตอนแรกคิดว่าซ่งหรอพระเอก ไปๆมาๆคือ เอ้า อวี๋หรอ ตอนนี้คือ สรุปว่าใครรรรร
    #1,006
    0
  7. #950 Patricia Lauren (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 20:52

    หลิงเซี่ยอยากปกป้องเด็กๆเพราะถึงแม้เด็กๆจะเก่งเทพแต่ก็ยังเป็นเด็กไง งงว่าทำไมถึงโดนโจมตีเยอะ

    หลิงเซี่ยจริงๆก็แค่ตัวประกอบที่แปบๆก็โดนฆ่าตาย จะมาหวังให้มันเทพอะไรอย่างตัวร้ายกับพระเอกในนิยาย ยังไม่ทันได้เข้าสำนักเลยเด้อออ ปสด.

    #950
    0
  8. #945 Vsundae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 19:55

    เหมือนทุกคนชินกับนิยายประเภทพระนายแมรี่ซู อันนี้ยังไม่ทันได้ฝึกอะไรเลยจะให้เก่งเทพฆ่าหมีตายด้วยมือเปล่าได้ไง ว่าโลกสวยแต่ถ้าในชีวิตจริงตัวเองเผลอฆ่าคนจะไม่แพนิคเลยเหรอ เทพไปมั้งคะ

    #945
    0
  9. #933 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 08:26
    ไม่เข้าใจเลยทำไมมีหลายคนมาโจมตีเรื่องนี้อะ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านสิ สำหรับเรานะเรื่องนี้ดีกว่าหลายๆเรื่องที่เคยอ่านอีก เราว่าการที่ตัวเอกเกิดมาแล้วแมรี่ซูกันหมด บางทีมันก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบตัวละครอื่นๆแต่ก็เข้าใจว่าเพราะเค้าเป็นตัวเอก แต่เรื่องนี้เราชอบตรงที่ว่าเราจะได้เห็นการที่ตัวละครได้ฝึกฝนพลัง ได้เห็นถึงความยากลำบากก่อนที่จะไปจุดสูงสุด ไม่ใช่เกิดมาแล้วก็เก่งโดยไม่ต้องพยายาม
    ปล.อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัว เรารู้ว่ามีอีกหลายคนที่คิดไม่เหมือนกับเรา
    #933
    0
  10. #930 tunty0505 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 07:20

    เราว่าสนุกนะ จริงๆจากที่ดูแล้วอะ เรื่องไหนที่เริ่มมีคนคอมเพลนปุ๊บ ก็จะเริ่มมีคนมาเม้นคล้ายๆกันเหมือนเทรน คือจริงๆนิยายมันเป็นรสนิยมนะ เราไม่ชอบนิยายเอื่อยๆ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เอื่อยขนาดนั้น อีกอย่างก็สอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อยู่ คุณจะให้ไปฝึกตอนไหนนนนน ถามจริง??

    #930
    0
  11. #862 GokuH@y@ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:31

    ปกป้องน้องด้วยยยย

    #862
    0
  12. #832 xxbossxx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:16
    งงมาก ทำไมเรื่องนี้โดนนักอ่านโจมตีว่าไม่สนุก เอื่อย เม้นแรงๆ เรื่องนี้สนุกกว่าวายหลายๆเรื่องที่เคยอ่านมาเลยนะ สงสัยเราเคยอ่านนิยายกำลังภายในระดับ 1000+ ตอนอัพเลยใจเย็นมากกับสกิลความกากและหอยทากในการดำเนินเรื่อง ปกติไม่เคยเจอคอมเม้นแง่ลบหนักแบบนี้เลย ตกใจนิดๆ - -
    #832
    1
    • #832-1 irisbook(จากตอนที่ 12)
      15 มีนาคม 2562 / 19:36
      ขอบคุณค่า :D
      #832-1
  13. #828 Chrysola (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 14:05

    เลิกโลกสวยแล้วฝึกตัวเองให้เก่งเถอะ!! ลำไย!! อายุก็ 24 แล้ว ทำไมไม่เข้าใจอีก นี่มันโลกนิยายแต่ตายจริง ขนาดเจ็บยังเจ็บจริงเลย น่าจะสำนึกได้นานแล้ว ฮึ่ย!!
    #828
    5
    • #828-4 tunty0505(จากตอนที่ 12)
      5 กรกฎาคม 2562 / 07:18
      แบบนี้ก็สมเหตุผลดีนะ ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าสำนักฝึกยุทธ์ไม่ใช่หรอคะหรือคุณลืม5555 มันไม่ใช่ทุกคนท้อยู่ดีๆจะมีโชคหล่นทับ มีตำราสุดเทพโผล่มาง่ายๆ แบบนั้นสิที่แปลก งงมาก จะให้ไปฝึกวิชาที่ไหน ก็กำลังสอบเข้าสำนักฝึกยุทธ์อยู่5555
      #828-4
    • #828-5 Rinovel(จากตอนที่ 12)
      8 กรกฎาคม 2562 / 12:34
      ฮัลโหล คือ24จริงแต่มาจากโลกอื่นไงคุณ โลกที่เขาไม่ได้ฆ่ากันเป็นเรื่องปกติ ถ้าข้ามมาเห็นคนโดนฆ่าตายต่อหน้าต่อตาแล้วยักไหล่ยิ้มชิลๆ นี่สิประหลาด จะให้รีบไปไหนคะ
      #828-5
  14. #759 nontoy612 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:15
    -_-

    ถามหน่อยถ้ามีขอทานมาทำอาหารให้กิน

    จะกินบ่

    งานบ้าน?บ้านก็ไม่มี

    แบบนี้สมเหตุสมผลล่ะ
    #759
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #542 dTEKU (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 02:16

    ปกป้องกะผีน่ะสิ ดูแลตังเองให้รอดก่อนค่ะนายเอก

    #542
    1
    • #542-1 เมล (จากตอนที่ 12)
      20 มกราคม 2562 / 21:04
      อคติเกิ๊นเนอะเจ๊
      #542-1
  17. #366 d_nutss0648 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:29
    ........
    #366
    0
  18. #360 d_nutss0648 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:57
    ปักกก ดองนานเกินจำไม่ได้เเหละ ใครชื่อไรบ้าง กลับไปอ่านใหม่ก่อย55555
    #360
    0
  19. #279 uๅuะ~* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:33
    วิชชุ (สายฟ้า) คำบางคำถ้าต้องแปลไทยเป็นไทยอีกมันยุ่งยากไปไมคะ ถ้าปรับแก้ได้จะดีมาก ขอบคุณที่รับฟังความคิดเห็นค่ะ
    #279
    1
    • #279-1 มินมิน (จากตอนที่ 12)
      27 ธันวาคม 2561 / 16:28
      เราว่าไม่แปลกนะคะ คำว่าวิชชุก็เป็นการเลือกใช้คำสวย ซึ่งก็นิยมการเลือกใช้คำสวยๆ ในนิยายอยู่แล้ว

      เหมือนเวลาใช้คำว่า นที ธารา ชลธาร ภูษา ภูผา อาภรณ์ อัคคี วายุ ซึ่งก็เจอประจำในนิยายอยู่แล้ว

      ไม่ใช่คำแปลกใหม่ถึงขนาดต้องแปลไทยเป็นไทยนะคะ หรือถึงไม่คุ้นศัพท์ หาศัทพ์สักนิดก็เพิ่มความรู้ได้นะ
      #279-1
  20. #149 สล็อตเป็นตะคริว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:29
    เมื่อไรจะขายคะะะ T T
    #149
    0
  21. #147 sweet-meringue (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:00

    น้องยังไงก็ยังเป็นน้อง งุ้ย~~

    #147
    0
  22. #146 Z.XiUWEN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 14:03
    ขายวันนี้เลยได้ไหมคะะะ ค้างมาก55555
    #146
    0
  23. #145 MooK_IGOT7 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 13:59
    ฮัลโหลววว นังเด็กนั่นยังไม่ถึง10ขวบเลยชอบเลี้ยงต้อยเรอะ
    #145
    0
  24. #142 Par_dao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 12:33
    เสี่ยวเจวี๋ยทำดีมากแต่สงสารน้องซ่างเหยียนอายุน้อยแต่อำมหิต ปล่อยไว้คงลำบาก มารนหาที่ตายเองก็สมควรแล้ว กลัวแต่อนาคตคนในพรรคมาตามหาแล้วจะมีเรื่องอ่า เสี่ยวหู่หนูจะนอนเป็นตัวประกอบแบบนี้ไม่ด้ายยยย
    #142
    0
  25. #139 blackkozu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:47
    อาหลิงสู้ๆ คอยปลอบอาอวี้ดีๆนะะะ
    #139
    0