Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 9 : Hit me Hit you ; EP-8 : We'd kiss without knowing each other [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,882 ครั้ง
    18 พ.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 08

We'd kiss without knowing each other



[Nay Talks]


ไอ้นาย มึงอารมณ์ไม่ดีเหรอวะ

ก่อการเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามอง

แต่ผมเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเคาะไปบนโต๊ะต่อ ไม่ตอบสนองใดๆ

มึงอารมณ์ไม่ดีเหรอ?” พาคุณเพื่อนอีกคนก็เงยหน้าขึ้นมามองเหมือนกัน

และเพราะเพื่อนสองคนพูดแบบนั้น คนอีกคนหนึ่งที่นั่งทำตัวเลียนแบบอากาศก็เงยหน้าขึ้นมามอง

รมไม่ดี?”

ปกติไอ้ไนน์ไม่ชอบพูดอยู่แล้ว แต่ถึงขนาดเปิดปากถามขึ้นมาก่อนนี่แสดงว่าผมคงจะอารมณ์ไม่ดีจริงๆ สินะ

มึงไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่าเนี่ย” ไอ้ก่อเดาอีก

เสียงเคาะโต๊ะหยุดลง แล้วสายตาของผมก็หยุดมองไปยังจุดหนึ่งภายในห้อง ไม่มี

จะไม่มีได้ไง” ไอ้ก่อย้อนก่อนจะเลิกคิ้วมอง ปกติมึงจะเป็นคนนิ่งๆ แทบจะเรียกได้ว่าขี้เกียจพูด ขี้เกียจตอบ ขี้เกียจแสดงออกเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นนอกจากจะไปมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นจนอารมณ์เสียแล้ว กูก็หาเหตุผลอื่นไม่เจอว่ามึงอารมณ์ไม่ดีเพราะอะไร

ผมจะอารมณ์ไม่ดีเฉพาะมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่น...แค่นั้นจริงๆ น่ะเหรอ?

...” คราวนี้ผมเงียบไม่ตอบ

ก็แค่ถูกทิ้ง...

หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อน เมื่อผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอหายสาบสูญไปแล้ว

เหมือนเธอจะระเหยหายไปในอากาศ ไม่มีเบาะแสใดๆ เหลือทิ้งไว้เลย

แม้ผมจะลองไปตามหาที่บาร์ แต่พนักงานรู้เพียงแค่ว่าเป็นงานเลี้ยงรุ่นของนักเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง

ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อโรงเรียน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนจองโต๊ะ

ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงหนีไป...

ผมเดาความคิดของเธอไม่ถูก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปฏิกิริยาทั้งหมดสื่อความหมายถึงอะไร ปกติการอ่านความคิดของคนอื่นก็ไม่ใช่งานถนัดของผมอยู่แล้ว ยิ่งให้คิดแทนคนอื่นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ไอ้ก่อกับไอ้คุณมองหน้ากันแวบหนึ่ง จากนั้นคนที่เปิดปากพูดก็คือไอ้ก่อการ

ดูจากสีหน้า พวกกูก็รู้แล้วล่ะว่ามึงต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ

ไม่มี

มึงป่วยเหรอ?”

เปล่า

ร่างกายมีปัญหาอะไรใช่มั้ย?” ไอ้ก่อที่ยังสงสัยเลยสืบสาวราวเรื่องต่อไป

ไม่

แต่มึงแปลกไปนะ

ยังไง?”

ก็ปกติมึงไม่มานั่งตอบคำถามกูนี่!” ไอ้ก่อเบิกตาโพลง ไอ้ถามคำตอบคำแบบนี้ มันต้องเป็นไอ้ไนน์ไม่ใช่เรอะ!

จริงของมัน ปกติถ้ามันถามผมมาสิบคำ ผมจะแสดงแค่ภาษากาย หรือถ้าจะตอบไปสักคำ ส่วนมากจะพูดแค่ อือ’ ออกไปเท่านั้น ส่วนไอ้ไนน์ แม้จะเป็นพวกประเภทถามคำตอบคำ แต่มันก็ตอบทุกคำถามอย่างที่ไอ้ก่อมันว่านั่นแหละ

เดี๋ยวไอ้ก่อ...” ไอ้คุณรั้งหัวไหล่ไอ้ก่อเอาไว้ กูคิดออกแล้วว่าไอ้นายมันเป็นอะไร

เป็นอะไรล่ะวะ

เป็นเหมือนไอ้ไนน์ไง” ไอ้คุณเหลือบหันไปมองทางไอ้ไนน์ จากนั้นก็หันมามองผม มันทำหน้าเหมือนตอนไอ้ไนน์รู้ว่าผู้หญิงที่มันมีอะไรด้วยหนีไปเลย

ไอ้คุณพูดยาว และก็ดูเหมือนจะยาวมากกว่าปกติด้วยซ้ำ

แม้จะผ่านมาเกือบปี แต่ผมยังจำเหตุการณ์นั้นได้ เพราะเป็นคนตั้งฉายา ไอ้ไนน์สองพัน’ ให้มันเอง

เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้หรอก คนอย่างไอ้นายเนี่ยนะ!?”

คนอย่างผม มันทำไม?

กูว่าใช่” เสียงไอ้คุณ

ใช่แน่” และเสียงของไอ้ไนน์ ทำหน้าเหมือนกูเลย

จริงเหรอวะ” แล้วไอ้ก่อก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วกวาดตามองไปทั่วใบหน้าของผม มึงทำหน้า...เอ่อ...ก็ปกติดีนี่หว่า

“…” ผมนิ่งไม่ตอบ สายตาที่มองไปยังจุดหนึ่งเลื่อนกลับมามองหน้าจอโน้ตบุ๊กอีกครั้ง

แล้วมึงดูอะไรอยู่เนี่ย?”

ภาพกล้องวงจรปิด

พอผมบอกแบบนั้นไอ้ก่อก็รีบเงยหน้าไปมองไอ้คุณกับไอ้ไนน์อย่างเยาะเย้ย

กูบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ ไอ้นายมันกำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ มันไม่ได้ทำหน้าอะไรอย่างที่พวกมึงคิด พวกมึงน่ะเข้าใจผิดแล้ว

มึงต่างหากล่ะที่เข้าใจผิด ไอ้ก่อ ไอ้โง่

แล้วมันก็หันกลับมามองผมอีกรอบ

ว่าแต่มึงดูภาพจากกล้องวงจรปิดแบบนี้ แสดงว่ามีคนท่าทางแปลกๆ เข้ามาในร้านแต่งรถมึงใช่มั้ย?”

ใช่

แล้วมีอะไรหายหรือเปล่าวะ

มี

เฮ้ย! อะไรหายวะ ของราคาแพงหรือเปล่า แล้วหน้าล่ะ เห็นหน้าชัดมั้ย?”

ยิงคำถามไม่หยุดเลย

ไม่

แต่ก็ดูออกใช่มั้ยว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

หญิง

เฮ้ยผู้หญิงเหรอวะ!” ไอ้ก่อถลึงตาอย่างโมโหแล้วเริ่มพล่ามพูดไปเรื่อย โหผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้เลย โบราณถึงได้ว่าเอาไว้ รู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นเสื้อในก็รู้ว่ายัดฟองน้ำ!

...

ผมเงียบไม่ตอบ 

แน่นอนว่าผมกับมัน กำลังคุยกันคนละเรื่อง

แล้วสรุปอะไรหายไปวะ?”

มีสิ่งเดียวที่หายไป นั่นคือ...

เมีย

ไอ้ก่อที่ยังไม่เข้าใจที่ผมพูด มันกะพริบตาปริบๆ และจ้องมองไปยังภาพจากกล้องวงจรปิด และเป็นจังหวะที่ผมกำลังอุ้มร่างบางขึ้นมาจากโซฟา 

เดี๋ยวนะ...เดี๋ยวก่อน มึงอุ้มขโมยทำไม!

...

แล้วมะ...เมื่อกี้ เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ!?”

เมียไง” ไอ้คุณเป็นคนตอบคำถาม มันบอกว่าสิ่งที่หายไปน่ะคือเมีย...ชัดยัง!?”

เมื่อได้ยินชัดๆ อีกครั้ง ร่างของไอ้ก่อถึงกับเซไป ใบหน้าดูเหลอหลา มันกะพริบตาปริบๆ ริมฝีปากก็อ้าค้าง เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็คงคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไร

“มึงอึ้งขนาดนั้นเลย” ไอ้คุณเลิกคิ้วมอง “แค่ไอ้นายบอกว่าเมียหายเนี่ย”

“ก็มัน...” ไอ้ก่อยกนิ้วชี้หน้าผมอย่างไร้มารยาท “มันมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ละวะ!

ก็เมีย...” ผมตอบเรียบๆ และเลือกใช้คำ “คืนเดียวไง

เดี๋ยวนะไอ้นาย?” ไอ้ก่ออ้าปากหวอเหมือนคนสติไม่ดี “คนอย่างมึงเนี่ยนะจะเกิดเรื่องวันไนต์สแตนด์!

...” ผมเลิกคิ้วมอง ไม่ตอบ

เฮ้ยมึงไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้นมึงไม่ใช่คนที่จะแดกมั่วนี่!”

แต่เวลา หิว’ บางทีก็หน้ามืดกินของบูดนะ

“และมึงก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ผู้หญิงจะไปจบลงบนเตียงกับมึงได้” ไอ้ก่อส่ายหน้าไปมาไม่หยุด “เพราะหลังจากคุยกับมึงไม่เกินสามประโยค พวกเธอก็วิ่งหนีแผ่นป่าราบแล้ว!

บางทีผมก็ไม่ใช่ผี

แต่ก็อาจจะจริงของมัน เพราะไอ้ก่อบอกเสมอว่าผมเป็นผู้ชายประเภทเข้าใจยาก แม้ภายนอกจะดึงดูดให้ผู้หญิงเข้าหาตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็จะหนีไปทันทีหลังจากคุยกับผมไม่ถึงสามคำ

“มึงใช้วิธีอะไรล่อลวงวะ!

ล่อลวงเหรอ?

สิ่งที่เกิดขึ้น มีอะไรที่เป็นการล่อลวงบ้างนะ...

มึงไม่ต้องทำเนียนเงียบเลยเล่ามาเลยนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น!

ไม่ใช่แค่ไอ้ก่อที่อยากรู้ เพราะทั้งไอ้คุณและไอ้ไนน์เองซึ่งก่อนหน้าทำเหมือนไม่ได้อยากมีส่วนร่วมถึงขนาดมายืนกอดอกอยู่ตรงหน้า และจ้องกันอย่างจะเอาคำตอบให้ได้

ขี้เกียจ” ผมตอบเนิบๆ พิมพ์แทนได้ปะ?”

ไม่ได้โว้ย!” ไอ้ก่อปฏิเสธไม่เห็นด้วย มึงต้องเล่า เล่ามาเป็นฉากๆ เลยด้วย!

ได้” ผมตอบรับง่ายๆ ช่วยเหลือ กินเบียร์ จูบ ช่วยเหลือ ซ้อนมอไซ พามาบ้าน คุยทั้งคืน ล่อลวง และมีเซ็กซ์... จบ

เชี่ยไรวะ!” ไอ้ก่อถึงกับสบถ เชี่ยไรวะเนี่ย!

ก็ถูกของมันแล้วไง ฮ่าๆ” ไอ้คุณถึงกับหงายหน้าหัวเราะ มึงบอกให้มันเล่าเป็นฉากๆ มันก็เล่าให้ฟังแล้ว แถมยังเป็นแบบลำดับเหตุการณ์ให้มึงด้วย ฮ่าๆ!

แต่มันสั้นไป ฉากแม่งสั้นเกินไปมั้ย?” ไอ้ก่อนิ่วหน้า หว่างคิ้วย่นเข้าหากันจนผิดรูป อย่างกับเล่นคีย์เวิร์ดเลยไอ้เวร

...” ผมเงียบ และไม่คิดจะพูดอะไร หรืออธิบายเพิ่มอีก

เอาล่ะๆ ถ้ามึงเล่าไม่ได้ งั้นกูขอเป็นคนตั้งคำถาม กูจะถามเฉพาะเรื่องสำคัญก็แล้วกัน

...” ผมเงียบพลางถอนหายใจ

สวยมั้ย?”

...” ผมพยักหน้า

เซ็กซี่หรือเปล่า?”

ไม่รู้

แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร มึงรู้จักมาก่อนหรือเปล่า?”

คราวนี้ผมส่ายหน้า

แล้วชื่อล่ะ มึงรู้ชื่อมั้ย?”

ผมส่ายหน้า

อายุล่ะ

ผมส่ายหน้าอีก

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มึงบอกว่า คุยทั้งคืน’ แสดงว่ามึงอยู่กับเธอทั้งคืน แต่ไม่ได้ถามชื่อ?”

อือ

แต่มึงเนี่ยนะคนอย่างมึงเนี่ยนะคุยกับเธออยู่ทั้งคืน?”

เปล่า” ผมปฏิเสธ เธอพูดอยู่คนเดียว” 

“หา!?” ไอ้ก่อร้องเสียงหลง “มึงฟังเธอพูดทั้งคืน แต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวเธอเลยสักอย่าง!”

ใช่

เหี้ยนาย! มึงบ้าปะเนี่ย!” 

ไอ้ก่อถลึงตาอย่างโมโห ผมถึงกับย่นหัวคิ้วพลางย้อนถามกลับไปเรียบๆ

ปกติวันไนต์มึงถาม?”

ก็เปล่า” ไอ้ก่อยกสองมือพลางโบกไปมา แต่มึงต้องเข้าใจว่ากรณีกูน่ะ ถ้ายินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย เวลาเข้าห้องไปแล้ว กูก็จะเปิดศึกรักกันเลย ไม่ได้มัวมานั่งคุยกัน ไม่ได้มัวมาถามว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน หรือเป็นครั้งแรกอะไรหรือเปล่า มันไม่เหมือนอย่างมึงที่นั่งคุยกันอยู่ค่อนคืน แล้วค่อยลงเอยกันที่เตียง

ก็น่าจะ...ใช่

อืม” ผมพยักหน้าเนือยๆ ใช่

“แล้วมึงเจอเธอที่ไหน”

“บาร์”

“อืม...บาร์นี่เอง” ไอ้ก่อยกมือจับปลายคาง เอาเป็นว่า...ก่อนหน้านั้นน่ะ ตอนที่อยู่ในบาร์ มึงไม่ได้ยินเพื่อนเรียกชื่อเธอบ้างหรือเปล่า

คนเยอะ” ผมส่ายหน้า “แยกไม่ออก

เชี่ย...” มันสบถออกมา แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “งั้นๆ มันมีชื่ออะไรที่แวบเข้ามาในหัวมึงบ้างปะ

ผมส่ายหน้า ผมจำไม่ได้ ไม่สิ ผมไม่ได้จำ ตอนนั้นแทบจะไม่ได้จับใจความอะไรเลย

เพราะผมเอาแต่นั่งเหม่อ เหม่อ และก็เหม่อ เหม่อแบบไม่ได้คิดอะไร

มันต้องมีใครเคยเป็น ที่นั่งเหม่อโดยสมองไม่รับรู้ และไม่ได้คิดอะไร ก็แค่นั่งเฉยๆ เหม่อเฉยๆ

จำไม่ได้

โอ๊ย...” ไอ้ก่อถึงกับยกสองมือขึ้นกุมหัว ส่วนเพื่อนอีกสองคนเอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุด

และเหมือนไอ้ก่อจะไม่ยอมแพ้ เพราะคำว่ายอมแพ้คงไม่เคยมีอยู่ในหัวของมัน

ไหนลองพูดในสิ่งที่คืนนั้นมึงได้ยินและจำได้ออกมาดูสิ

ที่บาร์?”

เออ! ก็ที่บาร์น่ะสิวะ!

ผมนิ่งเหมือนจะพยายามคิด แต่ทว่าในหัวกลับมีแต่...

จุดจุดจุด

จุดจุดจุด และ จุดจุดจุด

ผ่านไปหลายวินาที จนกระทั่ง...

ไอ้เหี้ยนาย!” ไอ้ก่อยกกำปั้นทุบหัวผมอย่างแรง กูรู้นะว่าที่มึงเงียบน่ะไม่ได้กำลังคิด แต่กำลังวางไข่ปลา () อยู่ในหัวของมึงอยู่ใช่มั้ย!?”

ก็...นึกไม่ออก

ให้นึกเป็นฉากๆ บอกออกมาเป็นเรื่องๆ นี่มันยากจัง

งั้นมึงเล่ามาตั้งแต่แรก เอาตั้งแต่มึงเข้าไปอยู่ในบาร์ เอาทุกสิ่งอย่างที่มึงพอนึกออก เล่ามาให้หมด!

ดูท่าวันนี้ไอ้ก่อคงจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่ แต่ผมยังคงเงียบ และหันไปหยิบบุหรี่ตัวหนึ่งขึ้นมาคาบก่อนจะยกไฟแช็กจ่อ อาศัยรสแสบฉุนของมันทำให้ร่างกายตื่นตัว

นี่มึงยังจะมีอารมณ์มาสูบบุหรี่อีกเรอะ!

จะฟัง หรือจะบ่น” ผมเลิกคิ้วมองอย่างเย็นชา 

ก็ได้ๆ” ไอ้ก่อยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่มึงห้ามเกริ่นด้วยคำว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...นานจนจำไม่ได้แล้วก็จบนะ

“?”

เพราะถ้ามึงพูดแบบนั้น กูต่อยปากแตกแน่

แล้วเมื่อไหร่มันจะเลิกพูดสักที เดี๋ยวสิ่งที่ผมกำลังนึกออกก็ปลิวหายไปพอดีหรอก

ตอนที่เข้าไปในบาร์...


ผมหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้สตูลตรงเคาน์เตอร์บาร์แล้วสั่งเครื่องดื่มด้วยท่าทางเรียบเฉยอย่างเช่นทุกวัน

เบอร์เบินออนเดอะร็อก

บาร์เทนเดอร์ที่ยืนผสมเหล้าอยู่และขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของบาร์แห่งนี้ ผมกับไอ้เฟรนช์เป็นเพื่อนสมัยมอปลาย ทุกวันนี้ยังสนิทกันอยู่ แต่แค่แยกกันเรียนคนละมหาลัย

เออ” มันรีบผสมเหล้าให้ แล้ววันนี้มึงมาคนเดียวเหรอ

นัดกับไอ้ก่อ” ผมดื่มเหล้าในมือจนหมด แต่ยังไม่มา

เออวันนี้เสียงจะดังหน่อยนะ” ไอ้เฟรนช์พูดแล้วก็รีบเสิร์ฟแก้วที่สอง เพราะมีงานเลี้ยงรุ่นน่ะ

อืม

ผมพยักหน้าแล้วเหวี่ยงแก้วเหล้าในมือเบาๆ

จะเสียงดังแค่ไหน หากผมไม่สนใจ ก็ไม่มีทางเข้าหูหรอก

บาร์เทนเดอร์ ขอมาร์การิต้าแก้วนึงค่ะ

ได้ยินเสียงของผู้หญิงดังอยู่ข้างๆ แต่ผมไม่ได้สนใจ ไม่ได้เหลือบหันไปมอง ดื่มเหล้าต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ได้ครับ

ทั้งผมและไอ้เฟรนช์ต่างก็รู้ถึงจุดประสงค์ของผู้หญิงคนนี้

จริงๆ แล้วจะสั่งกับพนักงานคนที่เดินไปตามโต๊ะก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเดินมาด้วยตัวเอง

คุณผู้หญิงครับ มาร์การิต้าของคุณได้แล้วครับ

ไอ้เฟรนช์เสิร์ฟเหล้าให้ผู้หญิงคนนี้พร้อมกับบิล

ขอบคุณค่ะ

แม้จะเอ่ยขอบคุณแล้ว แต่ก็ยังไม่จากไป

เดาได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น

คุณคะ ดูท่าว่าคุณจะมาคนเดียว อยากดื่มเหล้าด้วยกันไหมคะ

“ไม่” ผมตอบกลับอย่างเย็นชา ไม่แม้แต่จะหันไปมอง

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจแรงๆ พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินย่ำห่างออกไป

“มึงน่าจะมองเธอสักนิดแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะปฏิเสธหรือเปล่า ผู้หญิงคนเมื่อกี้น่าสนใจจริงๆ นะ”

“ไม่ล่ะ” ผมปฏิเสธเสียงห้วน เพราะถ้าเริ่มสนใจคนหนึ่ง คนที่สอง และสามจะตามมาอีกเพียบ “น่าเบื่อ”

“มึงก็เป็นซะแบบนี้” ไอ้เฟรนช์ส่ายหน้าหน่ายๆ “แล้วเมื่อไหร่จะหาแฟนได้สักที ทำตัวเย็นชาขวางโลกอยู่แบบนี้ ผู้หญิงคงได้หนีหายไปหมดหรอก”

ผมยักไหล่เล็กน้อยพลางหมุนแก้วเหล้าในมืออีกรอบ 

“เฮ้อ...” ไอ้เฟรนช์ถึงกับถอนหายใจ “อยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงแบบไหนจะเรียกความสนใจจากมึงได้นะ”

แน่นอน คงไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่มีหนึ่งร่างกายกับอีกสองหัวหรอก...หึ

หลังจากนั้นผมก็ดื่มไปเงียบๆ รู้สึกเหมือนดวงไฟทุกดวงมอดดับลง ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงหนึ่ง... 

...นั่นแกมากับใครน่ะ!

ผมไม่ได้อยากฟัง แต่เพราะได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกจึงหันไปมอง

ผู้หญิงที่ถูกพูดถึงคนนั้นยืนเหม่อลอยเหมือนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง

เธอไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าทุกอิริยาบถของตัวเองเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากแค่ไหน

เพราะรูปลักษณ์ของเธอดึงดูดสายตา ผมสีทองยาวเต็มแผ่นหลังขับให้ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางสวยหมดจด

...แล้วหน้าอกน่ะ ก็เสริมมันด้วยเหรอ?’

สายตาของผมเคลื่อนไหวช้าๆ กวาดมองรูปร่างบอบบางและอ้อยอิ่งอยู่ที่ตรงทรวงอกสองสามวินาที

และที่มองก็เพราะคำพูดที่ได้ยิน...

ผมละสายตาจากจุดนั้น ลองมองไปรอบๆ ก็พบว่านอกจากเธอคนนั้นที่แต่งตัวไม่เหมือนคนอื่นแล้ว ผู้คนที่นี่ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างสวยหรู มองแล้วเหมือนกำลังจัดงานปาร์ตี้

อ้อ...งานเลี้ยงรุ่นนั่นเอง

“มองอะไรน่ะ” เสียงของไอ้เฟรนช์ดังพร้อมกับหน้าของมันยื่นเข้ามาใกล้ “นั่นแน่ๆ อย่าบอกนะว่าเจอสาวที่ถูกใจ ไหนๆ คนไหน บอกกูหน่อย กูอยากรู้สเปกของมึง”

“ไม่มี”

ผมตอบเรียบๆ ละสายตากลับมาทันที จากนั้นวางก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยและจุดบุหรี่มวนใหม่

“แต่เมื่อกี้มึงถึงขั้นหันไปมองเลยนะ?”

ผมเลิกคิ้วมองไอ้เฟรนช์อย่างแปลกใจ 

“ปกติได้ยินเสียงดังๆ แล้วจะไม่หันไปมองเหรอ”

“เอ่อ...” ไอ้เฟรนช์เกาหัว “ก็จริงของมึง”

แล้วไอ้เฟรนช์ก็ไม่เซ้าซี้อีก ดีนะที่เป็นไอ้เฟรนช์ ถ้าเป็นไอ้ก่อมันคงไม่เลิกราง่ายๆ หรอก

หลังจากนั้นผมก็ดื่มรอไอ้ก่อไปเงียบๆ มีบ้างที่ผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาทัก ผมตอบกลับไปด้วยถ้อยคำเย็นชาบ้าง ไม่ตอบกลับไปบ้าง 

ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายไม่น่าฟังซึ่งดังมาจากงานเลี้ยงรุ่นกลุ่มนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงบทสนทนาโต้ตอบกันของผู้หญิงสองคน

ผมได้ยินการตอบโต้กันตั้งแต่ต้นจนจบ แม้อุปสรรคการเข้าหาสังคมของตัวเองจะหนักหนาแค่ไหน แต่ก็ดูออกว่าความสัมพันธ์ของเธอคนนั้นกับคนกลุ่มนั้นไม่สามารถเรียกว่า เพื่อน’ ได้

ทำไมเธอคนนั้นถึงยังทำเฉยกับถ้อยคำถากถาง

เป็นพวกประเภทชอบทำร้ายตัวเองหรือไง

ผมขมวดคิ้วจ้องมองสาวสวยเซ็กซี่ที่ไม่รู้จักคนนั้นเงียบๆ

จนกระทั่งเห็นใบหน้านั้นซีดเผือด ร่างซวนเซจนแทบจะล้ม และก็ไม่มีใครสักคนที่จะขยับเข้าไปช่วยเหลือ อย่างที่ไม่รู้ตัว ผมกลับลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปโอบเอวก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลง

ผมรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองแปลกไป แต่บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน เรื่องที่รู้อยู่อย่างเดียวคือความรู้สึกตัวเองได้รับผลกระทบ ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ที่พอจะอธิบายได้อยู่อย่างเดียวน่าจะเป็นเพราะทนอยู่เฉยและปล่อยผ่านเรื่องที่เห็นและได้ยินไปไม่ได้

อืม...มีความรู้สึกแบบนี้ได้ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ทั่วไปล่ะมั้ง

แต่ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่

ถึงอย่างไรผมกับเพื่อนๆ ต่างก็ฉลาดเป็นกรด

ถ้าไม่ยินยอมให้แกล้งก็ไม่มีทางแกล้งได้

ผมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ระบายอารมณ์แทนเพื่อน

ไม่แน่ใจว่าที่ทำไปวันนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่

แต่นอกจากเหตุผลนี้แล้ว ผมก็คิดอย่างอื่นไม่ออก 


เดี๋ยวนะไอ้นาย!

เสียงตะโกนโหวกเหวกของไอ้ก่อทำให้ภาพความทรงจำของผมถูกตัดเป็นภาพสีดำทันทีเหมือนโทรทัศน์ถูกกดสวิตช์ปิด

“ไร

พอผมเลิกคิ้วมองไอ้ก่อยื่นหน้าเข้ามาพลางหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์

นี่มึงถูกใจผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่แรกเห็นเลยงั้นเหรอ?”

ไม่ใช่”

งั้นก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบใช่มะ?

...” ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

งั้นถ้าไม่ใช่ถูกใจ หรือตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ แล้วมันเป็นเพราะอะไรล่ะ” ไอ้ก่อจ้องหน้าของผมนิ่ง และไม่ใช่แค่มัน ไอ้คุณกับไอ้ไนน์เองก็ด้วย “มันเป็นเพราะอะไรมึงถึงทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ ทำในสิ่งที่พวกกูได้ฟังก็คาดไม่ถึง เพราะถ้าตอนนั้นกูอยู่ด้วยกูคงร้องกรี๊ดสาวแตกออกมาแน่ๆ

“เพราะทนเฉยไม่ได้” ผมตอบเสียงเรียบ “สีหน้าเธอตอนนั้นเหมือนอ้อนวอนให้ใครสักคนช่วย”

“มึงที่ได้ยินคำอ้อนวอนก็เลยสวมปีกนางฟ้าแล้วโบยบินเข้าไปช่วย!?”

“อืม”

“อืมเหี้ยไรกูประชด!”

ก็รู้ เพราะผู้ชายเป็นนางฟ้าไม่ได้

“แต่นั่นแหละคือสิ่งที่กูแปลกใจ” ไอ้คุณเป็นคนพูด “ปกติมึงไม่เคยแยแสใคร ต่อให้มีผู้หญิงสะดุดก้อนหินล้มตรงหน้า แล้วถ้าเธอไม่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ มึงจะเดินผ่านไปเลย”

ก็ใช่...

พอผมเงียบไม่ตอบอะไร ไอ้คุณจึงพูดต่อ

“และมึงก็ไม่ใช่คนประเภทที่ต่อให้เป็นเพื่อนสนิท มึงก็ไม่เคยโกรธแทนเพื่อน”

“เพราะรู้พวกมึงรับมือได้”

“นั่นแหละปัญหา” คราวนี้เป็นไอ้ไนน์ยกนิ้วชี้หน้า “กับคนแปลกหน้ามึงถึงไม่ควรจะเป็นแบบนั้น”

ก็จริง...

คนภายนอกมักคิดว่าผมกับไอ้ไนน์มีนิสัยเย็นชา เข้าถึงยากเหมือนกัน

แต่ไอ้คุณกับไอ้ก่อกลับไม่คิดแบบนั้น พวกมันบอกว่าผมกับไนน์แตกต่างกัน

ไอ้ไนน์มันมีนิสัยเย็นชา เข้าถึงยากจริงๆ

ส่วนผมที่ไม่ค่อยพูด เพราะเวลาถูกถาม ผมแค่ไม่มีคำตอบ ผมไม่ได้คิดคำตอบอะไรเอาไว้ ก็เลยเงียบ

“กูถึงได้บอกไงว่ามึงน่ะสนใจเธอตั้งแต่แรกเห็น”

“ไม่ใช่” ผมย้ำคำเดิม

แน่นอน มันไม่ใช่เหตุผลเพราะว่า ถูกใจ’ หรือ ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

เพราะผมไม่เคยมีสเปก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงแบบไหนที่ทำให้ตัวเองสนใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาหัวใจเต้นแรงเป็นยังไง เวลาอยู่ใกล้ก็ยังรู้สึกเฉยๆ ตอนมองก็ยังรู้สึกเฉยๆ และไม่มีใครที่ทำให้ผมมองซ้ำได้

สำหรับผมแล้ว ผู้หญิงก็คือผู้หญิง

ผู้หญิงที่มีกายวิภาคแตกต่างจากผู้ชาย

และผู้หญิงที่มีร่างกายไม่ได้คล้ายกับมอเตอร์ไซค์

“มึงยังจะปฏิเสธอีกเหรอวะ”

“ต้องปฏิเสธ” ผมถอนหายใจ “ไม่ใช่แบบนั้น”

“งั้นมึงต้องอธิบายแล้วล่ะว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่”

“ได้”

ผมจำต้องเปิดสมองขึ้นมาอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ เข้าใจผิดคิดไปไกล

ถ้าอยากมีเซ็กซ์ เชิญไปหาคนอื่น

ตอนที่ปฏิเสธผู้หญิงคนหนึ่งด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ทันใดนั้นก็รับรู้ถึงสายตาของใครบางคนมองมาอย่างมุ่งมั่น รู้สึกว่าสายตานั้นมองเขม็งราวกับจะเจาะให้ทะลุ แต่ทว่าทันทีที่หันไปมองก็เห็นเพียงแผ่นหลังกับผมสีทองหายเข้าไปในห้องน้ำทันที

ขณะนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังซึ่งไม่ไกลจากเคาน์เตอร์บาร์ที่ผมนั่งอยู่

ยัยนั่นต้องผิดหวังแหงๆ

เออดิ อุตส่าห์แปลงโฉมมาซะสวย แต่ไอ้หมอนั่นดันไม่มา

แล้วถ้ารู้ว่าแฟนเก่าไปเรียนต่อเมืองนอกกับเพื่อนผู้หญิงในห้องละก็...

เออว่ะ ถ้ารู้ละก็เธอต้องเศร้ามากแน่ๆ

ขนาดกูเป็นผู้ชาย ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็คงรับไม่ได้เหมือนกันว่ะ

น่าเห็นใจนะ ถูกทิ้งในวันจบการศึกษา ติดต่อก็ไม่ได้ เพราะฝ่ายชายดันหนีไปเรียนเมืองนอก แถมไปกับผู้หญิงอีก

กูปลอบใจดีไหมวะ

มึงจะช่วยปลอบยังไง

ก็แบบปลอบประโลมไง เหอะๆๆ

ผู้ชายสองคนพูดเหมือนเห็นใจผู้หญิงผมทองคนนั้น...

แต่ผมเห็นสีหน้าของพวกมันที่พูดไปก็หัวเราะไป 

ดูก็รู้ว่าจงใจนินทาเยาะเย้ยลับหลัง

และนั่นแหละ...เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจเรื่องของเธอขึ้นมา

สนใจจนถึงขั้นยื่นมือไปช่วยเหลือ...

ใช่...มันก็แค่สนใจเรื่องของเธอ ไม่ได้สนใจในตัวเธอ

เพราะตอนพาออกมาจากบาร์ ผมก็คิดจะแยกไปจริงๆ 

ตอนที่เธอบอกจะเลี้ยงเหล้า ผมก็ปฏิเสธทันที

มีคนเตือน อย่าไปกับคนแปลกหน้า

ในตอนนั้นผมคิดแบบนั้นจริงๆ

ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้เธอเลี้ยงเหล้า

ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกับคนแปลกหน้า

แต่พอเห็นเธอเอียงหัวซบกับกำแพง แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรแต่บรรยากาศรอบตัวกลับหดหู่ 

ท่าทางของเธอดูเหมือนสัตว์เร่ร่อนไร้ที่พึ่ง หาเจ้าของไม่เจอ ไม่รู้ควรไปที่แห่งใด 

เธอโอเคใช่มั้ย?’

ทำไมฉันต้องไม่โอเคด้วยล่ะ

คำพูดของไอ้ผู้ชายโต๊ะนั้นกับการโต้ตอบสนทนาของเธอกับผู้หญิงอีกคนก็ผุดแวบเข้ามาในหัว

และมันเป็นวินาทีที่ผมตัดสินใจนั่งลงข้างเธอ...จะเลี้ยงไม่ใช่เหรอ?’


“งั้นมึงก็แค่สงสารเธอ ก็เลยนั่งดื่มเป็นเพื่อน?”

“อือ”

“แต่แค่นั่งดื่มเป็นเพื่อนแล้วทำไมเรื่องมันถึงเลยเถิดไปจบลงที่เตียงได้ละวะ!

ขี้เกียจเล่า... ไปย้อนดูตอนก่อนหน้านี้แทนได้มั้ย?

อ้อ...ไม่ได้สินะ

“บอกไปแล้วไง” ผมหลับตาก่อนจะขยายฉากคีย์เวิร์ดให้มันเพิ่มอีกนิดหน่อยและคิดว่าน่าจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมจะพูดยาว เพราะรู้สึกเหมือนจะเกินโควตาการพูดของวันนี้ไปเยอะมากแล้ว “หลังจากช่วยออกมาจากบาร์ ก็นั่งอยู่เป็นเพื่อน จากนั้นก็จูบ พอจูบก็แยกย้าย แต่พอเห็นตกอยู่ในอันตรายก็ช่วยเหลือ พาซ้อนมอไซมาที่บ้าน แล้วก็ฟังเธอพูดอยู่ค่อนคืน จากนั้นเธอก็เป็นฝ่ายถาม... แล้วเราก็มีเซ็กซ์กัน และกูตื่นมาอีกทีตอนบ่าย เธอก็หายสาบสูญไปแล้ว จบนะ”

“เยี่ยม!” ไอ้ก่อถึงกับยกนิ้วโป้งให้ “กูเข้าใจมากขึ้นเยอะเลย ไอ้ฉิบหายเอ๊ย!

ตกลงเข้าใจหรือไม่เข้าใจ?

“ใช่มะ”

“กูประชดต่างหากล่ะไอ้เวร!

ก็รู้

ไอ้ก่อมองหน้าผมอยู่พักนึง แต่แล้วจู่ๆ มันก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ เหมือนนึกเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้

งั้นแสดงว่าตอนที่กูโทรไปหา แล้วมึงบอกว่ายุ่งอยู่บนเตียงนั่นก็เพราะกำลังอยู่บนเตียงหรือไง!”

อยู่บนเตียงก็คืออยู่บนเตียง จะพูดซ้ำไปซ้ำมาทำไม

งั้นแสดงว่าตอนนั้น มึงก็กำลัง...

เปล่า” ผมปฏิเสธด้วยสีหน้าเย็นชา ตอนนั้นกูเข้าใจผิดคิดไปเอง

เข้าใจผิดไปเอง?”

อืม” ผมพยักหน้าเนือยๆ เยอะด้วย

ตอนที่เธอมองริมฝีปาก ผมก็คิดว่าเธออยากจะจูบ

ตอนที่เธอพูดกลับบ้านไม่ได้ ผมก็คิดว่าเธอชวนเข้าโรงแรม

หรือตอนที่เธอบอกว่าหิว ผมก็คิดว่าเธออยากมีเซ็กซ์

ผมเข้าใจผิดคิดไปเองอย่างกับคนบ้าเลย

“ฉากนี้มึงต้องเล่า!” ไอ้ก่อใช้สองมือจับหัวของผมแล้วเขย่าไปมา “มึงเค้นสมองออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าหลังจากที่มึงกดตัดสายกูไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ที่บอกว่าเข้าใจผิดไปเยอะน่ะมันคือเรื่องเหี้ยไรบ้าง!

เฮ้อ...

วันนี้ผมใช้สมองไปเยอะมาก 

และใช้พลังงานไปกับการพูดเยอะมาก

เห็นทีต้องรีบเล่า กินซุปไก่ แล้วไปนอนเยอะๆ ซะแล้วล่ะ

 

 

“ตอนที่มึงโทรมา...”

หลังจากที่จัดการกับสิ่งรบกวนแล้ว จึงย้อนกลับไปสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้ ผมเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอนแล้วก็ชะงักฝีเท้าไม่ก้าวเข้าไปอีก แต่เลิกคิ้วดกหนาและจ้องมองเตียงที่ว่างเปล่า...

ผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่แล้ว บนเตียงเหลือแค่เสื้อตัวนอกกับเสื้อชั้นใน

ผมหยิบเสื้อชั้นในขึ้นมาพลางย่นหัวคิ้ว

เสื้อผ้าถูกโยนทิ้งอยู่ตรงนี้ แปลว่าเธอหนีไปตัวเปล่า?

ฉับพลันนั้นผมได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ดังมาจากด้านนอก ผมหันควับไปมอง จากนั้นก็เดินตรงไปช้าๆ ร่างกายเคลื่อนไหวเงียบกริบ

ห้องรับแขกไร้ผู้คน ทว่าได้ยินเสียงดังมาจากส่วนที่จัดแต่งเป็นห้องครัว

ต้นตอของเสียงมาจากผู้หญิงคนนั้นจริงๆ เธอสวมเสื้อเชิ้ตของผมเพียงตัวเดียว ปล่อยให้ช่วงขาเรียวยาวเปลือยเปล่า ไม่คิดเหมือนกันว่าพอเห็นเสื้อของตัวเองไปอยู่บนร่างบอบบางแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างตอนเวลาที่ตัวเองสวม

แต่แตกต่างกันยังไงก็อธิบายไม่ถูก

จนเมื่อเธอบอกผมว่าหิวจริงๆ ซึ่งมันต่างจากสิ่งที่ผมคิดไปมาก นาทีนั้นผมถึงกับไปไม่เป็นทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

และหลังจากที่เธอขอใช้ห้องครัวแล้วผมบอกว่าตามสบาย เธอก็เงยหน้ายิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยขอบคุณ 

ขอบคุณนะคะ

ความรู้สึกแปลกประหลาดจู่โจมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมพยายามฝืนไม่ขยับมุมปาก รีบหันหลังเดินออกมาทันที

แค่หิวจริงๆ สินะ...

แต่อารมณ์ของผู้หญิงช่างแปรปรวนได้รวดเร็วจริงๆ

ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันคือข้อดีเหมือนอย่างในตอนนี้ และผมก็ต้อง...อืม...

รีบไปอาบน้ำ...น่าจะดีกว่า

ระหว่างทางที่เดินเข้าห้องน้ำอยู่นั้น ผมแอบสบถกับตัวเองอย่างเงียบๆ ดวงใจถูกความรู้สึกผิดฆ่าไปแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยกว่าพันรอบ สมองที่ปกติว่างเปล่ากลับมีเสียงโวยวายเอะอะจนผิดปกติ

ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะเห็นผู้หญิงเปลือยตรงหน้าแล้วจะไม่เกิดอารมณ์

แต่จะให้บังคับพาขึ้นเตียงก็ไม่ใช่นิสัย

เมื่อปฏิเสธไม่ยินยอม ก็ไม่ควรจะไปบังคับฝืนใจ...ถูกต้องมั้ย?

ผมเปิดก๊อกน้ำ ใช้น้ำเย็นๆ ราดรดจนทั่วทั้งตัวพยายามควบคุมอารมณ์ให้นิ่งเข้าไว้ พยายามจะไม่คิดถึงสัมผัสอันอ่อนนุ่มจากเรือนร่างของเธอ

แต่ว่า...ยิ่งผมพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองมากเท่าไร ความร้อนในกายของผมก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

แม้จะใช้น้ำเย็นช่วยให้อารมณ์และความคิดเตลิดเปิดเปิงของตัวเองสงบลง แต่กลายเป็นว่าน้ำเย็นไม่ช่วยระงับความรุ่มร้อนในกายของผมได้

ทรมาน...

ใช่...ผมกำลังทรมาน

ผมไม่เคยอยากได้อะไร แล้วไม่ได้

และไม่เคยอยากได้อะไรแล้วต้องควบคุมตัวเองแบบนี้

 

เอาล่ะๆ จากที่กูฟังมึงเล่ามา ในสมองของมึงไม่ได้จำสิ่งที่เป็น ชื่อ’ ของคนเลยสักชื่อ

จริง” ไอ้ไนน์พยักหน้าเห็นด้วย สมองจำแต่เรื่องจะเอาท่าเดียว

ใช่ๆๆ เล่ามา แต่ละอย่าง คิดแต่จะรวบหัวรวบหาง แต่ไม่คิดจะถามชื่อ หรือจำชื่อใครเลยสักคน

แล้วมีเหตุผลไรต้องจำชื่อคนแปลกหน้า” ผมย้อนเสียงเย็นชา

อีกอย่างก็ไม่ได้คิดจะเอาอย่างเดียว ที่เล่ายังมีเหตุการณ์อื่นๆ ที่แม้จะไม่มีชื่อใครผุดแวบขึ้นมาก็เถอะ

เอ่อ...” และก็ทำให้พวกมันสองตัวอึกอัก มองหน้ากันเลิ่กลั่กอยู่พักหนึ่ง

แล้วมีเหตุผลไรที่พวกมึงอยากรู้ชื่อเธอด้วยล่ะ

เอ่อ...ก็ใช่ แต่ว่า...เอ่อ” 

พวกมันถึงกับเถียงไม่ออกเมื่อถูกผมย้อนไปแบบนั้น

คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนที่ฉลาด

แต่คนฉลาดบางคนก็ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ...

หึ” แล้วเสียงหึดังมาจากไอ้คุณที่ฉลาดกว่าคนอื่น มึงสองตัวอย่าไปคล้อยตามไอ้นาย อย่าไปถูกมันปั่นหัวง่ายๆ แบบนี้สิ

หมายความว่าไง?”

พวกมึงจำที่มันบอกว่าเมียหายไม่ได้หรือไง” ไอ้คุณหรี่ตามองผมอย่างเจ้าเล่ห์ แสดงว่ามันเองก็อยากตามหา และก็อยากรู้ชื่อของผู้หญิงคนนั้น เพราะไม่งั้นมันไม่มานั่งอารมณ์เสีย นั่งดูกล้องวรจรปิด และก็ยอมมานั่งให้เราถาม และก็ยอมเปิดปากเล่าให้พวกเราฟังอยู่แบบนี้หรอก

เออว่ะ!” ไอ้ก่อถลึงตามองอย่างโมโห “กูก็ว่าแล้วมันแปลกๆ”

“...” ผมยักไหล่พลางกระตุกมุมปากเป็นรอยยิ้มเหยียด

“หยุดเลย หยุดทำหน้ากวนส้นตีน” 

ไอ้ก่อยกนิ้วชี้หน้าก่อนจะย้ายนิ้วชี้ไปแตะริมฝีปากของตัวเอง เหมือนกำลังจะพูดอะไรออกมาอีก

“ไม่ตอบแล้ว”

ผมชิงพูดก่อน

“กูยังไม่ได้ถาม!

ก็เพราะรู้ว่าจะถาม เลยบอกไม่อยากตอบก่อนไง ไอ้โง่

“ไม่ต้องตีเนียนเลย ตอบกูมาว่าทำไมมึงถึงบอกว่าเมียหาย บอกมาว่าทำไมถึงได้เรียกผู้หญิงคืนเดียวว่าเมียเต็มปากเต็มคำ”

ทำไมผมรู้สึกมึน...ทำไมรู้สึกเมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ดื่มเหล้า

อ้อ...ใช่แล้ว ผมเมาน้ำลายไอ้ก่อการนี่เอง

“แล้วจะให้เรียกไร?” ผมเลิกคิ้วมอง “ผัว?”

“ผัวพ่องเมิงเซ่ะ!” ไอ้ก่อถึงกับยกกำปั้นเหมือนอยากจะเคาะหัวผม แต่ก็ไม่ได้ทำ “กวนตีนจริงนะมึง”

“...”

“อีกอย่าง มึงพูดเองนี่ว่า ไม่ได้ถูกใจ ไม่ได้ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ไม่ได้ชอบอะไรเธอคนนั้นเลยสักนี๊ดดดด” ทำเสียงสูงเพื่อ? “เพราะงั้นมึงน่ะจะใช้คำว่าเมียไม่ได้”

“งั้นถาม” ผมยกมือขึ้น “ไม่ให้เรียกเมีย แล้วต้องเรียกไร”

“คู่นอนไง คู่นอน” ไอ้ก่อเอ่ยชัดถ้อยชัดคำซ้ำยังหันไปหาพวกอีกต่างหาก “ใช่ไหมไอ้คุณ...ความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าแบบนั้นเป็นมึงก็เรียกคู่นอนใช่ปะ”

“ใช่” ไอ้คุณพยักหน้า “ถ้าไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่คนรู้จัก ไม่ใช่แฟนที่คบหากันอย่างจริงจัง และไม่มีการสานสัมพันธ์กันก่อนหน้าหรือสานสัมพันธ์กันหลังจากนั้นต้องเรียกว่าคู่นอน”

“ไม่ให้เกียรติ” ผมส่ายหน้าแล้วมองพวกมันอย่างเหยียดๆ “เรียกผู้หญิงว่าคู่นอนนิสัยไม่ดี”

ไอ้ก่อกับไอ้คุณถึงกับย่นหน้า ใบหน้าแดงก่ำและเหมือนจะมีควันออกมาจากหัวเลย

“เรียกผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานว่าเมียก็ไม่ให้เกียรติเหมือนกัน” เสียงไอ้คุณ

“เรียกเมียเต็มปากเต็มคำก็นิสัยไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละโว้ย!” ตามมาด้วยเสียงไอ้ก่อ

“นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้” ผมยักไหล่ “ตกลงต้องเรียกผัวเหรอ”

“ไอ้เหี้ยนาย!” มันตะโกนใส่หน้าผมอย่างดัง เหมือนจะหมดความอดทนแล้ว

“พอก่อน” ไอ้ไนน์เห็นท่าไม่ดีรีบยกมือขึ้นแล้วเอ่ยห้าม “จะเรียกอะไรช่างมันก่อน”

ดีมาก...จะเรียกอะไรก็เรื่องของผมปะวะ

“คุยมาถึงตรงนี้ กูมีเรื่องสงสัยอยู่อย่าง” มันเอ่ยเรียบๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิม มึงจะตามหาผู้หญิงแปลกหน้าที่เผลอไปมีวันไนต์สแตนด์ด้วยทำไม

ก็ไม่มีอะไรมาก ผมก็แค่... “กูไม่สบอารมณ์”

 

[End Talks]

 

 


[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"เดินตามหาเมียแป๊บ"

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks


สรุปได้อะไรบ้าง

เห็นแต่ความน่ารักของอีพี่ 5555555


จบพาร์ทซึนแล้วนะ 55555


........





พีเอส. อาจจะลากยาวนิดนึง

เพราะไรต์อยากให้ทุกคนได้รู้จักพี่นายมากขึ้น

แต่ก็ไม่รู้ว่าได้รู้จักมากขึ้นมั้ย? 5555555555


คืออีพี่ปากคุยอีกเรื่อง 

แต่ในหัวพี่ก็คิดไปอีกเรื่อง งงดี 5555



......



ถามจึง... พี่นายเป็นคนแบบไหนกันแน่คะ!

เล่าเป็นฉากๆ ของพี่นี่เยี่ยมมาก 555555555



เม้นต์ให้กำลังใจกันนะคะ

ตอนที่แล้วๆ โดนแบน ยังชอกช้ำอยู่เลย 5555555




บรรดาหลัว >///<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.882K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7307 M1N3__ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 04:53
    เห้นแต่ฟามน่ารักของอิพรี่จิงๆค่ะ
    #7,307
    0
  2. #6768 Rich99 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 10:26
    555555
    #6,768
    0
  3. #6600 Omen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 10:53

    แก็งนี้มีเล่มทุกคนไหมมม น่าอ่าน

    #6,600
    0
  4. #6199 xวาuxวาu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:49

    55555 สองร้อยสินะที่ทำไม่สบอารมณ์ อาร์มานี่ เลยนะแกร๊
    #6,199
    0
  5. #5697 Devil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 18:55
    นายสองร้อย 555555555 สรุปสเปคนายชอบผู้หญิงเซกซี่สินะ ปากบอกไม่ชอบแต่เรียกเมียเอาดิ
    นายกวนมากไม่คิดว่าจะกวนตีนขนาดนี้ คิดว่าคาเรคเตอร์ ปากร้ายเยนชา 5555555555
    #5,697
    0
  6. #5373 เยิฟๆ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:16

    อ่านไปขำไป เพิ่งมาอ่านนิยายของไรท์เรื่องแรก สนุกมากเลย เยิฟๆ

    #5,373
    0
  7. #4806 fonthanya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 16:21
    -ไนน์สองพัน แต่บานอ่ะสองร้อย
    #4,806
    0
  8. #4569 paryploy32 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:42
    ใช่เหรอพี่นาน อยากจะแหมมมมมม
    #4,569
    1
    • #4569-1 paryploy32(จากตอนที่ 9)
      1 มิถุนายน 2563 / 17:43
      *พี่นาย
      #4569-1
  9. #4568 paryploy32 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:37
    ชอบความเล่าเรื่องของพี่นาย สั้นและจับใจความได้ยากมาก ความนายอ่ะเนาะ 5555
    #4,568
    0
  10. #4523 minnie_binnee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:30
    คือแซวเค้าไว้ว่า2000แต่ตัวเอง200อะเนาะ สมควรไม่สบอารม5555
    #4,523
    0
  11. #4488 nicha_fernnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 17:10
    เพื่อนนายรึเปล่า เพื่อนนายนิสัยไม่ดีรึเปล่าฮ่าาาา
    #4,488
    0
  12. #4074 Moo.chompoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 10:45
    อิพี่นายมีเพื่อนขี้-ทุกคนเลย.. 5555..
    #4,074
    0
  13. #3690 kitten703 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:53
    พระเอกไม่ใช่คนเย็นชาค่ะ พระเอกเป็นคนกวนตีน
    #3,690
    0
  14. #3165 Arella (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:40
    อ่านตอนนี้แล้วขำมากๆๆๆ
    #3,165
    0
  15. #3050 สมีนเอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 01:53
    แก๊งสามช่าหรอ ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะมาก สนุกดีค่ะ >๐<
    #3,050
    0
  16. #2506 Toywoohottest (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 16:38
    ชอบแก๊งค์เพื่อนอะ กวนดี พี่นายน่ารักมา
    #2,506
    0
  17. #2440 Jelly Mar'Z (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:04
    เป็นพี่นายแล้วเหนื่อยแทนไรท์เลย 555555
    #2,440
    0
  18. #2351 Rainny_Nan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 16:34
    ทำไมพี่นายเขากวนตีนจังอ่ะแก55555
    #2,351
    0
  19. #2234 Anda2728 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 20:09
    ชอบความ เดินตามหาเมีย55
    #2,234
    0
  20. #2135 Bopazi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:59
    พี่นายน่ารักจริง555 เขาก็มีฉายานะ พี่นายสองร้อย 55555
    #2,135
    0
  21. #1657 Frongkanokpan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 00:19
    555 คือไรคะ
    #1,657
    0
  22. #1407 Khaopun cute (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 06:59
    นี้ถ้าไม่อ่านมาก่อนก็คงงงเหมือนก่อ เล่าเป็นฉากๆ ฉากเกิ๊น
    #1,407
    0
  23. #1223 Amineen27 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:03
    โอยสงสารพี่ก่อ555555 โดนด่าว่า-โง่ในใจกี่รอบถามจริง

    แก๊งเพื่อนๆพี่เขาตลกอะชอบบบ อยากให้เขียนให้อยู่ด้วยกันอีกบ่อยๆจัง ตลกตรงเรียก ผัวเหรอ 555555 อะไรคือไม่สบอารมณ์ หือออ อยากตามหาใจจะขาดอยากเจอขนาดนี้อะนะ
    #1,223
    0
  24. #1156 heykeo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 15:29

    อะไรคือไม่สบอารมณ์อ่ะพี่นาย

    #1,156
    0
  25. #1149 ชอบจริงชอบจัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 14:44

    ก็บอกเพื่อนไป ว่าเมียให้ค่าเสียหายน้อย เลยเคือง 55555

    #1,149
    0