Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 8 : Hit me Hit you ; EP-7 : Get away from it all [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,869 ครั้ง
    11 พ.ค. 63


ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 07

Get away from it all


ฉันเหนื่อยจนผล็อยหลับไปเพราะอารมณ์ทะยานถึงขีดสุด และเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะปวดหัวเหมือนถูกบีบ และกระหายน้ำเพราะคอแห้ง ฉันก็พบว่าเขากำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ ผ่าห่มผืนหนาคลุมช่วงเอวและสะโพกของเขาเอาไว้ ร่างกายใต้ผ้าห่มทั้งของฉันและของเขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

ร่างกายที่ยังคงร้อนผ่าวบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนนี้เป็นคืนที่บ้าคลั่งขนาดไหน เหงื่อของเขาหยดลงมาจากปลายจมูกตอนที่เขาเคลื่อนตัวเข้ามาข้างในอย่างอ่อนโยน จนไม่น่าเชื่อว่าคนเรียบเฉย เย็นชาและพูดน้อยอย่างเขาจะนุ่มนวลได้ถึงเพียงนี้ 

บ้าไปแล้ว ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!

เมื่อสงบสติได้บางส่วน ฉันก็ค่อยๆ ชำเลืองมองชายหนุ่มที่กำลังนอนคว่ำหน้าผมเผ้ายุ่งเหยิงอีกครั้ง แม้ร่างกายจะดูผอมบาง แต่ก็เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง ผู้ชายที่รูปร่างหน้าตาดีเวลานอนก็ยังดูดี โครงหน้าคมชัดของเขาที่กำลังหลับใหลอย่างไร้ทางป้องกันตัว ขนตายาว จมูกโด่งเป็นสัน กระทั่งนิ้วทั้งสิบยังตัดเล็บสะอาดสะอ้าน เมื่อคืนมือคู่นี้ทำให้ฉัน...

ฉันเอามือปิดหน้าพลางร้องครางอย่างหมดแรง

ให้ตายเถอะ! ฉันไม่ใช่แค่คนบ้า แต่เป็นผู้หญิงบ้ากามต่างหากล่ะ!

เมื่อคืนในงานเลี้ยงรุ่นฉันดื่มไวน์ไปหลายแก้ว จากนั้นก็จำได้ว่าดื่มเบียร์ต่อตรงบันไดของอุโมงค์รถไฟใต้ดิน ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าอยากดื่มเหล้าให้เมาเป็นหมา และไม่ได้คิดถึงเรื่องอย่างอื่นเลยสักนิด

ฉันร้องครางออกมาอีกรอบ

ซวยล่ะ คราวนี้ฉันซวยจริงๆ นอกจากจะเมาไม่รู้เรื่องแล้ว ยังเผลอไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายแปลกหน้าอีก และที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือฉันจำได้รางๆ ว่าสุดท้ายแล้วตัวเองเป็นฝ่ายเชิญชวนเขาก่อนด้วย!

ตกลงคุณยังอยากทำอยู่มั้ย?’

ทำไร

เซ็กซ์น่ะ

ความทรงจำเมื่อคืนนี้ทำให้แก้มของฉันร้อนผ่าวราวกับติดไฟได้

บ้าไปแล้วเหรอ! ฉันเสียสติไปแล้วหรือไงถึงได้เป็นฝ่ายถามเขาออกไปแบบนั้น

แล้วเขาจะมองฉันเป็นผู้หญิงยังไง 

เขาจะมองฉันเป็นผู้หญิงประเภทไหนที่เป็นฝ่ายชวนเขามีเซ็กซ์น่ะ!

ฉันเม้มริมฝีปากพลางเหม่อคิดอย่างเลื่อนลอย...

ตอนอ่านนิยายรัก แล้วเจอฉากที่นางเอกเผลอไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระเอก ฉันก็มักจะตั้งคำถามอยู่เสมอว่าทำไมผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนมักจะเป็นฝ่ายหญิง และหลายครั้งก็จะเป็นฝ่ายหญิงที่หนีไปก่อนฝ่ายชายจะลืมตาตื่นขึ้นมาด้วย

ฉันเคยลองสมมติดูนะว่า ถ้าหากฝ่ายชายเป็นผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนล่ะ เขาจะทำยังไง เขาจะรีบชิ่งหนีไปก่อนที่ฝ่ายหญิงจะลืมตาตื่นขึ้นมาหรือเปล่า แต่ถ้าจะชิ่งหนีจริง จุดเกิดเหตุมันต้องเป็นห้องของฝ่ายหญิง ไม่ก็โรงแรม

หรือคิดต่อไปอีกว่า ถ้าหากฝ่ายชายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน แล้วก็ปลุกฝ่ายหญิงล่ะ เขาจะพูดว่าอะไร เขาจะทำอะไรต่อจากนั้น จะพูดจาร้ายกาจเพื่อปัดความรับผิดชอบ หรือว่าคิดในแง่ดี ก็อาจจะเป็นกรณีสานความสัมพันธ์หลังจากนั้น...

แล้วในกรณีของเขาล่ะ...

เขาจะทำยังไง?

เฮ้อ... ฉันลอบถอนหายใจอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าพล็อตเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

แต่ก็นะ...ในเวลาอย่างนี้สมองของฉันยังคิดเรื่องไร้สาระออกมาได้อีก

ตอนนี้ เวลานี้ ฉันคงไม่รอให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมาหรอก 

ต้องชิ่งหนี...ชิ่งหนีไปให้ไกล...

ฉันเหลือบไปมองเล็กน้อย ผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงยังคงหลับสนิท

เพราะเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันคงไม่มีหน้าเจอกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไป ดังนั้นจึงค่อยๆ ขยับตัวออกจากผ้าห่มอย่างแผ่วเบาเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในทีวี ฉันเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพราะรู้สึกปวดใต้ช่วงเอวเป็นอย่างมาก เสียเวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะหลุดพ้นจากผ้าห่มผืนหนาที่ถูกเขาทับไว้ครึ่งหนึ่งได้

และสิ่งแรกที่ฉันมองเห็นก็คือซองถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

ฮือๆ... ไม่ผิดแน่ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันไม่ใช่ความฝัน

เมื่อคืนนี้เราสองคนไม่ได้เล่นเกมเป่ายุงฉุบถอดผ้าคนละชิ้นแล้วนอนเปลือยกายกันเฉยๆ แน่

เอาล่ะๆ เบาๆ นะอมยิ้ม

แม้รู้สึกเจ็บปวดใต้ช่วงเอวเป็นอย่างมาก แต่ฉันจำต้องฝืนทนความเจ็บปวด ควานหาเสื้อผ้าของตัวเองท่ามกลางเสื้อผ้าของเราที่ปะปนกันอยู่ด้วยกันอย่างว่องไวโดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง

ฉันสวมชุดชั้นในที่ตากแอร์อยู่นานจนเย็นเฉียบอย่างตัวสั่นระริกขึ้นมา แต่ไม่กล้าชักช้ายืดยาดจึงสวมเสื้อตัวเองแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาที่เอามาใส่เมื่อคืนนี้ทับไว้อีกชั้น จากนั้นตามด้วยกระโปรงสวมมันอย่างเร่งด่วน

หวังว่าเขาจะไม่แจ้งความจับฉันด้วยข้อหาขโมยเสื้อหรอกนะ?

เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็รีบคลานออกมาจากห้อง ในที่สุดฉันก็พบกับกระเป๋าสะพายหล่นอยู่มุมหนึ่ง

ต้องเก็บทุกอย่างไปให้หมด เพื่อจะได้ไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้!

เฮ้อ...โชคดีจริงๆ เจอครบแล้ว

ฉันลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แอบหันไปมองผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงแวบหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าเขายังไม่ตื่น

ไม่ได้สิ...จะหนีไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้ ฉันต้องมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง

เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันจึงดึงกระดาษโน้ตและหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าสะพาย จากนั้นก็ใช้มือซ้ายเขียนข้อความลงไปเพื่อไม่ให้เหมือนลายมือของตัวเอง

เอาล่ะ...

เมื่อเขียนข้อความลงไปแล้ว ฉันก็เพ่งลงไปอ่านลายมือยึกยือเหมือนหนอนตายเกลื่อนทับกันอยู่

พอดีเสื้อของฉันมันโป๊ จึงขออนุญาตซื้อเสื้อเชิ้ตต่อจากคุณนะคะ

ฉันวางกระดาษโน้ตพร้อมกับเงินจำนวนสองร้อยบาทไว้บนพื้น จากนั้นก็รีบเปิดประตูเผ่นหนี เพื่อนนอน’ ที่ยังคงหลับสนิทไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก

 

รถแท็กซี่สีเหลืองเขียววิ่งไปบนถนน ฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังได้แต่กำสองมือของตัวเองแน่น สองตาเหม่อมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าร้อนรนราวกับกลัวว่าด้านหลังจะมีผีปีศาจไล่ตามมา

หวังว่าเขาจะไม่โกรธที่ฉันแอบซื้อเสื้อเชิ้ตตอนที่เขาหลับไม่รู้เรื่องหรอกนะ

เพราะถ้าเสื้อตัวนี้เป็นเสื้อตัวโปรดของเขา และเขาตื่นมาไม่เห็นเงินที่ฉันวางเอาไว้ล่ะก็...!?

ไม่ๆ ปัญหามันไม่ใช่แค่เรื่องนี้ เพราะฉันขึ้นเตียงกับผู้ชายแปลกหน้าต่างหากล่ะ!

ฉันกัดริมฝีปากที่ถูกเขาจูบจนรู้สึกเจ็บเล็กน้อยพลางสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองกรีดร้อง

ไม่เป็นไร ฉันไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนี้ ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว อีกอย่างดูจากรูปร่างหน้าตาของเขาอายุก็ไม่น่าจะน่าห่างจากฉันสักเท่าไหร่ และก็ไม่น่าจะอยู่ในช่วงวัยแต่งงานแล้ว เพราะงั้นฉันไม่น่าจะใช่มือที่สามที่ทำลายครอบครัวของคนอื่น

เดี๋ยวก่อน!

ฉันเบรกความคิดของตัวเองอย่างกะทันหัน!

บ้าเหรอ! เรื่องแต่งงานน่ะอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะถึงเขาจะบอกว่าอยู่คนเดียวก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโสด ไม่มีแฟนสักหน่อย!

ลองย้อนคิดไปถึงเมื่อตอนอยู่ในบาร์สิ

เขาไม่สนใจใคร เพราะอาจมีแฟนอยู่แล้ว

เขาปฏิเสธผู้หญิงทุกคน เพราะอาจเกรงใจแฟนก็ได้

และที่เพราะเขาเลยเถิดไปกับฉัน อาจเป็นเพราะสถานการณ์บีบบังคับ บรรยากาศเป็นใจ หรืออารมณ์พาไปก็เป็นได้

ใช่ๆ หนีมาตอนเขาหลับแบบนี้น่ะดีแล้ว เพราะถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วถามว่า ทำไมยังอยู่อีก’ ฉันจะทำหน้ายังไง จะประกอบหน้ายังไงให้มันเป็นเหมือนเดิมได้อีกล่ะ

และทุกอย่างฉันว่าไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ

ก็เขาไม่เคยถามชื่อของฉัน 

และเขาก็ไม่ได้ปริปากพูดชื่อของตัวเองออกมาเลยสักคำ

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาอยากให้มันจบด้วยเรื่องวันไนต์สแตนด์ ไม่ได้คิดจะสานสัมพันธ์ต่อจากนั้นหรอก และฉันเองก็เฮ้อเลิกคิด เลิกคิด

สับสนลนลานอยู่หลายนาที ฉันจึงค่อยสลัดเรื่องเหล่านี้ออกไปจากสมองได้สำเร็จ

ช่างมัน ขอคิดแบบคนเลวๆ ก็แล้วกันว่าต่อให้เขามีแฟน อาจจะทะเลาะกับแฟน แต่หลังจากนี้มันไม่ใช่ปัญหาของฉันอีกต่อไปแล้ว

ใช่ เลิกคิดได้แล้ว เพราะเราสองคนไม่มีทางจะมาบังเอิญเจอกันอีกครั้งหรอก 


ตลอดทางที่นั่งรถมา ฉันก็เกิดอาการหนาวสั่น ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจก็ร้อนผ่าว สมองก็ปวดหนึบๆ ราวกับในสมองกำลังเดือดปุดๆ เผลอทีไรก็คอยแต่จะเหม่อลอยอยู่เรื่อย ฉันจึงขมวดคิ้ว ตั้งสมาธิเพื่อบอกทางกับคนขับแท็กซี่

บางทีฉันอาจจะเป็นไข้ และคงไข้สูงเลยล่ะ...

เมื่อคืนฉันฝืนร่างกายมากเกินไปหรือไงนะ...

เมื่อลงจากแท็กซี่ ฉันก็ยืนอยู่หน้าบ้านของตัวเอง และกำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

แต่แล้วฉันก็เห็นว่าไฟหน้ารั้วบ้านปิดไปแล้ว งั้นแสดงว่าไอ้เบลล์ต้องกลับมาแล้วแน่ๆ

ฉันรีบถอดเสื้อเชิ้ตของเขาที่สวมทับเสื้อของตัวเองออก จากนั้นยัดลงไปในกระเป๋าผ้าก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็น

ขณะเดียวกันหัวของฉันก็ปวดจี๊ดไม่หยุด จนเมื่อเดินไปถึงประตูบ้าน ก็ต้องยันผนังพลางหยัดตัวอย่างไม่มั่นคง จังหวะกำลังเอื้อมมือไปหาลูกบิด ประตูก็เปิดผลัวะออกมาก่อน

เอ๊ะ?

คนที่เปิดประตูเป็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา สวมเสื้อเชิ้ตยับๆ ไม่ติดกระดุมให้เรียบร้อย

อะไรกัน?

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?

ระหว่างที่ฉันยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ผู้ชายคนนี้ก็เดินสวนร่างของฉัน และเริ่มสวมรองเท้าตรงปากทางเข้า

นายเป็นใคร?” ฉันเหลียวไปมองตาม เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง

แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ทันได้ตอบ ก็มีเสียงตอบมาจากในตัวบ้าน

แขกของฉันเอง

แขกของไอ้เบลล์?

งั้นแสดงว่า!?

ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันกัดฟันแน่น ก่อนจะย้อนถามไอ้เบลล์เสียงขรึมมากกว่าเดิม แกพาแขกมาที่บ้านของเราตั้งแต่เมื่อไหร่” 

เมื่อคืนไง

ไอ้เบลล์!” ตาของฉันเบิกโพลงเสียงร้องหลุดออกจากปากโดยอัตโนมัติ นี่แกอยู่บ้านทั้งคืนแต่ไม่คิดจะรับโทรศัพท์หรืออ่านข้อความของฉันเลยเนี่ยนะ!

ฉันยุ่งอยู่

ถึงจะยุ่งยังไงอย่างน้อยๆ ก็ช่วยรับโทรศัพท์ของฉันไม่ได้เลยเหรอวะ!

 แล้วฉันก็ได้ปวดหัวเพราะเสียงของตัวเองซ้ำสอง

ขอโทษ” ไอ้เบลล์ก้มหน้าสำนึกผิด ตอนนั้นฉันยุ่งจริงๆ แกอย่าโกรธเลยนะ

เฮ้อ...

ฉันพ่นลมออกจมูกก่อนจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ

ว่าแต่ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร แกไปหิ้วมาจากไหนเนี่ย

ภูผาไง

ภูผา?” ฉันเลิกคิ้วมอง ที่เป็นแฟนเก่าแกสมัยมัธยมน่ะเหรอ

อืม” ไอ้เบลล์พยักหน้าโดยที่ใบหน้าของมันแดงก่ำลามไปถึงใบหู เมื่อคืนเจอกัน ก็เลยรื้อฟื้นความหลังแบบเลยเถิดมากไปหน่อย

แบบนั้นไม่ได้เรียกว่าเลยเถิดมากไปหน่อยแล้วมั้ง!

ขนาดไม่รับโทรศัพท์เพื่อนเลยนี่คงจะ...

ไม่ๆ ฉันต่อว่าอะไรมันไม่ได้ เพราะเมื่อคืนฉันเองก็เลยเถิดกับผู้ชายแปลกหน้ามากไปหน่อยเหมือนกัน

อีกอย่างไอ้เบลล์มันยังดีกว่าฉัน เพราะอย่างน้อยๆ เรื่องเลยเถิดของมันก็เกิดขึ้นกับแฟนเก่าคนที่เคยรักกันมาก่อน

แล้วแกน่ะหายไปไหนมาทั้งคืน ทำไมไม่กลับบ้าน

ไม่ต้องถามอะไรมาก มาช่วยพยุงฉันเข้าบ้านก่อน

ทำไมวะ” 

ฉันยังไม่ทันได้ตอบ ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าพลันดับลง พอรู้ตัวว่าเกิดอาการหน้ามืด ตัวก็เอียงวูบ ไอ้เบลล์เห็นแบบนั้นก็หน้าตื่นพุ่งตัวเข้ามาช่วยพยุงร่างของฉันทันที

เอ๋...ทำไมแกตัวร้อน หน้าก็แดงแจ๋แบบนั้นล่ะ

ฉันเหมือนจะเป็นไข้เลย

งั้นไปโรงพยาบาลมั้ย?”

ไม่เป็นไร แกพาฉันไปที่ห้องนอน และก็ขอยาพาราสักเม็ดก็พอแล้วล่ะ

หลังจากที่ไอ้เบลล์พาฉันเข้าไปในห้อง ฉันก็บอกมันให้ออกไปเอายากับน้ำมาให้ แต่พอย่างเท้าไปให้ถึงเตียงทว่าเพียงแค่ก้าวเดียวร่างก็ทรุดลงตรงนั้นแทบจะทันที ร่างกายที่เคลื่อนไหวด้วยแรงใจมาถึงเดี๋ยวนี้พลันหมดเรี่ยวแรงลงกับพื้นเหมือนกบที่โดนรถทับแบน

อูย...

เนื้อตัวเมื่อยล้าซึ่งน่าจะเกิดมาจากหลายสาเหตุจนฉันต้องเปล่งเสียงครางออกมา ฉันค่อยๆ คลานไปตามพื้น ลากสังขารมาถึงเตียงนอนจนได้

นอนเหยียดยาวบนเตียงได้สักพักก็ชักจะหนาว ขืนเป็นอย่างนี้ ต่อให้เวลาผ่านไปเท่าไหร่คงไม่หายป่วยแน่ ฉันเลยตัดสินใจฝืนร่างกายของตัวเองเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวและเปลี่ยนเป็นชุดวอร์มย้วยๆ แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง

อ๊ะ! ยังไม่ได้ถอดคอนแทกเลนส์เลย

ถึงว่าทำไมถึงได้เจ็บตา เพราะคอนแทกเลนส์แห้งติดตาเลยนี่นา!

ฉันต้องฝืนลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง เดินไปยังห้องน้ำแล้วหยิบน้ำยามาล้าง

อูย เจ็บตาสุดๆ

การถอดคอนแทกเลนส์เจ็บแทบทนไม่ได้ 

ตาของฉันแดงก่ำ นี่ดีนะที่ผล็อยหลับไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นตาคงได้อักเสบมากกว่านี้แน่

เฮ้อ...

ทำแต่เรื่องไม่เข้าท่าเลยอมยิ้ม...

“ไอ้ยิ้มแกอยู่ไหน” เสียงไอ้เบลล์ดังมาจากด้านนอก

“อยู่ในห้องน้ำ” ฉันตะโกนสวนกลับไป “จะออกไปแล้ว”

“แล้วแกกินอะไรมาหรือยัง ฉันทำอะไรให้กินมั้ย?”

“ไม่เป็นไร” ฉันรีบหยิบแว่นหนาเตอะมาสวม ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ “ไม่ค่อยหิวน่ะ”

“งั้นก็กินยาแล้วนอนพักซะ” ไอ้เบลล์ส่งยากับน้ำมาให้ขณะที่ฉันนั่งลงเตียง

เมื่อฉันกินยาแก้ปวดลดไข้ ทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ทว่าขณะที่ไอ้เบลล์กำลังจะเดินออกไปจากห้อง ฉันกลับเรียกมันเอาไว้

“เบลล์”

“หือ?” ไอ้เบลล์รีบหันมามอง “แกอยากได้อะไรอีกเหรอ”

“ไม่ใช่หรอก” ฉันส่ายหน้าเบาๆ “แต่เมื่อคืนฉันเจออคิน”

“อะไรนะ?” ไอ้เบลล์เบิกตาโพลง “ตอนไหน แกเจออคินตอนไหน”

“ตอนที่แกออกไปแล้วน่ะ” ฉันตอบเนือยๆ

“แล้วเขา...”

“เขามาพร้อมกับใบเตย” ฉันค่อยๆ หลับตา “อคินกับใบเตยไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกัน และก็น่าจะคบกันตั้งแต่สมัยมัธยมด้วย”

“งั้นแสดงว่า...” ไอ้เบลล์ขบกรามแน่น “ไอ้สารเลว โธ่เว้ยรู้งี้น่าจะอยู่รอก่อน ฮึ่ย! ขอโทษนะ...ฉันขอโทษจริงๆ”

“แกขอโทษทำไม” ฉันลืมตาขึ้นมอง “มันไม่ใช่ความผิดของแกสักหน่อย”

“แต่แก...” ไอ้เบลล์เม้มปากเล็กน้อยเหมือนไม่กล้าพูด

“อะไรเหรอ”

“แกโอเคหรือเปล่า”

“ทำไมฉันต้องไม่โอเคล่ะ” ขนาดเพื่อนสนิทยังถามคำถามนี้ งั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วสินะที่คนอื่นยังถาม

“ก็ที่แกแปลงโฉมก็เพราะอยากให้อคินประทับใจไม่ใช่เหรอ”

“นี่แกรู้?” ฉันเบิกตาโพลง

“ไอ้ยิ้ม...เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว” ไอ้เบลล์ส่ายหน้า “แกคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้หรือไง”

“อืม” ฉันพยักหน้า ก็จริง...เราสองคนแค่มองตาก็รู้ใจ เพราะงั้นเรื่องแบบนี้ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของไอ้เบลล์ไปได้หรอก

“แล้วแก...”

“ฉันโอเค” ฉันผ่อนลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะยกมือวางบนอกด้านซ้าย “ตอนแรกตรงนี้มันเจ็บก็เพราะฉันไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้บอกเลิก และมันเจ็บมานานมาก เจ็บจนชา และคิดว่าคงจะเจ็บแบบนี้ไปอีกนาน แต่แก...พอฉันมารู้ความจริง และได้มาเห็นกับตา ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บเหมือนอย่างที่ตัวเองคิด เพราะงั้นตอนนี้ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ”

“งั้นตอนนี้แกนอนพักก่อน” ไอ้เบลล์ดึงผ้าห่มมาห่มให้ จากนั้นก็ถอดแว่นตาให้อีกด้วย “เลิกคิดเรื่องนี้ แล้วถ้ายังไม่หาย บอกฉันนะ เราจะได้ไปหาหมอกัน”

“อืม” 

ว่ากันว่าถ้าเป็นหวัด สิ่งที่ดีที่สุดคือการนอนเยอะๆ เพราะถ้าได้นอน อาการคงดีขึ้นบ้างสินะ


หลังจากไอ้เบลล์ออกจากห้องไปแล้ว พอปิดเปลือกตาฉันก็จมดิ่งสู่ห้วงนิทราในทันที ทว่าในภาพฝันที่มืดมิดนั้นกลับมีแต่ใบหน้าเรียบเฉยของใครบางคนลอยผ่านไปมา

ในฝัน เขากำลังยืนกอดอกเอียงคออยู่ตรงหน้า แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยและเย็นชา แต่ทว่าริมฝีปากบางกรีดขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตรายและแฝงความนัยบางอย่างจนฉันรู้สึกกลัวจับใจ

หนีไม่พ้นหรอก หัวขโมย

กรี๊ดดดด!” ฉันกรีดร้องเสียงดังและปัดป่ายมืออย่างแรง จากนั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นผุดซึมออกมาเพราะความหวาดกลัว

เมื่อลืมตาตื่น ห้องที่เคยสว่างก่อนจะผล็อยหลับไปกลับมืดสนิท ดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือก็เห็นว่าเลยห้าทุ่มมาแล้ว

นี่ฉันหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ?

ฉันใช้แขนเสื้อชุดวอร์มตัวโคร่งซับเหงื่อบนใบหน้าแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง ความเมื่อยล้าที่เกาะตามร่างกายหายไปหมดแล้ว คงเพราะร่างกายขับเหงื่อออกไปพอควรลำคอจึงแห้งผากจนแสบระคาย ฉันหยิบน้ำออกมาจากตู้เย็นแล้วดื่มรวดเดียวหมด

เอาล่ะๆ ต้องรีบไปอาบ เน่ามาทั้งวันแล้ว

หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปในห้องน้ำ ขณะอาบน้ำก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ด้วยสมองที่ยังเบลออยู่เล็กน้อย

เอ๊ะ?

เมื่อกี้ฉันฝันอะไรนะ?

อ่าใช่แล้ว ฉันฝันว่าเขาคนนั้นพูดว่า หนีไม่พ้นหรอก หัวขโมย

บ้าเอ๊ย! คนปกติหลังจากมีค่ำคืนที่แสนร้อนแรงก็มักจะฝันถึงฉากวาบหวิวกันไม่ใช่หรือไง แล้วทำไม ทำไมฉันถึงได้ฝันอะไรน่ากลัวแบบนั้นล่ะเนี่ย

แต่เอ่อ...ฉันนึกออกแล้วว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไร!

เช้าเมื่อไหร่ ฉันจะรีบไปโกรกผมให้กลับมาเป็นสีดำธรรมชาติ

ไม่เอาแล้วล่ะ สาวเปรี้ยวผมทองต้องหายไปจากโลกนี้!

 

รุ่งเช้าฉันก็รีบไปร้านทำผม และโกรกผมกลับมาเป็นสีดำธรรมชาติอย่างที่ตั้งใจไว้ และพอกลับมาถึงบ้านไอ้เบลล์เห็นมันก็ถามอย่างแปลกใจ และคำพูดของมันก็คือ ผมสีทองสองวันกับเงินสามพันมันคุ้มเหรอวะ พอฉันบอกว่าสีทองมันทำให้ผมเสียมาก และก็รู้สึกไม่ค่อยเข้ากับตัวเองเท่าไหร่ ไอ้เบลล์ก็เลยพยักหน้า ไม่เซ้าซี้อีก

เฮ้อ...

แต่จริงของมัน ผมทองสองวันกับเงินสามพัน ช่างไม่คุ้มเลย...

ฉันทรุดนั่งบนโซฟา ก่อนจะหยิบรีโมทเปิดทีวี แต่ทว่าจู่ๆ ไอ้เบลล์ที่บอกว่าจะออกไปร้านสะดวกซื้อ มันก็วิ่งกลับเข้ามาพร้อมกับถือไม้แขวนซึ่งมีเสื้อเชิ้ตสีดำตัวหนึ่งแขวนอยู่บนนั้น

ฉิบหายแล้ว!

เมื่อคืนฉันเอาเสื้อตัวนี้ไปซัก และตากเอาไว้หน้าบ้าน แล้วก็ดันลืมเก็บเข้ามาก่อนที่ไอ้เบลล์จะเห็นนี่หว่า

ไอ้ยิ้ม แกไปเอาเสื้อเชิ้ตสีดำตัวนี้มาจากไหน!

ก็เสื้อของฉันไง ซื้อมานานแล้ว แกจำไม่ได้เอง

แต่มันเป็นเสื้อผู้ชาย?”

บางทีฉันก็อยากแต่งบอยๆ ดูบ้างไง

ฉันแถไปเรื่อย

แต่มันยี่ห้ออาร์มานี่?”

หือ?”

อา...อาอะไรนะ?

ยี่ห้อเรียก อามาตรงนี้’ น่ะเหรอ?

เอ่อ...เป็นยี่ห้อที่แปลกชะมัดเลย

และอาร์มานี่ตัวนี้ราคาราวๆ หมื่นห้า” ไอ้เบลล์ยื่นเสื้อเชิ้ตสีดำแบบเรียบๆ มาตรงหน้าของฉัน แกน่ะไม่มีปัญญาซื้อ หรือต่อให้มี แกก็คงไม่ซื้อมาเพื่อแค่แต่งบอยๆ อะไรนั่นแน่ๆ!

ตายๆๆ

นอกจากฉันจะขโมยเสื้อตัวละหมื่นห้าของเขามาไม่พอ ฉันยังกล้าวางเงินค่าเสื้อไว้ให้เขาสองร้อยอีก

ไอ้สองร้อยเนี่ยแค่ค่ากระดุมเม็ดเดียวยังไม่ได้เลยมั้ง!

ซวย...ซวยแน่ๆ

คราวนี้ซวยแน่ๆๆๆๆๆ

บอกมาว่ามันเป็นเสื้อของใคร

ไม่มีอะไรหรอก” ฉันรีบคว้าแขนเสื้อ แกเอาคืนมาเถอะ

ไม่!” ไอ้เบลล์ปฏิเสธก่อนจะดึงเสื้อกลับคืนไป ถ้าแกไม่ยอมบอกว่าเป็นเสื้อใคร ฉันก็ไม่คืนให้โว้ย

ฉันเม้มปากพลางส่ายหน้า จากนั้นก็กระชากแขนเสื้ออย่างแรง จังหวะนั้น...

แควก

เสียงเนื้อผ้าขาดออกจากกันดังสนั่นพร้อมกับแขนเสื้อนั้นหลุดติดมือของฉันมา

ฉันเบิกตาโพลง ลมหายใจสะดุด ก่อนจะกระโดดเหยงๆ แล้วตะโกนเสียงดังลั่น!

เสื้อตัวละหมื่นห้าบ้าอะไร ทำไมขาดง่ายแบบนี้วะ!

ก็เสื้อมันทำจากผ้า แกเล่นกระชากแบบนั้น จะไม่ให้มันขาดได้ไงวะ” ไอ้เบลล์ย้อนเสียงเย็นชา พลางส่ายหน้าไปมาไม่หยุด

แต่มันตั้งหมื่นห้าเลยนะ!” ฉันเถียงพร้อมกับน้ำตาแทบจะรินไหล

ซวยแล้ว ซวยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

ก็มันขายแบรนด์ ไม่ได้ขายว่าเนื้อผ้าทำมาจากยางพาราเหนียวหนึบสักหน่อย!

ก็จริง

แต่ว่า...

แล้วนี่ถ้าไม่ใช่เสื้อแก แล้วไปยืมใครมาละก็ บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่มีปัญญาช่วยแกชดใช้หรอก

ไอ้เบลล์...

ปัญหาของแก แก้เองแล้วกัน

ว่าแล้วมันก็โยนเสื้อตัวนี้ไว้บนโซฟา แล้วก็เดินจากไปทันที

บ้าเอ๊ย! ถ้ามันไม่อยากรู้อยากเห็น เสื้อก็ไม่ขาดแบบนี้หรอก

แต่ไม่เป็นไร...

มันต้องไม่เป็นไร

ฉันน่ะไม่มีโอกาสได้เจอเขา ไม่จำเป็นต้องชดใช้เขาหรอก ฮือๆๆๆ




[Updates...100%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"......."

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks

10/04/20


น้องยิ้ม น้องยังไหวอยู่นะ!


เอาเป็นว่าทุกฉากที่อัปไป มีเหตุผลนะ

เพราะมันจะกลายเป็นความโป๊ะของน้องในอนาคต อิอิ

และก็.......................

หลังจากนี้มีแต่ความคอเมดีค่ะ (หราาาาาา) 55555555555





.........

09/04/20


แต่อีพี่ นอนหรือซ้อมตายคะ

น้องหนีไปแล้ว

น้องคิดเยอะ และคิดมากด้วย!

แล้วคืออีพี่น่ะโสดจริงปะ?

มีใครรู้บ้าง 5555555555555


พีเอส...


เพื่อนทักมาบอกว่าชื่อเรื่อง 'รุกหัวใจไม่ให้ตั้งตัว' ของพี่นายไปซ้ำกับมังงะ 

มันเลยรีบมาบอกเพราะกลัวมาม่า ก็เลยลบออกนะ เหลือแค่ชื่อประกิดก็พอแง้ว

'Hit me Hit you ตบฉัน ต่อยเธอ แล้วเราก็ได้รักกัน' 555555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.869K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7332 LOMO_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 05:23
    ตอนแรกไม่คืนพอขาดละโยนปัญหา
    #7,332
    0
  2. #7328 gung_1234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 11:58
    เบลล์เกินไปไหม
    #7,328
    0
  3. #7306 M1N3__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 04:39
    เอาละนี่เริ่มอคติกับเบลล์แล้วเหมียนกัร
    #7,306
    0
  4. #6809 SupapornKaewno (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 17:01
    เบลก็มีส่วนผิดนะเสื้อขาดอะ...
    #6,809
    0
  5. #6666 stitchy2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 02:46
    ทำไมเบลล์ดูแปลกๆ
    #6,666
    0
  6. #6323 WSWISA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 23:48
    เพื่อนแท้จริงๆอะหรอ
    #6,323
    0
  7. #6115 123abc456dfg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:56
    เบลแปลกๆ ดูไม่ห่วงเพื่อน
    #6,115
    0
  8. #6076 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 16:23

    แค่200เอง

    #6,076
    0
  9. #6029 new นิวน้อย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:23
    เบล ทำไมเธอดูมีพิรุจ ฉันรู้ฉันเห็นนะยะ
    #6,029
    0
  10. #5917 UZUKI (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 01:15

    เบลนี่ว่าไม่ใช่เพื่อนนะ หลายอย่างแล้วอะ

    #5,917
    0
  11. #4805 fonthanya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 16:14
    น่ารักกกกกกกก
    #4,805
    0
  12. #4614 J-U-N (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 18:34
    เสื้อตัวละ หมื่นห้า แต่เอาเงินตั้งไว้ให้เขาแค่สองร้อยยย5555
    #4,614
    0
  13. #4496 wisa1993 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 05:18
    5555ซื้อมา200
    #4,496
    0
  14. #3689 kitten703 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:38
    Hit ในเรื่องนี่ไม่ได้แปลว่าจีบเหรอ ไรท์อะะะ 55555
    #3,689
    0
  15. #2943 Aomas99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 07:24
    เบลล์นี่เพื่อนสนิทจรืงดิ ดูไม่ออกเลย5555555
    #2,943
    0
  16. #2878 super__p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    จ่ายไป 200 เอง สงสารอาร์มานี่
    #2,878
    0
  17. #2751 Marius Yo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 20:31
    อาร์มานี่ร้องไห้แล้ว 200ที่ซื้อต่อไป
    #2,751
    0
  18. #2445 AQWer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:53

    เบลไม่ค่อยเหมือนเพื่อนสนิทอ่ะ55555 เหมือนเพื่อนที่ร้ายๆมากกว่า แงงง

    #2,445
    0
  19. #2134 Bopazi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:41
    ในฝันที่ว่า ขโมยหัวใจแน่ๆ ไม่ใช่แค่เสื้อ 5555555
    #2,134
    0
  20. #1497 Milkcake (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 18:22
    เบลล์คือเพื่อนที่ .. นี่คือสนิทกันจริงหรอ กรรมแท้ ขนาดไม่สนิทยังไม่กล้าทิ้งกันแบบนี้เล้ยย อินกับเรื่องเพื่อนไปหน่อย5555 ไมาเคยพบเคยเจอ
    #1,497
    0
  21. #1220 Amineen27 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 23:28
    ยี่ห้ออะไรนะ อามาตรงนี้ เหรอ55555คิดได้ไงอะ โก๊ะมากนุ้งอมยิ้มมมม รออิพ่อตื่นค่ะ ซ้อมตายแน่ๆ
    #1,220
    0
  22. #770 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 15:27

    รู้สึกสมน้ำหน้ายังไงไม่รู้ 555

    #770
    0
  23. #769 Yaminda Mint (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 14:14
    และวางให้เขาไว้สองร้อย เขาตื่นมาจะทำหน้ายังไงล่ะ555555555
    #769
    0
  24. #768 khem22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 10:31
    เบลล์ไม่โอเคเลยอะ /อิพี่ตื่นได้ยังงงง
    #768
    0
  25. #767 mamiao2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 10:29
    มีความฮา
    #767
    0