Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 7 : Hit me Hit you ; EP-6 : Fallen into your Trap [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,397 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 06

Fallen into your Trap


อุ้มท่าเจ้าหญิงไง

หลังที่ได้ยินถ้อยคำนั้น เขาก็อุ้มร่างของฉันไปยังห้องที่อยู่ติดกัน ระหว่างทางที่เดินไปก็คอยพรมจูบไปทั่วเหมือนจะรบกวนและสะกดให้ฉันงุนงง ปลุกเร้าแรงปรารถนาทีละห้วงๆ จนฉันไม่มีโอกาศได้คิด

ฉันรู้สึกนุ่มชาตรงริมฝีปาก ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมดจนต้องร้องครางออกมาเบาๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ถึงแม้จะสับสนงุนงง แต่ความรู้สึกนี้ประหลาดมาก คล้ายกับมีอะไรบางอย่างขบเม้มริมฝีปากฉันด้วยน้ำหนักเบาบ้างหนักบ้าง ค่อยๆ ลิ้มชิมกลีบปากของฉันอย่างละเอียดลออ

ไม่เพียงเท่านั้น เขาเริ่มจู่โจมดุนดันปลายลิ้นเข้ามา เรียวลิ้นของฉันถูกรุกไล่ พัวพันและดูดดื่ม จนหัวใจเต้นตึกตักสับสนอลหม่านไปหมด

สองมือเกาะเกี่ยวไหล่หนา เริ่มจิกขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายแน่น

อ่า...

เขาพูดถูก ตอนนี้มีแค่สิ่งเดียวที่ฉันกินได้

แต่ว่า...

ฉันรู้สึกได้เลาๆ ว่ามีอะไรผิดปกติสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ยิ่งกว่านั้นคือทั้งริมฝีปากอุ่นร้อน แรงโอบรัดอบอุ่นมั่นคง และกล้ามเนื้อแข็งแกร่งแน่นหนักล้วนทำให้ฉันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

ฉันไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดเลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเอง

เมื่อแผงอกรุ่นร้อนทาบทับลงมา สมองก็พร่ามึนไปหมด ได้แต่ปล่อยให้เขากระทำทุกอย่างตามอำเภอใจ

สำหรับฉันแล้ว การลิ้มรสชาติที่ปลุกเร้าอารมณ์นั้นเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวเหลือเกิน ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่น้อย แค่ถูกเขาจูบอย่างดูดดื่มฉันก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต้านทานแล้ว

เวลานี้ฉันรู้สึกล่องลอยเหมือนโบยบินอยู่บนท้องฟ้า จึงได้แต่นอนตัวอ่อนปวกเปียกปล่อยให้เขาลูบคลำตามอำเภอใจ เมื่ออุ้งมือใหญ่สอดเข้ามาใต้เสื้อผ้า ฉันก็ตอบรับด้วยอาการสั่นสะท้าน

ความรู้สึกชาๆ ร้อนผ่าวที่เขาสร้างขึ้นทำให้ฉันตัวสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่

ฉันหอบกระชั้น สมองว้าวุ่นไปหมด ความรู้สึกแปลกๆ บีบคั้นฉันทุกขณะ ร่างกายบิดเร่าอยู่ใต้ร่างกายกำยำ อุ้งมือเรียวลูบคลำเนื้อตัวของฉันไม่กี่ที เสื้อครอปเปิดไหล่ที่รัดรึงท่อนบนก็เลื่อนหลุดออกไป พร้อมกับฝ่ามือของเขาเคลื่อนมายังแผ่นหลัง หัวใจพลันโลดแรงในจังหวะที่ฝ่ามือนั้นปลดตะขอเสื้อชั้นในของฉันออก

ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนร่างกายท่อนบนถูกปลดปล่อยจากความรัดรึงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ดึงสติให้กลับคืนมาอีกครั้ง

อะไรกัน...มันเกิดอะไรขึ้น

เราชวนกันกินข้าวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม...

นัยน์ตาของเขาซึ่งชะโงกมองวิบวับดั่งเปลวเพลิง 

ดวงตานั้นสื่อว่า อย่าคิดว่าจบแค่นี้’ 

แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดนตรีพร้อมกับเสียงผิวปากดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงร้อง...

 

♫~Can you blow my whistle baby, whistle baby

Let me know

Girl I’m gonna show you how to do it

And we start real slow

You just put your lips together

And you come real close

Can you blow my whistle baby, whistle baby

Here we go...

 

เธอช่วยเป่านกหวีดของฉันได้มั้ยที่รัก

ให้ฉันรู้ด้วยนะ

ฉันจะแสดงให้เธอเห็นเองว่าต้องทำยังไง

จะเริ่มช้าๆ ก่อนนะ

เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกัน

แล้วเข้ามาใกล้ๆ

เธอช่วยเป่านกหวีดของฉันได้มั้ยที่รัก

เอาเลย…’


บรรยากาศเร่าร้อนถูกขัดจังหวะกลางคัน แน่นอนฉันรู้ว่ามันเป็นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์

ฉันลืมตาโพลงอย่างงุนงง และไม่รู้จะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรดี

เสียงโทรศัพท์ยังคงทะลุทะลวงความสับสนงุนงงเข้ามาในสมอง และเพราะเสื้อตัวนอกกับเสื้อชั้นในรัดทรวงอกถูกถอดออกไปแล้ว แอร์เย็นๆ จึงพัดมาต้องหน้าอก ทำให้สมองของฉันเริ่มแจ่มชัดขึ้นมาบ้าง

ฉันชักสงสัยแล้วว่าทำไมตัวเองกลายมานอนเปลือยอยู่บนเตียงแทนที่จะไปอยู่ในห้องครัว แถมยังมีผู้ชายตัวโตทาบทับบนร่างของตัวเองอีกต่างหาก

และสิ่งที่ทำให้ฉันคิดไม่ออกยิ่งกว่าก็คือทำไมปากของเขาถึงได้จูบ เอ่อ...จูบอยู่ตรงหน้าอกของฉัน แถมมือของเขายังจับตรง...เอ่อ...ตรงนั้นของฉันอีก!

~RRRR

เสียงดนตรีพร้อมกับเสียงผิวปากดังขึ้นอีกครั้ง จู่ๆ แรงกดทับบนตัวก็คลายลง เขายันกายลุกขึ้นโดยไม่บอกกล่าวและเดินไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว 

ฉันเหลือบมองตามเห็นร่างสูงใหญ่ผิวขาวผ่องเปลือยไปแล้วครึ่งตัว เขาทิ้งเสื้อเชิ้ตสีดำตัวนอกเอาไว้ และเคราะห์ดีที่มันคลุมอยู่บนตัวของฉัน ซึ่งกำลังนอนมึนงงอยู่พอดี

[มึงอยู่ไหน! กูบอกให้รอที่บาร์ไม่ใช่เหรอวะ!]

ได้ยินเสียงของใครสักคนตะโกนออกมา 

และมันดังมากขนาดเล็ดลอดออกมานอกโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ

เขาไม่ตอบและไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

[อยู่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้!]

บอกเพื่อ

[ยังจะมากวนตีนอีก กูรอมึงมาเป็นชั่วโมง โทรไปก็ไม่รับ และกว่าจะรับได้ก็กวนส้นอีก บอกมาเลยนะว่ามึงอยู่ไหน ทำเหี้ยไรอยู่!]

ไม่บอก

[ไอ้...]

กูยุ่ง” เขาแทรกเสียงด้วยสีหน้าเย็นชาราวกับกำลังอยู่ในสนามรบ ไม่ใช่อยู่ในห้องที่อัดแน่นด้วยอารมณ์พิศวาส

[ยุ่งอะไร ไหนมึงลองอธิบายมาสิว่ายุ่งเหี้ยอะไรถึงรับโทรศัพท์กูไม่ได้!]

อยู่บนเตียง

[อะไรนะ!ยุ่งอยู่บนเตียง]

อืม

[เดี๋ยวนะ มึงอย่าเพิ่งวาง กูเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าห้ามวางสาย ไม่งั้น...]

ฉันเห็นเขายกมุมปากขึ้นยิ้มเจ้าเล่ห์พลางยื่นนิ้วมือกดตัดสาย ไม่ให้โอกาสปลายสายได้โวยวายอีกต่อไป

เอาล่ะ...ไม่ใช่เวลาจะมาฟังเขาคุยโทรศัพท์สักหน่อย!

ฉันลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะคว้าเสื้อเชิ้ตของเขามาสวม ฉันแน่ใจว่าห้องนี้ไม่น่าจะใช่ห้องนอนของเขา เพราะถึงมันจะมีเตียงนุ่มๆ ที่คงไว้ใช้พักผ่อน แต่มันก็ได้ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นเขามากกว่านี้อีกแล้ว

ขณะติดกระดุมฉันก็นิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่นัก 

เขาน่าจะพาฉันมาผิดห้องแน่ๆ 

ใช่แล้ว ของกินน่ะต้องไปหาในครัวสิ!

คิดได้แบบนั้นฉันก็ลุกขึ้นเดินกลับออกไปด้านนอก ตรงไปยังเคาน์เตอร์ซึ่งแยกเป็นส่วนของห้องครัว แล้วก็ลงมือหาของกินในตู้เย็นทันที

อ๊ะ! เจอแล้ว!

ฉันเจอแซนวิชที่ต้องอุ่นไมโครเวฟห่อหนึ่ง หลังจากพลิกดูวันหมดอายุ ก็ไม่เสียเวลาไปอุ่นร้อนอีกแล้ว ฉันแกะซองแล้วดึงแซนวิชออกมาทันที

ขณะกัดแซนวิช ฉันก็ลองย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

เมื่อกี้นี้ฉันพูดอะไรออกไปบ้างนะ...

‘…ฉันก็หิวเหมือนกัน

หาอะไรร้อนๆ ลงท้องกันดีมั้ย?’

เมื่อความทรงจำหวนย้อนกลับมาในสมอง สองแก้มของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

ยัยบ้าเอ๊ย! ทำไมถึงได้พูดจาสองแง่สองง่ามออกไปแบบนั้น

ถึงว่าทำไมเขาถึงได้ถามว่า เธอหิวอะไรกันแน่

พอเขาถามแทนที่จะบอกไปว่า หิวข้าว’ แต่ดันให้เขาเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาอีก

แล้วเอ่อ...แทนที่จะหนีไปให้ไกล แต่ฉันยังมีหน้ามาหาของกินอีกเนี่ยนะ!?

บ้าไปแล้ว ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!

เมื่อคิดถึงเรื่องขายหน้าที่ตัวเองพูดออกไป ฉันก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง อยากให้มีหลุมอยู่ที่พื้นตอนนี้จริงๆ ฉันจะได้กระโดดลงไปและฝังตัวเองอยู่ในนั้นไปตลอดกาล

แต่สวรรค์ไม่เป็นใจ ชายหนุ่มคนที่ ชักชวน’ กันไปกินกำลังยืนค้ำเคาน์เตอร์

กลับมา” 

คิ้วเข้มดกหนาขมวดเป็นปม เขาดูไม่พอใจมากที่ฉันแอบหนีมาแบบนี้

กลับไปไหนคะ” ฉันถามอย่างระมัดระวัง

เตียง

กลับเตียงไปทำอะไรอะ

เซ็กซ์” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ

ปฏิกิริยาของฉันคือสะดุ้งโหยง ดวงตาเบิกโพลง จ้องเขาอย่างอึ้งตะลึงงัน

เป็นจริงดังคาด...คำว่า หิว’ ของฉันกับของเขา เราเข้าใจไปคนละเรื่องกัน!

คือ...คือ

ทำไม

ที่คุณชวนฉันกินนั่นก็คือ...

ตอนที่ได้ยินฉันก็คิดว่าเขาหมายความว่ามีเขาคนเดียวที่กินได้ เพราะเป็นเจ้าของบ้านอะไรทำนองนี้ แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็นการชักชวนให้เรามีเซ็กซ์กัน

ร้ายกาจ! 

ฉันรู้แล้วล่ะว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคืออะไร ก็ซาตานขโมยจูบนั่นไงล่ะ!

แล้วไม่ใช่เหรอ?” เขาถามอย่างแปลกใจ

อืม...เขาแปลกใจจริงๆ นั่นแหละ!

ฉันอ้าปากพะงาบๆ พลางส่ายหน้าปฏิเสธไม่หยุด 

มะ...ไม่ใช่ค่ะ มะ...ไม่ใช่ๆ แบบนั้น!

ดวงตาของเขาแข็งค้าง พลางจ้องหน้าฉันนิ่งเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เธอไม่ได้อยากทำเหรอ?” 

มันเป็นคำถามเหมือนเมื่อตอนที่เขาถามว่าฉันไม่ได้อยากจูบเหรอ?

ค่ะ ไม่ได้อยาก” ฉันส่ายหน้าอย่างแรงแล้วใช้ฝ่ามือกุมหน้าท้องของตัวเอง ฉันแค่หิวจริงๆ

นัยน์ตาสีดำราวกับอัคนีพลันสว่างวาบ หน้ากากความเย็นชาเกิดรอยปริแตก แต่ทว่ามันก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ขอโทษ เขาก้มหัวลงเล็กน้อย สีหน้าเหมือนจะผิดหวังอยู่หน่อยๆ ที่เข้าใจผิด 

ฉันพ่นลมออกจากปาก หัวใจที่เต้นกระเด็นกระดอนค่อยสงบลง 

อันตราย อันตรายจริงๆ ดีนะที่เขายังมีเหตุผลบ้าง อุตส่าห์ถามความเต็มใจของฉัน และเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยินยอม ก็ล้มเลิกความคิดอย่างง่ายดาย ไม่คิดบังคับขืนใจซ้ำยังเอ่ยคำขอโทษออกมาอีก

แต่ทำไมล่ะ ทำไมพอเห็นสีหน้าผิดหวังของเขาแล้ว ฉันกลับรู้สึกผิดขึ้นมายังไงก็ไม่รู้

หรือเพราะฉันเป็นฝ่ายพูดเหมือนจะเชิญชวนเขาก่อน...

และยิ่งพอนึกไปถึงทุกสิ่งที่ฉันทำ แต่ละคำที่ฉันพูด ก็แทบจะกัดลิ้นตายเลย

พอเห็นเขาหมุนตัวจะเดินจากไป ทว่าฉันกลับเป็นฝ่ายขยับเท้าแล้วคว้าแขนของเขาเอาไว้

คุณ...” ฉันเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะรวบรวมความกล้าถามออกไปตรงๆ คุณอยากทำเหรอ?”

...” เขาเหลือบมองฉันแวบหนึ่งแต่ไม่ตอบ

ดวงตาของเขาทอประกายวาววามล้ำลึก และเผยความปรารถนาอย่างไม่อาจเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้

ฉัน...” ลมหายใจของฉันจุกแน่นอยู่ที่อกไปชั่วอึดใจ ฉันคิดว่าคุณไม่ได้อยากทำมันซะอีก

ทำไม?”

ก็ก่อนหน้านี้ ตอนที่อยู่ในบาร์ ฉันได้ยินคุณปฏิเสธผู้หญิงทุกคนและบอกว่าไม่มีอารมณ์นี่

...” คราวนี้เขาเงียบไม่ตอบพลางเลื่อนสายตามองที่ร่างกึ่งเปลือยของตัวเอง จากนั้นก็เลื่อนสายตามามองร่างของฉันที่สวมเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่

นั่นสินะ... 

เข้าใจแล้วล่ะ

อยู่กับผู้หญิงในห้องสองต่อสองแบบนี้

อยู่ในสภาพที่สติสัมปชัญญะถูกแอลกอฮอล์ครอบงำไปแล้วบางส่วนอย่างนี้

และอยู่ในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในสภาพล่อแหลมเช่นนี้

ถ้าเขาไม่อยากทำและก็ไม่เกิดอารมณ์เลยก็คงจะผิดวิสัยของผู้ชายแมนร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วล่ะ

คุณ...” ฉันอึกอักอีกรอบ เอ่อ...คุณเคยหรือเปล่า

...” เขาไม่ตอบอีก แต่จ้องหน้าของฉันนิ่ง และนั่นก็เป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว

ไม่เคยน่ะสิแปลก...

แต่ฉัน...” ฉันเลียริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย ฉันยังไม่เคยหรอกนะ” 

แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำพูดน่าอายและไม่ควรเอามาป่าวประกาศบอกผู้ชายแปลกหน้า แต่ฉันก็แค่อยากให้เขาแน่ใจและเชื่อว่าฉันน่ะไม่ได้ต้องการจะมีเซ็กซ์กับเขาจริงๆ

และพอฉันบอกไปแบบนั้นปฏิกิริยาของเขาคือกระโจนหนีอย่างรวดเร็ว ดวงตาเรียวแข็งค้าง ท่าทางเครียดขมึงตึงราวกับว่าฉันเป็นตัวแพร่เชื้อโรคร้ายแรงอะไรสักอย่าง

คุณทำเกินไปแล้วนะ!” ฉันชักไม่สบอารมณ์กับปฏิกิริยาเหนือความคาดหมายนั้น ผู้หญิงบริสุทธิ์ไม่ใช่เชื้อโรคสักหน่อย

...” เขานิ่งไม่ตอบ และยังคงยื่นห่างออกไปหลายเมตร

อะไรของเขาเนี่ย!?

เอาเถอะ” ฉันถอนหายใจเฮือก เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้

...” หว่างคิ้วของเขาย่นเข้าหากัน เหมือนจะเครียดอยู่หน่อยๆ ด้วย

คือตอนนี้ฉันหิวมาก เมื่อกี้กินแซนวิชเข้าไป มันไม่อร่อย แถมจะออกปากอีก” ฉันยู่หน้ารู้สึกพะอืดพะอมมวนท้องไปหมด คุณพอมีอะไรให้ฉันกินบ้างหรือเปล่า เอาแบบร้อนๆ ซดน้ำได้น่ะค่ะ

ว่าไป ฉันขอมาม่าจากเขาก็จบแล้วมั้ย!

ทำไมต้องพูดให้มันยุ่งยากมากกว่าเดิมด้วย!

ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปเปิดตู้หนึ่งแล้วดึงซองมาม่าออกมา กินได้มั้ย?”

ได้สิ!” ฉันฉีกยิ้มกว้าง เปลี่ยนอารมณ์รวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ รสต้มยำกุ้งแบบนี้คืออาหารประจำชาติก่อนสิ้นเดือนเลยนะคะ!

อืม” เขาพยักหน้าอีกรอบ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง ทำเองได้นะ

ได้ค่ะ” ฉันรับไข่ไก่มาไว้ในมือ ขอใช้ห้องครัวหน่อยนะคะ

ตามสบาย

ขอบคุณค่ะ

พอฉันเอ่ยขอบคุณ เขาก็หมุนตัวเดินหายไปทางประตูกระจกซึ่งคาดว่าจะขึ้นไปบนชั้นสองทันที

อืม...สงสัยจะไปอาบน้ำ

 

ไม่นานหลังจากนั้นมาม่ารสต้มยำกุ้งใส่ไข่ก็เสร็จเรียบร้อย มันส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายซอ และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นฉันก็ปิดเตาแก๊สพร้อมกับปิดวาล์วแก๊ส ลงมือหาถ้วยใบใหม่สองถ้วย พร้อมกับเลือกที่จะใช้ช้อนส้อมแทนที่จะใช้ตะเกียบ จากนั้นก็ยกทุกอย่างมาวางไว้บนโต๊ะกระจกโซฟา

“เอาล่ะ...” ฉันปรบมือสองสามที เลียริมฝีปากของตัวเองแล้วนั่งลงกับพื้นตรงหน้าโต๊ะกระจก

แต่พอตักมาม่าบางส่วนลงในถ้วย ฉันก็ยังไม่ได้ตักเข้าปาก เพราะกำลังลังเลอยู่ว่าควรจะรอเจ้าของบ้าน หรือควรลงมือกินไปโดยไม่ต้องรอเขา

เอาไงดี

ขณะคิดอย่างสับสน กลิ่นหอมๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ฉันที่ท้องร้องจ๊อกๆ มาตั้งนานจนทนไม่ไหวแล้ว มือลูบไปบนท้องที่ส่งเสียงร้องพลางมองไปยังประตูกระจกที่เปิดอ้าออก และก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ

โอ๊ยไม่ไหวแล้ว ขอเสียมารยาทเลยแล้วกัน!

ฉันคว้าช้อนส้อมและโน้มตัวไปใกล้ถ้วย จากนั้นก็ซดเส้นมาม่าพรวดๆ อย่างไม่สงวนท่าทีอีกต่อไป

ขณะที่ปากเคี้ยวอาหาร สองหูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ฉันรีบใช้หลังมือเช็ดปาก และวางช้อนส้อมลงในถ้วยทันที

ทานด้วยกัน...

แต่ฉันถามไม่ทันจบประโยค คำพูดก็หยุดค้างอยู่แค่นั้น

ทำไมเขาไม่สวมเสื้อผ้า!

อันที่จริงเขาสวมเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวต่างหากล่ะ!

ดวงตาของฉันเบิกโพลง มองหยดน้ำตามผิวหนังไหลลื่นลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก มองไปยังกล้ามเนื้อทุกลอนทุกส่วนของเขาได้อย่างชัดเจน

รูปร่างของเขาสมส่วนประหนึ่งรูปปั้น กล้ามเนื้อกระชับไร้ไขมันส่วนเกิน มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างแจ่มชัด แต่ถึงอย่างนั้นต้นแขนก็ยังมีมัดกล้ามอย่างชายหนุ่มทั่วๆ ไป เพียงแต่เป็นชายหนุ่มที่ดูจะสะโอดสะองมากเกินไปหน่อย

ขณะที่ฉันกำลังอึ้งทว่าเขากลับใช้มือที่เปียกทั้งสองข้างปาดหน้าผาก เสยผมที่ปรกหน้าไปข้างหลัง เผยให้เห็นดวงหน้าอันหล่อเหลา แต่คิ้วเข้มอันเซ็กซี่นั้นเวลานี้กลับชิดกันแน่น

ฉันจ้องเขาอย่างลืมตัว และเขาเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวจึงเหลียวหน้ามามองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเสียงขรึม

อะไร

อะ...อ๋อๆ” ฉันรีบเบนสายตาลงมามองหม้อต้มมาม่าต้มยำกุ้งของตัวเอง คือฉันจะถามว่าคุณอยากมาทานด้วยกันมั้ย?”

ไม่ล่ะ

เขาไม่ได้อยากกินมาม่าแล้วจะลงมาทั้งที่อยู่ในสภาพแบบนั้นทำไมเนี่ย!

อ่อยเหรอ? 

นี่เขากำลังอ่อยฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย

และแล้วความคิดนี้ก็ปลิวหายไปทันทีที่เขาเปิดตู้เย็น หยิบน้ำแร่ขวดใหม่ออกมาแล้วจัดการบิดฝาเกลียว ขณะกระดกดื่มเขาก็เดินกลับขึ้นไปบนชั้นสองทันที

เฮ้อ...วัวสันหลังหวะแท้ๆ เลย

 

หลังจากนั้นเขาก็หายไปอยู่ชั้นบนนานมาก กว่าจะลงมาอีกทีก็ตอนที่ฉันซดมาม่าไปจนหมดหม้อแล้วนั่นแหละ

อืม...หมดหม้อ ไม่ใช่หมดถ้วยซะด้วย!

ฉันแหงนหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย เส้นผมสีดำยังคงเปียกชื้น และสวมเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงยีนสีดำขาดเข่าแบบง่ายๆ

อิ่มยัง

อิ่มแล้วค่ะ” ฉันกะพริบตามองร่างสูงที่กำลังเดินไปหยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์แล้วก็คว้าหมวกกันน็อกใบใหม่ที่อยู่ใกล้มือ เอ่อ...คุณจะไปไหนคะ

ที่ถามเพราะแปลกใจจริงๆ เพราะนี่เป็นบ้านของเขา แล้วถ้าเขาจะออกไปข้างนอก แล้วฉันล่ะ? ฉันควรจะทำยังไงต่อ เพราะถ้าหากเขาไล่ให้ฉันออกไปล่ะก็ มีหวังคืนนี้ได้กลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้านแน่

ไปส่ง

อ๋อๆ...เขาจะไปส่งฉันนี่เอง

งั้นๆ ฉันควรทำยังไงดีล่ะ

คุณช่วยมาตรงนี้ก่อนได้ไหมคะ” ฉันเรียกเขาอย่างเกรงใจ คือฉันมีอะไรจะให้ดูน่ะค่ะ

แม้เขาจะแปลกใจ แต่ก็ยอมเดินมาหา และทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเหนือร่างของฉันที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น

คือที่ฉันบอกคุณว่ากลับบ้านไม่ได้น่ะ ฉันไม่ได้โกหกนะคะ” ฉันพูดพลางยื่นโทรศัพท์ที่หน้าจอปรากฏหน้าไลน์ที่ฉันคุยกับไอ้เบลล์นั่นแหละ ฉันน่ะลืมเอากุญแจบ้านมา แล้วก็ยังติดต่อเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องไม่ได้น่ะค่ะ

เขาจ้องไปบนหน้าจอนิ่งพักหนึ่งก่อนจะเหลียวหน้ามามอง แล้วไม่มีเพื่อนคนอื่น

ฉันเม้มปากพลางส่ายหน้าแล้วบอกอย่างนึกสมเพชตัวเอง ไม่มีเลยค่ะ

นอกจากไอ้เบลล์แล้ว ฉันก็ไม่ได้สนิทกับใครมากขนาดที่จะไปขออาศัยนอนด้วยได้เลย

เพราะฉันเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ได้เปิดโอกาสให้ใครเข้ามา เพราะฉันกลัวความผิดหวัง กลัวว่าจะถูกเพื่อนกันแทงข้างหลัง ฉันกลัว...กลัวมิตรภาพมันจะกลายเป็นแบบนั้น

ขอโทษ” เขาเอ่ยเสียงเบา สีหน้าเหมือนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ที่เข้าใจผิดหลายเรื่อง

เอ๊ะ?” ฉันเลิกคิ้วมอง หลายเรื่องที่ว่านี่มันมีเรื่องอะไรบ้างล่ะคะ

เยอะอยู่” เขาตอบสั้นห้วนพร้อมกับยกฝ่ามือเรียวสวยขึ้นเสยผมที่ร่วงมาปรกหน้าของตัวเอง

ถามจึง นี่ไม่ได้กำลังอ่อยกันอยู่ใช่ไหมเนี่ย!

แล้วเยอะอยู่ที่ว่านี่มันมีอะไรบ้างล่ะ อยากรู้ อยากถาม แต่ก็รู้แหละว่าเขาคงไม่ตอบอะไรออกมาอีกแน่ๆ

ท่ามกลางความเงียบ ฉันจ้องนัยน์ตาของเขาอยู่นาน เมื่อคิดได้ว่าควรจะละสายตาไปทางอื่น ฉันจึงเลื่อนสายตาไป แต่ทำไมต้องไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของเขาอีกแล้วล่ะ

ฉันอาลัยอาวรณ์ในรสสัมผัสของเขา

รสสัมผัสที่มอมเมาผู้คนได้ดียิ่งกว่าเหล้าแรงๆ เสียอีก

ความปรารถนาดิบเถื่อนเช่นนี้สำหรับฉันแล้วนับเป็นครั้งแรก ฉันมิอาจวิเคราะห์หาเหตุผลให้อารมณ์สับสนต่างๆ นานาในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกตื่นตกใจ ความรู้สึกเหลือเชื่อ ความรู้สึกอยากจูบเขาอีก ความรู้สึกอยากถูกเขากอดแนบอกและมอบจุมพิตร้อนแรงให้ 

ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตัวเองเป็นอะไรไป

หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีต่อกันอย่างรุนแรงระหว่างชายหญิง

ตกลง...

...?”

ตกลงคุณยังอยากทำอยู่มั้ย?”

ทำไร

เซ็กซ์น่ะ

ไหนๆ เราก็มาอยู่จุดนี้แล้ว ถามไปตรงๆ เลยก็แล้วกัน

...” เขาเงียบไม่ตอบ 

ฉันก้มหน้าหัวเราะให้กับความซื่อบื้อของตัวเอง ถามในสิ่งที่ก็รู้ว่าเขาไม่มีทางตอบนี่บ้าบอเข้าขั้นเลย แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูแปลกไปจากเมื่อกี้ ไม่สิ ยิ่งกว่านั้น...

หัวใจของฉันเต้นตึกตัก อะไรกัน เขามองแบบนี้มันหมายความว่าไง

หรือว่ามันจะเป็นคำตอบ...

เลือดที่กำลังสูบฉีดของหนุ่มสาว ความใกล้ชิด และฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังคงครอบงำสติ ส่วนประกอบเหล่านี้ล้วนคละเคล้ากันจนเกิดเป็นปฏิกิริยาลึกลับ และมันกำลังส่งสัญญาณเป็น แรงกระตุ้น ให้ร่างกายขับเคลื่อนไปข้างหน้า

คนที่เคลื่อนไหวก่อนก็คือฉัน ซึ่งถูกสัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำ ร่างจึงหันนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมกับสองมือวางไว้บนหัวเข่าข้างหนึ่งของเขา จากนั้นริมฝีปากยื่นออกไปประกบเข้ากับริมฝีปากบางร้อนผ่าวอย่างนุ่มนวล แล้วหลับตาลงอย่างเงียบๆ

ไม่คิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า สติเหลือเพียงความว่างเปล่า รู้สึกวาบหวิวกับสัมผัสของจูบที่เกิดขึ้น

ริมฝีปากที่ทาบทับบนเรียวปากของเขาขยับเบาๆ แต่เมื่อไม่มีการตอบรับจากอีกฝ่าย ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วสบตากับเขาที่นั่งตัวแข็งมองฉันอยู่

เอ่อ...

เผ็ด” เขาเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆ 

และคำพูดนั้นทำเอารู้สึกราวกับใครเอาน้ำเย็นๆ มาราดหัวเลย

ฉันเม้มปากพลางก้มหน้าหลบวูบ ลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เพิ่งกินมาม่ารสต้มยำกุ้งเข้าไป แล้วไหนลมหายใจก็มีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งอีก

ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างทำให้ไม่สามารถมองตาเขาได้อีกแล้ว ฉันจึงคว้าขวดวิสกี้ที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วกระดกดื่มมันไปทั้งอย่างนั้น แต่พอฉันกลืนของเหลวลงคอ และจะดื่มมันเข้าไปอีก เขากลับคว้าแย่งขวดไปจากมือ

ล้างปากเหรอ?”

บ้าจริง...ฉันก็นึกว่าเขาเป็นพวกประเภทไม่ชอบพูดซะอีก

คิดไม่ถึงว่าจะพูดจาล้อเลียนแบบนี้เป็นด้วย

ไม่สิ...ก่อนหน้านี้เขายังเล่นมุกเรื่องยาเสน่ห์อยู่เลย

ก็คุณบอกว่า...อ๊ะ!

ฉันร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกมาจับศีรษะของฉันเอาไว้ แล้วดึงรั้งเข้าไปใกล้ จากนั้นกลีบปากเรียวบางแบบผู้ชายที่ร้อนรุ่มก็บดเบียดตามลงมา จูบอย่างลึกซึ้งหนักหน่วง

ริมฝีปากถูกเขาจูบย้ำซ้ำประทับตราไม่รู้กี่ครั้ง...ฉันไม่รู้มาก่อนว่าการจูบทำให้รู้สึกดีแบบนี้จนมาพบเขา

“ถ้าจะล้าง...” เขาเอ่ยพลางขบกลีบปากของฉันเบาๆ “ต้องล้างด้วยปาก”

“คะ...คุณ”

“และถ้าจะจูบ...” เขายื่นปลายลิ้นเข้ามาไล้กลีบปากล่างด้านในซึ่งอ่อนนุ่มและไวต่อการกระตุ้นจนทำให้ตัวของฉันสั่นเทา “ต้องใช้ลิ้นด้วย”

สิ้นคำริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประกบปิดปากฉันอีกครั้ง เรียวลิ้นของเขาช่วงชิงปลายลิ้นของฉันไปในพริบตาต่อมาก่อนที่เขาจะเลื่อนมือทั้งสองข้างจับใบหน้าของฉันเอาไว้

เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับข้างแก้มก็ทำให้ร่างกายของฉันสะท้านไหว เสมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านเส้นประสาท ลิ้นพันเกี่ยว ผิวกับผิวสัมผัสแตะต้อง ร้อนแรงราวกับจะละลายจนไม่รู้ว่าลิ้นของตัวเองอยู่ตรงไหน

ฉันชอบกลิ่นกายของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัว และแอลกอฮอล์ที่ไหลวนอยู่ในร่างมันยิ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าร่างถูกดึงให้เข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างขา โดยที่มือทั้งคู่ของตัวเองกำลังโอบแผ่นหลังของเขาแน่น บดเบียดร่างของตัวเองเข้ากับร่างกายของเขาให้อย่างแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง

ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ประสบการณ์ทางด้านนี้เป็นศูนย์ทว่ามันเป็นสัญชาตญาณ การอิงแอบคลอเคลียเขาแบบนี้ช่วยคลายความทรมานที่คล้ายกับถูกเปลวไฟแผดเผาไปได้บ้าง

เสียงดูดดึงริมฝีปากของกันและกัน เสียงที่ฉันเผลอเปล่งออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และเสียงหอบหายใจถี่รัวของเขาฟังดูลามกยังไงชอบกล 

ฉันรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นมา ขณะเดียวกันก็รับรู้ว่าอะไรบางอย่างหลอมละลายออกมาจากภายในร่างจึงขยับต้นขาเสียดสีกันอย่างอึดอัด

“อืม...”

ทั้งที่ฉันน่าจะมึนงงกับจุมพิตที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างแข็งขัน

สัญญา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ผละจากกลีบปากของฉันแล้วหันไปดูดเม้มติ่งหูที่อ่อนนุ่มและไวต่อการกระตุ้น

แต่ละคำพูด แต่ละการกระทำของเขากำลังหว่านสะเก็ดไฟเข้าในร่างกายจนกระทั่งมันลุกโหมเป็นเปลวเพลิงกองใหญ่ที่ยากจะดับมอด

คะ?”

สัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันไว้กลางทาง

ฉันไม่ค่อยเข้าใจกับคำพูดของเขาเท่าไหร่เลย

ทิ้งเขาไว้กลางทางหมายความว่าไงเหรอ

พูดสิ

อืม” ฉันตอบรับทั้งคำพูดและภาษากายด้วยการเลื่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นไปคล้องคอเขาเอาไว้

มาถึงตอนนี้ ฉันคงไม่ทิ้งเขาไว้กลางทางหรอก

อืม...ความหมายของเขาน่าจะเป็นอย่างนั้น...

เขามองใบหน้าฉันพักหนึ่ง ไม่หยุดคิดให้มากความ ช้อนแขนอุ้มร่างของฉันแล้วพากลับไปยังห้องเดิมทันที

เมื่อเดินไปถึงห้องนอน เขาก็วางร่างของฉันลงบนเตียงนุ่ม ฉันไม่มองอะไรในห้องเลย สองตาเอาแต่จับจ้องผู้ชายตรงหน้าเท่านั้น

ใบหน้าที่ต้องแสงจันทร์สลัวที่เล็ดลอดมานอกหน้าต่างดูเซ็กซี่เย้ายวนมากกว่าปกติ  ดวงตาคู่นั้นมองฉันอย่างร้อนแรง ริมฝีปากที่จูบฉันมาจนถึงเมื่อครู่นี้ยังคงฉ่ำชื้น เมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากของฉันเองก็เห่อบวมไม่แพ้กัน ใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้

ฉันไล่สายตาจากริมฝีปากของเขามายงลำคอตึงแน่น ลูกกระเดือกที่เด่นออกมา จนมาถึงหลังมือที่เห็นกระดูกขึ้นเล็กน้อย 

ทั้งๆ ที่ฉันควรจะหลบสายตามองไปทางอื่น ทว่าดวงตากลับจับจ้องร่างสูงที่กำลังดึงเสื้อยืดของตัวเองผ่านลำคอ มองท่าทางของเขาที่ค่อยๆ ทรุดนั่งข้างๆ แล้วประทับจูบลงมาอีกรอบโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ อีก

เขาบดจูบพร้อมกับปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ฉันสวมอยู่อย่างคล่องแคล่ว เสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันดังอย่างน่าประหลาด มันเป็นเสียงไม่เหมือนตอนที่ถอดเสื้อผ้าด้วยตัวเองเลย

ขณะที่สติของฉันกำลังเลื่อนลอย เขาก็ดันร่างของฉันให้เอนลงบนเตียง เมื่อร่างสูงบดเบียดตามลงมา ฉันถึงได้มองเห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาแจ่มชัดมากกว่าก่อนหน้านี้

สายตาของฉันกวาดมองไปทั่งร่างเปลือยท่อนบนของเขา ก่อนที่จะหยุดลงตรงรอยสักที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษหวัดๆ อย่างสวยงาม 

...มันเป็นรอยสักที่อยู่ใต้ราวนมด้านซ้าย

 

I promise to keep that smile on your face’

 

ฉันใช้ปลายนิ้วมือลูบไล้ไปตามตัวอักษรอย่างลืมตัว เริ่มจาก ต่อด้วย และไล่ไปจนครบของคำว่า ‘Smile’ ซึ่งแปลว่า ยิ้ม’ จากนั้นก็วาดปลายนิ้วเป็นวงกลมไล่วนบนแผงอกเปลือยเปล่าของเขาอย่างอดใจไม่อยู่

ร่างสูงใหญ่ถึงกับสั่นสะท้านเพราะสัมผัสแผ่วเบานั้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้ 

ฉันแอบกลัวเพราะมีแต่เรื่องที่ตัวเองไม่รู้เต็มไปหมด แต่อีกใจก็อยากรู้จักมันมากขึ้น

มองฉัน” เขาประคองใบหน้าของฉันและมองตรงเข้ามาในดวงตา

ฉันเห็นความปรารถนาในดวงตาเขา นัยน์ตาดำทอประกายออกมาอย่างลึกซึ้ง

ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น สัญญาณของผู้หญิงทำให้ฉันรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่มอบให้แล้ว และฉันควรจะต่อต้านและปฏิเสธเขา ควรจะรีบหนีออกไปจากอ้อมกอดเขาตอนที่ยังมีโอกาส

ขณะที่ฉันกำลังลังเล ริมฝีปากของเขาไม่ละไปจากฉันเลย

ฉันพลาดโอกาสครั้งสุดท้าย

ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือฉันไม่อาจปฏิเสธเขาได้

ท่ามกลางแสงสลัว ฉันเผยอเปลือกตาที่หรี่ปรือมองบ่ากว้างของเขาที่บดบังแสงนั้น นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นจับจ้องราวกับต้องการจดจำทุกสีหน้าและลมหายใจของฉันเอาไว้

ตอนนี้ร่างของเราแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง และความใกล้ชิดนั้นทำให้ฉันหวั่นไหว

สาบาน ว่าฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนเราจะสามารถใกล้ชิดกันได้ถึงเพียงนี้ ฉันรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจเต้นของเขา

ยามที่เขากัดริมฝีปาก ก้มหน้ามองฉัน ดูเหมือนฉันจะมองเห็นความอ่อนโยนและความเป็นห่วงจากดวงตาของเขา 

หยุดมั้ย?”

ถ้าหยุดตอนนี้ยังทันมั้ย?”

...” เขากลับส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ

ก็นั่นน่ะสิ มาจนถึงขั้นนี้แล้วจะหยุดได้ยังไง...

เพราะนอกจากจะทำให้เขาทรมาน ฉันเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันหรอก

ฉันลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ แม้แต่ความคิดก็พลอยชะงักตามไปด้วย การรุกรานของเขาพาฉันไปยังโลกที่ฉันไม่เคยรู้จัก ฉันหลับตาแน่น แขนทั้งสองข้างโอบรัดแผ่นหลังกว้าง

มองฉัน” 

ฉันลืมตาขึ้นก็พบกับนัยน์ตาสีดำล้ำลึกคู่นั้นแฝงเร้นด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนรุนแรง แม้อยากจะหลับตา แต่เขาสะกดสายตาฉันให้มองประสานกันในขณะที่เคลื่อนไหว

เวลานี้ฉันทำได้เพียงแค่กรีดร้องออกมา สั่นสะท้านไปทั้งตัวกับความสุขสมที่ได้รับ 

ไม่เคยรู้มาก่อนว่าในโลกนี้จะมีความสุขที่เหมือนจะละลายแบบนี้อยู่ด้วย

หัวใจเต้นประสานไปกับหยาดเหงื่อซึ่งไหลรินจากร่างกายอันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่า หิวสิ่งนี้’ มันดีกว่า หิวข้าว’ เป็นไหนๆ เลย







[Updates...FULL%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"..."
โกรธแหละ ดูออก 555555555

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks



ไรต์มีเหตุผลนะที่ต้องลากยาวกับฉากนี้

เพราะมันต้องสร้างโมเมนต์ให้กับตัวละคร

ไม่งั้นมันจะกลายเป็นแค่เรื่องวันไนต์ จบๆ ไป 

ไม่มีอะไรอยู่ในความทรงจำให้หวนนึกถึง

แล้วมันก็จะเป็นเหตุผลของเหตุการณ์ต่อๆ ไปอีก

และก็...มันจะได้ไม่ขัดกับคาแรคเตอร์

พระเอกนางเอกที่วางไว้ด้วย







............


เม้นแบบจุกๆ นะ
ตอนนี้ต้องการกำลังใจมาก







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.397K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7320 CHACHACHALYN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 08:14
    หิวอะอยากกินบ้างงงง
    #7,320
    0
  2. #7305 M1N3__ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 04:28
    ในทิ้สุด มุแงงงงงงงง ในเด็กดีหมวดรักหวานแหววพูดได้เลยว่าแทบจะไม่เซ้กส์ที่ยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่ายย นุรุ้สึกดีใจมากๆกับเรื่องนี้ และไรท์ก้เขียนทันออกมาดีมากเลยสำนวนการเขียนละมุนตุ้นมากกก แทบจะละลายเหมียนเทียนไขแล้ววว แงงงง มันดีมากกก
    #7,305
    0
  3. #6808 SupapornKaewno (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 16:40
    ชอบบบบ
    #6,808
    0
  4. #6665 real_aryp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 02:21
    เพิ่งมาตามอ่าน น้องติดตามพี่เก๋มานานมากกกกกตั้งแต่ฮิโระ 😂 บังเอิญหานิยายอ่านมาเจอหันไปมองชื่อนักเขียน รีบกดเข้าเลย ภาษายังคงสวยเหมือนเดิมเลยค่ะ คิดถึงstyleของพี่มากจริงๆ แง้ ♥️
    #6,665
    0
  5. #6597 Omen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 10:24

    😍😍😍😍ดีดี๊55

    #6,597
    0
  6. #6073 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 16:14

    น้องก็หืื่นนนนนนนน

    #6,073
    0
  7. #5693 Devil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 18:15
    เข้าใจผิดเยอะเลย 55555555555555
    #5,693
    0
  8. #4567 paryploy32 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:26
    ไรท์เขียนได้ดีมากค่ะ สื่ออารมณ์ได้ดีมาก แล้วตอนนี้นางเอกของฉันได้ใจแตกไปแล้ว 55555 ติดใจละสิเราอ่ะ ><
    #4,567
    0
  9. #4003 chanutratrisirt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:17
    เขินแทน
    #4,003
    0
  10. #3915 nn.nay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 16:43

    เขียนดีมากจริงๆ

    #3,915
    0
  11. #3688 kitten703 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:25
    ไรท์อาจจะไม่เชื่อ แต่นี่คือความสัมพันวันไนท์สแตนด์ที่เราอินมากกกกก แต่ก่อนนี่คือกดข้ามตลอด เพราะแค่เข้าไปอ่านเค้าไม่ได้บรรยายลึกซึ้งขนาดนี้อะ มันไม่ฟิน แต่ของไรท์คือแคกต่างอะ มันแตกต่างจริงๆ นะ รักคุณ ❤
    #3,688
    0
  12. #3514 bellaz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:11
    เป็นเลิฟซีนที่ดีมากกกกกๆๆๆ ที่ผ่านมาเราไม่เคยอ่านเนื้อเรื่องทุกบรรทัดเลย ส่วนมาหจะข้ามๆอ่านแค่ประโยคสนทนา แต่เรื่องนี้ไรท์ทำให้เราอ่านทุกตัวอักษรของทุกบทได้ แต่งไปนานๆเลยนะคะ จะติดตามตลอดเลยย
    #3,514
    0
  13. #2651 LiPingPimuu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 05:07

    💖💖💖💖ชอบ
    #2,651
    0
  14. #2566 fhasai_42 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:57
    ไรท์เขียนเลิฟซีนดีมั่กๆๆ
    #2,566
    0
  15. #2505 Toywoohottest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 15:31

    เราไม่รู้สึกว่ามันเป็้น one night stand เลยค่ะไรท์ แต่รู้สึกว่าทั้งสองกำลังสร้างความผูกพันกัน ละมุนมากเว่อร์

    #2,505
    0
  16. #2438 Jelly Mar'Z (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:38
    ขอทิชชู่ซับกำเดาทีค่ะ 😂
    #2,438
    0
  17. #2349 Rainny_Nan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 15:53
    ไรต์อ่าาา คนอ่านจิเป็นลมจ้าาา
    #2,349
    0
  18. #2133 Bopazi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:29
    แต่เขิยตรงรอยสัก .... แอบมีชื่อน้อง
    #2,133
    1
    • #2133-1 Bopazi(จากตอนที่ 7)
      26 เมษายน 2563 / 00:29
      *เขิน นิ้วเบียด 55555
      #2133-1
  19. #2132 Bopazi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:28
    น้องก้แซ่บแบบซื่อๆ พี่ก็หิววววมาก .. 5555
    #2,132
    0
  20. #1880 EmirineT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 14:31
    ไรต์เขียนดีมากเลยค่ะ
    #1,880
    0
  21. #1218 Amineen27 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 23:07
    ดีมากค่าาาา เขินง่ะ อมยิ้มเริ่มลามกตามอิพ่อแล้วเหรอ
    #1,218
    0
  22. #1070 เจเจ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 19:50

    อารมณ์ตัวละครดีอ่ะ ชอบ ตามต่อนะ

    #1,070
    0
  23. #984 -mysky- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 05:05
    แงงงเค้าชอบมากๆเลยค่ะเป็นการบรรยายที่ดีมากๆๆๆตั้งแต่อ่านนิยายมาหลายเรื่องนี่คือเรื่องเเรกเลยค่ะที่บรรยายดีมากๆๆๆสู้ๆนะคะ💛✨
    #984
    0
  24. #731 wassi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 13:22

    กลับมาอ่านฉากนี้แล้วแบ่บ
    #731
    0
  25. #721 _darinn_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 09:47
    เขินนนนน
    #721
    0