Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 6 : Hit me Hit you ; EP-5 : Something more enticing [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,837 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



EPISODE 05

Something more enticing



รถมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่หน้าตาเหมือนรถของเหล่าแก๊งมาสไรเดอร์พุ่งเข้าไปในลานกว้างของตึกแถวแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ตัวรถอ้อมโค้งใหญ่โค้งหนึ่งอย่างน่าหวาดเสียวก่อนจะหยุดลงที่หน้าประตูเหล็กม้วนอย่างเหมาะเหม็ง

หยุดได้เสียที

นี่ฉันก็นึกว่าจะถูกผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ลากไปลงนรกเป็นเพื่อนแล้วเสียอีก!

เมื่อรถหยุดลงฉันก็รีบถอดหมวกกันน็อกเพราะอึดอัดพลางสะบัดเส้นผมสีทองที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ส่วนเขาก็เตะขาตั้งอย่างทะมัดทะแมงเพื่อจอดรถอย่างไม่บอกกล่าวจนทำให้ร่างของฉันเซไปทางซ้ายเล็กน้อย

เฮ้อ...จะรอให้ลงจากมอเตอร์ไซค์ก่อนไม่ได้เลยหรือไง

เอ่อ...

พอฉันส่งเสียงเขาก็หันหน้ามามองทันทีจนทำให้เรียวปากบางปะทะเข้ากับริมฝีปากของฉันโดยไม่ได้ตั้งใจ

แม้ว่าฉันจะสะดุ้งโหยงดึงใบหน้าออกห่างอย่างตกใจ ทว่าเขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วเอ่ยออกมาหนึ่งคำ

หนัก

พอถูกเตือนถึงได้รู้ว่าร่างของตัวเองยังคงทิ้งน้ำหนักไว้บนแผ่นหลังของเขาอยู่

ขอโทษค่ะ

เขาไม่พูดอะไรอีกทำเพียงแค่หันมาช่วยประคองฉันลงจากรถ

นี่เขาไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง

เมื่อกี้ริมฝีปากของเราสัมผัสกันนะ

อ่า...จริงสิ เราสัมผัสกันมากกว่านั้น มากกว่าแค่ริมฝีปากสัมผัสกันไปแล้ว!

ฉันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนหลับตาแล้วลืมขึ้นมาใหม่จากนั้นก็ค่อยๆ กวาดตามองไปรอบๆ แต่ทว่าขณะนั้นเองข้อมือก็ถูกคว้าจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเขา

“เข้ามาสิ”

เขาเอ่ยสั้นห้วนเหมือนเช่นเดิมก่อนจะพาฉันเข้าไปทางประตูเล็กๆ

ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนกันแน่ล่ะเนี่ย?

ตอนที่กวาดตามองฉันเห็นโมเดลขนาดเท่ามอเตอร์ไซค์ของจริงอยู่ตรงทางเข้า แต่ไม่ทันได้มองป้ายว่ามันเขียนว่าอะไร เพราะถูกลากเข้ามาด้านในซะก่อน

ที่นี่...?”

บ้าน

บ้านใครคะ?”

ประโยคแบบนี้มันคุ้นดีไหมล่ะ

ฉัน

บ้านเขาเหรอ?

ฉันนิ่วหน้าพลางกวาดตามองไปรอบๆ จะว่าไปแล้วบ้านของเขาตกแต่งด้วยของแปลกตามาก เพราะมันมีทั้งหมวกกันน็อกหลายใบและมีหน้าตาแตกต่างกันออกไปเรียงเป็นแถว อีกทั้งยังมีชุดล้อแม็ก มีแฮนด์สีสันต่างๆ ซ้ำยังมีท่อไอเสีย และอีกมากมายที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์

หรือว่าบ้านเขาจะเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์

“ร้านแต่งรถ”

“หา!?” ฉันร้องขึ้นอย่างตกใจ “นี่ฉันคิดดังขนาดนั้นเลยเหรอ”

“หึ” เขาเหลียวหน้ามามองเล็กน้อยพลางส่งเสียงหึออกมา

อะไรของเขาเนี่ย!

“บ้านของคุณเป็นร้านแต่งรถเหรอคะ”

“มอไซ”

“อ่า...” ฉันพยักหน้า ก็รู้หรอกน่าว่าร้านแต่งรถที่ว่าน่ะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ แต่ที่ฉันสงสัยน่ะไม่ใช่อะไรแบบนั้น “เข้าใจค่ะ แต่ฉันแค่สงสัยว่าคุณนอนพักที่นี่เหรอ”

เอ๊ะ? 

คำถามของฉันเหมือนอยากให้เขาพาไปที่ที่เขานอนเลยนี่หว่า?

“เอ่อ...ฉันหมายความว่า...” 

ขณะที่ฉันจะอธิบาย ทว่าเขาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน 

“มีส่วนที่อยู่” 

เขาอธิบายสั้นห้วนพร้อมกับหันชี้ไปทางประตูกระจกสีชาและคาดเดาว่าห้องนอนของเขาต้องอยู่ชั้นสองแน่

อ้อ...บ้านของเขาเป็นร้านแต่งรถ โดยที่มีส่วนซึ่งเป็นที่พักอาศัยด้วย

“เอ่อ...คุณ...”

“คนเดียว”

อะไรกัน...ทำไมเขาถึงล่วงรู้ความคิดฉัน เขารู้ได้ยังไงว่าฉันจะถามอะไร

“ไม่ต้องกังวล”

และเขาก็เอ่ยออกมาอีกคำหนึ่ง

“นี่คุณคิดว่าฉันกังวลเรื่องอะไร” หว่างคิ้วของฉันย่นเข้าหากัน “ฉันไม่ได้อยากรู้สักหน่อยว่าคุณอยู่กับใคร และฉันก็ไม่ได้อยากอยู่สองต่อสองกับคุณด้วย”

เขาทำเพียงแค่กระดกมุมปากจากนั้นก็วางกุญแจมอเตอร์ไว้บนเคาน์เตอร์ตรงทางเข้า จากนั้นก็เหลียวหน้ามามองฉันที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่

ตอนนี้ฉันกำลังประเมินสถานการณ์ว่าตัวเองควรจะอยู่ที่นี่ต่อไป หรือควรจะวิ่งหนีในวินาทีที่เขาทำอะไรไม่น่าไว้ใจหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย และเป็นผู้ชายแปลกหน้าเสียด้วย!

สมองของฉันกำลังสับสนหนัก เพราะถ้าฉันวิ่งทะเล่อทะล่าออกไปข้างนอกเพื่อหนีเขา แล้วดันไปเจอกับชายขี้เมาอีกครั้งเข้าล่ะ ฉันจะทำยังไง แล้วเขาน่ะจะมาช่วยฉันอีกครั้งงั้นเหรอ? 

มาถึงตอนนี้ไม่ว่าฉันจะตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า หรือว่าจะก้าวถอยไปข้างหลัง มันก็มีเรื่องน่าหวั่นใจรอคอยอยู่

“ตามสบาย”

นี่เขาจะให้ฉันทำตัวตามสบายได้ยังไง ก็เวลานี้ฉันอยู่สองต่อสอง ซ้ำยังเป็นบ้านของเขาอีกด้วย

มันจะไม่แปลกเลยหากว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แต่นี่เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันนะ จะให้ฉันทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านแฟนหรือบ้านเพื่อนได้ยังไงล่ะ

“คุณ...”

“ไร”

“คุณพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในร้านบ่อยหรือไง” ฉันนิ่วหน้ามองเขาที่ยืนห่างออกไปอยู่หลายสิบเมตร แม้จะเคยถามคำถามทำนองนี้มาแล้ว แต่นี่มันคนละกรณีกัน และฉันก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่

“ไม่เคย” เขาตอบเสียงขรึม น้ำเสียงเหมือนจะโกรธอยู่หน่อยๆ ด้วย

“ถ้าไม่เคยแล้วทำไมถึงได้กล้าพาฉันมาที่นี่ล่ะ” ฉันเลิกคิ้วมองร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า ไม่กลัวด้วยว่าเขากำลังโมโหอยู่หรือเปล่า “ฉันอาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพก็ได้ คุณไม่กลัวของหายหรือไงคะ”

แม้จริงๆ ฉันไม่คิดจะไปใช้บั้นปลายชีวิตในคุก แต่ก็สงสัยจริงๆ นะว่าทำไมเขาถึงได้กล้าพาฉันมาที่บ้านของตัวเอง เพราะต่อให้เป็นห้องพักธรรมดาก็ไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้า ซ้ำที่นี่ยังเป็นร้านแต่งรถอีก

“แล้วเธอจะเอาของพวกนี้ไปทำไร”

ฉันก็คิดว่าเขาจะตอบทำนองว่า ไม่กลัว’ หรือพูดอะไรทำนองข่มขู่ ทว่าเขากลับถามประโยคคาดไม่ถึง

“เอาไปขายไง” ฉันตอบไปตามความจริง “คงได้ราคาดี”

ขโมยของไปแล้วจะให้เก็บเอาไว้บูชาหรือไง ก็ต้องเอาไปขายสิมันถึงจะคุ้มค่าแก่การลงทุน เอ่อ...

“อืม” 

แต่แทนที่เขาจะกลัวหรือโกรธที่ฉันพูดไปอย่างนั้น ทว่าเขากลับพยักหน้าแล้วพูดแค่คำว่า อืม’ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

“อืมอะไรของคุณ นี่ฉัน...”

“อยากได้ก็เอาไป อนุญาต”

เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน อนุญาตแบบนี้มันก็ไม่ได้เรียกว่าขโมยสิ!

ไม่ๆๆ จะบ้าเหรอ...ฉันหมายถึงทำไมเขาถึงได้พูดแบบนี้ ทำอย่างกับเป็นสายเปย์ แจกของตกแต่งมอเตอร์ไซค์ให้ผู้หญิงอย่างนั้นแหละ

“แต่ว่า...” ฉันยังไม่ทันได้พูดสักประโยค เขาก็เอ่ยแทรกเหมือนรำคาญ

“ไม่ตอบแล้ว” 

เอ่อ...อะไรของเขา ก่อนที่จะพูดว่า ไม่ตอบแล้ว’ ต้องพูดประมาณว่า เลิกถามเถอะ ไม่อยากตอบแล้ว’ อะไรแบบนี้เสียก่อนสิ เฮ้อ...เป็นผู้ชายประหลาดเกินไปแล้ว

“นั่งซะ”

เขาสั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินไปทางด้านหลัง แต่ในขณะที่ฉันกำลังลังเลอยู่นั้นเอง จู่ๆ เขาก็หยุดเดินพลางเหลียวหน้ามามองกันเล็กน้อย

“ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไร” 

หลังเอ่ยประโยคนี้เขาก็จ้องหน้าฉันราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็เอ่ยพูดด้วยสีหน้าไม่ต่างไปจากเดิม 

“ในกรณีถ้าเธอไม่อนุญาต”

กรณีถ้าฉันไม่อนุญาตอะไรกัน!

ฉันไม่มีทางที่จะอนุญาตให้เขาทำอะไรแน่!

แล้วคำพูดของเขาน่ะ มันน่าเชื่อถือได้แค่ไหน!


เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ในส่วนที่เป็นร้านแต่งรถกว้างขวางคนเดียว ฉันก็ยิ่งประหม่า ภายในใจสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำยังไง หัวสมองก็ว่างเปล่าและขาวโพลนไปหมด

เฮ้อ... เอาเป็นว่านั่งก่อนแล้วกัน

ฉันวางหมวกกันน็อกไว้บนโต๊ะกระจก จากนั้นก็หย่อนสะโพกลงบนโซฟาตัวใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นที่นั่งรับรองแขก ขณะกำลังประทับใจกับความนุ่มนิ่มนั่งสบายของโซฟาฉันก็สะดุ้ง

จู่ๆ มานั่งบนโซฟาอย่างนี้มันจะทำตัวตามสบายเกินไปไหมเนี่ย!

ฉันรีบเลื่อนตัวจากโซฟาลงมานั่งที่พื้น

จิตใจไม่สงบเลย ผู้หญิงที่มาบ้านผู้ชาย และเป็นผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนนี่ก็สมควรแล้วล่ะที่สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว

เอาล่ะๆ ตอนนี้ติดต่อหาเบลล์ก่อนก็แล้วกัน

เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันก็หยิบโทรศัพท์ออกมา จากนั้นก็กดโทรออกไปหาเบลล์อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาก็คือติดต่อไม่ได้แล้ว

บ้าจริงไอ้เบลล์มันทำเกินไปแล้ว!

ฉันพ่นลมออกจมูกอย่างแรงก่อนจะส่งไลน์ทิ้งเอาไว้

ปิดเครื่องเลยเหรอแกทำเกินไปแล้วนะ!’

เปิดเครื่องแล้ว ติดต่อมาด่วน!’

ฉันโยนโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋า จากนั้นก็ดึงหมวกกันน็อกมาไว้ตรงหน้า

เป็นรอยหมดเลย” ฉันยกมือลูบรอยแผลบนหมวกกันน็อกสีดำเต็มใบของเขาอย่างแผ่วเบา หมวกแบบนี้ราคาเท่าไหร่กันนะ

ฉันคิดว่าราคาน่าจะราวๆ สามสี่พัน แต่ทว่า...

สองหมื่น

คำพูดที่บอกว่าจะชดใช้ถูกกลืนลงคอทันทีที่ได้ยินคำว่า สองหมื่น

ฉันไม่มีปัญญาซื้อให้เขาใหม่หรอกนะ!

แต่ว่าหมวกกันน็อกอะไร มันสร้างมาจากอุกาบาตนอกโลกหรือไง ทำไมราคามันถึงได้แพงมากขนาดเท่ากับเงินเดือนประทังชีวิตของคนทั่วไปได้ทั้งเดือนขนาดนี้เนี่ย!

เขาที่เป็นคนตอบและเดินกลับมาแล้วก็ก้มหน้าลงมามอง

“ไปนั่งทำไรที่พื้น”

“คิดว่านั่งบนโซฟาไม่เหมาะสมค่ะ”

เขาส่ายหน้าเหมือนรำคาญ “มานี่”

“ก็ได้ค่ะ” เมื่อเขาอนุญาตแล้ว ฉันจะรีรอไปเพื่ออะไรล่ะ

แต่ทันทีที่ฉันนั่งบนโซฟา เขาก็หย่อนตัวนั่งขนาบข้าง

เอ่อ...ไม่ต้องนั่งชิดขนาดนี้ก็ได้มั้ง 

โซฟาก็ออกจะกว้างช่วยเขยิบออกไปหน่อยได้มั้ย?

หัวใจของฉันโลดแล่นก่อนจะเริ่มเต้นกระหน่ำเต็มกำลัง แต่สีหน้าของเขาดูเยือกเย็นเป็นธรรมชาติ ราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร ตรงข้ามกับฉันที่กำลังตื่นตระหนก

“ดื่มสิ”

ฉันกะพริบตามองถ้วยที่มีน้ำสีเหลืองใสๆ และมีควันฉุยตรงหน้า

“เอ่อ...” ฉันอึกอัก “น้ำอะไรเหรอคะ?”

ที่ถามก็เพราะว่าไอ้น้ำสีเหลืองๆ น่ะมันมีอยู่หลายประเภท เช่นชา เก๊กฮวย และน้ำขิง ซึ่งแน่นอนว่าไอ้ของร้อนๆ แบบนี้มันไม่ใช่แอลกอฮอล์แน่

“ขิง”

“อ้อ...” 

น้ำขิงแก้เมานี่เอง...

แต่ถึงแม้ว่าฉันจะรู้แล้วว่ามันเป็นน้ำขิงทว่าฉันยังคงจ้องมันนิ่งไม่ได้ยกขึ้นมาดื่ม

“ทำไม” เขาถามขณะดื่มน้ำแร่เย็นเจี๊ยบโดยที่ไม่ได้เหลือบหันมามองกันสักแวบ “กลัวใส่อะไร?”

เอ่อ...

ฉันถึงกับอึกอัก ผู้ชายคนนี้ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว

นี่เขาอ่านใจฉันได้ หรือว่าฉันแสดงท่าทางจนดูออกง่ายเกินไปกันแน่นะ

“ยาเหรอ?”

“...” พอเขาพูดแทงใจดำฉันก็เม้มปากไม่กล้าตอบ

“คิดว่ามันหาง่าย?” เขาถามออกมาอีกคำ

“ก็ยังไม่ได้พูดสักคำเลยนี่คะ” ฉันเบ้ปาก “แต่คุณจะพูดว่ายามันหาไม่ได้ง่ายๆ ก็ไม่ถูก เพราะมันก็มียาบางประเภทที่หาได้แน่ๆ”

“ยาไร”

“ก็ยานอนหลับไง”

“หึ” เขาหัวเราะเยาะให้กับคำพูดของฉัน “ถ้าคิดจะใส่ยา ทำไมต้องเป็นยานอนหลับ”

เหมือนเขาจะพูดยาว แต่ก็เหมือนจะไม่ยาวยังไงก็ไม่รู้...

“ก็...”

“ถ้าเธอหลับ ฉันจะไปทำอะไรได้”

“อ้อ...” ฉันเออออไปตามเรื่องตามราวก่อนจะยกถ้วยน้ำขิงร้อนๆ เป่าสองสามที

เขาหรี่ตามองก่อนจะเอ่ยออกมาอีกคำ 

“ในถ้วยน่ะมีแค่ยาเดียว” 

ขณะที่ฉันดื่มไปอึกหนึ่งก็ชะงักแล้วย้อนถาม “หือ? อะไรนะ ยาอะไรนะคะ...”

“ยาเสน่ห์”

พรืด!

ฉันถึงกับสำลักจนน้ำขิงร้อนๆ พุ่งออกจากปากและทำให้ของเหลวอุ่นๆ ไหลมาตามมุมปาก จนต้องรีบใช้หลังมือเช็ดลวกๆ

นี่เขาเล่นมุกเป็นด้วยเรอะ!

ใบหน้าของฉันหันขวับไปมอง และพอดีที่เห็นเขากระดกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งจนเผยให้เห็นเขี้ยวฟัน แม้จะทำหน้าตาย แต่ฉันก็ดูออกนะว่าเขากำลังยิ้มเยาะตัวเองอยู่

ฉันจ้องเขาเขม็งด้วยความคิดนั้น ทว่าเขากลับเบือนหน้าหนี

“นี่คุณอายเหรอ” ฉันหลุดหัวเราะอย่างคาดไม่ถึงกับปฏิกิริยาของเขา “ทั้งๆ ที่คุณเป็นคนพูดออกมาเองนะ”

“ลืมมันซะ”

เมื่อเห็นเขาท่าจะอายจริงๆ ฉันจึงต้องรับคำแต่โดยดี 

“จะว่าไปคุณคงเป็นผู้ชายจอมเผด็จการแน่ๆ เลยค่ะ”

เขาเหลียวหน้ากลับมามองเล็กน้อยก่อนจะย้อนถาม “ยังไง”

“ก็ตั้งแต่ที่เราเจอกัน คุณก็เอาแต่สั่งฉันนี่”

ลองย้อนคิดดูสิ แต่ละคำที่เขาพูดออกมาน่ะมันมีอะไรบ้าง 

เดี๋ยวก็ ใส่หมวกซะ นั่งซะ’ ‘ลืมมันซะ’ และยังไม่รวมคำพูดอื่นๆ อีก

และพอฉันพูดออกไปแบบนั้น มันก็ทำให้เขาหัวเราะในลำคอ

อะไรกัน...นี่ฉันไม่ได้พูดเรื่องตลกเสียหน่อย


หลังจากนั้นห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เขาก็เงียบ ฉันก็เงียบ อย่างไม่รู้จะทำอะไร

ครุ่นคิดไม่นานฉันก็ขอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เมื่อกี้ฉันดื่มไปแล้วก็จริง แต่คิดว่าถ้ามีแอลกอฮอล์เข้าปากอีกหน่อยอาจทำให้ความประหม่าหายไปบ้าง

“มีแต่วิสกี้และไม่มีมิกเซอร์”

“ไหวค่ะไหว” ถึงเขาจะไม่ได้ถามว่าฉันจะดื่มไหวหรือเปล่า แต่ก็ชิงพูดออกไปก่อน “เอามาจิบๆ คลายเครียดก็ได้ค่ะ”

ดื่มเข้าไปมากๆ แอลกอฮอล์ก็คงไหลเวียนในร่างกายเร็วขึ้น ยิ่งเมาเร็ว สมองเบลอ ความประหม่าอาจจะลดลงไปได้บ้าง

ฉันอาจทำหน้าจริงจังสุดชีวิต เขาถึงได้มองอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

จะว่าไป ฉันมาอยู่บ้านเขา ยังจะใช้เขาไปหาเครื่องดื่มมาให้อีกเหรอ 

ปกติแล้วต้องไปช่วยเขาหรือเปล่านะ

พอคิดได้แบบนั้นฉันก็สะดุ้งขึ้นมา ถ้าไปช่วยเขาตอนนี้อาจจะยังทันก็ได้

ขณะกำลังจะลุกขึ้น ฉันก็ต้องไหล่ตกอย่างผิดหวัง เมื่อเขาเดินกลับมาพอดี

...ช้าไปแล้ว

แกร๊ก...

เขาวางแก้วคริสตัลซึ่งบรรจุของเหลวสีอำพันส่งกลิ่นคล้ายกับเปลือกไม้กับน้ำแข็งหลายก้อน กับอีกแก้วมีน้ำแข็งเพียงก้อนเดียวกับเหล้าที่เต็มปริ่ม และแก้วนั้นอยู่บนมือของเขา

“ขอบคุณค่ะ”

หลังเอ่ยขอบคุณฉันก็แหงนหน้ากรอกเข้าปาก ทันทีที่ของเหลวไหลผ่านลำคอ ฉันรู้สึกราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ในท้อง

แหวะ บาดคอ...

ไม่อร่อยเลย!

มันคงเป็นเหล้าจัดว่าอร่อยมากสำหรับคนชอบดื่ม แต่สำหรับคนที่ดื่มแต่เหล้ารสชาติดาษดื่นและคล้ายผลไม้อยู่เสมออย่างฉัน รสชาติของมันจึงค่อนข้างทรมานทีเดียว

เนื่องจากรสชาติที่ไม่อร่อยเหลือแสนฉันจึงไม่กล้าดื่มอีก

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แค่ดื่มไปอึกเดียว มันทำให้สมองของฉันกลับมามีสภาพมึนๆ เบลอๆ อีกรอบ

นี่มันไม่ได้จิบเพื่อคลายเครียดแล้วมั้งเนี่ย

ฉันที่ตาเริ่มพร่าลายค่อยๆ เหลียวหน้าไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างกัน เขายกแก้วขึ้นจ่อริมฝีปาก ก่อนจะกลืนลงคอ จนทำให้ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง 

“ที่คุณเงียบ...”

พอฉันพูดเขาก็หันหน้ามามองพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น

“เพราะคุณกำลังคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงน่าไม่อายใช่มั้ย?” ฉันเริ่มพล่ามพูดออกมาอีกครั้ง “คงกำลังคิดอยู่สินะว่า ฉันน่ะพอเห็นคุณหล่อเข้าหน่อยก็ตามมาถึงบ้านอย่างหน้าด้านๆ”

“มันใช่หรือไง” ทว่าเขากลับย้อนเสียงเย็นชา “ฉันเป็นคนพามาต่างหาก”

อ่า...นี่เขากำลังแก้ไขความเข้าใจผิด หรือว่าแค่อยากเป็นฝ่ายควบคุมเกมนี้กันแน่นะ

แต่ว่าๆ ก็ยังดีที่เขาไม่ได้คิดว่าฉันตามมาก็เพราะเห็นว่าเขาหล่อ

“คุณเป็นผู้ชายที่แปลกดีนะ”

ที่พูดน่ะชมนะ ไม่ได้เป็นคำต่อว่าอะไรเลย

“ยังไง”

“ก็ตอนแรกฉันก็คิดว่าคุณเป็นอัศวินขี่ม้าขาว จากนั้นก็เป็นเพื่อนดื่มที่เงียบมาก แล้วต่อมาก็กลายมาเป็นซาตานขโมยจูบ แต่พอฉันตกอยู่ในอันตรายคุณก็แปลงร่างเป็นซูเปอร์แมนมาช่วยฉันซะงั้น”

“เพ้อเจ้อ”

เขาด่าฉันว่าเพ้อเจ้ออีกแล้วอะ

“ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อซะหน่อย” ฉันย่นจมูก “ฉันก็แค่สงสัยว่าแบบไหนคือนิสัยที่แท้จริงของคุณกันแน่”

“...” เขาไม่ตอบ นิ้วเรียวยาวถือแก้วเหล้าแล้วควงไว้ในมือเล่น

“ตกลงคุณเป็นอัศวิน ซาตาน หรือซูเปอร์แมนกันแน่คะ”

ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบมองกันแวบหนึ่งก่อนที่ริมฝีปากบางค่อยๆ ขยับขึ้นลง

“เป็นผู้ชาย” เขาเอ่ยเนิบๆ “มีสรีรวิทยาและกายวิภาคที่เป็นมนุษย์”

นี่ฉันเมามากขนาดที่ไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรแล้วอย่างนั้นเหรอ?

“นี่เรา...อึก...เรายังคุยเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่าคะ”

“ไม่เคยเรียน?”

“ไม่รู้ค่ะ ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว” ฉันส่ายหน้าเบาๆ จะอวดว่าตัวเองเรียนเก่งหรือไงนะ “อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ถามถึงเรื่องนี้ซะหน่อย คุณน่ะเฉไฉเปลี่ยนเรื่องไปเองต่างหาก”

“อืม”

อ้าว...ไม่ปฏิเสธซะงั้น

และพอถูกเขาจ้อง ฉันก็พยายามเก็บสีหน้าที่ย่นยู่โดยอัตโนมัติแล้วรีบกลั้นใจดื่มเหล้าอึกที่สองตามด้วยอึกที่สาม

อา... เหมือนหัวจะเริ่มเบลอหนักกว่าเดิมแล้ว ถึงจะทรมานกับแสบคอไปหน่อย แต่ฉันก็รู้สึกดี ถ้าดื่มให้เมากว่านี้อาจทำให้ง่วงจนหลับไปเร็วๆ ก็ได้

แต่ปกติฉันออกจะคอแข็ง แม้จะมึนเบลอบ้างแต่สักพักก็จะเริ่มสร่าง และก็ไม่ถึงขั้นเมาจนไม่รู้เรื่อง แต่ด้วยความที่วันนี้ดื่มไปหลายขนาน ถ้าจะไม่ให้เมาเป็นหมาก็แปลกเกินมนุษย์แล้ว

พอฉันทำท่าจะจรดแก้วกับริมฝีปากอีกครั้ง เขาก็ฉวยแก้วไปจากมือ จากนั้นยกไปวางบนโต๊ะหน้าโซฟาทันที

“พอ”

“ก็ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้าเบาๆ ไม่ไหวจะดื่มแล้วเหมือนกัน “เอ่อ...”

“ไร”

“ฉันขอ...” ฉันสะบัดหัวไปมาเมื่อเห็นหน้าของเขาแยกออกเป็นสองคน “ขอใช้โซฟาได้ไหมคะ?”

“อือ” แม้เขาจะอนุญาตแล้ว แต่ทำไมไม่ลุกออกไปล่ะ

ฉันจะนอน ไม่ไหวแล้ว หนักมันหนักอึ้งจนแทบจะประคองไว้ไม่ไหวอยู่แล้ว

ไม่กี่วินาทีฉันหนักหัวจนฝืนต่อไปไม่ไหว ล้มหงายเอียงลงไป แต่ตัวยังไม่ทันได้สัมผัสกับเบาะนุ่มก็มีมือหนึ่งยื่นเข้ามาประคองศีรษะด้านหลังฉันเอาไว้พอดี และดึงตัวฉันกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เดี๋ยวเจ็บ

พอเขาบอกแบบนั้นฉันถึงได้รู้ว่าด้านหลังเป็นที่วางแขนของโซฟา

แต่ฉันเวียนหัว อยากนอนแล้ว

ฉันบอกเสียงอ้อแอ้ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง เนื่องจากกำลังสบายอยู่ในอ้อมกอดของเขา จึงเอนพิงอยู่ในอ้อมแขนโดยไม่ขัดขืน ฉันชอบอุณหภูมิร่างกายและกลิ่นกายของเขา เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ

ฉันรู้สึกขัดแย้งในตัวอย่างที่สุด สายตาของเขาทำให้ฉันอึดอัด แต่ทำไมกลิ่นกายของเขากลับทำให้ฉันสบายใจนะ

คุณไม่ง่วงเหรอ

คราวนี้เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

งั้นถ้าไม่ง่วง เราทำอะไรกันดีล่ะ

ไม่รู้” เขาตอบกลับมาเพียงสั้นๆ เธอบอกสิว่าเราควรทำอะไร

กินข้าวไง ตอนนี้นอกจากเวียนหัว ฉันยังหิวจะตายอยู่แล้ว!

ฉันอยากกินอะไรร้อนๆๆ

งั้นคุณหิวมั้ย?” 

หิว

อืม...ฉันก็หิวเหมือนกัน” ฉันเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง หาอะไรร้อนๆ ลงท้องกันดีมั้ย?”

หลังเอ่ยไปแบบนั้น ฉันก็พยายามฝืนกลั้นอาการวิงเวียน ยกศีรษะขึ้นมา อุ้งมือสัมผัสได้ถึงไออุณหภูมิอันร้อนผ่าวจากร่างกาย แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสถูกตัวอีกฝ่าย มือของฉันกลับถูกยึดกุมไว้แน่นแถมบีบกำอย่างรุนแรง ทั้งหยาบกระด้างและร้อนระอุ

“เธอหิวอะไรกันแน่

หิวอะไรงั้นเหรอ?

อืม...ตอนนี้คิดไม่ออกว่าหิวอะไร คุณลองเสนอมาบ้างสิ

ความรู้สึกมันเหมือนตอนที่ถามว่า วันนี้กินอะไรกันดี’ อะไรทำนองนั้นแหละ

ตอนนี้มีแค่ฉัน คำพูดดังมาพร้อมกับสัมผัสหยาบกร้านเลื่อนไล้มาตามลำตัวสร้างความรู้สึกแปลบปลาบบางอย่างที่บอกไม่ถูก ที่กินได้

เอ๋?”

กินมั้ย?”

เอ๋?

ท่ามกลางความสับสน จู่ๆ เอวของฉันก็ถูกกระชับแน่น แขนแข็งแกร่งรั้งตัวฉันเข้าไปหา

แต่ตรงนี้ไม่ได้” เขาเอ่ยพร้อมกับแหงนหน้ามองไปบนเพดานเล็กน้อย

“เอ๋ๆๆ เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยวก่อน...ขอฉันคิดแป๊บนึง”

ฉันพูดอู้อี้ฟังไม่ชัด สองแขนถูกยึดตรึงไว้จนขยับไม่ได้

ไม่ต้องคิดแล้ว

ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเขาก็ช้อนสองขาของฉันแล้วเปลี่ยนเป็นอุ้ม

คุณ!” ฉันหวีดร้องเสียงหลงพร้อมกับรีบเกาะไหล่หนาเอาไว้แน่นเพราะกลัวตก คุณทำอะไร อุ้มฉันทำ...

อุ้มท่าเจ้าหญิงไง

นะ...นี่เขา 

นี่เขาก็จำคำพูดนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย!





[Updates...100%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


ตอนพูดคำว่า 'ยาเสน่ห์' อีพี่น่าจะทำหน้าแบบนี้แหละ 5555

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks

แผนลวงสำเร็จแล้ว.... 

ไหนบอกถ้าน้องไม่อนุญาตพี่จะไม่ทำไง
อ้อๆๆ พี่ไม่ได้ถามว่าน้องอนุญาตหรือเปล่า
พี่ก็แค่...แค่หลอกล่อไง หลอกล่ออะ 555555555

ประทับตรา 02/04/20
........



ทั้งๆ ที่พระเอกพูดน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
แต่ดันเป็นคาแร็กเตอร์ที่เขียนยากชห. 555555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.837K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #6792 ppearpair (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 14:10
    โอ้ยยยย อิพี่55555
    #6,792
    0
  2. #6072 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 15:58

    55555จำแม่นมาก

    #6,072
    0
  3. #5692 Devil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 17:22
    อิพี่โคตรเสนอตัวอะ 555555
    #5,692
    0
  4. #4566 paryploy32 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:14
    ร้ายนะเราอ่ะ เก็บทุกรายละเอียด 5555
    #4,566
    0
  5. #4435 Ppeuppeu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:10
    จำได้ทุกช็อตเลยน่ะพ่อ
    #4,435
    0
  6. #4064 sattayarangsi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:07
    จำได้หมด เก็บทุกช็อตอ่ะ บอกเลออ อิอิอิ
    #4,064
    0
  7. #3687 kitten703 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:59
    เรื่องแบบนี้ล่ะจำดีจังงงงง
    #3,687
    0
  8. #2808 prang_94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:41
    พระเอกเสนอตัวเก่งมาก55555
    #2,808
    0
  9. #2521 thitaree6320 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:31
    ทุกรายละเอียดเลยนะจ้ะ
    #2,521
    0
  10. #2485 lovedear20 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 00:15
    อิพี่ร้ายอ่ะ...555
    #2,485
    0
  11. #2129 Bopazi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:14
    พูดคนละเรื่องเดียวกันรึเปล่า 55555555
    #2,129
    0
  12. #1655 Frongkanokpan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:49
    วงวารนาง คิดไม่ทัน
    #1,655
    0
  13. #1215 Amineen27 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 22:39
    555555พ่อทำไมเปย์อะ มีการอยากได้ไรก็เอาไปโอโห้พ่อออ
    น้องอมยิ้มคือไม่ไหวแล้วตลกนางอะ เปลี่ยนจากนั่งโซฟามาเป็นพื้น555555
    โอยอิพ่ออออลวงน้องมากกก รุ้แหละว่ารู้ความหมายว่าคนละหิว แต่คนมันอยากจะกินน้องนานละปะ5555
    #1,215
    0
  14. #1108 kulisara-k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 10:45
    ร้ายกาจจจ
    #1,108
    0
  15. #727 rasitasongphang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 11:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เเม่เจ้า
    #727
    0
  16. #672 wassi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 12:30
    ร้ายน้าาาาา
    #672
    0
  17. #440 bm kingdom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:49
    เป็นคนนิสัยยังไงไมารู้แต่ที่รู้คือล่อเก่งมากกกก
    #440
    0
  18. #438 16.1.13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:30
    งื้อออ กร้าวใจสุดๆ
    #438
    0
  19. #407 Venitah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 03:57
    อร๊ายยยยยยย
    จะเป็น ผช.ในแบบที่น้องต้องการเหรอคะ
    #407
    0
  20. #378 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 08:06

    มันหิวอย่างเดียวกันมั้ยล่ะคะอีพี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #378
    0
  21. #357 mildmelodyyy2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 00:07
    ใจบ่ดีเลยยยย รอน๊าสู้ๆ
    #357
    0
  22. #356 Thisisbeck_k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:42
    มีคนหิวกว่าาาาาา กี้ดดด
    #356
    0
  23. #355 seehamat009 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:36
    อร๊ายยยยยยยยสส
    #355
    0
  24. #354 pooky25092540puk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:43
    อีนี่รุกแรง ไม่ไหววว
    #354
    0
  25. #353 9ningnong9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:26
    พี่จำได้ทุกประโยค และจะทำตามนั้นด้วยยยย ชิมิ
    #353
    0