Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 16 : Hit me Hit you ; EP-15 : I need to hit on her [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,051 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 15

I need to hit on her



เช้าวันรุ่งขึ้นฉันที่กลับมาเป็นอมยิ้มคนเดิมก็มาเรียนตามปกติ แต่ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าทุกอย่างน่าจะกลับมาเป็นอย่างเดิมแล้ว แต่ทำไมความรู้สึกมันไม่เหมือนถูกปลดปล่อย กลับรู้สึกเหมือนพายุลูกใหญ่กำลังเข้ามาเลยล่ะ

ไม่สิ...มันไม่ใช่แค่เรื่องของพี่นายที่ฉันกังวลอยู่ แต่มันเป็นเรื่องของคนที่สะกดรอยตามซึ่งตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร และทำไปทำไมด้วยต่างหากล่ะ

ฉันกวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง เมื่อไม่พบความผิดปกติ ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

รู้สึกพักนี้ฉันจะแพนิคเกินไปแล้ว!

ในขณะนี้ฉันกำลังยืนอยู่หน้าตึก และอยู่ในระหว่างตัดสินใจว่าจะกลับบ้านเลยหรือว่าหาอะไรกินก่อน ทว่าขณะที่กำลังตัดสินใจจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากกระเป๋า

 

ติ๊ง!

เมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู บนหน้าจอล็อกก็ปรากฏข้อความมาจากแอปพลิเคชันไลน์

 

LINE

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

ออกมา

 

ข้อความสั้นห้วนเหมือนอย่างที่เขาชอบพูดไม่มีผิด

แต่ใช่แล้วล่ะ ใช่แล้ว เขาส่งข้อความมาหา ยิ้ม’ โทรศัพท์มือถือเป็นเบอร์ของ ยิ้ม’ ไม่ผิดแน่

แล้ว ออกมา’ ของเขาน่ะ จะให้ออกไปไหน 

เวลาคุยกันต่อหน้าก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่แล้ว เวลาส่งข้อความก็ช่วยพิมพ์มาให้มันเข้าใจง่ายๆ หน่อยไม่ได้หรือไง

ฉันเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า จะว่าไปเขาต้องการอะไรจากฉันอีก ก็เขานัดเจอกับ แย้ม’ และคุยกันรู้เรื่องไปแล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมอะ ทำไมยังมาวุ่นวายอยู่กับ นังยิ้ม’ อีกล่ะเนี่ย!

ระ...หรือว่าถูกจับได้!

ใบหน้าของฉันซีดเผือด ความสิ้นหวังเหมือนเมฆหมอกมืดดำที่วนเวียนอยู่ในใจ ฉันกัดริมฝีปากแน่น ทอดสายตามองไปยังถนนตรงหน้าตึกเรียน แล้วก็ได้ยินเสียงดังสั่นสะเทือนโสตประสาทที่ทำลายความเงียบสงบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เสียงบรื้นๆ จากท่อไอเสียของรถมอเตอร์ไซค์ดังมาถึงถนนด้านหน้าแล้วหยุดลงกะทันหัน

พี่นายคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ เขาคาบบุหรี่ครึ่งมวน คิ้วเข้มเลิกขึ้น สายตาเฉียบคมจับจ้องตรงจุดที่ฉันยืนอยู่

ออกมาของเขาคือแบบนี้เองสินะ...

แต่ว่า...เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ไหน แล้วทำไมถึงส่งข้อความมาได้ถูกจังหวะ

ไม่ใช่ว่าเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกันอยู่ตลอดหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง พี่นายก็ทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกสตอล์กเกอร์เลย

ให้ไว” เขาเอ่ยสั้นห้วน นิ้วมือเรียวถูบุหรี่ไปมาเรื่อยเปื่อยจนขี้บุหรี่ลอยไปไกล

เวลานี้เป็นช่วงเลิกคลาสเรียนพอดี นักศึกษาจำนวนมากจึงออกมายืนอยู่แถวหน้าตึกเรียน และใช่ เพราะพี่นายไม่ได้สวมหมวกกันน็อก และกำลังนั่งทำเท่อยู่บนมอเตอร์ไซค์ สายตาทุกคู่จึงพุ่งตรงไปยังเขา ยิ่งโดยเฉพาะสาวๆ ต่างก็หันไปมอง และบางคนถึงขนาดสะกิดเรียกเพื่อนเป็นทอดๆ อีกด้วย

เอาไงดี...

ถ้าฉันเดินไปหาเขาตอนนี้ได้ตกเป็นเป้าสายตาแน่!

“เร็ว” เขาออกปากเร่ง หว่างคิ้วย่นเข้าหากัน “หรือต้องให้ลงไปลาก”

ขู่เก่งกว่าหมา ก็พี่นายคนนี้นี่แหละ!

ฉันกัดฟันก่อนจะตัดสินใจจับกลุ่มปลายผมยาวทั้งสองข้างไขว้กันปิดใบหน้าให้เหลือเพียงดวงตา แล้วรีบเดินตรงไปหาโดยไม่ให้เขาสั่งซ้ำ

พี่นายมีธุระอะไรกับหนูอีกเหรอคะ” เสียงอู้อี้ถามอยู่ภายใต้เส้นผมของตัวเอง

ขึ้นมา” เขาสั่งอีกรอบก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่พลางเหยียบมันจนดับ

เอ่อ...ไปไหนคะ” ฉันถามอย่างลังเล “คือนี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว หนูต้องรีบกลับบ้าน มีรายงาน...”

“ขึ้นมา” เขายังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน “ฉันอารมณ์ไม่ดี อย่าให้พูดซ้ำซาก”

ทีแบบนี้ล่ะพูดยาวเชียว...

ฉันก้มหน้าเล็กน้อย รู้สึกขุ่นเคืองในใจอยู่หน่อยๆ

ทำไมเวลาคุยกับยิ้มทีไร ชอบทำเสียงเย็นๆ และขู่กันตลอดเลยล่ะ

 


ในที่สุดฉันก็ได้รู้สักทีว่าเขาพาฉันไปที่ไหน 

ก็เพราะพี่นายพามาที่บาร์ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราเจอกันครั้งแรกน่ะสิ!

เรามาที่นี่กันทำไมคะ

หิว

อย่าบอกนะว่าที่บอกอารมณ์ไม่ดีก็เพราะโมโหหิวน่ะ

แต่เอ่อ...คนปกติก่อนจะบอกว่าหิวต้องตอบว่า มาหาอะไรกิน’ ก่อนไม่ใช่เหรอ?

เฮ้อ...เล่นตัดคำซะเกือบจะไม่เข้าใจ นี่ดีนะที่ได้ยินไอ้คำแบบนี้จนเกือบจะชินแล้ว

เข้าไป” เขาทำหน้านิ่งขณะเชิดคางเป็นสัญญาบอกให้ฉันเดินนำเข้าไปด้านใน

ค่ะ ทราบแล้วค่ะ” 

ฉันพยักหน้าเร็วๆ ด้วยความขลาดกลัวและรีบก้าวนำเข้าไปด้านในอย่างว่องไวเหมือนได้รับคำสั่งจากพระราชา

พี่นายเดินตามฉันอยู่ข้างหลัง มีบ้างบางครั้งที่ระหว่างก้าวเดินจะเหลียวหลังไปมองเล็กน้อย เขาเดินตามมา ระยะห่างของเราไม่เกินหนึ่งเมตร ทุกอณูในร่างกายของฉันสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจนแม้จะไม่ได้ยินเสียงของเขาสักแอะเลยก็ตาม

แม้จะเดินอยู่ในบาร์แต่ท่าทีและการเดินของเขากลับเหมือนสัตว์ป่าที่เดินเล่นอยู่ในป่าไม่รีบร้อน

ไม่สิ...เหมือนตำรวจเดินตามผู้ต้องหา ไม่ให้หลบหนีระหว่างทางมากกว่า...

ฉันแอบหวั่นใจอยู่หน่อยๆ ด้วยความที่กลัวว่าเรื่องที่ตัวเองโกหกหลอกลวงเรื่องฝาแฝดจะโป๊ะแตกขึ้นมา

ใจเย็นๆ ต้องทำเหมือนไม่รู้จักที่นี่ ทำเหมือนไม่เคยมาที่นี่ เพราะตอนนี้เธอคืออมยิ้ม ท่องจำเอาไว้ ห้ามหลุดพูดหรือหลุดแสดงอาการอะไรออกไปเป็นอันขาด

ในระหว่างที่เดินผ่านเคาน์เตอร์บาร์ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยทัก

“อ้าวไอ้นาย วันนี้มึงมาคนเดียวอีกแล้วเหรอวะ” 

ฉันที่เดินนำหน้าถึงกับหยุดเดินแล้วเหลียวหลังไปมองก็เห็นว่าคนที่เรียกพี่นายก็คือบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นเอง

พูดอย่างสนิทสนมขนาดนี้ คงเป็นเพื่อนกันแน่ๆ

อ่า...เข้าใจแล้ว วันนั้นที่เขานั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์คนเดียวได้ก็เพราะมีเพื่อนเป็นบาร์เทนเดอร์นั่นเอง

“เปล่า” พี่นายส่ายหน้าก่อนจะใช้ปลายคางหันชี้มาทางฉัน “มากับหนูท่อ”

อีกแล้วเรียกกันว่าหนูท่ออีกแล้ว!

“อะไรนะ!” บาร์เทนเดอร์ถึงกับโน้มตัวมาข้างหน้าแล้วมองฉันสลับกับมองพี่นาย “อย่าบอกนะว่ามึงเจอ...”

“อืม” พี่นายเอ่ยเรียบๆ จากนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ เหมือนห้ามไม่ให้บาร์เทนเดอร์คนนั้นพูดอะไรออกมาอีก

อืมอะไรของเขา? 

แล้วทำไมต้องห้ามไม่ให้พูดต่อด้วย

“ไปหาโต๊ะนั่ง” พี่นายมองมาทางฉันแล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ “สั่งอาหารเผื่อด้วย”

“แล้วพี่จะกินอะไรล่ะคะ” ฉันนิ่วหน้าเล็กน้อย จู่ๆ ก็ให้สั่งเผื่อเนี่ย จะรู้ไหมว่าเขาจะกินอะไร

“สั่งไปเถอะ” เขาเอ่ยเหมือนรำคาญ เหมือนอยากจะไล่ให้ฉันไปจากตรงเคาน์เตอร์บาร์เร็วๆ “กินได้หมด”

ไอ้กินได้หมดนี่คงเป็นอะไรก็ได้สินะ

เดี๋ยวแม่ก็สั่งงูเห่าผัดพริกแกงให้ซะเลยนี่!

“ค่าาาาา เข้าใจแล้วค่ะ พี่นายไม่ใช่คำนำหน้า” 

ฉันย่นหน้าก่อนจะรับคำอย่างประชด จากนั้นก็เดินไปหาโต๊ะว่างซึ่งจงใจไม่ให้อยู่ห่างจากเคาน์เตอร์บาร์มากนัก 

และพอฉันทิ้งตัวลงนั่ง บริการก็เดินเข้ามาต้อนรับทันที

ในระหว่างที่รอพี่นาย ฉันก็สั่งอาหารไปสองสามอย่างพร้อมกับพยายามอ่านปากของเขาว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แต่จนแล้วจนรอดก็มีเพียงแค่ฝ่ายบาร์เทนเดอร์ที่ขยับปากพูด เพราะพี่นายทำเพียงแค่พยักหน้าและส่ายหน้าเท่านั้น

คุยเรื่องอะไรกัน?

แล้วทำไมตอนคุยกันบาร์เทนเดอร์ต้องเหลือบหันมามองฉันเป็นครั้งคราวด้วย

นินทา... นินทากันอยู่แน่ๆๆๆ

และในตอนที่ฉันชะเง้อมองไปทางเคาน์เตอร์บาร์ ตรงหางตาก็เห็นแวบๆ อยู่เหมือนกันว่ามีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมาทางนี้ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ แต่พอมีเสียงทักทายเท่านั้นแหละ...

“อมยิ้มใช่ไหมเนี่ย!

“อ้าววินเองเหรอ!?” ฉันจำได้ทันทีว่าคนที่เอ่ยทักเป็นใคร วินเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมห้องและเป็นผู้ชายที่นิสัยดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ “ไม่เจอกันนานเลย”

“ใช่ๆ เราไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย”

“หลายปีได้แล้วมั้ง” ฉันมองเพื่อนเก่าอย่างเบิกบานใจ “เพราะวันงานเลี้ยงรุ่นวินก็ไม่มานี่”

“พอดีวินติดธุระน่ะ” เขายกมือเกาต้นคอแล้วเสหน้ามองไปทางอื่นเหมือนไม่ยอมสบตากัน “ว่าแต่...ยิ้มสวยขึ้นนะเนี่ย”

“ไม่หรอก” ฉันตอบอย่างเขินอาย “วินอย่าพูดอะไรให้มันเวอร์เลยน่า”

“จริงๆ นะ” วินยิ้มบางๆ “วินไม่ได้พูดโอเวอร์เลย”

“จะยังไงก็ช่างเถอะ ขอบคุณนะ”

“อืม” วินพยักหน้าใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส “แล้วตอนนี้ยิ้มสบายดีหรือเปล่า”

“สบายดี แล้ววินล่ะ...”

ปึก!

ในขณะที่เราสองคนกำลังรำลึกความหลังกันอย่างสนิทสนม จู่ๆ ก็มีเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะอย่างแรง มันแรงมากขนาดทำให้ของเหลวสีอำพันที่อยู่ในนั้นหกเลอะไปโดนเสื้อของวินเข้าอย่างจัง

“มีธุระอะไร”

น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ไม่รู้เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“นี่...คุณ...” วินจ้องเจ้าของแก้วเหล้าเขม็ง

“ถ้าไม่มีหลีกทางด้วย” พี่นายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา นัยน์ตาสาดประกายขึ้นวูบหนึ่ง 

“นี่คุณนั่งโต๊ะนี้เหรอ?”

“...” พี่นายไม่ตอบคำถามกลับทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามฉันอย่างแรง

เอ่อ...ชักจะยังไงๆ อยู่

ฉันกะพริบตามอง แต่พี่นายเอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าเหมือนกินของบูดเข้าไป ดูก็รู้ว่าจงใจและไม่คิดจะขอโทษด้วย

“วิน” ฉันเรียกเพื่อนอีกครั้ง เป็นห่วงอีกฝ่ายเพราะเสื้อเปื้อนเหล้าแบบนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์ได้ติดตัวแน่ “ยิ้มว่าวินรีบไปทำความสะอาดเสื้อที่ห้องน้ำเถอะ”

“ไม่เป็นไรหรอก” วินส่ายหน้าพลางใช้หลังมือปัดเสื้อของตัวเองอย่างลวกๆ “เปื้อนแค่นิดหน่อยเอง”

“งั้นเดี๋ยวยิ้มช่วยนะ...” 

“ไม่ต้อง”

ทว่าเพิ่งจะยื่นมือไปได้ครึ่งทาง ฉันก็ต้องชะงักเพราะน้ำเสียงหนักแน่นเฉียบขาดของใครบางคน

“จะไปได้ยัง” พี่นายเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตายิ่งน่าสะพรึงกลัว “มันรบกวน”

วินข่มอารมณ์ ทำเป็นไม่สนใจพี่นายแล้วหันมาพูดกับฉัน “เดี๋ยวเราค่อยติดต่อกันนะ” 

“ได้ๆ”

“แล้วเจอกันนะยิ้ม” 

“อือ บ๊ายบาย” พอฉันยกมือขึ้นโบกทว่ากลับถูกฝ่ามือเรียวของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกดลงไปกับโต๊ะทันที

อะไรของเขาเนี่ย!

บอกลาเพื่อนก็ไม่ได้ โบกมือให้เพื่อนก็ไม่ได้อีก!

พอเห็นเงาร่างของอีกฝ่ายหายลับไปจากบาร์ พี่นายถึงได้ดึงมือออกไป สีหน้าของเขายังคงบูดบึ้งและดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีมากกว่าตอนที่บอกให้ฉันขึ้นรถมาซะอีก

“พี่นายเป็นอะไร” ฉันอดที่จะถามออกไปไม่ได้ “หงุดหงิดอะไรของพี่เนี่ย?”

“ไม่รู้” 

“จะไม่รู้ได้ไง” ฉันนิ่วหน้า “ก็ดูทำหน้าเข้าสิ”

ปกติก็ไม่ค่อยจะยิ้มอยู่แล้ว แต่ยิ่งพอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก็ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่

เหมือนตอนนี้กำลังสวมบทบาทเป็นฆาตกรโรคจิตอย่างนั้นเลย

“หรือว่าโมโหหิวคะ”

“มั้ง”

“มั้งอะไรอีกล่ะ?” เอาอีกแล้ว ไอ้พูดออกมาเป็นคำๆ เนี่ย

“โมโหเธอมั้ง”

“หือ?” หว่างคิ้วของฉันย่นเข้าหากัน “โมโหหนูทำไม?”

“ไม่รู้” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา ทั้งยังนั่งกอดอกหลับตาเหมือนไม่อยากคุยกับฉันอีก “คิดเองสิ”

อะไรของเขา...

นี่ฉันต้องพูดว่าอะไรของเขาไปสักอีกกี่ครั้งกัน!

โมโหฉันเรื่องอะไร แล้วไอ้บอกให้คิดเองเนี่ย ฉันจะไปรู้หัวจิตหัวใจของเขาได้ยังไงกัน!

ประหลาดคน เป็นผู้ชายเข้าใจยากเกินไปแล้ว!

“พี่นาย...”

“ไร”

“พี่ไม่อยากรู้เหรอว่าผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร”

ที่ถามน่ะ เพราะฉันอยากรู้เหลือเกินว่าเขาได้ยินบทสนทนาระหว่างฉันกับวินไปมากน้อยแค่ไหน

“ไม่จำเป็น”

เอ่อ...จริงสินะ เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคนที่เข้ามาคุยกับฉันเป็นใคร

“แล้วพี่...” ฉันลังเลเล็กน้อย “เอ่อ...พี่นายได้ยินอะไรไปบ้างเหรอคะ”

ด้วยกลัวว่าความจะแตก ฉันจึงทำใจกล้าถามประโยคนี้ออกไป ถึงแม้มันจะเป็นคำถามส่อพิรุธก็เถอะ แต่ถ้าเขาได้ยินตั้งแต่แรก ฉันก็จะได้หาเรื่องแถต่อไป ไอ้ทำนองแบบว่าฉันกับแย้มชอบเล่นบทสลับตัวกันอะไรทำนองนี้ 

เวลานี้พี่นายก็เอาแต่ทอดสายตามองฉันที่เริ่มแสดงท่าทีอึดอัดวิตกกังวลจนถึงขนาดนั่งกัดนิ้วตัวเอง แม้ว่าเขาจะกำลังทำท่าทางนิ่งเฉย แต่กลับทำให้ฉันหวาดกลัวได้ไม่ยากเลย

“ไม่ได้ฟัง”

จริงเหรอ!

เขาไม่ได้ฟังจริงๆ เหรอ!

“งั้นทำไมพี่ถึงจงใจทำเหล้าหกเลอะเสื้อเขาด้วยล่ะ”

“มือลั่น”

“เอ๋?” ฉันเอียงคอมองอย่างสงสัย มือลั่น?

“ช่างเถอะ” เขาส่ายหน้า เรื่องผู้ชายคนนั้น หรือเรื่องที่คุยกัน สำหรับฉันมันไม่ใช่ปัญหา”

เขาพูดยาวมากกว่าปกติ เหมือนอยากจะจบบทสนทนานี้ไปเร็วๆ

แต่คำพูดของเขาเหมือนกำลังบอกฉันว่า ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะเป็นใครก็ช่าง บทสนทนาจะเป็นยังไงก็ไม่สน หรือแม้แต่เวลานี้ฉันจะสวมบทบาทเป็นใครก็ไม่แคร์ เพราะทั้งหมดนั่นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ...ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง

อยากจะพูดอะไรออกไปสักอย่าง แต่เหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในหลอดลม

“แต่ที่หงุดหงิด... เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น เพราะฉันเป็นคนพาเธอมา ถ้าอยากจะจีบกัน ก็รอให้ฉันเสร็จธุระกับเธอก่อน”

โอเค...เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วล่ะ

มันเป็นแบบนี้นี่เอง...

ถึงว่าทำไมถึงได้ทำตัวเสียมารยาท ไล่คนอื่นออกไปหน้าตาเฉยแบบนั้น!

เขาไม่รู้ว่าวินเป็นเพื่อนของฉัน และไม่ได้ฟังว่าเราคุยอะไรกันด้วย

ใช่แล้ว ทุกสิ่งอย่างมันไม่ใช่ปัญญาสำหรับเขา 

และไม่มีเรื่องอะไรที่เขาต้องเอามาใส่ใจด้วย

เย็นชามาก เย็นชามากเกินไปแล้ว!

“งั้นพี่นายก็รีบพูดธุระมาสิคะ”

“...” 

คราวนี้เขาเงียบไม่พูดอะไร แต่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยฉันจึงพูดต่อ

“ก็ถ้าพี่พูดจบแล้วหนูจะได้ตามวินออกไป” ฉันพูดพลางเหลียวหน้าไปมองด้านหลังเล็กน้อย “เราจะได้ไปจีบกันที่อื่น ส่วนพี่ก็จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดแบบนี้ไง”

“หึ” และคำตอบของเขาก็คือส่งเสียงหึออกมาหนึ่งคำ

อะไร...ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้เลย

หลังจากนั้นไม่นานอาหารถูกนำมาเสิร์ฟจนครบ พี่นายที่ตอนแรกบอกว่าหิว ทว่าเขากลับไม่แตะข้าวในจานเลยสักเม็ด ซ้ำเอาแต่ดื่มเหล้าออนเดอะร็อกที่บาร์เทนเดอร์นำมาเสิร์ฟด้วยตัวเองไปอย่างเงียบๆ ตอนแรกฉันก็คิดจะห้ามเขาอยู่หรอกนะ เพราะเขาขับมอเตอร์ไซค์มา แต่ก็รู้ว่าเขาคงจะอารมณ์ไม่ดีมากๆ เลยเตือนตัวเองว่าอย่าหาเหาใส่หัวน่าจะดีกว่า

ระหว่างนี้และก่อนหน้านี้ไม่มีการสนทนาพาทีระหว่างเราเลย เพราะหลังจากที่เขาสั่งให้จัดการกับของกินที่ตัวเองเป็นคนสั่งมาให้หมด ฉันก็เลยมัวแต่จัดการกับของกินตรงหน้า ไม่เว้นแม้แต่ของหวาน ฉันก็ซัดไปจนเกลี้ยงโดยไม่ให้เขาต้องสั่งซ้ำ

เอาล่ะ...เขาคงจะเห็นแก่มารยาท รอให้ฉันกินอิ่มก่อน จากนั้นก็คงพูดธุระแล้วค่อยแยกย้ายกันล่ะมั้ง

แต่ผ่านไปสิบนาทีแล้ว เขายังปิดปากเงียบ ซ้ำดื่มเหล้าไปเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

เอ่อ...พี่นาย...” ไม่ไหวๆ ขืนรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อน ฉันคงได้นั่งรอจนรากงอกอยู่ตรงนี้แน่ๆ พี่นายมีธุระอะไร ช่วยรีบพูดมาไวๆ ไม่ได้เหรอคะ?” 

เขาจ้องหน้าฉันด้วยแววตาจริงจังก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

รักผู้ชายคนนั้นมาก

คะ?” ในวินาทีที่สบตากันกลับกลายเป็นร่างของฉันสะดุ้งเฮือก พะ...พี่นายพูดว่าอะไรนะคะ

แฝดเธอ ขณะพูดทั้งสีหน้าและแววตาล้วนเย็นชาปราศจากอารมณ์ความรู้สึก รักแฟนเก่ามาก

หนูจะไปรู้ได้ไง” ฉันยกมือขึ้นเกาต้นคอของตัวเอง อะไรของเขาเนี่ย “ทำไมพี่นายไม่ไปถามแย้มเองล่ะ

บ้าจริง พูดโง่ๆ ออกไปแล้ว

เล่นไปพูดแบบนั้นก็เหมือนไปปูทางให้เขาอยากเจอ ‘แย้ม’ อีกครั้งน่ะสิ!

แต่ฉันก็อดแปลกใจไม่ได้จริงๆ ถ้าเขาอยากรู้เรื่องนี้ ทำไมไม่ถามนังแย้มตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมเอาคำถามแบบนี้มาถามฉันล่ะ เอ่อ...ก็รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน แต่เขาไม่น่าจะรู้สักหน่อย (มั้ง) แล้วทำไม...ทำไมไม่ถามตั้งแต่ตอนที่อยู่กับแย้มล่ะ

หรือว่าเพิ่งคิดได้?

...

อีกแล้ว เดดแอร์’ ใส่กันอีกแล้วนะ!

ถ้าพี่นายมีเรื่องจะพูดแค่นี้ งั้นหนูขอตัวก่อน” ฉันลุกพรวดขึ้นประหนึ่งถูกไฟช็อตหัวเข่ากระแทกกับโต๊ะอย่างแรงจนทำให้ช้อนส้อมกระทบกับจนส่งเสียงดังแกร๊ก

โอย...เจ็บๆๆ

น่าอายชะมัดเลย

หัวเข่ายังปวดตุบๆ อยู่ แต่ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร และจะเดินออกไปโดยแสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้าน

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกไป แต่พี่นายกลับฉวยแขนของฉันไว้ แล้วดึงให้ร่างของฉันกลับไปนั่งตามเดิม เมื่อตั้งสติได้ฉันก็ทำตาโตโดยที่แววตายังคงดูสับสน

แม้หัวเข่าที่กระแทกโต๊ะเมื่อกี้ก็ยังคงเจ็บแปล๊บๆ อยู่ รวมถึงใบหน้าที่ร้อนวาบขึ้นเมื่อต้องประจันกับเขาอีกครั้ง แต่น่าขำตรงที่ดูเหมือนแขนที่ถูกจับอยู่จะรู้สึกร้อนมากกว่า

พะ...พี่นาย” สายตาของเขาทำเอาฉันตกใจและกระวนกระวายขึ้นมาอีกระลอก คือช่วยปล่อยมือ...เอ่อ”

ฝากไปบอกแฝดเธอด้วย” เขาเอ่ยเรียบๆ แต่ดวงตาทอแววอันตราย ซ้ำยังออกแรงบีบท่อนแขนของฉันแน่นไม่ยอมปล่อย ฉันเป็นประเภทที่อยากได้อะไรแล้วก็ต้องได้

เอ๊ะ?” 

ทำไม... ทำไมเขาต้องฝากฉันไปบอก

ทำไม.. ทำไมเขาไม่ส่งไลน์ไปบอกเองล่ะ

แล้วก็ทำไม...ทำไมต้องทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ขณะพูดประโยคนั้นออกมาด้วย

ไอ้ประเภทที่อยากได้อะไรก็ต้องได้น่ะ มันหมายความว่าไง?

ขณะที่ฉันกำลังสับสน ความคิดตบตีกันให้ยุ่ง พี่นายก็เอ่ยออกมาอีกหลายประโยค

ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็จะทำ

คำพูดของเขาทำให้สมองของฉันเกิดเป็นช่องว่างที่ถูกปิดตาย

เตรียมใจเอาไว้ เพราะคนอย่างฉันพูดจริงและทำจริง

ฉันค่อยๆ ทำความเข้าใจคำพูดของเขา คิ้วทั้งสองข้างค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน 

อย่าบอกนะว่า!?

นี่พี่นายชอบ แย้ม’ มากขนาดนั้นเลยเหรอ!?” ฉันไม่ลืมเน้นเสียงตรงคำว่าแย้ม

ไม่ได้ชอบแย้ม” เขาปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉยแทบจะไม่เว้นจังหวะคิดแม้สักวินาทีเดียว 

คำพูดตรงไปตรงมาของเขา ทำเอาหน้าของฉันชาไปวูบหนึ่ง

ไม่ได้ชอบแล้วทำไมถึงได้บอกว่าจะรับผิดชอบ

ไม่ได้ชอบแล้วทำไมถึงต้องมาถามด้วยล่ะว่าแย้มน่ะรักแฟนเก่ามากเลยเหรอ?

แต่ไม่สบอารมณ์ยิ้ม

เวลานี้นอกจากความสับสน ในสมองก็มีแต่ความสับสน งุนงงจนคิดอะไรไม่ออก ฉันไม่ได้ยินแม้แต่คำพูดต่อมาของเขาเลยด้วยซ้ำ...

“เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ”

“ไม่ได้ชอบ” เขาเอ่ยซ้ำคำเดิม “แต่ไม่สบอารมณ์”

ไม่ต้องย้ำก็ได้ว่าไม่ได้ชอบ!

แต่สรุปแล้วคือไม่ได้ชอบ แต่ไม่สบอารมณ์อะนะ?

เอ๋?...ไม่ใช่ว่าที่ไม่สบอารมณ์ก็เพราะถูกปฏิเสธหรือเปล่า?

พี่ไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อนงั้นเหรอ?”

เอ๊ะ? นี่ฉันหลุดถามอะไรออกไป ถามแบบนี้ก็เท่ากับว่าตัวเองยอมรับกลายๆ ว่าเป็นแย้มไม่ใช่เรอะ!

ไม่สิๆๆ ถ้าเขาย้อนกลับมา ฉันก็จะแถไปว่า แย้ม’ เล่าให้ฟัง

ไม่เคย

จริงเหรอ?” ฉันนิ่วหน้าลง พี่ไม่เคยจริงๆ เหรอเวลาที่จีบผู้หญิงแล้วจะถูกปฏิเสธบ้างน่ะ?”

ฉันถามอย่างสงสัย ก็แบบว่าด้วยนิสัยที่พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องของเขา มันต้องมีบ้างล่ะที่พวกผู้หญิงจะเผ่นหนีเพราะขี้เกียจทำความเข้าใจเวลาคุยกันน่ะ

แต่พูดไปพูดมาก็เหมือนเข้าข้างตัวเอง ตอนที่คุยกับแย้ม เขาก็ไม่ได้พูดออกมาสักหน่อยว่า ฉันกำลังจีบเธออยู่’ ใช่แล้วล่ะ เขาไม่ได้พูด...

ไม่เคย

เขายังคงตอบคำถาม และไม่มีจะย้อนถาม หรือสงสัยอะไรเลย

แปลก... มันเป็นบทสนทนาที่แปลกมาก 

ไม่เคยนี่หมายความว่า?”

ไม่เคยจีบ

ไม่เคยจีบก็เลยไม่เคยถูกปฏิเสธน่ะเหรอ?”

โอ๊ย! นี่ฉันเป็นบ้าอะไร ทำไมเอาแต่ย้อนถามประโยคซ้ำไปซ้ำมา

ก็เขาน่ะไม่เคยจีบ ก็เลยไม่เคยถูกปฏิเสธอยู่แล้วน่ะสิ!

ใช่

พี่ก็เลยไม่สบอารมณ์น่ะเหรอ?”

“…” เหมือนเขาจะขี้เกียจตอบแล้ว

ก็ใช่แหละ เมื่อกี้ฉันเองยังบอกตัวเองอยู่หยกๆ ว่าทำไมชอบถามอะไรซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็นะ...มันหยุดปากตัวเองไม่ได้นี่

แต่หนูสงสัย?” หว่างคิ้วของฉันย่นเข้าหากันมากกว่าเดิม พี่มาบอกหนูทำไม

บอกเพราะ…”

เพราะ?”

ถ้า แย้ม’ ไม่คบ คนชื่อ ยิ้ม’ ต้องคบแทน

เมื่อวานยังขอคบอีกคน แต่วันนี้ก็บอกให้อีกคนคบแทนเนี่ย มันฟังเข้าท่าเหรอ?

ไม่ไหวแล้ว แบบนี้มันสุดจะทนแล้ว!

หนูขอความสมเหตุสมผลกับเรื่องนี้หน่อย!” ฉันถลึงตามองอย่างโมโห พี่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝาแฝดหนูนะ แล้วแบบนี้จะให้หนูคบกับพี่ได้ยังไง!

...

หรือพอถูกแย้มปฏิเสธ พี่ก็คิดจะให้หนูเป็นตัวแทนอย่างนั้นเหรอ!

...

คิดแค่ว่าหน้าตาเหมือนกัน ก็เลยเป็นใครก็ได้งั้นสิ!

...

บอกเลยนะว่าหนูไม่โอเค ไม่โอเคเลยสักนิด!

ฉันโกรธจนเหมือนลมปราณแตกซ่านกลายพันธุ์เป็นก็อตซิลล่าพ่นไฟออกมาได้!

ไม่คิดเลย...ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชายแบบนี้

ความผิดหวังคืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจ

ใช่แล้วล่ะ ใช่แล้ว ไอ้ข้อสันนิษฐานที่เขาหิ้วผู้หญิงกลับบ้านเป็นประจำน่ะ มันคงเป็นเรื่องจริงไม่ผิดแน่

ไหนล่ะ...ไหนเคยบอกว่า ไม่เคยพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในร้าน’ แสดงว่านั่นเป็นเรื่องโกหกเพื่อหลอกให้ฉันตายใจ หลอกให้เหยื่อที่หมายตาไว้ให้หลงเชื่อว่าตัวเองเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวที่เขาพามา

ก็เข้าใจแหละว่าพี่นายเป็นหนุ่มเนื้อหอม ไม่แปลกที่จะมีสาวๆ เข้ามาจีบเยอะ และคงคบกันด้วยความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ที่เรียกวันไนต์สแตนด์ 

แต่ทั้งๆ ที่เมื่อวานฉันพยายามทำความเข้าใจไอ้เรื่องความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถทำความเข้าใจได้อีกแล้ว ยิ่งโดยเฉพาะตรงคำพูดที่บอกว่า คนชื่อยิ้มต้องคบแทน’ เนี่ย เป็นใครจะรับไหว

ต่อให้เป็นคนคนเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่โอเค ไม่โอเคมากๆ!

ยะ...แย่ที่สุด! ถึงฉันเองจะเป็นฝ่ายผิดที่ชวนเชิญเขาก่อน ถึงฉันจะเป็นคนคนเดียวกันก็เถอะ แต่มันก็รับไม่ได้กับการที่เขาเห็นฉันเป็นตัวตายตัวแทนนี่นา คนเจ้าชู้!

เขามองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ใคร?”

นี่เขายังไม่รู้ตัวอีกงั้นเหรอ!

คุยกันอยู่สองคน ฉันคงว่าตัวเองอยู่ละมั้ง!

พี่นายไง” ฉันยกนิ้วชี้หน้าเขา มันจะเป็นใครได้อีกล่ะคะ!

พอฉันบอกแบบนั้นสีหน้าของพี่นายเริ่มเจือแววหงุดหงิด

ทำไมเป็นแบบนั้นไปได้

จะให้พูดออกไปเหรอว่าเพราะเขาชอบหิ้วผู้หญิงกลับมา

จะให้พูดเหรอว่าเขาไม่เห็นค่าอะไรในตัวผู้หญิง

หรือจะให้พูดเรื่องว่าเขาน่ะเห็นฉันเป็นแค่ตัวตายตัวแทนของผู้หญิงที่เขาถูกปฏิเสธ!

ไม่ได้! จะให้ฉันพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง!

แม้อยากจะพูดออกไปใจแทบขาด อยากตะโกนบอกสิ่งที่อยู่ในใจให้เขารับรู้ แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะถ้าขืนพูดแบบนั้น มีหวังเรื่องที่ฉันกับแย้มเป็นคนเดียวกันได้โป๊ะแตกตอนนี้แน่

ฉันรู้สึกเดือดพล่านไปทั้งตัว 

โทสะในใจจะระเบิดออกมาไม่ได้ กลืนกลับเข้าไปก็ไม่ได้ ทำเอาเกือบจะช้ำในตาย!

ก็เพราะคำพูดของพี่ไง ทำไมยังจะกล้าย้อนถามออกมาอีก!”

สิ้นคำพูดของฉัน ใบหน้าของพี่นายก็เปลี่ยนสี เขาเหมือนราชสีห์ที่ถูกยั่วโทสะ สีหน้าดุร้ายเหมือนอยากจะบีบคอของฉันให้ตายคามือ

“เธอนี่ยั่วโมโหเก่งพอๆ กับทำเรื่องโง่ๆ”

ร่างกายของฉันแข็งเป็นตุ๊กตาหินไปในทันที

นี่เขา...เขากำลังด่าฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย!

ตอนแรกคิดว่าสนุก แต่ตอนนี้ไม่สบอารมณ์แล้ว

 

 


 

 





[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"ออกมา"



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks



พ่อโกรธแล้วนะ!

ไม่รู้ว่าสรุปอีพี่นายแกงน้อง

หรืออีไรต์เนี่ยกำลังแกงนักอ่าน 55555555



เป็นนิยายที่พระเอกนางเอกคุยกันเยอะมาก

แต่ได้อะไรมั้ย?

ก็.....ไม่ ฮ่าๆๆๆๆๆ



......





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.051K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #6172 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:41

    พพี่โกรธแล้ว

    #6,172
    0
  2. #5727 Devil (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 00:32
    พ่อระเบิดแล้วลูกกก
    #5,727
    0
  3. #5483 LILIT.A (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:52

    ยิ้มลูก ไม่ว่าจะที่หนูพูกมาทั้งหมดมันคือตัวหนูไงลูก หนูโกธรตัวเองหรอลูก5555 พี่นายโมโหใหญ่แล้วววว

    #5,483
    0
  4. #3823 AmonwadeeSihanam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:36
    สนุกมากค่ะ
    #3,823
    0
  5. #3709 byuntp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 08:13
    เริ่มไม่สบอารมณ์เหมือนพี่นายละ ยิ้มเธอไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้ เธอโกหกไม่เนียนขนาดเพื่อนเธอยังคิดว่าพี่นายแกงเธอเลย อึดอัดๆ รู้ความจริงเร็วๆ สักทีเถอะพี่เค้าไม่ได้โง่นะ
    #3,709
    1
    • #3709-1 Taeng_Khwanrudee(จากตอนที่ 16)
      20 พฤษภาคม 2563 / 20:40
      ใช่ๆๆๆๆๆ
      #3709-1
  6. #3695 KannikaKhoburee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:47
    แงง ไรท์เขียนดีมากเลยย กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ รีดฟินตัวแตกกก~~~
    #3,695
    0
  7. #3694 cewnhiaz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:57
    ยิ้มลูกกกก หนูไปหลอกพี่เขาก่อนมั้ยอะ
    #3,694
    0
  8. #3693 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:25
    อิพี่เดือดแล้ว จะม่เล่นละครแล้ว ซวยๆ อิยิ้ม
    #3,693
    0
  9. #3692 kitten703 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:51
    ฉันก็เริ่มจะไม่สบอารมณ์แล้วเหมือนกัน ความสัมพันธ์ไปมากกว่าเรื่องแย้มได้ไหมอะ เหมือนวนอยู่ในอ่างเลย โทษนะคะ 🙏
    #3,692
    0
  10. #3691 Magarita15 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 22:46
    เอาแล้วว โมโหแล้วเด้ออ
    #3,691
    0
  11. #3685 Cream_2546 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:59
    โมโหแล้วจ้า
    #3,685
    0
  12. #3684 จีที (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:10
    แงพ่อโกรธแน้วววว น้องงงงภัยกำลังมาหาน้องแล้วนะ
    #3,684
    0
  13. #3683 Nattaya0411 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:50
    หงายไพ่เลยพี่นาย
    #3,683
    0
  14. #3682 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:57

    บอกๆ นางไปเถอะ ดุท่านางคงคิดว่าตัวเองฉลาดอ่ะนะพี่นาย

    #3,682
    0
  15. #3681 R.SS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:55
    อะอ้าวววว พ่อองค์ลงละจร้าาาา
    #3,681
    0
  16. #3680 mOo nOii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:54
    อิพี่กะหลอกน้องเล่นขำขำ แต่พออิน้องแถไม่เลิก อิพี่เลยไม่หนุกแล้ว
    #3,680
    0
  17. #3679 nokkahuk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 16:27
    ให้คำนิยามพี่นายยังไงดีนะ กุมขมับ 55555
    #3,679
    0
  18. #3678 PinkZa547 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:57
    อิพี่ไม่ค่อยชัดเจนเลยน้องเขาคงไม่สบอารมณ์เเทนละทีนี้พูดไม่ค่อยเข้าใจเลยฉันลำเเทน
    #3,678
    0
  19. #3677 -*BennY*- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:50
    อึดอัดอ่ะ คนอื่นไม่ได้รับรู้ความคิดเราไปทุกเรื่องนะ ยิ่งคนเพิ่งเจอกันด้วยใครจะเข้าใจว่าต้องการอะไร
    #3,677
    1
    • #3677-1 PinkZa547(จากตอนที่ 16)
      15 พฤษภาคม 2563 / 15:55
      เห็นด้วย+++
      #3677-1
  20. #3676 comtoontrans (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:46
    อ่าพ่อเค้าคงโกดแระ

    พ่อถ้ายังมัวอมำกุลยุอะ อดแดกอะพ่อ55555ดุน้องมันกะเอ๋อเกิ๊น
    #3,676
    0
  21. #3675 #Amnessia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:18

    เฮ้ออออ เป็นคนชอบพูดห้วน สั้น ไม่เป็นประโยคแบบอิพี่เหมือนกันนะ เพราะคิดว่าพูดยาวไปก็ไม่มีประโยชน์อ่ะ เหนื่อยป่าวๆ แต่พอเจออิพี่เข้าไป....เอ้อออ โล่งใจ อย่างน้อยเราก็คุยรู้เรื่องกว่าพี่มัน
    #3,675
    0
  22. #3674 อารี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 14:23

    ไม่พูดเยอะเจ็บคอพี่นายกล่าวไว้5555

    #3,674
    0
  23. #3673 firstzy93 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 14:14
    ไม่สบอารมณ์แล้วจ้า
    #3,673
    0
  24. #3672 คุวะอึน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 13:42
    55555555 หึงด้วย ไม่สบอารมณ์ด้วยเหรอตะคุณพี่
    #3,672
    0
  25. #3671 jupiter-nan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 13:37
    พี่นายไม่สบอารมณ์ ยิ้มจะยิ้มไม่ออกแล้วนะเอออ 🤣
    #3,671
    0