Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 15 : Hit me Hit you ; EP-14 : Just go with it [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,138 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 14

Just go with it



ในที่สุดวันเสาร์วันแห่งพิพากษาก็มาถึง

เวลานี้ฉันยืนอยู่หน้ากระจก มองดูตัวเองที่แปลงโฉมเป็นสาวเปรี้ยวในคืนนั้น

เสื้อสายเดี่ยวสีดำกับกระโปรงยีนปล่อยชายรุ่ยสีเดียวกัน และทับด้วยแจ็กเก็ตหนังแบบพอดีตัว

แว่นตาถูกทอดทิ้ง แทนที่ด้วยคอนแทกเลนส์สีน้ำตาลอ่อน

เอาล่ะ

เสื้อผ้า...ผ่าน

ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอาง...ก็ผ่าน

แต่ว่า...

แกว่ามันเนียนปะวะ” ฉันพูดพลางจับปลายผมสีทองขึ้นมาดู

ไม่เลย” ไอ้เบลล์ส่ายหน้า เขาจับได้แน่นอนว่าแกใส่วิก

แล้วทำไงดีอะ” ฉันย่นหน้า จะให้โกรกผมทองอีกรอบก็ไม่ไหว ได้เอาผมไปกวาดพื้นแทนไม้กวาดแน่

อีกอย่างต่อให้ไปโกรกผมทองใหม่ ก็ใช่ว่าจะได้เฉดสีเดิมอีก

อืม จริง

เอาเหอะ” ฉันพ่นลมออกจมูกอย่างแรง ถูกจับได้ว่าใส่วิกก็ค่อยหาเรื่องแถ เพราะฉันคงไปเจอเขาครั้งเดียว

แกแน่ใจเหรอว่าจะได้เจอเขาแค่ครั้งเดียว” ไอ้เบลล์ทำหน้าจริงจัง “ถ้าฉันเดาไม่ผิด นิสัยอย่างพี่นายน่ะไม่มีทางปล่อยแกไปง่ายๆ แน่”

ยะ...อย่าขู่กันตั้งแต่ฉันยังไม่ได้ไปเจอเขาเซ่ะ!

“จะยังไงก็ช่างเถอะ ฉันต้องไปแล้ว” ฉันคว้ากระเป๋ามาสะพายก่อนจะสวมรองเท้า “ได้เรื่องยังไงจะกลับมาเล่าให้ฟัง”

“แกแน่ใจนะว่าจะได้กลับ” ไอ้เบลล์ที่เดินออกมาส่งเลิกคิ้วมองอย่างเจ้าเล่ห์

“นี่แกอย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิ!

“ฮ่าๆ” ไอ้เบลล์หงายหน้าหัวเราะก่อนจะดันหลังของฉันให้พ้นประตู “ไปดีมาดีนะ”

ไปดีมาดีอะไร ทำอย่างกับส่งลูกเข้าเรียนอนุบาลแน่ะ!

หลังจากนั้นฉันก็รีบหยุดคิด ออกจากบ้าน แล้วโบกแท็กซี่

ไม่นานก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อลงจากรถแท็กซี่ ฉันก็ยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า

เอาไงดี จะส่งไลน์ไปบอกเขาว่า ถึงแล้ว’ ฉันก็ลืมเอาไอแพดมาซะด้วย!

และเพื่อสำรวจความเคลื่อนไหว ฉันจึงชะโงกหน้าเข้าไปมองด้านในเล็กน้อย แต่ทว่าจู่ๆ ใบหน้าก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

“เข้ามา” เขาปรากฏตัวอย่างกะทันหัน แล้วพูดอย่างไม่ทันให้รู้เนื้อรู้ตัว

ฉันตกใจสะดุ้งโหยง เหลือบตาขึ้นมองเห็นพี่นายยืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ฉับพลันหัวใจก็เต้นรัวแรงเหมือนใกล้จะหยุดทำงาน

พระเจ้าผมฉันยุ่งอยู่หรือเปล่า มุมปากเลอะอะไรแปลกๆ มั้ย?

เมื่อตอนกลางวันฉันกินแฮมเบอร์เกอร์เข้าไปซะด้วย ไม่รู้ว่าซอสมะเขือเทศยังติดอยู่ที่มุมปากหรือเปล่า

บ้าจริง นี่ฉันกำลังคิดอะไรไร้สาระอีกแล้ว

“ฉันว่าเราคุยกัน...”

“เสียเวลา” พี่นายรีบขัดจังหวะ ทำหน้าเคร่งขรึม ไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ “อย่าให้พูดซ้ำ”

เพราะแววตาเยือกเย็นของเขาที่ทอประกายออกมา ฉันจึงรู้สึกในฉับพลันว่าตัวเองเหมือนทำความผิดอะไรไว้ แล้วกำลังถูกเขาบีบบังคับให้สารภาพ

แบบนี้เองสินะกับคำว่าวัวสันหลังหวะน่ะ เฮ้ออออ

ฉันเดินตามเขาเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า และก็เห็นว่าพี่นายนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวเดิมตัวนั้น

สายตาของเราประสานกันชั่วครู่ ฉันมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทที่ไม่อาจเดาความคิดของเขาได้ เสียงรถราวิ่งผ่านไปมาจากภายนอกดังเข้ามาถึงด้านใน แต่หัวใจของฉันกลับกระตุกวาบเพราะสายตาของเขาจนฉันเกือบจะหันหลังแล้วหนีไปให้เร็วที่สุด

แม้ว่าเราจะเจอกันกันมาหลายครั้ง แต่ฉันก็ยังไม่ชินกับการที่ได้พบเจอเขา

ทุกครั้งที่เห็นเขา ฉันยังคงมือไม่อ่อนทำอะไรไม่ถูก

ทุกครั้งที่จ้องเขา ฉันก็อยากจะวิ่งหนี ไม่อยากมองสบตาคู่นั้นแม้แต่วินาทีเดียว

“นั่งสิ” เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ

ฉันพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน บางครั้งฉันก็จะเงยหน้าขึ้นแล้วแอบมองเขา แต่เมื่อเขามองสบตากลับมา แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ มันคมปลาบราวกับสามารถมองทะลุแผนการทุกอย่างของฉันได้

นี่ก็กะจะให้นั่งเงียบๆ อยู่กันแบบนี้หรือไง

น้ำล่ะ เหล้าล่ะ หรือเครื่องดื่มอะไรก็ได้ เอามาเลี้ยงแขกสักหน่อยไม่ได้เหรอ!

“ดื่มไร”

เหมือนเขาจะเดาใจของฉันได้จึงเอ่ยประโยคนี้ออกมา

“อะไร” ฉันตกใจนิดหน่อย เพราะจู่ๆ เขาก็โพล่งพูดออกมา “อะไรก็ได้ค่ะ”

“อะไรก็ได้ไม่มี”

แน่ะยังจะมากวนประสาทกันอีก

“น้ำเปล่าก็ได้ค่ะ” ฉันจะไม่ทำพลาดดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเหมือนอย่างวันนั้นแล้ว

เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปยังตู้เย็นที่อยู่ด้านหลัง ไม่นานน้ำแร่เย็นๆ ขวดหนึ่งก็ยื่นส่งมาให้

“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบด้วยสุ้มเสียงที่ไม่ดังไปกว่าเสียงยุง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องสบตากับพี่นายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่ตกอยู่ในสายตาของเขาอีกครั้งก็ยากที่จะปีนขึ้นมาใหม่ ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกทำให้ท้องของฉันบิดเกลียว

ฉันรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรพลาดไปสักอย่างแต่กลับนึกไม่ออก มีอะไรผิดพลาดไปกันแน่นะ ในใจรู้สึกอึดอัดเหมือนมีเรื่องอะไรที่ควรจะพูดกับเขา แต่ในช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ สมองทึ่มๆ กลับยิ่งสับสนวุ่นวายอย่างกับกลุ่มไหมที่พันกันยุ่งแก้ไม่ออก...

ยิ่งไปกว่านั้น ในห้องที่ไม่มีคนอื่นอยู่เลย ช่องว่างในบรรยากาศก็ดูจะใกล้ชิดมากขึ้นเป็นเท่าตัว  รวมถึงสายตาคู่นั้นทำให้ฉันรู้สึกกระสับกระส่าย...

ว่าแต่เขามองอะไรอยู่นะ หน้าของฉันมีอะไรแปลกไป หรือว่าเสื้อผ้ามีปัญหา

“ทำไมเอาแต่จ้องหน้าล่ะ” ฉันเริ่มรู้สึกปวดมวนในท้องจึงอดที่จะถามออกไปไม่ได้ “มีอะไรติดอยู่บนหน้าฉันเหรอคะ?”

เอ๊ะ?

หรือว่าจะมีซอสมะเขือเทศติดอยู่จริงๆ!

ขณะที่ฉันครุ่นคิดอย่างสับสน มือเรียวแข็งแรงก็ยื่นมาเชยคางของฉัน

“มี” เขาเอ่ยเนิบๆ “เดี๋ยวเช็ดให้”

เอ๋?

ฉันอ้าปากอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ในหัวสมองกลับว่างเปล่า ได้แต่มองร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างตกตะลึง

นิ้วเรียวของพี่นายไล้มาตามใบหน้าของฉันอย่างเนิบช้า พาความรู้สึกหวามไหวแปลกๆ มาให้ จนฉันตัวสั่นน้อยๆ อย่างอดไม่อยู่

ปลายนิ้วของเขาลูบไล้สันคางของฉันไล้ไปจนถึงริมฝีปากอย่างไม่รีบร้อน นิ้วโป้งกดลงบนมุมปากที่เริ่มสั่นเทาอย่างแผ่วเบาแล้วเคลื่อนนิ้วไปตามริมฝีปากล่าง

เอ๋?

แปลกจริงๆ กับอีแค่เช็ดปากเลอะๆ ของฉันจำเป็นต้อง...ต้อง...ต้องลูบด้วยเหรอ?

ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นดึงเอาสติสัมปชัญญะของฉันไปจนหมด ฉันตัวสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ 

จนกระทั่งมือเรียวที่ไล้เล่นอย่างไม่เกรงใจค่อยๆ ถอนกลับไป ฉันก็เผลอเผยอริมฝีปาก สติเลือนราง ขยับตัวไปข้างหน้าด้วยแรงปรารถนาไม่อาจต่อต้าน...

“เสร็จแล้ว” 

แววตาของพี่นายฉายแววร้ายครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ ร่างของฉัน

“เอ๊ะ อะไรนะคะ” ฉันพูดออกไปอย่างงุนงง ตอนนี้แม้แต่ชื่อของตัวเองก็ยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำ

“ปากไง”

ขะ...เข้าใจแล้ว!

เขาก็แค่เช็ดปากให้ แต่ฉันกลับแสดงท่าทางออกไปไกลมากกว่านั้น!

ฉันหน้าร้อนผ่าว เรียกสติกลับคืนมาได้

“อ้อ...เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” 

ฉันเม้มปากพลางรีบเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองเขาอีก 

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกระต่ายตัวน้อยที่กำลังจะถูกเสือร้ายจ้องจับกินเลย

ใจเย็นๆ อมยิ้ม อย่างไปคล้อยตามเขา...เพราะเขาก็แค่ทดสอบปฏิกิริยาของเธออยู่ต่างหากล่ะ

ใช่แล้ว เขาชอบทำแบบนั้น ทำมาตลอดนั่นแหละ!

“เธอ”

“คะ?” ฉันเหลียวหน้าไปมองเล็กน้อย เอาล่ะ ต้องทำใจดีสู้เสือแล้ว!

ทำไมชื่อแย้ม

เอ๋? 

นี่มันควรเป็นคำถามแรกที่ได้เจอกับผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันงั้นเหรอ?

ฉันก็คิดว่าเขาจะพูดเหมือนอย่างที่ตอนถาม ยิ้ม’ นี่

เฮ้อ...แม้จะเป็นคนเดียวกันก็เถอะ แต่ตอนนี้ฉันเป็น แย้ม’ นะ

ถาม” เขาเลิกคิ้วขึ้น “ไม่ได้ยิน?”

ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก แล้วชื่อแย้มมันดันผุดขึ้นมาเป็นชื่อแรกนี่นา

จะว่าไป ชื่อแย้มกับลุคเปรี้ยวๆ นี่มันก็ไม่เข้ากันจริงๆ นั่นแหละ

ชื่อแย้มแปลกเหรอคะ” ฉันกรีดมุมปากเล็กน้อย แสดงละครให้มันต่างกับตอนเวลาเป็นตัวเอง ชื่อแย้มมันดูเชยมากหรือไงคะ

...

ฉันเองก็ไม่ได้ชอบชื่อนี้เท่าไหร่หรอกนะ” ฉันใช้หลังมือสะบัดผมของตัวเองเล็กน้อย แต่เพราะมีฝาแฝดชื่อยิ้มก็เลยได้ชื่อแย้มมา

...?”

ก็แย้มยิ้มไงคะ เหอะๆ

โอเค...พอพูดแบบนี้ นังแย้ม’ แกต้องเป็นพี่แล้วล่ะ!

ทำไมฉันไม่พูดว่า ยิ้มแย้ม’ วะ 

โอ๊ยยยย อยากจะบ้า!

เอาเถอะ เรื่องชื่อของฉันน่ะปล่อยมันไปก่อน” ฉันกะพริบตาปริบๆ ที่คุณนัดฉันมาเจอวันนี้ต้องการอะไรคะ หรือถ้าหากจะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นละก็...

เสียงหอบหายใจหนึ่งดังขึ้น

ฉันหยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมาอย่างสงสัย

เมื่อกี้...มันเสียงอะไรน่ะ

ฟังดูเหมือนเสียงถอนหายใจเลย

สายตาของฉันจับจ้องอยู่ที่หน้าเขา ดวงตากะพริบถี่มองอย่างไม่แน่ใจ

เขาเอนตัวพิงพนักโซฟาอยู่อย่างเงียบเชียบ ขายาวแข็งแรงใต้กางเกงยีนวางพาดกันอยู่ตรงข้อเท้า ท่าทางของเขาเฉยชาสุขุมเยือกเย็นเหมือนปกติ ไม่มีท่าทีผิดแปลกไปจากเดิมเลยสักนิด

“เอ่อ...คุณ...”

คำพูดของฉันหยุดค้างเอาไว้กลางคันเมื่อจู่ๆ เขาก็ขยับเข้ามาใกล้ รู้สึกได้ว่าใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที ใกล้จนกระทั่งฉันสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าวจากเพศชายที่ซึมซาบออกมา ใกล้จนกระทั่งฉันสามารถเห็นเงาสะท้อนใบหน้าเคลิบเคลิ้มของตัวเองในดวงตาล้ำลึกคู่นั้น

“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” เขาเอ่ยถามออกมาอย่างไม่ปิดบัง แววตาซุกซ่อนเปลวไฟลุกโชน แผดเผาจนอุณหภูมิในกายของฉันเพิ่มสูงขึ้น 

“อะไรนะ” ฉันอ้าปากค้างก่อนจะพูดซ้ำย้ำคำเดิมๆ เหมือนคนบ้า “เจ็บเหรอ? เจ็บ เอ่อ...เจ็บ”

ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกับข้างแก้มของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ผ่านมาเป็นอาทิตย์ ยังไม่หายเจ็บอีกเหรอ” สีหน้าของเขาฉายแววเป็นกังวล “ไปโรงพยาบาลมั้ย?”

“ไป...เอ่อไปทำไม?”

ฉันไม่เข้าใจ เขาพูดอะไรของเขาเนี่ย!

“ก็คืนนั้นฉันทำเธอเจ็บไม่ใช่เหรอ”

พอเขาเอ่ยแบบนั้น ความเจ็บปวดค่ำคืนนั้นก็หลั่งไหลกลับเข้ามาทันที

เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วล่ะว่าเขาหมายถึงเจ็บเรื่องอะไร!

และใช่...ฉันเข้าใจแล้วด้วยว่าเขานัดฉันมาเพื่ออะไรกันแน่!

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณนัดฉันมาก็เพื่อจะ...อุ๊บ!” 

พูดไม่ทันจบประโยคเขาก็โน้มตัวมาช่วงชิงริมฝีปากของฉัน

ฉันสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ สองมือจึงยกเลื่อนขึ้นมาที่แผ่นอกของเขาหวังจะผลักออกจากตัว แม้จะเมื่อเสื้อผ้าขวางกัน แต่ฝ่ามือทั้งสองข้างของฉันกลับสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายเขา หัวใจของฉันพลันกระตุกวูบขึ้นอีกระลอก

“อื้อ!” 

เสียงอึกอักเล็ดลอดออกมาทั้งที่ปากถูกปิดสนิท เพราะตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ทำไมจู่ๆ ก็มาจูบกันแบบนี้ล่ะ!

อะไรกัน...ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร

ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ลืมหายใจแต่สมองกลับมึนเบลอเหมือนคนขาดออกซิเจน ภายในทรวงอกอึดอัดเพราะจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรง

ในตอนที่ฉันเผยอปากออกโดยไม่รู้ตัวนั้นเอง อะไรบางอย่างอุ่นๆ ก็เคลื่อนเข้าในปากของฉัน ความรู้สึกตอนที่สิ่งแปลกปลอมนั้นลากไล้ไปทั่วช่างวาบหวิวอย่างไม่บอกไม่ถูก มันเป็นรสชาติที่แสนคุ้นเคย

ขณะที่สติสัมปชัญญะกำลังหลุดลอยไปตามอารมณ์นั้นเอง ฉันก็ได้สติขึ้นมาทันที

ตั้งสติไว้ อมยิ้มเธอจะมาคล้อยตามเขาไม่ได้!

ขณะที่ความว้าวุ่นใจกำลังครอบงำร่างกายอยู่ ฉันก็เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกมา พร้อมกับปัดมือของพี่นายที่เลื่อนมาอยู่ตรงหน้าอกของฉันให้ออกไปด้วย

“คะ...คุณจูบฉันทำไม!?”

“ไม่ทำไม” เขาเอ่ยเรียบๆ “ก็แค่อยากจูบ”

“ก็แค่อยากจูบเนี่ยนะ!” ฉันเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง 

“ใช่ ไม่มีเหตุผล”

“ไม่มีเหตุผลงั้นเหรอ...” ฉันบดกรามแน่น ไม่มีเหตุผลได้ยังไง ก็นอกจากจะจูบแล้วยังแอบจับหน้าอกของฉันด้วยเนี่ยนะ“คุณจะบอกว่าไม่มีเหตุผลงั้นเหรอ? ดีดีเลยเพราะฉันจะเป็นฝ่ายบอกให้ก็ได้ว่าไอ้ที่คุณจูบฉันก็หวังจะทำเหมือนคืนนั้นใช่ไหมล่ะ!

“เปล่า”

“เปล่าอะไร ไม่ต้องมาปฏิเสธเลยนะ!” ฉันอยากจะถอยห่างออกไปเต็มแก่ แต่เพราะถูกสองแขนแข็งแรงกักขังเอาไว้กับโซฟา จึงหนีไปไหนไม่รอด “เพราะถ้าคุณไม่คิด จะจูบฉันทำไม แล้วถ้าไม่คิด จะถามทำไมว่าฉันเจ็บอยู่หรือเปล่า!

“ไม่ใช่” เขาเอ่ยนิ่งๆ แววตาไม่มีวี่แววล้อเล่น “แค่เป็นห่วง”

“เป็นห่วงเพราะวันนั้นคุณทำฉันเจ็บ หรือเป็นห่วงว่าถ้าหากฉันยังเจ็บอยู่ แล้วคุณจะทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้อีกกันแน่”

“...” คราวนี้เขาเงียบไม่ตอบ

“พอเลย” ฉันเปลี่ยนเป็นยกสองมือขึ้นดันใบหน้าของเขาให้ออกห่าง “ถ้านัดฉันมาแค่จะพูดว่าเป็นห่วง หรือนัดฉันมาก็หวังจะทำเรื่องแบบนั้นอีกละก็ ฉันขอปฏิเสธ”

“ฟัง” เขาขมวดคิ้วก่อนใช้มือข้างหนึ่งปัดมือของฉันออก “หัดฟังคนอื่น”

ชิ

“ก็พูดมาสิคะ” ฉันเอ่ยอย่างเย็นชา “เหตุผลที่คุณต้องการจะเจอฉันคืออะไรกันแน่”

“รับผิดชอบ” 

“รับผิดชอบ?” ฉันถามขึ้นทันควัน เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ? “รับผิดชอบอะไรคะ”

“เธอ”

“ฉัน?” ฉันยกนิ้วชี้ร่างตัวเองเหมือนจะยังไม่เข้าใจที่เขาพูด “คุณจะบอกว่ารับผิดชอบฉันงั้นเหรอคะ?”

เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน...

เขาพูดว่ารับผิดชอบฉันงั้นเหรอ?

แล้วเขาจะรับผิดชอบทำไม?

ฉันไม่ใช่เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ และฉันก็ไม่ได้ท้อง ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของฉัน มันไม่ได้มีผลข้างเคียงอะไรสักหน่อย!

หรือว่าจะรับผิดชอบด้วยการส่งเสียเลี้ยงดูงั้นเหรอ?

เอ่อ... ถ้าเป็นแบบนั้น...

“ใช่”

“ด้วยการ...”

พอฉันถามค้างเพื่อให้เขาต่อประโยค ทว่ามุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะเอ่ยออกมาอีกคำหนึ่ง

“คบกัน”

“คบกัน?” ฉันถามออกไปอย่างลังเล “หมายถึงให้ฉันคบกันคุณ”

“ใช่”

“แบบแฟน แบบคนรัก อะไรแบบนี้น่ะเหรอคะ?”

“ใช่”

นี่เลยวันเอพริลฟูลมาตั้งนานแล้วนะ ผู้ชายคนนี้พูดอะไร บอกให้ฉันคบกับเขาทั้งๆ ที่เราแทบจะไม่ได้รู้จักกัน และไม่เคยสานความสัมพันธ์ใดๆ กันมาก่อนเนี่ยนะจะล้อเล่นอะไรก็ให้มันมีขอบเขตสักหน่อยสิ

ความคิดในหัวหมุนติ้วอย่างสับสน เดี๋ยวก่อนนะ ขอคบกับผู้หญิงที่เผลอมีวันไนต์สแตนด์ด้วยแบบนี้นี่มัน!

“อย่าบอกนะว่า...!?” ฉันอ้าปากค้างเมื่อนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้

“อะไร”

“ก็คุณคิดจะให้ฉันเป็นคู่นอนของคุณอย่างนั้นเหรอ!?”

พอฉันถอยห่างเนื่องจากความระแวง พี่นายก็สวนด้วยการถอนหายใจใส่เหมือนเอือมระอาเต็มทน

“ถ้าจะให้เป็นแค่คู่นอน จะบอกให้คบทำไม”

เขาพูดยาว และพูดเป็นประโยคมากที่สุดของวันนี้

อะไรกัน ทำไมจู่ๆ ถึงได้...

คำพูดของเขาพุ่งเข้ากลางหัวใจ ดับอารมณ์โกรธของฉันได้ชะงัด แถมยังสามารถสร้างความเขินอายเข้ามาแทนที่ได้อีกด้วย

แต่ไม่ได้ ต้องเก็บอาการเอาไว้ ฉันจะให้เขารู้ว่ากำลังหวั่นไหวไม่ได้เด็ดขาด

ฉันลอบสูดลมหายใจก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกมา “ฉันคบกับคุณไม่ได้หรอก”

คนเราถูกงูกัดครั้งเดียวก็หวาดระแวงเชือกไปสิบปี เพื่อไม่ให้ตัวเองตัดสินใจผิดพลาดเรื่องการคบหากับใครสักคน ที่มันจบลงไม่สวยเหมือนความรักครั้งก่อน ฉันจึงตั้งใจแล้วว่าจะดูคนคนนั้นไปให้นานๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกที

“ทำไม” เขาดูไม่แปลกใจ หรือตกใจ ซ้ำยังถามกลับมาเรียบๆ อีก

“เพราะฉันมันคนมีแผล” ฉันหัวเราะขื่น “แผลที่ถูกน้ำร้อนราดซ้ำจนเกิดเป็นรอยใหม่ขึ้นมาอีก”

คนมันเคยมีแผล ต่อให้ใช้เวลาเยียวยาบาดแผลยังไง มันก็คงทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้อยู่ดี

“...”

“ฉันรู้นะว่าคุณได้ยินเรื่องวันนั้น” ทั้งๆ ที่เขาไม่พูดอะไร แต่ฉันก็เปิดปากพูดต่อ “ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนเก่าของฉัน จนกระทั่งวันหนึ่งถูกบอกเลิกโดยไม่รู้เหตุผล ฉันจมอยู่กับความไม่รู้เหตุผลอยู่สามปี จนกระทั่งวันนั้นถึงได้รู้ว่าเขาสนิทกับผู้หญิงอีกคนและไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกัน”

“แล้วไง”

อะไรกัน แล้วไง อะไร ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนี้

“ก็ไม่แล้วไง” ฉันส่ายหน้าเบาๆ “เพราะฉันรู้ว่านั่นมันเป็นปัญหาของฉัน”

“ใช่” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา “แล้วไงอีก”

“ก็ที่ฉันจะบอกก็คือ...” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง “คุณเองน่ะน่าจะมีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ใครบอก” แววตาของเขาดูดุดันขึ้นมา “ยังไม่เคยพูด”

“ถึงจะไม่เคยพูด แต่ฉันก็พอจะเดาได้แหละน่า”

“เดาจากอะไร” เขาหน้าบึ้ง ดูอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที

ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่ ฉันจึงชี้กล่องถุงยางอนามัยที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะข้างเครื่องคอมพิวเตอร์

ใช่แล้วเขาวางมันเอาไว้ราวกับมันเป็นของตกแต่งห้อง!

ระ...หรือว่า หรือว่าเขาคิดจะใช้มันกับฉันอีก!

“คุณมีไอ้นี่อยู่ก่อนแล้ว แสดงว่าไม่นานมานี้ยังมีแฟนอยู่เลยไม่ใช่หรือไง” ฉันหน้าซีดเผือดเมื่อตระหนักถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่ง “อ๊ะอย่าบอกนะว่าคุณคิดจะจับปลาสองมือ...”

“ฉันไม่มีแฟน” เขาเอ่ยเสียงเรียบเย็น “ไม่เคยมี”

ล้อเล่นน่า...

ผู้ชายอย่างเขาเนี่ยนะจะไม่เคยมีแฟนมาก่อน

โกหกอะไรก็ให้มันเนียนๆ หน่อย

“งะ...งั้น ถ้าบอกว่าไม่เคยมีแฟนก็แสดงว่าคุณไม่มีคนรัก” ฉันเบิกตาโพลง “แปลว่าปกติคุณก็หิ้วผู้หญิงกลับมานอนด้วยอย่างเดียวงั้นเหรอ?”

มีข้อสันนิษฐานนี้ที่พอเป็นไปได้ เพราะจากเหตุการณ์ในคืนนั้น จากการที่ฉันถามเขาว่าเคยหรือเปล่า เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมา ต่อให้ฉันไม่เคยเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่มันก็รับรู้ได้ตามสัญชาตญาณแหละว่าฝีมือเรื่องบนเตียงของเขามันไม่ใช่มือใหม่เลย

ฉันจ้องหน้าเขาเขม็ง แต่แล้วเขาก็หันหน้าหนี

ใช่แล้ว ไอ้การหลบหน้าไม่กล้าสบตาแบบนี้มันคือคำตอบ

ขะ...เขาทำแบบนั้นจริงๆ ด้วย!

“เอาเถอะ” ฉันถอนหายใจเฮือก ไม่อยากสนใจเรื่องนี้อีก “เอาเป็นว่าสรุปแล้วเราก็เข้าใจตรงกันนะ”

“ตรงไหน”

“ก็ตรงที่คุณไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบฉัน เพราะฉันเองก็เป็นเพียงแค่วันไนต์ฯ ของคุณเหมือนอย่างที่ผ่านมาไง”

“...”

“ใช่ไหมล่ะ?” ฉันหรี่ตามอง “คุณคงไม่มารับผิดชอบผู้หญิงที่เผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่คืนเดียวทุกคนหรอกใช่มั้ย?”

จู่ๆ เขาก็หลับตาพลางถอนหายใจออกมาอย่างแรง จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นแล้วเอ่ยพูด “ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น”

“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะคะ?”

“ตรงที่เธอเป็นฝ่ายชวน”

“เอ่อ...”

ไม่ๆ อย่าพูดถึงเรื่องงามหน้าที่ฉันเคยทำไว้ 

ฉันรู้แล้วว่าตัวเองผิด!

สองมือของฉันยกกุมศีรษะ อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ โดยไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น!

“หรือจะเถียง”

แล้วจะให้เถียงได้ยังไง ขนาดตอนนี้ตัวเองกำลังจะพูดอะไรอยู่ฉันยังไม่แน่ใจเลย

“ก็ใช่ แต่นั่นมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด” เอ้อ...พูดว่าเข้าใจผิดนี่ช่างเป็นเหตุผลไม่เข้าท่า “ไม่ใช่ๆ ฉันหมายความว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันเป็นแค่อุบัติเหตุ

ฉันอยากร้องไห้ ทำไมต้องมาอธิบายเรื่องที่เขาน่าจะรู้ดีกว่าฉันให้เขาฟังด้วย

ฉันแค่เคยมีแฟน แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบชายหญิงสักหน่อย

และก็ยิ่งไม่ใช่เจ้าสำนักเซ็กซ์จัดเสียด้วย!

บรรยากาศแปลกๆ จนน่ากลัว ฉันทนไม่ไหวจนต้องเหลือบมองเขาหลายครั้ง กังวลเหตุผลที่ตัวเองอ้างไปแบบนั้นเขาจะโกรธหรือเปล่า

อุบัติเหตุ?”

ใช่ค่ะ” ฉันใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างจิ้มเข้าหากัน เหมือนอุบัติรถยนต์ชนกันไงคะ

พวกเราไม่ใช่รถยนต์

ที่เถียงนี่เพราะซื่อไม่เข้าใจ หรือเถียงเพราะต้องการกวนประสาทกันแน่ล่ะ

ฉันก็แค่เปรียบเทียบค่ะ” ฉันหัวเราะ เพราะจะบอกว่ารถยนต์ชนกับเครื่องบินก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ

เพ้อเจ้อ

มาแล้วไง คำด่าแบบคืนนั้น

จะยังไงก็ช่างเถอะ เรื่องของเรามันเป็นแค่อุบัติเหตุ เพราะงั้น...

ถ้าจะเปรียบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราเป็นอุบัติเหตุ

หือ?” ฉันสะดุดใจกับคำว่า ระหว่างเรา’ เป็นอย่างมาก

เธอต้องบอกว่าเป็นอุบัติเหตุทางกายภาพ

เอ่อ...” ฉันกะพริบตา ไม่อาจเข้าใจคำพูดของเขาได้ 

เกิดจากกายวิภาคที่แตกต่างกันระหว่างชายหญิง

...

ฝ่ายหนึ่งมีขั้วบวก อีกฝ่ายมีขั้วลบ จึงดึงดูดเข้าหากัน” 

บางครั้งฉันก็นึกสงสัยเหลือเกินว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่นายคนนี้เขาใช้ชีวิตยังไง ผู้หญิงที่เขาเคยคบหาเป็นผู้หญิงแบบไหน ถึงจะเข้าใจคำพูดของเขาได้

ไม่แน่...บางทีผู้หญิงที่เคยคบกับเขาอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาว แล้วเลิกรากันไปเพราะเธอคนนั้นมียานแม่มารับกลับดาวไปแล้วก็เป็นได้

รู้สึกตัวอีกทีฉันก็เผลอส่ายหน้าออกมา

“ไร”

“ไม่มีอะไรค่ะ”

เฮ้อ...ฉันแอบถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจจบการสนทนานี้

“เอาเป็นว่าสรุปคุณอย่าคิดมาก ให้เรื่องมันจบแค่นี้แหละ”

คราวนี้เขาปิดปากเงียบไม่พูดอะไร ท่าทางของเขานิ่งสงบ จนดูไม่ออกว่าท่าทีของเขาเวลานี้กำลังสื่ออะไรกันแน่

แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ฉันพอแล้ว ไม่อยากยืดเยื้ออะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

“งั้นฉัน...ฉันกลับก่อนนะ!” ฉันลุกขึ้นอย่างสายฟ้าแลบ “ฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้ คุณไม่ต้องออกไปส่งนะ บายค่ะ!

หลังจากพูดจบแล้ว ก็รีบโกยแน่บด้วยอัตราความเร็วสูงสุด แต่ก่อนจะพ้นประตูทางออก ฉันก็เหลียวหน้ากลับไปมองด้านหลังแวบหนึ่ง ก็เห็นว่าพี่นายยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม และจ้องมองอยู่

วินาทีที่เราสองคนสบตากันมุมปากของเขาก็ยกสูงขึ้นจนเห็นเขี้ยวที่มุมปากข้างซ้ายหนึ่งซี่ 

มันเป็นรอยยิ้มเหมือนเมื่อตอนที่เขาเคยพูดกับฉันว่า ก็ไม่เชิงตลก แต่สนุกมากกว่า

อะไรกัน!

อย่าบอกนะว่าเขากำลังสนุกกับการที่ได้เห็นปฏิกิริยาลนลานและแถจนสีข้างถลอกของฉันน่ะ

และในตอนนั้นเองที่มีเสียงดังขึ้นในหัว....

เธอถูกเขาแกงหม้อใหญ่แล้วล่ะ...อมยิ้ม!’

 


[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"สู้ตายค่ะ!"



ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks


จบเรื่องนังแย้มและ 

มาดูกันต่อว่าอีพี่นายมีแผนอะไร

หรือว่าเขาจะเชื่อจริงๆ โฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ





......


ถึงพี่จะไม่ค่อยพูด แต่พี่ก็ไม่ได้โง่ 

และร้ายลึกมากนะคะ บอกเลออออออ 555555


.....


พีเอส. 

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าด้อมพี่นายคนพูดไม่รู้เรื่องค่ะ >///<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.138K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7310 M1N3__ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 05:47
    ตร่กจิงๆ5555555
    #7,310
    0
  2. #6171 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:25

    แแย้มไปแระ

    #6,171
    0
  3. #5464 LILIT.A (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 08:59

    ยิ้มโดนแกงหม้อใหญ่แล้วลูกกกกก

    #5,464
    0
  4. #4570 paryploy32 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 19:07
    อมยิ้มหนูโกหกไม่เนียนเลยลูกกกก
    #4,570
    0
  5. #3177 PPsry (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:08
    555555 เกิดไรขึ้น ทำไมพี่นายยิ้มแบบนั้นล่ะ โป๊ะแล้วหรอ รอต่อนะคะ55555
    #3,177
    0
  6. #3176 namphetcharat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:53
    วิกหลุดป่าว ตอนจูบอิพี่ได้จับผมน้องหรือดึงวิกออกป่าว
    #3,176
    0
  7. #3175 andkdlfl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 17:59
    แกงหม้อนี้ใหญ่มากนะเธอ5555555
    #3,175
    0
  8. #3174 Amineen27 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:45
    นุ้งยิ้ม พี่บอกเลยนุ้งไม่รอดแล้ววว
    #3,174
    0
  9. #3173 Moogapok (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:35

    ยิ้มหนีไปปปปปปปปป อิพี่นายมันร้ายยยยย

    #3,173
    0
  10. #3172 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:08

    ฉลาดขึ้นบ้างมั้ยแม่แย้มยิ้ม 555

    #3,172
    0
  11. #3171 jinjin9 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:54
    หลอกอมยิ้มมาจุ๊บ...นายมันร้าย
    #3,171
    0
  12. #3170 MinPark (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:51
    อมยิ้มเอ๊ยยยบ
    #3,170
    0
  13. #3169 Tanaporn-you (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:24
    เหมือนน้องพึ่งรู้จริงๆว่าโดนหลอก 5555
    #3,169
    0
  14. #3168 Namtip15 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    คนนึงก็แถจนเป็นแผลหมดแล้ว ส่วนอีกคนก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ใครจะแกงใครกัน5555
    #3,168
    0
  15. #3167 Lineeqx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    ไม่รอดแล้วอมยิ้มมมมมมมมม
    #3,167
    0
  16. #3166 jinkung97x (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:42

    ต้องเอาให้อยู่แล้วพี่นาย
    #3,166
    0
  17. #3164 ninesixz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:28
    เรามานั่งล้อมวง กินแกงหมอใหญ่กันดีก่า 555555 ดูแล้วแกงหมอนี้จะสนุกมาก
    #3,164
    0
  18. #3163 pang15823 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:25
    พี่แกมีแผนร้ายแน่เลย
    #3,163
    0
  19. #3162 byuntp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:10
    พี่นายไม่น่าจะปล่อยไปง่ายๆ นะต้องมีแผนร้ายอะไรอยู่แน่ๆ
    #3,162
    0
  20. #3161 sangbombeast (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:50
    พี่นายอยากกินแกงหม้อนี้แหละ5555
    #3,161
    0
  21. #3160 Aoi_jai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:36
    พี่นายอยากกินแกง
    #3,160
    0
  22. #3159 May209 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:34
    ที่ปล่อยไป เพราะจบกับ "แย้ม"ช่ะ แล้วก็จะไปต่อกับ "ยิ้ม"ช่ะ คุณพี่นี่ร้ายลึกนะคะ
    #3,159
    0
  23. #3158 pannaray2122 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:34
    ต้มหม้อใหญ่เลยยยยล่ะไม่ใช่แกง ขำอ่ะดิพี่นายยยย

    😂
    #3,158
    0
  24. #3157 จีที (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:32
    ไหนบอกไม่เคยพาผญมาที่นี่ไงพี่นายยยยยยยยย
    #3,157
    0
  25. #3156 ys bluepink (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:16

    พี่นายจะปล่อยน้องยิ้มไปแบบนี้ไม่ได้นะชั้นไม่ยอมพระเอกต้องรั้งรางเอกเซ่////

    #3,156
    0