Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 13 : Hit me Hit you ; EP-12 : What you have said is just a fable [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,345 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 12

What you have said is just a fable




เมื่อมอเตอร์ไซค์จอดสนิท โดยที่เขากำลังเตะขาตั้ง ฉันก็กระโดดลงจากรถทันทีโดยไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเหมือนอย่างวันนั้นอีก จากนั้นก็ก้าวถอยหลังออกไปสามก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แล้วก็เริ่มกวาดตามองสำรวจ

ที่นี่มันบ้านของเขาไม่ใช่เหรอ! 

แม้จะเคยมาที่นี่ครั้งนึงแล้ว แต่ฉันก็แหงนหน้ามองไปยังป้ายที่อยู่สูงกว่าตัวเอง ด้วยความที่คืนนั้นมันมืดมาก และตอนออกมาก็ไม่ได้สังเกตุเพราะรีบหนีนั่นแหละ

ร้านแต่งรถของเขามีชื่อว่า ‘Hit On Garage’

เอ่อ...ชื่อร้านนี่ถ้าให้แปลแบบคนโง่ๆ ก็ ต่อยกันในโรงรถ’ หรือ ตีกันในโรงรถ

อ่าๆ ‘Hit On’ มันยังเป็นคำสแลงที่แปลว่า จีบ’ หรือ จู่โจม’ ได้อีก

อืม... จีบในโรงรถ’ หรือ จู่โจมในโรงรถ’ ก็ยังฟังไม่เข้าท่าอยู่ดี

ฉันเม้มปากเล็กน้อย พยายามควบคุมสติไม่ให้ตื่นเต้นไปมากกว่านี้ แล้วเบนสายตากลับไปมองเขาอีกครั้ง

และเขาคนนี้คนที่ตอนนี้ถอดหมวกกันน็อกแล้ว

ภายใต้แสงอรุณยามเย็น เขาดูคล้ายกับเทพบุตรจุติลงมา เส้นผมสีดำสนิทระต้นคอพลิ้วไหวไปตามแรงสะบัด จากนั้นก็ถอดแจ็กเก็ตหนังตัวนอกออกแล้ววางพาดไว้บนตัวถัง หลงเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวไม่ติดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกขาวผ่องเป็นร่องลึก

หล่อเกินไปมั้ยอ่ะ!

ฉันตาโต หัวใจเริ่มเต้นอย่างรุนแรงขึ้นชั่วขณะ ลืมไปอย่างฉับพลันว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไหน

เข้าไป” เขาพูดพลางใช้ปลายคางหันชี้ไปทางด้านใน

เมื่อได้ยินเสียงเข้มเอ่ยสั่งฉันก็สะดุ้งโหยงก่อนจะส่ายหน้าแล้วรีบปฏิเสธ 

คะ...คุยกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ

...” เขาพยักหน้าเล็กน้อย แต่สองขากลับขยับเดินตรงเข้ามา

คำว่าคุยกันตรงนี้ของเขากับฉัน ระดับความเข้าใจคงต่างกันเหมือนเรื่อง หิว’ ใช่มั้ย!

เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันถอยร่นทิ้งระยะห่างโดยสัญชาตญาณ แต่กลับไม่เห็นว่าเขามีทีท่าว่าจะหยุดฝีเท้าเลย ใจรู้สึกตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน

เอ่อ...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรวบรวมความกล้า ตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่คะ

เขาไม่ได้ตอบคำถาม กลับกล่าวหาฉันด้วยเสียงเย็นชา เธอหนีไป

เอ่อ...” ถูกบีบมาจนถึงตรงโมเดลมอเตอร์ไซค์ตรงทางเข้าร้าน เผชิญกับข้อกล่าวหาโดยตรงเช่นนี้ฉันไม่รู้ว่าควรโต้ตอบอย่างไรดี คือ...

หนีทำไม

เอ่อ...

ฉันควรจะตอบเขาไปว่ายังไงดีล่ะ

จะทำเนียนตอบไปว่า จำไม่ได้เลยค่ะ’ หรือว่า คุณจำคนผิดแล้ว’ ไม่ก็ คุณลืมเรื่องคืนนั้นไปซะเถอะ’ 

ครุ่นคิดกับตัวเลือกสามข้ออยู่สักพัก และเหมือนเขาเองก็มีความอดทนสูงเช่นกัน จึงรอให้ฉันตอบกลับไปอย่างเงียบๆ

โธ่เอ๊ย!

คำถามแบบมีหลายตัวเลือกที่เกลียดที่สุด เป็นเพราะระบบการศึกษาของประเทศไทยแท้ๆ ถ้าเป็นคำถามที่มีช้อยส์เยอะแบบนี้ล่ะก็ งานนี้มีปาดเหงื่อ

แต่จะว่าไปไอ้ช้อยส์ที่ว่า จำไม่ได้เลยค่ะ’ หรือว่า คุณจำคนผิดแล้ว’ มันใช้กับสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้

ก็เพราะฉันดันเริ่มต้นประโยคทำเหมือนว่าเรารู้จักกันมาก่อนนี่?

ทำไมฉันไม่ถามเขานะว่า คุณเป็นใคร’ ทำไมไปถามว่า ตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่

เฮ้อ...โง่ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในตอนที่เหงื่อเย็นเฉียบเริ่มซึมออกมาด้วยความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่กำลังนั่งอยู่หน้าข้อสอบ เขาก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่อยากนอนหนุนแขนหลังจากทำเรื่องอย่างว่าเหรอ

หา!?

นี่เขาจำได้แม้แต่คำพูดซั่วๆ ของฉันด้วยเหรอ!

ฉันตกใจถึงขั้นเกือบจะหลุดเสียงร้อง แต่ไม่ได้ๆๆๆๆๆๆ 

ต้องคุมสติ คุมให้มากกว่านี้ อย่าได้ไปคล้อยตามเขาเป็นอันขาด!

หนุนแขนอะไรคุณพูดเรื่องอะไร?” ฉันแถไปเรื่อย ฉันงงไปหมดแล้ว

เธอพูดว่าเป็นครั้งแรก

ทั้งๆ ที่ฉันพูดฉอดๆ ทว่าเขาเหมือนจะไม่ได้สนฟัง ซ้ำยังยิงคำถามออกมาไม่หยุดอีก

แต่ฉันบอกเขาไปแบบนั้นด้วยเหรอ?

ให้ตายเหอะ! เรื่องแบบนั้นฉันจำเป็นต้องบอกเขาด้วยเหรอ!

ก็ใช่...” ฉันเผลอพึมพำออกไป ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่แบบนั้นที่ฉันจะบอกก็คือว่าคุณจำคนผิดแล้วค่ะ!

แม้จะพูดออกไปแล้ว! แต่หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นราวกับโรคหัวใจกำเริบ 

นัยน์ตาสีดำเปล่งประกายลึกลับประหลาดออกมาแวบหนึ่งโดยไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ

ฉันรอคำพูดตอบกลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขายังคงจ้องหน้าของฉันราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมา ไม่มีแม้แต่เสียงหึ หรือเสียงถอนหายใจเลย

เอาไงดี เอาไงดีล่ะ!

ดวงตาที่อยู่ใต้ขนตางอนยาวจ้องมองอยู่พลันหรี่ลงเล็กน้อย ในตอนนั้นเองที่รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่แสนเคร่งขรึมนั้น

นี่คุณยิ้มเหรอ?”

ทั้งๆ ที่ฉันบอกว่าเขาจำคนผิดนะ แต่ทำไมถึงได้ยิ้มออกมาแบบนี้ล่ะ

แล้วดูรอยยิ้มสิ ไม่ใช่ยิ้มแบบปากกว้างเหมือนคนทั่วไปนะ แต่เป็นเพียงแค่ริมฝีปากกระดกขึ้นเล็กน้อย

มันจึงดูเหมือนรอยยิ้มเยาะเย้ยยังไงก็ไม่รู้

ใช่ ตลกดี

มันตลกตรงไหนเหรอ?”

ก็ไม่เชิงตลก” เขากระดกมุมปากสูงขึ้นกว่าเดิมจนเห็นเขี้ยวที่มุมปากข้างซ้ายหนึ่งซี่ แต่สนุกมากกว่า

รอยยิ้มบนริมฝีปากบางนั่น...วาบหวิวมาก!

ตอนนั้นเองที่มีเสียงดังขึ้นในหัวของฉันว่า บ้าน่า ผู้ชายคนนี้กำลังดูปฏิกิริยาของเธออยู่ต่างหาก

มันไม่ตลกและไม่สนุกค่ะ” ฉันเตือนเขาด้วยใบหน้างอง้ำ เอาเป็นว่าเรามาทำความเข้าใจกันใหม่ดีกว่านะคะ

เขายืนนิ่งอยู่กับที่ กอดอกมองฉันด้วยสายตาเฉยเมย แล้วเอ่ยออกมาหนึ่งคำ ได้

เอ๊ะ?” ฉันกะพริบตามองอย่างงุนงง เมื่อกี้คุณพูดว่า ได้’ เหรอคะ?”

เพราะคิดว่าเขาจะปฏิเสธทำตีมึน ฉันก็เลยต้องย้อนถามเพราะไม่เข้าใจจริงๆ

คำว่า ได้’ ของเขาหมายความว่าไงล่ะ

“ใช่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เรามาทำความรู้จักกันใหม่”

“หา!?” ฉันถึงกับอ้าปากหวอ “ทำความรู้จักกันใหม่?”

เดี๋ยวนะ? 

ฉันพูดว่าทำความเข้าใจ ไม่ใช่พูดว่าทำความรู้จักไม่ใช่เหรอ?

“ใช่”

“หมายถึงคุณกับฉัน?” 

ฉันยกนิ้วชี้ร่างของตัวเองก่อนจะย้ายหันชี้ไปทางร่างสูงโปร่งตรงหน้า

เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม อายุ

เอ๊ะ?”

อายุ

อ้อ...” เข้าใจแล้ว เขาถามอายุฉันนี่เอง แต่เอาจริงๆ นะ ประโยคแรกที่ควรจะถามก่อนอายุก็คือชื่อไม่ใช่เหรอ เฮ้อ...แต่ก็ได้ๆ อายุก็อายุ ยี่สิบค่ะ

ฉันยี่สิบเอ็ด

อ่า...” เข้าใจและเขาจะบอกว่าตัวเองแก่กว่า

เรียกพี่

อ๋อค่ะ...” ฉันพยักหน้ารับ เรียกพี่

นาย

คะ?” ฉันเลิกคิ้วเมื่อเขายังพูดออกมาเป็นคำๆ เมื่อกี้บอกให้เรียก พี่’ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเปลี่ยนเป็นให้เรียก นาย’ ซะละคะ

โอ๊ย...งงไปหมดแล้ว อะไรของเขาเนี่ย

ไม่ใช่” เขาปฏิเสธเสียงขรึม ชื่อฉัน

อ้อ...เขาชื่อ นาย’ นี่เอง!

นายเหรอคะ?”

นอ-อา-ยอ

เอ่อ...ก็รู้ว่านายมันสะกดยังไง 

แต่อะไรของเขาจะพูดเป็นประโยคๆ ไม่ได้หรือไง

ทำอย่างกับว่าเรากำลังเล่นอับดุลเอ๊ย! ถามอะไรตอบได้! หญิงรู้จัก! ชายรู้จัก! อะไรแบบนี้เลยวุ้ย!

แปลกคนจริง ทั้งๆ ที่คืนนั้นเขายังพูดรู้เรื่องมากกว่านี้เลย

เดี๋ยวขอสรุปก่อน” ฉันยกสองมือขึ้นเหมือนเวลาอยู่หน้าชั้นเรียน คือคุณจะบอกว่า คุณอายุยี่สิบเอ็ด และให้ฉันเรียกว่าพี่ และชื่อของคุณก็คือนายถูกไหมคะ

ใช่

อ่า...เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันพยักหน้า ฉันต้องเรียกคุณว่าพี่นาย

ไม่เอาฉัน

ไม่เอาฉัน?” ฉันย้อนถามอย่างุนงง แล้วจะให้แทนตัวเองว่าอะไรล่ะ

ไม่รู้

อ้าว...ทีแบบนี้ล่ะบอกไม่รู้

งั้นแทนว่าหนูก็แล้วกันค่ะ

เฮ้อ...ถ้าคุยกับคนอื่นเราคงจะจบประโยคพวกนี้ไปตั้งแต่เมื่อสิบนาทีก่อนแล้วล่ะมั้งเนี่ย

เขาดูแปลกใจที่ฉันบอกไปแบบนั้น แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็เอ่ยออกมาอีกคำ

แฟน

คะ” เฮ้อ...นี่ฉันต้อง คะ’ ไปอีกกี่คำ สงสัยต้องชิน และก็รีบแปลสาสน์คำพูดของเขาเร็วๆ แล้ว

แต่ปกติสมองของฉันก็ช้าอยู่แล้ว เจอเขาคนนี้ไป เหมือนมันจะทำงานไม่เป็นปกติเลย

มีแฟนยัง

อ๋อ ยังไม่มีค่ะ” ฉันเผลอตอบออกไป เอ๊ย! เดี๋ยวค่ะ หนูฟังพี่พูดมานานแล้ว ตอนนี้พี่นายต้องฟังหนูพูดบ้าง!

...

คือหนูขออธิบายก่อนว่าหนูไม่ใช่คนที่อยู่กับพี่ในคืนนั้น

“?”

คือว่า...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพยายามเค้นสมองอันน้อยนิดคิดหาวิธี พี่จำคนผิดแล้วค่ะ

...?”

สุดท้ายฉันก็มีคำตอบซึ่งเป็นคำตอบที่โง่เง่าที่สุดเท่าที่คิดออกมาได้

หนูน่ะชื่อ ยิ้ม’ แต่คนที่อยู่กับพี่ในคืนนั้นเป็นฝาแฝดของหนูชื่อ แย้ม’ ค่ะ!

หลังเอ่ยออกไปแบบนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ เพราะเขายังคงมีใบหน้าเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ และคาดเดาไม่ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

แต่เชื่อสิ...เขาต้องเชื่อแน่ๆ ว่าฉันกับผู้หญิงในคืนนั้นเป็นคนละคนกัน!

ไอ้มุกฝาแฝดนี่แหละเข้าท่ามากที่สุด เพราะแค่บอกว่าเขาจำคนผิดคงใช้กับเขาคนนี้ไม่ได้ เพราะดูก็รู้ว่าเขาจำฉันได้ แม้ตอนนี้รูปลักษณ์จะต่างกัน แต่เขาต้องจำใบหน้าแบบนี้ได้ เพราะงั้นไอ้มุกหน้าตาเหมือนกัน แต่เป็นคนละคนกันนี่แหละเวิร์คสุดแล้ว!

ใช่แล้ว ฝาแฝดนี่แหละ ฝาแฝดที่มีหน้าตาเหมือนกัน แค่ต่างบุคลิกกันก็พอแล้ว!

งั้นเอามา” 

คะเอาอะไรนะคะ!?”

เบอร์แย้มไง...หึ

ฉิบหายแล้ว!

เขาไม่ใช่แค่เชื่อ แต่โคตรเชื่อต่างหากล่ะ

เวรแล้วไง ทำไมฉันเอาแต่ทำเรื่องโง่ๆ แน่นอนสิ บอกเขาไปว่าจำคนผิด เขาก็ต้องอยากเจอคนที่ถูก ใช่ไหมล่ะ

คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนที่ฉลาด...

สำนวนนี้เป็นเรื่องจริง

คือหนู...” ฉันเริ่มอึกอัก และหาทางออกให้กับตัวเอง อ๊ะ! ใช่แล้วๆ คือตอนนี้หนูให้เบอร์แย้มไปกับพี่ไม่ได้ค่ะ

ทำไม

คือหนูต้องไปถามแย้มก่อน เพราะถ้าหนูให้เบอร์แย้มสุ่มสี่สุ่มห้า แย้มจะโกรธหนูอะ

...” คราวนี้เขาเงียบ ใบหน้านิ่งเฉยเสียจนน่ากลัว

คือหนูต้องขออธิบายก่อนนะคะ” ฉันเลียริมฝีปากของตัวเองเล็กน้อยเพื่อระงับอาการตื่นเต้น หนูกับแย้มเรียนกันคนละที่ แย้มน่ะเรียนอยู่ชลบุรี จะมากรุงเทพฯ เฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น และวันเสาร์นี้แย้มก็จะมาหาหนู เพราะงั้นหนูขอคุยกับแย้ม แล้วจะให้แย้มเป็นฝ่ายติดต่อหาพี่เองนะคะ

กว่าจะถึงวันเสาร์ก็อีกสามวันข้างหน้า เพราะงั้นฉันยังพอมีเวลาให้คิดหาวิธีแถกับเรื่องโกหกที่ตัวเองสร้างมันขึ้นมา

เหรอ

เหรอสั้นๆ ของเขานี่หมายความว่าไง

ฮือๆ ได้โปรดเชื่อเถอะ เชื่อเถอะนะ ตอนนี้อมยิ้มอยากจะร้องไห้แล้ว

ฉันไม่กล้ามองสบตาของเขาเลย เอาไงดี เอาไงดีล่ะ วิ่งหนีไปเลยดีไหมนะ...

แต่ๆ ทำไมเขาไม่ถามออกมาสักคำเลยล่ะว่าถ้าฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น แล้วฉันรู้เรื่องระหว่างเขากับแย้มได้ไง ทำไมอะ ทำไมไม่ถาม เพราะถ้าถามฉันจะได้ตอบไปอย่างเคลียร์ๆ เลยว่า แย้มเล่าให้ฟัง และแย้มก็อยากให้มันจบๆ ไป’ แต่เพราะเขาไม่ถามนี่แหละ ฉันก็เลยไปต่อไม่ได้ แง๊ๆๆๆๆ

ขณะที่ฉันยืนกระสับกระส่าย เขาก็ขยับเข้ามาอยู่ในระยะประชิด จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์เครื่องสีดำไร้ปุ่มกดมาตรงหน้าของฉัน

เอ่อ...” ฉันมองโทรศัพท์บนฝ่ามือเรียว อะไรคะ

เบอร์เธอ” 

อะ...เอาไปทำไมอีกคะ” ฉันอึกอักการแสดงออกของเขามันเกินการคาดเดาไปมาก รู้สึกเหมือนเขากำลังเล่นไปตามน้ำเลย ก็หนูบอกไปแล้วไงว่าจะให้แย้มติดต่อไปหาพี่เองน่ะ

เผื่อเธอเล่นตุกติก

เอ่อ...

เผื่อหายไป ไม่ให้ แย้มโทรมาล่ะ

อ้อ...” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะรีบกดเบอร์โทรของตัวเองไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ และพอกดเบอร์เสร็จแล้ว เขาก็เป็นฝ่ายยื่นนิ้วมาจิ้มตรงปุ่มสีเขียวเพื่อโทรออก

เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าดังมาจากกระเป๋าสะพาย เขาก็เป็นฝ่ายกดตัดสายแล้วดึงมือถือกลับคืนไป

ฉลาดจริง กลัวฉันให้เบอร์ปลอมไปหรือไง

ดีนะที่ตัดสินใจให้เบอร์จริง ไม่งั้นละก็...

โอ๊ย! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!

เซฟเบอร์ฉัน

ค่ะ” 

เซฟสิ

ค่ะๆ รู้แล้วค่ะ

ฉันต้องรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเมมเบอร์ของเขาอย่างรีบร้อน

และไม่ต้องโทรมา

หา!?” ฉันอ้าปากค้าง ก็ไหนบอกว่าอยากจะคุยกับแย้มไม่ใช่เหรอ แล้วไม่ให้โทรไปหา พี่จะคุยกับแย้มยังไง

ฉันไม่ชอบคุยโทรศัพท์

งั้น...

ส่งไลน์มาแทนแล้วกัน

อ้อ... เข้าใจแล้ว เข้าใจแจ่มแจ้งเลย เพราะคนอย่างเขาถ้าคุยโทรศัพท์ชาตินี้ก็คงคุยกับใครไม่รู้เรื่องหรอก 

รับเพื่อนซะ

อะไรของเขาเนี่ย!

เอาแต่สั่งๆๆ อยู่ได้! และไม่รู้ทำไมฉันถึงต้องทำตามคำสั่งของเขาด้วย

อ้อ...เพราะกลัวสินะ เฮ้ออออ

เมื่อเข้าแอปพลิเคชันไลน์ ฉันก็เจอคำว่า แนะนำ 2

และพอจิ้มไปตรงนั้นก็เจอ แนะนำเพื่อน 2

ชื่อแรกคือ ‘SE(X)Y BOOM’ ที่ฉันยังไม่กดรับเป็นเพื่อน

และต่อมาคือ นายไม่ใช่คำนำหน้า

โห... แม้แต่ชื่อไลน์ก็ยังเย็นชาขนาดนี้เลย!

จนเมื่อเห็นเขามองนิ่ง ฉันก็รีบกด + เพิ่มเพื่อนแล้วเก็บโทรศัพท์ทันที

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ

ไม่ส่งนะ” เขาเอ่ยพูดอย่างเย็นชาซ้ำยังไม่เหลือบมองกันสักแวบ

อะไรกัน?

อย่าบอกนะว่าผิดหวังที่ฉันไม่ใช่คนที่เขาอยากเจอน่ะ

เหอะๆ ฉันหัวเราะเยาะอยู่ในใจ...

ก็ไม่ได้พูดสักคำนี่ว่าจะให้ไปส่ง เชอะ!

ฉันแอบเบ้ปาก แต่ทว่าขณะหมุนตัวจะเดินออกไปโบกแท็กซี่ จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกมาจากทางด้านหลัง

เดี๋ยว

คะ” ฉันเหลียวหน้าไปมองเล็กน้อย มีอะไรอีกคะ

ขึ้นมา” เขาโยนเสื้อแจ็กเกตใส่ตัวของฉันแล้ววาดปลายขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์

อ้าว...” ฉันจับเสื้อเขาเอาไว้ก่อนจะร้องถาม ไหนว่าไม่ส่งไงคะ

เปลี่ยนใจ” เอ่ยแค่นั้นเขาก็สวมหมวกกันน็อกทันที

อะไรอีกล่ะเนี่ย!

ทำไมเปลี่ยนอารมณ์ปุบปับเป็นลมพายุเลย

“เร็วๆ” เขาเอ่ยปากเร่ง 

“ทราบแล้วค่ะ” ฉันพยักหน้าขึ้นคร่อมเบาะหลังยกสูงด้วยความรู้สึกเกร็งเล็กน้อย และก็นึกขึ้นได้ว่าเขาขี่เร็วขนาดไหนจึงเอ่ยออกไปอีกคำ “ขออนุญาตนะคะ”

เมื่อเห็นหลังท้ายทอยขยับขึ้นลง ฉันจึงค่อยวางสองมือไปบนเอวหนา จากนั้นหุบเข่าชิดกับตัวรถ ไม่นานเสียงท่อไอเสียดังกระหึ่มสั่นสะเทือนอากาศ

บรืมมมม...

พี่นายบึ่งมอเตอร์ไซค์ราวกับไล่ตามอะไรสักอย่าง ซ้ำยังปาดแซงแบบไม่เกรงใจใคร และเร่งความเร็วอย่างไม่กลัวเปลืองน้ำมันอีก 

ขี่เร็วขนาดนี้ ถ้าพ่อไม่ตามมา ก็ไม่รู้จะเรียกว่าโชคช่วยหรือพ่อไม่ทันได้มองล่ะมั้งเนี่ย!

ฉันที่นั่งซ้อนท้ายได้แต่ใช้สองมือจับแน่นอยู่ข้างตัวของเขาพลางหลับตาปี๋

ไม่นานฉันก็รับรู้ว่ารถเคลื่อนตัวช้าลง จนในที่สุดก็จอดสนิท

ฉันลืมตาขึ้นมอง และทันทีที่สองตาเปิดกว้างสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่สถานที่ที่ตัวเองคิด

เอ๊ะ?” ฉันกวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าเป็นซอยบ้านของตัวเอง

นี่เขาไม่ได้ไปส่งฉันที่มหาลัยเหมือนเมื่อตอนลากฉันออกมาเหรอ?

ฉันก้าวลงจากรถก่อนจะหันไปมองพี่นายที่ตอนนี้ถอดหมวกกันน็อกและวางมันไว้บนตัวถัง

“หนูจำได้ว่าไม่ได้บอกทางกลับบ้านไม่ใช่เหรอ”

“...” เขาเหลียวหน้ามามองแต่ไม่พูดอะไร

“พี่นาย...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอ พี่รู้จักบ้านของหนูได้ยังไง

ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย และไม่พูดอะไร เพียงแค่มองนิ่งๆ อยู่แบบนั้น

อย่าบอกนะว่าพี่...” ฉันอ้าปากค้างก่อนจะนึกย้อนไปถึงเรื่องที่มีคนสะกดรอยตามเมื่อคืนนี้ พี่สะกดรอยตามหนูงั้นเหรอ!

ใช่” เขารับคำง่ายๆ

ทำแบบนี้ได้ไง...” ฉันเม้มปากเล็กน้อย ความกลัวเริ่มแทรกซึมเข้ามา มันผิดกฎหมายนะ!

ไม่ผิด” เขาปฏิเสธเสียงเรียบ ก็แค่ตาม

แล้วพี่จะตามหนูทำไม!

อยากคุยด้วย

โอย...เล่นตามแบบนั้นมันเป็นโรคจิตมากกว่าแค่อยากจะคุยด้วยนะ!

ลองคิดก่อนหน้านี้สิ ตอนที่อยู่ในลิฟต์ไง เขาน่ะ...เขาน่ะเหมือนโจรปล้นธนาคารเลยนะ!

งั้นแสดงว่าพี่นายเองก็เรียนมหาลัยเดียวกันกับหนู?

ถึงจะพอเดาได้ แต่ก็อยากจะมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง

อืม

และเรียนอยู่คณะวิศวฯ?”

อืม

แล้วก็เคยมองหนูมาจากตึกคณะด้วยใช่มั้ย?”

อืม” เขาตอบด้วยถ้อยคำเดิมๆ ถ้าเอามาใส่จังหวะคงแบบ อื่ม อื้ม อื๊มมมมมม

แต่ฉันกำลังจะเป็นลม การคาดเดาที่ฉันหวาดกลัวที่สุดดันกลายเป็นความจริง เขาเป็นคนมองฉัน ไอ้ความรู้สึกเหมือนถูกใครจ้องมองเป็นเขานั่นเอง บ้าจริง ฉันย้ายมหาลัยหนีตอนนี้ยังทันอยู่ไหมนะ!

แล้วทำไมพี่ไม่เข้ามาทักตั้งแต่ครั้งแรก จะสะกดรอยตามทำไม!

รู้ไหมว่ามันน่ากลัวแค่ไหนน่ะ!

เพื่อเช็ก

เช็กอะไรอีกล่ะ” ฉันถลึงตาใส่เขา 

คนบ้า! มาทำให้คนอื่นกลัวแล้วยังมาพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาอีก

ไม่ได้จำคนผิด

อ๋อ...แบบนี้นี่เอง สะกดรอยตามก็เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้จำผิดคน

เหอะๆ” ฉันหลุดหัวเราะอย่างเยาะเย้ย แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่คนเดียวกันใช่ไหมล่ะ

เขาเลิกคิ้วดกหนา แต่ไม่พูดอะไร

เอาเถอะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก โพล่งต่อโดยไม่สนใจสีหน้าหรือปฏิกิริยาของเขา จากนี้พี่คงไม่ต้องมาตามหนูอีกแล้ว เพราะงั้นก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน และก็ขอบคุณที่มาส่งค่ะ

เดี๋ยว

เดี๋ยวอีกแล้ว! 

ทำไมชอบเรียกด้วยคำนี้ ทำไมไม่พูดออกมาเป็นประโยคเลยล่ะ

ไอ้แบบ เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป’ อะไรงี้น่ะพูดเป็นมั้ย!

อะไรอีกละคะ?” น้ำเสียงของฉันห้วนไม่น่าฟัง มีอะไรอีก

ระวังตัวด้วย

เอ๊ะ?” ฉันเลิกคิ้วมอง ระวังตัวเรื่องอะไรอีกล่ะ?”

มีคนสะกดรอยตาม

ก็พี่เองไม่ใช่เหรอที่สะกดรอยตาม?” ฉันกะพริบตา เพราะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด แล้วทำไมถึงได้พูดมีคนสะกดรอยตามออกมาอีกล่ะ

ไม่ใช่ฉัน

เอ๋?”

มีอีกคน

พอได้ยินว่ามีอีกคนสะกดรอยตามจากปากของคนที่สะกดรอยตาม ความกลัวก็ผุดขึ้นมา 

จะ...จริงเหรอ

เรียวขาของฉันสั่นสะท้าน ความเย็นเยือกแล่นปราดตามไขสันหลัง ความกลัวที่คิดว่าลืมไปแล้วปะทุขึ้นมาในคราวเดียว ฉันถึงกับทรงตัวไม่อยู่

อ้อมแขนของเขาเข้ามารองรับร่างกายที่ทำท่าจะทรุดลงกับพื้นไว้ได้ทันควัน

เป็นไรมั้ย?”

มะ...ไม่เป็นไรค่ะ

แม้จะสงบใจได้นิดหน่อยแต่ก็ไม่สามารถปัดความรู้สึกที่เรียกว่ากลัวทิ้งไปได้

ทันใดนั้นเองเขาก็ดึงร่างของฉันให้ขยับเข้าไปใกล้กับร่างสูงที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ จนทำให้ขาทั้งสองข้างแนบชิดกับต้นขาแกร่ง

เอ๊ะ?

ความรู้สึกแบบนี้ ท่าทางแบบนี้

ฉันคือคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์

ฉันสะดุดใจกับคำนี้

งั้นแสดงว่าพี่นายเป็นคนช่วยหนูเอาไว้เหรอคะ

อืม

แต่สิ่งที่ฉันคิดอยู่ตอนนี้ก็คือ เขาได้ยินเรื่องเสื้อตัวละหมื่นห้าที่ฉันคุยกับไอ้เบลล์หรือเปล่าเนี่ย!

ไม่สิๆ เขาคงไม่ได้ยิน เพราะถ้าได้ยินคงทักท้วงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว!

เพราะงั้นๆ สิ่งที่ฉันต้องกังวลตอนนี้ก็คือมีคนอีกคนสะกดรอยตามฉันต่างหาก

ฉันตามเธอวันเดียว

เขาอธิบายเพิ่มอย่างที่ไม่ค่อยทำเสียเท่าไหร่

ฮือๆ เข้าใจแล้วน่า รู้แล้วล่ะว่าเขาตามฉันมาแค่อยากจะคุยด้วยแค่วันนั้น ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ว่ามีคนอื่นสะกดรอยตามฉันอยู่ แล้วใครล่ะ ใครกัน ไอ้คนที่สวมฮู้ดสีดำที่วิ่งออกไปจากซอยเมื่อคืนนี้มันเป็นใคร!

ดูแลตัวเอง” เขาช่วยประคองฉันให้ยืนดีๆ อยู่ข้างตัวรถ

ฉันเม้มปากที่สั่นระริก รู้สึกหัวใจบีบรัด หวาดกลัวจนเอ่ยพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย

ถ้าเธอไม่ใช่คนที่ฉันตามหา เขาเหลียวหน้ามามองเล็กน้อยก่อนจะสตาร์ตเครื่อง คงดูแลไม่ได้

วินาทีที่เขาพูดแบบนั้น ฉันแทบจะสลัดเสื้อผ้าแล้วบอกว่า แต่งค่ะ’ เอ๊ย! ฉันแทบจะตะโกนบอกเขาออกไปทันทีเลยว่า หนูเองค่ะ หนูเองที่อยู่กับพี่นายในคืนนั้น!

แต่ก็...ไม่ได้พูด ฮือๆๆๆๆ

 

 



[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ


"หนีทำไม"

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks

หลอกล่อให้สุด 55555555

ว่าแต่ เป็นห่วงเค้าอะดิ๊! อิอิ




.....


ย้ำอีกครั้ง นี่คือนิยายโรแมนพลาสติกกับถุงยังชีพนะ 555555



พีเอส

คุยกันนิดนึง


เรื่องนี้ยังไม่มี E-Book น้าาาา

เพราะอีบุ๊กไรต์จะเอาลงหลังจากเปิดพรีนิยายแล้วงี้ 

ซึ่งหมายความว่านิยายออกเล่มแล้วถึงจะลงอีบุ๊ก

(แต่ยังปั่นต้นฉบับไม่ถึงไหนเลย กระซิกๆ)

ตะนี้...หนุ่มๆ ในแก๊งนี้ อย่างพี่คุณกับพี่ไนน์สองพัน 

วางแผงกับสนพ.  SENSE BOOK Publishing 

นิยายจึงเป็นลิขสิทธ์ของสนพ. เพราะงั้นเรื่องอีบุ๊กต้องลองถามทางสนพ.ดูนะ

และด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างเรื่องพี่นายสองร้อยไม่ได้ออกกับสำนักพิมพ์นะ

แต่เป็นทำมือ (แน่นอนว่า NC จัดเต็มแน่ กร๊ากกก)

และก็...เรื่องพี่นายเนื้อหาค่อนเยอะ (อัปมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะเข้าเรื่องอะ แง๊ๆๆๆ)

จากทรีตเม้นต์ที่เขียนไว้คาดว่าน่าจะประมาณเจ็ดแสนอักขระเลย (หนาเท่าเรื่องเด็กมันยั่วฯ)

ไรต์พยายามจะตัดทรีตออกแล้วนะ แต่ก็ชอบไปหมดเลยอะ แง๊ๆๆ T_T




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.345K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7329 Oxide (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 13:56
    โอ๊ย ไปอยู่ไหนมาอ่ะพี่นาย อีบุ๊คเทิอดดด เล่มไม่ทันแล้ว หาไม่ได้
    #7,329
    4
    • #7329-2 Oxide(จากตอนที่ 13)
      9 ตุลาคม 2563 / 17:52
      อยากได้เล่มฮือๆ
      #7329-2
    • #7329-4 Oxide(จากตอนที่ 13)
      9 ตุลาคม 2563 / 18:43
      ต้องจัดสักทางล่ะคะ เมื่อเขา น่าจะมีEPub
      #7329-4
  2. #6604 Omen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 12:04

    รอๆชอบบ

    #6,604
    0
  3. #6169 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 18:49

    เเอ็นดูน้อง

    #6,169
    0
  4. #5453 LILIT.A (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 22:05

    ยัยน้องลูกหนูโกหกพี่เค้าไม่เนียนค่ะบูก พรี่นายเค้ารู้หมดแล้ว เอ็นดูลนางเอก555ส่วนใครเป็นคนตามนางเอกอีกคน สงสัย

    #5,453
    0
  5. #5377 พี่นาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 00:40

    อคินหรือเปล่า อคินตามรึเปล่า

    #5,377
    0
  6. #4663 ffahrunggs (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 00:26
    555555555โอ๊ยฉันขำยิ้มกับแย้มนํ้าตาเล็ด ความแถสีข้างถลอกไปหมดแล้วนางเอกฉัน
    #4,663
    0
  7. #4498 wisa1993 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:19
    สนุกนะคะ แต่ปวดหัวกับพระเอกมาก ถ้าเจอ ผช แบบนี้ในชีวิตจริงคงประสาทแดก พูดน้อยเหลือเกินพ่อคุณ
    #4,498
    0
  8. #3243 Ampa Kosa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 07:15
    5555หลอกพี่นายคนซึนไม่ได้หรอกอมยิ้ม5555
    #3,243
    0
  9. #3097 KrystB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 02:17
    อิพี่ก็ซื่อเชื่อหรอคะ โอ้ยยยย 5555555
    #3,097
    0
  10. #2748 supaporn lomasang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 15:53
    หนูยิ้มอ่านนิยายมากไปมัย ค่ะ
    #2,748
    0
  11. #2677 Fang_ju (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 10:39
    5555ไมไม่บอกละ
    #2,677
    0
  12. #2615 Loukmhee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 16:08

    อิพี่รู้แต่ทำเป็นเนียนแกล้งน้องใช่ไหมเนี่ย

    #2,615
    0
  13. #2608 Nouliming (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 10:14
    555ยิ้มพี่เค้ารู้ไม่ต้องปล่อยไก่เยอะ เอ็นดูนางน่ารัก
    #2,608
    0
  14. #2569 NekO★SaMa ~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:18
    อิพี่มันรู้แต่แกล้งน้องใช่มั้ย พูด!!55555
    #2,569
    0
  15. #2561 Memew888 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:19
    5555 คอมมิดี้ชัดๆ
    #2,561
    0
  16. #2543 heykeo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:51
    ซวยเลยยิ้ม
    #2,543
    0
  17. #2515 ploymed (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:17
    เราว่าพี่นายรู้เเน่เลยว่าน้องยิ้มโกหก
    #2,515
    0
  18. #2511 Toywoohottest (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:43
    ดีใจที่จะมีอีบุ้คเรา เราไม่มีที่เก็บเล่มแล้ว อีบุ้คอ่านสะดวกกว่าด้วยค่ะ
    #2,511
    0
  19. #2504 เพกาซัส🦄 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 14:49
    พี่โครตปั่น55555555
    #2,504
    0
  20. #2503 Barbara13 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 13:43
    ส่งไลน์ไปสารภาพซิคะลูกสาว
    #2,503
    0
  21. #2502 Yaminda Mint (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:52
    พี่มุงงงแกงน้องเก่งมาก555555 น้องเปลี่ยนใจเป็นยอมรับดีไหมคะ
    #2,502
    0
  22. #2501 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 11:11

    อยากได้เล่มแล้วววววว

    #2,501
    0
  23. #2500 Chanjaokha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:06
    รออุดหนุนเลยจ้า
    #2,500
    0
  24. #2499 Reaching_B (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 09:02
    ไม่ขู่ในขู่จ้าาาาาา
    ไม่ยอมรับใช่มั้ย พี่มีวิธี
    #2,499
    0
  25. #2498 PPsry (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 09:01
    พี่นายยยยยย หลอกล่อน้องเก่งที่หนึ่งงงงงง จะรอดูคนที่ดูแลไม่ได้ถ้าไม่ใช่คนที่ตามหานะ5555555
    #2,498
    0