Hit me Hit you [E-Book]

ตอนที่ 12 : Hit me Hit you ; EP-11 : Please come with me [Full%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,159 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย




EPISODE 11

Please come with me


[Nay Talks]

 

“พอใจยัง”

คำถามของไอ้ไนน์ทำเอาผมที่นั่งเบาะหลังหางตากระตุก

“เลี้ยงเหล้าด้วย”

ผมเงยหน้าขึ้นมองไปยังเบาะคนขับ แล้วเลื่อนสายตาไปยังกระจกมองหลัง “เลี้ยงเพื่อ?”

“เพื่อขอบใจไง” ขณะใช้มือข้างขวาหมุนพวงมาลัยไอ้ไนน์ก็โต้กลับมาเรียบๆ “คนอย่างกูต้องลงจากรถเพื่อไปเช็กให้ มึงไม่คิดขอบใจ?”

นั่นเรียกว่าลงไปเช็ก?

ก็นึกว่าลงไปข่มขู่ซะอีก

ถ้าผมเป็นเธอคงวิ่งหนีตั้งแต่เห็นหน้าโหดๆ ของไอ้ไนน์แล้ว

“แล้วกูใช้ให้ทำเหรอ”

“เดี๋ยวนะไอ้นาย...” ไอ้คุณที่นั่งเบาะข้างคนขับถึงกับเอี้ยวตัวหันมามอง “มึงพูดแบบนี้ไม่ได้”

“ไม่ได้ยังไง” ก็ผมไม่ได้ใช้ให้พวกมันทำเรื่องไร้สาระแบบนี้สักหน่อย “กูไม่ได้บอกให้ทำนี่”

“แหม...ไม่ได้บอกเลย” ไอ้คุณเลียนแบบเสียงไอ้ก่อ “แต่เมื่อกี้ใครกันวะที่พูดว่า ถามดิ’ ถามดิน่ะหืม...”

“ใช่” ไอ้ไนน์พยักหน้า “ถามดิ ถามดิ อยู่นั่น”

“กูพูดว่าถามสิ”  

ก็ลงจากรถไปซะขนาดนั้นแล้ว แต่ก็มัวยืนเก๊กทำเท่ ผมก็ต้องสั่งให้พูดสิ 

“ตกลงพวกมึงทำทั้งหมดเพื่อ?”

ไม่ใช่แค่ไอ้ไนน์กับไอ้คุณ เพราะก่อนหน้านี้ไอ้ก่อก็เข้าไปวุ่นวายกับเธอ จนเกือบจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบากจากบรรดาแฟนคลับของมัน

และตอนที่ไอ้ก่อคว้าข้อมือของเธอ ผมที่นั่งอยู่กับไอ้ไนน์ก็เห็นดวงตาริษยาจากบรรดาพวกผู้หญิงที่ยืนล้อมอยู่จึงหยิบก้อนน้ำแข็งปาใส่หัวเพื่อให้มันได้สติ

ก้อนที่หนึ่งก็ยังไม่ปล่อย

ก้อนที่สองจึงตามไปติดๆ

และกำลังคิดว่าถ้าไอ้ก่อยังไม่ปล่อยมืออีก ผมกะว่าจะปาไปทั้งแก้ว

“เพื่อตัวมึงเองนั่นแหละ” ไอ้คุณหันมาทั้งตัวขณะพูด “จะให้พวกกูปล่อยให้ไอ้คนที่ไม่เคยจีบหญิงมาเท่ากับจำนวนอายุอย่างมึง บุกเข้าไปหาเธออย่างไม่รู้ชะตากรรมได้ยังไง”

ไม่เคยจีบหญิง แต่ก็เคยมีหญิงมาจีบปะวะ

“เธอเผ่นหนีไปอีกรอบแน่” และไอ้ไนน์ก็ต่อคำพูดของไอ้คุณ

“หนีไม่ได้หรอก” ผมส่ายหน้าพลางเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่มีทางให้หนีแล้ว”

รู้แม้กระทั่งวันเกิด รู้ว่าเรียนมหาลัยเดียวกัน รู้มาถึงขนาดนี้แล้ว จะหนีไปไหนพ้นล่ะ

“ก็จริง” ไอ้คุณพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “แต่ที่พวกกูทำไปทั้งหมดก็แค่อยากเช็กให้แน่ใจว่ามึงไม่ได้จำคนผิด และอยากให้แน่ใจด้วยว่ามึงไม่ได้เป็นมือที่สาม ไม่ได้กำลังทำลายความรักของคนอื่น”

อืม...

แต่ถึงตอนนี้เธอจะไม่มีแฟน ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเคยรัก และอาจจะยังรักอยู่สักหน่อย

“ส่วนกู...” ไอ้ไนน์เหลียวหน้ามามองแวบหนึ่ง “ไม่อยากให้มึงโดนหญิงหลอก”

บางทีผมก็ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะถูกหลอกง่ายๆ

“อืม เข้าใจแล้ว”

“เข้าใจก็ดีแล้ว” ไอ้คุณพูดส่วนไอ้ไนน์พยักหน้า “เดี๋ยวหลังจากนี้ พวกกูขอเวลาเช็ก...”

“ไม่ต้องแล้ว” ผมปฏิเสธเสียงเย็นชาก่อนจะกวาดตามองไปยังไอ้คุณแล้วเบนสายตาไปสบตากับไอ้ไนน์จากกระจกมองหลัง “จากนี้...กูจัดการเอง”


[End Talks]




กว่ารถประจำทางจะถึงป้ายรถเมล์ของซอยบ้านมันก็มืดมากแล้ว

ฉันรีบจ้ำออกจากป้ายรถประจำทางตรงไปยังซอยบ้านของตัวเองที่ห่างออกไปประมาณสี่สิบเมตร

แต่ขณะเดินอยู่ในซอยเล็กๆ จังหวะก้าวย่างหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าซ้อนทับกับของฉันมาจากทางด้านหลัง

“หืม?”

ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ อีกด้วย

ใครมองอยู่หรือไง...

ฉันหันกลับไปมองด้วยความสงสัย แต่ข้างหลังมีเพียงชายแก่พาสุนัขออกมาเดินเล่นเท่านั้น

บางทีเจ้าของเสียงฝีเท้าอาจจะเลี้ยวไปทางอื่นแล้ว เพราะตรงหัวมุมทางเข้าไม่มีใครอยู่อีก แต่ถึงจะไม่มีใครอยู่ทว่าฉันก็ยังห่อตัวด้วยความขนลุก พักนี้ฉันมักรู้สึกแบบนี้บ่อยๆ นับตั้งแต่ไปงานเลี้ยงรุ่นได้อาทิตย์กว่าๆ แล้วล่ะมั้ง...

และบางครั้งก็รู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตาม...

เหอะๆ คิดไปเองนั่นแหละ คิดไปเอง

ฉันพยายามปลุกปลอบตัวเอง ยังไงตอนนี้ก็ต้องรีบเดินไปให้ถึงบ้านก่อน แต่ทว่าพอก้าวเท้าไปอีกสามก้าวฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าซ้อนทับกับของตัวเองดังขึ้นมาอีกครั้ง

ฉันก้าวไปอีกหนึ่งก้าว เสียงฝีเท้าก็ดังตามมาอีกหนึ่งก้าว 

พอฉันหยุด เสียงฝีเท้าก็หยุดตาม

ฉันแน่ใจว่ามันไม่ใช่เสียงสะท้อนของตัวเองแน่

แล้วมันคืออะไรกัน...

ฉันรู้สึกหนาวเยือกและร้อนวูบวาบไปพร้อมๆ กัน ถึงแม้จะไม่ได้ถูกแตะต้องตัว แต่กลับรู้สึกชาและคันตามผิวหนังราวกับถูกสัตว์ป่าดุร้ายจับจ้องมาจากมุมมืด...

ฉันไม่กล้าหันกลับไปมองอีกแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความไปหาไอ้เบลล์ทันที

แกอยู่บ้านแล้วใช่มั้ย! ออกมาช่วยฉันหน่อย!’

พอฉันส่งข้อความไป ไอ้เบลล์ก็กดอ่านแล้วรีบตอบทันที

‘อยู่ๆๆ เกิดไรขึ้นวะ!’

‘อย่าเพิ่งถาม รีบออกมาเดี๋ยวนี้!’

คราวนี้ไอ้เบลล์อ่านแต่ไม่ตอบ คงเพราะกำลังรีบออกมาจากบ้านแน่ๆ ส่วนฉันก็รีบจ้ำๆ ไม่ยอมหยุดเดิน แต่ทว่าทันใดนั้นเองจู่ๆ ก็มีเสียงบีบแตรดังลั่นพร้อมกับแสงจ้าส่องจากข้างหลัง

ปี๊นนนนน!

ฉันชะงักพลางเหลียวดู ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์เปิดไฟสูงวิ่งตรงมา ฉันเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ รอให้รถผ่านไปก่อน แต่ทว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นกลับชะลอจนช้ากว่าคนเดินแล้วมาจอดข้างๆ 

ร่างของฉันชะงักพลางก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ

ทำไมมอเตอร์ไซค์คันนี้ถึงได้จอดอยู่ตรงหน้า?

ดวงตาของฉันเบิกโพลง มองร่างที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์อย่างหวาดๆ

ดูจากรูปร่างก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นผู้ชายที่สวมเสื้อกันลมสีดำ กางเกงยีนขายาวก็เป็นสีดำสนิท อีกทั้งยังสวมหมวกกันน็อกเต็มใบแต่เป็นสีดำด้าน

ระ...หรือว่าเขาจะเป็น!?

มะ...ไม่จริงหรอก! เป็นไปไม่ได้!

มันไม่มีเรื่องบังเอิญอะไรขนาดนั้น

เพราะงั้นมันไม่มีทางจะเป็นเขาคนนั้นหรอก!

เพราะหมวกกันน็อกก็ไม่เหมือน และมอเตอร์ไซค์หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน 

มอเตอร์ไซค์ของเขาคนนั้นมีหน้ากากขนาดใหญ่คล้ายกับมอเตอร์ไซค์ของแก๊งมาสไรเดอร์ ส่วนมอเตอร์ไซค์คันนี้มีไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่เหมือนฮาร์เลย์แต่แฮนด์อยู่ต่ำกว่า...

อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจทั้งรุ่น ยี่ห้อหรือชื่อเรียกหรอก เพราะไม่สันทัดเรื่องพวกนี้เลย ไอ้แบบคุ้นตาหน่อยก็มอเตอร์ไซค์ที่เห็นตามบ้านหรือแบบที่พวกพี่วินชอบขับขี่กันเท่านั้นแหละ

หรือว่าที่มอเตอร์ไซค์จอดก็เพราะคิดว่าเฉี่ยวชนฉันหรือเปล่านะ?

อืม...อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

ขณะที่ฉันกำลังถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ จู่ๆ คนที่นั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ก็ยื่นมือซ้ายที่สวมถุงมือหนังคว้าข้อมือของฉัน และพอออกแรงดึงเบาๆ ก็ทำให้ร่างของฉันเข้าไปแนบชิดติดกับต้นขาแกร่งทันที

อะไรกัน!?

นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

“ปะ...ปล่อยนะ!”

ฉันทั้งกลัวทั้งตื่นตระหนก พยายามดึงมือกลับ แต่คิดไม่ถึงว่านอกจากเขาคนนี้จะไม่ยอมปล่อยมือแล้วกลับบีบแน่นกว่าเดิมเพื่อกักตัวฉันเอาไว้

“นิ่งๆ” 

ได้ยินเสียงอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากหมวกกันน็อกแข่งกับเสียงมอเตอร์ไซค์ที่ติดเครื่องยนต์

และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังตึกๆ จากทางด้านหลัง

ฉันหันขวับไปมองทางต้นเสียง ก็เห็นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนซึ่งสวมเสื้อฮูดสีดำและกำลังวิ่งไปทางปากตรอก

ดวงตาของฉันเบิกโพลง ลมหายใจแทบจะสะดุด

อย่าบอกนะว่าฉันถูกสะกดรอยตามจริงๆ!

ภายในชั่วพริบตาคนที่คว้าข้อมือฉันเอาไว้อยู่ก่อนหน้าเขาก็ปล่อยมือออกไปแล้ว

“คะ...คุณ...”

“ฉันเอง”

เอ๋ๆ เหมือนฉันจะได้ยินเขาพูดอะไรสักอย่าง แต่เพราะเขาพูดผ่านหมวกกันน็อกก็เลยฟังไม่ชัดเท่าไหร่

“เมื่อกี้พูดว่าอะไร...” 

ฉันถามไม่ทันจบประโยค จู่ๆ ก็ได้เสียงฝีเท้าของใครอีกคนดังมากระทบหู

เฮ้ยไอ้ยิ้ม!” 

ไอ้เบลล์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาก่อนจะดึงร่างของฉันให้ออกห่างจากมอเตอร์ไซค์คันนี้ประมาณสองช่วงแขน 

แกเป็นไงบ้าง เขาทำอะไรแกหรือเปล่าวะ!

เปล่า” ฉันส่ายหน้า และกำลังจะบอกว่า เขาคนนี้เป็นคนช่วยฉันเอาไว้ แต่ทว่า...

แกแน่ใจนะว่าเขาไม่ได้ทำร้ายแก

หือ?” ฉันเลิกคิ้วมอง แกหมายความว่าไง

ก็จริงอยู่ว่าฉันส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ แต่ๆ คนที่สะกดรอยตามฉันหนีไปแล้วไง

อ่าๆๆๆ เข้าใจแล้วล่ะ มันมาเห็นแบบนี้ จะเข้าใจผิดก็ไม่แปลกนักหรอก

กะ...ก็แกไปกู้เงินกับเซลล์มาไม่ใช่เหรอวะ” ไอ้เบลล์พูดพลางมองไปยังด้านหลังฉันอย่างหวาดๆ

เอ๋...กู้เงิน?”

ใช่ไง เพราะเรื่องเสื้อตัวหมื่นห้าวันนั้นไง แกหาทางออกไม่ได้ใช่ปะก็เลยไปกู้เงินจากแก๊งหมวกกันน็อกมา” ไอ้เบลล์พูดไม่หยุดพร้อมกับยัดแบงก์พันปึกหนึ่งซึ่งเดาว่าน่าจะประมาณเป็นหมื่นใส่มือของฉัน ฉันรู้ว่าวันนั้นตัวเองก็มีส่วนผิด ก็เลยโทรไปขอเงินจากที่บ้านมาแล้ว เพราะงั้นแกน่ะ แกรีบเอาเงินไปคืนเขาเลย

หา!?” ฉันมองเงินที่ถูกยัดไว้ในมือก่อนจะร้องเสียงหลง

ไปกู้เงินอะไร ขอเงินจากที่บ้านทำไม ไอ้เบลล์มันพูดเรื่องอะไรตั้งแต่เมื่อกี้ งงไปหมดแล้ว

ไม่หาล่ะ” ไอ้เบลล์ยกนิ้วชี้ไปยังมอเตอร์ไซค์คันนั้น รีบเลย รีบเอาเงินไปคืนก่อนที่เขาทำร้ายแก!

แกใจเย็นก่อน” ฉันต้องรีบอธิบาย เพราะไอ้เบลล์มันเข้าใจผิดคิดไปไกล คือเจ้าของมอเตอร์ไซค์น่ะ เขาเป็นคนช่วยฉันเอาไว้ต่างหาก

หา?”

คือเมื่อกี้อะ มีคนแปลกๆ เดินตามฉัน แล้วเหมือนเจ้าของมอเตอร์ไซค์จะเห็นเข้าเขาก็เลยบีบแตรไล่ไง

แต่ว่าเขาแต่งตัวเหมือนแก๊งหมวกกันน็อกเลยนะ” ไอ้เบลล์มองไปทางด้านหลังแวบหนึ่ง และแกดูสิตอนนี้เขาก็ยังไม่ไปไหนเลย

แกคิดมากไปแล้ว” ฉันเหลียวหน้ามามองทางมอเตอร์ไซค์ที่ยังติดเครื่องยนต์อยู่ และก็เห็นบางอย่างเรืองแสงอยู่ตรงหน้าของคนขับ พอเพ่งมองถึงได้เห็นว่ามันเป็นโทรศัพท์มือถือ เขาอาจจะเป็นแกร็บไบค์วิ่งผ่านมาและกำลังรอลูกค้าอยู่ก็ได้

เออว่ะ” ไอ้เบลล์เกาหูตัวเอง สมัยนี้คนฮิตเรียกแกร็บไบค์กันนี่หว่า

เออ” ฉันพยักหน้า

แต่เรื่องเสื้อ...

เรื่องเสื้อน่ะไม่มีอะไรหรอก” ฉันส่ายหน้าพลางยัดเงินกลับคืนไป ฉันไม่ได้ไปกู้เงินใครมา แล้วเงินน่ะแกก็เก็บเอาไว้ใช้เถอะ

แค่มันรู้สึกผิด มันก็เพียงพอแล้วล่ะ

อีกอย่าง ฉันก็คิดว่าตัวเองน่ะคงไม่มีวันบังเอิญเจอกับเจ้าของเสื้ออีกแล้วล่ะ

ไม่เป็นไรจริงๆ นะ” ไอ้เบลล์กะพริบตา

อือ ไม่เป็นไรจริงๆ” ฉันพยักหน้าอีกรอบ เดี๋ยวฉันมานะ ไปขอบคุณเขาก่อน

แต่ทว่าพอฉันหันกลับไปมองทว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้กลับบิดเร่งเครื่องจนแจกควันโขมง แล้วหมุนโค้งเลี้ยวออกจากซอยบ้านของฉันไปทันที

อะไรของเขาเนี่ย?

รอฟังคำขอบคุณก่อนไม่ได้หรือไง!

นิสัยเหมือนใครบาง...เอ่อ...ไม่ๆ ไม่มีอะไรหรอก! คิดมากไป คิดมากไปเอง

แต่จะว่าไป...ใครมันสะกดรอยตามฉัน แล้วจะสะกดรอยตามไปเพื่ออะไร!?

น่ากลัว น่ากลัวจริงๆ ...ฉันสั่นหน้าก่อนจะพยายามสลัดความคิดน่ากลัวออกไป

และเป็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่ฉันรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นเพราะเช้าวันนี้เองก็เช่นเดียวกัน... 

ในขณะที่ฉันกำลังเดินข้ามถนนในมหาวิทยาลัยเพื่อไปยังตึกฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างทำให้ฉันขนลุกเกลียวขึ้นมา บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน คล้ายกับว่าตั้งแต่ฉันย่างเท้าเข้ามาในมหาวิทยาลัยก็ถูกจับจ้องไม่วางตา

ฉันเหลียวซ้ายแลขวา ไม่เห็นอะไรผิดสังเกตจึงขมวดคิ้วแน่น

อะไรกัน?

ฉันกินปูนร้อนท้องไปเอง หรือความรู้สึกเฉียบไวเกินไปกันนะ

พอฉันออกตัวเดินต่อ ความรู้สึกแบบนั้นก็กลับมาอีกครั้ง 

ใครกัน

ใครกำลังมองฉันอยู่?

ฉันกอดลำแขนตัวเองแล้วถูให้ความอบอุ่น จากนั้นกวาดตามองไปทั่ว รอบข้างมีนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่มีใครหยุดมองฉันเลยสักคน แม้จะหรี่ตาเพ่งมองไปที่ไกลๆ ก็มองไม่ค่อยชัดอยู่ดี 

ไม่รู้ว่าจากที่ไกลๆ จะมีใครจ้องมองฉันอยู่หรือเปล่านะ

ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมทุกครั้งที่เดินผ่านตึกคณะวิศวฯ จะต้องรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แบบนี้

ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า ตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงรุ่น ตลอดไปจนถึงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากฉันจะเจอผู้ชายหน้าหล่อถึงสามคน และถูกใครบางคนสะกดรอยตามแล้ว ฉันก็ยังรู้สึกได้ว่าตลอดเวลาที่อยู่มหาวิทยาลัยหรือตอนที่กำลังเดินกลับบ้าน มันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด

รู้สึกเหมือนถูกสายตาเฉียบคมลึกล้ำราวสัตว์ป่าตัวหนึ่งกำลังจ้องมองเหยื่อของตัวเองเลย

บ้าจริง เมื่อไหร่ความรู้สึกบ้าๆ แบบนี้จะหายไปสักทีนะ!

วันนี้ฉันเลยเอาแต่นั่งแพนิคไปทั้งคาบ ไม่ว่าจะเสียงเพื่อนร่วมคลาสทำปากกาตก หรือเสียงอาจารย์กระแอมไอ ในทุกครั้งที่ได้ยินเสียง ฉันก็จะสะดุ้งนั่งเหลียวหน้าเหลียวหลังไปตลอด จนเมื่อเลิกคลาสเรียนแล้ว ออกมาจากห้องเรียนแล้ว ฉันก็พบว่าตัวเองลืมชีทเรียนไว้บนโต๊ะเลคเชอร์ จึงต้องวิ่งกลับห้องเรียนไปเป็นรอบที่สอง 

จนเมื่อหยิบชีทเรียนแล้ว ฉันก็ค่อยๆ เดินกลับมาที่หน้าลิฟต์แล้วยืนใจลอย

ติ๊ง!

“ไปมั้ยครับ?”

ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเสียงทักมาจากข้างในลิฟต์นั้นมันจะกลายเป็นเสียงฝันร้ายที่จะคอยตามมาหลอกหลอนนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป...



 

ไม่ปล่อยให้หนีไปเป็นครั้งที่สองหรอก

แต่ฉันมีขาไง มีขาอะ!

ต่อให้ถูกจับแขน แต่ขายังว่างอยู่ และเขาคงไม่เตะตัดขาของฉันหรอก!

เพราะงั้น...วิ่งสิวิ่ง

ขณะตะโกนอยู่ในใจฉันก็สะบัดแขนของตัวเองหลุดจากเขาได้ก็รีบวิ่งออกมาจากตึกเรียนเหมือนโดนผีไล่กวดตามหลัง

ระหว่างที่วิ่งอย่างร้อนรนชีทเรียนที่อยู่ในแฟ้มก็ชนกระทบกับหน้าอกของตัวเองจนทำให้ชีทหลายแผ่นกระเด็นตกเกลื่อนพื้นไปหมด

ฉันต้องรีบก้มลงไปเก็บอย่างรีบร้อนพลางมองไปข้างหลังก็เห็นว่าเขากำลังเดินตามมาอย่างเนิบช้า

บ้าเอ๊ย!

เขาจะตามฉันมาทำไม!

ฉันเก็บชีทไปก็มองเขาไปอย่างตื่นตระหนก สีหน้าฉายชัดว่าไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เขาเจอฉันแล้ว!

ไม่สิ...ฉันเจอเขาแล้ว...

ผู้ชายคนที่ฉันไม่อยากพบเจอมากที่สุด รองมาจากอดีตแฟนเก่าที่ไม่อยากจะเจออีกแล้วนั่นแหละ!

เมื่อครู่หลังเลิกคลาสเรียน จนออกมาจากห้องเรียนก็พบว่าตัวเองลืมชีทเรียนไว้บนโต๊ะจึงต้องวิ่งกลับไปห้องเรียนเป็นรอบที่สอง แต่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับคู่กรณีที่เผลอความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยเพราะความมึนเมาในลิฟต์ตัวนั้น

ตอนที่ก้มหน้าก้มตาเก็บชีทกลับเข้าไปในแฟ้มและก้าวเข้าไปในลิฟต์นั้น ฉันไม่ทันได้สังเกตก็เพราะเขาสวมหมวกกันน็อก แต่พอเห็นดวงตากับโครงหน้าจากการเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกของภาพเงาสะท้อนภายในลิฟต์ และแค่แวบเดียวเท่านั้นฉันก็จดจำเขาได้ทันที ถึงแม้คืนนั้นฉันจะดื่มเหล้ามากเกินไป แต่รูปร่างดีเยี่ยมที่มีบ่ากว้างสะโพกสอบยังติดค้างอยู่ในความทรงจำ ฉันจดจำได้เป็นอย่างดีว่ากล้ามเนื้อที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นเป็นสีขาวผ่องและแข็งแกร่งกำยำมากแค่ไหน...

บ้าชะมัด ฉันคิดไปถึงไหนแล้ว!

ฉันสะบัดหัวขับไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป จากนั้นบังคับตัวเองให้เผชิญหน้ากับปัญหาร้ายแรงเฉพาะหน้าตอนนี้

ตอนแรกฉันแอบหวังว่าเขาจะจดจำกันไม่ได้เพราะสวมเสื้อผ้าต่างกัน มีลุคภายนอกที่แตกต่างกันราวกับอยู่คนละขั้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนที่ก้าวออกมาจากลิฟต์เขากลับคว้าตัวฉันเอาไว้แล้วพูดด้วยเสียงเนิบๆ ว่า พอสวมเสื้อผ้าแล้วเกือบจำไม่ได้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจำฉันได้

แต่พูดแบบนั้นก็ออกจะเกินไปหน่อย เพราะคืนนั้นฉันก็ไม่ได้แก้ผ้าเดินไปทั่วนี่นา!

ฉันหายใจกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นก็รีบเก็บชีทที่ล่วงตกพื้นอย่างรีบร้อน

ว่าแต่ทำไม..

ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวในลิฟต์ของตึกนี้ 

นี่มันตึกคณะดุริยางค์-นาฏศิลป์นะ?

จะบอกว่าเขาเรียนคณะเดียวกันกับฉันก็ไม่น่าจะใช่ 

เพราะถ้าใช่...ฉันก็ต้องเคยเห็นหน้าเขาในฐานะที่เป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง (?) บ้าง

และอีกอย่างดูจากรูปร่าง หน้าตา และนิสัยเย็นชาของเขาแล้ว ก็ไม่น่าจะเรียนคณะเดียวกันกับฉันแน่

หรือว่าเขามาหาฉันเหรอ?

แล้วเขารู้ว่าฉันเรียนคณะนี้ได้ยังไง?

คำถามมากมายวิ่งวุ่นอยู่ในสมอง ฉันตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ได้แต่มองฝีเท้าของเขาที่กำลังใกล้เข้ามา ระยะทางระหว่างเราย่นย่อลงทุกที

เขาจะตามฉันมาทำไมอีก...

เขามีจุดประสงค์อะไร

เขา...เขา...เขา

จู่ๆ สมองของฉันก็หยุดชะงัก ฉันกะพริบตาก่อนจะคิดย้อนกลับไปถึงภาพตอนที่เจอกับเขาอย่างละเอียด

ไม่ใช่!

เขายืนอยู่ในลิฟต์ก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปแล้ว 

งั้นเขาเข้าไปอยู่ในลิฟต์ตอนไหน เพราะห้องเรียนของฉันอยู่ชั้นบนสุดของตึกนี้ มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะมาจากชั้นที่สูงกว่า 

หรือว่าเขาจะมาจากชั้นล่าง?

ไม่ๆ คิดแบบนี้ก็แปลกเข้าไปใหญ่

หรือว่าเขาจะเป็นพวกโรคจิตที่จงใจหลบอยู่ในลิฟต์เพื่อหลอกให้ฉันตกใจอะไรแบบนี้หรือเปล่านะ...

ฉันคุกเข่ากับพื้น กุมหัวพลางส่งเสียงร้องครางออกมา

น่ากลัว...

ฉันไม่สามารถรับมือกับเรื่องบ้าๆ นี่ได้จริงๆ

และในขณะที่ฉันกุมหัวอยู่นั้นเอง จู่ๆ ก็มีแรงมหาศาลดึงข้อศอกของฉันเพื่อพาร่างให้ลุกขึ้นจากพื้นอย่างแรง

ลุกขึ้น” เขาเอ่ยเสียงเข้ม สกปรก

แค่ได้ยินเสียงของเขา ใบหน้าของฉันก็ขาวซีดทันที 

ฉันตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

มะ...มีอะไรอีกเหรอคะ” ฉันตื่นเต้นเกินไปจนเกือบจะกัดลิ้นตัวเองแล้ว

หัวใจของฉันยังเต้นโครมครามไม่หยุด ราวกับมีลูกกวางตัวน้อยกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ในนั้น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะการมาปรากฏตัวของเขา หรือฉันลืมความรู้สึกตอนที่มือของเขาลูบคลำไปทั่วตัวของฉันไม่ลงกันแน่

มากับฉัน

เอ๋?” 

ในสมองของฉันตอนนี้มีแค่ภาพค่ำคืนนั้น จู่ๆ เสียงของเขาก็ดังขัดขึ้นมา ฉันจึงสะดุ้งเฮือก 

มากับฉัน” เขาพูดซ้ำ ดวงตาคมกริบเป็นประกายเหลือบมองมา

ไปไหนอะ

...” คราวนี้เขาไม่ตอบคาดว่าคงเบื่อที่จะพูดแล้วซ้ำยังบีบแขนของฉันแน่นจากนั้นออกแรงลากอีกต่างหาก

ขณะที่ฉันถูกลาก นักศึกษาจำนวนมากก็เริ่มหันมามอง เวลานี้ฉันทั้งอายทั้งตื่นตระหนก พยายามดึงแขนกลับ คิดไม่ถึงว่านอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยมือแล้วกลับบีบแน่นกว่าเดิมเพื่อลากฉันไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาตั้งใจจะพาฉันไป

เหมือนฉันกำลังถูกผู้ชายสวมหมวกกันน็อกลักพาตัวเลย!

เอ่อ...” ฉันอึกอักเมื่อเห็นเขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันที่ฉันเคยซ้อนเมื่อคืนนั้น

ขึ้นมา” เขาเหลียวหน้ามามองเหมือนรำคาญ หรือจะให้พูดตรงนี้

เอ่อ...

ดูแล้วเรื่องที่เขาจะพูดคงไม่พ้นเรื่องคืนนั้นแน่ เพราะงั้น...เพราะงั้น...เพราะงั้น

ไปกับเขาแล้วคุยกันซะให้จบๆ เถอะ!

 

 








[Updates...Full%]

1 เม้นต์ 1 กำลังใจ

"ตามมา"

ทวิตติดแท็ก #ยิ้มของนาย

Z o n e Talks

มาแล้วๆๆๆๆ พี่นายมาจริงๆ แล้วนะ 5555555



พีเอส.

เหตุการณ์ก่อนหน้าก็ คือต่อจากบทนำเลยนะ



......

 


23/04/20

ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะที่ไรต์ดำเนินเรื่องช้า แต่ว่าไรต์มีเหตุผลนะ

ด้วยความที่ว่านางเอกอะยอมมีอะไรกับคนแปลกหน้าทั้งๆ ที่เป็นครั้งแรก 

ก็เพราะมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายใช่ปะ

และก็เพื่อเป็นเหตุผลให้พระเอกด้วยว่าทำไมถึงต้องตามหานางเอกทั้งๆ ที่เป็นแค่เรื่องวันไนต์ฯ

และก็ที่เพื่อนๆ ต้องคอยช่วยเหลือก็เพราะพระเอกของเรามีนิสัยแบบนี้ไง 

เป็นคนอึนๆ ซึนๆ เหมือนเมายากันยุงตลอดเวลา 

เพื่อนๆ ก็เป็นห่วงงี้ ก็เลยต้องคอยช่วยเหลือ ช่วยเช็กให้ 

เพราะถ้าให้อีพี่รุกเองน่าจะไม่ได้อะไรเลย 555555

แต่จากนี้พี่นายของเราจะรุกเองแล้ว ไม่รออะไรแล้ว

ลุ้นกันต่อได้เลย เพราะตอนนี้แหละ ในตอนนี้แหละที่เขาจะได้เจอกันแล้ว จุ๊บๆๆๆๆ


อ้อใช่ เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก คอเมดี้ ฟินๆ คลายเครียดนะ

เคยบอกไปแล้วเนอะ บอกไปตั้งแต่บทนำอะ 555555555




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.159K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,332 ความคิดเห็น

  1. #7309 M1N3__ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 05:20
    น่ากลัวจองชั้นเป็นอิน้องชั้นก้กลัวว
    #7,309
    0
  2. #5724 Devil (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:30
    กลัวแทนนางเอกเลย 55555
    #5,724
    0
  3. #4682 wipawann (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 12:20
    สนุกค่าาา
    #4,682
    0
  4. #3235 snuffy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 03:01
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,235
    0
  5. #2675 Fang_ju (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 10:19
    ไปจ้าาสส
    #2,675
    0
  6. #2674 Fang_ju (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 10:19
    ไปจ้าาสส
    #2,674
    0
  7. #2607 Nouliming (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 09:50
    555 หนีไม่พ้นแล้วนะอมยิ้ม ทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ
    #2,607
    0
  8. #2510 Toywoohottest (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:31
    เรื่องไม่ช้าเลยค่ะไรท์ เราว่าแบบนี้ดีแล้ว
    #2,510
    0
  9. #2358 Penessi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 20:21
    วันเกิดนี่คือวันเกิดเค้าเลยไรท์ เป๊ะทุกอย่างเลยยย 5555
    #2,358
    0
  10. #2279 Amineen27 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:26
    น้องคือกลัวไปหทดแล้วน้าา เบาได้เบาค่ะคุนนนน
    #2,279
    0
  11. #2258 SiriphonSeangsai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:46
    เบาได้เบาค๊าอมยิ้มตกจาย
    #2,258
    0
  12. #2199 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:50

    เรีกกสติหน่อยมั้ยอมยิ้ม

    #2,199
    0
  13. #2198 tudtu82 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:46

    โอ้ยยยยยยยย
    #2,198
    0
  14. #2181 Chanjaokha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:57
    สนุกกกกกกก
    #2,181
    0
  15. #2151 หว๋าย.... (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 10:17

    อย่า บอก นะว่า อิพี่นาย อยู่ในลิฟต์ตลอด คือ อย่างไง ต้องขึ้นลิฟต์ มาเรียนอยู่ใช่ไหม....จะล้ำไปแล้ว...555+

    #2,151
    0
  16. #2150 Noonans (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 09:52
    ต่อๆๆเลย เค้าอยากรู้ว่าไปไหนกัน
    #2,150
    0
  17. #2149 9Tip9 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 09:23
    จะเอาอมยิ้มไปไหนละพ่อ
    #2,149
    0
  18. #2148 NNattChaA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:18
    นุ้งยิ้มดูกลัวพี่ 555
    #2,148
    0
  19. #2147 Namtip15 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 07:54
    น้องก็คือกลัวไปหมดทุกอย่าง555
    #2,147
    0
  20. #2146 heynongaum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 06:32
    อมยิ้ม กลัวไม่ไหว555555
    #2,146
    0
  21. #2145 bKaewb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 05:20
    ยิ้มคิดเยอะคิดซับซ้อนอะไรขนาดนั้นลูกกก ตัดกลับไปที่อิพี่ ไม่ชอบคิดเยอะ ปวดหัว
    #2,145
    0
  22. #2144 Barbara13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 05:14
    บอกป้าซิ นี่คือคนมาตามเมียใช่ม้ายยยย????
    #2,144
    0
  23. #2143 Magarita15 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 03:13
    พี่คะ เป็นหนู หนูก็กลัวค่ะ นึกว่าโรคจิต55555555
    #2,143
    0
  24. #2142 SCØRPIØ_MØNA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 02:35

    เคลียร์กันๆ

    #2,142
    0
  25. #2141 Kim'mo Chibi'only (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:59

    น้องต้องปฎิเสธสุดตัว ส่วนพี่ก็น่าจะตีมึนสุดๆแน่55555


    #รอนะคะส่งกำลังใจให้

    #2,141
    0