กลรักสกัดครองโลก (穿成炮灰之反派养成计划 ) สนพ.ไอริสบุ๊ค (นิยายแปลลิขสิทธิ์)

ตอนที่ 13 : ตอนที่12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,749 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

ตอนที่สิบสอง

            อวี้จือเจวี๋ยกำหมัดทั้งสองจนแน่น เขานั่งคุดคู้อยู่ในซอกหลืบโดยไม่ขยับ เป็นเพราะการต่อสู้เมื่อครู่นี้ทำให้เส้นผมยาวสลวยของเขาพันกันยุ่งเหยิงทั้งยังเปียกชุ่มตกลงมาปรกใบหน้า ยามนี้เองที่เขาเหลือบมองเห็นหลิงเซี่ย ร่างเล็ก ๆ พลันขดตัวคุดคู้ราวกับลูกหมาป่าตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนก ดวงตาที่ถูกบดบังด้วยเส้นผมอันยุ่งเหยิงคู่นั้นเต็มไปด้วยแววตื่นกลัวและหวาดระแวง จังหวะหายใจถี่กระชั้น เห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในสภาพตื่นตระหนกถึงขีดสุด

            หลิงเซี่ยพลันรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ กระเถิบเข้าไปใกล้ช้า ๆ อย่างระมัดระวังเป็นที่สุด ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

               “ไม่ต้องกลัว... อาเจวี๋ย เจ้าทำดีมาก เจ้าช่วยทั้งข้าและเสียวหู่...” เขาพูดย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลางคุกเข่าลง มองดวงหน้าของอวี้จือเจวี๋ยด้วยดวงตาจริงจังทว่าสงบนิ่ง

            อวี้จือเจวี๋ยกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “จริงหรือ เขาตายแล้วนะ...”

            เขาหวนนึกถึงความรู้สึกประหลาดตอนที่กระซวกแทงเข้าไปในร่างของซ่างเหยียน ฉับพลันฝ่ามือของเขาก็เกร็งกระตุกอย่างไม่อาจควบคุมได้ บอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะเจ็บปวดหรือหวาดกลัว แต่ความรู้สึกขยะแขยงน่าจะมีมากกว่า ความรู้สึกน่ารังเกียจชิงชังเช่นนั้นกลับย้อนเข้ามาปรากฏในหัวของเขารอบแล้วรอบเล่า ราวกับฝันร้ายที่วนเวียนเข้ามาไม่หยุด...

            หลิงเซี่ยกระเถิบเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อย สบสายตากับอวี้จือเจวี๋ยโดยไม่กะพริบ “ข้ารู้ แต่เขาจะฆ่าพวกเรา ดังนั้นเจ้าไม่ได้ทำอันใดผิดเลยสักนิด... เมื่อครู่มือของเจ้าได้รับบาดเจ็บ ยื่นมาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่”

            อวี้จือเจวี๋ยยื่นมือออกไปช้า ๆ อย่างลังเล หลิงเซี่ยประคองรับไว้อย่างระมัดระวัง พลันรู้สึกถึงสัมผัสอันเย็นเฉียบและสั่นระริกบนร่างของอวี้จือเจวี๋ย

            เป็นเพราะคุณสมบัติในร่างกายนี้ส่งผลดีต่ออวี้จือเจวี๋ยเอง บริเวณที่มีเลือดออกก็ค่อย ๆ ไหลช้าลงแล้ว แต่ก็ยังดูน่ากลัวยิ่งนัก หลิงเซี่ยแค่มองยังรู้สึกทนไม่ไหวเลย เขาทอดถอนใจด้วยความรู้สึกปวดร้าว

            “อาเจวี๋ย เดี๋ยวพวกเราเข้าไปในถ้ำกันก่อนดีไหม เราต้องทำแผลเสียหน่อย” หลิงเซี่ยกล่าวเสียงนุ่มทุ้ม พอเห็นอวี้จือเจวี๋ยไม่ตอบ เขาก็ค่อย ๆ เข้าไปประชิดตัว ใช้มือโอบไหล่ของอวี้จือเจวี๋ย แล้วโอบรัดเขามาไว้ในอ้อมอกของตน

            ร่างของอวี้จือเจวี๋ยพลันแข็งเกร็ง พยายามดันตัวออกห่างตามการตอบสนองของจิตใต้สำนึกทว่าหลิงเซี่ยก็พยายามแนบอกอุ่นของตนเข้าไปอย่างดึงดัน ใช้มือลูบประโลมแผ่นหลังของ อวี้จือเจวี๋ยอย่างแผ่วเบา ลูบแล้วลูบอีก พอรู้สึกว่าแผ่นหลังอันแข็งเกร็งของเขาผ่อนคลายลงแล้วจึงหยุดมือ ก่อนจะอุ้มเขาขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม

            ร่างของเด็กน้อยเบาหวิวยิ่งนัก หลิงเซี่ยใช้วิธีการอุ้มที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยเช่นนั้น เขาใช้มือหนึ่งโอบบั้นเอวของอวี้จือเจวี๋ยส่วนมืออีกข้างรองบั้นท้ายของเขา ประคองอุ้มอวี้จือเจวี๋ยเหมือนกับอุ้มเด็กทารกเช่นนั้น ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปในถ้ำ

            อวี้จือเจวี๋ยไม่เคยแนบสนิทชิดใกล้กับใครเช่นนี้มาก่อน ศีรษะของเขาแนบชิดกับแผ่นอกของหลิงเซี่ย แทบจะได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่ทรงพลังทว่าดูสับสน เขารู้สึกฉงนอยู่บ้าง เหตุใดหัวใจของหลิงเซี่ยถึงเต้นเร็วขนาดนี้ ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับนุ่มนวลและเต็มไปด้วยพลังที่ชวนให้ผู้คนเชื่อมั่นเช่นนั้น

            เขาใช้มือซ้ายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเกาะที่หัวไหล่ของหลิงเซี่ยจนแน่น อยากบอกให้ปล่อยตนลงเสีย เขาไม่มีทางตกประหวั่นเพราะฆ่าศัตรูของตนตายเป็นแน่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกมา เขาเพียงแต่มองใบหูของหลิงเซี่ยอย่างเหม่อลอยจนกระทั่งหลิงเซี่ยวางเขาลง แต่ก็ยังรู้สึกงงงันอยู่อีกครู่หนึ่ง

            หลิงเซี่ยกวาดสายตามองโพรงถ้ำที่กลับเข้าสู่ความมืดสนิทและเงียบสงบดังเดิม ก่อนจะรีบตระเตรียมฟืนแห้งแล้วก่อไฟ เพียงแต่เพิ่งจะหมุนตัว ชายเสื้อของเขาก็ถูกดึงรั้งเอาไว้ อวี้จือเจวี๋ยกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง 

          “เจ้าจะไปไหน”

            หลิงเซี่ยสะดุ้งทีหนึ่ง “เสื้อผ้าของเจ้าเปียก ต้องรีบผึ่งไฟให้แห้ง แล้วข้าก็จะไปหายามาทำแผลให้เจ้าด้วย...” เขากล่าวปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน “เดี๋ยวข้าก็กลับมาแล้ว”

            อวี้จือเจวี๋ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออก หลิงเซี่ยพ่นลมหายใจออกมา แล้วก้มตัวลงมาลูบขม่อมที่เปียกชุ่มของเขา “เด็กดี”

            บนตัวของพวกเขาทั้งสามย่อมไม่มีวัสดุที่ใช้พันแผลอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว แต่เจ้าซ่างเหยียนมีถุงเก็บของมาด้วย ข้างในย่อมต้องมีสมุนไพรที่ใช้สมานแผลอยู่แน่นอน!

            หลิงเซี่ยก้าวฉับ ๆ เดินออกไป บังคับตัวเองปล่อยสมองให้ว่างเปล่า ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ข่มความรู้สึกหวาดกลัวแล้วพลิกศพของซ่างเหยียนทีหนึ่ง กระตุกถุงล่วมยาที่อยู่บริเวณบั้นเอวของเขาออกมา ขณะนั้นเองเขาดันสัมผัสโดนผิวหนังอันซีดเซียวที่ถูกน้ำฝนชะล้างจนเย็นยะเยือกผิดปกติของอีกฝ่าย พลันสั่นสะท้านขึ้นมา

            เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะรีบเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว หลังจากก่อกองไฟขึ้นมาใหม่ด้วยระดับความเร็วสูงสุดก็กลับไปนั่งข้างกายอวี้จือเจวี๋ย และแล้วร่างกายที่เย็นเฉียบก็ค่อย ๆ อุ่นขึ้นมา

            ในถุงล่วมยานั่นมีของอยู่ไม่น้อย หลิงเซี่ยเองก็ไม่รู้ว่าของชิ้นไหนใช้รักษาอาการบาดเจ็บได้ ตราบจนอวี้จือเจวี๋ยเห็นยาตานเหล่านั้น ชั่วประเดี๋ยวก็แยกออกว่ามียารักษาอาการบาดเจ็บที่พบได้ทั่วไปชนิดหนึ่ง แล้วกล่าวเสียงแหบแห้ง “อันนี้แหละ”

            หลิงเซี่ยค่อย ๆ ทาให้อวี้จือเจวี๋ยอย่างเบามือ แล้วใช้ผ้าฝ้ายสะอาดพันไว้ เขาก้มหน้ามองด้วยความรู้สึกปวดร้าวใจ ขนตางอนยาวอันเปียกชุ่มของอวี้จือเจวี๋ยกระพือไหวเล็กน้อย เป็นเพราะเสียเลือดมาก พวงแก้มและริมฝีปากจึงดูขาวซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

            “ข้าจะไปดูเสียวหู่สักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง” หลิงเซี่ยลูบขม่อมของอวี้จือเจวี๋ยเบา ๆ

            อันที่จริงเขาไม่ค่อยเป็นห่วงซ่งเสียวหู่เสียเท่าไร เพราะซ่งเสียวหู่มีคุณสมบัติพิเศษในร่างกาย ไม่มีทางตายเพราะถูกโจมตีด้วยธาตุสายฟ้าเพียงครั้งเดียวเป็นแน่ หากเปรียบกันแล้วเขาออกจะเป็นห่วงอวี้จือเจวี๋ยเสียมากกว่า การได้รับบาดเจ็บทางจิตใจย่อมสาหัสกว่าการได้รับบาดเจ็บทางร่างกายเป็นไหน ๆ

            บัดนี้อวี้จือเจวี๋ยหาได้มีท่าทีแข็งกร้าวเช่นปกติไม่ ในดวงตาสุกสว่างฉายความไว้เนื้อเชื่อใจและหวังพึ่งพาออกมาอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาเอาแต่จ้องมองเขาโดยไม่ขยับไปไหน

            หลิงเซี่ยถูกเขาจับจ้องจนรู้สึกบีบรัดหัวใจ อดไม่ได้ที่จะปลอบประโลมเขาอีกสองสามคำ “เดี๋ยวข้าก็กลับมา”

            ถึงแม้ตอนนี้ซ่งเสียวหู่จะตัวร้อนจี๋ แต่จังหวะลมหายใจกลับแผ่วเบาสม่ำเสมอ เพียงแต่มีเสียงกระแสไฟฟ้าถี่ละเอียดที่วิ่งไปทั่วร่างกายดังอยู่รำไร หลิงเซี่ยรู้สึกตื่นตระหนก

ในเรื่องเล่าว่า กระแสพลังธาตุสายฟ้าในร่างกายของซ่งเสียวหู่จะถูกปลุกขึ้นหลังจากที่เขาถูกฟ้าผ่าใส่ครั้งหนึ่ง หรือเป็นเพราะถูกเวทศาสตราธาตุสายฟ้าของซ่างเหยียนชิ้นนั้นโจมตี ทำให้สำแดงออกมาก่อนเวลา

            หลังจากวางใจแล้ว เขาก็รีบกลับไปอยู่ข้าง ๆ อวี้จือเจวี๋ย กุมมือที่มีบาดแผลของเขา แล้วโอบเขาให้เข้ามาพิงไหล่ของตนก่อนจะกล่าวด้วยเสียงนุ่มทุ้ม “เจ้าต้องพักผ่อนเสียหน่อย หลับเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะเรียกเอง”

            น้ำเสียงนี้ราวกับจะขับกล่อมเขาให้เข้าสู่ห้วงนิทราก็มิปาน อวี้จือเจวี๋ยปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่อฟัง เพียงแต่ขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้น กลับรู้สึกว่าร่างกายถูกยกขึ้นก่อนจะวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล เขาพลันรู้สึกระแวงในใจ หลิงเซี่ยจะทำอันใดกันแน่? หรือว่าจะทิ้งตนกับซ่งเสียวหู่แล้วหนีไปคนเดียว

            แต่เขาก็มิได้ลืมตาขึ้น เพียงแต่ชั่วเวลานั้นหัวใจพลันเต้นระทึกอย่างสับสน เขาขบเม้มริมฝีปากล่างจนแน่น

            เขาได้ยินหลิงเซี่ยผ่อนฝีเท้าแล้วก้าวออกไป ทว่ากลับหยุดอยู่ไม่ห่างจากปากถ้ำเท่าใดนัก หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงขุดดิน... เขาพลันกระจ่างแจ้งในทันที

            หลิงเซี่ยนึกว่าอวี้จือเจวี๋ยหลับไปแล้วจึงได้เดินออกไป เขาเองก็ต้องใช้ความกล้าอยู่พอสมควร ในเมื่อลูกบ้านตัวเองไปฆ่าเขา ถึงอย่างไรก็ต้องช่วยกลบฝังซากศพและอะไรต่อมิอะไรให้เรียบร้อย การกระทำเช่นนี้มิใช่เรื่องน่าอภิรมย์แต่อย่างใดเลยสักนิด!

            แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งหวาดหวั่นยิ่งกว่าก็คือ ซ่างเหยียนเป็นศิษย์สายตรงของท่านเจ้าเมืองอวิ๋นเซียว หากปล่อยให้คนล่วงรู้ว่าตายด้วยน้ำมืออวี้จือเจวี๋ยล่ะก็ พวกเขาทั้งสามคนรอลงไปเล่นหมากกระดานกับท่านยมบาลได้เลย!

            และแล้วฝนก็ตกเบาลงเรื่อย ๆ หลิงเซี่ยไปหยิบก้อนหินปลายคมมาสองก้อน ก่อนจะออกแรงขุดด้วยมือทั้งสองข้าง เนื่องจากฝนตก น้ำฝนและดินจึงผสมรวมกันแทบจะเป็นโคลน เมื่อดินนิ่มเวลาขุดจึงไม่เปลืองแรงมากนัก แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวบนร่างของเขากลับเปื้อนเปรอะเลอะโคลนจนดูไม่ได้ เขาเกรงว่าจะส่งเสียงดังรบกวนจนทำให้อวี้จือเจวี๋ยตื่นขึ้นมา ดังนั้นจึงขุดอย่างไม่รีบร้อน

            ตราบจนขุดหลุมที่สามารถบรรจุคนได้หลุมหนึ่ง หลิงเซี่ยก็เรียกความกล้าเดินไปที่ร่างของซ่างเหยียน ก่อนจะลากเขาลงไปนอนในหลุม แล้วโยนกระบี่สั้นเล่มนั้น ถุงเก็บของ รวมถึงมีดสั้นของอวี้จือเจวี๋ยและของต่าง ๆ ลงไปในหลุมด้วย

            เขาขบเม้มริมฝีปากพลางโกยดินลงไปเหมือนกับหุ่นยนต์ จนเมื่อส่วนหัวของศพที่จมอยู่ในน้ำโคลนถูกกลบจนมองไม่เห็น อีกทั้งพื้นดินบริเวณนั้นราบเรียบเสมอกันจึงหยุดมือ

            เขาอ้าปากหอบหายใจอย่างแรง ยกมือขึ้นกุมศีรษะพลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมาเงียบ ๆ ในใจบังเกิดความรู้สึกคลื่นเหียนตีขึ้นท่วมถ้นราวกับพลิกแม่น้ำคว่ำสมุทร ทว่ากลับอาเจียนไม่ออกเลยสักนิด

ให้ตายเถอะ! ความรู้สึกผิดบาปเหมือนตัวเองเป็นฆาตกรนี่ช่างเป็นความรู้สึกที่บัดซบสิ้นดี!

เขาปาดน้ำตาออกอย่างแรง ก่อนออกแรงขัดถูคราบโคลนตามมือตามตัวในร่องน้ำขังใกล้ ๆ นั่น พอแน่ใจว่าสะอาดดีแล้วจึงเดินกลับเข้าไปในถ้ำ

            ทั้งอวี้จือเจวี๋ยและซ่งเสียวหู่ต่างนอนราบอยู่ที่พื้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าเปลวไฟเริ่มมอดลงแล้ว ฟังจากเสียงหายใจคงจะหลับกันอย่างสนิท หลิงเซี่ยจึงค่อยวางใจลงได้ เขารีบเติมฟืนเข้าไปอีกหน่อย ก่อนจะนั่งลงตรงหน้ากองไฟเพื่อผึ่งเสื้อผ้าของตนให้แห้ง เนื้อตัวสั่นระริก

            กำหนดเวลาห้าชั่วยาม...ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ก็น่าจะปาเข้าไปสองชั่วยามแล้ว

เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง โถ่เว้ย!

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.749K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,215 ความคิดเห็น

  1. #1160 Yok Poog (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 11:51
    แอบคิดว่าถ้าความแตก พี่ใหญ่จะรับผิดชอบว่าตนนั้นเป็นคนทำรึเปล่านะ แต่จริงๆขออย่าให้ใครเจอเลย
    #1,160
    0
  2. #1123 _jully_P🌼 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 11:05
    กลัวใจจังเลยขออย่าให้เจออะไรร้ายๆกันเลยนะㅠㅠ
    #1,123
    0
  3. #1022 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 18:12
    น้องน่าสงสารมากอ่ะ ฮือออออ
    #1,022
    0
  4. #1012 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:28
    นายเอกเป็นพี่ใหญ่เเบกรับอะไรหลายๆอย่างไว้เพราะต้องการให้เด็กทั้งสองมีเส้นทางที่ดี นายเอกแกร่งทางใจพอตัวเลยนะ น้องฆ่าเขาไม่ต้องกลัวพี่ฝังมันให้ โอ้ย
    สตรอง
    #1,012
    0
  5. #980 0880707798 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:25
    มีความลูกบ้านตัวเองไปฆ่าเค้าทำตัวเป็นแม่ที่ดี
    #980
    0
  6. #947 Vsundae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 20:03

    นายเอกคุมสติดีมาก ฝังศพแล้วกำจัดหลักฐานไปด้วย ดูแลทั้งสองคนไปด้วย เป็นตลค.ทึ่ให้ความรู้สึกน่าพึ่งพาจริงๆนะ

    #947
    0
  7. #863 GokuH@y@ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:35

    โอ๋ๆๆๆๆ

    #863
    0
  8. #761 happy-sin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:06
    ในด้านจิตวิทยานายเอกเราว่าน่าสนใจมาก เรายังไม่รู้ภูมิหลังนายเอกหรืออะไร ส่วนตัวว่าขนาดนี้ก็เก่งแล้ว แต่ที่ไม่ชอบเลยคือเหตุผลที่ข้ามมิติมา ยังคาดหวังว่าอาจมีเบื้องหลังบ้าง คงน่าสนใจกว่านี้
    #761
    0
  9. #742 เคิร์ส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:27
    หลายๆคนบอกว่าตัวเอกธรรมดาไป ไม่สักนิด!! แบบนี้สิเรียกว่าดีแล้วน่ะ!
    #742
    1
    • #742-1 Scarlettxd✿(จากตอนที่ 13)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:05
      ใช่เลยยย !!!
      #742-1
  10. #313 KSNKETS (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 03:11
    บทนี้เป็นเสียวหู่แล้ว ขอบคุณค่ะ ถึงเราไม่ได้มาอ่านและคอมเม้นต์ตั้งแต่ลงใหม่ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าสนพ.รับฟังความเห็น น่ารักมากเลยค่ะ :D
    #313
    0
  11. #237 Miinkym (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:43
    ตอนก่อนหน้าบอกว่ากำหนดเวลาไว้10ชั่วยามนะคะ แต่ตอนนี้บอก5 ตกลงกี่ชั่วยามคะ
    #237
    2
    • #237-1 irisbook(จากตอนที่ 13)
      18 ธันวาคม 2561 / 15:28
      คำแปลอิงตามต้นฉบับจีนของนักเขียนทั้งหมดค่ะ แต่ในกรณีที่มีการความผิดพลาดเรื่องเวลา อายุตัวละครในเนื้อเรื่อง ทางสำนักพิมพ์เราจะขออนุญาติแก้ไข้ให้เหมาะสม โดยขออนุญาติ ทางนักเขียนก่อน ขอบคุณที่เตือนนะคะ จะขอนำไปแก้ไขให้เหมาะสมค่ะ
      #237-1
  12. #204 lunatic.august (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:03
    อย่างน้อยก็รู้สึกว่าหมอนี่เป็นคนธรรมดาขึ้นมา ต่างจากตัวเอกเรื่องอื่นเลย 55555
    #204
    0
  13. #178 bj vamtoon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 00:47
    รอนะครับ
    #178
    0
  14. #177 รรรร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 14:05

    ต่อออออออ

    #177
    0
  15. #174 Wave_Dath (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:24
    รอเทอโตอยู่นะจ้ะ
    #174
    0
  16. #173 Pzsxdc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 22:55

    นานๆทีจะเห็นคนเขียนคำว่าขม่อม ภาษาดีอ่านง่ายดีค่ะ
    #173
    0
  17. #171 l3oss_it (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 00:47

    น่าสงสารทั้งสามคนเลยโดยเฉพาะอาเจี๋ย หลิงเซี่ยนายต้องช่วยทั้งสองคนให้ผ่านไปให้ได้นะ

    ใช้คำว่าโอบรอบเอวดีกว่าบั้นเอวดีกว่าไหมนะ แล้วก็คำว่าขม่อมเปลี่ยนเป็นกระหม่อมไม่ก็ศีรษะไม่ดีกว่าเหรอ เพราะอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆหน่อยๆนะ

    #171
    0
  18. #170 Whatever it is (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 17:34
    น่าสงสารเด็กๆ
    #170
    0
  19. #169 Kisune-Net (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 16:08
    มีความรับผิดชอบมากกกด หลิงเซี่ยยย! ชอบบบบบ T T //รอเล่มมมม
    #169
    0
  20. #168 kazuya nikki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 10:26
    ชอบบบบบบบบ
    #168
    0
  21. #167 love lesson (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 23:55
    พี่คนโตเก่งมากกกกกก ดูน้องๆ ดีๆ นะคะ
    #167
    0
  22. #166 MimiminMi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 23:48
    หลิงเซี่ยนายต้องอดทนเพื่อน้องๆนะ พี่คนโตสุดยอดดด
    #166
    0
  23. #165 กลอส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    ออกต้นปีหน้าเลยคะ อยากอ่านเป็นเล่มแล้ววววว
    #165
    0
  24. #164 punch98line (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:34
    ฮืออ ความเป็นพี่คนโต ต้องรับผิดชอบสิ่งที่น้องๆทำ ตอนนี้ทุกคนกำลังอ่อนเเอ เเต่ถ้าพาล้มกันหมดก็ไปไม่รอด หลิงเซี่ยนายเข้มเเข็งมาก!! หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้น้องๆทั้ง2คนโตมาเเล้วรักพี่ใหญ่คนนี้ให้มากๆนะ
    #164
    0
  25. #162 พริกหยวกน่ะถูกแล้ว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:09
    ก่อนหน้านี่หลิงเซี่ยดูโง่เง่าและพึ่งพาไม่ได้เอาเสียเลย แต่วันนี้เข้มแข็งได้ถูกเวลามาก
    #162
    0