smile breathe and go slowly - (chanbaek)

ตอนที่ 43 : love and obsession - two (end)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    22 พ.ย. 62







ยามเช้าของที่นี่เหมือนในเทพนิยายจริงๆ มีเสียงนกร้องเสมือนเป็นนาฬิกาปลุก ถ้าเป็นปกติน่ะเหรอ เสียงปลุกของนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์นั้นคงดังจนน่ารำคาญ

 

แบคฮยอนลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องกว้างแห่งนี้ เขาลุกขึ้นมองเสื้อผ้าที่อยู่ครบชุด ลุกเดินออกไปมองที่หน้าต่างสูดอากาศยามเช้า...

 

 

“นกจะพูดได้มั้ยวะ” เขาหัวเราะกับตัวเอง มองตามมันที่บินมาเกาะที่หน้าต่าง แล้วพอได้มองลงไปจริงๆ หอคอยตรงนี้สูงมากๆ มากพอจะเห็นร่างกายสูงสองเมตรนั้นตัวจิ๋วไปเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอาล่ะ ข้าขอตัวไปก่อน” อุปกรณ์ใช้ต่อสู้ถูกวางลงทันทีที่หางตาเหลือบไปเห็นใครบางคนบนห้องนอนของตน

 

“ได้ครับนายท่าน”

 

“หลังจากนี้ อย่าเข้ามารบกวนข้าและเบคลี่”

 

 

เสื้อตัวนอกถูกเอามาคลุมแผ่นอกที่เต็มไปด้วยเหงื่อชื้น เส้นผมยาวถูกมัดเป็นจุกอยู่ข้างบน ชาเรนท์เองก็ต้องการชำระร่างกายแล้วเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนกลับมายืนส่องกระจกในห้องหนึ่งที่คาดว่าเป็นห้องอาบน้ำ คงไม่ใช่บ่อน้ำหรอกมั้ง ใครจะสร้างบ่อน้ำไว้บนห้องนอน แถมรอบๆยังรายล้อมไปด้วยดอกกุหลาบ ชาเรนท์ผู้นั้นดูไม่เหมาะกับสไตล์แบบนี้เลย

 

แบบที่เป็นคนโรแมนติก

 

 

เหมือนไม่รู้ตัวเองว่าแบคฮยอนกำลังยิ้มตอนที่นึกถึงใครคนนั้น...

 

 

กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพแบคฮยอนที่เจ้าตัวคิดว่ามันเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเอง เพราะที่เวทิสเขาคือเบคลี่สินะ

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลสว่างทั้งที่ปกติมันดูเข้มจนเกือบดำ ภายในตาที่ดูเหมือนกรีดอินไลน์เนอร์เหมือนหญิงสาวสมัยนี้ที่ชอบแต่ง แล้วยังจะมีโซ่ที่คล้องผ่านจมูกนี่อีก

 

 

... มันดูไม่ใช่ตัวเองเลยด้วยซ้ำ

 

 

ชุดสีดำที่ยาวไปถึงขา ข้างในดูเหมือนซีทรูที่ในชีวิตนี้คงไม่กล้าใส่มันออกไปไหน ไม่มีวันใส่เลยก็ว่าได้

 

 

เขาถอนหายใจออกมาก่อนพยายามจะถอดเพื่ออยากอาบน้ำ หวังว่าชาเรนท์คงไม่รีบขึ้นมาหรอกมั้ง....แต่เหมือนจะได้ยินเสียง

 

 

“ผมขออาบน้ำ อย่าพึ” ยังไม่ทันที่จะเอ่ยบอกจบประโยค ร่างกายของแบคฮยอนก็ต้องแข็งทื่อเมื่อถูกทาบทับจากคนที่สูงกว่าทางด้านหลัง

 

 

“ไม่มีสิ่งใดบนตัวเจ้าที่จะถอดออกได้เองในเพลานี้”

 

 

เสียงกระซิบชิดใบหู ร่างน้อยๆตัวสั่นในอ้อมแขนเมื่อถูกวงแขนแกร่งโอบเข้าหาตัว

 

 

“...”

 

“นอกเสียจากให้ข้าปลดให้เจ้า”

 

สาบานว่าไม่เคยเขินและอยากหายตัวไปจากตรงนี้มากเท่าเวลานี้มาก่อน คำพูดและสีหน้ากับแววตาของชาเรนท์มันเริ่มมีอิทธิพลกับเขา

 

 

“เจ้าหน้าแดง”

 

“หนาวเกินไปเหรอ” และร่างของเขาก็ถูกดึงเข้าไปกอดจนจมกับอกแกร่ง มันแข็งแรงและแน่นมากคงเพราะอีกฝ่ายพึ่งออกกำลังกายมา

 

“ม...ไม่ใช่ครับ” มือใหญ่นั้นลูบลงที่ศีรษะ เบคลี่ของเขาตัวเล็กและอากาศที่นี่คงหนาวกว่าที่โลกมนุษย์ ดูตอนนี้สิยังตัวสั่นอยู่เลย

 

“น้ำที่นี่อุ่น กลีบกุหลาบและสมุนไพรจะช่วยให้เจ้าผ่อนคลาย ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายทั้งเจ้าและข้า”

 

 

กลิ่นหอมประจำตัวของเบคลี่ ใบหน้าอันงดงาม ความเซ็กซี่ผสมกับความใสซื่อแสนบริสุทธิ์ ทำให้ใครอีกคนไม่เป็นตัวของตัวเอง 

 

 

“ข้าจะอดทนไม่ไหวแล้ว”

 

 

เขาพูดอย่างซื่อตรงและจริงจัง

 

 

“ข้าอยากร่วมรักกับเจ้า” ชาเรนท์สีหน้าอ่อนลงก่อนจะค่อยๆล่าถอย ยามเอ่ยถึงความปรารถนาสูงสุด

 

“แต่รูปลักษณ์ของข้าคงทำให้เจ้ากลัว” ก่อนจะเข้ามาคลอเคลียที่จมูกรั้นอีกหนเหมือนจะทนไม่ไหวแบบที่พูด

 

“ถ้าข้าเป็นในแบบที่เจ้าปรารถนา มีร่างกายและรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนๆกับเจ้า เจ้าจะยอมข้าหรือไม่”

 

 

แบคฮยอนใจวูบโหวง เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับเรื่องอย่างว่ายิ่งไม่เคยทั้งกระทำและถูกกระทำ บางสิ่งที่ทำด้วยตัวเองก็เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เป็นเรื่องใคร่ๆของมนุษย์อยู่แล้ว

 

การมาขอมีเซ็กส์ด้วยตรงๆแบบนี้ เขายิ่งทำอะไรไม่ถูก

 

 

“เจ้ายังไม่พร้อมสินะ”

 

“ผม..คือผม”

 

“ความคิดเจ้าบอกว่า ‘ข้ายังไม่ใช่’ ”

 

 

แบคฮยอนพยายามดันอกแกร่งออก ก่อนจะเหวอเมื่อถูกอุ้มให้ขึ้นนั่งลงบนขอบบ่อสูง

 

 

“เจ้ามีเรื่องสงสัยอันใดหรือ”

 

“...มันเร็วเกินไปกับเรื่องแบบนี้”

 

 

ชาเรนท์รู้ว่าในความรู้สึกของเบคลี่มีแต่ความสับสน ลังเล และเขาก็พยายามข่มใจอยู่แต่ก็อยากรอฟังสิ่งที่เบคลี่จะบอก

 

 

เพราะอย่างไรแล้วชาเรนท์ก็จะรอและรักเพียงเบคลี่เท่านั้น

 

 

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเชื่อมั่นขนาดไหนว่าผมเป็นคู่แท้ของคุณ”

 

“...”

 

“เพราะผมเองก็ยังไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ว่าเรื่องที่มันกำลังเกิดขึ้นนี้ มันเป็นเรื่องจริงหรือมันคืออะไร”

 

“ข้าเองก็แปลกใจ แต่ข้าไม่สนมันแล้ว”

 

“...”

 

“ข้ารู้เพียงแค่ ข้ารักเจ้า”

 

“...”

 

“รัก ที่เป็นความรักที่คนอย่างข้าจะรักใครได้ และได้โปรดมันมากขึ้นจนข้าไม่รู้จะมีสิ่งใดมาหยุดมันที่มีต่อเจ้าได้”

 

 

แบคฮยอนจ้องมองใบหน้าของคนที่ยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยน หากในนิยายที่เคยอ่านรูปลักษณ์แบบชาเรนท์ภายนอกดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย แต่ความคิดเรื่องนั้นพังลงเพียงเพราะความอ่อนโยนที่แสดงให้เขาเห็นนี้

 

 

“ข้าคงไม่ได้รูปงามแบบมนุษย์ เจ้าเลยลังเลใช่หรือไม่” เขาปฏิเสธไปแล้วในใจและชาเรนท์คงจะรับรู้ หากเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่น่ากลัวแบคฮยอนคงไม่มานั่งอยู่ที่เมืองเวทิสแห่งนี้ด้วยหรอก

 

 

“ห...หากผม ไม่ใช่คู้แท้ของคุณล่ะ”

 

 

ถึงวันนั้นตัวเขาจะโดนฆ่าทิ้งไปเลยมั้ย

 

 

“เบคลี่ เจ้านี่แสนกังวล”

 

“ผมแค่กลัว”

 

“นอกจากเรื่องแหวนหรือแม้กระทั่งเรื่องคู่แท้ ข้ามีอีกสิ่งหนึ่งอยากบอกกับเจ้านะ”

 

แบคฮยอนยืนนิ่งปล่อยให้ถูกสัมผัสต่างๆไปตามกรอบหน้าและลำคอ รวมถึงนิ้วมือที่ถูกกุมประสานกันอยู่ตอนนี้

 

 

“ความมีจิตใจอ่อนโยน เห็นใจเพื่อนมนุษย์ของเจ้า ทำให้ข้า...ทำให้ข้าตกหลุมรัก”

 

 

ตอนนั้นเองที่หลังมือสวยของแบคฮยอนถูกจุมพิตแบบนับครั้งไม่ถ้วน

 

“...”

 

“ข้าดีใจที่เจ้าไม่กลัวข้าในยามแรกพบนั้น”

 

“...”

 

 

เขารู้สึกว่าแหวนมันเริ่มบีบรัดขึ้นมาอีกหน แต่มันไม่ได้เจ็บขนาดจะทนไม่ได้ 

 

 

“ให้ข้าต้องสัญญาต่อหน้าเจ้า หรือสัญญาต่อสิ่งใดหากเจ้าต้องการข้าทำได้ทั้งนั้น”

 

“...โลกของคุณ ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องความรักมันเป็นยังไง แต่ที่โลกมนุษย์การจะคบหรือมีสัมพันธ์กับใครซักคนในแง่ดีผมมองว่ามันต้องใช้เวลาและรู้สึกรัก”

 

“ในแง่ความใคร่มันก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นรักได้ ใช่หรือไม่”

 

แบคฮยอนมองคนที่ตอบโต้กลับมา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง บางคนคบกันมาเป็นสิบปีแต่พอต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆกลับไปไม่รอด หรือบางคนคบกันปีเดียวแล้วเลือกจะใช้ชีวิตด้วยกันกลับอยู่ด้วยกันยืนยาว

 

 

“ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเวทิสหรือโลกมนุษย์ เวลา ก็เป็นเพียงเรื่องนึงเท่านั้นจริงมั้ยเบคลี่”

 

“...”

 

“เอาล่ะ ข้าจะปล่อยให้เจ้าแช่น้ำ ส่วนข้าจะออกไป”

 

 

มือเล็กที่ไวกว่าคว้าเขาเข้าที่ท่อนแขนแกร่ง

 

 

“ห .. ไหนคุณบอกว่าจะต้อง เอ่อ ถอดให้”

 

“หันหลังสิ”

 

 

แบคฮยอนค่อยๆโดดลงมาก่อนจะมายืนหันหลังให้ ไม่กี่วินาทีที่รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อสิ่งที่ปกคลุมร่างกายร่วงหล่นไปที่พื้นกับช่วงล่างที่วูบโหวงและซีทรูด้านหน้าที่ถึงตอนนี้ตนเองคงปลดมันเองได้

 

 

เสียงลมหายใจที่รดรินลงบริเวณต้นคอเรียกความรู้สึกแปลกประหลาดให้กับคนที่ยืนตัวสั่น แขนแกร่งที่แปรเปลี่ยนเป็นรั้งคนที่ยืนหันหลังให้เข้ามาแนบชิด พรมจูบผ่านซีทรูตัวบางก่อนที่มันจะถูกกระชากออกจนเหลือเนื้อตัวเปลือยเปล่า

 

และเหลือเพียงโซ่ด้านหน้าที่ยังมีอยู่

 

 

“หากดอกไม้พวกนั้นแทนความงดงาม”

 

“...”

 

“เจ้าก็เป็นดั่งความงดงามที่ยากแท้จะหาสิ่งใดมาเปรียบ” พร้อมโซ่ที่ค่อยๆบรรจงถอดออกจากใบหน้า 

 

 

 

หลีกไม่พ้น หลบไม่ได้ 

 

 

ความเชื่อที่มั่นคง ความรักที่เต็มเปี่ยม ความศรัทธาในพรหมลิขิต ชาเรนท์ผู้ซื่อสัตย์ขอให้สัญญาจะรักเบคลี่ ... คู่แท้ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

 

... และแบคฮยอนกลับไม่ได้เลือกจะผลักไส

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นจากความตั้งใจ

 

 

 

บ่อน้ำขนาดใหญ่ภายในรุ่มร้อนไปด้วยสองร่างที่กอดรัดเป็นหนึ่งในนั้น ชาเรนท์เอาแต่บดจูบ ละเมียดละไมชิมรสที่ริมฝีปากเล็ก นิ้วมือใหญ่ลูบไปตามโครงหน้าที่เห่อขึ้นเป็นสีแดงจาง ก่อนจะจูบลงไปอีกหนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ภายในปากเบคลี่ช่างหอมหวาน เนื้อตัวขาวๆขึ้นสีแดงคงเพราะอากาศหนาว ชาเรนท์จึงบดเบียดตัวเองเข้าใกล้ทุกอณูให้ทุกส่วนสัมผัสกัน ช่างแสนน่ามองและยั่วยวนอย่างยากยับยั้ง

 

 

ช่วงลำตัวส่วนล่างที่แสดงความแข็งแรงมันเข้าหาและบดเบียดกับสิ่งที่อยู่ภายในของทั้งสองที่ชูชัน มันต่างจากของคนปกติ...ไม่แปลกที่มันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและแบคฮยอนเองก็ไม่เคย เขาเริ่มกลัว

 

 

ชาเรนท์รู้ เขากลับหยุดขยับทุกอย่าง ก้มลงมอบจูบให้ก่อนจะผละตัวขึ้นมามอง

 

 

“กลัวมากเลยใช่มั้ย” แบคฮยอนพยักหน้า 

 

“แต่...ผมใช้มือให้ได้มั้ย” อีกคนทำหน้าฉงน

 

“มือรึ?”

 

 

ธรรมชาติของที่นี่มันคงยากจะหาคำตอบ เมื่อเกิดอารมณ์ใคร่ขึ้นมาสมัยนี้เขาจัดการกับตัวเองยังไงกัน หรือลงที่การมีเพศสัมพันธ์กันอย่างเดียว ครั้นจะถามเขาก็คงไม่ได้คำตอบ

 

เห็นทีเขาต้องลองทำให้ดูก่อน

 

ใช่ว่าจะไม่อายที่พูดออกไปแบบนั้น เขาอยากจะมุดหนีหายไปจากตรงนี้ให้ได้เพราะในคราวที่เราไม่มีแม้สิ่งใดมาบดบังร่างกายทั้งคู่

 

แบคฮยอนค่อยๆเลื่อนมือเข้าหาสิ่งนั้นที่อยู่ตรงหน้าด้วยมือที่รู้สึกได้ว่ามันสั่น คนที่กำลังมองตามการกระทำกลับยิ่งมีอารมณ์ ส่วนนั้นชูเด่นและตั้งตรง

 

 

“ข้า ไม่ไหวเบคลี่ ข้าจะไม่ไหว”

 

 

 

ชาเรนท์จับมือของแบคฮยอนให้ไปกอบกุมสิ่งนั้นและทาบทับด้วยมือของตัวเอง ความนิ่มจากฝ่ามือยิ่งทำให้ความต้องการพุ่งสูง ชาเรนท์คำรามออกมาเสียงดังและทำให้อีกคนเขินอายจนต้องมุดซบเข้ากับอกแกร่งทั้งที่อยู่ในท่ายืนเข่า

 

แบคฮยอนขยับตามจังหวะที่เคยทำให้กับตัวเอง หวังว่ามันจะทำให้ชาเรนท์พอจะสุขสมได้ แต่กลับกลายเป็นตัวเองที่เริ่มจะรู้สึกมาก...มากจนอยากปลดปล่อยเช่นเดียวกัน

 

“อ๊ะ.. อ”

 

“ข้าอยากเข้าไป เบคลี่” 

 

“...”

 

“นิ้วมือเจ้ามันช่างดี ข้าจะปลดปล่อยอยู่แล้ว อ๊า” 

 

 

แบคฮยอนหอบหายใจแรง ยิ่งได้ยินเสียงครางทั้งของตัวเองทั้งอีกฝ่าย เสียงลมหายใจทำให้เขาหดเกร็งไปทั้งตัว เสียวที่ส่วนปลายอย่างมากก่อนที่ทุกหยาดหยดของเราจะท่วมท้นออกมาคามือแบคฮยอนและเลอะไปตามหน้าท้อง

 

 

กว่าจะออกมามาจากห้องชำระร่างกายก็ต่างฝ่ายต่างเขินกันอยู่ไม่น้อย และเขากำลังถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งเขาไม่ได้รับสิทธิในการเลือก แค่เพียงพูดออกไปว่าไม่อยากใส่เป็นซีทรูแบบนี้แล้วเพราะมันทำให้รู้สึกคัน ชาเรนท์ก็เปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามควานลึกให้แทน

 

ให้ตายหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

 

 

“เจ้าสวมใส่สิ่งใดก็ดูยั่วยวนไปซะหมด”

 

“ผมไม่อยากคุยกับคุณแล้ว!” แบคฮยอนหน้างอ ชาเรนท์รู้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังเขิน

 

“เกลียดข้าหรือ”

 

 

ใครจะไปกล้าเกลียด ถามออกมาได้ การที่ต่างคนต่างช่วยตัวเองกันเสร็จแล้วต้องมายืนคุยกันราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

 

“ผมขอออกไปหาดีดี้”

 

“ได้ ข้” 

 

“ผมขอออกไปคนเดียว” แบคฮยอนพูดด้วยเสียงดังก่อนจะคว่ำปากเมื่อเหมือนถูกจะขัดใจ

 

“ถ้าต้องการแบบนั้นก็ย่อมได้”

 

 

เท้านั้นรีบก้าวๆออกไปจากห้องนี้ ก่อนจะไปนั่งลงข้างๆตะกร้าที่ใส่ดีดี้เอาไว้และมันกำลังหลับ แบคฮยอนไม่ทันสังเกต.. เขาพึ่งเห็นว่าที่มุมนึงของห้องมีผลไม้หลายชนิดกองพะเนินรวมกันหลายสิบกิโลฯ ดีดี้กับผลไม้งั้นเหรอ

 

 

“ไหนบอกว่าไม่อยากให้ฝืนธรรมชาติ” แค่นี้กลับทำให้เขามีรอยยิ้มออกมาได้ง่ายๆ

 

 

การกระทำที่คาดไม่ถึงทำให้รู้ว่าชาเรนท์นั้นใส่ใจเบคลี่ของตัวเองแค่ไหน ความจริงมันยากที่จะฝืนธรรมชาติ เพราะก่อนออกไปประลองเมื่อเช้าก็เป็นชาเรนท์ที่ลองเอาผลไม้ให้ดีดี้กิน

 

 

“งั้นมื้อนี้ลองส้มมั้ย” แบคฮยอนคุยกับสัตว์ตัวจิ๋ว ส้มที่นี่ลูกใหญ่ เขาบรรจงแกะเปลือกออกเพราะอยากลองชิมด้วย

 

“หื้ม หวานมากกก ไม่แบ่งแล้วได้ป่ะ”

 

 

 

บานประตูและผนังไม่อาจบดบังภาพเหล่านั้นได้ คนที่นั่งลงอยู่ข้างตะกร้า อุ้มเจ้ามังกรจิ๋วออกมาอย่างทุลักทุเล แกะเปลือกส้มทั้งที่จริงไม่ต้องก็ได้ แต่เบคลี่กลับค่อยๆหยิบที่ละส่วนป้อนใส่ปากมัน

 

 

“ข้าอิจฉามังกรตัวนี้เสียจริง” แบคฮยอนเงยหน้ามองคนที่มายืนอยู่ด้วยกันภายใน ชาเรนท์ไม่ถือตัวที่จะนั่งลงกับพื้น นั่งข้างๆเบคลี่

 

“เจ้ามีความสุขมั้ย”

 

“...”

 

“เรื่องเมื่อครู่ ทำให้เจ้าอึดใจหรือเปล่า”

 

 

ทำไมถึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกนะ

 

 

“ถ้าคุณไม่พูดอีกมันคงดีกว่า”

 

“งั้นข้าขอเอ่ยอีกอย่างได้หรือไม่... ข้ารู้สึกดี ข้าอยากให้เจ้าสอนอีก” แบคฮยอนอ้าปากเหวอ ก่อนจะทำผลไม้ร่วงหลุดมือไปหมด

 

“อาการนี้แบบนี้เจ้าเขินหรือ” ชาเรนท์โน้มหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้แล้วว่าแบคฮยอนเขิน!

 

“ผมจะออกไปแล้ว”

 

“โกรธอีกแล้ว ข้าขอโทษ”

 

“...”

 

“วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปดูม้า”

 

“ผมเคยเห็นแล้ว” แบคฮยอนขัดออกไปอย่างไม่ได้สนใจ เขาโฟกัสกับการป้อนส้มดีดี้มากกว่า

 

“อยากขี่ม้าหรือเปล่า”

 

ดวงตากลมนั้นจ้องกันตาแป๋ว ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาอีกจนชาเรนท์สังเกตได้

 

“เจ้าเป็นอะไรเหตุใดจึงได้หน้าแดงบ่อยนัก”

 

“ป..เปล่าซักหน่อย”

 

“...”

 

“ไปขี่ม้าก็ได้ครับ”

 

 

ชาเรนท์พาเดินออกมาโดยมีทหารเดินตามมาด้วย ข้างหน้าเราตอนนี้เป็นทุ่งกว้าง ถึงพระอาทิตย์จะอยู่เหนือหัวแต่กลับไม่ร้อนมากหนัก

 

 

ฝูงม้าวิ่งพรูกันออกมา พวกมันเป็นม้าสีขาวที่ดูสง่ามาก ดูไม่ใช่ม้าเพื่อการรบเลย

 

“ม้าพวกนี้จะเป็นม้าในงานพระราชพิธี”

 

“...”

 

“...วันที่ข้าขึ้นปกครอง ข้าอยากให้เจ้าอยู่ข้างๆข้าด้วย”

 

 

ชาเรนท์เอ่ยถึงด้วยความรู้สึกมีความหวัง การมีใครซักคนอยู่ข้างๆในวันที่ยิ่งใหญ่คงจะดีไม่น้อย เพราะบุคคลที่อยากให้อยู่ด้วยจริงๆจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว

 

การปกครองเมืองเวทิสไม่ใช่เรื่องง่ายนัก การจะให้ชาวบ้านยอมรับชาเรนท์ก็ใช้เวลาอยู่นาน และก็ไม่ใช่ทุกคนตอนนี้ที่ยอมรับตน

 

 

“ผมดีใจด้วยนะ”

 

“ไปเถิด” ชาเรนท์กุมมือเข้ากับมือกับแบคฮยอนก่อนจะพาเดินไปยังม้าตัวงามที่สุดในบรรดาทั้งหมด

 

“ยิ่งมามองใกล้ๆมันยิ่งสวยมากๆเลยครับ” เพียงแวบเดียวที่ตัวเบาๆของแบคฮยอนลอยหวือ ก่อนจะมานั่งอยู่บนหลังมาเรียบร้อย

 

“ข้าจะให้เรเนียพาเจ้าไปทีนึง”

 

 

 

 

ที่ที่ว่าคือน้ำตก เราวิ่งผ่านป่า ผ่านทุ่งหญ้ากระทั่งมาหยุดอยู่ที่น้ำตกในป่าลึกตามที่ชาเรนท์บอกเอาไว้ เรเนียถูกผูกเอาไว้กับต้นไม้ขนาดใหญ่ก่อนที่เขาจะถูกพาเดินไปตามธารน้ำ มันใหญ่ที่สุดเท่าที่แบคฮยอนเคยเห็นมาเลย

 

เสียงของน้ำที่ดังดึงความสนใจทำให้เขาไม่รู้ว่าถูกจ้องมานานเท่าไหร่แล้ว ชาเรนท์โน้มลงมากระซิบว่าด้านหลังเป็นป่าและมีทุ่งดอกไม้

 

 

“สงบดีมั้ย”

 

“...”

 

แบคฮยอนสังเกตว่าชาเรนท์มีสีหน้าเครียด แม้จะดูไม่ค่อยอยากแสดงออกว่าเครียดให้ตัวเองเห็นก็ตาม

 

“ที่จริงผมไม่ค่อยชอบมาเที่ยวน้ำตก เพราะชอบจินตนาการว่าถ้าโดดลงมาจากที่สูงจะตายเพราะหัวฟาดหิน” เขาหัวเราะ แต่ก็คิดแบบนั้นจริงๆ

 

“เจ้ามักชอบกลัวไปก่อน”

 

“คงงั้นมั้งครับ แต่ที่นี่สวยจริงๆยอมรับเลย ป่าสีเขี๊ยวเขียว”

 

 

ข้างหลังเราตอนนี้เป็นโขดหินที่มีโพรงพอให้เรานั่งลงอยู่ด้วยกันได้ นั่งก็ไม่ได้นั่งธรรมดานัก ชาเรนท์ดูจะติดการสกินชิพมากจริงๆ มือไม้ที่โอบไปทั่วซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นเดียวกัน ที่ปล่อยให้ทุกอย่างมันถลำลึงลงไปได้ขนาดนี้

 

“คุณดูกังวล” ถึงแม้แบคฮยอนจะไม่มีพลังอะไรจะไปหยั่งรู้ถึงความรู้สึกของชาเรนท์ได้ แต่แววตากับสีหน้ามันบอกทุกอย่าง

 

“เจ้าเก่งจริงๆ”

 

“...”

 

“เบค รู้มั้ยว่าตอนนี้เจ้าเป็นคนเดียวที่จะได้เห็นข้าเป็นแบบนี้” ชาเรนท์หมายถึงความอ่อนแอ

 

“จะเป็นกษัตริย์แล้ว มิอาจอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นได้ กษัตริย์ที่จะต้องเข้มแข็ง” แบคฮยอนยิ้มให้กำลังก่อนจะจับมือกันเอาไว้ ชาเรนท์คงไม่รู้ว่ายามที่พูดนั้นตัวเองบีบมือที่กุมอยู่กับแบคฮยอนแน่นแค่ไหน แม้มันจะเจ็บแต่เขาก็ไม่ได้บอกออกไป

 

“แสดงออกมาเถอะครับ แล้วพอถึงวันนั้นคุณจะเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบ”

 

“ข้ากลัวว่าจะปกป้องเมืองนี้ไว้ไม่ได้”

 

“คุณเองก็กลัวไปก่อน ยังมาว่าผม”

 

“ข้าขอโทษเบคลี่” แบคฮยอนหันหน้าเข้ามาคนด้านข้าง “อย่ากังวลไปเลยนะครับ อาจจะยากไปซักหน่อยแต่ผมคิดว่าคุณต้องทำได้ดีมากๆ”

 

 

มือใหญ่ลูบไปตามใบหน้าเล็กอย่างหลงใหล ในทุกวินาทีนั้นความรักของชาเรนท์ที่มีต่อเบคลี่ของตนเหมือนยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้น

 

 

...หากแม้แต่ยอมแลกด้วยชีวิต เขาก็ให้ได้

 

 

ใบหน้าที่เคลื่อนเข้าหาก่อนริมฝีปากจะแนบประกบเข้ามาแน่น ชาเรนท์จูบแบบไม่ยอมผละออกมา ดูดคลึงและขบกัดจนกลัวจะได้เลือดอีกมือที่ลูบไปตามลำคอระหง แบคฮยอนปรับองศาใบหน้าให้จูบระหว่างเรามันลึกซึ้งขึ้นไปจนรู้ตัวอีกทีตัวเขาก็นอนราบไปตามแนบโขดหินที่มองเห็นพระอาทิตย์แสบตา ก่อนที่มันจะถูกบดบังด้วยใบหน้าของชาเรนท์ที่เสมือนดูน่ากลัวแต่ภายในจิตใจเขานั้นช่างตรงข้าม

 

ชุดที่สวมใส่ค่อยๆถูกถอดออกจนเนื้อตัวแทบล่อนจ้อน จุดกึ่งกลางอกแสนหอมหวานนั้นชาเรนท์ได้เข้าลิ้มชิมรสและกัดมันจนเรียกเสียงครางจากคนรักของตัวเองในที่สุด แผ่นอกบางแอ่นเข้าหาริมฝีปากที่เอาแต่ขบเม้มสลับกันสองข้าง มือข้างนึงถูกให้จับวางที่ไหล่ แบคฮยอนจิกลงไปยามที่ถูกจับให้สัมผัสสิ่งที่พองนูนด้านล่าง

 

มันดูอัดอั้น...จนล้นมือ

 

 

“จูบข้าสิ”

 

“...”

 

“แล้วข้าจะเป็นดั่งคนที่สามารถยืนเคียงข้างเจ้าได้ทุกอย่าง”

 

 

ชาเรนท์เอ่ยขึ้นในตอนที่แบคฮยอนโอนอ่อน

 

 

และเพราะอยากรู้...เขาจึงทำ

 

 

แบคฮยอนเขยิบตัวขึ้นไปเพื่อประกบปากสัมผัสกับริมฝีปากอีกฝ่ายที่นุ่มหยุ่นแนบชิดเพียงแค่ผิวเผิน แขนของตัวเองที่จับอยู่ที่ท่อนแขนหนาจากทีแรกที่จับไม่รอบแต่กลับรู้สึกกลายเป็นความพอดีมือไปเสียอย่างนั้น

 

เพียงจูบที่เบาบางถูกเปลี่ยนเป็นจูบที่ลกซึ้ง เมื่อลิ้นดั่งเช่สคนปกติเกี่ยวกระหวัดสัมผัส กลีบปากที่ดูดดึง ขบเม้มจนเปรอะเปื้อน มันร้อนจนแทบหลอมละลาย

 

 

“ชาเรนท์...”

 

 

เขาเรียกในตอนที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนสมบูรณ์ ผู้ชายตรงหน้าก็คือชาเรนท์ กึ่งมนุษย์ที่ประหลาดคนนั้น มีแต่ภายนอกที่เปลี่ยนไปราวกับคนธรรมดาอย่างเขาแบบที่อีกฝ่ายบอก

 

 

เส้นผมสีขาวยังคงเป็นสีขาวในแนบปกติ และดวงตาสองสีสวยนั้นยังคงเป็นอบบเดิม ทั้งลำตัวที่ยังคงสูงกว่าเขา ลักยิ้มที่มีสเน่ห์ยามที่ยิ้มมาให้กันเมื่อมองอย่างเต็มตา

 

“คุณ..”

 

 

“ข้าอยากให้เจ้าชอบข้าแบบที่ข้าชอบเจ้า”

 

 

แบคฮยอนอยากจะร้องไห้ การที่มีใครคนนึงมาเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเอง สำหรับเขามันยิ่งใหญ่ เขาไม่เคยมีคำตอบให้ชาเรนท์ว่ารู้สึกอย่างไร แค่เพียงนึกยังไม่อยากนึกคิด เพราะกลัวชาเรนท์รับรู้แล้วจะเสียใจ

 

เขาถูกจับให้ลุกขึ้นเพื่อมาต่อการเล้าโลม แบคฮยอนเอียงคอรับสัมผัสบริเวณรับคอที่กำลังจะถูกกัด และเพื่อทำรอย

 

แต่ก่อนที่จะได้ทำ

 

 

 

 

‘คุณว่าลูกจะได้อยากได้อะไรจากที่นี่’

 

‘อันนี้นี่แหละผมรู้ใจลูกชายเราดี’

 

 

 

 

แบคฮยอนเผลอผลักชาเรนท์ออกด้วยความตกใจจนใครอีกคนกังวล

 

 

“เกิดเหตุอันใด!”

 

“ผ..ผมได้ยินเสียงป๊ากับแม่” เขาเงยหน้ามองชาเรนท์จู่ๆน้ำตาก็เอ่อคลอ ก่อนที่จะถูกกดจูบเบาบางลงมาที่เปลือกตาเหมือนปลอบประโลม

 

“อย่าร้องเลยนะ”

 

“...นี่คงหลายวันแล้วที่ผมมาอยู่ที่นี่”

 

นี่คือสิ่งที่ชาเรนท์ไม่อยากให้มาถึงเลย เขาพร่ำอธิษฐาน แต่ก็คงไม่มีสิ่งจะใดฝืนโชคชะตาได้

 

“...”

 

“คงใกล้วันที่ป๊ากับแม่ผมจะกลับมาที่บ้าน ถ้าท่านไม่เจอผมอาจจะเป็นเรื่องใหญ่” ร่างของแบคฮยอนถูกดึงเข้าไปกอด คางนั้นเกยอยู่ที่ไหล่ของเขา กับเสียงพูดที่ดูเศร้าลง

 

“ข้าไม่อยากให้เจ้าไปเลย”

 

 

เปลี่ยนเป็นแบคฮยอนที่หันกลับไปลูบใบหน้านั้นบ้าง

 

 

“คุณก็มาหาผมได้แบบที่คุณต้องการนี่”

 

“แต่ถ้าเจ้าไม่นึกถึงข้าล่ะ ข้าจะทำอย่างไรได้”

 

 

ถึงแม้จะมีพลังของคู่แท้ แต่เพราะเราอยู่กันคนละห้วงเวลา หากชาเรนท์ต้องการพาแบคฮยอนมายังที่เวทิส ชาเรนท์ก็ต้องเป็นคนพามาเท่านั้น แบคฮยอนไม่สามารถจะไปได้เอง เฉกเช่นเดียวกับชาเรนท์ เขาจะมาที่โลกมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อเบคลี่นึกถึงตนและอยากให้มาเท่านั้น

 

 

“ช่วยบอกข้าหน่อยได้มั้ย”

 


 

กลายเป็นเขาที่เศร้าไปด้วย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้ไม่อาจล่วงรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเบคลี่ นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับชาเรนท์ที่ให้ไปหมดแล้วทั้งใจ

 

 

เมื่อคนที่อยู่ใต้ร่างบัดนี้ครางกระเส่ายามริมฝีปากของตนในร่างมนุษย์ทำรักให้....

 

 

 

 

 

 

 

 

CUT















แบคฮยอนสลบคาอกของคนที่ร่างกายกลับมาเป็นดั่งเดิม ชาเรนท์พรมจูบทั่วใบหน้า ตื่นเช้ามาคงถึงเวลาที่คนรักของเขาจะขอกลับ

 

“ข้าสามารถรั้งเจ้าไว้ได้มั้ย, เบค”

 

 

           ดวงตาที่ค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะเขาเหนื่อยเหลือเกิน เขาอยากตื่นเพื่อใช้เวลาที่นี่ให้คุ้มค่า

 

          แม้พระอาทิตย์จะขึ้นพวกเขากลับยังกอดก่ายกันไม่ผละห่าง

 

“ทำไมมันยากจัง”

 

          เขาถูกรวบเข้าไปกอดแน่นจนเหมือนจะหายใจไม่ออก ชาเรนท์เอาหน้าผากมาชนกันอย่างอ่อนโยน

 

 

“มันยากมากๆเลยนะชาเรนท์ เมืองที่คุณจะต้องปกครอง .. บ้านของผมที่ผมจะต้องกลับไป”

 

“ข้ารู้และเข้าใจ” น้ำตาที่ไหลลงมาจนแบคฮยอนตกใจ นิ้วโป้งเล็กสัมผัสลูบมันออกจากใบหน้า

 

“คุณ”

 

 

         ไม่นาน และเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ เมื่อตะวันขึ้นตรงกลางศีรษะพอดี...

 

 

“ผม...ผมต้องไปแล้วนะ”

 

 

 

         ร่างของแบคฮยอนค่อยๆสลายหายไปไม่ทันได้กอดจูบร่ำลา และไม่ทันได้เห็นน้ำตาของมนุษย์ที่ตนรักนักหนา

 

 

 

 

 

         ภายในห้องนอนที่บ้านคนที่นั่งกอดเข่าไม่ได้กินอะไรมาเป็นวัน โทรศัพท์ที่ไม่ได้แตะดูอะไรเลยดังขึ้นมาทำให้เขาสะดุ้ง

 

(ลูก แม่มาถึงสนามบินแล้วนะอยู่บ้านหรือเปล่า)

 

“อยู่ ... ครับ”

 

(เจอกันน้า แม่ซื้อของมาเพียบ)

 

“ครับ”

 

         แจ้งเตือนจากแอพสนทนาเป็นร้อยๆพันๆข้อความ ไหนจะเบอร์โทรจากเพื่อนที่โทรกันเข้ามา ราวๆวันที่หายไปก็สองสามวันได้ แต่เขายังไม่อยากจะคุยกับใคร

 

   

         จนเมื่อป๊ากับแม่มาถึง ความร่าเริงก็กลับมาตอนเห็นที้งสองหอบหิ้วของฝากทั้งกระเป๋าเดินทางมาเต็มสองมือ

 

 

“จุ๊บ หื้ม คิดถึงจังเลย!” แบคฮยอนโดนฟัดเข้าที่แก้ม ก่อนจะหอมแก้มแม่กลับ

 

“ไปก็หลายวัน”

 

“วันหลังไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวบ้างดีกว่า” ป๊าว่าก่อนที่เราจะพากันเดินเข้าไปในบ้าน

 

         แบคฮยอนหาน้ำเย็นมาก่อนจะมานั่งกันอยู่ที่โซฟามองแม่ที่ตั้งใจรื้อของอยู่สุดๆ

 

“เที่ยวเป็นไงบ้างครับ สองประเทศเลย”

 

 

         ตอนที่พูดถึงอินเดียวแม่เล่าอาหารก็พอกินได้แต่กลิ่นที่นั่นไม่ไหวเลย ผู้คนก็เฟรนด์ลี่เีชอบเข้ามาถ่ายรูปด้วย แล้วก็หนวกหูเสียงแตรรถมากๆ

 

 

“ส่วนอียิปต์...แบคฮยอนเอ้ย แม่ทึ่งมากๆมันสวยสมกับเป็นมรดกโลก”

 

“ป๊าถ่ายรูปกับแม่ที่ทะเลทรายมาเต็มไปหมด ไปดูพิพิธภัณฑ์มาด้วย มีภาพวาดมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ตามความเชื่อของพวกเขาด้วยนะ” ป๊ายื่นโทรศัพท์ให้เขาดูรูปครึ่งคนครึ่งมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่บนผนังของพิพิธภัณฑ์ที่ป๊าบอก

 

 

         มันเหมือนกับ

 

 

“ชาเรนท์”

 

“หื้ม อะไรนะลูกรู้ชื่อด้วยเหรอ” แบคฮยอนส่ายหัว มันแค่คล้ายชาเรนท์แค่นั้นเอง

 

“แม่ก็จำชื่อไม่ค่อยได้ ไกด์ก็พูดไม่ค่อยชัด”

 

         คนที่นั่งฟังด้วยแววตาเศร้าหมองพยายามตื่นเต้นกับสิ่งที่ทั้งคู่ไปเจอมาและเอามาเล่าให้ฟัง พอได้ไปสวีทกันก็ดูจะอารมณ์ดีกันทีเดียว

 

 

“ของฝาก”

 

 

         พวงกุญแจกระทิง

 

 

“แม่ซื้อมาจากที่นี่แหละ แพงมากกกก” 

 

 

 

 

          เสียงก๊องแก๊งจากพวงกุญแจที่ห้อยอยู่กระทบกันไปมาสองอัน แบคฮยอนทิ้งตัวนอนมองมันมาหลายนาทีแล้ว ตอนที่เขาเรียก แปลกที่ชาเรนท์ไม่ได้มา แต่ก็ดีแล้ว...

 

         ทำไม... เขาไม่อยากพูดเลยว่าตอนนี้คิดถึงแค่ไหน

 

 

“มึง”

 

(เชี่ยย นึกว่าหายไปไหนมาทำไมไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความพวกกู)

 

         เสียงซูโฮมันตอนที่เขาตัดสินใจโทรกลับไป ที่จริงอยากระบายกับมันผ่านทางโทรศัพท์ แต่น้ำเสียงที่เหมือนจะไม่ไหวและเหมือนซูโฮมันจับได้

 

 

(ให้กูไปหามั้ย)

 

 

         เขาตอบมันไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และค่ำคืนนั้นแบคฮยอนก็จมกอดอยู่กับพวงกุญแจทั้งคืน

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นอะไร” เมื่อซูโฮมาถึงที่บ้านของแบคฮยอน ก็เป็นแบคฮยอนที่พุ่งเข้าไปกอดมัน

 

“แบคฮยอน มึงเป็นอะไรวะ เกิดอะไรขึ้น”

 

 

         รู้ว่าพ่อกับแม่มันไม่อยู่และมันก็ไม่ติดต่อใครมาหลายวัน จนวันที่มันโทรทาทำเสียงเหมือนจะร้องไห้เนี่ยแหละ สีหน้าของมันที่ดูไม่ดีเอาซะเลย ซูโฮดึงตัวมันออกมา

 

 

“...กูไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไง”

 

“มึงกำลังจะพูดถึง เรื่องที่มึงหานไปอะเหรอ” เขาและดีโอมาหามันที่บ้านวันก่อนเพราะติดต่อไม่ได้ แต่บ้านกลับปิดเงียบ แปลกใจที่มันหายไปเพราะป๊ากับแม่มันเองก็ได้ข่าวว่ายังเที่ยวกันสองคนอยู่

 

 

         เขาพยายามปลอบมันแลเถ้ามันยังไม่อยากเล่า หรืออยากระบายอะไร ก็พร้อมรอให้มันเล่าเองดีกว่าไปเร่งรัด

 

 

“กูไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะกูเองยังไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำ”

 

“ไม่เป็นไรมึง ค่อยเล่าๆ” แบคฮยอนปาดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นตั้งสติ

 

“สิ่งที่กูเจอ...กูได้เจอเขาที่เป็นครึ่งคนและเหมือนครึ่งสัตว์ มีชีวิตและมาจากอดีต”

 

 

“เวลาเหมือนมันเดินซ้อนกันอยู่อ่ะมึง กูคิดว่ามันคล้ายยุคกรีกโบราณ และเขามาที่นี่ได้เพื่อมาเจอกู”

 

“มึงว่ายังไงนะ มาที่นี่?”

 

“อืม มาวันที่ฝนตกหนักๆและที่ข่าวออกว่าไฟดับหลายๆที่นั่นแหละ” ซูโฮคิดว่าตัวเองไม่รู้จะหาจุดพีคของเรื่องนี้ยังไง

 

 

“เขาบอกว่ากูคือคู่แท้ของเขา และแหวนวงนี้คือคำตอบที่ทำให้เขามั่นใจว่ากูเป็นคู่ของเขา”

 

“...”

 

“ที่กูหลบมาเข้าห้องน้ำวันที่เราไปกินหมูย่างกันเพราะแหวนมันเรืองแสง มันหมายถึงการจะปรากฎตัวของชาเรนท์”

 

“ชาเรนท์?”

 

“เจ้าของแหวน”

 

 

         แบคฮยอนอธิบายถึงรูปลักษณ์ของชาเรนท์และบอกเล่าถึงเมืองเวทิสที่ได้ถูกพาไปให้ฟัง ซูโฮมันอาจจะกำลังคิดว่าเขาบ้าไปแล้วก็ได้ หรือเขาอาจจะบ้าจริงๆ...

 

 

“มึงตั้งสติก่อนนะ” ซูโฮกำลังเขย่าไหล่เพื่อนที่มันดูสับสน และตัวเองเอาจริงๆก็ยังไม่เข้าใจนักหรอกแต่ก็อยากจะอยู่ข้างมัน

 

 

“แล้วสิ่งที่มึงกังวลคืออะไรวะ”

 

“กู”

 

“ถ้าการที่มึงได้เจอ ไดไปที่นั่นแบบที่มึงเล่ามันก็แค่เรื่องแปลกเรื่องนึง”

 

“...”

 

“มึงกลัวเหรอ ซึ่งก็ไม่น่าใช่เพราะมึงรอดออกมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ แววตามึงไม่ได้มีความหวาดกลัว แล้วมึงเป็นอะไรวะ” แบคฮยอนส่ายหน้า เขาไม่ได้กลัวชาเรนท์เลย

 

“กู ไม่รู้...ไม่รู้ว่าเรียกรักได้มั้ย”

 

         เพื่อนสนิทอ้าปากค้าง

 

“กู...รักชาเรนท์” และทันทีที่ประโยคนั้นถูกเอื้อนเอ่ย แหวนรูปมังกรกลับเปล่งแสงสีทองก่อนที่ตัวแหวนจะล็อคเข้าพอดีกับนิ้วนางขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความตกใจของซูโฮ แบคฮยอนจับแหวนพยายามจะดึงมันออกให้ซูโฮดู

 

 

“และทันทีที่รู้สึกและพูดออกมา...แหวนจะล็อค”

 

         มันคือสิ่งที่เขาปะติดปะต่อได้จากคำบอกกล่าวของชาเรนท์

 

“มันยากที่กูจะให้คำปรึกษามึง แต่ถ้ามันดี มันปลอดภัยกับมึง ก็ทำตามใจมึงเถอะนะ” เขาเอามือนวดศีรษะ

 

“มึงคิดว่ากูบ้ามั้ย”

 

“บางทีกูอาจจะบ้าเองก็ได้”

 

         ระหว่างเราเงียบไปครู่ใหญ่เหมือนต่างคนต่างใช้ความคิด ซูโฮมองแหวนที่นิ้วของมันที่เคยมีแสงก่อนหน้านี้ 

 

 

“แหวนจะถอดไม่ออกเมื่อมึงเองก็รักชาเรนท์  ลงล็อคความเป็นคู่แท้อย่างสมบูรณ์ แบบนั้นใช่มั้ย” เขาพยายามยิ้มให้กับมันแม้อยากจะถามมันว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร

 

“อืม”

 

“กูพอเข้าใจความสับสนของมึงแล้ว”

 

“คนที่อยู่เสมือนคนละโลกมันยากจริงๆนะมึงจะพูดยังไงให้เข้าใจซึ่งกันและกัน จะให้กูเลือกไปอยู่เขา กูจะทิ้งป๊ากับแม่ได้ไงวะ แม้เขาเองจะอยากมาที่นี่แต่มันก็ไม่ใช่โลกของเขาเมืองของเขา”

 

“...”

 

“อีกอย่างที่นั้นชาเรนท์กำลังจะขี้นสถาปนาเป็นกษัตริย์ด้วย”

 

“...”

 

“ป่านนี้คงเป็นคิงเรียบร้อยแล้วแหละ” มันนั่งยิ้มและเอาแต่พูดไปเรื่อยๆ

 

“เขาอยากให้กูอยู่ด้วยในวันที่เขาจะได้ขึ้น ต.. แต่กูก็อยู่ไม่ได้”

 

“มึงต้องหาคำตอบให้เรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกสับสนทำร้ายมึง”

 

 

 

“กูพอมีคำตอบอยู่นะ”

 

 

        สิ่งที่ทำให้แบคฮยอนลังเลมานาน และตอนนี้เขาก็คิดว่าตัวเองเลือกได้แล้ว ... 

 

 

“ไอ้แบค!” ซูโฮกระโดดไปหลบข้างหลังแบคฮยอนทันทีที่เห็นว่ามีลำแสงและมีใครโผล่ออกมาทางห้องน้ำห้องมัน

 

“คุณ!”

 

“ข้าขออภัยที่ทำให้สหายเจ้าตกใจ” แบคฮยอนนั่งนิ่งชาเรนท์มาในรูปแบบลักษณ์ของตัวเอง ไอ้ซูโฮก็นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ

 

“อย่าได้กลัวข้า เหมือนที่เบคลี่ไม่กลัวข้า” ซูโฮพยักหน้า ก่อนที่แบคฮยอนจะลุกขึ้นไปหา

 

“คุณมาได้ยังไง ล..แล้ว”

 

“ชู่ว...”

 

 

“ข้ามาฟังคำตอบของเจ้า แต่ข้าไม่ทำตามหรอกนะ”

 

 

         หากแต่อย่าลืมว่าชาเรนท์ล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดของคู่แท้ตนเอง

 

 

          รู้ว่าจะไม่ถูกเลือก....

 

 

         แบคฮยอนเลือกครอบครัวของตัวเอง แน่ละ มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

 

 

“เจ้าไม่ได้เลือกข้า”

 

 

         แบคฮยอนหลับตาลงยามถูกลูบไปตามใบหน้าจมูก ดวงตา และสัมผัสอบอุ่นที่แก้ม มันคงจบแล้ว เรื่องนี้คงยุติเพียงแค่เท่านี้ หากแต่ยิ่งคิดมันยิ่งเจ็บหัวใจจนกลายเป็นความอ่อนแอ ไม่อยากแม้ทั่งลืมตาขึ้นมามองความเจ็บปวด

 

         ไม่อยากเห็นสีหน้าผิดหวังของคนตรงหน้า

 

 

         แต่คิดผิด แบคฮยอนกำลังคิดผิดเขาอาจจะไม่ได้ฟังคำพูดของชาเรนท์ที่เอ่ยย้ำว่า ... ไม่ทำตามผลของความคิดนั้น

 

 

“เชี่ย...” ซูโฮอุทานออกมาหลังจากเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างกับร่างกายใหญ่โตก่อนหน้า บัดนี้เหลือแค่เพียงคนธรรมดาที่ดูไม่ธรรมดา แข้งขาที่กลับมาเหมือนดั่งคนปกติ ใบหน้า ทรงผมทุกอย่าง... ที่เหมือนมนุษย์คนนึง

 

 

“อยากให้แบคฮยอนลืมตานะ”

 

 

         เสียงที่เคยก้องกังวาลกลายเป็นเสียงทุ้มธรรมดา ความสูงแบบเดิมที่เคยเห็นกับคำพูดคำจาที่ผิดแปลก

 

 

“ช..ชาเรนท์!” สิ่งแรกที่แบคฮยอนสังเกตเห็นคือดวงตาสองสีที่เปลี่ยนไป รูปลักษณ์ภายนอกเป็นในแบบที่ชาเรนท์เคยเผยให้ตนเห็น

 

“ตาของคุณ”

 

“ผมเลือกให้มันเข้ากับดวงตาของคุณ”

 

“ทำไมต้องทำขนาดนี้” เขายืนโง่ๆปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

 

“ผมเลือกจะสละมัน เพื่ออยู่กับแบคฮยอน... คนรักของผม”

 

 

         สละดวงตาสีฟ้าหยั่งรู้อนาคตและความคิด สละดวงตาสีแดงอันเต็มไปดวงพลังมหาศาล สละเลือดเนื้อเชื้อไขเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ สละหัวใจ

 

 

         .... ให้แก่แบคฮยอน

 

 

 

 

 

 

 

 

         แบคฮยอนไปส่งซูโฮกลับบ้านแล้ว สงสารมันเหมือนกันที่ต้องมารับรู้ด้วย มันหน้าซีดตอนออกไปเลย และตอนนี้เหลือเขากับชาเรนท์สองคนในห้องที่คงต้องคุยกันอีกยาว

 

        เพราะชาเรนท์บอกว่าตนเองไม่สามารถกลับไปเวทิสได้อีกแล้ว

 

“ผมเป็นแค่มนุษย์ที่ถึงเวลาก็ต้องแก่ เจ็บและตาย แต่คุณสามารถที่จะㅡ”

 

“ชู่ว”

 

“...”

 

“เมื่อเรามีความสัมพันธ์ ที่นี่คงเรียกเอากัㅡ”

 

“เอ่อ เซ็กส์ก็พอครับ” เขาทำผมหน้าแดง

 

“ภาษาที่ฉันได้รับมาคงหยาบโลนไปหน่อย ช่วยสอนทีนะ”

 

“...”

 

“เมื่อรัก เมื่อลึกซึ้ง จิตและใจผูกเป็นหนึ่ง เลือดกายในตัวเราสองจะหล่อรวมสู่อมตะนิรันดร์”

 

“คุณหมายถึง ผมจะเป็นอมตะด้วยเหรอชาเรนท์” คนตัวสูงส่ายหน้า

 

“ไม่เป็นแบบนั้นแล้วล่ะ” ฝ่ามือยังคงจับอยู่ที่ใบหน้าเล็ก ก็แค่พูดไปแต่มันไม่กลับไปเป็นแบบนั้นแล้ว

 

“เพราะทุกอย่างที่เวทิสสำหรับฉันมันจบสิ้นแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

เวทิสก่อนวันครองราชย์

 

 

 

“หากแต่หน้าตานายท่านแสนหมองเศร้า”

 

“...”

 

“เหตุใดจึงไม่รั้งคู่แท้ของตนไว้ครับ”

 

“ข้าทำเท่าที่ทำได้ ข้า...พยายามรั้งไว้แล้ว” สหายที่สนิทของตนมองมายังนายท่านที่เอาแต่เหม่อลอย ชาเรนท์ยังได้ยินเสียงของแบคฮยอนเสมอ บางทีก็ไม่ได้ยิน

 

 

         บางทีก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้

 

 

“ทั้งๆที่เบคลี่เองก็รักท่าน...”

 

“นอร์ธ” ชาเรนท์เลือกลงมายืนเสมอตน แววตานั้นดูจริงจัง

 

“เจ้าอยู่กับเวทิสมานาน นับแต่บรรพบุรุษ ผู้คนต่างรู้จักเจ้าเป็นอย่างดี”

 

“...”

 

“และเจ้าก็จงรักภักดีซื่อสัตย์ต่อครอบครัวข้าเสมอ เจ้าเหมาะจะครองเวทิสมากกว่าข้า”

 

“นายท่าน...” คนเสมือนฐานะต่ำกว่าก้มหน้าลง

 

“เจ้าคือคนที่เหมาะสมจะขึ้นครองรายช์ สหาย”

 

 

         ชาเรนท์เลือกที่จะยอมรับข้อกำหนดตามชะตาที่ขีดไว้ ผู้ทำนายผู้หยั่งรู้ทุกอย่างรวมถึงการสละราชสมบัติ เพื่อแลกการมีชีวิตไร้อมตะ

 

 

 

 

 

“ทำไมต้องทำขนาดนี้” เขาแค่คิดว่านั่นมันคือทั้งชีวิตของชาเรนท์ ที่พัก ผู้คนที่รักใคร่ ... แต่กลับเลือกมาอยู่ที่นี่มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น

 

“โลกที่นี่ไม่ได้เหมือนโลกของคุณเลยนะ”

 

         ชาเรนท์คิดว่าตัวเองก็ไม่ได้เหลืออะไรแล้ว ทรัพย์สมบัติ ยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นแค่สิ่งนอกกาย อีกทั้งคนที่เหมาะสม ดูใจเย็นและใจดี เก่งกาจในการรบไม่ต่างจากตัวเองทุกอย่างมันก็คู่ควรกับนอร์ธสหายตั้งแต่เล็ก อย่างไร้ข้อกังขา

 

 

 

 

“ผมไม่สนเรื่องนั้นแล้ว ผมสนแค่ชีวิตของผมต้องมีแบคฮยอน”

 

 

         คนตัวเล็กโผล่เข้ากอดร่างกายคนตรงหน้า และเขาไม่เคยรู้สึกรักใครได้เท่านี้

 

 

“ผมรักคุณ”

 

“...”

 

 

       ใครบางคนยิ้มกริ่ม

 

 

“ผมรักคุณ”

 

 

ประโยคที่ย้ำซ้ำๆ

 

 

“รู้แล้วครับ รักมากๆเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วชีวิตต่อจากนี้ล่ะ ?

 

 

         บนห้องของแบคฮยอนที่ชาเรนท์ยังคงนอนอยู่ที่นี่และเขายังไม่ได้บอกป๊ากับแม่ คนตัวโตดึงเขาเข้าไปกอด แบคฮยอนเองก็กำลังคิดไปถึงอนาคตและก็เรื่องชื่อ

 

 

“คุณเคยตั้งชื่อให้ผมว่าเบคลี่ ตอนนี้มาอยู่ที่นี่แล้วคุณต้องมีชื่อที่กลมกลืนกับคนที่นี่เนอะ”

 

“ชอบ...”

 

“ยังไม่ได้บอกเลย” เขายิ้มเขินยามถูกจ้องไม่ห่าง

 

“ก็ชอบหมด”

 

“ชานยอลดีมั้ย คล้ายๆชาเรนท์”

 

“ดี” พูดแบบนั้นพร้อมแนบหน้าเข้าไปใกล้ คลอเคลียกับแก้มกลมๆ

 

“ลงไปกินข้าวกันมั้ย” บางทีในร่างมนุษย์ตอนนี้ชานยอลของเขาอาจจะต้องรู้สึกหิวบ้างแล้ว ป๊ากับแม่ก็คงหลับสนิทแล้ว ไม่น่ามีอะไร

 

         พรุ่งนี้คงจะบอก...

 

 

“กินแบคฮยอนได้มั้ย”

 

“บ..บ้า” เขามุดตัวลงใต้ผ้าห่ม ก่อนจะโผล่กลับขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้

 

“นี่ แล้วเราจะเริ่มเรื่องนี้ยังไง คุณจะไปอยู่ที่ไหน”

 

“มีพร้อมทุกอย่างแล้ว”

 

“ห๊ะ”

 

 

 

         ในบ้านสองชั้นบรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกับเพื่อนของลูกชายที่มาบ้านเราทุกวัน

 

 

“ชานยอลกินซุปกิมจิแม่เยอะๆสิลูก”

 

 

         แม่เขาน่ะดูจะชอบชานยอลเอามากๆ บอกว่าหล่อเหมือนรูปปั้นที่เคยไปดูที่อียิปต์ แน่ล่ะ...

 

 

         ชานยอลมีทุกอย่างแบบที่บอกจริงๆ บ้าน รถ คนดูแลที่มาจากเวทิส เขาเองก็ยังสงสัยในเรื่องนี้แต่ชานยอลบอกว่ามีสมบัติบางอย่างที่เอามาได้และพวกเขาเอามันมาขายที่นี่!

 

         อีกอย่างทุกคนจากเวทิสก็กลายเป็นคนที่มีวงเวียนชีวิตเวียนว่ายตายเกิดเช่นคนปกติ พวกเขายอมรับมันเพราะต้องการมาอยู่กลับนายท่านอย่างจงรักภักดี

 

 

“อาทิตย์หน้าเปิดเทอมแล้วใช่แบค”

 

“ครับป๊า”

 

“แล้วมหาวิทยาลัยอยากเข้าเรียนอะไรล่ะ”

 

“ประวัติศาสตร์ครับ” ไม่ต้องคิดให้นานเลย

 

“ชานยอลล่ะ”

 

“ไม่เรียนครับ”

 

“ห๊ะ!/ห๊ะ” ให้ตาย...ป๊ากับแม่อุทานขึ้นมาพร้อมกันซะดังเลย

 

“ชานยอลเขาหมายถึง เอ่อ”

 

“มีโอกาสก็เรียนเถอะลูก” เป็นแม่เขาที่ลูบไหล่กว้างนั่น ชานยอลมองการกระทำที่มันทำให้ตนเองรู้สึกอบอุ่น

 

“ขาดเหลืออะไรก็บอกแม่ เพื่อนแบคฮยอนแม่ช่วยได้”

 

 

         ชาเรนท์หันไปสบตากับแบคฮยอน ก่อนจะหันมามองหน้าแม่ของคนที่คนรัก เขารู้สึกอยากจะร้องไห้เพียงเพราะคำพูดจริงใจเหล่านั้น หากจะเรียนเขาคงต้องเริ่มใหม่ และอาจจะรอเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมๆกับแบคฮยอน

 

 

“ครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มานี่ มึงมานี่” ดีโอจูงแบคฮยอนมานั่งใกล้ๆ ตอนนี้เราเปิดเทอมแล้ว

 

“ทำไมไม่เล่าให้กูฟังบ้าง บอกแต่ไอ้ซูโฮกูน้อยใจเป็นป่ะ”

 

“น้อยใจใช่ป่ะ จะได้ไม่เล่า”

 

“หายแล้ว” มันพูดพร้อมเขยิบเข้ามาใกล้ “คนที่มาส่งคือเขาที่มาจากเวทิส?”

 

“อ้าว มึงก็รู้นี่” แบคฮยอนหันไปจ้องไอ้ซูโฮที่ทำเป็นนั่งดูดคาปูชิโน่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

“เขายอมมึงขนาดนี้เลยอ่ะ เจ้าหงิง”

 

“หมาป่ะ” เขาตีมัน

 

“แต่หล่อว่ะ มองแค่เสี้ยวหน้ายังรู้เลยว่าหล่อมาก ผัวดี”

 

“เสียงดังแล้ว”

 

         ดูสรรพนามนั้นที่มันใช้

 

“มึงไม่ตกใจเหรอ”

 

“โน่น” มันพยักหน้าไปทางซูโฮ “มันตกใจกว่ากูอีก ตอนเล่านี่ลิ้นพันกันไปหมด”

 

“วันหลังจะพามาเจอ”

 

“เย็นนี้เลยดิอยากเจอ ฉลองๆๆเปิดเทอมวันแรกกับเพื่อนมีผัวแล้ว”

 

“ไอ้ดีโอ!”

 

 

 

 

         ชานยอลที่มาอยู่ที่นี่ค่อนข้างสุขุมเหมือนเดิม แต่ก็มีความขี้เล่นมากขึ้นเข้ากับคนยังยากอยู่ เช่นตอนนี้

 

“...”

 

“...”

 

“...”

 

“...”

 

 

         บรรยากาศการกินหมูย่างที่ควรจะเฮฮา ตอนนี้มันเงียบฉี่ได้ยินแต่เสียงหมูที่เอาลงเต่า

 

 

“ฉีกให้” เพื่อนสนิทสองคนทำหน้าตาล้อเลียนทั้งคู่ที่สวีทกันไม่เบา

 

“เอาด้วยมั้ยครับ” กรรไกรที่เสมือนหันปลายไปทางนั้นอย่างไม่ตั้งใจ

 

“ไม่เป็นครับตัดเองได้ สบายๆ”

 

         ดีโอที่จ้องหน้าชานยอลอย่างเต็มไปด้วยคำถาม พอชานยอลรู้ตัวและถามออกมาเหมือนอนุญาตให้ถามได้กลายๆ หลังจากนั้นบทสนทนาก็มีแต่เรื่องที่เวทิส

 

 

“กูขำ อิแบคตั้งชื่อมังกรว่าดีดี้ กาเทย” มันขำกันลั่นร้านไม่แม้แต่ชานยอลที่อยู่ข้างๆ จนโดนตีที่ขาไปหลายที

 

“น่ารักจะตาย!”

 

 

 

         กว่าจะออกจากร้านก็ได้ก็นมนาน ชานยอลแวะส่งทุกคนก่อนจะมาส่งแบคฮยอนที่บ้าน

 

“ขับกลับดีๆนะครับ จำทางได้เปล่า”

 

“มีไอ้นี่ไง” ชานยอลชูสมาร์ทโฟนเครื่องล่าสุดขึ้นมา

 

“คราวที่แล้วก็หลง ยังต้องกลับมาที่นี่”

 

“ไม่คิดว่าตั้งใจกลับมาหาแบคฮยอนเหรอ อยากกลับมาอยู่ด้วย..”

 

“งั้นวันนี้จะตั้งใจหลงมั้ย”

 

 

         ดูเอาแล้วกัน ... น่ารักแบบนี้ใครน่าไหนจะอยากทน

 

 

 

 

 

 

         สามเดือนแล้วที่ชานยอลอยู่ที่นี่ เขาออกวนเวียนอยู่ที่บ้านจนเหมือนลูกชายอีกคนไปแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ของเราป๊ากับแม่ก็ยังไม่รู้ เขาเองหวั่นๆกลัวแม่จะรับไม่ได้ กลัวแม่จะไม่ชอบชานยอล

 

         แต่ก็นั่นแหละ ความลับไม่มีในโลก

 

 

“แม่ครับ”

 

“ครับ?”

 

“ผมกับชานยอลไม่ได้เป็นแค่เพื่อน...”

 

“จ๊ะ แม่รู้” เธอลูบผมที่ปิดหน้าผากลูกชายเพียงคนเดียว ก่อนจะพูดประโยคต่อมาที่ทำให้เขินจนหน้าแดง

 

“เห็นจูบกันในรถทุกวัน”

 

           แบคฮยอนมุดอยู่กับแม่ ก่อนจะถูกหอมหัวเข้าให้

 

“ไม่รู้สิ แม่ถูกชะตาชานยอลนะ”

 

“เหรอครับ ยังไงเอ่ย”

 

“วันที่เจอครั้งแรกก็รู้สึกเอ็นดูเลย เสียดายที่มีเราคนเดียวมั้ง”

 

         แม่เคยบอกว่าอยากให้ผมมีพี่น้อง อนาคตข้างหน้าหากไม่เหลือใครแล้วก็ยังมีพี่น้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอยู่

แต่แม่สุขภาพไม่ค่อยดีหลังคลอดเขา โครงการมีน้องเลยพับยาว

 

“พามาบ่อยๆนะ เขาดูเหงาใช่มั้ย”

 

“พ่อกับแม่ชานยอลเสียไปแล้วครับ เขาอยู่แค่กับลูกน้องที่บ้าน”

 

“อ่อ นั่นแหละพาเขามาบ้านเราบ่อยๆจะได้ไม่เหงา”

 

 

         ก่อนที่เราสองคนจะผละออกไปมองที่ประตู เป็นป๊าที่เปิดเข้ามานั่นเอง

 

 

“มีคนมาหา”

 

 

“แหม่ เหมือนรู้ว่าคิดถึง” แม่พูดตอนเดินลงบันไดมาเห็นคนที่หอบของมาเต็มสองมือ

 

“ผมซื้อส้มมาฝาก”

 

“โธ่ลูก เหมามาทั้งสวนมั้ยเนี้ย” ชานยอลรู้ว่าครอบครัวนี้ชอบกินส้ม ตัวเองเลยเหมามาทั้งแผงของซุปเปอร์มาเก็ตเลย

 

“เยอะไปเหรอ”

 

 

         ยังมีการหันไปถามแบคฮยอนอีก

 

 

 

“ผมบอกแม่เรื่องของเราแล้วนะ”

 

“เหรอ ท่านตกใจมั้ย”

 

“ไม่ได้เล่าหรอกว่าชานยอลมาจากที่ไหน แค่บอกว่าคบกัน” มือใหญ่ที่สอดเข้ามากุมประสานอย่างเคยชิน ในตอนที่เราออกไปเดินเล่นข้างหน้าหมู่บ้าน

 

“ยังไม่เคยถามเลยว่าเป็นยังไงบ้างที่อยู่ที่นี่”

 

“มีความสุขดี” พูดและยังมองมาที่คนตัวเล็กข้างกาย

 

“แบคฮยอนล่ะ”

 

“อืมมมม” เขาทำเป็นคิดทั้งที่มีคำตอบอยู่แล้ว

 

“มีความสุขมากกว่าอีกกกกกก” เขายื่นหน้าเขาไปใกล้กัน อยู่ๆก็รู้สึกอยากจูบชานยอล

 

 

         เฮ้อ

 

 

         เรามองกันในยามที่ท้องฟ้ามืดมิดกับแสงไฟตามทางสลัวๆ ชานยอลเองก็รู้ว่าเราต่างต้องการอะไรเสื้อโค้ทตัวยาวถูกถอดออก มันถูกดึงขึ้นมาคลุมหัวเราทั้งคู่ตอนเลือกมาหลบอยู่ข้างๆต้นไม้

 

“วันนี้ยังไม่ได้จุ๊บใช่มั้ย” แม้มันจะมืดแต่ก็เห็นแบคฮยอนเบะปาก งอแงจะเอาอะไรนะมีอะไรก็จะยกให้หมดเลย

 

“อ่อ จูบสินะ”

 

         คนตัวเล็กพยักหน้ารัว

 

“จุ๊บมันน้อยไปใช่มั้ย หื้ม” 

 

 

         มัวแต่พูดอยู่นั่น คนที่อดใจไม่ไหวเขย่งขึ้นไปดีพคิสเองก็เป็นแบคฮยอนคนนี้นี่แหละ!

 

 

 

 

 

 

 

 

end.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาจจะมีเรียกทั้งแบคฮยอนทั้งเบคลี่

ในพาร์ทของชาเรนท์จะใช้เบคลี่เวลาชาเรนท์คิด หรือแทนตัวแบคฮยอนตอนอยู่เวทิส แต่ถ้าเป็นพาร์ทแบคตอนอยู่กับชาเรนท์บรรยายเราก็ใช้ชื่อแบคฮยอน555555 อาจจะมีคำถามว่าทำไมประโยคนึงเดี๋ยวเบคลี่ เดี๋ยวแบคฮยอน

 

 

ส่วนเรื่องนี้แค่อยากลองแต่งอย่างที่บอกถ้ามีโอกาสคงต้องปรับอีกเย้อะะะะ ทุกอย่างดูรีบ5555

 

อาจจะไม่ได้แต่งบ่อยๆหรือจะได้มาลงอีกมั้ยไม่รู้ พอดีเรามีแก้บนคอนในเรื่อง in the mood ด้วยลงอีก 4 เรื่องถ้าว่างๆไปอ่านกันได้ แหะๆ ช้าเหมียนเดิม

 

 

สาหวัดดีและขอบคุณที่อ่านเสมอค้าบผม :-)



#smileandgoCB

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,054 ความคิดเห็น

  1. #2033 Jennysupat18 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:26
    โอ้ยยยยน่าร้ากกกกกก
    #2,033
    0
  2. #1858 mcd. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:48
    ชานยอลโคตรเสียสละเลย ซึ้งอ่ะ
    #1,858
    0
  3. #1831 Szsh (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 01:58
    ชอบแนวนี้มากค่าาา
    #1,831
    0
  4. #1778 Asherluciano (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:45
    อ่านทุกเรื่องของไรท์เลย สนุกทุกเรื่องแงงง คิดถึงงงจุงง
    #1,778
    0
  5. #1764 tunnx (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 12:07
    ชาเรนท์คือยอมแลกเพื่อแบคฮยอนเลยอะ ㅠㅠ
    #1,764
    0
  6. #1759 LillyFine (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 02:52
    :):):):):):)
    #1,759
    0
  7. #1758 lillyrosielilly (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 01:58
    อยากได้ special ของ One destiny อีกอ่าคร้าาาา ฟินมากๆ ชอบมากค่าา
    #1,758
    0
  8. #1757 CB-614 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 14:06
    ชาเรนท์รักแบคมากเลยอะ ฮือออออ ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับแบค ซึ้งแทน
    #1,757
    0
  9. #1754 cheerchanbaek (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 06:58
    งื้อออออ มีความสุขซักมีนะชาเรนท์~~ ไม่ซิ ชานยอลอาาา~~~~ รักแบคมากแบบมากกกกก ยอมสละทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับแบคเลยอ่ะ ฮื่ออออออ ได้แบบเน่ก็เอานะคะ~ ชอบความอบอุ่นละมุนและยอมแบคไปทุกอย่างของพี่ชานยอล กรี๊ดดดดดดด ฟินนนนไปหมดเลยนะเจ้าาา
    #1,754
    0
  10. #1752 lilac6104 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 12:11
    ชอบมากๆๆเลยค่ะ ไรท์แต่งได้น่ารักมาก คิดถึงไรท์นะคะ อย่าลืมทานข้าวและพักผ่อนด้วยนะคะ
    #1,752
    0
  11. #1751 Thanutchayapa_k (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 13:16

    สนุกมากๆเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่ารักมาก ชาเรนรักแบคฮยอนมากเลย
    #1,751
    0
  12. #1750 Thanutchayapa_k (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 13:15

    สนุกมากๆเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่ารักมาก ชาเรนรักแบคฮยอนมากเลย
    #1,750
    0
  13. #1749 marshmallow_2 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:34
    ชาเรนท์น่ารักมาก เข้าใจและเคารพการตัดสินใจน้อง น่ารักมาก ๆ TT เขารักกัน อยู่ด้วยกันก็ดีใจ ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลยค่ะ!!!!
    #1,749
    0
  14. #1747 deereastsea (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
    สนุกมากเยยย
    อ่านถึงตอนชาเรนท์โผล่มาตอนอยู่กับซูโฮ ตกใจ กลัวแบดเอนด์ พี่เค้ารักน้องมาก ถึงกับยอมลงสละราชสมบัติบัลลังก์ น่ารักที่สุด
    อยากให้แต่งแนวๆนี้อีกค่ะ ได้จินตนาการเยอะมาก สนุกดี
    ขอบคุณมากๆนะคะ สู้ๆกับแก้บนค่ะ แฮ่ จะรออ่านนะคะ 😉
    #1,747
    0
  15. #1746 mackle (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 17:59
    แงงงงงน่ารัก เอ็นดูชานยอล
    #1,746
    0
  16. #1742 fahpsk (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:34
    น้ำตาซึมเลย ถ้าไม่รักจริงๆจะยอมสละทุกอย่างแบบนี้มั้ยอะ หายากนะคนที่รักเราจนเปลี่ยนตัวเองขนาดนี้ สละทุกสิ่ง ยอมเริ่มใหม่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย แง ;__; ใจหล่อมากเลยต่ะชาเรนทร์ที่อัปเดตเพนชานยอลแล้ว! น่ารักที่สุด เป็นพระเอกที่เหนือกว่าพระเอก ไม่รักก็บ้าแล้ว
    #1,742
    0
  17. #1740 hqhq (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 10:41
    ตอนแรกกลัวจะจบแบดเอนมาก ขอบคุณนะคะที่มาลงเรื่องนี้ให้อ่าน ยังคงตั้งหน้ารอการแจ้งเตือนจากไรท์อยู่น้า ขอบคุณอีกครั้งนะคะ คิดถึงเสมอ
    #1,740
    0
  18. #1739 Plaoan_Prinaphan (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 10:13
    จบดีมากเลยค่ะ อุแงงงงงง ;-;
    #1,739
    0
  19. #1738 Pang_Ko' (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 01:13

    แงงงงง อบอุ่นมากๆเลยค่ะ
    #1,738
    0
  20. #1737 oomsilver (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:32

    อบอุ่นมากเลยยยยยย ตอนแรกแอบกลัวว่าจะดราม่าตอนท้าย แต่ไม่คิดว่าจะจบได้น่ารักขนาดนี้ ประทับใจเสมอเลยค่ะ

    #1,737
    0
  21. #1736 nyjdr (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:23
    น่ารักมากเลยค่า ชอบบบบแงๆ เขิน
    #1,736
    0
  22. #1735 Power Prow ❤ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    น่ารักมากกกกก ชอบชานยอลมากกกกนิ่งๆแต่เขินมาก!! น้องแบคคือจูบเองเลยหรอลู๊กกก น่ารักกกกกกกกกก
    #1,735
    0
  23. #1734 BHyun0012 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:18
    แงงงงง น่ารักมากอะ ชานยอบรักแบคมากเลยยย
    #1,734
    0
  24. #1733 ่CB21 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:16
    แฮปปี้เอนนดิ้งง เขินน
    #1,733
    0
  25. #1732 Belmeyoo (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:12

    ไรท์สู้ๆนะคะ เปนกลจ.ให้เสมอเลยย
    #1,732
    0