Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 14 : Hit me Hit you ; EP-13 : Keep in touch, Be in touch [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,627 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 13

Keep in touch, Be in touch




แม้ตอนเช้าฉันจะมาเรียนตามปกติ และพยายามเลิกคิดเรื่องมีคนสะกดรอยตาม แต่ทว่าในหัวกลับมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มไปหมด

ช่วงเที่ยงขณะที่ฉันกำลังเดินไปโรงอาหารเพราะนัดไอ้เบลล์เอาไว้ แต่ระหว่างทางต้องเดินผ่านตึกคณะวิศวฯ แล้วก็ได้เผชิญหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดซึ่งเขากำลังเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง

วันนี้เขาแต่งตัวแปลกไปจากที่เคยเห็น เพราะสวมเสื้อยืดสีขาวกับเสื้อช็อปสีกรมท่า กางเกงยีนสีดำเรียบๆ ไม่มีขาดตรงโน้นตรงนี้ เส้นผมสีดำระต้นคอ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเช่นเดิม

ฉันหยุดชะงักก่อนจะกะพริบตามองอย่างตื่นเต้น แต่พี่นายกลับไม่ชะงักเลยแม้แต่ก้าวเดียว เขายังคงเดินมาเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วินาทีนั้นฉันจึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างตึกวิศวฯ กับตึกบริหารฯ  ยอมเสียเวลาเดินอ้อมตึกดีกว่าที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับเขา แต่อาจเป็นเพราะช่วงนี้อากาศร้อนและชื้นมาก ทำให้รู้สึกอึดอัดแทบหายไม่ออก ตอนแรกคิดว่าเดินแค่สิบกว่าก้าวก็น่าจะโผล่มาอีกด้าน แต่พอเดินผ่านเข้าไปถึงได้รู้ว่าต้องตายแน่ๆ

ตอนนั้นเองจู่ๆ ใบหน้าก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนทำให้แว่นสายตาเอียงกระเท่เร่ ฉันรีบเงยหน้าขึ้นดู พบว่าเป็นพี่นายที่ตอนแรกเดินอยู่ข้างนอกมายืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!

อย่าบอกนะว่าเขาเดินอ้อมไปด้านตรงข้ามของฉันแล้วก็มาถึงก่อนน่ะ!?

“อะไรคะ”

ฉันถามห้วนๆ โดยไม่สบตา มาถึงตอนนี้ฉันไม่กล้ามองสบตาเขาเลย

“อย่าลืม”

แค่คำว่า อย่าลืม’ ห้วนๆ ของเขา ทำไมกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกขู่ฆ่าเอาชีวิตยังไงก็ไม่รู้

“ตอบ” น้ำเสียงยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยน 

“ค่ะๆ ทราบแล้วค่ะ ไม่ลืมแน่นอนค่ะ” ฉันรีบพยักหน้าหงึกๆ ราวกับหุ่นยนต์

แต่ทั้งๆ ที่ฉันตอบไปแล้วทว่าร่างสูงกลับยืนนิ่งอยู่กับที่

“เอ่อ...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงที่ยืนขวางทางและแทบจะไม่มีที่ให้เดินผ่านไปได้เลย “ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้ว ช่วยหลบทางหน่อยได้ไหมคะ”

อีกสองก้าวก็จะถึงทางออกแล้ว ฉันไม่อยากเดินย้อนกลับไปทางเดิม แล้วไปขาดอากาศหายใจตายอยู่กลางทางหรอก 

แต่ทว่าเขากลับเปลี่ยนไปยืนกอดอก แผ่นหลังพิงกำแพง จนเหลือช่องว่างให้เดินผ่านไปได้เล็กน้อยเท่านั้น

“ไปสิ”

ฉันมองช่องว่างนั้นด้วยใบหน้าบูดบึ้ง 

ไอ้ช่องว่างประมาณครึ่งช่วงแขนแบบนั้นน่ะ จะให้เดินผ่าน มันก็ผ่านไปได้อยู่หรอก แต่ไอ้ตอนที่จะเดินผ่านร่างของเขา ร่างของเราต้องเบียดกันจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันแน่

คิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ล่ะเนี่ย!

ฉันพ่นลมออกจมูก “พี่เดินถอยหลังออกไปสองก้าวไม่ได้เหรอคะ”

ทำไมฉันต้องมาเสียเวลากับไอ้เรื่องแบบนี้ด้วย!

และแทนที่เขาจะทำตามคำร้องขอ กลับยังยืนนิ่ง และมองฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

กำลังเล่นสงครามประสาทอยู่งั้นเหรอ!

“ไอ้นาย!” 

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกหนึ่งดังขึ้นจากทางออก

“มึงไปทำอะไรตรงนั้น!

“เจอหนู...” เขาเหลียวหน้าไปมองทางต้นเสียงเล็กน้อย แล้วหันกลับมามองฉัน จากนั้นเอ่ยออกมาอีกคำหนึ่ง “ท่อ”

เดี๋ยวนะ?

เดี๋ยวก่อน!?

นี่เขาบอกว่าเจอหนูท่อเหรอ?

เขาบอกว่าฉันเป็นหนูท่อเหรอ!?

ฉันก็แค่เป็นหนู เอ่อ...หนูบ้าน เฮ้ยฉันก็แค่แทนตัวเองว่า หนู’ ไม่ใช่ หนูท่อ’ อะไรสักหน่อย!

“อะไรนะ!?” เสียงของคนพูดดังใกล้เข้ามา “เจอหนูท่อเหรอวะ!?”

“อืม” เขาพยักหน้า “ตัวใหญ่ด้วย”

ยัง...ยังไม่จบอีก!

และเหมือนต้นเสียงจะอยากรู้อยากเห็น เขาถึงขนาดชะโงกหน้ามาทางช่องว่างระหว่างร่างของพี่นายกับซอกตึก

และสิ่งแรกที่ฉันเห็นก็คือเส้นผมสีทองกับใบหน้าคมคายแสนคุ้นตา

“เฮ้ย!” เขาเบิกตาโพลง “นั่นมันน้องอมยิ้มไม่ใช่เรอะ!

ดวงตาของฉันเองก็เบิกโพลงไม่แพ้กัน

นี่เขา...เขาคือ...เขาคือคนที่ชื่อ พี่ก่อ’ ไม่ใช่เรอะ!

ริมฝีปากของฉันอ้าค้าง กว่าจะหาเสียงตัวเองเจออีกทีก็ปาไปเกือบสามวิฯ “อย่าบอกนะว่า...” 

“หึ” ตอนนั้นเองที่จู่ๆ ก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา

ไม่สิ...พี่นายแค่กระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยต่างหากล่ะ

“ไปล่ะ”

เอ่ยแค่นั้นเขาก็ยืดตัวตรง ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งจับอยู่ระหว่างหน้าผากกับหัวทองๆ ของพี่ก่อแล้วดันไปข้างหน้า จากนั้นพาเดินออกไปด้วยกันทันที

ไปทั้งๆ แบบนี้ได้ยังไง!

ไม่คิดจะอธิบายอะไรสักหน่อยเหรอ!

“หน็อยแน่ะ!” ฉันบดกรามด้วยความโมโห

นอกจากจะสะกดรอยตามแล้ว เขายังให้เพื่อนที่ชื่อพี่ก่อมาเช็กฉันอีก

เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วล่ะ คนที่ปาน้ำแข็งมาก็คือเขานั่นเอง

และคงไม่ใช่แค่นี้ สองหนุ่มหล่อในวันนั้น และคนที่นั่งอยู่เบาะหลังรถคันนั้นก็คือเขาอีกนั่นแหละ

ฉันถลึงตา กัดฟัน กำหมัดด้วยความโมโห 

คิดไม่ถึงว่าคนที่ดูท่าทางเย็นชาไม่สนใจใครแท้ที่จริงแล้วมีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจแบบนี้

สมควรแล้วล่ะ สมควรแล้วที่ให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าฉันกับผู้หญิงคนนั้นเป็นคนละคน

ถูกปั่นหัวซะบ้าง เป็นไงล่ะพ่อคุณ ชิ!


หลังจากหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ลำพัง ฉันก็คิดได้ว่าตอนนี้ไอ้เบลล์คงรออยู่ในโรงอาหาร และน่าจะรอนานแล้ว จึงรีบเดินออกไปจากซอกตึก จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นวิ่ง

“มาแล้วๆ”

“ทำไมช้าจัง” ไอ้เบลล์ที่นั่งรออยู่ถึงกับย่นหน้า “ส่งข้อความมาบอกว่าเลิกเรียนตั้งแต่เมื่อสิบห้านาทีก่อนไม่ใช่เหรอวะ”

“อย่าเพิ่งบ่น ตอนนี้ฉันหิวข้าวจะเป็นลมอยู่แล้ว”

“ฉันต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายพูดแบบนั้น”

“เออ ขอโทษ” ฉันก้มหัวให้เพื่อนสนิทเล็กน้อย “แล้วแกซื้อข้าวมาหรือยัง”

“ก็ยังน่ะสิวะ” ไอ้เบลล์ลุกจากที่นั่ง “รอแกอยู่เนี่ย”

“งั้นเราจะกินอะไรกันดี” ขณะพูดพวกเราก็เดินไปยังเคาน์เตอร์ขายอาหารที่เป็นแถวเรียงยาว

“แกอยากกินอะไร”

“ข้าวมันไก่” ฉันเลียริมฝีปาก “อยากซดน้ำซุปร้อนๆ ด้วย”

“เออๆ ข้าวมันไก่ก็ดีเหมือนกัน”

แต่ทว่าพอเราสองคนกำลังเดินตรงไปยังร้านข้าวมันไก่ สองขาของฉันพลันหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ตรงหน้าร้านนั้น 

เขาพยักหน้าให้เจ้าของร้านครั้งหนึ่งก่อนจะหันหน้ามา ดวงตาลุ่มลึกแน่วนิ่งมองมาก่อนที่ริมฝีปากบางกรีดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น

แค่เห็นรอยยิ้มของเขาร่างของฉันก็สะดุ้งโหยงเหมือนแมวที่ถูกไฟดูด

ร้านข้าวมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมากินข้าวมันไก่เหมือนกันด้วย!

“กะ...แก” ฉันรีบคว้าไหล่ของไอ้เบลล์เอาไว้ “ฉันไม่อยากกินข้าวมันไก่แล้ว”

“อ้าวทำไม ก็เมื่อกี้แกบอกว่า...”

“แถวมันยาว ฉันหิวมาก” ฉันแถไปเรื่อย “เราไปกินข้าวราดแกงกันดีกว่า”

“อะไรของแกวะ” ไอ้เบลล์เกาต้นคอ “ไหนบอกว่าอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ไง”

“งั้นเตี๋ยวเรือก็ได้ไง”

“เออๆ” ไอ้เบลล์เออออ และก็ยอมเดินย้อนกลับไปร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราเดินผ่านมาเมื่อครู่นี้

จนเมื่อได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว พวกเราก็เดินย้อนกลับไปที่โต๊ะ

แต่ในขณะที่ฉันวางชามก๋วยเตี๋ยวเรือกับน้ำอัดลมหนึ่งแก้วฉันก็พึมพำออกมา

ฉันอยากตาย...

หา?”

ฉันอยากตายจริงๆ

หลังจากบ่นออกไปแบบนั้น ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดอาลัยตายอยาก

อะไรของแก อยู่ๆ ก็บ่นว่าอยากตายเนี่ย?” เบลล์นั่งฝั่งตรงข้ามมองอย่างสงสัย หรือว่าไม่ได้กินข้าวมันไก่ก็เลยอยากตายหรือไง

ไม่ใช่” ฉันส่ายหน้าพลางใช้ตะเกียบเขี่ยเส้นก๋วยเตี๋ยวในชาม

หรือเพราะเมาค้าง

ไม่ใช่

จะเมาค้างได้ไง ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้ดื่มเหล้าเลยสักอึก

หรือว่าแก...

ไม่ใช่” ฉันรีบปฏิเสธก่อนที่มันจะเดาอะไรออกมาอีก

ไอ้เบลล์ใช้ตะเกียบคนเส้นก๋วยเตี๋ยวกับน้ำให้เข้ากันก่อนจะย้อนถามเหมือนไม่ใส่ใจ แล้วอะไรล่ะ

ฉันเม้มปากเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้าปอดลึก จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดปากเล่าให้ไอ้เบลล์ฟังเหมือนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

สองหัวดีกว่าหัวเดียวใช่ไหมล่ะ

และพอฉันเล่าจบ ไอ้เบลล์ที่ตักน้ำก๋วยเตี๋ยวซดก็ทำช้อนกลางร่วงจากมือทันที

แกนอนกับเขา!?” ไอ้เบลล์เบิกตาโพลงก่อนจะเหลียวหน้าไปมองตามพี่นายที่เดินกับเพื่อนอยู่ไกลๆ กับพี่นายคนนั้นน่ะเหรอ!?” 

แกช่วยเบาเสียงหน่อย” ฉันนิ่วหน้าพลางยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก ไม่ใช่แค่กลัวคนอื่นจะได้ยิน เพราะคนที่ไม่อยากให้ได้ยินน่ะกำลังเดินไปนั่งอยู่ตรงโต๊ะห่างจากพวกเราไปประมาณสามแถวเท่านั้น แล้วมันจะมีพี่นายคนไหนอีกล่ะ

ก็ถ้าในมหาลัยมันยังมีพี่...เอ่อ...ช่างมันเถอะ” เบลล์ส่ายหน้าเล็กน้อย ถ้าแกหมายถึงพี่นายคนเมื่อกี้ล่ะก็อืม...มีนายเดียวจริงๆ นั่นแหละ

ใช่ไง” 

ทำเป็นตอบว่า ใช่ไง’ ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้รู้อะไรเลย เพิ่งรู้ว่าเขาชื่อนาย และเรียนมหาลัยเดียวกันก็เมื่อวานนี้เอง

ถ้าอย่างนั้นทำไมแกถึงอยากตายล่ะ นี่แกได้กินพี่นาย พี่นายแห่งวิศวกรรมโยธาเลยนะเว้ย!?”

อ่า...เขาเรียนวิศวกรรมโยธานี่เอง

ว่าแต่ชอบมอเตอร์ไซค์ เปิดร้านตกแต่งมอเตอร์ไซค์ ทำไมไม่เรียนวิศวกรรมยานยนต์ซะล่ะ?

อันนี้อยากรู้ แต่ก็ไม่ได้อยากได้คำตอบหรอกนะ

แต่ไอ้เบลล์พูดขนาดนี้ แสดงว่าเขาเป็นคนดังมากเลยใช่มั้ย?

ทำไมแกพูดเหมือนเขาเป็นของหายาก” ฉันหรี่ตามองพลางถอนหายใจเฮือก แล้วแกรู้จักเขาด้วยเหรอ?

รู้จักสิ ก็เขาออกจะฮอต

ฮอตเรื่องอะไร

เพราะว่าเขาหล่อไง

อืม...จริง” ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เพราะเขาหล่อจริงๆ แถมเรียกว่าหล่อมากเกินไปเลยด้วยซ้ำ

ว่าแต่สรุปแล้วได้กินหนุ่มหล่อแล้วทำไมอยากตายล่ะ

ฉันถอนหายใจก่อนจะอธิบายอย่างยืดยาว ถึงเขาจะเป็นหนุ่มหล่อ แต่ฉันทำแบบนั้นเพราะเมา และเราก็แทบจะเป็นคนแปลกหน้ากัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีคนรักอยู่แล้วหรือเปล่า วันนั้นก็เลยหนีมาตอนเขาหลับไง

ขณะฟังที่ฉันพูดไอ้เบลล์ก็นิ่วหน้า แต่ฉันก็พล่ามพูดออกไปเรื่อยๆ

แล้วฉันก็ยังจำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้เป็นฉากๆ เท่านั้น” ฉันยกสองมือขึ้นขยี้หัวตัวเอง โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้าตาย

งั้นแกก็จำช่วงเวลานั้นไม่ได้!?

อืม

นี่แกจะบ้าหรือไง ช่วงเวลานั้นเป็นจุดสำคัญเลยนะ แกจำไม่ได้ได้ยังไงวะ

คือจริงๆ ฉันก็จำได้บ้างแหละ แต่ก็แค่...

ฉันไม่รู้...” และนี่คือสิ่งที่ฉันพูดออกไป 

อมยิ้ม แกไม่ใช่วัยรุ่นหนุ่มสาวที่จะนอนกับใครก็ได้นะ” หว่างคิ้วของไอ้เบลล์ย่นเข้าหากันจนเกิดเป็นร่องลึก หรือว่าแกคิดว่าเขาเป็นอคินใช่หรือเปล่า

ฉันถลึงตามองอย่างโมโห สีหน้าดุดันขึ้นมาทันทีที่ไอ้เบลล์เอ่ยพูดประโยคนี้ออกมา

อ่า...” ไอ้เบลล์ยิ้มแห้งๆ “เดาว่าไม่ใช่

ถึงฉันจะยังมีเยื่อใยกับอคิน และตอนนี้ก็อาจจะยังคิดแบบนั้นอยู่

แม้เรื่องของเราจะผ่านมาสามปีแล้ว แต่จะว่าฉันโง่ก็ได้

เพราะ อคิน’ เป็น แฟนคนแรก’ และเป็น แฟนเก่า’ เพียงคนเดียวของฉัน และยังเป็นผู้ชายที่ทำให้หัวใจของฉันขาดวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จึงไม่แปลกหรอกที่ฉันยังรู้สึกหน่วงๆ ที่หัวใจยามเมื่อคิดถึงเขา

แต่ต่อให้รู้สึกอย่างนั้น ฉันก็ไม่มีทางจำผิดคิดว่าพี่นายเป็นอคินไปได้หรอก

เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันไม่ได้เมาแล้วปุบปับขึ้นเตียงกันสักหน่อย

“แล้วยังไง สรุปไอ้ที่อยากตายน่ะมันเป็นเพราะอะไรกันแน่”

“ก็เพราะว่าเมื่อวานตอนที่ฉันคุยกับเขาก็ดันไปบอกว่าคนที่อยู่กับเขาในคืนนั้นเป็นฝาแฝดชื่อ แย้ม’ ไม่ใช่ ยิ้ม’ คนนี้น่ะสิ

ฉันไม่ใช่แค่เล่าเรื่องนี้ แต่เล่าเรื่องที่บอกเขาว่าจะให้แย้มเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเขาอีกด้วย และทันทีที่เล่าจบ ไอ้เบลล์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆๆ”

ไอ้เบลล์หัวเราะอย่างเสียสติโดยไม่นึกถึงใจคนอื่นเลย จนนักศึกษาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ชำเลืองมอง 

“ไอ้เบลล์” 

พอฉันเรียกไอ้เบลล์จึงได้สติกลับคืนแล้วหันไปขอโทษนักศึกษาคนอื่นๆ

“ขอโทษค่ะ ขอโทษ”

แต่พักเดียวก็ระเบิดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“หยุดหัวเราะได้หรือยัง” ฉันปรามเสียงเครียด “นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะสักหน่อย”

เสียงหัวเราะของไอ้เบลล์หยุดชะงักลงทันที แต่ไม่นานก็งอตัวหัวเราะอีก

“กล้าพูดออกมาได้ไงว่าไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ” ไอ้เบลล์พูดพลางกุมหน้าท้องของตัวเอง โอ๊ย...นี่แกคิดว่าเขาจะเชื่อแกเหรอวะ”

“ไม่รู้หรอกว่าเชื่อหรือเปล่า” ฉันบอกพลางส่ายหน้าเบาๆ “แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแล้วกัน”

“ฉันว่าคนที่จะเป็นฝ่ายพูด ตามน้ำไปก่อน’ น่ะน่าจะเป็นเขามากกว่า”

“นี่แกคิดว่าเขาไม่เชื่อเหรอ?”

ไม่สิ...ถ้าเขาไม่เชื่อก็น่าจะท้วงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันพูดไปเรื่อยๆ แบบนั้น

เอ๊ะ?

หรือว่าจะเป็นอย่างที่ไอ้เบลล์พูด เขาก็แค่เล่นตามน้ำไปกับฉัน?

ไม่ๆๆ อย่าๆ อย่าเอาคำพูดของไอ้เบลล์มาใส่หัวเป็นอันขาด 

ต้องมั่นใจตัวเอง ต้องมั่นใจฝีมือการปั้นเรื่องของตัวเอง

“นี่ไอ้ยิ้ม...” ไอ้เบลล์ถอนหายใจแรง “แกกับเขามีเซ็กซ์กันนะ ไม่ใช่แค่จับมือดม แล้วจะจำคนผิดได้”

“เอ่อ...”

“เอาหัวเป็นประกันเลย...” ขณะพูดไอ้เบลล์ก็ใช้นิ้วชี้จิ้มหัวของตัวเอง “แกน่ะถูกเขาแกงหม้อใหญ่แล้ว”

คำพูดของไอ้เบลล์ทำเอาฉันเสียวสันหลังวูบขึ้นมา

“ถ้าไม่เชื่อ แกก็หันไปดูสิ” ไอ้เบลล์ใช้ปลายคางหันชี้ไปทางด้านหลังของฉัน “เขายังมองมาทางนี้เลย”

ใบหน้าหน้าของฉันค่อยๆ เหลียวหลังไปมองอย่างช้าๆ 

ห่างออกไปอีกสามแถว เขานั่งอยู่ตรงนั้นและหันหน้ามาทางนี้

ในจังหวะนั้นเองฉันก็มองเห็นดวงตาเรียวเฉียบคมมองตรงมาอย่างเปิดเผย เวลาชั่วขณะที่สายตาของเราทั้งสองคนประสานกัน ฉันรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นรัวเร็วจนเหมือนใกล้จะหยุดทำงาน

ขะ...เขากำลังมองมาจริงๆ ด้วย!

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจเหมือนอยู่ในตลาดสด เพียงแค่เขาขยับริมฝีปากขึ้นลงอย่างช้าๆ ฉันกลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงพี่นายสะท้อนก้องอยู่ข้างริมหู...

อย่าลืม



หลังจากนั้นฉันก็นั่งอกสั่นขวัญแขวนไปตลอดทั้งวัน จนกระทั่งเลิกเรียนพวกเราก็รีบกลับบ้านเพราะจะมาคิดหาวิธีติดต่อกับเขาเพื่อไม่ให้ถูกจับโป๊ะได้ และไอ้เบลล์ดูเหมือนมันจะกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก...และมากกว่าตอนเรียนหนังสือเสียอีก

“ว่าแต่เราจะใช้อะไรติดต่อเขาดีวะ” ไอ้เบลล์ถามพลางยกนิ้วแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด “เพราะพี่นายเขาเอาเบอร์ของนังยิ้มไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“อืม” ฉันพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองได้แจกเบอร์เขาไปแล้ว “หรือต้องลงทุนซื้อมือถืออีกเครื่องเหรอวะ” 

เงินทองนั้นหายาก ต้องลำบากออกเรือไป ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็ง เปลืองน้ำมัน

“ทำเรื่องโง่ลงไปแล้ว ก็อย่าโง่อีกสิวะ!” ไอ้เบลล์ตะโกนด่าพร้อมกับหยิบไอแพดของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะมาโชว์ตรงหน้า “ไอแพดแกมันใส่ซิมได้ แกก็แค่ไปซื้อซิมมาใส่ก็พอแล้ว”

“เออใช่!” พอไอ้เบลล์ชี้ทางสว่าง ฉันก็นึกขึ้นมาได้ “แต่ก็ต้องออกไปซื้อซิมอีก”

“ฉันมีซิมเติมเงิน ซื้อมาจากเซเว่น” ไอ้เบลล์พูดพลางยื่นซองพลาสติกที่มีกระดาษสีแดงขาวมาให้ “โทรไปเปิดเบอร์ก็ใช้ได้แล้ว”

แต่ทั้งๆ ที่ไอ้เบลล์บอกแบบนั้นทว่ามันเป็นคนจัดการทำให้หมดทุกอย่างเลย

ขณะที่มันจัดการกับไอแพดหรือไอ้ที่เรียกว่าโหลดแอปพลิเคชันไลน์ ปากมันก็พูดออกมาไม่หยุด

ว่าแต่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ

ก็ตั้งแต่วันงานเลี้ยงรุ่นไง” ฉันเอ่ยเสียงเบา “วันที่ฉันกลับบ้านมาตอนเช้าน่ะ”

“อะไรนะ!” ไอ้เบลล์เงยหน้าขึ้นมามอง นี่มันผ่านไปตั้งหลายวันแล้วนี่ ทำไมแกเพิ่งมาเล่าให้ฉันฟังวะ!”

ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาเรียนมหาลัยเดียวกันกับพวกเรา” ฉันบอกอย่างห่อเหี่ยว ก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว ฉันก็แกล้งทำเป็นเบลอๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไง

ฉันกะว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เก็บมันไว้จนกว่าจะตายเลยล่ะ

“แต่เรื่องแบบนี้แกจะแกล้งทำเบลอไม่ได้นะเว้ย”

ก็รู้...แต่ว่า..

“ก็เพราะแกนั่นแหละผิดที่ทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้” ฉันเริ่มหาคนผิดแล้ว 

“เดี๋ยวนะ เรื่องนี้ฉันเป็นคนผิดได้ยังไง”

“ก็เพราะแกหนีกลับไปก่อนไง” ฉันเถียงหน้าแดง “แถมยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉันอีก”

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าแกจะตามเขาไปแบบนั้น” ไอ้เบลล์นิ่วหน้า “ที่ฉันทิ้งแกก็เพราะเห็นว่ามันเป็นงานเลี้ยงรุ่น และเพื่อนๆ พวกเราก็รู้จักกัน เรียนมาด้วยกัน รู้ว่าแกไม่ได้อะไรกับพวกนั้นอยู่แล้ว ฉันก็เลยวางใจได้”

“ก็...”

“อีกอย่าง ต่อให้ฉันหนีกลับไปก่อน ต่อให้ฉันไม่รับโทรศัพท์แก และแกไม่ได้เอากุญแจบ้านมา อย่างน้อยๆ แกก็ควรกลับบ้านมาดูก่อนไม่ใช่เหรอวะ”

คำพูดของไอ้เบลล์เหมือนมีค้อนหนักๆ ทุบหัวของฉันเลย

ใช่เลย...

ถูกต้องแล้ว

ไอ้เบลล์มันพูดถูกทุกอย่าง

ต่อให้ไอ้เบลล์ไม่รับโทรศัพท์ ต่อให้ฉันลืมเอากุญแจบ้านมา อย่างน้อยๆ ฉันก็ควรจะกลับบ้านก่อน ไม่ใช่ว่าพอเขาบอกจะไปส่ง ก็ยังดื้อดึงที่จะอยู่ต่ออีก

“โอเค” ฉันยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ “ฉันผิดเอง ผิดหมดทุกข้อกล่าวหาเลย”

“เอาเหอะ อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้” ไอ้เบลล์ถอนหายใจออกมาอย่างแรง “แกถ่ายรูปตอนทำผมทองไว้บ้างปะวะ”

“มีๆๆ ฉันถ่ายตอนอยู่หน้ากระจก”

“งั้น AirDrop ส่งเข้า iPad มา จะได้ใช้ตั้งเป็นรูปโปรไฟล์”

“เคๆๆ”

หลังจากตั้งค่าไลน์ของแย้มเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เซฟเบอร์พี่นาย และไม่นานชื่อไลน์ของเขาก็ปรากฏให้เห็น เมื่อกดแอ๊ดเพื่อนไปแล้ว แต่ฉันก็ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทักเขาว่ายังไงดี

“ทักไปเลยสิ”

“โอเค” ฉันเลียริมฝีปากไปหนึ่งครั้งก่อนจะค่อยๆ ใช้นิ้วชี้จิ้มไปบนหน้าจอ

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

 

 

สวัสดีค่ะ

 

ฉันทักเขาไปแล้วแต่รอแล้วรอเล่า รอไปเกือบสิบนาที ข้อความมันถึงได้ขึ้นว่า อ่านแล้ว

ระหว่างนั้นฉันก็รอให้เขาพิมพ์อะไรตอบกลับมาไปอีกห้านาที แต่ทว่า...

ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย

โอ๊ยนอกจากขี้เกียจคุยแล้ว ยังขี้เกียจพิมพ์อีกเรอะ!

ฉันกัดฟันก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ไปแบบยาวๆ

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

 

(อ่านแล้ว) แย้มเองนะคะ

(อ่านแล้ว) คุณอาจจะได้ยินเรื่องของฉันมาจากยิ้มแล้ว

ฉันขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน

(อ่านแล้ว) คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันอีกเหรอคะ

(อ่านแล้ว) คือถ้าอยากจะคุยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น

(อ่านแล้ว) ฉันคิดว่าเราสองคนควรลืมเรื่องนั้น

(อ่านแล้ว) ทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นดีกว่าค่ะ

(อ่านแล้ว) ...

 

โอ๊ยอะไรเนี่ย ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบอะไรเลยล่ะ!

ฉันนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ และไม่ใช่แค่ฉัน ไอ้เบลล์เองก็ด้วย มันลุ้นจนแทบจะไม่หายใจเลย

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

ค่อยคุย

เกียดพิม


หา!

ฉันถึงกลับอ้าปากหวอ

ไหนบอกไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ให้ส่งไลน์ไปแทนไง

แต่ทำไมพอส่งไลน์กลับบอกว่าขี้เกียจพิมพ์อีก 

อ้อ ไม่ใช่ขี้เกียจพิมพ์อย่างเดียว ยังพิมพ์ว่า เกียดพิม’ ด้วย!

โอ๊ยอะไรของเขาวะเนี่ย!

และพอฉันกำลังจะพิมพ์ตอบกลับไป ทว่าข้อความไลน์ก็เด้งมาเป็นคำๆ



ติ๊ง!

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

เสา

เจอกัน

ทุ่ม

บ้าน

 

(อ่านแล้ว) อะไรนะคะ?

(อ่านแล้ว) ทุ่มบ้านใครคะ?

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

No

1ทุ่มบ้าน

 

 

อ๋อๆ

ว่าแต่บ้านใครคะ?

 

ฉันส่งข้อความนี้ไปราวๆ ห้านาทีแล้ว 

ทว่าเขากลับไม่กดอ่าน และพอฉันจะเขวี้ยงไอแพดเพราะเริ่มโมโห 

แต่จู่ๆ เสียงติ๊งก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

ติ๊ง!

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

ฉัน

แค่นี้

เจอกัน

นอนแล้ว

 

เดี๋ยวนะ!?

เดี๋ยวก่อน!

จะมาจบบทสนทนาห้วนๆ แบบนี้ไม่ได้!

เวลาคุยต่อหน้าก็แทบจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว 

แต่พิมพ์คุยกันจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ไม่ได้เซ่ะ!

 

 

อย่าเพิ่งนอน!

เราเจอกันที่อื่นไม่ได้เหรอ?

ร้านกาแฟใกล้ๆ บ้านคุณก็ได้

เอ่อ...

คุณ!

คุณ๊!

ตอบก่อน กลับมาก่อน!

 

ฉันส่งข้อความไปรัวๆ แต่ทว่าเขากลับไม่อ่านข้อความที่ฉันส่งไปอีกเลย

แล้วแต่ละอย่างที่เขาพิมพ์มา ฉันล่ะอยากแคปเอาไปประจานเหลือเกิน!

“แก...” ฉันวางไอแพดลงข้างตัวอย่างห่อเหี่ยว “นี่ฉันกำลังเจอกับผู้ชายประเภทไหนวะ”

“ก็ผู้ชายประเภท...” ไอ้เบลล์พูดค้างก่อนจะหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ “พูดน้อย ต่อยหนัก เซ็กซ์จัด เล่นท่ายากไง ฮ่าๆ”

“นี่แกพูดบ้าอะไรออกมา!” ฉันเถียงหน้าแดง รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู

“หรือจะบอกว่ามันไม่ใช่ล่ะ?”

“ก็...” ฉันเถียงไม่ออก

“อ๋อลืมไป แกจำไม่ได้นี่เนอะ”

ไม่ต้องมาเนอะ

“แล้วแกน่ะ จะเอายังไงต่อ”

เมื่อเห็นฉันเอาแต่ปิดปากเงียบไอ้เบลล์จึงเปิดปากถาม

นั่นสิ เอาไงต่อดีล่ะ 

“ก็ในเมื่อยังคุยกันไม่รู้เรื่อง แกคิดว่าฉันควรจะทำยังไงล่ะ”

“แกจะไม่ไปตามนัดใช่มั้ยล่ะ?”

“อืม...ก็...”

แต่ในขณะที่ฉันกำลังตอบไอ้เบลล์เสียงของความก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

อ้อลืม

 

(อ่านแล้ว) คะ?

 

ฉันยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความต่อจากนั้น เขากลับส่งข้อความมาแบบรัวๆๆ

 

นายไม่ใช่คำนำหน้า 

ถ้าเธอไม่มาตามนัด

ฉันจะตามรังควาน ยิ้ม

ลองดูได้

เพราะคนอย่างฉันเป็นคนพูดจริงทำจริง

 

ทันทีที่เห็นข้อความที่เขาส่งมา ดวงตาของฉันก็เบิกโพลงอย่างตกตะลึง

เลิกขี้เกียจพิมพ์แล้วเหรอ? 

แถมยังพิมพ์มาแบบเป๊ะๆ ที่เข้าใจโดยไม่ต้องให้ฉันถามซ้ำอีก

อะไรกัน!

ทำไมเขาต้องขู่กันแบบนี้ด้วย

แล้วนังยิ้มน่ะ นังยิ้มไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ไม่ทราบคะ!

ฮือๆๆๆ

 



[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"เจอกันนะแย้ม...หึ"

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย



Z o n e Talks


นักอ่านบอกว่าเปลี่ยนแท็กเป็น #ยิ้มโป๊ะแตก

555555555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.627K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #6618 Omen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:06

    อืืืมม

    #6,618
    0
  2. #6170 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:12

    55555555ขำน้ง

    #6,170
    0
  3. #5455 LILIT.A (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 22:19

    ทั้งสงสารเเละเอ็นดูหนูยิ้ม5555

    #5,455
    0
  4. #5157 Thunchanok9 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 18:25
    จะเอ็นดู หรือวงวานนางดี ยิ้มเอ๊ยยย
    #5,157
    0
  5. #4664 ffahrunggs (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 00:37
    5555555โอ๊ยตลกแต่ก็เอ็นดูนาง
    #4,664
    0
  6. #4483 WaratchayaWongko (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 13:42
    นังยิ้มน่ะ เกี่ยวเต็มๆเลยจ๊ะ 555
    #4,483
    0
  7. #3513 Mee I'ya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 10:58
    ชอบมากค่า55555
    #3,513
    0
  8. #3098 KrystB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 02:29
    555555555555
    #3,098
    0
  9. #3043 BOMBAM1993 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:39
    วงวารน้องยิ้มนะคะ 5555
    #3,043
    0
  10. #2955 Bopazi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 13:34
    น้องแย้มต้องมาาา55555
    #2,955
    0
  11. #2951 _darinn_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 12:02
    แล้วไมทีข่มขู่น้องพิมพ์รู้เรื่องขึ้นมาเชียวนะ!! หึ้ยย
    #2,951
    0
  12. #2950 _darinn_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 12:00
    อิพี่ก็อย่าตีมึนเยอะนักสิ น้องยิ่งตามไม่ทันอยู่ คุยกันแต่ละทีเหน่ยทาก ขำอะ5555
    #2,950
    0
  13. #2906 jinjin9 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:12
    จัดไปนาย...ดูซิยิ้มจะแถยังไง
    #2,906
    0
  14. #2904 Barbara13 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:25
    ยิ้มจนแย้มแน่งานนี้ แถม จะโดน อมยิ้มด้วยค่ะ
    #2,904
    0
  15. #2897 heykeo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 16:32

    ซวย คำเดียวเลยยิ้ม

    #2,897
    0
  16. #2861 Tokyo_banana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 12:07
    ชอบพระเอกร้ายๆแบบนี้ค่าาา
    #2,861
    0
  17. #2856 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:38

    คิดว่าฉลาดเหรอยิ้ม หึหึ

    #2,856
    0
  18. #2829 Loukmhee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 10:08

    แล้วเจอกันนะแย้ม พี่นายนี่ร้ายจริมๆเล้ย

    #2,829
    0
  19. #2828 แจน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 09:11

    นายร้ายไม่ใช่เล่นๆ พ่อไม่โง่นะยิ้ม เอางัยดีๆ

    #2,828
    0
  20. #2827 juncotton (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 08:49

    พี่นายคนซึนเปลี่ยนโหมดแล้ว
    #2,827
    0
  21. #2826 iinm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 08:12
    ทั้งยิ้มทั้งแย้ม ไม่รอดจากพี่นายแน่ๆ 5555555
    #2,826
    0
  22. #2825 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:58
    ใช่พี่นายพิมพ์ป่ะ55
    #2,825
    0
  23. #2824 M paradise (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:34
    แกล้งน้องอ่าาาาาาา555555555555
    #2,824
    0
  24. #2823 .buibui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:09
    555555 โดนละนังยิ้ม
    #2,823
    0
  25. #2822 LIWENHAN-WENYI (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 06:29
    ถ้ายิ้มไม่เอาไปย้อมผมปลอมเป็นแย้มแทนได้มั้ยอะอยากได้พี่นาย555
    #2,822
    0