smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 44 : not good not bad

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

 

 

not good not bad

 

.

 

 

 

เอาจริงๆกิจกรรมยามว่างของกลุ่มเราคือเล่นดนตรีนะ แต่ช่วงนี้เรียนเยอะขึ้นก็หายๆกันไป... มันบังเอิญดีที่เราทั้งหกคนชอบเล่นดนตรีเหมือนกัน มาอยู่กลุ่มเดียวกันสงสัยจะเป็นพรหมลิขิต...

 

เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงๆ มิตรภาพและความหลงใหลที่เหมือนกัน

 

 

“จะอ้วก พรหมลิขิตของมึงเนี่ยไอ้เซฮุน”

 

“เออ อยู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา”

 

“หรือมึงว่าไม่จริง ก่อนจะคบกันมาสามปีคุยกันไปคุยกันมาเล่นเป็นกันหมด”

 

 

บทสนทนาเรื่องนี้ก็หยิบขึ้นมาคุยได้ทุกปี จนเริ่มมีความคิดอยากลอง...

 

 

“ซ้อมไปประกวดกันป่ะ ได้ตั้งหลายวอน แล้วเอาเงินไปเที่ยวกัน” ชานยอลเสนอ มันเองเล่นกลองได้ดีและก็มีเหตุผลที่มันอยากจะประกวดมากๆด้วย

 

“มันคงเจ๋งถ้ามึงทำทุกอย่างคนเดียวอ่ะ นึกละตลก” แบคฮยอนขำ

 

“อย่าเถอะ แค่นี้สาวทั้งมหาวิทยาลัยก็อ่อนระทวยกับมันเป็นแถวละ”

 

“...แต่มีอยู่คนนึง” คยองซูเปิดประเด็น ก่อนที่แต่ละคนจะพากันหัวเราะเยาะเย้ย

 

“พี่จีซู ยิ่งกว่าเอลซ่ากำแพงโคตรน้ำแข็ง”

 

“เขาก็โสดนะ ไอ้ชานยอลแม่งก็หล่อวัวตายควายตะลึงแต่เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลียวมองมัน” คนโดนกล่าวถึงนั่งนิ่ง ก่อนจะยกขาขึ้นเตะไอ้จงอินที่พูดมาก

 

“...ถึงอยากชวนประกวดไง”

 

 

จีซูเป็นผู้หญิงที่ทุกคนในกลุ่มรู้ว่าไอ้ชานยอลแอบชอบมาหลายเดือนแล้ว มันชอบเขา พยายามเข้าไปจีบแบบห่างๆไม่ได้รุกจนน่าเกลียด ส่งดอกไม้ไปให้ ซื้อขนมไปฝาก บางทีเขาก็เอาให้หมากินต่อหน้ามันก็โดนมาแล้ว...

 

“เผื่อจะชนะใจเขาได้”

 

“มา! ลองดู...เพื่อให้เพื่อนสมหวังและได้ไปเที่ยวกัน” เซฮุนยื่นมือไปวางข้างหน้าตามด้วยมือจงอิน คยองซู แต่ก่อนที่จะวางกันครบ

 

 

“กูปวดขี้ว่ะ ขอตัว”

 

แบคฮยอนลุกเดินออกไป เดินออกไปไกลเลยห้องน้ำไปด้วยซ้ำ อยากเดินกลับบ้านไปเลยในตอนนี้ ไม่ได้ฟัง ไม่อยากได้ยินอะไรเลย

 

 

ไม่อยากได้ยินอีกครั้งว่ามันชอบใคร ไม่อยากรับรู้ว่ามันจะทำอะไร

 

 

“แบคฮยอน!” เป็นซูโฮที่วิ่งตามมาเรียก เขาหยุดเดินก่อนที่มันจะเดินมาข้างหน้า

 

“เห้อ” มันถอนหายใจ ก่อนที่จะดึงเขาเข้าไปกอด

 

“มึงบอกอย่าให้กูร้องไห้ แต่ที่มึงทำกำลังจะทำให้กู... กูร้องไห้”

 

“ไม่ทำก็ไม่ต้องทำนะไอ้ประกวดอ่ะ” ซูโฮมองหน้ามันที่น้ำตาคลอเบ้า

 

“คงคิดดูก่อน”

 

 

แต่เขารู้ว่าแบคฮยอนมันเป็นคนใจอ่อน...โดยเฉพาะกับคนที่มันชอบ

 

 

... กับปาร์คชานยอลคนนั้น

 

 

เพื่อนสนิท คำจัดความของแบคฮยอน

 

 

 

 

 

 

ในร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่พวกเราพากันมากินหลังจากเลิกเรียนกับมาคุยเรื่องจะซ้อมดนตรีเพื่อไปแข่ง แต่ชานยอลกลับไม่เห็นแบคฮยอน เพราะอีกฝ่ายขอแยกตัวออกไป

 

“แบคฮยอนไปไหน”

 

“สมัครเรียนภาษาอังกฤษ”

 

“อ่อ ว่าจะชวนคุยเรื่องดนตรี รอมันก่อนแล้วกัน”

 

ชานยอลชูโทรศัพท์ที่เป็นประกาศรับสมัครวงดนตรีประกวดระดับมหาวิทยาลัย โดยรางวัลได้ตั้งสองล้านวอน รอไม่นานแบคฮยอนก็เดินตามมาร่วมวง ที่ว่างข้างๆคือที่นั่งข้างปาร์คชานยอล

 

“ฮุน มึงเขยิบไปกูจะนั่งข้างซูโฮ”

 

“เอ่า เรื่องมากอีกไม่อยากนั่งใกล้ชานยอลมันเหรอ”

 

“เออ” เขาทำเป็นกระแทกเสียง และพอเขานั่งลงแล้ว ชานยอลก็เปิดประเด็นขึ้นมาเลย

 

“นี่ เรื่องประกวด” มันส่งโทรศัพท์มาให้เขาดู

 

“แล้ว?” เขาถามออกไป

 

“ทุกคนโอเค เหลือมือคีย์บอร์ด” เขารู้ว่าเครื่องดนตรีนี้จะไม่มีก็ได้ เซตเอาก็ได้

 

“กูไม่สะดวกว่ะเพราะกูต้องเรียนอิ้งเพิ่ม อีกอย่างก็จะประกวดแล้วเดี๋ยวจะเสียเวลาพวกมึง”

 

“เอ่า ไม่เป็นไรเราก็แบ่งเวลาที่ไม่กระทบกับเวลาเรียนมึงไง” เซฮุนช่วยเสริม

 

“ไม่มีกูก็ไม่เห็นเป็นไร”

 

“เป็น” ชานยอลพูดออกมาก่อนจะหันมามองหน้าเขา

 

“กูกับเพื่อนคิดไว้ว่าจะเล่นเพลง แล้วมึงเองก็ร้องได้ดี กูเลย

 

“กูขอคิดก่อนแล้วกัน กูเหนื่อยว่ะ”

 

ไม่มีใครรู้ว่าหลังๆว่าแบคฮยอนเป็นอะไร อย่างวันนี้ที่มันพูดจบก็เก็บกระเป๋าลุกออกไปเลย ซูโฮไม่ได้ตามไปแบบทุกครั้ง แต่เป็นชานยอลที่บอกกับเพื่อนว่าจะตามออกไป

 

 

“แบคฮยอนๆ”

 

“...”

 

“ขึ้นรถดิเดี๋ยวไปส่ง”

 

“ไม่ต้องหรอก กูอยากกลับเอง”

 

“มานี่” ชานยอลเข้าไปคว้าข้อมือของแบคฮยอนเอาไว้ ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามมาที่รถ

 

“เป็นเหี้ยไร”

 

“มึงนั่นแหละ เป็นเหี้ยอะไร”

 

“...”

 

“ช่วยเพื่อนแค่นี้ไม่ได้เหรอ กูแค่อยากชนะใจเขาบ้าง”

 

“...”

 

“นะ แบคฮยอน ตั้งวงไปประกวดกัน”

 

“มันไม่ง่ายกว่าเหรอถ้ามึงเดินไปสารภาพกับเขา ทำไมต้องลำบากกูและคนอื่น”

 

“กูทำทุกอย่างแล้วไง พี่เค้าไม่สนใจกูเลยมึงก็รู้”

 

 

กูไม่อยากรู้หรอก

 

 

แบคฮยอนเงียบไป ชานยอลเองก็ลำบากใจขึ้นมา

 

 

“...มึงจะมีความสุขใช่มั้ย”

 

“แน่นอน นะ” มันทำตาปิ๊งๆใส่อีก

 

“อืม”

 

 

ก็ถ้ามึงมีความสุข

 

 

“เดี๋ยวเลี้ยงชาบู”

 

“เห็นกูเห็นแก่กินเหรอ ห๊ะ”

 

“แล้วกินมั้ยล่ะครับ” แบคฮยอนย่นจมูกใส่มัน ก่อนมันจะพามาแวะที่ห้าง

 

“กินเลยเหรอ”

 

“อืม มัดจำก่อนมึงเดี๋ยวหนี”

 

“...กูไม่ผิดสัญญากับมึงหรอก ไม่ต้องห่วง”

 

 

 

.

 

 

 

หลังจากนั้นมาเราก็เริ่มซ้อม ช่วยกันแต่งเพลง ทำเพลง เข้าสมัครประกวดกับทางมหาวิทยาลัย กติกาก็ค่อนข้างฟรีสไตล์ จะแต่งเพลงเองทำดนตรีเองก็ได้ หรือจะเอาเพลงมาทำในสไตล์ของวงก็ได้

 

“เพลงที่แบคฮยอนแต่งให้แม่งโคตรเจ๋ง”

 

ผู้ชายไหล่กว้างที่จะพาคุณกลับบ้านได้ แม่งได้ว่ะ!” จงอินลุกขึ้นปรบมือให้ก่อนจะเดินไปยีหัวมัน

 

“แต่งนานมั้ยเนี่ย” ชานยอลถามออกมาตอนอ่านเนื้อเพลง

 

เขาลองกลับไปแต่ง แล้วก็เอามาให้เพื่อนทุกคนช่วยกันดูว่ามันโอเคมั้ย ... เพลงแบบนี้น่ะ

 

“สามวันมั้ง”

 

“ระดับเทพแล้ว ขอบใจนะ” ชานยอลเลื่อนไปโอบไหล่มัน บีบๆแกล้งๆให้กำลังใจมันหน่อยที่อุตส่าห์แต่งเพลงขึ้นมาให้

 

แบคฮยอนมันมีพรสวรรค์เหมือนกันนะเนี่ยนอกจากร้องเพลงเพราะแล้ว เล่นเปียโนได้ แต่งเพลงได้อีก

 

 

“มึงก็ไปบอกเลย บอกไปว่ามึงแต่งเอง”

 

“แบคฮยอน” ซูโฮเรียกเตือนสติมัน คนอื่นเองก็มองมาที่แบคฮยอนมันเหมือนกัน

 

“อะไรกันเล่า!” มันหัวเราะ

 

“...”

 

“นี่ทำเพื่อเพื่อนไง ของขวัญวันเกิดย้อนหลังมึงด้วย” แบคฮยอนยักคิ้วให้

 

“ไม่ดีมั้ง”

 

“เหอะหน่า เขาคงจะประทับใจเพราะกูว่ามันเพราะมาก” แบคฮยอนยังคงร่าเริง ก่อนที่จะขอออกไปมินิมาร์ท

 

 

“ take you home... ”

 

 

 

เขาปล่อยให้ตัวเองเดินช้าลงระหว่างทางไปมินิมาร์ท ตามทางตอนนี้ที่ยังมีฝนลงปรอยๆหลังจากตกหนักมาแล้ว

 

เพลงนั้นเขาตั้งใจแต่งมากๆ ทีแรกไม่ได้คิดว่าจะแต่งได้ แค่ลองเขียนดู...เขามีสมาธิกับมัน นึกถึงการเป็นคนใจดีและหวังดีคนนึง ซึ่งชานยอลเป็นแบบนั้นเพราะพี่จีซูพึ่งเลิกกับแฟนมา ไม่นานก็คงมีชานยอลเข้าไปในชีวิต หลังจากนี้ก็หวังว่าจะฉลาดมากพอที่จะรีบทำคะแนนนะ

 

เพราะถึงตอนนั้นตัวเองก็ไม่รู้ว่าสภาพจะเป็นยังไง จะแย่ไปมากกว่านี้ได้อีกมั้ย นึกแล้วก็ขำออกมา

 

 

 

“โห กว่าจะหาเจอ”

 

“มาไมอ่ะ” ตอนที่หอบน้ำอัดลมกว่าสิบกระป๋องในมือ หันไปก็เจอชานยอลที่วิ่งหน้าตั้งมาทางนี้

 

“ก็ออกมานาน”

 

“เป็นห่วงเหรอ”

 

“เปล่า ... ล้อเล่นหน่า ก็รีบมาตอบแทนผู้มีพระคุณที่แต่งเพลงให้ผมจีบไงครับ”

 

 

และชานยอลคงไม่สังเกตเลย ว่ามีใครหน้าเสียลงไปแล้ว

 

 

“มึงเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆเลยนะ” มันโอบไหล่ผม แต่ไม่เห็นจะช่วยผมถือเลย...ไอ้นี่

 

“ทีแบบนี้ชมกูใหญ่เลยนะ ไอ้ควาย”

 

 

มึงมันควายจริงๆ

 

 

“แล้วแทนที่มึงจะร้องทำไมต้องเป็นกู”

 

“..กูควรร้องเหรอ แต่เพื่อนจะไม่ได้เงินไปเที่ยวนะ” แบคฮยอนขำออกมา อันนี้ขำจริงๆ มันก็ไม่ได้ร้องแย่ขนาดนั้นนะ

 

“มึงร้องนั่นแหละ เดี๋ยวกูมีวิธีจัดการ”

 

“อื้อ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเวลาผ่านไป เราซ้อมกันอยู่ทุกวันเจอกันทุกวัน บางวันก็มานอนกันที่บ้านไอ้ชานยอลที่ใช้เป็นที่ซ้อมชั่วคราวเพราะมันเล่นกลองอยู่แล้ว สถานที่อะไรๆก็เลยสะดวก

 

“อ้าวจะไปไหน” เสียงงัวเงียของเจ้าของบ้านทักขึ้นมาในคืนหนึ่ง เมื่อแบคฮยอนจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ

 

“มองเห็นมั้ย”

 

“เห็นๆ” แบคฮยอนตอบ เพราะคราวที่แล้วที่มาบ้านเขาสะดุดขาโต๊ะกินข้าวจนล้ม หัวเข่าแตกเดินกะเพลกเลย

 

“โอเค เดินระวังๆใกล้ประกวดแล้ว ไม่ได้นะเว้ย”

 

 

อ่อ.. คิดว่าเป็นห่วงซะอีก หวังอีกแล้วนะ

 

 

“เออ ไปนอนเหอะ”

 

“เดี๋ยวนั่งรอ”

 

“ไม่ต้อง” แบคฮยอนตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำเสียงเหวี่ยงออกไปแค่ไหน หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ นั่งอยู่ให้มันคิดว่านานจนมันกลับไปนอนเอง

 

กระทั่งมีเสียงเคาะประตู

 

“เห้ย! เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“เมื่อกลางวันกับตอนเย็นแบคมันก็กินข้าวไปหน่อยเดียว”

 

จนเริ่มได้ยินเสียงคนอื่นๆมาด้วย แม่ง...

 

“อะไรกันวะ”

 

“โทษทีกูเผลอหลับ” แบคฮยอนถูกระดมตีตอนที่ตอบไปนั้น

 

“ตกใจหมดไอ้นี่”

 

“ทำไมตาแดงวะ” เซฮุนถาม “มึงเผลอหลับใช่มั้ย”

 

“เออ”

 

“ไปนอนกันเหอะเดี๋ยวกูอยู่กับมั

 

“มึงก็ไปนอนเหอะซูโฮ เดี๋ยวกูขอคุยกับมันก่อน”

 

ซูโฮหันมามองหน้า ก่อนจะเดินกลับไป

 

“มึงร้องไห้เหรอ”

 

“...”

 

“กู ขอโทษถ้ากดดันมึง”

 

“...”

 

“แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่กูจะรบกวนมึงขนาดนี้”

 

เข้าใจถูกทางนะ กูร้องไห้เพราะมึง แต่แค่ผิดประเด็นไป

 

“อืม ก็บอกแล้วไงกูก็จะทำเพื่อมึง”

 

“...”

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มึงยังมีกูเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้”

 

 

 

เพื่อนที่หวังดีกับทุกคนเสมอมา

 

 

 

 

 

เมื่อวานเป็นศุกร์ และเป็นวันที่แบคฮยอนไม่ชอบเอาซะเลย

 

 

‘มึง ฝากเหมือนเดิม ‘จารย์เรียกอีกละ’

 

 

ในมือของผมถือช็อคโกแลตกับดอกกุหลาบสีแดงหนึ่งดอก มีการ์ดเล็กๆที่ผมไม่กล้ามองมัน แล้วดูมันดิ ยังเป็นช็อกโกแลตแบบคนรักสุขภาพเลย ใส่ใจเก่งที่หนึ่ง

 

ถ้าใครไม่รู้คงคิดว่าเป็นผมเองที่จีบพี่จีซู ก็เล่นมาที่คณะนี้บ่อยๆขนาดนี้

 

 

‘แฟนพี่ฝากมาอีกแล้วเหรอ’

 

พี่ยอนมีเพื่อนสนิทพี่จีซู แฟนพี่ที่ว่าเธอก็พูดเล่นถึงชานยอลนั่นแหละ

 

‘วันนี้จีซูมันไม่มา ขี้เกียจน่ะ’

 

‘อ่า...’

 

‘แต่พี่จะไปหามันอยู่นะ ฝากไว้ก็ได้’

 

‘งั้นรบกวนด้วยนะพี่’

 

 

 

 

 

 

จนวันนี้ วันที่ผมกับมันมาทะเลาะกันเรื่องของผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง

 

 

“เมื่อวันศุกร์กูฝากมึงไปไม่ใช่เหรอ แล้วนี้อะไรวะ” ช็อกโกแลตกับดอกกุหลาบถูกปาลงต่อหน้าแบคฮยอนและคนอื่นๆ

 

“เห้ย ใจเย็นดิ” คยองซูดันมันออกให้ห่างจากแบคฮยอน

 

“เออ ทำไมไม่ถามกันดีๆก่อน มึงเป็นอะไร” เมื่อมันมาขึ้นเสียงใส่เพื่อนเขา ซูโฮเองก็ไม่ยอมหรอก

 

“กูไปเจอมันวางอยู่ที่โต๊ะใต้คณะพี่จีซู ทั้งที่กูฝากแบคฮยอนเอาไปให้เขา”

 

“...”

 

“ทำไมอ่ะ ถ้ามึงไม่เต็มใจมึงก็แค่บอกกูมากูจะได้ไม่ยุ่งกับมึง!”

 

“ถ้าพล่ามจบแล้วก็ฟังกู” ทุกคนเองก็อยากฟังมันจากปากแบคฮยอนเหมือนกัน

 

“กูจะเอาไปให้อยู่แล้ว แล้วก็เจอพี่ยอนมีเขาบอกพี่จีซูไม่มา กูก็จะเอากลับมาคืนมึง แต่เขาบอกกำลังจะไปหาพี่จีซูพอดี ฝากเขาได้ กูก็ฝาก”

 

“...”

 

“เพราะกูรู้ว่ามึงอยากให้เขาได้รับของๆมึงใจจะขาดไง กูเลยฝากไป”

 

“...”

 

“กูผิดเอง โทษทีนะ”

 

พูดจบแบคฮยอนก็แหวกออกมาจากวง เก็บข้าวของออกไปเพื่อจะกลับ

 

 

“ทำไมไม่ถามกันดีๆก่อนวะ มึงอ่ะจะทำให้ทุกอย่างพัง” ซูโฮเดินตามออกไปหลังจากบอกมันด้วยความหงุดหงิด

 

“ครั้งนี้กูว่าเกินไปนะชานยอล มึงต้องใจเย็นมากๆเลย ไม่ใช่เพื่อวง”

 

“...”

 

“แต่มันคือความรู้สึกของเพื่อน”

 

เซฮุนไม่รู้ว่าการที่เราทำแบบนี้มันถูกมั้ย ตั้งแต่จะฟอร์มวงกันขึ้นมานี้ความสัมพันธ์และมิตรภาพของกลุ่มเราก็เปลี่ยนไป แบคฮยอนชานยอลดูจะทะเลาะกันหลายครั้งเรื่องพี่จีซู

 

แต่ก็มีแค่ไอ้ชานยอลที่ใจร้อนตลอด ส่วนแบคฮยอนมันก็ใจเย็นเกินและมันก็มีเหตุผลของมัน บางทีก็สงสัยว่าทำไมมันถึงยอมช่วยทุกอย่างขนาดนี้นะ มากกว่าที่พวกเราทำกันอีก

 

มันชอบชานยอลเหรอ แต่...ไม่น่าใช่มั้ง

 

ใครอยากจะช่วยให้คนที่ตัวเองชอบสมหวังกันล่ะ

 

 

 

 

“ไง”

 

“ย๊า กูจะกลับห้อง” เขารู้ว่าซูโฮเป็นห่วง แต่แม่งขี้เกียจจะอ่อนแอแล้วว่ะ

 

“กูขออยู่คนเดียวนะ”

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเดินแยกกับซูโฮ เขาเดินคนเดียวมาตามทางมาเรื่อยๆในหัวตอนนี้ไม่มีอะไรเลย มันช่างว่างเปล่า

 

กระทั่งมาถึงห้องตัวเอง เขาทิ้งตัวนอนลงไปทั้งแบบนั้น มองเพดานที่เหมือนมันฉายภาพวันนี้ซ้ำๆ มันไม่เคยหงุดหงิดใส่เขาขนาดนี้เลย...ดีแค่ไหน ที่ตัวเองไม่อ่อนแอต่อหน้าทุกคน

 

 

 

 

 

ก็อกๆ

 

 

 

 

pcy : กูเองนะ

         เปิดประตูให้หน่อยได้มั้ย

 

 

 

 

“อื้ม มีไรอีกอ่ะกูบอกไปหมดแล้ว”

 

“...ขอโทษนะ ที่เข้าใจผิด”

 

เขาเงยหน้ามองมัน รู้แล้วว่าอยากขอโทษจริงๆ

 

 

“เออ ไม่เป็นไร ไปๆกลับไปได้แล้ว”

 

“ซื้อไก่มาไถ่โทษ นี่” มันชูขึ้นมาให้ดู มีทั้งไก่แล้วก็น้ำอัดลมเลย

 

“เก๊าท์พอดีอ่ะกู”

 

“แล้วจะกินมั้ย”

 

“กินดิ”

 

 

แบคฮยอน...ก็ใจอ่อนง่ายๆแบบนี้แหละ ไก่ที่ชานยอลซื้อมามันเป็นร้านไก่ทอดร้านที่เราชอบไปกินกัน ร้านแรกที่ผมกับเขาไปกินตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ มาเจอกันครั้งแรก

 

“กินกี่รอบก็อร่อยเนอะ”

 

“อืม กินกับมึงกี่รอบก็อร่อย”

 

“เออ จำได้ตอนปีแรกเราไปกินกันที่มึงทำแก้วโค้กคว่ำ”

 

“ไอ้เชี่ย” มันหัวเราะเสียงดัง ตอนนั้นอายจริงๆคนหันมามองทั้งร้าน จากเสียงดังๆนี่เงียบไปหมด

 

“ก็รีบอ่ะ หิว”

 

“เด็กอ้วนจริงๆนะมึงเนี่ย”

 

“กินไป อย่าพูดมาก”

 

“...กูส่งข้อความไปหาพี่จีซูเว้ย นี่ เขาตอบด้วยนะ” แบคฮยอนผละออกมามองหน้าจอที่มันอยากให้เห็น

 

“ดีใจด้วย เขาคงเริ่มใจอ่อนแล้วแหละ”

 

“ใช่มั้ย เห้อ ค่อยมีกำลังใจซ้อมหน่อย

 

                ขอให้มันเต็มที่ เพราะเขาเองก็จะเต็มที่เหมือนกัน

 

 

 

ใกล้วันประกวดเข้าไปทุกทีเหลืออีกแค่สามวันเอง ตอนนี้ที่เรารู้มีวงเข้าแข่งประมาณสิบสองวงแล้ว วันนี้เราเลยตั้งใจมาซ้อมอย่างเต็มที่ที่สุด

 

“มา! ซ้อมใหญ่ๆ” จงอินนำทัพปลุกใจทุกคน

 

“อยากไปเที่ยวโว้ยยยยยย” ตามมาด้วยเซฮุนที่วางมือต่อมา

 

“สู้” ดีโอแหละ

 

“พี่จีซู”

 

แบคฮยอนมองหน้าซูโฮ เขาพยักหน้าเพื่อให้มันวางก่อน

 

“เห้อ”

 

“อ้าว ถอนหายใจทำไม”

 

“เปล่า อยากประกวดให้จบๆละ”

 

“...เพื่อชัยชนะและชนะชัย” แบคฮยอนพูดปิดท้าย

 

ก่อนที่ทั้งบ้านจะเต็มไปด้วยเสียงเครื่องดนตรีอยู่หลายชั่วโมง...ดีโอเป็นคนตั้งวิดีโออัดการซ้อมของเราไว้ แล้วค่อยเอามาดูว่าควรแก้ยังไง

 

เสียงเปียโนของแบคฮยอนและทั้งเสียงร้องเริ่มต้นขึ้น การร้องเพลงนี้เขากำลังคิดว่ามันต้องอาศัยจินตนาการและการมองโลกในแง่ดีสุดๆ

 

เขาพยายามอย่างหนักเลย

 

เรามีปรับเปลี่ยนกันนิดหน่อย ช่วงท้ายที่จังหวะจะหนักขึ้นเพราะกลองของชานยอลและมันจะร้องด้วย อาจจะดูไม่เข้ากัน แต่รอบที่แล้วแบคฮยอนมองว่ามันดี...เพราะชานยอลตั้งใจทำมันสุดๆ

 

“เชี่ย แจ่มว่ะ”

 

“ที่หนึ่งต้องเป็นของเรา”

 

“นี่ พวกมึงก็มั่นใจกันเกินไปละ” ถึงคราวดีโอต้องปราบ “แค่ทำสนุกๆไปละกันอย่ากดดัน จะโชว์สาวก็ทำไป”

 

“บอกพี่เขายังล่ะมึงอ่ะ”

 

“นัดกับพี่เขาวันนี้ ว่าจะไปบอกเหมือนกัน”

 

“แหม่ๆๆ”

 

“งั้นถ้าไม่มีอะไรแก้ วันนี้ขอไปหาพี่เขาก่อนนะ”

 

 

 

                ชานยอลนัดเธอมาที่คาเฟ่ไม่ใกล้จากบ้านของจีซู แม้จะไกลตัวเองแต่ก็คุ้มค่าที่จะได้ไปเจออีกครั้ง วันนี้ชานยอลซื้อดอกกุหลาบสีขาวมาหนึ่งดอก รู้มาอีกอย่างคือพี่จีซูไม่ค่อยชอบดอกไม้หรอกแต่ถ้าเป็นดอกกุหลาบก็คิดว่ามันคงไม่แย่อะไร

 

รอนานมั้ยวันนี้เธอใส่เดรสสีขาว ผมลอนทั้งหัว น่ารักชะมัดเลย

 

ให้อีกแล้ว ขอบใจนะ

 

ไม่เป็นไรครับ วันนั้น...

 

“อ่อออ ยอนมีบอกว่าลืม มันขี้ลืมจะตาย”

 

“อ่า งั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเอาไปอีกนะ”

 

“ไม่เอาแล้ว พี่เกรงใจ” ชานยอลยิ้มกว้างออกมา

 

“อ่อ ผมลืมบอกเรื่องประกวดวงดนตรี...วงผมได้ลงด้วยนะ”

 

“จริงเหรอ อื้ม พี่จะไปดูอยู่แล้ว” เธอดูตื่นเต้นไปด้วย

 

“ช่วยรอดูผมด้วยนะครับ”

 

“แน่นอน อยากเห็นว่านายจะทำอะไรน้า” รอยยิ้มของพี่จีซูสวยจัง ไม่เคยเจอใครยิ้มสวยแบบนี้มาก่อน ...อ่า แบคฮยอนไง ผมเคยล้อมันว่ามันยิ้มสวย ตอนนั้นมันตีผมใหญ่เลย

 

“ขำอะไร”

 

“ผมแค่นึกถึงเพื่อนน่ะครับ เคยแกล้งชมว่ามันยิ้มสวย...”

 

“แบคฮยอนน่ะเหรอ”

 

“ครับ ?”

 

“พี่เคยเจอเขาตอนกลับบ้านบ่อยๆ เขายิ้มให้พี่ตลอดน่ะ น่ารักดีนะ”

 

“เจอกันบ่อยๆเหรอครับ”

 

“อืม เอาของมาให้ก็บ่อยบอกนายฝากมาให้ โดนัทกับช็อกโกแลตนี่พอเถอะนะ” จีซูพูดอย่างขอร้อง

 

“แต่ไม่ปฏิเสธว่ามันอร่อยมากกก แต่พี่กินเยอะจะอ้วนน่ะ” แบคฮยอนมันช่วยเขาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

 

 

วันนี้ได้มาคุยกันสองคนแม้จะแค่ครึ่งชั่วโมง แต่มันมีความสุขมากเลย เขาเองไม่กล้ารบกวนเวลาอีกฝ่ายนานเพราะเหมือนจะมีนัด จะเซ้าซี้ถามต่อก็ไม่ได้เพราะไม่มีสิทธิ์...

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงเทสไมค์ดังขึ้นเป็นระยะ วันนี้แหละ...วันแข่งและเป็นวันที่คิดทุกอย่างจะจบ(ไปด้วยดี)ซักที

 

“ตื่นเต้นวะ” จู่ๆนักร้องนำก็บอกออกมาแบบนั้น แบคฮยอนตื่นเต้นเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แล้วคนมาดูก็เยอะมากๆเลย

 

“คิดซะว่าเขาไม่ได้มาดูเรา”

 

“หรา แค่ผู้หญิงที่ชอบเรียกพวกมึงว่าสามผัวนั้นก็ปาไปครึ่งมอละ กูว่ามาที่นี่หมด” ดีโอแซวพวกมัน ชานยอลยิ่งกดดันเลย

 

กลุ่มชมรมนั่นก็มา อาจจะมาเชียร์ตัวจี๊ดของกลุ่มก็ได้เห็นว่าเด็กใหม่ก็โคตรเท่นี่

 

“เอาเถอะอย่าไปเปรียบเลย คิดซะว่าเราน้องใหม่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

 

“ใช่”

 

ก่อนที่ชานยอลจะเดินมาหยุดยืนข้างหน้าแบคฮยอน แค่ไม่อยากให้มันตื่นเต้นมาก

 

 

“ทำให้เต็มที่นะ”

 

“...ก็ต้องบอกทุกคนนั่นแหละ” มันบีบไหล่เขา

 

วงเราได้ขึ้นโชว์เป็นวงรองสุดท้าย การจัดอันดับโชว์อยู่ที่คนจัดงาน เราก็พึ่งมาลุ้นวันงานนี่แหละ

 

“ยิ่งกดดันอ่า คิดซะว่ามาหนุกๆ”

 

เราออกไปดูวงอื่นๆที่เริ่มโชว์ ยังไงเสียทุกวงก็เตรียมตัวกันมาดีอยู่แล้ว หาจุดอ่อนจุดด้อยยากมากๆ ไม่รู้คนตัดสินจะวัดจากอะไร

 

แต่เราก็จะเต็มที่อยู่ดี

 

 

“พร้อมมั้ย มา”

 

“เฮ้!”

 

 

                ทันทีที่อีกวงจบ พวกเราค่อยๆเดินขึ้นไปจัดการกับเครื่องดนตรีต่อจากวงที่แล้วโดยมีพิธีกรพูดถ่วงเวลาไปก่อน ระหว่างนี้ก็มีเสียงกรี๊ดให้อยู่เรื่อยๆ

 

 

“เพลงนี้ชื่อ take you home ครับ .. ปาร์คชานยอลเป็นคนแต่ง” เท่านั้นเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่ม

 

เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง ตามมาด้วยเสียงร้องนุ่มๆของแบคฮยอน

 

ผมชอบร้องเพลง แต่ไม่เคยมีโอกาสขึ้นมาประกวดอะไรแบบนี้เลย แม้จะไม่มีใครร้องตามได้เหมือนเพลงที่วงอื่นๆเอามาร้อง แต่ทุกคนก็ช่วยกันโบกมือและยิ่งท่อนที่ชานยอลร้อง สาวๆกรี๊ดให้เยอะเลย รวมทั้ง

 

 

..

 

 

แควนชันนา มีอันฮาดัน มัล

กยอทเท อิซนึน กอทมันนือโร

ชุงบุนแฮ ฮาจีมา

 

 

ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษหรอก

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่มีคุณอยู่ข้างๆ

คุณไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมาหรอก

 

 

 

you don’t have to say sorry

it’s enough just having you...

 

 

 

 

 

 

“ไอ้เชี่ยอะไรวะ ใครจะคิดว่ามันจะร้อง...คนฮือฮากันเต็ม”

 

“จบแล้วกู...” ชานยอลเสยผมขึ้นด้วยความรู้สึกที่โคตรเซ็ง มันมาขนาดนี้คิดว่ายังไงวงมันก็ต้องชนะอยู่แล้ว ชมรมดังของมอ ที่ๆใครๆก็อยากเข้าไปอยู่

 

 

 

 

 

และก็จบ เราได้ที่สองมา อย่างน้อยก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง

 

 

 

“เห้ย เราก็เก่งนะคะแนนห่างเท่าขามด” ทุกคนพยักพเยิดไปมองคนที่นั่งซึมอยู่ที่โซฟา

 

“เครียดเลย มึงหล่อโคตรเลยรู้เปล่า จังหวะควงไม้กลองนี่แบบสาวกรี๊ดใหญ่”

 

“...แล้วแบคฮยอนไปไหน” ซูโฮเองก็ยังไม่เจอมันเหมือนกัน ตั้งแต่แข่งจบ มันก็บอกจะไปเข้าห้องน้ำแต่ก็หายไปนานละ

 

“เดี๋ยวกูไปดู”

 

 

 

 

                ความจริงแล้ว แบคฮยอนมาหาจีซู...

 

 

 

“ไงแบคฮยอน มาหาพี่เหรอ”

 

“ครับ คือ... วงเราเป็นไงบ้างครับ”

 

“เก่งนี่ ไม่คิดว่าพวกนายจะเล่นกันได้นะ แบคฮยอนน่ะร้องเพราะมากเลยไม่ใช่คำตอบแบบที่อยากรู้เลย

 

“แล้วพี่ได้ฟังเพลงมั้ยครับ”

 

“อื้ม”

 

“ชานยอลเขาแต่งให้พี่...”

 

“ไม่อยากเชื่อนะ ความสามารถรอบตัวจริงๆแต่ได้ที่สองก็ไม่เป็นไรนะ เก่งกันมากๆ”

 

 

 

‘โดยเฉพาะชานยอล’

 

 

 

 

“เห็นมั้ย กูบอกแล้วมึงเก่งพี่จีซูยังชม”

 

“มึงทำขนาดนี้เลยเหรอวะ” จงอินยังขำ นี่แบคฮยอนมันถึงขนาดไปอัดเสียงพี่จีซูมาเปิดให้ฟังเลยเหรอเนี่ย

 

“ก็รู้ว่ามันจะหงอยเป็นหมายังงี้ไง”

 

 

แค่เห็นมันยิ้มได้ แค่นี้แหละ

 

มันจบแล้ว...

 

 

 

 

 

 

“ทำไมต้องไปทำขนาดนั้น”

 

“ก็หวังดี” เราเดินออกไปหาอะไรกินกัน แบคฮยอนกับซูโฮเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ในกลุ่มใหญ่ของเรา มันเป็นคนเดียวที่เขาพูดทุกอย่างให้ฟัง ทุกเรื่องเลย

 

“จบแล้วแหละ ทีนี้ก็อยู่ที่มัน”

 

“เขามีท่าทีชอบมันเหรอ คนเก่าเขาก็คบกับลูกนักธุรกิจ หล่อและโปรไฟล์ดีขนาดนั้นยังเลิก...”

 

“ใจคนไง ไม่แน่ไม่นอนหรอก”

 

“มึงนี่นางเอกจริงๆ”

 

“เหรอคะ” ยังมาทำตาปิ๊งๆได้อีก ก่อนแบคฮยอนจะถูกซูโฮไล่ตี

 

“เข้าห้องละ บ๊ายย”

 

ก่อนที่แบคฮยอนจะรีบวิ่งจู๊ดขึ้นมา รอยยิ้มค่อยๆหุบลงเมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง

 

 

“ห้องนี้...คงไม่มีเหตุผลให้มาอีกแล้วสินะ”

 

 

มีแจ้งเตือนขึ้นมา... แบคฮยอนมองหน้าจอที่เห็นว่าเป็นชานยอลที่ส่งข้อความมา

 

 

pcy : เขาทักมาแสดงความยินดีเองเลยว่ะ

         กูแทบกรี๊ด

 

 

BH:- c  :  เป็นตุ๊ดหรือไง

                จีบให้ติดนะ ปูมาดีขนาดนี้แล้ว

 

 

 

 

 

รู้สึกตัวอีกที น้ำตาก็ไหลเฉยเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เย็นวันนี้พวกเราชวนกันไปกินหมูย่าง ฉลองที่แข่งแล้วได้ที่สองนั่นแหละ ส่วนคนที่แบคฮยอนคิดว่าจะมีความสุขกับเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไรเลย

 

“เป็นอะไรอีกล่ะ”

 

“ไม่รู้ว่ะ แค่รู้สึกเหมือนคิดไปเองเหมือนเดิมอยู่ดี”

 

“อ่ะๆ กรึ่บๆ” เซฮุนเลื่อนแก้วโซจูที่เทแล้วมาตรงหน้าทุกคน ก่อนที่พวกเราจะยกแก้วและส่งเสียงเชียร์ออกมา

 

ชานยอลแทบจะไม่มีแรงพูดเพราะเริ่มจะเมา

 

“กูว่านะมึงต้องทำอะไรจริงจังได้แล้ว” จงอินเสนอ ในเมื่อเขาก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธมันแบบนี้

 

“เซอร์ไพร์สเป็นไง” เซฮุนเสนอขึ้นมา

 

“ผู้หญิงน่าจะชอบอะไรเซอร์ไพร์สๆ”

 

มีแค่มันสามคนที่คุยกัน ส่วนแบคฮยอน ซูโฮและดีโอสนใจแค่หมูย่างตรงหน้า แย่งกันกินอย่างเมามันส์

 

 

“ขอยืมตัวเพื่อนมึงแปบนึงนะ” แบคฮยอนตกใจแต่ก็ยังไม่วายไม่ยอมวางมือจากตะเกียบ

 

“เออ” ซูโฮมองตามตาขวาง

 

 

มันลากเข้าออกมาและจุดมุ่งหมายตอนนี้คือมันคงจะพาเขาเข้าไปในห้างตรงนั้น

 

 

“คือกูยังกินไม่อิ่มป่ะ”

 

“เหอะหน่า เดี๋ยวเลี้ยงคืนสองเท่าเลย”

 

“พูดแล้วนะ” แบคฮยอนชี้หน้าอย่างคาดโทษ

 

“เออ”

 

“...”

 

“ซื้อเครื่องประดับอะไรดีวะ” คิดว่าอะไรที่ผู้หญิงจะชอบและดูมีค่าขึ้นมาหน่อยก็คงไม่พ้นพวกเครื่องประดับ

 

“กูก็ไม่ค่อยรู้ว่ะ ไม่เคยซื้อให้ผู้หญิง” มันหยุดเดินก่อนจะหันมายิ้ม

 

“กูไม่เคยเห็นมึงจีบใครเลยนะ ทำไมอ่ะหื้อ”

 

“เสือก”

 

“เอ้าไรวะ”

 

แบคฮยอนเดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆในโซนเครื่องประดับ ก่อนที่เขาเองจะหยุดอยู่ที่ร้านขายสร้อยข้อมือ เมื่อชานยอลเห็นอีกคนหยุดเดินและมองไปที่เคาน์เตอร์กระจกของร้านสร้อยข้อมือ เลยมองตามไปและคิดว่า

 

“นี่แหละ”

 

“สวยดีนะ ให้เขาช่วยเลือกสิ”  พนักงานหญิงสาวยิ้มต้อนรับอย่างดี

 

“มาซื้อให้แฟนกันเหรอคะ”

 

“ครับ” มันตอบทันทีเลย

 

ชานยอลไล่มองไปแต่ละอันมันก็ดูเหมือนๆกัน มีแต่สวยๆนั่นแหละ แต่เขาไม่รู้เลยว่าพี่จีซูจะชอบแบบไหน

 

“ส่วนใหญ่เขามาซื้อแบบไหนกันเหรอครับ” เขาเลยถามให้เพราะชานยอลเองก็ดูไม่ถนัดอะไรแบบนี้หรอก

 

“อืม จะเป็นเส้นนี้ค่ะ ลายดอกเดซี่กับพระจันทร์ ขายดีค่ะ”

 

“โห สวยทั้งคู่เลยนะครับ” ชานยอลเอาแต่คิดว่าถ้าทั้งสองเส้นนี้พี่จีซูจะเหมาะกับแบบไหนมากกว่า

 

“ถ้าเป็นมึง...อยากได้เส้นไหน”

 

“...เส้นพระจันทร์” แม้จะไม่ใช่คนใส่เอง แต่ถ้าถามว่าเขาชอบน่ะเหรอ ก็ต้องพระจันทร์อยู่แล้ว

 

“ฮ่า นึกว่าจะเล่นว่าอยากได้สองเส้นเลย”

 

 

อืม อยากได้ทั้งสองเลยถ้ามึงชอบและอยากให้น่ะ

 

 

“งั้นผมเอาเส้นพระจันทร์ครับ”

 

“รับเส้นเดียวนะคะ” เธอหันกลับมามองแบคฮยอนที่ยิ้มแหยๆกลับไปให้

 

“เดี๋ยวมันมีแฟนผมจะรีบพากลับมาอุดหนุนนะครับ”

 

ผมได้ยินเสียงเขาถอนหายใจเหมือนโล่งอก ทันทีที่ออกมาจากร้านพร้อมกล่องของขวัญ มันคงมีความสุขจริงๆ

 

 

 

“ไว้ว่างๆไปกินเบียร์ที่ห้องนะ”

 

“อย่ามาเลย” มันหยุดเดิน ก่อนจะหันกลับมามองผม

 

“ห้องกูรก”

 

“กูเห็นมันรกทุกครั้งอ่ะแหละ”

 

“...”

 

“นี่... พรุ่งนี้กูให้เขาเลยดีมั้ย”

 

“ก็ดีแหละ ซื้อมาแล้วมีโอกาสให้ก็เอาไปให้เลย”

 

ชานยอลคิดว่าผู้หญิงจะชอบถูกเซอร์ไพร์สแบบที่ไอ้เซฮุนมันบอก ถ้ารอวันพิเศษๆก็คงจะนานเกินไป

 

“อย่าชักช้าดิ”

 

“ก็จริง”

 

มันเองก็นิ่งไป ก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้เขาที่ยืนนิ่งเพราะไม่เข้าใจการกระทำต่อจากนี้

 

สายตาที่จ้องมองกันอยู่ รอยยิ้มบางๆที่ยิ้มให้กัน...เหมือนอยู่ในภวังค์

 

 

“...ถ้าจ้องแบบนี้จะดูเกินไปปะวะ”

 

 

 

ที่ต้องตื่น

 

 

 

“ก็..อย่านานเกินไปล่ะมันอาจจะทำให้เขาตกใจ”

 

“อ่อ”

 

“แล้วก็อย่าใกล้ขนาดนี้ ถอยออกไปได้แล้ว” แบคฮยอนดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง

 

“กลับไปคิดทบทวนนะชานยอลว่าพรุ่งนี้จะลุยต่อยังไง เห็นว่าพี่เขาเริ่มใจอ่อน ยอมคุยกับมึงนานขึ้นแล้ว โอกาสดีแล้วนะ”

 

“...”

 

“มีอะไร...ปรึกษาได้เสมอเว้ย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และชานยอลก็รอ รอมาจนถึงเวลาที่คิดว่าสมควรแล้ว มันเป็นเวลาเกือบอาทิตย์หลังจากที่เขาไปซื้อมันกับแบคฮยอน ที่รอ เพราะวันนี้เขาตั้งใจชวนพี่จีซูมากินข้าวและเธอก็ว่างวันนี้พอดี คงเป็นโอกาสดีที่จะบอกและถามเรื่องระหว่างเรา...

 

“โห พามานั่งริมแม่น้ำด้วยนะ”

 

“ชอบมั้ยครับ”

 

“ดี เย็นดี”

 

“ผม...มีของมาให้ครับ” เธอมองกล่องที่ถูกยื่นมาข้างหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วและมองหน้าเขา

 

“เนื่องจาก?”

 

“อยากให้ครับ”

 

“แต่...”

 

“ช่วยรับไว้ได้มั้ยครับ” ชานยอลพูดจริงจัง ก่อนที่เธอจะค่อยๆยิ้มออกมา

 

“แพงนะเนี่ย”

 

“แบคฮยอนช่วยเลือกน่ะครับ สวยดี”

 

“แบคฮยอนเหรอ เซ้นส์เขาดีเหมือนกันนะ...พี่ชอบ”

 

แค่นั้นชานยอลก็แทบจะยิ้มไม่หุบแล้ว บรรยากาศระหว่างเรากำลังเป็นไปด้วยดี เขาเองก็ยังไม่กล้าที่จะถามเรื่องของเราออกไป....กลัวมันจะเละไม่เป็นท่า เอาเถอะค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วกัน

 

 

“ให้ผมไปส่งนะครับ”

 

“อื้อ จะไปแอบดูบ้านเหรอ”

 

“ฮ่ะ ผมเปล่านะ”

 

 

 

 

คืนนี้ผมมีความสุขที่สุดเลย ตอนขับรถมากลับห้องก็โทรไปคุยกับแบคฮยอน เล่าให้มันฟังทุกอย่างว่าพี่จีซูชอบสร้อยข้อมือที่มันช่วยเลือกด้วย แต่คุยด้วยไม่นานมันก็รีบวาง บอกว่ามีคนมาหา...

 

 

นี่มันซุกใครไว้หรือเปล่าวะ แต่ช่างเถอะ ให้มันมีน่ะดีแล้ว

 

 

 

 

 

 

แต่เพราะความไม่จริงจังซักที..หลังจากนั้นมาไม่นานมีหลายๆคนเริ่มกันคุยต่อๆกันมาเรื่องความสัมพันธ์ของพี่จีซูกับลูกชายนักธุรกิจ...อีกครั้ง

 

“ได้ไงวะ กูคิดว่าเขาไปได้ดีกับไอ้ชานยอลซะอีก” ตอนนี้ไอ้ชานยอลยังไม่มาและคิดว่ามันคงยังไม่รู้

 

“นั่นดิ มันก็ไม่เล่าอะไรให้กูฟังนะ” ทั้งจงอินและเซฮุนพูดกันหลังจากไปได้ยินเพื่อนในคลาสเม้าท์กัน

 

“เขา...จะคบซ้อนไอ้ชานยอลเหรอวะ”

 

แบคฮยอนได้แต่คิดว่านี่มันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมพี่จีซูถึงทำแบบนี้ หรือที่ชานยอลยังไม่มาวันนี้เพราะรู้เรื่องแล้ว...

 

“เอ่าไปไหน”

 

“เดี๋ยวกูมานะซูโฮ”

 

 

 

ไม่รู้ทำไมในใจถึงร้อนรนแทนขนาดนี้ ถึงจะไม่เกี่ยวแต่แบคฮยอนก็อยากถามให้แน่ใจ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเสียใจ แล้วก็เจอเธอยืนอยู่หน้าคณะพอดีพอดี

 

 

“มาหาพี่ เพราะคิดว่าพี่หลอกใช้หรือคบซ้อนใช่มั้ย” เธอยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาหา เพราะก็ได้ยินที่คนอื่นไปเอาไปพูดมั่วๆเหมือนกัน

 

“แต่ไม่ใช่นะ พี่ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น”

 

“...”

 

“มีแต่ชานยอลที่ไม่ยอมฟังพี่ต่างหาก” ทุกครั้งที่เริ่มจะเข้าเรื่องเพื่อปฏิเสธอย่างจะรักษาน้ำใจเด็กที่ตามจีบตัวเองมาหลายเดือนก็จะเปลี่ยนเข้าเรื่องอื่นทุกครั้ง

 

เธอรู้ว่าชานยอลก็รู้ว่าเธอไม่มีใจ ... แต่ก็ยังดันทุรัง

 

“แล้วมัน..ยังไม่ได้ขอพี่เป็นแฟนเหรอครับ หรือพี่ปฏิเสธมันไปแล้ว” จีซูส่ายหัว

 

“พี่ก็งงนะ ชานยอลเหมือนจะพูดวันที่ให้สร้อยข้อมือ เอ๊ะ..อยู่ไหนนะ”

 

พี่จีซูไม่ได้ใส่มัน แถมตอนเอาออกมามันยังอยู่ในกล่องอย่างดี แปลว่าชานยอลคงยังไม่กล้าขอเป็นแฟน อาจจะให้แค่สร้อยข้อมือไป และคงไม่ได้สวมให้เธออีกด้วย..บื้อจริงๆ

 

 

“พี่ฝากคืน” เธอจับมันวางลงที่มือเขา “เลือกเก่งเหมือนกันนะเราอ่ะ สวยดี”

 

“ครับ?”

 

“ชานยอลบอกน่ะ แต่พี่คิดว่ามันไม่เหมาะกับพี่หรอก”

 

“...”

 

“พี่ฝากคืนด้วยนะ ส่วนเรื่องนี้พี่จะบอกเขาเอง คงไม่คุยต่อหน้าหรอก เดี๋ยวพี่จะโทรไป”

 

 

 

มันจะเป็นยังไงถ้ามันรู้ โทรไปก็ยังไม่รับสาย

 

 

“แต่พี่จะบอกอีกครั้งนะ ...พี่ไม่ได้คิดอะไรกับชานยอลเลย จะต่อว่าว่าพี่เห็นแก่ตัวก็ได้”

 

“....ครับ ช่วยบอกเขาตรงๆด้วยนะครับ”

 

แบคฮยอนหันหลังจะเดินกลับไป แต่เธอก็เรียกเอาไว้ก่อน

 

 

“ทำเพื่อตัวเองบ้างนะแบคฮยอน”

 

 

 

รอยยิ้มนั้น ผมรู้แล้วว่าทำไมใครๆก็ชื่นชมเธอ เธอมีรอยยิ้มที่สดใส เหมือนโลกทั้งใบสว่างขึ้นมา ไม่แปลกหรอกที่ชานยอลมันจะชอบ สเป็กมันนี่คนยิ้มสวยน่ะ

 

 

 

 

(อย่าพึ่งบอกชานยอลมันนะ ไม่ว่ามันจะรู้หรือยังไม่รู้)

 

แบคฮยอนโทรหาจงอินเพื่อดักเอาไว้ก่อนหลังจากเล่าให้มันฟังคร่าวๆ อยากให้พี่จีซูเป็นคนบอกเองมากกว่า แล้วก็ไม่รู้ว่าพี่เขาจะบอกตอนไหน ไม่อยากให้ช้าไปกว่านี้เลย

 

ชานยอลจะเป็นยังไงนะ จะเสียใจมากขนาดไหน

 

 

จะเสียใจเท่าที่เขาเป็นอยู่หรือเปล่า

 

 

แบคฮยอนเก็บกล่องสร้อยข้อมือเอาไว้ เขาจะยังไม่บอกชานยอล จะไม่บอกใครจนกว่าพี่จีซูจะบอกเอง ก่อนที่จะเจอ...ซูโฮมันเดินสวนมาพอดี

 

 

“เป็นไง”

 

“มันมาแล้ว” ท่าทางรีบร้อนของแบคฮยอนทำให้ซูโฮละอ่อนใจกับมันทุกที

 

“มันรู้หรือยัง ทำไมมันไม่รับโทรศัพท์”

 

“มันบอกว่าโทรศัพท์พัง เพราะทำร่วงเลยติดต่อใครไม่ได้เลย”

 

“เฮ้อ โล่งอก”

 

“แล้วไปคุยมาสรุปว่า ?” แบคฮยอนพยักหน้า

 

“ตามนั้น”

 

 

“เขาฝากสร้อยมาคืนมัน” ซูโฮถึงกับกุมขมับ

 

“อยู่กับกู...และกูจะยังไม่คืนมัน”

 

“แบคฮยอน”

 

“กูไม่อยากเห็นมันเสียใจ”

 

นาทีนั้นซูโฮเดินหนีมันออกมา ไม่อยากจะฟังมันแล้ว ทิ้งให้มันยืนน้ำตาคลออยู่แบบนั้นนั่นแหละ

 

ไม่อยากให้มันเสียใจงั้นเหรอ... เก่งเข้าไปเถอะ แล้วตัวเองล่ะ มันเคยมาสนใจบ้างมั้ย

 

 

 

 

                ซวยหน่อยผมทำโทรศัพท์ตกพื้นมันดับไปเลย วันนี้แทบไม่ได้ติดใครนอกจากไปมหาวิทยาลัยแล้วไปเจอพวกเพื่อนๆ และกระทั่งผมไปรับโทรศัพท์กลับมา ข้อความแรกเป็นของเพื่อนๆกับสายที่ไม่ได้รับ และสายล่าสุดจากพี่จีซู

 

 

ผมไม่รู้ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร พี่จีซูโทรมาหาผมตอนกลางคืน แต่ผมไม่ต้องการคุยผ่านโทรศัพท์จนผมโทรไปหาไอ้จงอิน ถึงรู้..ว่าพวกมันไม่มีใครบอกผมซักคน

 

ผมแค่อยากให้เขาบอกชัดๆ..และผมอยากเจอเขา

 

 

 

....จีซูยินดีออกมาเจอชานยอลแม้ในเวลานี้จะดึกแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

“ชานยอล พี่ไม่อ้อมค้อมนะ” เธอเงยหน้ามองผู้ชายตัวสูงที่เอาแต่ก้มหน้า

 

“...”

 

“พี่ว่านายรู้แก่ใจมาตลอด ว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเรา”

 

 

นี่คือการปฏิเสธแล้วใช่มั้ย

 

 

“ผมแค่คิดว่าจะมีหวัง แล้วการที่พี่ออกมาด้วยกันบ่อยๆผมเลยคิดว่าซักวัน...พี่อาจจะมองผมบ้าง”

 

“...”

 

“ที่พี่เองไม่ปฏิเสธผม เพราะเกรงใจ ใช่มั้ยครับ” จีซูเลื่อนไปจับมือชานยอลเอาไว้ เธอเองก็ผิด

 

“พี่ขอบคุณนะที่มีความรู้สึกดีๆให้พี่”

 

เธอเองก็เรียนปีสุดท้ายแล้ว และมองไม่เห็นอนาคตระหว่างเราเลย ที่ผ่านมาคงเหมือนตัวเองไปให้ความหวังเพราะใครๆก็พูดแบบนั้น เธอเองก็เห็นแก่ตัวที่คิดว่าชานยอลอาจเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองได้

 

แต่ไม่ใช่เลย

 

“พี่ขอโทษนะ พี่..กลับไปคบกับเขาเหมือนเดิมแล้ว”

 

“...”

 

“เพราะพี่ยังรักเขาอยู่เสมอ พี่ขอโทษจริงๆ”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

ทั้งใจผมและความรู้สึก ... มันก็ตอบออกไปได้แค่นี้

 

“พี่โล่งอกไปได้หน่อยนึงแล้ว เออ! สร้อยข้อมือได้คืนแล้วใช่มั้ย”

 

“ครับ?”

 

“พี่ฝากเขาไปให้ ไม่ได้หรือไง”

 

 

“แบคฮยอนน่ะ”

 

 

สร้อยข้อมือที่เขาซื้อให้พี่จีซูยื่นให้กับมือเขาเองเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กระทั่งเธอมาบอกว่าฝากคืนกับแบคฮยอนมา ตอนเจอกัน ทำไมมันถึงไม่บอกอะไรซักคำ

 

“พี่เจอมันเหรอครับ”

 

“อื้ม เลยฝากไปคืนน่ะ”

 

“อ่อ งั้นแบคฮยอนน่าจะยังไม่ได้เอามาให้น่ะครับ”

 

“...”

 

“...”

 

“ขอโทษนะครับถ้าที่ผ่านมาทำให้พี่อึดอัด”

 

“ไม่เป็นไร หายกันนะ จากนี้ไปก็ขอให้นายเจอคนดีๆ ลองมองดีๆสิ...คนใกล้ตัวน่ะ” เขาทำได้แค่ยิ้มออกมา

 

 

มันคงเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

 

 

“ให้ผมไปส่งมั้ยครับ”

 

“พี่มีนัดแล้วน่ะ” ชานยอลมองไปข้างหลัง มีรถยนต์ที่จอดรออยู่

 

“ไปก่อนนะ ขอโทษอีกครั้ง”

 

ชานยอลส่ายหัว เขายิ้มให้เธอกระทั่งรถคนนั้นขับออกไป ยังยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ในหัวมีเรื่องที่อยากจะพูด อยากจะบอกเต็มไปหมด แต่ก็พูดได้แค่ว่า

 

 

 

‘ผมไม่เป็นไร’

 

 

 

 

ครั้งนี้เขาบอกผมตรงๆคงเพราะผู้ชายคนนั้นที่รอเขาอยู่ ผมไม่ได้มองว่าเขากั๊กผม แต่เป็นผมเองที่ยังอยากพยายามเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาเอง

 

ถึงตอนนี้ เจอขนาดนี้ มันจบแล้วจริงๆกับสิ่งที่ผมทำให้เขาทุกอย่าง

 

 

 

 

“จบใช่มั้ย” จงอินที่กำลังรินโซจูให้จนเต็มแก้วถามมันหลังจากเห็นสภาพเพื่อนแล้วก็ไร้คำจะพูดต่อ มันพยักหน้า แล้วก็กระดกหมดแก้วรวดเดียว

 

“จริงเหรอวะ...เขาคบกับนักธุรกิจ”

 

“อืม คงใช่ คนเดิม” ชานยอลชวนไอ้เซฮุนกับจงอินออกมาดื่ม โซจูหมดไปหลายขวดแล้วแต่แทบไม่รู้สึกเลย

 

“ทำไมเราไม่เมากันเลยวะ” จงอินคิดแล้วก็แปลกใจ หรือจะอินกับเรื่องของมันมากไป

 

“จะยังไงต่อ”

 

“ไม่รู้ดิ ไม่ได้อยากจมอยู่แบบนี้หรอก”

 

“มึงกลับไปนอนมั้ย แดกไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น”

 

“อื้ม โทษทีชวนดึกไปหน่อย”

 

ทั้งเขาและมันไล่ให้ชานยอลมันกลับ และเออมันก็ยอมแยกย้ายกลับกัน เห็นใจมันเหมือนกัน มันเองก็ตามจีบเขามานาน

 

 

 

 

 

แต่ไม่มีใครรู้ว่าชานยอลไม่ได้กลับบ้านตัวเอง....

 

 

 

 

ก็อกๆ

 

 

“อยู่ห้องหรือเปล่า”

 

 

วันนี้ฝนตกหนักตอนกำลังเดินกลับมาที่นี่ ที่ห้องแบคฮยอน... เปียกไปหมดเลยแต่ก็ดีหน่อยกลบน้ำตาลูกผู้ชายได้ดีเลย

 

“มึง..”

 

“ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย”

 

 

 

‘ ยังไงก็อยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนมึงอยู่ดี ’

 

 

 

ปาร์คชานยอลมาห้องเขาเป็นรอบที่สาม น้อยครั้งที่เราจะไปอยู่ห้องคนอื่นๆ เวลารวมตัวกันทีก็มักจะไปบ้านชานยอลมันมากกว่าเพราะอุปกรณ์ความบันเทิงมันครบไง ห้องเขาน่ะเพื่อนๆไม่ค่อยมากันหรอก

 

 

“จบแล้วนะ”

 

“...”

 

“เขากลับไปคบกันแล้ว”

 

“ไปรู้ได้ไง ทำ

 

“พอเถอะ กูรู้ว่ามึงรู้“ ชานยอลเงยหน้ามามอง ก่อนที่แบคฮยอนจะพยายามหลบสายตา

 

“โทษที”

 

“กูไปคุยมาแล้ว จบแล้วจริงๆ”

 

“...”

 

เขาไม่รู้จะพูดอะไร ไม่มีคำปลอบโยนใดๆอยู่ในหัวเลย แม้จะมองเห็นความเศร้าสร้อยที่มาจากมัน

 

“..ทำไมมึงถึงไม่เอาสร้อยข้อมือที่พี่จีซูคืนให้มาให้กู”

 

แบคฮยอนเงียบไป พี่จีซูคงจะบอกมาสินะว่าฝากมาคืนแต่เขาไม่ได้เอาคืนให้มันในทันที แม้เราจะเจอกันหลังจากนั้นก็ตาม

 

 

“ถ้าคืนมาตั้งนานแล้ว กูจะได้รู้ไงว่าเขาไม่ต้องการอะไรจากกูแล้ว”

 

“...”

 

“แต่นี่กูยังไปหาเขาเหมือนคนบ้า”

 

“ที่ทำไป...เพราะไม่อยากให้มึงเสียใจ”

 

ชานยอลพูดไปน้ำตาไหลไปด้วย มันก้มหน้าเพื่อจะปกปิดหยดน้ำตานั้น เขาถอนหายใจ ก่อนจะจับหัวของมันให้ก้มลงมาซบกับไหล่ตัวเอง

 

อ่อนแอไม่สมกับขนาดตัวเลย

 

“มึงทำเต็มที่แล้ว พักใจเถอะนะ”

 

กลิ่นเหล้ามันหึ่งเลย

 

“ไม่เป็นไรหรอก คนที่รักมึง...”

 

“...”

 

“มีอีกเยอะแยะเลย อย่างพวกกูไง”

 

 

มันผละออกมามอง ทำไมนะตอนนี้มันถึงได้ดูเมาขนาดนี้ มันพึ่งออกฤทธิ์หรือไง

 

“แล้วมึงล่ะ”

 

 

มันเมาจริงๆนั่นแหละ

 

ที่มันจะจูบเขาแบบนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกตอนนี้เรียกว่าป่วยทางใจเลยแหละ ผมชอบพี่จีซูมาตลอดตั้งแต่รู้ว่าเธอเลิกกับแฟน ผมโคตรดีใจเลยพยายามค่อยๆจีบ ซื้อขนมไปให้ เดินไปหา ชวนคุยแบบไม่ให้ดูว่าผมรุกใส่เธอจนเกินไป

 

แรกๆพี่จีซูก็ทำให้ผมเฟลเหมือนกัน ขนมที่เอาไปให้เธอก็เอาไปให้หมากิน ผมแอบไปดูน่ะ แต่ว่าเธอก็ขอโทษนะ ผมเลยมองว่าก็น่ารักดี

 

พอเธอเหมือนเริ่มอ่อนลง ผมเลยบุกมากขึ้นได้คุยแชท ได้โทร และก็ได้เจอ แต่เจอไม่กี่ครั้งเอง...ทุกอย่างก็จบลงแบบวันนี้

 

 

 

ชานยอลตื่นขึ้นมาในตอนเช้า รู้สึกเมื่อยตัวและปวดหัวนิดหน่อย ลืมไป..ห้องนี้ไม่ใช่ห้องตัวเอง อ่า ผมมาห้องแบคฮยอนนี่หว่า

 

 

“ไปไหนนะ”

 

ผมมองหา ก่อนจะเห็นว่าแบคฮยอนยืนอยู่ที่ระเบียง

 

 

“ทำอะไร”

 

“ตากผ้าไงไอ้ควาย ไม่เห็นเหรอ”

 

“...อ่อ”

 

มันหันไปตากผ้าแบบที่ว่าอีกหน ก่อนที่ตัวเองพยายามจะนึกว่าเมื่อคืนนี้...

 

“กูมาหามึงเรื่องสร้อยข้อมือใช่มั้ย”

 

“อืม มาด่ากูที่ไม่ยอมบอกมึงว่าเขาคืนมาให้แล้ว”

 

“...”

 

“ไปหยิบดิ อยู่หน้ากระจกแล้วก็กลับไปๆ”

 

“ไล่กูเก่งเนอะ” แต่เขากำลังแปลกใจกับอะไรบางอย่าง แล้วยังบังเอิญเห็น

 

“คอมึงยุงกัดเหรอ แดงเลย” ทันทีที่พูดแบคฮยอนปัดมือของอีกฝ่ายที่จะเข้ามาใกล้ออก

 

“เออ บางทีลืมปิดประตูระเบียงคงเข้ามาตอนนั้น”

 

“ทีหลังก็ปิด คนตายเพราะไข้เลือดออกเยอะจะตาย”

 

“เป็นห่วงหรือจะแช่งกู”

 

“...เป็นห่วง”

 

 

มันนี่ก็เนอะ ไม่รู้หรือไงว่าไม่ควรพูดแบบนี้กับเขา

 

ก็ใช่

 

มันไม่รู้...

 

 

“ขอบใจนะ”

 

“เรื่อง ?”

 

“ที่ให้คำปรึกษามาตลอด ... ทุกอย่าง”

 

“เออ ก็บอกอยู่ว่าเต็มใจ”

 

ชานยอลไม่ได้กินอาหารที่แบคฮยอนทำไว้ ก็คงยังกินไม่ลง

 

“กลับไปพักผ่อนมั้ย .. พรุ่งนี้ค่อยเจอกันที่มอ” มันถอนหายใจ ความเสียใจยังคงคลุกกรุ่นในใจสินะ

 

“ทำไมวันนี้มึงไล่กูจังวะ”

 

“เปล่านี่ ปกติ” มันเหม่ออีกแล้ว ก่อนจะถอนหายใจเสยผมยาวๆของมัน

 

“ชีวิตต้องเดินต่อ แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”

 

“เออ มึงเข้มแข็งจังวะ อย่าให้ถึงตามึงนะ”

 

“...”

 

“จะคอยดูเลย”

 

“อืม มึงได้เห็นแล้วแหละ เห็นมาตลอด”

 

“อะไรวะ”

 

 

“...ที่จริงกูก็รั้นเองนะ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาพยายามผลักให้ออกจากชีวิต แต่ก็ยังจะดึงดันเข้าไปเองเหมือนคนบ้า”

 

 

“เขาไม่ได้ชอบกู ความคิดนี้กูพยายามลืม”

 

 

“พี่เขาดูเกรงใจกูด้วยซ้ำถึงเลือกไม่พูดตรงๆตั้งแต่แรก...จนทนไม่ไหว”

 

“แล้วเสียใจมากมั้ย”

 

“ตอนนี้เหรอ...แปลกๆว่ะ มันเหมือนโล่งๆเบลอๆ” ชานยอลเงยหน้ามองแบคฮยอนที่ดูกังวลไปกับเขา

 

“เดี๋ยวชาไปเอง”

 

“เออ”

 

“กลับไปๆ ไปตัดผมบ้างล่ะ”

 

“จะไว้ให้ยาวถึงตูดเลย” แบคฮยอนกรอกตามอง

 

 

“ขอบใจมึงนะ ที่ให้มานอนด้วย”

 

“...อื้ม”

 

 

รอยยิ้มผมหุบลงเมื่อประตูบานเดิมปิดลง ผมไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรที่รู้จากปากมันว่าพี่จีซูคบกับคนอื่นไปแล้ว ไม่ได้โล่งอก เพราะรู้ว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรเป็นไปได้อยู่แล้ว

 

ผมรู้ แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...สิ่งที่เขาคิด

 

 

ก็ไม่ใช่ผม

 

 

 

 

.

 

 

 

 

(มึง กูไม่ไหวว่ะ)

 

 

เพียงแค่ประโยคนั้น ซูโฮก็รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องของชานยอล

 

แต่ผมไม่คิดเลย ว่ามันจะเลยเถิด ขนาดนี้...

 

ผมมาถึงห้องแบคฮยอนมัน เห็นสภาพมันนั่งเหม่อลอยมองออกไปกับหน้าต่าง ที่คอมันชัดจนผมจับใบหน้ามันให้หันมา แล้วใบหน้าของมันก็เปื้อนไปด้วยน้ำตา

 

 

“มันทำเหี้ยไรมึง!” ผมโกรธ กำมือแน่นซะจนผมอยากจะออกไปต่อยมันตอนนี้

 

“กูเต็มใจ มันไม่ได้ทำเพราะบังคับกูเลย”

 

“แบคฮยอน!”

 

“จริงๆ ... แม้มันจะไม่รู้เลยว่าเป็นกู”

 

“มึงแม่ง” ซูโฮโมโหจนอยากจะด่ามันแรงๆบ้าง แต่ผมทำไม่ได้

 

“เดี๋ยว จะไปไหน” เขาเรียกซูโฮไว้ ตอนมันหุนหันจะเดินออกไป

 

“จะไปฆ่าคน”

 

“...มึง” แบคฮยอนเรียกเสียงอ่อนแทบจะอ้อนวอน

 

“อย่าบอกมันนะ”

 

“มึงหมายความว่ายังไง”

 

แบคฮยอนคิดว่าชานยอลจำไม่ได้ หรืออาจจะรู้สึกบ้าง แต่ก็คงไม่คิดว่าคนๆนั้นจะเป็นเขา เพราะมันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเองก็คิดว่าดีแล้วกับสิ่งที่ตัวเองก็เต็มใจให้มันเกิด

 

“โธ่เว้ย!”

 

 

 

 

เสียงเคาะประตูหน้าห้องที่ยามนี้ชานยอลจะมาอยู่ในช่วงใกล้จะสอบ ทำให้คนที่นั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่สะดุ้ง หรือว่าแบคฮยอนจะมา

 

“แบ... มึง มาทำไร” แต่คนที่มาคือซูโฮ

 

 

ผลัวะ!

 

 

“มึงต่อยกูทำไมเนี่ยไอ้ซูโฮ” ประตูถูกปิดลงก่อนซูโฮจะลากคอเสื้อมันแล้วดันจนติดกับผนัง เขาไม่เคยรู้สึกโกรธขนาดนี้เลย

 

“มึงรู้ตัวมั้ยว่ามึงกำลังทำร้ายเพื่อน ทำร้ายคนที่ทำทุกอย่างให้แค่มึง!”

 

“กูไม่เข้าใจ”

 

“มึงใช้มันเป็นเครื่องมือทำให้แต่ตัวเองมีความสุข ทุกครั้งที่มึงเอาแต่รักใครๆ”

 

“...”

 

“มึงไม่รู้หรอกว่ามันเสียใจแค่ไหน”

 

“...”

 

“เพราะที่มันทำให้ทุกอย่างก็เพื่อมึง!” ซูโฮผลักชานยอลจนล้มลง ชานยอลจับมุมปากที่แตก ในอกสั่นไหวไปหมดแล้ว

 

“...”

 

“กูไม่อยากจะทนแล้ว” น้ำเสียงซูโฮขาดห้วง

 

“มึงหมายถึง.. แบคฮยอน”

 

“รู้นี่ รู้ใช่มั้ยว่ามันทำได้ทุกอย่าง ถ้ามึงมีความสุขแม้มันจะไม่เคยมีเลยก็ตาม”

 

“...”

 

“ที่กูรู้เพราะกูฉลาด คนที่เข้มแข็ง...เก็บมันไว้จนลึกสุดใจใจ เหยียบมันไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองอ่อนแอให้ใครเห็น”

 

“...”

 

“ไม่เคยมีใครได้เห็นความอ่อนแอ ความเสียใจของมันนอกจากกู เป็นเพื่อนกันเหรอ เหอะ”

 

ซูโฮคิดว่าเขาต้องบอกเรื่องบ้าๆที่มันทำกับแบคฮยอนให้ตัวมันรู้ แม้รู้ว่าแบคฮยอนมันจะไม่อยากให้ชานยอลรู้แค่ไหนก็ตาม

 

“มึงทำร้ายมันอีกซ้ำๆอ่ะชานยอล กับเรื่องบ้าๆที่มึงทำกับมันเมื่อคืน!”

 

“มึงหมายความว่ายังไง” เขาเขย่าตัวมัน ใจมันเต้นแปลกประหลาดกับสิ่งที่เขาเองยังแปลกใจมาทั้งวัน

 

“แค่นี้...มึงยังจำไม่ได้เลย ไอ้เวรเอ้ย”

 

“ถอย ก..กูจะไปหาแบคฮยอน” ซูโฮลากคอเสื้อมันไว้

 

“จะไปทำไม มันไม่อยู่รอคนอย่างมึงหรอก คิดได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?”

 

“ปล่อยกู”

 

คิดได้แล้วเหรอว่ามึงทำอะไรกับมันไปบ้าง ชานยอลสะบัดจนวิ่งออกมาได้

 

 

 

 

 

 

‘ มึงจำไว้ กูจะอยู่ตรงนี้แหละ...อยู่ที่เดิม’

 

‘...’

 

‘ไม่ว่าจะกลับมาตอนไหน .. จะเห็นกูอยู่ตรงนี้’

 

 

 

 

 

 

“อย่าหนีไปนะ อย่าหนีไปนะแบคฮยอน” ผมขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ผมกลัว

 

ถ้าผมไม่มีเขา.. ทำไมผมพึ่งมาคิดได้วะ ทำไมผมถึงจำไม่ได้ ถึงไม่มั่นใจ ทั้งที่มันคือแบคฮยอน

 

ทุกอย่างเริ่มชัดขึ้นมา เพราะผมเมา ผมแม่งเหี้ยจริงๆ

 

ผมรู้สึกผิดกับการกระทำที่ไม่น่าให้อภัยซักอย่างของตัวเองที่มีต่อเขา แต่ผมอยากขอโอกาส

 

 

 

“คุณ! เฮ้ คุณจะวิ่งขึ้นไปไหน” ยามที่หน้าคอนโดตะโกนเรียกแต่ผมไม่สน

 

 

 

ปัง! ปัง!

 

 

ผมเคาะประตูเสียงดังมาสองนาทีแล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับ แม้ผมจะเอาหูแนบกับประตูก็แล้ว แต่มันกลับเงียบ

 

 

“...อย่าไปไหนนะได้โป

 

 

เสียงประตูที่เปิดออกมาทำให้ผมตกใจ ใจผมเหมือนหล่นวูบลงไป และกรีดใจผมซ้ำๆกับรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มกับดวงตาที่เหมือนจะเอ่อล้นไปด้วยมัน

 

 

 

“แบคฮยอน!” ผมกอดเขา แต่เขานิ่ง นิ่งมากเกินไป

 

 

 

ผมเอาแต่ยืนนิ่งโง่ๆอยู่ตรงประตูแม้เขาจะยังยิ้มมาให้ผมอยู่ก็ตาม

 

“ชานยอล...มาทำไมเหรอ”

 

“...”

 

“ขอโทษนะ กูพึ่งแต่งตัวเสร็จ”

 

เสื้อคอกลมกับกางเกงขายาว เป็นเขาเหมือนทุกๆวันที่เราได้เจอกันในสภาพนี้

 

 

 

‘กูปวดใจว่ะ เขาไม่ยอมรับสายกู’

 

 

‘กูไม่โอเคเลยแบค เขาไม่ตอบข้อความ เห็นว่ามีอีกคนไปจีบ มันดีกว่ากูตรงไหนวะ’

 

 

‘กูเบื่อ แต่กู...เลิกรักเขาไม่ได้’

 

 

 

ล้านเหตุผลที่ผมมาที่นี่

 

 

 

“พี่จีซู ทำอะไรอีกเหรอ”

 

ผมเกลียดรอยยิ้มเขาตอนนี้ มันไม่จริง ... เขาคิดว่าผมยังไม่รู้เหรอ

 

“พอเถอะ”

 

“...”

 

“ขอโทษ” ผมสวมกอดเขาอีกครั้ง กอดเขาแน่นอย่างรู้สึกผิด

 

“กูไม่รู้เลย...”

 

“ที่กูชอบมึงอ่ะเหรอ” ชานยอลค่อยๆผละออกมา

 

“ไม่สำคัญเลยนี่”

 

ซูโฮสินะ....

 

“...”

 

“อย่าสนใจเลย กูบอกแล้วว่ายังอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนมึงแบบนี้”

 

“...”

 

“รอให้มึงสมหวั

 

ในซักวัน

 

“บอกให้พอไง!” ชานยอลตะคอกออกมาก่อนจะบีบไหล่อีกฝ่ายเพื่ออยากให้ฟังสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดบ้าง

 

“ทำไมไม่บอก ทำไมวะ” เสียงนั้นอ่อนลง มือที่บีบค่อยๆปล่อยลงกับลำตัว เขาปล่อยตัวเองนั่งลงกับพื้นเหมือนกับจะยืนไม่ไหว

 

เขาทำผิดกับแบคฮยอน ไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยเลย ไม่เคยสนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง จะเสียใจแค่ไหนกับการกระทำที่ผ่านมา

 

 

จนน้ำตาผมไหลออกมาเพราะรู้สึกผิด กลัวว่าเราจะเสียความเป็นเพื่อนไป

 

“...บอกแล้วยังไงเหรอ” แบคฮยอนนั่งลงข้างหน้าผม

 

 

“ยังไงก็ไม่มีประโยชน์ กูแค่แอบชอบ...แอบน่ะ ขอโทษที่อาจจะแสดงเยอะไปนะ”

 

“...”

 

“แต่ดันรู้แล้วเหรอ”

 

“ขอโทษจริงๆ”

 

“อย่าขอโทษเพราะสงสารหรือรู้สึกผิดอะไรเลย กูทำเพราะเต็มใจ”

 

“...”

 

“เต็มใจเพราะยังมีมึงอยู่ตรงนี้”

 

เต็มใจกับทุกอย่าง

 

 

“...”

 

“คนที่ผิดมันก็คือกู ที่ตอนนี้ดันเข้าไปอยู่ในความรู้สึกของมึง”

 

“...”

 

“เลิกคิดเถอะนะ มันไม่สำคัญกับมึงเลย” แบคฮยอนบีบไหล่อีกฝ่าย ยังคงให้กำลังใจ แม้จะเจ็บที่ใจ

 

 

เขาเก่งจัง ตอนนี้ไม่ร้องไห้เลย แบคฮยอนเก่งที่สุด

 

 

“ตอนนี้มึงรู้สึกยังไง” ชานยอลเอ่ยถามออกมา หวังว่าจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นบ้าง

 

“ชา”

 

“...”

 

“แต่โอเคนะ ชินอ่ะ” แบคฮยอนหัวเราะ

 

“เรื่องนั้น” ชานยอลนึกไปถึงเรื่องคืนก่อน คืนที่เขาทำมันลงไป แต่กลับจำไม่ได้มันเหมือนภาพทับซ้อนของสองคน

 

“อะไรเหรอ”

 

ทำเป็นไม่รู้งั้นเหรอ...

 

ชานยอลเลิกเสื้อคอกลมนั้นขึ้นมาแบคฮยอนตกใจเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้ตั้งตัว รอยแดงที่ขึ้นสีช้ำที่ปรากฎมันแน่ชัด ว่าเขาคือคนที่ทำมัน

 

“...ไม่เป็นไร” มือเล็กกว่าเอื้อมมือมาจับมือของชานยอลไว้ มันสั่นเทา

 

“ต่อยกูมั้ย ทำอะไรซักอย่างดิ”

 

“...”

 

“กูแม่งเหี้ยกับมึงจริงๆ”

 

“บอกแล้วไง มันก็แฟร์ๆนะ... อ่า กลับไปเถอะ ไม่เตรียมอ่านหนังสือหรือยังไง”

 

“ขออยู่

 

“วันนี้ อย่าเลยได้มั้ย”

 

ไม่ต่างจากเดิมเลย แบคฮยอนน่ะ

 

“แต่ มึง”

 

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ไปเถอะ”

 

 

 

 

ว่างเปล่าเมื่อไม่มีเขา แบคฮยอนยืนมองประตูที่ปิดลง หลังจากไล่ให้อีกฝ่ายกลับออกไปเพราะตัวเองจะทนไม่ไหวแม้ชานยอลจะดึงดันอยากจะอยู่ต่อแค่ไหน เขาจับเข้าที่หน้าอกที่สั่นอย่างไม่อาจควบคุม

 

“ฮึก...”

 

ผมเข้มแข็งไม่พอ เข้มแข็งไม่ไหวแล้ว

 

 

ผมพูดจริงๆ ผมคิดมาเสมอว่าแค่ชอบเขามันก็ดีมากแล้ว ไม่ได้อยากให้เขามารับรู้ความรู้สึกผม ไม่ต้องมาแคร์...

 

เพราะถ้าเขายิ่งทำแบบนั้น ผมจะยิ่งรักเขา ให้ตัวเขาเลือกเองว่าจะทำยังไงกับผม ให้เขาเลือกเองว่าจะทำยังไงให้ผมรักเขาน้อยลง

 

...ทำให้ผมเสียใจซ้ำๆสิ ยิ่งเสียใจผมจะยิ่งเลิกรักเขาได้ ผมคิดแบบนี้

 

 

แต่ถึงตอนนี้... ผมก็ยังรักเขา

 

 

“ฮือ”

 

สองเข่าที่ชันขึ้นรับน้ำตาที่สัญญาว่าจะไม่ไหลอีกหลังจากนี้

 

จะไม่มีอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(เป็นไงบ้าง)

 

“...มึงบอกมันเหรอ”

 

(อืม ขอโทษ แต่มันต้องรู้อ่ะ)

 

“แล้วยังไงเหรอ ในเมื่อคนที่มันรักไม่มีวันเป็นกู มันรู้แล้วยังไงเหรอ”

 

(ขอโทษ)

 

ปลายสายที่ถอนหายใจ มันยากสำหรับแบคฮยอน ยากทุกทางและแย่ทุกทางสำหรับมัน ไม่ว่าจะทั้งตอนที่ชานยอลบอกชอบพี่จีซูให้มันรู้ หรือแม้กระทั่งตอนนี้ ที่สองคนนั้นไม่มีวันเป็นไปได้

 

เพราะยังไงแบคฮยอนมันก็คิดและเจียมตัวอยู่เสมอว่าระหว่างมันทั้งคู่ มีให้กันได้แค่คำว่าเพื่อน

 

 

(กูอยากให้มันเข้าใจมึงบ้าง ไม่ได้รักแต่แคร์กันหน่อยไม่ได้หรือไง ไม่ใช่ว่ายอมแล้ว...มันจะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอด)

 

“…”

 

(มึงไม่สงสารตัวเองเหรอ)

 

“กูอ่ะเหรอ สมเพชตัวเองจนไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน”

 

(ค่อยๆตัดใจนะ เริ่มได้แบค ไม่นานหรอก)

 

“อืม อีกไม่นานหรอก”

 

(ขอโทษอีกครั้งนะเว้ย)

 

“พรุ่งนี้กูไม่ไปเรียนนะฝากด้วย“

 

(เออ เดี๋ยวอัดเสียงให้ นอนพักไปเลย)

 

“...อย่าต่อยชานยอลอีกนะ”

 

(ไม่รับปาก)

 

“มึงอ่า”

 

 

 

แต่ความจริงแล้วเขาเหนื่อยมากๆ เหนื่อยจนไม่อยากออกไปเจอใคร รวมถึงสภาพที่เป็นแบบนี้ด้วย

 

 

 

 

 

เช้าวันนี้เป็นเช้าที่อึดอัด คนอื่นๆก็ไม่เข้าใจว่าทำไมซูโฮถึงเลือกออกไปนั่งแยกอยู่คนเดียว ดีโอที่พึ่งเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูอย่างไปไม่ถูก แต่เขาก็เลือกเดินมาหาซูโฮ

 

“ทำไมมึงไปนั่งกับพวกชานยอลอ่ะ”

 

“รำคาญ”

 

“รำคาญมันเหรอ ทำไมอ่ะ”

 

“รำคาญมึงนั่นแหละ” ดีโอหัวเราะออกมา ก่อนจะหันไปยิ้มให้พวกจงอิน มันแปลกๆชานยอลก็เอาแต่ก้มหน้า ทุกคนดูอึดอัดกันไปหมด

 

 

“แบคอ่ะ”

 

“ท้องเสีย มาไม่ไหว”

 

“อ่อ”

 

 

 

 

 

ฝั่งจงอิน เซฮุนเองก็ยังไม่เข้าใจเพราะไอ้ชานยอลก็เล่นไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่เข้ามา จนมันหุนหันลุกขึ้น

 

“เดี๋ยวมา”

 

“ไปไหนวะ” มันเดินไปหาซูโฮแหละ

 

“นี่มันเรื่องกันวะ”

 

 

 

เมื่อรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆซูโฮเลยเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นใคร

 

“ทำไมแบคฮยอนถึงไม่มาเหรอ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“...สนใจด้วยเหรอ ทำไมไม่ถามมันเองอ่ะ”

 

“...”

 

“หรือรู้สึกผิดจนไม่กล้า”

 

ชานยอลก้มหน้าลง พอๆกับดีโอที่ยังงงต่อไป ซูโฮมันไม่ใช่คนแบบนี้ มันเป็นคนรักเพื่อนมากๆ แต่วันนี้

 

“เดี๋ยวกูขอไปดู”

 

“มันอยากเจอมึงเหรอ”

 

“ไม่หรอกมั้ง แต่ถ้าที่ไม่มาเป็นเพราะกู กูขอไปหามันหน่อยแล้วกัน”

 

 

 

แบคฮยอนชอบกินซุปเต้าหู้ ไก่ทอดและโค้ก แล้วก็ขนมปังครีมสตอรว์เบอร์รี่ร้านประจำ ผมมาซื้อทั้งหมดนั่น ตอนนี้ก็มายืนอยู่หน้าห้องแล้ว เคาะไปอยู่สองสามทีประตูก็เปิดออก

 

 

“เอ่อ ... ซื้อมาฝาก”

 

 

ผมกับมันยังไม่ได้คุยอะไรกันเป็นกิจจะลักษณะ มันเก้ๆกังๆไปหมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะนั่งตรงไหน

 

“อ่านหนังสืออยู่เหรอ” เขามองไปเห็นหนังสือกองเป็นตั้งอยู่บนที่นอน

 

“อืม”

 

“หิวป่ะ ไม่เห็นไปเรียนเลยคิดว่าเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“แค่ขี้เกียจอ่ะ”

 

“...”

 

“แล้วมาทำไม ไปเรียนดิ”

 

“ออกมาแล้ว ไม่ไปแล้ว” ชานยอลแกะชาไข่มุกร้านดังยื่นให้อีกฝ่ายด้วย ทุกอย่างยังปกติเสมอ แม้ในใจจะคิดว่าควรห่างกันหน่อยดีมั้ยนะ ไม่งั้นจะตัดใจได้ยังไง

 

“อร่อยป่ะ ซื้อแต่ของชอบเนี่ย”

 

“มาจำทำไมวะ” แบคฮยอนพูดแกมหยอกนั่นแหละ ซึ่งชานยอลก็หาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน

 

“แค่จำได้ ผิดด้วยเหรอ”

 

“เปล่า แค่รู้สึกแปลกๆน่ะ”

 

 

เขาเองก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมวะความรู้สึกที่อยากจะดูแล แบคฮยอนผอมลง ดูไม่ยากเลยแก้มนั้นน่ะหายไปไหนแล้ว

 

ชานยอลรู้ตัวมั้ยเขาไม่รู้ แต่มือที่เลื่อนมาจับที่แก้มเขานั้นคืออะไร

 

“...อะไร”

 

“ฟีบลงนะ สูบหน่อยกินเยอะๆ” อีกฝ่ายนิ่งลง สูดลมหายใจเข้าเยอะๆก่อนจะพูดออกมา

 

“อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย ถ้ารู้แล้วอย่าทำแบบนี้เลย”

 

“...”

 

“กูขอรับผิดชอบความรู้สึกเองได้มั้ย มึงไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรเลยชานยอล”

 

 

“อย่ามาทำเหมือนสงสารกันเลยนะ กูจะไม่ไหวเอาและมันจะยากกว่าเดิม”

 

 

“ปล่อยกูอยู่แบบนี้เถอะ”

 

 

 

                อย่ามาทำเหมือนเขามีหวัง ... อย่าเลย

 

 

 

 

 

 

 

“แบคมันเป็นไง หายท้องเสียยัง” ดีโอถามขึ้นหลังออกมาจากคลาสเรียน ตามมาด้วยทั้งเซฮุนและจงอินที่รีบวิ่งตามมา

 

“เดี๋ยวกูไปดู”

 

 

“มึงโกรธกูเหรอ คือกูไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

 

“เออ ช่วยบอกกูหน่อยได้มั้ย”

 

“รอถามไอ้ชานยอลแล้วกัน มันมาโน่นละ”

 

 

 

ตอนนี้ซูโฮมาหาแบคฮยอนเพราะส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน สงสัยจะนอน พอเลิกเรียนเสร็จเลยรีบมา มันเปิดประตูออกมาด้วยใบหน้าบวม ทั้งตา ทั้งปาก

 

“...มึง”

 

“..”

 

“เลิกจ้องกูเหอะ กูโอเค”

 

“เหรอ สภาพเยี่ยงหมางี้อ่ะนะ”

 

“อะไร ไม่ร้องแล้ว ม..ไม่ร้องล

 

“แม่งเอ้ย” ซูโฮดึงแบคฮยอนเข้ามากอด มันกอดตอบเขาแน่น ก่อนจะร้องไห้สะอื้นเสียงดัง

 

“ไม่เป็นไรนะมึง ไม่เป็นไรเลย

 

 

ซูโฮมองดูอาหาร ของกินต่างๆบนโต๊ะ อดจะขำไม่ได้เลย

 

“กินหมดเลยเหรอ”

 

“อืม หิวอ่ะไม่อยากออกไปไหนเลย”

 

“ของชอบทั้งนั้นดิ มันซื้อมาให้”

 

“พูดมาก กูปวดหัวว่ะ”

 

“ไม่สบายหรือไง ดูหน้าซีดๆ”

 

“เออ สงสัยนอนตากแอร์หนาวเกินไปมั้ง

 

“มึงกลับบ้านมั้ย กลับไปพักไปหาพ่อหาแม่ไปหาธรรมชาติ” แล้วมันก็นิ่งเหมือนใช้ความคิด ก็ไม่พ้นเรื่องไอ้ชานยอล ไม่รู้ทำไมจะต้องอยู่ข้างมันขนาดนั้น

 

“แค่เปลี่ยนที่อ่านหนังสือไง แล้วก็กลับมาสอบ”

 

“ก็ดีนะ ว่าจะไปพรุ่งนี้เลย”

 

“เค ขับไปไหวเปล่า”

 

“ได้ นอนพักคงดีขึ้น

 

“...”

 

“อย่าบอกมันนะ”

 

“อืม”

 

“แต่.. มันคงไม่ถามหรอกเนอะ ลืมไป” ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก

 

“เออไปเถอะ ทำใจให้ดีๆจะได้มีสมาธิ เดี๋ยวสอบไฟนอลไม่ได้นะมึง”

 

“เห้ย ระดับนี้แล้ว”

 

ดีใจที่มันเหมือนดีขึ้น แค่ต่อหน้าแหละมั้ง อยู่คนเดียวไม่รู้จะเสียใจขนาดไหนอีก

 

 

 

 

 

 

 

สองวันแล้วที่เราหยุดเรียนเพื่อรอสอบอาทิตย์หน้า วิชานี้โหดหน่อยตรงที่ต้องจำเนื้อหาเยอะ และคนที่สรุปได้ดีที่สุดในกลุ่มเราก็ต้องแบคฮยอน

 

 

ก่อนหน้านี้ผมเองก็เล่าให้พวกมันฟังแล้ว สารภาพออกไปพร้อมซูโฮที่อยู่ด้วย พวกมันทำหน้าเหมือนจะฆ่าผมตลอดเวลา

 

พอเล่าจบผมก็โดนด่าประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ผมสำนึกและรู้สึกผิดกับแบคฮยอนเสมอ เข้าใจทุกคำพูดของพวกมัน และพวกมันก็ไม่แปลกใจเลยที่แบคฮยอนไม่อยากมาเจอหน้าผม

 

ส่วนเรื่องที่ผม...ล่วงเกินไป ผมไม่ได้เล่า แค่บอกไปว่าผมไปจูบแบคฮยอน

 

 

“มึงนี่แม่ง... โว้ย ซูโฮมึงต่อยมันทำไมหมัดเดียววะ” จงอินลุกขึ้นวอร์มนิ้ว

 

แบคฮยอนเป็นคนสดใส เคยสดใสนั่นแหละเคยคิดเหมือนกันว่าทำไมหลังๆมันแปลกๆไป ใครที่พรากความสดใสของมัน ตัวการนั่งหัวโด่อยู่นี่เอง

 

“จะทำไงต่อไปให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมวะ กูเข้าใจแบคฮยอนนะมันคงไม่พร้อมมาเจอหน้าเรา”

 

“จะให้มันตัดเพื่อนกับไอ้ชานยอลอยู่”

 

“แรง” ดีโอถึงกับเกาะแขนเพื่อนเอาไว้

 

“กูไม่อยากเห็นมันเสียใจอีก”

 

“แล้ว...พอมึงรู้ว่าแบคฮยอนชอบมึงมา” เซฮุนนับนิ้ว “โห ก็สามปีกูจะนับทำไมวะ มันชอบมึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยป่ะ”

 

“อืม” กลายเป็นซูโฮที่ตอบแทน

 

“น่ารักจังวะ แบคฮยอนอ่ะ แต่มึงเหี้ย”

 

“เออรู้ กูไปก่อนนะ ไปอ่านต่อก่อน”

 

 

แต่ความจริงคือเขามาหาแบคฮยอน แม้จะรู้อยู่ว่าอีกคนกำลังหลบหน้ากัน

 

 

 

ก็อกๆ

 

 

“อยู่ห้องมั้ย”

 

ชานยอลเอาหน้าแนบกับประตูเพื่อรอฟังเสียงความเคลื่อนไหวเหมือนทุกครั้ง หรืออาจจะเสียงโทรทัศน์ที่อีกฝ่ายอาจจะเปิดเอาไว้

 

เคาะลงไปอีกสี่ห้ารอบ ก็ไร้วี่แวว

 

 

(...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก)

 

 

“แบคฮยอน แบคฮยอน” เคาะไปด้วยเรียกไปด้วยจนแน่ใจว่าอีกคนไม่อยู่แน่

 

 

 

 

(...ไม่เจอเหรอถึงโทรหา)

 

“กูอยู่ใต้คอนโดมึง ลงมาหน่อยได้มั้ย”

 

 

 

ก่อนจะเห็นคนตัวเล็กเดินมาอย่างไม่รีบร้อน ทั้งที่ใจชานยอลเองร้อนรนเองอย่างไม่รู้ตัว

 

“แบคฮยอนไม่อยู่ห้อง หรืออยู่กับมึง”

 

“ไม่อยู่กับกู”

 

“งั้นมันหายไปไหน ไม่บอกเหรอ” ซูโฮเองก็ยังทำนิ่ง “กูจะไปขอดูกล้อง”

 

“ทำไม จะตามหามันทำไม”

 

“มึงไม่ห่วงเพื่อนเหรอ”

 

“...ห่วง ถึงปล่อยมันให้ไปไง”

 

“แปลว่ามึงรู้”

 

“ที่จะไปตามหา มึงจะไปทำอะไรมันอีกล่ะ” มันไม่รู้เลยมั้งว่ามันยิ่งทำแบบนี้ยิ่งยากสำหรับแบคฮยอน

 

“มึงเองไปคุยกับมันมาแล้วนี่ และอย่างที่มึงบอก...อย่าไปสงสารมัน อย่าทำไปเพียงเพราะแค่รู้สึกแบบนั้น ไม่ได้รู้สึกรัก..”

 

“...”

 

“มึงไม่ต้องตอบรับมัน ถ้ามึงยังไม่รู้สึก”

 

“...”

 

“อย่าทำร้ายมันซ้ำๆ”

 

ชานยอลก้มลงเท้ามือลงไปกับเข่า ตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นในหัวเขาเลย หนังสือที่อ่านไปก็แทบจะจำอะไรไม่ได้

 

“กู...เคยสงสัยนะว่าทำไมมันถึงช่วยกูขนาดนี้ มันเอาแต่บอกว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน”

 

“...”

 

“ไม่รู้เลยเนอะ ถ้าเป็นกูที่ต้องตกอยู่ในห้วงเวลาแบบนี้บ้าง กูจะเข้มแข็งได้เท่าแบคฮยอนมั้ย”

 

“มันไม่ได้เข้มแข็งหรอก แค่มันไม่ได้อ่อนแอต่อหน้ามึง”

 

“แม่ง ทนเสียใจทำไมวะ” เขาขยี้หัวอย่างยากจะพูดต่อ ตอนนี้ในหัวเขามีแค่แบคฮยอน มีแต่มันทั้งนั้น

 

“งั้นแค่บอกหน่อยได้มั้ยว่าแบคฮยอนอยู่ไหน”

 

“กูไม่บอก”

 

“...กูอยากเจอแบคฮยอน”

 

“มึงนี่แม่ง... มึงรู้มั้ยมันร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะคนอย่างมึงอ่ะ” ที่จริงเขาไม่อยากบอกมันซะด้วยซ้ำ แต่ให้มันรู้ก็ดี ถ้ามันรู้สึกผิดกับแบคฮยอนได้ครึ่งความเสียใจของมันบ้าง ก็ให้ความรู้สึกผิดที่มันทำกัดกินใจมันจนตายเลย

 

“...”

 

“ไอ้เหี้ยเอ้ย กูแม่งไม่อยากเกิดมาเป็นเพื่อนกับมึงเลย” ซูโฮพูดแค่นั้นก่อนจะกุมหัวแล้วเดินหนีออกไป ชานยอลเดินตามไปรั้งมันไว้

 

 

“บอกกูเถอะนะ ให้กูได้ชดใช้สิ่งที่กูทำ กูขอโอกาสกับทั้งมึง และแบคฮยอน”

 

ฝีเท้านั้นหยุดเดิน จะชดใช้ยังไงของมัน ... โอเค เขาก็พอรับรู้ว่ามันรู้สึกผิดแล้วจริงๆ

 

 

“ได้มั้ย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

“แม่ค้าบ หิว”

 

“อะไรเนี่ยอ่านไปสองชั่วโมงแล้วก็กิน สองชั่วโมงแล้วก็กิน แอบหลับด้วยหรือเปล่า” แบคฮยอนกอดแม่จากทางด้านหลัง เขากลับมาบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ได้กินของอร่อยจากแม่ทุกวันเลย คิดถึงที่สุด

 

“หอมซุปเต้าหู้”

 

“แม่มีแตงกวาด้วย รองท้องก่อนไป”

 

“แม่!” เธอหัวเราะ ก่อนจะให้ลูกชายช่วยจัดนู่นนี่ระหว่างรอ

 

“เย็นนี้ไปตลาดกับแม่หน่อยนะ”

 

นานมากแล้วนะที่ไม่ได้ออกไปซื้อของกับแม่สองคนแบบนี้ สมัยเด็กๆผมชอบมากเลยเวลาแม่ชวนไปตลาด

 

“เดี๋ยวพ่อกลับมาคงหิวโซ”

 

 

 

และตกเย็นของบ้านแบคฮยอน..เสียงรถที่มาจอดบริเวณหน้าบ้านทำให้พ่อของแบคฮยอนเดินออกไปดู อาจจะเป็นลูกกับภรรยากลับมาจากตลาด

 

แต่ไม่ใช่

 

 

“อ้าว ! โห ไม่เจอกันนานเลยลูก”

 

 

 

เพื่อนลูกชาย...

 

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะชานยอล อ่ะๆนั่งก่อน”

 

“ขอบคุณครับพ่อ”

 

“...”

 

ชานยอลมองไปรอบๆบ้านแต่ก็ไม่เจอใคร นอกจากคุณพ่อเลย แกเห็นว่าเขามองหาใครอยู่มั้งเลยบอกกลับมา

 

“อ่อ ไปตลาดกันน่ะ อีกซักพักคงกลับมา”

 

เขาเคยมาที่นี่เมื่อสองปีที่แล้ว มากันทั้งกลุ่มเรานี่แหละ..ยังไม่เปลี่ยนไปเลย บ้านแบคฮยอนยังร่มรื่นเหมือนเดิม

 

“คุณพ่อทานขนมปังมั้ยครับ”

 

“ทานสิๆ เดี๋ยวรอพร้อมกันเนอะ”

 

“ครับผม”

 

“มาหาเจ้าแบคใช่มั้ย ไม่รู้ทำไมรอบนี้เขาอยากจะกลับมาอ่านที่บ้านเนอะ”

 

“...”

 

“สงสัยจะเครียดหนัก”

 

ได้ยินคำนั้น ชานยอลก็ยังคงคิดว่ามันเป็นเพราะตัวเอง

 

“อ้าว เงียบเลยเรียนหนักกันเหรอลูก”

 

“นิดหน่อยครับ ปีหน้าก็ต้องเริ่มทำวิจัยกันแล้ว” พ่อของแบคฮยอนชวนชานยอลคุยไปเรื่อยๆระหว่างที่ยังรอทั้งคู่กลับมา

 

“เราบอกแบคไว้มั้ยล่ะลูกว่าจะมา” คำตอบคือการส่ายหน้า...ถ้าบอกก็กลัวจะหนีไปอีก

 

“อ่อ งั้นไม่เป็นไร”

 

ชานยอลมองรูปถ่ายต่างๆในบ้าน มีรูปแบคฮยอนตอนเด็กๆเต็มไปหมด ตามประสาลูกชายคนเดียว

 

“แบคฮยอนตอนเด็กๆเป็นยังไงเหรอครับ”

 

“อืม...ร่าเริงนะ แก่นเชียว ซน พาเพื่อนวิ่งเล่นไปจนนู่นเกือบถึงคลอง ตอนนั้นมีคนมาฟ้องพ่อเพราะมันอันตราย พ่อเตรียมไม้จะฟาดแล้ว”

 

“...”

 

“แต่เห็นลูกเบะก็ตีไม่ลง ฮ่า เขาเป็นคนฉลาดในการแสดงความรู้สึกนะ”

 

“...”

 

“แต่ช่วงหลังๆมา พ่อรู้สึกแปลกๆลูกไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟังหรอก” ก่อนที่ท่านจะหันมามองผม

 

“เรารู้มั้ย ... ตอนคุยก็เสียงเหมือนจะร้องไห้”

 

“...”

 

“เอาแต่บอกว่าคิดถึงพ่อกับแม่” ถ้าเขาสารภาพไปแล้วท่านจะไล่เขาออกจากบ้านหรือเปล่า

 

“ทั้งหมด เพราะผ

 

 

ปริ๊น

 

 

 

“มากันแล้ว”

 

 

ท่านรีบวิ่งออกไปและตอนนั้นที่ใจของใครอีกคนที่เต้นราวกับตื่นเต้นหนักหนา กี่วันแล้วนะ...

 

 

“มีเพื่อนมา”

 

“ชองซิกเหรอครับ” ชองซิกเป็นเพื่อนข้างบ้าน มันไม่เรียนเหรอ แต่ที่ไหนได้

 

“...”

 

“...ชานยอล” เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ในบ้าน...เป็นคนที่คาดไม่ถึงเลย

 

“ไงลูก” คนเป็นแม่เดินเข้ามาใกล้เพื่อนลูกชายที่ยังจำได้ดี

 

“ไปไงมาไง มาเที่ยวแถวนี้เหรอ” แบคฮยอนยังยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้น กระทั่งชานยอลเข้าไปช่วยถือของในมือ

 

“มาหาแบคฮยอนครับ” จงใจย้ำให้รู้

 

“โทษทีนะมาไม่ได้บอก”

 

 

แม่รีบไล่ให้เขาพาชานยอลขึ้นไปพักผ่อน เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายเดินทางมาไกลแล้วจะเพลีย

 

 

“ซื้อไก่มาให้ด้วยนะ”

 

แต่แบคฮยอนแทบจะไม่ได้พูดอะไร มันมีกำแพงระหว่างเราแล้ว พอเปิดประตูห้อง เขาก็เห็นกองหนังสือมากมายวางอยู่บนที่นอน อีกฝ่ายยกออกให้เผื่ออีกคนจะนอนพัก

 

“นอนพักก่อนก็ได้นะ ถ้าไม่รังเกียจ”

 

“ไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่ง่วงเลย ขอบใจนะ”

 

“...”

 

“...”

 

“มาทำไมเหรอ”

 

“มาหามึงไง ตามหาไม่เจอ...เป็นห่วงนะ” แบคฮยอนเผลอขมวดคิ้ว มาเป็นห่วงเขาอ่ะเหรอ

 

ตอนนี้ชานยอลยืนอยู่หน้าประตู ทิ้งระยะห่างระหว่างกันไว้อยู่

 

“อ่านหนังสือถึงไหนแล้ว นี่กูยังไม่ได้อ่านอีกสามเล่มเลย ... ไม่ทันแน่”

 

“ก็รีบกลับไปอ่านสิ”

 

“..ขออยู่ติวกับมึงได้มั้ย”

 

 

 

“กินข้าวกันลูก...คุยเรื่องสอบเหรอหน้าเครียดกันเชียว ชานยอลกินก่อนสิแล้วค่อยนอนพัก” แม่เดินขึ้นมาก่อน เราเลยเลือกจะไม่พูดกันต่อ

 

“เดี๋ยวผมลงไปนะแม่”

 

พอแม่ลงไป แบคฮยอนก็มีคำถามมากมายที่อยากจะรู้

 

“หมายความว่ายังไง”

 

 

คำตอบของเรื่องนี้คือกระเป๋าเสื้อผ้าที่พ่อเข้าไปช่วยชานยอลถือเพราะคิดว่ามันจะเยอะ พ่อดูมีความสุข หัวเราะเฮฮาตามประสาที่นานๆทีจะมีแขกคนอื่นมาเยี่ยมที่บ้าน ... แม่เองก็ด้วย

 

 

 

“ดูสิ ซื้อผลไม้มาฝากเยอะเลย”

 

“แม่เองก็ทำกับข้าวเต็มที่เลยนะเนี่ย” จริงๆ แม่ทำกับข้าวเกือบหกอย่างได้ ทั้งที่ปกติเรากินกันแค่สองสามอย่างเอง

 

“ได้ไงล่ะ เพื่อนลูกมาทั้งที กินเยอะๆเลยนะ”

 

ตามมารยาทแล้วแบคฮยอนเองก็ตักนู่นตักนี่ให้ชานยอลจนแทบจะเต็มจาน

 

“แกล้งเพื่อน” และแม่ก็ตีเข้าที่แขนเขา

 

“วันนี้ก็นอนห้องแบคนะ ห้องแบคฮยอนกว้างขวางเผื่ออ่านกลางคืนจะได้ติวกัน”

 

“...ครับ” แบคฮยอนตอบหน้าตาย เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องรู้สึกยังไงกับเรื่องวันนี้ กับเพื่อนข้างๆที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ตอนนี้

 

 

 

 

 

“ช่วย” ชานยอลเดินเข้ามาในครัว มายืนช่วยล้างจานเงียบๆ ก่อนจะกลั้นใจถามออกไป

 

“...โกรธเหรอ”

 

“เปล่านิ แค่งงว่าจะตามมาทำไมเดี๋ยวก็กลับไปสอบอยู่แล้ว”

 

“มึงเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าจะทำอะไรอย่ารอช้า อย่ารอให้เสียสิ่งนั้นไป” แบคฮยอนขำออกมา ก่อนจะเขยิบตัวออกห่างจาก

 

“เสียกูอ่ะนะ เราก็เป็นเพื่อนกัน คบกันไปเรื่อยๆแบบนี้นั่นแหละ”

 

“หมายถึง...ไม่ได้ชอบกูแล้วเหรอ” เสียงถามคำถามที่ค่อยๆเบาลง

 

“ชานยอล กูบอกแล้วไงว่าถ้าทำแบบนี้กูจะตัดมึงไม่ได้ กูกำลังพยายามจะให้มันเหมือนเดิม..”

 

“ไม่ต้องพยายามได้มั้ย”

 

“มึงนี่พูดไม่รู้เรื่อง” แต่คนที่กำลังจะเดินหนีกลับถูกคว้าเอาไว้ แบคฮยอนเซถลาเข้ามาจนเราใกล้กัน ตาเล็กๆนั้นเบิกกว้าง

 

“กูน่ะ...”

 

 

“เอ่าลูก! ลื่นเหรอ” พ่อทำหน้าตกใจเพราะเห็นท่าที่ชานยอลจับแขนแล้วประคองเขาไว้

 

“เอ่อ”

 

“เค พ่อไม่กวน”

 

“พ่อ!”

 

 

แบคฮยอนเดินหนีขึ้นมาข้างบน ทิ้งเหลือไว้แค่คนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างล่างคนเดียว

 

...อะไรวะชานยอล ทำไมถึงมีความสุขขนาดนี้ได้ล่ะ

 

 

 

 

เขามีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับพ่อแม่ของแบคฮยอนอยู่ซักพักนึง ก่อนจะถูกไล่ให้รีบขึ้นไปพักผ่อน ตอนที่เดินขึ้นมาก็พยายามสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง เคาะประตูห้องลงไปตามมารยาท แต่พอเปิดเข้าไปได้แบคฮยอนก็หลับไปแล้ว ยังมีหนังสือกางพับอยู่บนตักอยู่เลย แล้วดูนอนพิงไปกับหัวเตียงแบบนั้น

 

“เป็นแบบนี้ตลอดเลยสินะ” ชานยอลอาศัยแสงจากโคมไฟมองพื้นที่นอนที่ถูกกั้นเอาไว้เป็นสองส่วน มีผ้าห่มที่สีและลายเหมือนกันถูกพับไว้อีกฝั่ง

 

 

“แบคฮยอนๆ ... นอนดีๆมั้ย” เหมือนอีกคนจะตกใจ รีบลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย

 

“มึงอาบน้ำแล้วเหรอ”

 

“ยังๆ นอนต่อเลยมั้ย ปิดไฟไปก็ได้”

 

“ไม่อ่ะ จะอ่านต่อ”

 

ชานยอลเลยเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ มีแปรงสีฟันที่ยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์วางเอาไว้อยู่

 

น่ารักจังวะ

 

 

ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีเขาก็ออกมา เห็นแบคฮยอนนั่งขีดๆเขียนๆอยู่บนโต๊ะหนังสือ อีกฝ่ายอ่านแล้วแต่ตัวเองยังไม่ได้อ่านซักตัวเลย

 

“นี่”

 

เงียบ.....

 

“แบคฮยอน”

 

“อะไร กูใช้สมาธิอยู่”

 

“อ่า โทษที” ท่าทีที่ดูหงอยลงทำให้แบคฮยอนเองก็ไม่สบายใจ

 

“จะอ่านมั้ย”

 

“อ่านๆ” ชานยอลรีบไปหยิบหนังสือตัวเองออกมา ก่อนจะมานั่งอยู่ข้างๆแบคฮยอนเพราะมีเก้าอี้ตัวเล็กตั้งอยู่

 

“นี่ ช่วยอยู่ห่างๆได้มั้ย”

 

“อ่อ เพราะกำลังตัดใจใช่มั้ย”

 

“...”

 

“ได้” ได้ที่ว่าคืออีกฝ่ายขยับเก้าอี้มานั่งแทบจะนั่งตักกันเลย

 

“มึง!”

 

“ก็อยากอ่านเลคเชอร์ที่มึงจดไว้ด้วยอ่ะ คลาสนี่กูโด

 

“ทำอะไรไม่คิด” ชานยอลชอบโดดเรียนคาบนี้ไปเฝ้าพี่จีซู อีกฝ่ายดูพยายามจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงบุคคลที่สาม เขาเองก็เหมือนกันเพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันแย่ลง

 

 

“นี่ ไฮไลท์ตรงนี้ไว้ อาจารย์ย้ำบ่อย น่าจะออกซักข้อแหละ”

 

“เค แล้วตรงนี้ล่ะ”

 

“หื้ม” แบคฮยอนมองไม่เห็นเพราะแขนของชานยอลบัง เขาเลยชะเง้อคอเข้าไปมองใกล้ๆ

 

“ตรงนี้ไม่มีไรนะแค่เกริ่น”

 

 

      หอม... ผมไม่เคยใกล้เขาขนาดนี้ ไม่เคยรู้เลยว่าแบคฮยอน

 

 

“...น่ารัก”

 

“นี่! ตั้งใจหน่อยดิ”

 

 

คืนนั้นเรานอนกันเกือบตีสอง เป็นผมเองที่ง่วงก่อนคงอาจจะเพลียๆที่ขับรถมา อีกฝ่ายไล่ผมไปนอน ผมยอมแพ้เลยหลับไปแบบไม่รู้ตัว

 

 

 

วันต่อๆมาหลังจากนั้นแบคฮยอนก็ยังขยันอ่านเหมือนเดิม ผมเองก็ต้องเริ่มจริงจังบ้าง ยังอ่านด้วยกันนั่นแหละแต่ผมก็พยายามไม่รบกวนแบคฮยอน ผมอ่านของผม พอไม่เข้าใจผมถึงให้แบคฮยอนอธิบายให้ฟัง

 

ตอนนี้ผมเอาแต่จ้องเสี้ยวหน้าเขาตอนช่วงบ่ายแก่ๆ มีแสงอาทิตย์ที่พาดผ่านหน้าอยู่ แต่แบคฮยอนยังไม่ขยับหลบเหมือนอ่านเพลินอยู่ทำนองนั้น ในมือผมถือน้ำส้มที่แม่อีกฝ่ายคั้นไว้ให้ก่อนท่านจะออกไปหาเพื่อนบ้าน ผมถือมายื่นให้อีกฝ่าย

 

แล้วก็ยืนบังแดดให้ด้วย

 

“พักหน่อย เอแล้วมั้ง”

 

“ยุ่งหน่า” แล้วแบคฮยอนก็ดื่มมันจนเกือบจะหมดแก้ว มีบิดขี้เกียจด้วย เขาแกล้งจี้เอวอีกฝ่ายทั้งหัวเราะทั้งด่าเลย

 

 

“เหนื่อย!” บ่นออกมาหลังจากวิ่งไล่ตีกันรอบบ้าน

 

“เออ เหนื่อยจริง”

 

“...”

 

“สอบเสร็จไปเที่ยวทะเลกันมั้ย”

 

“ดูก่อน”

 

“ได้”

 

 

ชานยอลมาอยู่ที่นี่ก็ปาเข้าไปหลายวันแล้ว ไม่อยากจะกลับบ้านหรือไงนะ ถ้าจะถามออกไปจะหาว่าไล่มั้ย

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เรานอนเตียงเดียวกัน ชานยอลหลับป็อกไปก่อนอีกครั้ง นอนซุกอยู่กับหมอนข้างที่เอามากั้นตั้งแต่วันแรก

 

ผมแอบมองคนที่หันตะแคงข้างมาทางนี้ เขานอนขดตัวเพราะผ้าห่มอีกผืนนั้นมันสั้นเกินตัวเขา ผมตัดสินใจเอาหมอนข้างออก ก่อนจะเลื่อนผ้าห่มตัวเองไปห่มให้เขาด้วย วันนี้อากาศเย็นขึ้นอีก... ยังไม่ทันจะหันไปปิดไฟดีๆเขาก็รวบตัวผมเข้าไปกอด

 

“เห้ย...ป ปล่อยนะมึง” เสียงแบคฮยอนสั่นตอนพูดออกมา

 

ชานยอลไม่ได้อยากให้แบคฮยอนกลัวตัวเอง เขาแค่แสดงมันผ่านความรู้สึก ที่ค่อยๆรั้งอีกฝ่ายให้หันหน้าเข้าหา จนกอดได้พอดีจากที่เริ่มค่อยๆสัมผัสนั้น แบคฮยอนเองก็เงียบไป เห็นใบหน้าที่อยู่ตรงอกหลับตาปี๋จนผมอดขำไม่ได้

 

“ขอห้านาทีได้ป่ะ”

 

“ไม่ได้” เสียงนั้นตอบกลับมาก้องอยู่ในอ้อมกอดผม ผมไม่ฟังแต่กระชับกอดนั้นแน่นขึ้น

 

“...บอกว่าอย่าทำแบบนี้”

 

“หื้ม” ผมขยับลงมามองหน้าเขา เขี่ยเส้นผมที่บังแก้มขาวออก ไม่เคยมองว่าแบคฮยอนอ่อนโยนเลยจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ความคิดของผมมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

 

“ขอโทษ” ผมสัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะผมอีกแล้ว

 

“ขอโทษจริงๆ เริ่มกันใหม่ได้มั้ย....”

 

ไม่มีเสียงคำตอบจากเขา เพราะแบคฮยอนผล็อยหลับไปแล้ว ผมขยับผ้าห่มให้ก่อนจะกระชับกอดนั้นแล้วหลับตามไป

 

 

 

 

.

 

 

 

แบคฮยอนมักจะตื่นก่อนผม แม้ผมจะคิดว่าผมต้องตื่นแต่เช้าตั้งแต่หกโมงเช้าแบบนี้...บนเตียงก็ไม่มีเขาแล้ว มีแต่ผ้าห่มของเขาที่อยู่บนตัวผม

 

 

“อ้าวลูก ตื่นแต่เช้าเลยนะ”

 

“ครับ แบคฮยอนล่ะครับ”

 

คุณแม่โบ้ยหน้าไปหลังบ้าน ชานยอลตามออกไปจนเห็นว่าแบคฮยอนยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ แต่ดูเหม่อเกินไปเพราะกระถางที่ยืนรดน้ำมันล้นจนไหลออกมาหมดแล้ว

 

“เห้ย!”

 

“เชี่ย!” คนที่ตกใจหันสายยางกลับมา และชานยอลก็เปียกเต็มๆ

 

“ขอโทษๆ ก็ตกใจนี่หว่า”

 

ชานยอลเอาแต่หัวเราะแล้วก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่มัน...

 

“จะถอดทำไมเนี่ย!”

 

“อะไรกันๆ แกล้งไรกัน ว้ายตายแล้ว แบคฮยอน” กลายเป็นแม่คิดว่าเขาแกล้งชานยอลโดยไปฉีดน้ำใส่อีกฝ่าย...

 

“หุ่นดีจังลูก ดูแบคฮยอนดิไม่กล้าถอดหรอกพุงเป็นก้อน”

 

“แม่อ่า”

 

“ใช่ครับ พุงเป็นก้อนแล้วก็เหลวด้วย” นึกถึงตอนที่... อยู่ๆชานยอลก็หน้าแดงขึ้นมา แบคฮยอนที่เห็นเลยตีเข้าไปอย่างแรง

 

 

เหลืออีกสองวันก็ต้องกลับไปสอบแล้ว วันนี้เราเลยต่างจริงจังกับการอ่านมากกว่าทุกครั้ง ชานยอลไม่ได้กวนแบคฮยอนเหมือนเคยเพราะตัวเองก็กลัวจะอ่านไม่ทันเหมือนกัน

 

แต่มีอีกอย่างที่ชานยอลยังไม่ได้ทำ

 

ผลจากการตื่นเช้าและเพลียทำให้ชานยอลงีบหลับไปตรงโซฟา แบคฮยอนเห็นแบบนั้นเลยแอบไปรับโทรศัพท์ซูโฮข้างนอก

 

(อ่านบรรลุยัง)

 

“...ใกล้ละ ฮ่ะ”

 

(หัวเราะ?)

 

“อะไรอ่ะ หัวเราะไม่ได้เหรออ”

 

(หึ กูไม่เจอไอ้ชานยอลเลยนะ นัดมาติวกันมันก็บอกไม่ได้อยู่บ้าน...)

 

“...”

 

(อยู่ด้วยกันเหรอ)

 

“อื้ม มันมาหาที่บ้านสี่วันแล้ว”

 

เสียงไอ้ซูโฮหัวเราะดังลั่น แล้วก็ไม่ได้มีเสียงมันเสียงเดียวด้วยนะ...

 

“พวกมึง!”

 

(วันสอบกลับมาติวให้ด้วยล่ะ นี่อย่าลืมตกลงนะ)

 

“เดี๋ยวๆ ตกลงอะไร เดี๋ยว”

 

อะไรของพวกมันเสียงใครต่อใครแย่งกันพูดเต็มไปหมด หันไปก็ตกใจที่เจอชานยอลมายืนซ้อนด้านหลัง ตอนนี้เราอยู่หลังบ้าน ชานยอลก็มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลย

 

“เพื่อนโทรมาเหรอ”

 

“อืม ตามหามึง”

 

“พรุ่งนี้ก็จะกลับโซลแล้ว เร็วเนอะอยู่ที่นี่สนุกจัง”

 

“สมัครเป็นลูกแม่มั้ยล่ะ”

 

“ลูกเขยได้ป่ะ”

 

อยู่ๆแบคฮยอนก็หน้านิ่ง คิ้วขมวด เหมือนจะหงุดหงิดที่ชานยอลพูดอะไรแบบนี้อีก

 

“ช่วยบอกมาตรงๆได้มั้ยว่าทำไม ก็บอกอย่ามาให้ควา!” ชานยอลก้มลงไปจุ๊บปากแบคฮยอนแล้วก็

 

 

ป้าบ

 

 

โดนตบเข้าที่แก้ม เหมือนเผลอตัว

 

 

“เห้ย ค..คือ” แบคฮยอนเห็นว่าข้างแก้มของชานยอลแดงเลย

 

 

“โทษที แต่มึงมา...”

 

“ไม่เป็นไร คุ้ม”

 

“...”

 

“ดีใจที่มึงยอมฟังนะ...แบคฮยอนกูก็ไม่รู้ว่ะ ว่าตอนแรกทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมความคิดกูถึงมีแต่มึง”

 

 

“โอเค กูยอมรับว่าแปลกใจที่มึงชอบกู”

 

 

“คิดนะ ว่าทำไมมึงไม่บอกตั้งแต่แรก...มึงจำกุหลาบขาวตอนปีสองได้มั้ยที่วางอยู่หน้ารถมึง กูเป็นคนเอาไปวางไว้เอง” แบคฮยอนพึ่งรู้ ตอนนั้นชานยอลบอกว่าเห็นคนมาลืมไว้

 

“แล้วตอนนั้นให้ทำไม”

 

“จำได้ว่ามึงชอบดอกกุหลาบขาว ที่หอบเอากลับไปจัดบนห้องบ่อยๆน่ะ ตอนนั้นไม่กล้าพูดเพราะกูกลัวมึงคิดว่ากูชอบมึง...”

 

“แล้วมึงชอบกูเหรอ”

 

“ตอนนั้นไม่รู้ ไม่รู้มาตลอด ปฏิเสธมาตลอดด้วย เราอยู่ในสถานะเพื่อนนี่ กูก็มองมึงเป็นเพื่อนมาตลอด”

 

“...”

 

“แต่ถามตอนนี้ว่าชอบมึงมั้ย”

 

 

 

“...กูชอบมึง”

 

 

 

“ไม่มีเรื่องของใคร ไม่ใช่ภาพทับซ้อนใครเป็นมึง...เพื่อนของกู”

 

“ขอบคุณที่ทำให้กูรู้ว่าใครที่รักและใครที่ควรจะรัก”

 

 

“ขอบคุณที่ใจกูตอนนี้มีแค่มึง”

 

 

“มึงล่ะ” แบคฮยอนปล่อยให้หัวขาวโพลน ดวงใจดวงนี้กำลังสั่นไหว

 

 

คำตอบของเขาน่ะมีอยู่ในใจอยู่แล้ว

 

 

“ไม่บอก แบร่” แบคฮยอนแลบลิ้นใส่ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน มาหยุดยืนยิ้มแล้วก็ไม่ทันเห็นว่าแม่ยืนมองอย่างจับผิดอยู่

 

“อะไรกันหื้ม ชานยอลน่ะเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วนะ”

 

“ครับ?”

 

“เรื่องที่เขารู้สึกผิดกับเรา นี่คือสาเหตุที่ช่วงหลังมานี่เศร้าๆใช่มั้ย”

 

“แม่ คือผม”

 

“ไม่เป็นไรลูก เรื่องรักๆ แบบนี้แม่เข้าใจ เขาเอาแต่ขอโทษแม่ซ้ำๆนะ

 

“…”

 

แม่เลยบอกไปว่ามันเป็นเรื่องของลูกทั้งคู่ โตแล้วให้คิดให้เลือกเอง

 

                ตอนนี้แม่ทำเขาหน้าแดงไปหมดแล้ว เขารับรู้ถึงความรู้สึกผิดนั้นและมัน...ไม่มีอะไรติดค้างในใจกันอีกแล้วแหละ

 

มันง่าย ... ใช่ สำหรับคนที่รักมาตลอด รออย่างไร้ความหวังมาตลอด แม้คำพูดและการกระทำจะเหมือนพยายามปฏิเสธออกไปแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ

 

หนีใจตัวเองไม่พ้นจริงๆ

 

 

 

 

                ตอนนี้แบคฮยอนอ่านและสรุปบทสุดท้ายจบแล้ว ก่อนหน้านี้แม่เอานมอุ่นเข้ามาให้เหมือนทุกวัน..สองแก้ว แต่ชานยอลอาบน้ำอยู่เขาเลยผละออกมาเก็บของเตรียมตัวกลับไปสอบ เหลือบไปเห็นสมุดโน้ตของอีกฝ่ายที่วางอยู่บนที่นอนฝั่งตัวเอง เลยถือวิสาสะเปิดอ่านว่าสรุปอะไรลงไปบ้าง

 

 

R ขอโทษ

R ขออยู่บ้านด้วย

R ขอติวด้วย

R ขอให้พาไปเที่ยว

 

 

                เขาใจเต้นแรง กับข้อสุดท้าย...

 

 

 

เป็นแฟนกันมั้ย

 

 

£ ขอเป็นแฟน

 

 

ชานยอล...

 

อ่า ไม่ต้องรีบตอบก็ได้ แค่ไม่อยากเสียโอกาสที่จะมีมึงอีก ถ้ายังอยู่ด้วยกันตรงนี้

 

“..”

 

ยังไงคำตอบของกูก็คือมึงนะ

 

อยู่ข้างๆกันเหมือนเดิม ให้กูเป็นฝ่ายดูแลมึงบ้างได้มั้ย

 

เป็นกูได้แล้วใช่มั้ยชานยอลพยักหน้าช้าๆ ... รู้อีกทีก็มีแค่มัน ทั้งความคิดและความรู้สึก

 

“ไม่ได้มาจากความสงสาร แต่มันมาจากมิตรภาพ ความใส่ใจ...” ชานยอลเอาแต่ย้ำซ้ำๆ

 

“...”

 

“ที่ขาดมึงไม่ได้ ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย”

 

“...”

 

“เลยรู้สึกว่านี่แหละ”

 

 

“กูชอบมึงจริงๆแล้ว”

 

 

“ไม่ใช่ตัวแทนใคร มันเป็นมึง ชัดเจนคือมึงคนเดียว”

 

 

ชานยอลยิ้มกว้างเมื่อเห็นแบคฮยอนเองก็ยิ้มเหมือนกัน แต่แล้วสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเริ่มก่อนกลับทำให้เขา... และทันทีที่จูบ ... ผมรู้สึก รู้สึกว่าเขาใช่ มันตื้นตันอยู่ในนี้

 

 

“มาเริ่มใหม่กันนะ จีบมาสี่วันแล้วเลยรีบขอเป็นแฟนก่อน เร็วไปมั้ย”

 

ไม่รู้แล้ว ไปถามเพื่อนก่อน

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้!” ประกาศิตจากไอ้ซูโฮ หลังจากเราสอบเสร็จแล้วมาก๊งกันที่ร้านหมูย่าง พวกเราตั้งใจสอบกันมากๆเพราะอยากให้เกรดออกมาดีๆ

 

 

ไอ้ซูโฮมันหวงแบคฮยอนมากๆ ขนาดเมามันยังรัดแบคฮยอนไว้แน่น ชานยอลพยายามจะแงะมือออกก็ไม่ได้

 

แหม่ เหม็นจังความรักเนี่ย

 

สรุปตกลงยังเซฮุนหันไปถามแบคฮยอนมันที่วันนี้ไม่ได้ดื่ม มันกินแค่โค้ก

 

“ไม่บอก”

 

“ไปง้อกันท่าไหนเหรอคร่า” จงอินล้อเลียนก่อนจะโดนขายาวๆของชานยอลเตะมาจากใต้โต๊ะ

 

“กูขอถาม” ดีโอยกมือขึ้นพร้อมแก้วโซจู

 

“มึงลืมพี่จีซูได้แล้วจริงๆเหรอห๊ะ!” มันทั้งทุบโต๊ะและเสียงดัง

 

“ใช่!” นั่นไงซูโฮก็ตามมาสบทบ

 

แบคฮยอนสบตากับชานยอล เขาได้ยินบ่อยแล้ว แต่ก็อยากได้ยินจากปากอีกฝ่ายอีก

 

 

“คนที่เคยชอบ พอนึกถึงก็ยังจำได้มันคงไม่แปลก”

 

“...”

 

“หัวใจผมไม่มีใครนอกจากคุณแล้วครับ” เสียงหวีดแซวดังไปทั่ว เมื่อชานยอลจับมือแบคฮยอนขึ้นมา

 

“โอโหหหหหหหหห ตกลงคบมันเถอะ”

 

“อย่าๆ กูคุยกันแล้ว” ชานยอลบอกออกมาแบบนั้น

 

“ยังไงวะ แบคสงสารเพื่อนกู” เซฮุนแสร้งบีบน้ำตา

 

“ก็มันเร็วไปปะวะ จีบอยู่แค่ไม่กี่วันมาขอเป็นแฟนแล้ว”

 

“พวกมึงรู้จักกันมากี่ปี เล่นตัว!” ดีโอถูแบคฮยอนตีอยู่หลายที

 

“ก็จะเล่นอ่ะทำไม รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอเป็นเพื่อนกันไปแบบนี้นี่แหละ”

 

“พวกมึงเลิกถามกันได้ละแม่ง ยิ่งจะทำให้แบคฮยอนไม่ตกลงกับกูง่ายๆละ”

 

“ระวังเถอะ มีเด็กมาแอบมองอยู่”

 

“ใคร” ชานยอลกระแทกเสียงใส่

 

“เด็กในชมรมนั้นอ่ะ กูเห็นมาด้อมๆมองๆพอกูถามก็บอกว่าผิดคน”

 

“เออแต่เห็นว่าคบกับคนในชมรมนี่ คนนั้นที่จัดๆอ่ะ”

 

“อ้าว งี้ก็ต้องมีปลดออกดิ”

 

“ดู เขาเจอกันปีเดียวได้คบกันแล้ว หันมาดูเพื่อนกู” ก่อนที่ทั้งชานยอลและแบคฮยอนจะตีกันคนละปั๊กลงบนหลังไอ้จงอิน

 

 

 

 

เราอยู่ในสถานะที่คุยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนที่พิเศษกว่าครั้งก่อน

 

 

“จับมือนะครับ”

 

“อื้อ” แบคฮยอนปล่อยมือสบายๆก่อนจะถูกมือใหญ่เข้ามาสอดประสาน

 

คนที่ตัวเล็กกว่ายิ้มออกมาให้กับความสัมพันธ์ของเราที่ขยับขึ้นมาอีกนิด

 

“แล้วจะกลับบ้านมั้ย” แต่แบคฮยอนก็หยุดเดินซะก่อน

 

“อ้าว ไหนบอกจะพาไปทะเล ก็เลยจะไปทะเลกับชานยอลไง”

 

“เห้ย .. จริงป่ะ เย้!!” คนตัวโตกระโดดเฉยเลย ไม่อายสายตาคนอื่นจนแบคฮยอนต้องสะกิดให้เบาหน่อย เขาก็เขินเหมือนกันนะ

 

วันสอบชานยอลลองชวนแบคฮยอนแล้วว่าอยากจะไปกันสองคนจะไปด้วยกันมั้ย แต่พออีกคนไม่มีท่าทีจะตอบอะไร เขาก็ไม่ได้ถามต่อ

 

นึกว่าจะไม่อยากไปด้วยกันซะอีก

 

สองมือใหญ่นั้นเอื้อมไปจับที่ใบหน้าก่อนจะบีบแก้มที่เริ่มกลับมาเต็มอิ่มอีกครั้ง

 

“โมจิเอ้ย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงคลื่นซัดหาดทราย แสงแดดที่สาดส่องเข้ามายังต้นมะพร้าวที่เรานั่งอยู่บนเปลด้วยกัน

 

“ดีจัง เหมือนมาที่นี่แล้วได้ลืมเรื่องเครียดๆไปหมดเลย”

 

“อืม ไม่ได้มานานเลย”

 

“ชอบทะเลมั้ย”

 

“ชอบมึงมากกว่า”

 

“...”

 

“ชงมาเองนะ”

 

สงสัยว่าหน้าแบคฮยอนไม่ได้แดงเพราะแดดร้อนหรอก

 

แบคฮยอนเลยทำทีหยิบโทรศัพท์มาดู แจ้งเตือนจากกลุ่มเรามีเป็นร้อยข้อความ ไม่รู้พวกมันขยันคุยอะไรกัน คงจะว่านั่นแหละที่เราไม่ได้ชวน

 

... ก็ไม่รู้สินะ

 

“ไอ้พวกนี้ทะลึ่ง”

 

“มึงก็ด้วย”

 

ก็ดูตอบไปสิ พวกมันแซวว่าเรามาฮันนี่มูน มาปั๊มลูก ตลกละ มันดันไปตอบว่าใช่ กำลังปั๊ม

 

ก่อนที่ชานยอลจะเก็บโทรศัพท์ลงไป ทิ้งสายตาไปที่อีกฝ่ายที่มองออกไปนอกทะเล ก่อนที่ข้อมือเล็กจะถูกจับเอาไว้ พร้อมความเย็นของบางอย่างที่กระทบ

 

สร้อยข้อมือที่เป็นชื่อเรา pcy&bbh

 

แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองอีกคน

 

ทีแรกจะให้ทำรูปหัวใจ แต่ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน กลับคิดไปว่าแบบนี้แหละดูมั่นคงดี”

 

“...”

 

“มีกูและมึง คำเชื่อมที่เชื่อมสองเรา”

 

“...”

 

“พิเศษนะมีแค่ชิ้นเดียวในโลก”

 

“ผูกมัด” แบคฮยอนหันหนีเพราะเขาเขิน

 

“แล้วสร้อยอันนั้นล่ะ”

 

“ให้แม่ไปแล้วน่ะ”

 

“อ่อ”

 

“คุณแบคฮยอนใจอ่อนกับผมยังครับ” พูดอย่างเดียวไม่พอยังยื่นหน้ามาใกล้อีก

 

“คิดว่าเอาของมาล่อแล้วจะได้คำตอบเหรอ” ชานยอลโน้มตัวอีกฝ่ายให้เอนซบไหล่ตัวเอง โอเค คำตอบไว้ให้แบคฮยอนพูดเมื่อไหร่ก็ได้

 

มีการกระทำที่โอนอ่อนตอนนี้ แค่นี้ก็สบายใจแล้ว

 

แบคฮยอนพิงไปกับไหล่กว้างๆ

 

“ผู้ชายไหล่กว้างจะพากลับบ้านเหรอ” นึกแล้วก็พากันขำ

 

“ถ้าเป็นตอนนี้...ก็จะเป็นผู้ชายไหล่กว้างที่จะพาขึ้นห้อง!” ว่าแล้วก็รีบช้อนตัวอุ้มอีกฝ่ายวิ่งเข้าบ้านพักข้างหลังอย่างเร็ว

 

แล้วก็เจอทั้งทุบทั้งตี สุดท้ายเราก็นอนตากแอร์กันอยู่ในห้อง ชานยอลเอาแต่เขี่ยแก้มเขาไปมา นอนมองตากันพอมีจังหวะเขินก็พากันหัวเราะ

 

 

“คบกันนะ” มือที่เลื่อนจับกันแน่น กับสายตาที่แน่วแน่นั้น

 

แบคฮยอนหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบ

 

“ตกลง”

 

“...”

 

“กูก็อยากเป็นแฟนมึง”

 

 

ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้ลงเอยกับคนที่แอบรัก กว่าจะผ่านเรื่องราวต่างๆมาก็เจออุปสรรคมากมาย มาจนถึงตอนนี้การเขยิบสถานะขึ้นมา มันทำให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าจะพูดคำว่ารักให้ฟัง ทุกวัน

 

 

“รักแบคฮยอนนะ”

 

“อือ รู้แล้ว จะบอกสามเวลาหลังอาหารเลยเหรอ” เสียงงัวเงียอย่างคนรำคาญตอบออกมาหลังจากที่ชานยอลตื่นก่อนแล้วไปแกล้งอีกฝ่าย

 

 

“จะชวนมาดูพระอาทิตย์ขึ้น”

 

“...”

 

“ลุกไม่ไหวเลยเหรอ”

 

“ไม่คุยด้วย” ก่อนผ้านวมจะถูกดึงไปคลุมร่างเล็กเอาไว้

 

 

สำหรับผม ผมโชคดีที่มีแบคฮยอนเป็นเพื่อน ผมคิดแบบนี้ทุกครั้ง แม้จะรับรู้ช้ากว่าเขา แม้จะรักเขาตามมาทีหลัง

 

แต่ผมจะรักให้ทันเขา แล้วจับมือเดินต่อไปพร้อมกัน คำว่าตลอดไปมีจริงมั้ยไม่รู้สิ... แต่ผมบอกกับเขาว่าจะขอรอดูคำว่าตลอดไป ไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#smileandgoCB

 

 

 

ขอให้วันนี้มีแต่เรื่องดีๆนะคะ

ไม่เจอกันนานกับบทความนี้ เราเลยจะอัพสองเรื่องพิเศษสำหรับวันเกิดแบคฮยอนที่จะมาถึง

อีกเรื่องจะตามมาในวันเกิดแบคฮยอน.!

เรื่องมันจะมีความทับซ้อนของเหตุการณ์กันนิดๆแต่ตัวละครก็จะไม่ได้เกี่ยวข้องกันจังๆนะคะ แม้จะเป็นชานแบคเหมือนกันก็ตาม555555

 

 

ขอบคุณเสมอที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,042 ความคิดเห็น

  1. #2034 Jennysupat18 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:33
    สะกดคำว่าเพือ่นกับเธอไม่เปนนนน
    #2,034
    0
  2. #1849 เฮียคริส_ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 04:51
    หัวใจฟูไปหมดดด
    #1,849
    0
  3. #1835 24/7-B100HYUN (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 08:30
    สมหวังแล้วน้าาา 💕💕
    #1,835
    0
  4. #1821 OohSeMint (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:02
    ขอบคุณไรท์เช่นกันนะคะที่แต่งเรื่องนี่มาให้ได้อ่าน น่ารักมากๆ
    #1,821
    0
  5. #1820 Mookdamama (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 16:41
    ดีงามจังเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #1,820
    0
  6. #1819 kwanaplus (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:39
    อบอุ่นหัวใจจจ ขอบคุณที่แต่งนะคะ 💖
    #1,819
    0
  7. #1818 Rasika Chanthiphaso (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:45
    เป็นเรื่องที่ดีอีกแล้วค่ะ เราชอบจังเลย ขอบคุณนะคะคุณไรท์ 💞
    #1,818
    0
  8. #1817 Szsh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 01:16
    แบคเข้มแข็งมากจริง
    #1,817
    0
  9. #1816 mcd. (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:37
    ตอนแรกคือสงสารแบคมาก ดีที่จบแฮปปี้ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ ชอบมากๆ
    #1,816
    0
  10. #1815 MEANZOCHIST (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    แล้วงานแสดงปีสุดท้าย ชานยอลก็แต่งเพลง SSFW ให้แบคฮยอน แล้วก็ขอแต่งกันไปเลยจ้า
    #1,815
    0
  11. #1814 MEANZOCHIST (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    แล้วงานแสดงปีสุดท้าย ชานยอลก็แต่งเพลง SSFW ให้แบคฮยอน แล้วก็ขอแต่งกันไปเลยจ้า
    #1,814
    0
  12. #1813 candypinkpanda (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:11
    มันหน่วงในใจมากๆเลยค่ะ แต่ก็แฮปปี้ เย้ๆ
    #1,813
    0
  13. #1812 pcy__somsom (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:50
    แง่เป็นเขินมากคับ
    #1,812
    0
  14. #1811 CB-614 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 15:30
    แบคเก่งมากเลย
    #1,811
    0
  15. #1810 merryxcy (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 13:39
    ครึ่งแรกนํ้าตาไหลเลยค่ะ;-;
    #1,810
    0
  16. #1809 kengkitlove (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 09:38
    สงสารแบคมากช่วงแรกๆ ดีใจที่แฮปปี้ตอนท้ายอ่ะ ใจหายใจคว่ำ
    #1,809
    0
  17. #1808 ZeegamePhannakan (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 08:30
    ตอนหลังน่ารักมากกกกแงงง
    #1,808
    0
  18. #1807 Mat.ing (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 03:33
    ฮือ ค่ดจาน่ารักเลยค่ะคุณไรท์ ชอบมากกกกกก
    #1,807
    0
  19. #1806 NangAnna (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 02:27
    ครึ่งแรกคือร้องไห้หนักมากกกครึ่งหลังเขินเป็นไบโพล่ามาาฉัน
    #1,806
    0
  20. #1805 Inyamuuu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:56
    คิดถึงไรท์มากๆค่ะ ฟิคยาวจุใจครบรส เศร้า เขิน สงสารน้องมากๆๆๆๆ แต่ก็ดีใจที่น้องมีความสุขแล้ว หัวอกแม่คนนี้ ;-;
    #1,805
    0
  21. #1804 Belmeyoo (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:20
    น่ารักมากกกกแง คิดถึงนะคะไรท์แต่งดีเสมอเลย
    #1,804
    0
  22. #1803 KaRToon_HH (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:45
    ไม่คิดว่าตอนจบจะน่ารักขนาดนี้เขินตามเลย
    อีกเรื่องคือในชมรมใช่มั้ยคะ ก็ว่างงๆนิดนึงเตรียมตัวรอ
    #1,803
    0
  23. #1802 Energyjumjim (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:22
    ฮือออออ ฟิคดีมากเลยค่ะติดตามทุกเรื่องของไรท์ เขียนดีมาก ภาษาก้สวย เราอินมากตอนช่วงกลางๆร้องไห้ตามแบคเลย สุดท้ายก้จบสวย ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้🙏🙏
    #1,802
    0
  24. #1801 Power Prow ❤ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:06
    ฮืออออน่ารักมากกกก ชานยอลเหมือนหมาโต
    #1,801
    0
  25. #1800 Pang_Ko' (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:33

    อุ่นพุงไปหมดเลย แงงงง
    #1,800
    0